Wat Nitadsasanakhun Buddhist Temple Of Texas

Wat Nitadsasanakhun Buddhist Temple Of Texas วัดนิเทศศาสนคุณ เท็กซัส

07/28/2026
ขอเชิญพุทธศาสนิกชนทุกท่านร่วมจองเป็นเจ้าภาพกัณฑ์เทศน์ในพรรษา 2569/2026ณ วัดนิเทศศาสนคุณ เท็กซัสรายละเอียดตามป้ายประชาสัม...
07/13/2026

ขอเชิญพุทธศาสนิกชนทุกท่าน
ร่วมจองเป็นเจ้าภาพกัณฑ์เทศน์ในพรรษา 2569/2026

ณ วัดนิเทศศาสนคุณ เท็กซัส

รายละเอียดตามป้ายประชาสัมพันธ์

07/13/2026

วัดไทยในต่างประเทศไม่ใช่สมบัติของรัฐไทย
แต่รัฐไทยเคยถามตัวเองหรือไม่ว่า ได้อาศัยประโยชน์จากวัดเหล่านี้มากแค่ไหน?

กรณีที่มีข่าวกล่าวถึงมุมมองของ ป.ป.ช. ว่า “วัดไทยในต่างประเทศไม่ใช่สมบัติของรัฐไทย และไม่มีสิทธิ์ได้รับเงินอุดหนุนจากรัฐบาลไทย” นั้น ฟังแล้วต้องบอกตรง ๆ ว่า ประโยคนี้อาจถูกต้องในมุมกฎหมายบางส่วน แต่สะท้อนให้เห็นอย่างชัดเจนว่า ผู้พูดอาจมองไม่เห็นความจริงของวัดไทยในต่างประเทศเลยแม้แต่น้อย

ใช่ วัดไทยในต่างประเทศส่วนใหญ่ไม่ใช่สมบัติของรัฐไทย
เพราะรัฐไทยไม่ได้เป็นผู้สร้าง
ไม่ได้เป็นผู้ผ่อนที่ดิน
ไม่ได้เป็นผู้จ่ายค่าน้ำ ค่าไฟ
ไม่ได้เป็นผู้รับภาระหนี้ธนาคาร
ไม่ได้เป็นผู้แบกรับความเหนื่อยยากของพระสงฆ์และชาวพุทธในต่างแดน

วัดเหล่านี้ไม่ได้เกิดขึ้นจากงบประมาณแผ่นดินไทย แต่เกิดขึ้นจากศรัทธาของประชาชน เกิดจากเงินบริจาคของชาวพุทธไทยและชาวพุทธต่างชาติในประเทศนั้น ๆ เกิดจากแรงกาย แรงใจ และหยาดเหงื่อของคนไกลบ้านที่อยากมีที่พึ่งทางใจ อยากมีที่กราบพระ อยากมีที่ฟังธรรม อยากมีที่ให้ลูกหลานได้เรียนภาษาไทยและรู้จักรากเหง้าของตนเอง

จึงอยากถามกลับอย่างตรงไปตรงมาว่า ในบรรดาวัดไทยในต่างประเทศทั้งสองนิกายทั่วโลก ซึ่งมีอยู่หลายร้อยวัดนั้น มีสักกี่วัดที่ได้รับเงินสนับสนุนจากรัฐบาลไทยอย่างแท้จริง?

หรือความจริงคือ วัดส่วนใหญ่ต้องยืนด้วยขาของตนเองมาตลอด
ต้องหาเงินเอง
ต้องสร้างเอง
ต้องผ่อนเอง
ต้องซ่อมเอง
ต้องดูแลคนไทยเอง
แต่พอถึงเวลารัฐไทยต้องใช้ประโยชน์จากเครือข่ายชุมชนไทยในต่างประเทศ กลับนึกถึงวัดเป็นอันดับแรก

เวลาจัดกงสุลสัญจร จัดที่ไหน?
เวลาต้องการรวมคนไทยในต่างประเทศ ใช้สถานที่ของใคร?
เวลาต้องการเผยแพร่วัฒนธรรมไทย อาศัยเวทีของใคร?
เวลาต้องการเข้าถึงชุมชนไทยในต่างแดน พึ่งพาเครือข่ายของใคร?

คำตอบก็ชัดอยู่แล้ว #วัดไทยในต่างประเทศ

แต่เมื่อถึงเวลาพูดเรื่องการสนับสนุน กลับบอกว่าวัดเหล่านี้ไม่ใช่สมบัติของรัฐไทย ไม่มีสิทธิ์ได้รับการอุดหนุน คำถามคือ ถ้าไม่เห็นคุณค่า แล้วเหตุใดจึงยังอาศัยวัดเป็นฐานของชุมชนไทยในต่างแดน?

หากรัฐไทยมีศักยภาพเพียงพอจริง ทำไมไม่สร้างศูนย์ภาษาไทยในต่างประเทศเอง?
ทำไมไม่สร้างศูนย์วัฒนธรรมไทยเอง?
ทำไมไม่สร้างศูนย์บริการคนไทยเอง?
ทำไมไม่สร้างสถานที่รองรับกงสุลสัญจรเอง?

แต่ในความเป็นจริง รัฐไทยยังต้องพึ่งวัด
พึ่งพระ
พึ่งญาติโยม
พึ่งศรัทธาของประชาชน
พึ่งสถานที่ที่ชาวบ้านช่วยกันสร้างขึ้นด้วยความเหนื่อยยาก

วัดไทยในต่างประเทศไม่ใช่อาคารที่ลอยมาจากฟ้า ไม่ใช่ทรัพย์สินที่เกิดขึ้นง่าย ๆ และไม่ใช่สถานที่ที่สร้างขึ้นด้วยเงินเหลือใช้ แต่หลายวัดต้องกู้เงินธนาคาร ต้องผ่อนที่ดิน ต้องแบกภาระหนี้สินยาวนานหลายปี บางวัดต้องจัดงานบุญครั้งแล้วครั้งเล่า ไม่ใช่เพราะอยากจัดงานใหญ่โต แต่เพราะต้องเอาเงินไปจ่ายหนี้ จ่ายค่าน้ำ ค่าไฟ จ่ายค่าประกัน จ่ายค่าซ่อมแซมอาคาร และรักษาวัดให้คงอยู่ต่อไปได้

บางวัดสร้างศาลา
บางวัดสร้างอุโบสถ
บางวัดซ่อมอาคารเก่า
บางวัดซื้อที่ดินเพิ่ม
ทุกอย่างล้วนต้องใช้เงินทั้งสิ้น

แล้วเงินนั้นมาจากไหน?

ก็มาจากชาวพุทธในต่างประเทศ
มาจากคนไทยไกลบ้าน
มาจากแม่ครัว คนงาน เจ้าของร้าน พนักงานขับรถ พ่อค้า แม่ค้า คนธรรมดา ๆ ที่ทำงานเหนื่อยทั้งสัปดาห์ แล้วแบ่งเงินมาทำบุญเพื่อให้วัดไทยยังคงอยู่

นี่คือความจริงที่คนอยู่ในห้องประชุมอาจมองไม่เห็น
แต่มันคือชีวิตจริงของวัดไทยในต่างประเทศ

สิ่งที่น่าเจ็บปวดยิ่งกว่านั้นคือ วัดไทยในต่างประเทศจำนวนมากทำหน้าที่แทนรัฐไทยมานาน ทั้งรักษาภาษาไทย สอนวัฒนธรรมไทย เป็นศูนย์รวมของคนไทย เป็นที่พึ่งของคนเจ็บป่วย คนเดือดร้อน คนโดดเดี่ยว คนไม่มีญาติในต่างแดน เป็นสถานที่ทำบุญ งานศพ งานแต่ง งานบวช งานประเพณี และงานสำคัญของชุมชนไทยแทบทุกอย่าง

แต่เมื่อพูดถึงสิทธิ์ในการได้รับการสนับสนุน กลับถูกมองเหมือนไม่เกี่ยวข้องกับประเทศไทย

ถ้าวัดไทยในต่างประเทศไม่เกี่ยวกับรัฐไทยเลย
ก็อย่าใช้วัดเป็นเวทีกิจกรรมของรัฐ
อย่าใช้วัดเป็นศูนย์กลางกงสุลสัญจร
อย่าใช้วัดเป็นภาพแทนวัฒนธรรมไทย
อย่าใช้วัดเป็นหลักฐานว่าประเทศไทยยังดูแลคนไทยในต่างแดน
และอย่าอาศัยวัดเมื่อรัฐต้องการเข้าถึงชุมชนไทย

เพราะความเป็นธรรมต้องมีสองด้าน
จะใช้ประโยชน์จากวัด แต่ไม่ยอมเห็นคุณค่าวัด นั่นไม่ใช่ความเป็นธรรม

วัดไทยในต่างประเทศอาจไม่ใช่สมบัติของรัฐบาลไทย
แต่เป็นสมบัติทางใจของคนไทยทั่วโลก

วัดไทยในต่างประเทศอาจไม่ได้เกิดจากงบประมาณรัฐ
แต่ช่วยรักษาภาพลักษณ์ของชาติไทยในต่างแดน

วัดไทยในต่างประเทศอาจไม่ได้เป็นทรัพย์สินของแผ่นดินไทยตามกฎหมาย
แต่เป็นรากวัฒนธรรมไทยที่ยังมีชีวิตอยู่ในแผ่นดินอื่น

ดังนั้น ก่อนจะตัดสินว่าวัดไทยในต่างประเทศควรหรือไม่ควรได้รับการสนับสนุน ขอให้ผู้มีอำนาจลงมาดูความจริงก่อน ดูวัดที่ต้องผ่อนหนี้ ดูพระที่ต้องทำงานหนัก ดูญาติโยมที่ช่วยกันคนละเล็กละน้อย ดูเด็กไทยที่มาเรียนภาษาไทย ดูคนไทยไกลบ้านที่มีวัดเป็นที่พึ่งสุดท้ายของหัวใจ

อย่ามองวัดไทยในต่างประเทศเพียงแค่ตัวบทกฎหมาย
แต่จงมองด้วยความเป็นจริง ความเป็นธรรม และความกตัญญูต่อผู้ที่ช่วยรักษาชาติ ศาสนา ภาษา และวัฒนธรรมไทยไว้ในต่างแดน

ถ้ารัฐไทยไม่ช่วย ก็อย่าพูดเหมือนวัดไม่มีคุณค่า
ถ้ารัฐไทยไม่สนับสนุน ก็อย่าทำเหมือนวัดไม่เคยทำประโยชน์
ถ้ารัฐไทยยังต้องพึ่งวัด ก็อย่าปฏิเสธความสำคัญของวัด

เพราะวัดไทยในต่างประเทศไม่ได้ขอสิทธิ์ในฐานะผู้รับผลประโยชน์
แต่ควรได้รับการยอมรับในฐานะผู้แบกภาระแทนรัฐมานานเกินพอแล้ว

วัดไทยในต่างประเทศไม่ใช่สมบัติของรัฐไทยก็จริง
แต่เป็นสมบัติของศรัทธา
เป็นสมบัติของพระพุทธศาสนา
เป็นสมบัติของวัฒนธรรมไทย
และเป็นสมบัติทางใจของคนไทยทั่วโลก

ผู้มีอำนาจควรถามตนเองให้ชัดว่า
ระหว่างคนที่ช่วยกันสร้างวัดด้วยหยาดเหงื่อ
กับคนที่นั่งตัดสินคุณค่าของวัดจากเอกสารในห้องประชุม

ใครกันแน่ที่กำลังทำประโยชน์ให้ชาติ ศาสนา และคนไทยในต่างแดนอย่างแท้จริง

อุบาสก ตะวัน คำสุจริต
www.dhammayut.net

#วัดไทยในต่างประเทศ
#พระพุทธศาสนา
#วัดไทย
#ชาวไทยในต่างแดน
#ศูนย์รวมใจคนไทย
#รักษาศาสนา
#สืบสานวัฒนธรรมไทย
#ภาษาไทยในต่างแดน
#ศรัทธาชาวพุทธ
#พลังศรัทธา
#คนไทยทั่วโลก
#สมบัติทางใจ
#เสียงจากต่างแดน
#คุณค่าวัดไทย
#ปกป้องพระพุทธศาสนา
#ธำรงวัฒนธรรมไทย



ประชาสัมพันธ์งานบุญณ วัดสังฆบูชา เท็กซัสในวันอาทิตย์ที่ 12 กรกฎาคม 2569📍รายละเอียดตามป้ายประชาสัมพันธ์
07/07/2026

ประชาสัมพันธ์งานบุญ
ณ วัดสังฆบูชา เท็กซัส

ในวันอาทิตย์ที่ 12 กรกฎาคม 2569

📍รายละเอียดตามป้ายประชาสัมพันธ์

ประกาศ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา สิ้นพระชนม์      ...
06/12/2026

ประกาศ
สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา สิ้นพระชนม์

สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ทรงพระประชวรหมดพระสติ ด้วยพระอาการทางพระหทัย และทรงเข้ารับการรักษา พระองค์ที่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย มาตั้งแต่วันที่ ๑๕ ธันวาคม ๒๕๖๕ ตามที่สำนัก พระราชวังได้แถลงให้ทราบเป็นระยะแล้วนั้น

ตั้งแต่วันที่ ๒๑ พฤษภาคม พุทธศักราช ๒๕๖๙ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา พระอาการทรุดลงจากการติดเชื้อ ในพระนาภี (ช่องท้อง) จากการอักเสบของพระอันตะ (ลำไส้ใหญ่) ความดันพระโลหิตต่ำ พระหทัย เต้นผิดจังหวะ การแข็งตัวของพระโลหิตผิดปกติ แม้คณะแพทย์จะถวายการรักษาอย่างใกล้ชิด จนสุดความสามารถ แต่พระอาการทรุดหนักลงตามลำดับ จนถึงวันพฤหัสบดี ที่ ๑๑ มิถุนายน พุทธศักราช ๒๕๖๙ เวลา ๑๙ นาฬิกา ๔๘ นาที สิ้นพระชนม์ ณ สิ้นพระชนม์ ณ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ด้วยพระอาการสงบ สิริพระชันษาปีที่ ๔๗

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ให้สำนักพระราชวังจัดการพระศพ ถวายพระเกียรติยศสูงสุดตามราชประเพณี ประดิษฐานพระศพ ณ พระที่นั่งพิมานรัตยา ในพระบรมมหาราชวัง

สำนักพระราชวัง
๑๒ มิถุนายน พุทธศักราช ๒๕๖๙

06/08/2026
04/28/2026

ขอถวายมุทิตาสักการะ
อายุวัฒนมงคล ๘๒ ปี

พระนิเทศศาสนคุณ
(สมาน สิริปญฺโญ ป.ธ.๕)
กรรมการที่ปรึกษาคณะสงฆ์ธรรมยุตในประเทศสหรัฐอเมริกา
ประธานสงฆ์วัดบุญเรืองสุวรรณาราม (วัดคำโป้งเป้ง)
ต.ค่ายบกหวาน อ.เมืองหนองคาย จ.หนองคาย
ประธานสงฆ์วัดศรีเมือง
ต.ในเมือง อ.เมือง จ.หนองคาย
ประธานสงฆ์วัดอาฮงศิลาวาส
ต.ไคสี อ.เมือง. จังหวัดบึงกาฬ

ขอถวายมุทิตาสักการะ ในโอกาสอันเป็นมงคลนี้

คณะสงฆ์ธรรมยุตในประเทศสหรัฐอเมริกา

03/03/2026

เนื่องในวันมาฆบูชา ๓ มีนาคม ๒๕๖๙ เจ้าพระคุณ สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ประทานพระคติธรรม ความว่า

“ดิถีมาฆบูชาได้เวียนมาบรรจบอีกคำรบหนึ่งแล้ว ดิถีเช่นนี้ชวนให้พุทธบริษัท รำลึกถึงเหตุการณ์ที่สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ทรงแสดงโอวาทปาติโมกข์ ประกอบด้วยหลักการ ๓ เป็นหัวใจแห่งพระศาสนา กล่าวคือ การไม่ทำบาปทั้งปวง การบำเพ็ญกุศลให้ถึงพร้อม และการชำระจิตใจให้บริสุทธิ์ ประทานแก่พระอรหันตสาวก ๑,๒๕๐ รูป ซึ่งล้วนอุปสมบทโดยวิธีเอหิภิกขุ ณ ดิถีเพ็ญเดือน ๓ หลังสมเด็จพระบรมศาสดาตรัสรู้และประกาศพระศาสนาแล้ว ๙ เดือน

"การชำระจิตใจให้บริสุทธิ์" ตามความหมายของพระพุทธศาสนานั้น คือการทำจิตให้ปราศจากกิเลสเครื่องเศร้าหมอง แต่การจะชำระจิตใจให้บริสุทธิ์ได้ ต้องอาศัยปัญญาเป็นเครื่องชำระ ด้วยเหตุนี้ ผู้จะชำระจิตตน จึงต้องศึกษาให้ทราบชัดเสียก่อนว่า "กิเลส" ซึ่งเป็นต้นเหตุของทุกข์นั้นมีประการใดบ้าง เพื่อจักได้คอยสังวรระวังรักษาจิตตน ให้ล่วงพ้นจากภาวะหมักหมมด้วยกิเลสประการนั้น เป็นการฝึกฝนอบรมเพื่อให้เกิดสติได้รวดเร็วว่องไว รู้เท่าและรู้ทันต่อสภาพธรรม ทั้งนี้ กิเลสที่พระพุทธองค์ทรงจำแนกไว้ มี ๑๐ ประการ ได้แก่ โลภะ คือความอยากได้ โทสะ คือความคิดประทุษร้าย โมหะ คือความเขลา มานะ คือความถือตัว ทิฏฐิ คือความเห็นผิด วิจิกิจฉา คือความลังเลสงสัย ถีนะ คือความท้อแท้ถดถอย อุทธัจจะ คือความฟุ้งซ่าน อหิริกะ คือความไม่ละอายต่อความชั่ว และ อโนตตัปปะ คือความไม่เกรงกลัวต่อความชั่ว เมื่อทราบดั่งนี้แล้ว ขอจงตั้งโจทย์สำรวจพฤติกรรมของตน และของหมู่ชนในโลกในปัจจุบัน ว่าถูกขับเคลื่อนไปด้วยกิเลสข้อใด มากหรือน้อยเพียงใด กระทั่งนำไปสู่การเบียดเบียนกันทางกายและวาจา ก่อเวรภัย ทำลายสันติธรรมที่ทุกชีวิตล้วนปรารถนา หากท่านอดทนและซื่อตรงพอจะเพ่งโทษเตือนตนเอง ให้เห็นกิเลสในจิต แล้วเพียรลดละขัดเกลาให้เข้าใกล้ความบริสุทธิ์ยิ่งขึ้นอยู่ทุกขณะ ท่านย่อมได้ชื่อว่าเป็นผู้ปฏิบัติตามพระพุทธานุศาสนีที่ว่า สจิตฺตมนุรกฺขถ ซึ่งแปลความว่า ท่านทั้งหลายจงตามรักษาจิตของตน จัดเป็นปฏิบัติบูชาอันยิ่งใหญ่ที่พระพุทธองค์ทรงสรรเสริญ

ขอพระสัทธรรมของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า จงดำรงมั่นคงอยู่ในโลกนี้ตลอดกาลนาน และขอสาธุชนทั้งหลายจงพร้อมเพรียงกันศึกษาพระสัทธรรมนั้น เพื่อบรรลุถึงความผาสุกเกษมศานต์สืบไป เทอญ.”

03/03/2026

Address

300 Double Creek Road
Marble Falls, TX
78654

Opening Hours

Monday 9am - 8pm
Tuesday 9am - 8pm
Wednesday 9am - 8pm
Thursday 9am - 8pm
Friday 9am - 8pm
Saturday 9am - 8pm
Sunday 9am - 8pm

Telephone

+18306934336

Website

Alerts

Be the first to know and let us send you an email when Wat Nitadsasanakhun Buddhist Temple Of Texas posts news and promotions. Your email address will not be used for any other purpose, and you can unsubscribe at any time.

Contact The Place Of Worship

Send a message to Wat Nitadsasanakhun Buddhist Temple Of Texas:

Shortcuts

Share