23/05/2026
เมื่อกาลเวลาล่วงเลยผ่านมาถึงจุดหนึ่ง เราจะเห็นว่า ความสุขก็ดี ความยากลำบากก็ดี ที่เคยผ่านเข้ามาในชีวิต ทุกอย่างไม่ใช่คำตอบแห่งการใช้ชีวิตที่สมบูรณ์ เราจะเห็นความไม่นอนของทุกเรื่อง.... และความไม่คงที่แห่งสัญญาต่างๆ... ความเปลี่ยนแปลงของทุกอย่างเริ่มชัดขึ้นรอบตัวเรา แม้กระทั่งคนรอบตัว....ที่ค่อยๆ หายไปจากชีวิตทีละคน และจะมีคนใหม่ๆ เข้ามาแทนที่... สิ่งเดียวที่หลงเหลืออยู่คือ ความทรงจำ... ซึ่งมีทั้งสวยงามและไม่ถูกใจ ที่ทิ่มแทงใจ.....
แต่เมื่อเราพิจารณาอย่างรอบคอบแล้ว จะเห็นความเป็นไปของทุกชีวิตที่ต้องประสบพบเจอด้วยกันทั้งนั้น เพียงแค่คนละเรื่องราว หรือลักษณะคล้ายกันไปตามวิถีชีวิต
วันนี้จะเห็นว่า สังคมมีความหลากหลายมาก เช่น ภาษา อาหาร เพศ การแต่งกาย ค่านิยม เป็นต้น สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นกระแสนิยมที่มีการปรับไปตามกาลเวลา แต่สังคมชนบทบ้านเรา ก็มีความเชื่อ ประเพณีและวัฒนธรรม ที่เริ่มเปลี่ยนไปตามกระแสนิยมเช่นเดียวกัน....ทำให้เกิดการปรับรูปแบบกิจกรรมต่างๆ ตามระเบียบ แบบแผนทางสังคมในปัจจุบัน.....
ดังนั้นสิ่งสำคัญ ในการเป็น "พุทธศากยบุตร" นอกจากมองสังคมอย่างรอบด้านให้ลึกซึ้งอย่างถ่องแท้แล้ว ต้องมีหลักที่พ่อแม่ครูบาอาจารย์ พาปฏิบัติ ที่เราเคยศึกษาพากเพียรฝึกฝนมา ได้ถ่ายทอด เผยแผ่ ให้สังคมเข้าใจ มากกว่าการวิพากษ์วิจารณ์สังคม อย่างไร้สติ... ..
ประโยคสำคัญที่ว่า....
"รักษาคำสอน คือ รักษาพระธรรมวินัย และรักษาพระธรรมวินัย คือ การรักษาพระศาสนา"
สาราณียธรรม
พระมหาติ่ง มหิสฺสโร,ดร.
๒๓/พ.ย/๖๙