03/13/2017
งานพิธีลงนามบันทึกความร่วมมือในการทำงานร่วมกัน
ของสมาคมไทยมุสลิมฯ กับ
กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์
สถานกงสุลใหญ่นครลอส แองเจลีส โดย กงสุลใหญ่ ธานี แสงรัตน์ ได้จัดงานพิธีลงนามบันทึกความเข้าใจร่วมเป็นองค์กรสาธารณประโยชน์ กับ กรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เมื่อวันที่ 10 มีนาคม พ.ศ. 2560
โดยมี พล.ต.อ. อดุลย์ แสงสิงแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพัฒนาสังคมฯ เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วยคุณเลิศปัญญา บูรณบัณฑิต อธิบดีกรมกิจการสตรี และสถาบันครอบครัว พลเอกมงคล เผ่าพงษ์คล้าย ประธานคณะทำงานรัฐมนตรี, พล.ต.อ. สุวัฒน์ จันทร์อิทธิกุล ผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการ เข้าร่วมงานดังกล่าว
ส่วนผู้แทนจาก 3 องค์กรเอกชนที่เข้าร่วมลงนาม มี คุณศุภชัย ตรีบำรุง เลขาธิการสมาคมไทยมุสลิมคอมมิวนิตี้แห่งสหรัฐ ฯ นำนายกสมาคมฯ , อิหม่าม และกรรมการบริหารไปร่วมงานนี้อย่างพร้อมเพรียง, คุณนงเยาว์ วรานนท์ จากศูนย์พัฒนาสุขภาพชุมชนไทย, คุณชัญชนิษฐ์ มาร์โทเรล จากศูนย์ส่งเสริมชาวไทย และมีนายกสมาคมไทยองค์กรต่าง ๆ ของชาวไทยในนครลอส แองเจลีส เข้าร่วมในพิธีครั้งนี้ด้วย
กงสุลใหญ่ ธานี แสงรัตน์ ได้กล่าวรายงานความเป็นมาของการลงนามครั้งสำคัญครั้งนี้ พร้อมกับกล่าวต้อนรับ พล.ต.อ. อดุลย์ แสงสิงแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และคณะ โดยกล่าวว่า การลงนามครั้งนี้ ถือเป็นก้าวสำคัญอย่างยิ่งของชุมชนไทยในแอล.เอ. ที่จะเข้าร่วมเป็นองค์กรสาธารณประโยชน์และทำงานควบคู่กันไปกับภาครัฐในด้านต่าง ๆ ซึ่งจะเป็นคุณประโยชน์อย่างมากในการดำเนินงาน ดังนั้น ชุมชนไทยยังมีองค์กรและสมาคมอื่น ๆ อีกหลายสมาคมฯ ที่จะต้องได้รับการรับรองเป็นองค์กรสาธารณประโยชน์ เพื่อเป็นรากฐานให้ชุมชนได้แข็งแรงยิ่งขึ้น
พล.ต.อ. อดุลย์ แสงสิงแก้ว รมต.ว่าการกระทรวงพัฒนาสังคมฯ ได้กล่าวตอบรายงานว่า มีความยินดีที่ได้มาร่วมในพิธีลงนามครั้งนี้ และขอแสดงความยินดีกับองค์กรทั้ง 3 องค์กร ที่ได้รับการรับรองจากกระทรวงฯ และกล่าวว่าตนเองเคยเป็นตำรวจ ซึ่งมีหน้าที่คุ้นเคยกับคนในสังคมทุกระดับ การมาเป็นรัฐมนตรีกระทรวงนี้จึงเป็นการทำงานกับสังคมทุกส่วนทั้งเด็ก, ผู้หญิง, ผู้สูงวัย ตลอดจนการเคหะสถานที่ตนเองรับผิดชอบดูแลอยางใกล้ชิด
พล.ต.อ. อดุลย์ ยังได้กล่าวถึงผลงานของภาครัฐบาล คสช. ว่า ได้ดำเนินการปฏิรูปประเทศด้านต่าง ๆ ไปแล้วอย่างมากมาย มีการออกกฎหมาย 207 ฉบับ และออกโดย คสช. อีก 102 ฉบับ พร้อมขับเคลื่อนประเทศให้มีระบบบูรณาการ ด้วยการปฏิรูปงานต่าง ๆ ถึง 7 ด้าน ทั้งยังเน้นเรื่องการพลังงาน และสร้างความปรองดองภายใต้ยุทธศาสตร์ มั่นคง - มั่งคั่ง และยั่งยืน ภายใต้ความพอเพียง และพร้อมกับปรับตัวเข้าระบบ 4.0 ทั้งด้านการศึกษา และด้านเทคโนโลยี ส่งเสริมกลไก “ประชารัฐ” อย่างเป็นระบบธรรมาภิบาล จนเศรษฐกิจขยายตัวเติบโตถึง 3.6 % ในปี 2559
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพัฒนาสังคมฯ กล่าวต่ออีกว่า ตนเองมีความต้องการให้สังคมเข้มแข็ง มีเครือข่ายงานที่แข็งแรงช่วยกันในระบบประชารัฐ เพื่อให้ภาคประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนา เข้าถึงกันโดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง นอกจากนั้นยังได้เชิญชวนให้คนอายุ 60 ปี ขึ้นไปได้กลับไปพัฒนาประเทศไทยอีกด้วย
หลังจากนั้น คุณเลิศปัญญา บูรณบัณฑิต อธิบดีกรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัวได้ กล่าวสรุปรายงาน ถึงความเป็นมาของการลงนามทำความเข้าใจของทั้ง 3 องค์กร กับกระทรวงพัฒนาสังคมฯ โดยย่อ เกี่ยวกับคุณสมบัติการยื่นขอเป็นองค์กรสาธารณประโยชน์ และการพิจารณาของกระทรวงฯ ตามคุณสมบัติที่กำหนด ตลอดจนการส่งเสริมด้านทุนงบประมาณในโครงการต่าง ๆ หลังจากนั้นได้มีการลงนามของทั้ง 4 ฝ่าย แล้วทำพิธีมอบเอกสารลงนามให้กับทั้ง 3 องค์กร โดย พล.ต.อ. อดุลย์ แสงสิงแก้ว แล้วมอบของที่ระลึกจากกระทรวง
ต่อจากนั้นได้มีการถ่ายรูปหมู่ และร่วมรับประทานอาหารกลางวัน ที่พล.ต.อ. อดุลย์ แสงสิงแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพัฒนาสังคมฯ เป็นเจ้าภาพจัดเลี้ยงแก่องค์กรทั้ง 3 และแขกผู้มีเกียรติทุกคน โดยเฉพาะได้สั่งอาหารมุสลิม – ฮาลาล เพื่อสมาชิกของสมาคมไทยมุสลิมคอมมิวนิตี้ฯ ที่ไปร่วมงานสร้างความประทับใจให้กับบรรดาชาวไทยมุสลิมอย่างถ้วนหน้า
การจัดพิธีดังกล่าว ถือเป็นครั้งแรกในรอบ 40 ปี ที่ภาครัฐได้ร่วมมือลงนามและให้ความช่วยเหลือองค์กรชาวไทยในชุมชนไทย แอล.เอ. อย่างเป็นทางการ และถือว่าการทำงานร่วมกันต่อจากนี้ไป จะเป็นบทบาทการทำงานอันเข้มแข็งภายใต้การบูรณาการที่มั่นคง จนเกิดผลงานที่มีประสิทธิภาพอย่างแท้จริง และเป็นการยืนยันหลักธรรมาภิบาลที่เกิดรูปธรรมเด่นชัด ที่ภาครัฐเอื้ออาทรต่อประชาชนไทย แม้จะอยู่ต่างประเทศก็ตาม บนพื้นฐานของความรัก ความสามัคคี และการทำงานอย่างเต็มฝีจักรของกงสุลใหญ่ ธานี แสงรัตน์ และคณะทำงาน โดยเฉพาะคุณกัญธกา บูรพธานินทร์ และทีมงาน ด้วยพระนามของพระองค์ อัลลอฮฺฯ (ซ.บ.) ขอพระองค์ได้ทรงตอบแทนความดี ความงดงามนี้แด่ทุกท่านด้วยเทอญ อามีน
งานพิธีดังกล่าวสำเร็จลงอย่างงดงามยิ่งและจะเป็นการเริ่มต้นศักราชแห่งความพร้อมเพรียงของชุมชนไทย โดยที่เริ่มต้นจาก3องค์กรหลักบนพื้นฐานของความร่วมมือที่เป็นความรักและความเอื้ออาทรที่มีความรู้รักษ์สามัคคี สมดังที่พระมหาธีรราชเจ้าทรงนิพนธ์ว่า
ชนใดไร้รักสมัครสมาน
จะทำการสิ่งใดก็ไร้ผล
แม้นชาติย่อยยับอับจน
บุคคลจะอยู่สุขได้อย่างไร
วัสสลามมุอะลัยกุมฯ
รายงานสรุป : ดาวูด ตรีบำรุง