วัดแสนสำราญ

วัดแสนสำราญ วัดแสนสำราญนี้เก่าแก่ ญาติโยม ควรแ?

วัดเป็นแดนสงบแห่งจิตใจ เป็นสถานที่บำเพ็ญบุญกุศล ประกอบศาสนกิจของพุทธศาสนานิกชนทั่วไป ทางวัดได้จัดทำขึ้นมา เพื่อเผยแผ่คำสั่งสอนของพระพุทธองค์แก่ทุุกคนที่เข้ามาเยี่ยมชม

อรรถกถา สรัมภชาดกว่าด้วย การพูดดี-พูดชั่ว         พระศาสดา เมื่อทรงอาศัยพระนครสาวัตถี ประทับอยู่ ณ พระเชตวันมหาวิหาร ทรง...
30/08/2026

อรรถกถา สรัมภชาดก
ว่าด้วย การพูดดี-พูดชั่ว
พระศาสดา เมื่อทรงอาศัยพระนครสาวัตถี ประทับอยู่ ณ พระเชตวันมหาวิหาร ทรงปรารภโอมสวาทสิกขาบท ตรัสพระธรรมเทศนานี้ มีคำเริ่มต้นว่า กลฺยาณเมว มุญฺเจยฺย ดังนี้.
แม้เรื่องทั้งสอง ก็เป็นเช่นเดียวกับเรื่องที่กล่าวไว้แล้ว ในนันทวิสาลชาดก ในหนหลัง. (แปลกแต่ว่า) ในชาดกนี้ พระโพธิสัตว์เสวยพระชาติเป็นโคทรงกำลัง ชื่อ สารัมภะ ของพราหมณ์ผู้หนึ่งในพระนครตักกสิลา.
พระศาสดาตรัสเรื่องในอดีตนี้แล้ว ครั้นตรัสรู้พระสัมโพธิญาณแล้ว ตรัสพระคาถานี้ว่า :-
พึงเปล่งแต่วาจาดีเท่านั้น ไม่พึงเปล่งวาจาชั่วเลย การเปล่งวาจาดีสำเร็จประโยชน์ได้ เปล่งวาจาชั่ว ย่อมเดือดร้อน ดังนี้.

บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า กลฺยาณเมว มุญฺเจยฺย ความว่า บุคคลพึงเปล่ง คือพึงแถลง ได้แก่พึงกล่าวถ้อยคำที่พ้นจากโทษ ๔ ชื่อว่า ถ้อยคำดีงาม คือไม่มีโทษเท่านั้น.
บทว่า น หิ มุญฺเจยฺย ปาปิกํ ความว่า ไม่พึงเปล่งคำชั่ว คือคำลามก ได้แก่คำอันไม่เป็นที่รักไม่เป็นที่พอใจของคนอื่นๆ.
บทว่า โมกฺโข กลฺยาณิยา สาธุ ความว่า การเปล่งวาจาดีเท่านั้น ยังประโยชน์ให้สำเร็จ คือเป็นความดีงาม เป็นความเจริญในโลกนี้.
บทว่า มุตฺวา ตปฺปติ ปาปิกํ ความว่า ครั้นเปล่ง คือแถลง ได้แก่กล่าวคำชั่ว คือคำหยาบแล้วบุคคลนั้นย่อมเดือดร้อน คือเศร้าโศก ลำบาก.

พระศาสดาทรงนำพระธรรมเทศนานี้มาด้วยประการฉะนี้ แล้วทรงประชุมชาดกว่า
พราหมณ์ในครั้งนั้น ได้มาเป็น อานนท์
พราหมณีได้เป็น อุบลวรรณา
ส่วนโคสารัมภะ ได้มาเป็น เราตถาคต ฉะนี้แล.

ที่มา : https://84000.org/tipitaka/attha/attha.php?b=27&i=88

@ผู้ติดตาม @แฟนตัวยง

@ผู้ติดตาม @แฟนตัวยง
28/08/2026

@ผู้ติดตาม @แฟนตัวยง

28/08/2026

ธรรมาสน์สิงห์เทินบุษบก ประติมากรรมไทย-ญวน แห่งเมืองอุบลราชธานี
เชื่อว่าทุกคนในสังคมไทยหากเป็นชาวพุทธน่าจะเคยมีโอกาสได้ฟังพระธรรมเทศนาในวัดอย่างน้อยหนึ่งครั้ง โดยการแสดงธรรมเทศนาของพระสงฆ์นั้นจะนั่งอยู่บนแท่นที่สร้างหรือจัดขึ้นเพื่อใช้ประกอบศาสนพิธี เรียกว่า “ธรรมาสน์”
หนึ่งในธรรมาสน์ที่มีความสวยงามโดดเด่นคงหนีไม่พ้น “ธรรมาสน์สิงห์เทินบุษบก” วัดศรีนวลแสงสว่างอารมณ์ จ.อุบลราชธานี
ธรรมาสน์ของวัดนี้มีลักษณะแตกต่างจากธรรมาสน์ทั่วไปตรงที่เป็นตัวสิงห์ยืนเทินตัวธรรมาสน์ทรงปราสาทอยู่ สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นในช่วงปี พ.ศ. 2468-2470 โดยช่างฝีมือชาวไทยชีทวนกับชาวญวน
ในการสร้างธรรมาสน์นี้ได้สร้างหันหน้าไปทางทิศตะวันออก ลักษณะตัวสิงห์ ปราสาท หลังคามณฑป เป็นฝีมือผสมผสานของช่างญวนที่ได้รับอิทธิพลฝรั่งเศส ประติมากรรมรูปสิงห์เป็นโครงสร้างก่ออิฐถือปูนภายในกลวงอยู่ในท่ายืน บนตัวสิงห์เป็นช่องสี่เหลี่ยมจัตุรัสผนังทั้งสี่ด้านเจาะเป็นช่องโค้ง
ส่วนหลังคาเป็นเครื่องไม้ซ้อนกัน 3 ชั้น มีบันไดขึ้นทางทิศใต้ รอบธรรมาสน์สิงห์ล้อมด้วยกำแพงไม้ระแนง ส่วนฐานที่รองรับขาสิงห์ประดับด้วยประติมากรรมรูปต่าง ๆ แสดงเรื่องราวเกี่ยวกับพระเวสสันดรชาดก
ธรรมาสน์สิงห์ด้านทิศเหนือ บริเวณหลังคามีลายฉลุไม้ลดหลั่นเป็นลวดลายเมฆแบบจีน เช่น ลายเมฆยู่อี่ และมีตัวอักษรโซ่งจื้อ หรืออักษรซิ่วในวงกลม หมายถึงความอุดมสมบูรณ์ ความหวัง ตัวเรือนจะประกอบไปด้วยลวดลายเทวดามีพาหนะเป็นค้างคาว หมายถึงเทพที่คอยปกป้องรักษาธรรมาสน์ตัวนี้ ลวดลายเทวดาในท่าฟ้อนรำ หมายถึงการร่วมยินดีในการประกอบพิธีกรรมทางศาสนา มีค้างคาวตรงมุมบนทั้ง 2 ด้าน หมายถึงโชคลาภ
มีลายสัตว์ต่าง ๆ คาบดอกไม้ เช่น นก กระรอก เสือ และหงส์ แสดงถึงความเคารพศรัทธาในศาสนา มีหัวมังกรที่ทำให้เป็นต้นกำเนิดของลวดลายพันธุ์พฤกษา และมีดอกโบตั๋น ไม้มงคลของจีน ตัวสิงห์มีลายปั้นแบบนูนต่ำ เป็นลายเกล็ดผสมผสานกับลายพันธุ์พฤกษา ตรงกลางลำตัวสิงห์มีผ้าทิพย์ห้อยลงมา
ธรรมาสน์สิงห์ด้านทิศใต้ มีเสาหงส์คู่มีตุงติดอยู่ หมายถึงการบูชาพระรัตนตรัย บริเวณทางขึ้นมีซุ้มพระเหนือประตูทางเข้าธรรมาสน์ มีลวดลายนาค 2 ตัวเอาหางพันกัน บริเวณหลังคาฉลุลายเครือเถาลายดอกไม้ขนาดเล็ก และดอกไม้ขนาดใหญ่อยู่ตรงกลาง มีลายสัตว์ต่าง ๆ เช่น มังกร นก และมีรูปหงส์สลัก ข้างในตัวหงส์เป็นลายพันธุ์พฤกษา ส่วนหัวสลักเป็นรูปวงกลมคล้ายดวงอาทิตย์หรือดวงจันทร์
ตัวเรือนก็มีรูปหงส์อยู่ตรงกลางเช่นกัน หมายถึงความสง่างาม มีหัวมังกรที่ตรงลำตัวทำให้เป็นพันธุ์พฤกษา อีกทั้งยังมีรูปบุคคลที่แต่งกายคล้ายทหาร ซึ่งตามความเชื่อของทางอีสาน หมายถึงบุคคลที่คอยดูแลศาสนสถานเหล่านั้น ตัวสิงห์มีลักษณะเดียวกันกับตัวสิงห์ทางด้านทิศเหนือ
ธรรมาสน์สิงห์ด้านทิศตะวันออก เป็นหัวของตัวสิงห์ ออกแบบตามศิลปะญวน หงอนบนตัวสิงห์ลักษณะคล้ายเปลวเพลิง ดวงตาใช้กระจกเงาแบบโบราณที่มีโลหะล้อมรอบ ปากอ้าเห็นฟันและเขี้ยวชัดเจน บริเวณหลังคาฉลุลายเครือเถา ลายดอกไม้ ลายมังกร 2 ตัว หันหน้าเข้าหาดอกไม้ขนาดใหญ่ตรงกลาง และรูปไก่ 2 ตัวหันหน้าเข้าหากันท่ามกลางลวดลายต่าง ๆ รวมถึงมีก้อนเมฆด้านบน ซึ่งเป็นศิลปะแบบจีนหรือเวียดนาม
ตัวเรือนมีรูปหน้ากาล ตามความเชื่อนิยมนำมาประดับตกแต่งซุ้มประตูหน้าต่างในศาสนสถาน มีหัวมังกรที่ตรงลำตัวทำให้เป็นพันธุ์พฤกษา ทางด้านซ้ายมีรูปคน 2 คน คนแรกแต่งกายในลักษณะชาวจีน และอีกคนแต่งกายในลักษณะชาวพม่า
และทางด้านขวามีรูปคน 3 คน ซึ่ง 2 คนแรก เป็นชายหญิงเดินควงกัน แต่งกายลักษณะชาวฝรั่งเศส และคนที่ 3 คือคนรับใช้ที่บนหัวมีถาดใส่ปลา ดอกบัว และดอกโบตั๋น ซึ่งตามความเชื่อของจีนหมายถึง ความอุดมสมบูรณ์ นอกจากนี้ยังมีรูปสัตว์ต่าง ๆ ประกอบ
ธรรมาสน์สิงห์ด้านทิศตะวันตก เป็นส่วนหางของธรรมาสน์สิงห์ พื้นที่ก่อนที่จะเป็นหาง ทำปูนปั้นลายพันธุ์พฤกษา ก่อนโคนหางมีปูนปั้นลักษณะคล้ายกาบ 2 ชั้น ทั้งหมด 5 กาบ ส่วนหางแยกเป็น 4 เส้น มีความยาวลดหลั่นกันไป และมีลวดลายคล้ายก้อนเมฆหลากสี
บริเวณหลังคาฉลุลายเครือเถา ลายดอกไม้ ลายมังกร 2 ตัวหันหน้าเข้าหาดอกไม้ มี 15 กลีบ และรูปนางเงือก อยู่ในท่าว่ายน้ำเล่นอย่างมีความสุข ซึ่งนางเงือกจะสวมมงกุฎ กรองคอ และกำไล ตัวเรือนมีรูปหน้ากาล มีหัวมังกรที่ตรงลำตัวทำเป็นพันธุ์พฤกษา และมีรูปคนจีนผมแกระทั้งสองข้าง คนแรกมือซ้ายถือดอกโบตั๋น อีกคนสวมหมวกมียอดแหลม และมีรูปสัตว์ต่าง ๆ เช่น นก ม้า เป็นต้น
สำหรับธรรมาสน์สิงห์เทินบุษบก วัดศรีนวลแสงสว่างอารมณ์ กรมศิลปากรบูรณะ 2 รอบคือ พ.ศ. 2541 และอีกครั้งเมื่อ พ.ศ. 2563
เรื่อง : ศุภาวีร์ รักษา
ภาพ : ธรรมาสน์สิงห์เทินบุษบก (ภาพจาก : สำนักศิลปากรที่ 9 อุบลราชธานี)
#ธรรมาสน์สิงห์เทินบุษบก #ธรรมาสน์ #วัดศรีนวลแสงสว่างอารมณ์ #อุบลราชธานี #ศิลปวัฒนธรรม

@ผู้ติดตาม @แฟนตัวยง
28/08/2026

@ผู้ติดตาม @แฟนตัวยง

28/08/2026
๖. เรื่องเศรษฐีชื่อพิฬาลปทกะ [๑๐๐]                  ข้อความเบื้องต้น                  พระศาสดา เมื่อประทับอยู่ในพระเชตวั...
27/08/2026

๖. เรื่องเศรษฐีชื่อพิฬาลปทกะ [๑๐๐]

ข้อความเบื้องต้น
พระศาสดา เมื่อประทับอยู่ในพระเชตวัน ทรงปรารภเศรษฐีชื่อพิฬาลปทกะ (เศรษฐีตีนแมว) ตรัสพระธรรมเทศนานี้ว่า "มาวมญฺเญถ ปุญฺญสฺส" เป็นต้น.

ให้ทานเองและชวนคนอื่น ได้สมบัติ ๒ อย่าง

ความพิสดารว่า สมัยหนึ่ง ชาวเมืองสาวัตถีพากันถวายทานแด่ภิกษุสงฆ์มีพระพุทธเจ้าเป็นประธาน โดยเนื่องเป็นพวกเดียวกัน. อยู่มาวันหนึ่ง พระศาสดา เมื่อจะทรงทำอนุโมทนา ตรัสอย่างนี้ว่า
"อุบาสกอุบาสิกาทั้งหลาย บุคคลบางคนในโลกนี้ให้ทานด้วยตน (แต่) ไม่ชักชวนผู้อื่น, เขาย่อมได้โภคสมบัติ (แต่) ไม่ได้บริวารสมบัติ ในที่แห่งตนเกิดแล้วๆ, บางคนไม่ให้ทานด้วยตน ชักชวนแต่คนอื่น, เขาย่อมได้บริวารสมบัติ (แต่) ไม่ได้โภคสมบัติ ในที่แห่งตนเกิดแล้วๆ; บางคนไม่ให้ทานด้วยตนด้วย ไม่ชักชวนคนอื่นด้วย, เขาย่อมไม่ได้โภคสมบัติไม่ได้บริวารสมบัติ ในที่แห่งตนเกิดแล้วๆ; เป็นคนเที่ยวกินเดน บางคนให้ทานด้วยตนด้วย ชักชวนคนอื่นด้วย, เขาย่อมได้ทั้งโภคสมบัติและบริวารสมบัติ ในที่แห่งตนเกิดแล้วๆ."

บัณฑิตเรี่ยไรของทำบุญ

ครั้งนั้น บัณฑิตบุรุษผู้หนึ่งฟังธรรมเทศนานั้นแล้ว คิดว่า "โอ! เหตุนี้น่าอัศจรรย์ บัดนี้ เราจักทำกรรมที่เป็นไปเพื่อสมบัติทั้งสอง" จึงกราบทูลพระศาสดาในเวลาเสด็จลุกไปว่า "ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ พรุ่งนี้ ขอพระองค์จงทรงรับภิกษาของพวกข้าพระองค์."
พระศาสดา. ก็ท่านมีความต้องการด้วยภิกษุสักเท่าไร ?
บุรุษ. ภิกษุทั้งหมด พระเจ้าข้า.
พระศาสดาทรงรับแล้ว.
แม้เขาก็เข้าไปยังบ้าน เที่ยวป่าวร้องว่า "ข้าแต่แม่และพ่อทั้งหลาย ข้าพเจ้านิมนต์ภิกษุสงฆ์มีพระพุทธเจ้าเป็นประธาน เพื่อฉันภัตตาหารในวันพรุ่งนี้, ผู้ใดอาจถวายแก่ภิกษุทั้งหลายมีประมาณเท่าใด, ผู้นั้นจงให้วัตถุต่างๆ มีข้าวสารเป็นต้น เพื่อประโยชน์แก่อาหารมียาคูเป็นต้น เพื่อภิกษุทั้งหลายมีประมาณเท่านั้น, พวกเราจักให้หุงต้มในที่แห่งเดียวกันแล้วถวายทาน"

เหตุที่เศรษฐีมีชื่อว่าพิฬาลปทกะ

ทีนั้น เศรษฐีคนหนึ่งเห็นบุรุษนั้นมาถึงประตูร้านตลาดของตน ก็โกรธว่า "เจ้าคนนี้ ไม่นิมนต์ภิกษุแต่พอ (กำลัง) ของตน ต้องมาเที่ยวชักชวนชาวบ้านทั้งหมด (อีก)" จึงบอกว่า "แกจงนำเอาภาชนะที่แกถือมา" ดังนี้แล้ว เอานิ้วมือ ๓ นิ้วหยิบ ได้ให้ข้าวสารหน่อยหนึ่ง ถั่วเขียว ถั่วราชมาษก็เหมือนกันแล.
ตั้งแต่นั้น เศรษฐีนั้นจึงมีชื่อว่าพิฬาลปทกเศรษฐี. แม้เมื่อจะให้เภสัชมีเนยใสและน้ำอ้อยเป็นต้น ก็เอียงปากขวดเข้าที่หม้อ ทำให้ปากขวดนั้นติดเป็นอันเดียวกัน ให้เภสัชมีเนยใสและน้ำอ้อยเป็นต้นไหลลงทีละหยดๆ ได้ให้หน่อยหนึ่งเท่านั้น.
อุบาสกทำวัตถุทานที่คนอื่นให้โดยรวมกัน (แต่) ได้ถือเอาสิ่งของที่เศรษฐีนี้ให้ไว้แผนกหนึ่งต่างหาก.

เศรษฐีให้คนสนิทไปดูการทำของบุรุษผู้เรี่ยไร

เศรษฐีนั้นเห็นกิริยาของอุบาสกนั้นแล้ว คิดว่า "ทำไมหนอ เจ้าคนนี้จึงรับสิ่งของที่เราให้ไว้แผนกหนึ่ง?" จึงส่งจูฬุปัฏฐากคนหนึ่งไปข้างหลังเขา ด้วยสั่งว่า "เจ้าจงไป จงรู้กรรมที่เจ้านั่นทำ" อุบาสกนั้นไปแล้ว กล่าวว่า "ขอผลใหญ่จงมีแก่เศรษฐี." ดังนี้แล้วใส่ข้าวสาร ๑-๒ เมล็ด เพื่อประโยชน์แก่ยาคู ภัตและขนม ใส่ถั่วเขียวถั่วราชมาษบ้าง หยาดน้ำมันและหยาดน้ำอ้อยเป็นต้นบ้าง ลงในภาชนะทุกๆ ภาชนะ.

จูฬุปัฏฐากไปบอกแก่เศรษฐีแล้ว.

เศรษฐีฟังคำนั้นแล้ว จึงคิดว่า "หากเจ้าคนนั้นจักกล่าวโทษเราในท่ามกลางบริษัทไซร้ พอมันเอ่ยชื่อของเราขึ้นเท่านั้น เราจักประหารมันให้ตาย." ในวันรุ่งขึ้น จึงเหน็บกฤชไว้ในระหว่างผ้านุ่งแล้ว ได้ไปยืนอยู่ที่โรงครัว.

ฉลาดพูดทำให้ผู้มุ่งร้ายกลับอ่อนน้อม

บุรุษนั้นเลี้ยงดูภิกษุสงฆ์มีพระพุทธเจ้าเป็นประธาน แล้วกราบทูลพระผู้มีพระภาคเจ้าว่า "ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ข้าพระองค์ชักชวนมหาชนถวายทานนี้ พวกมนุษย์ข้าพระองค์ชักชวนแล้วในที่นั้น ได้ให้ข้าวสารเป็นต้นมากบ้างน้อยบ้าง ตามกำลังของตน ขอผลอันไพศาลจงมีแก่มหาชนเหล่านั้นทั้งหมด."
เศรษฐีได้ยินคำนั้นแล้ว คิดว่า "เรามาด้วยตั้งใจว่า ‘พอมันเอ่ยชื่อของเราขึ้นว่า เศรษฐีชื่อโน้นถือเอาข้าวสารเป็นต้นด้วยหยิบมือให้, เราก็จักฆ่าบุรุษนี้ให้ตาย’, แต่บุรุษนี้ทำทานให้รวมกันทั้งหมด แล้วกล่าวว่า ‘ทานที่ชนเหล่าใดตวงด้วยทะนานเป็นต้นแล้วให้ก็ดี, ทานที่ชนเหล่าใดถือเอาด้วยหยิบมือแล้วให้ก็ดี, ขอผลอันไพศาล จงมีแก่ชนเหล่านั้นทั้งหมด’, ถ้าเราจักไม่ให้บุรุษเห็นปานนี้อดโทษไซร้, อาชญาของเทพเจ้าจักตกลงบนศีรษะของเรา."
เศรษฐีนั้นหมอบลงแทบเท้าของอุบาสกนั้นแล้วกล่าวว่า "นาย ขอนายจงอดโทษให้ผมด้วย" และถูกอุบาสกนั้นถามว่า "นี้อะไรกัน?" จึงบอกเรื่องนั้นทั้งหมด.
พระศาสดาทรงเห็นกิริยานั้นแล้ว ตรัสถามผู้ขวนขวายในทานว่า "นี่อะไรกัน ?"
เขากราบทูลเรื่องนั้นทั้งหมดตั้งแต่วันที่แล้วๆ มา.

อย่าดูหมิ่นบุญว่านิดหน่อย

ทีนั้น พระศาสดาตรัสถามเศรษฐีนั้นว่า "นัยว่า เป็นอย่างนั้นหรือ? เศรษฐี." เมื่อเขากราบทูลว่า "อย่างนั้น พระเจ้าข้า."
ตรัสว่า "อุบาสก ขึ้นชื่อว่าบุญ อันใครๆ ไม่ควรดูหมิ่นว่า ‘นิดหน่อย,’ อันบุคคลถวายทานแก่ภิกษุสงฆ์มีพระพุทธเจ้าเช่นเราเป็นประธานแล้ว ไม่ควรดูหมิ่นว่า ‘เป็นของนิดหน่อย’ ด้วยว่า บุรุษผู้บัณฑิตทำบุญอยู่ย่อมเต็มไปด้วยบุญโดยลำดับแน่แท้ เปรียบเหมือนภาชนะที่เปิดปากย่อมเต็มไปด้วยน้ำ ฉะนั้น." ดังนี้แล้ว

เมื่อจะทรงสืบอนุสนธิแสดงธรรม จึงตรัสพระคาถานี้ว่า :-

๖. มาวมญฺเญถ ปุญฺญสฺส น มตฺตํ อาคมิสฺสติ
อุทพินฺทุนิปาเตน อุทกุมฺโภปิ ปูรติ
อาปูรติ ธีโร ปุญฺญสฺส โถกํ โถกํปิ อาจินํ.
บุคคลไม่ควรดูหมิ่นบุญว่า ‘บุญมีประมาณน้อยจักไม่มาถึง’
แม้หม้อน้ำยังเต็มด้วยหยาดน้ำที่ตกลงมา (ทีละหยาดๆ) ได้ฉันใด,
ธีรชน (ชนผู้มีปัญญา) สั่งสมบุญแม้ทีละน้อยๆ ย่อมเต็มด้วยบุญได้ฉันนั้น.

แก้อรรถ
เนื้อความแห่งพระคาถานั้นว่า :-

"มนุษย์ผู้บัณฑิต ทำบุญแล้วอย่าดูหมิ่น คือไม่ควรดูถูกบุญ อย่างนี้ว่า ‘เราทำบุญมีประมาณน้อย บุญมีประมาณน้อยจักมาถึง ด้วยอำนาจแห่งวิบากก็หาไม่. เมื่อเป็นเช่นนี้ กรรมนิดหน่อยจักเห็นเราที่ไหน? หรือว่าเราจักเห็นกรรมนั้นที่ไหน? เมื่อไรบุญนั่นจักเผล็ดผล?’
เหมือนอย่างว่า ภาชนะดินที่เขาเปิดฝาตั้งไว้ ย่อมเต็มด้วยหยาดน้ำที่ตกลงมา (ทีละหยาดๆ) ไม่ขาดสายได้ฉันใด, ธีรชน คือบุรุษผู้เป็นบัณฑิต เมื่อสั่งสมบุญทีละน้อยๆ ชื่อว่าเต็มด้วยบุญได้ ฉันนั้น."
ในกาลจบเทศนา เศรษฐีนั้นบรรลุโสดาปัตติผลแล้ว.
พระธรรมเทศนาได้มีประโยชน์แม้แก่บริษัทที่มาประชุมกัน ดังนี้แล.

เรื่องเศรษฐีชื่อพิฬาลปทกะ จบ.
------------------------------------------------------------
ที่มา : https://84000.org/tipitaka/attha/attha.php?b=25&i=19&p=6

@ผู้ติดตาม @แฟนตัวยง

วันศุกร์ที่ 28 สิงหาคม 2569 พบกับ ตลาดไทยช่วยไทย ลดภาระลดค่าครองชีพ อำเภอวารินชำราบ นัดพิเศษ ที่ วัดแสนสำราญ ตำบลวารินชำ...
27/08/2026

วันศุกร์ที่ 28 สิงหาคม 2569 พบกับ ตลาดไทยช่วยไทย ลดภาระลดค่าครองชีพ อำเภอวารินชำราบ นัดพิเศษ ที่ วัดแสนสำราญ ตำบลวารินชำราบ
เวลา 07.00 น. เป็นต้นไป
พร้อมกิจกรรมตักบาตรถนนสายวัฒนธรรม นำสู่ทาน ศีล และการสงเคราะห์ นายอำเภอพาเข้าวัด แต่งผ้าไทยใส่บาตรทุกวันธรรมสวนะ
@ผู้ติดตาม @แฟนตัวยง

วันศุกร์ที่ 28 สิงหาคม 2569 พบกับ ตลาดไทยช่วยไทย ลดภาระลดค่าครองชีพ อำเภอวารินชำราบ นัดพิเศษ ที่ วัดแสนสำราญ ตำบลวารินชำราบ
เวลา 07.00 น. เป็นต้นไป

พร้อมกิจกรรมตักบาตรถนนสายวัฒนธรรม นำสู่ทาน ศีล และการสงเคราะห์ นายอำเภอพาเข้าวัด แต่งผ้าไทยใส่บาตรทุกวันธรรมสวนะ

ที่อยู่

29 ถนนศรีสะเกษ1 ตำบลวารินชำราบ อำเภอวารินชำราบ จังหวัดอุบลราชธานี
Warin Chamrap
34190

เบอร์โทรศัพท์

+66986353949

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ วัดแสนสำราญผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ทางลัด

แชร์

ประเภท