06/03/2026
พระอรหันต์องค์หนึ่งชื่อพระปัญจทีปกเถระได้เล่าประวัติการสร้างบุญในอดีตชาติไว้ว่า เราเชื่อสนิทในพระสัทธรรมของพระพุทธเจ้าพระนามว่าปทุมุตตระ ผู้ทรงอนุเคราะห์สัตว์ทั้งปวง เป็นผู้มีความเห็นตรง เราได้ถวายประทีป (ทำการบูชาด้วยประทีป) แวดล้อมไว้ที่ไม้โพธิ์ ในครั้งนั้นเราเชื่อจึงได้ทำการบูชาด้วยประทีปที่ไม้โพธิ์
เราเข้าถึงกำเนิดใด ๆ คือความเป็นเทวดาหรือมนุษย์ ในกำเนิดนั้น ๆ เทวดาทั้งหลายย่อมทรงดวงไฟไว้ในอากาศ นี้เป็นผลแห่งการบูชาด้วยประทีป เราย่อมมองเห็นได้ภายในฝาเรือน ภายในหินล้วน ตลอดล่วงภูเขาในที่ร้อยโยชน์โดยรอบ
ในพุทธกาลนี้ ได้บังเกิดในตระกูลที่สมบูรณ์ด้วยทรัพย์สมบัติแห่งหนึ่ง เจริญวัยแล้ว เกิดศรัทธาจึงออกบวชบรรพชาไม่นานนักก็ได้เป็นพระอรหันต์ ท่านเล่าวว่า “ด้วยกรรมที่เหลืออยู่นั้น เราเป็นผู้บรรลุความสิ้นอาสวะ เราทรงกายอันเป็นที่สุดนี้อยู่ในศาสนาของพระผู้มีพระภาคเจ้าผู้จอมสัตว์สองเท้า ในกัปที่ 3,400 (นับจากกัปนี้) ได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิมีพระนามว่า สตจักขุ มีพระเดชานุภาพมาก มีพละมาก”
คุณวิเศษของพระอรหันต์เหล่านี้ คือปฏิสัมภิทา 4 วิโมกข์ 8 และอภิญญา 6 เราทำให้แจ้งชัดแล้ว คำสอนของพระพุทธเจ้าเราได้ทำเสร็จแล้ว
คำอธิบายและแหล่งอ้างอิง
1. ต้นไม้ที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าแต่ละยุคประทับตรัสรู้เป็นต้นไม้ต่างชนิดกัน แต่ต้นไม้นั้นจะเรียกว่า "ต้นโพธิ์ ในยุคนั้นๆ" เช่น ต้นโพธิ์สมัยพระปทุมุตรพุทธเจ้า คือ ต้นสน, ต้นโพธิ์สมัยพระติสสพุทธเจ้า คือ ต้นประดู่, ต้นโพธิ์สมัยพระกัสสปพุทธเจ้า คือ ต้นไทร, ต้นโพธิ์สมัยพระสมณโคดมพุทธเจ้าหรือสมัยนี้ คือ ต้นอัสสัตถพฤกษ์ แม้ยุคนี้เราไม่ได้เจอพระพุทธเจ้าแต่การได้ปลูกต้นโพธิ์แล้วดูแลอย่างดีเพื่อเป็นพุทธบูชา การจุดประทีปบูชาที่ต้นโพธิ์ หรือการบูชาพระบรมสารีริกธาตุของพระพุทธเจ้า หรือ การศึกษาพระธรรมและนำมาปฏิบัติบูชาด้วยความเคารพ ก็ได้บุญมาก ดังที่บันทึกไว้ในพระไตรปิฎกว่า "ผู้ใดบูชาพระพุทธเจ้าผู้ยังดำรงพระชนม์อยู่ก็ดี บูชาพระธาตุแม้ประมาณเท่าเมล็ดผักกาดของพระพุทธเจ้าแม้นิพพานแล้วก็ดี เมื่อจิตอันเลื่อมใสของผู้นั้นเสมอกัน บุญก็มีผลมากเสมอกัน"
2. บุญที่ทำให้พระธชทายกเถระได้บรรลุเป็นพระอรหันต์นั้น ไม่ใช่เฉพาะบุญในชาตินั้นอย่างเดียว เป็นผลบุญรวมที่สร้างมาหลายชาติ แต่บุญนั้นท่านประทับใจจึงกล่าวไว้ในประวัติ
3. กัป เป็นหน่วยเวลาชนิดหนึ่งซึ่งนานมาก พระพุทธเจ้าตรัสว่า "กัปหนึ่งนานแล มิใช่ง่ายที่จะนับกัปนั้นว่า เท่านี้ปี ฯลฯ หรือว่าเท่านี้ 100,000 ปี เหมือนอย่างว่า นครที่ทำด้วยเหล็ก ยาวหนึ่งโยชน์ (คือ 16 กิโลเมตร) กว้างหนึ่งโยชน์ สูงหนึ่งโยชน์ เต็มด้วยเมล็ดพันธุ์ผักกาด บุรุษหยิบเอาเมล็ดพันธุ์ผักกาดเมล็ดหนึ่งๆ ออกจากนครนั้นโดยล่วงไปหนึ่งร้อยปีต่อเมล็ด เมล็ดพันธุ์ผักกาดกองใหญ่นั้นถึงความสิ้นไป เพราะความพยายามนี้ยังเร็วกว่าแล ส่วนกัปหนึ่งยังไม่ถึงความสิ้นไป กัปนานอย่างนี้"
4. พระไตรปิฎกและอรรถกถาแปล ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่ม 71 หน้า 227 - 228, เล่ม 26 หน้า 515-516, เล่ม 50 หน้า 341 - 342.