พุทธมหาเจดีย์หลวงตาพระมหาบัว ญาณสมฺปนฺโน ภูผาแดงฯ

พุทธมหาเจดีย์หลวงตาพระมหาบัว ญาณสมฺปนฺโน ภูผาแดงฯ เผยแผ่ธรรมะองค์ศาสดา พ่อแม่ครูอาจารย์ และรายงานความคืบหน้าการก่อสร้างพุทธมหาเจดีย์ โดยคณะศิษย์ภูผาแดง

คณะศิษยานุศิษย์โดยคณะสงฆ์วัดป่าภูผาแดงและศิษย์ฆราวาสได้จัดทำเพจเพื่อบูชาคุณองค์หลวงตาพระมหาบัว และองค์หลวงปู่ลี กุสลธโร

โลกใบนี้ไม่มีอะไร ความจริงมีอยู่แค่มืดกับแจ้ง อย่าวิ่งตามสมมติ มันเป็นอย่างนั้น โลกอันนี้น่ะ พ่อแม่ครูบาอาจารย์ไม่ได้ขาด...
24/05/2026

โลกใบนี้ไม่มีอะไร ความจริงมีอยู่แค่มืดกับแจ้ง
อย่าวิ่งตามสมมติ มันเป็นอย่างนั้น โลกอันนี้น่ะ
พ่อแม่ครูบาอาจารย์ไม่ได้ขาดพุทโธ
อย่างองค์หลวงปู่ขาว ไม่ได้ขาดพุทโธนะ
ถ้าพิจารณาตามสัญญาก็ได้แค่นั้น
ท่านบังคับสติให้เป็นมหาสติ บังคับปัญญาให้เป็นมหาปัญญา
ให้บังคับ...ถ้าจิตสงบเข้าไปมันต้องมีแสง บางทีก็เกิดเป็นแสงแพ่บๆ
บางทีก็เป็นแสงคล้ายไฟฉายขึ้นมา เราต้องย้อนมาดูตัวเราเสมอ
วันหนึ่งคืนหนึ่งอย่าให้ออกจากสมาธิ นั่นล่ะมันจะเกิด...อย่าให้ฟุ้งซ่าน
เพราะถ้าคิดไปคิดมามันก็ลงโน่นล่ะ...น้ำครำของเก่าเรานั่น
พากันภาวนา ตอนกลางวัน ตอนเย็นให้พากันเดินจงกรม
ตรงที่มันสงบสงัด สภาพร่างกายผมตอนนี้ก็ไม่แข็งแรง
โรคแก่ โรคเจ็บ โรคตาย มันมาประจักษ์ในกายแล้วทำยังไงได้ล่ะ
พระพุทธเจ้าท่านว่า เกิด แก่ เจ็บ ตาย มันมีเท่านั้น
เราจะฝืนธรรมชาติไปไม่ได้ เอาไปพิจารณาใคร่ครวญนะ
การวิปัสนามันย่อมรู้จริงเห็นจริง ไม่ได้ฟังตามตำรามา มันรู้เอง
พระพุทธเจ้าท่านตรัสรู้มาไม่มีครูไม่มีอาจารย์
จิตถ้าไม่สงบให้เอาพุทโธเข้ากำกับจิตใจตนเอง
อย่าเอาทางโลกทางสงสารมาคิดมาคำนึง ให้มันอยู่กับพุทโธ
นี่...พุทธคุณ ธรรมคุณ เอามาท่อง...เรื่องคิดเล่นๆหัวๆล่ะ
โอ๊ย...มันไม่เห็นอะไรล่ะ มันไม่ต่างกันกับโลกเขานะ
เวลานั่งเข้าไปก็ปรุงไปล่ะ เอาลูกเอาเมีย เอานั่นเอานี่ไป
โอ๊ย...ดูมันช่างห่างไกลจากคำสอนของพระพุทธองค์เสียนี่กระไร
แล้วมันจะเห็นอะไร องค์ท่านเดินไปอย่างหนึ่ง เราเดินไปอีกทางหนึ่ง
หลวงปู่ลี กุสลธโร วัดป่าภูผาแดง อ.หนองวัวซอ จ.อุดรธานี
เทศน์อบรมพระในพรรษา พุทธศักราช ๒๕๔๒

ตะวันนับแต่ก้าวขึ้นสู่ท้องฟ้า เร็วที่จะอัสดงคตคือก้าวลงสู่ความดับ สังขารธรรมทั้งหลายภายนอกภายในก็เช่นเดียวกัน นับวันจะก้...
24/05/2026

ตะวันนับแต่ก้าวขึ้นสู่ท้องฟ้า
เร็วที่จะอัสดงคตคือก้าวลงสู่ความดับ
สังขารธรรมทั้งหลายภายนอกภายในก็เช่นเดียวกัน
นับวันจะก้าวหน้าเข้าสู่ความแตกดับ
พึงพิจารณาด้วยปัญญาให้รู้เท่าทันสังขาร
เพื่อปล่อยวางไว้ตามสภาพ จะหมดกังวลในภาระใด ๆ
ประจักษ์ใจก่อนสังขารธรรมจะแตกดับล่วงลับไป
สิ่งใดปรากฏขัดข้องในใจ สิ่งนั้นคือธรรมเครื่องสอนเรา
รีบหยิบยกขึ้นพิจารณาทันทีที่ปรากฏ อย่าปล่อยไว้ให้เป็นข้าศึกแก่เรา
สิ่งที่ปรากฏเฉพาะหน้านั้นแล เรียกว่าปัจจุบัน
ความรู้สึกตัวทันทีที่สิ่งนั้น ๆ มาปรากฏ แล้วรีบพิจารณาแก้ไข
นี้ก็เรียกว่าปัจจุบัน ปัจจุบันแก้ปัจจุบัน
จึงจะเห็นความบริสุทธิ์ไปเป็นขั้น ๆ
จนถึงความบริสุทธิ์อย่างสมบูรณ์
....................................................................

หลวงตาพระมหาบัว ญาณสัมปันโน
คัดจากหนังสือ ธัมมะในลิขิต ฉบับที่ ๑๔

การปฏิบัติบูชาภาวนาเป็นสิทธิของบุคคลเรา เราต้องการเร็ว เราก็ไปให้เร็ว เดิน-วิ่งให้เร็วก็ถึงจุดหมายปลายทางเร็วถ้ามัวช้า เ...
24/05/2026

การปฏิบัติบูชาภาวนาเป็นสิทธิของบุคคลเรา
เราต้องการเร็ว เราก็ไปให้เร็ว
เดิน-วิ่งให้เร็วก็ถึงจุดหมายปลายทางเร็ว
ถ้ามัวช้า เก็บดอกไม้ข้างทางอยู่ ดอกไม้นั้นก็สวย
ดอกไม้นี้ก็สวยเลยไปไม่ถึงไหน อยู่แค่นั้นแหล่ะ
..................................................................

หลวงตาพระมหาบัว ญาณสัมปันโน

การทำบุญ ไม่จำเป็นต้องมีเงินทองข้าวของตั้งแสนตั้งล้านมาทำ เราทำด้วยน้ำใจ เรามีมากน้อยทำตามกำลังศรัทธาความสามารถของเรา เช...
24/05/2026

การทำบุญ ไม่จำเป็นต้องมีเงินทองข้าวของตั้งแสนตั้งล้านมาทำ เราทำด้วยน้ำใจ เรามีมากน้อยทำตามกำลังศรัทธาความสามารถของเรา เช่น ให้ทาน เรามีอะไรเราก็ทาน น้ำใจเป็นสำคัญมาก วัตถุเป็นเครื่องประกอบ ถ้าวัตถุของเราไม่ดีไม่เยี่ยมสมใจที่อยากมี เอ๊า เรามีอะไรก็ทานอันนั้น ด้วยน้ำใจที่รักบุญรักทาน ก็ได้บุญมากเช่นเดียวกัน ข้อสำคัญอยู่ที่น้ำใจ เอ้า วัตถุดีด้วย น้ำใจดีด้วย ก็ยิ่งเพิ่มขึ้นไปอีกและภาวนาพุทฺโธ ธมฺโม สงฺโฆ อย่าละอย่าวาง อยู่ที่ไหนก็นึกพุทโธ ถึงองค์ศาสดาได้ ผลที่ปรากฏขึ้นมาก็คือความรู้ได้แก่ใจของเรานี้เด่นดวง
เราระลึกถึงพระพุทธเจ้าไม่ได้หมายจะเอาความสุขความสบาย ผลประโยชน์อันใดน้อมถวายพระพุทธเจ้า เราระลึกถึงพระพุทธเจ้าคือพุทธะ ก็หมายถึงความระลึกรู้จิตตัวเอง ที่มีอยู่กับตัวเรานี้แลให้เป็นความรู้ที่เด่นดวงขึ้นมา แต่อาศัยพระนามของพระพุทธเจ้า ชื่อของพระพุทธเจ้า เข้ามาบริกรรมภายในจิตใจ ว่าพุทโธๆ เพื่อส่งเสริมจิตของเราต่างหาก เมื่อพุทโธ กับความรู้ของเรากลมกลืนกันอย่างสนิทแล้ว คำว่าพุทโธอันแท้จริง ก็คือความรู้ของเราที่เด่นดวงอยู่ในเวลานั้นนั่นแล อันเป็นผลมาจากการภาวนาพุทโธ นี่ก็เป็นบุญอันหนึ่ง เป็นความผาสุกเย็นใจไม่มีสิ้นสุด ตามแต่ผู้ภาวนาได้มากน้อย ให้พากันบำเพ็ญคุณงามความดีดังที่กล่าวมา ใจจะมีที่ยึดที่เกาะ ใจจะไม่ว้าเหว่เคว้งคว้าง ใจจะมีความสุข ความอบอุ่นประจำตนในที่ทุกสถานตลอดกาลทุกเมื่อ
อย่าตำหนิติเตียนตนเองว่าบุญน้อยวาสนาน้อย ว่าทุกข์ว่าจน คนเราถ้าพูดถึงเรื่องทุกข์แล้ว ทุกข์ด้วยกันทุกคน ทุกๆ คนทั้งคนมีคนจน คนโง่ คนฉลาด เกิดมาทีแรกผ้าผืนหนึ่งก็ไม่ได้ติดตัวมา มีแต่ร่างเปล่าๆ เท่านั้น สิ่งเหล่านี้มีอยู่กับโลก ร่างกายนี้ก็คือธาตุสี่ ดิน น้ำ ลม ไฟ ผสมกันเข้า มีจิตเข้าไปเป็นตัวการยึดครองเป็นเจ้าของ ก็แปรรูปมาเป็นหญิงเป็นชายเป็นสัตว์เป็นบุคคลดังที่เห็นกันอยู่นี่แล เวลาจะตายก็ต้องสละสิ่งเหล่านี้ไว้ตามโลกเดิมธาตุเดิมของเดิมของเขา
สมบัติเงินทองข้าวของมีมากน้อย เสื้อผ้าที่อยู่ที่อาศัยปัจจัยต่างๆ ตลอดร่างกายของเรา ก็ต้องมอบไว้เป็นสมบัติเดิมของโลกไป ใครจะยึดจะถือจะหอบจะแบกจะหามไปด้วยไม่ได้ นอกจากคุณงามความดีที่เราอาศัยสิ่งสมมุติเหล่านี้เป็นเครื่องมือทำไว้ในเวลามีชีวิตอยู่เท่านั้น เช่นอาศัยวัตถุเหล่านี้เป็นทาน อาศัยร่างกายอันนี้บำเพ็ญกุศล ผลที่เกิดขึ้นจากการกระทำด้วยวัตถุใดก็เป็นความดี เป็นบุญหลั่งไหลเข้าไปเป็นสมบัติของใจ สิ่งนี้แลที่จะติดสอยห้อยตามเราจริงๆ คือบุญนี้แล นี้เป็นของแท้ เป็นสมบัติแน่ใจ เป็นสมบัติที่ฝากเป็นฝากตายฝากผีฝากไข้ได้ไม่สงสัย ฉะนั้นจงอย่าได้นอนใจ อย่าได้ตำหนิติเตียนตนว่าเป็นคนทุกข์คนจนแล้วไม่สร้างบุญ จะขาดทุนร่ำไป คนจนนั่นแลสร้างบุญ คนมีนั่นแลสร้างบุญ เพราะต้องการความสุขความเจริญด้วยกัน
พูดถึงเรื่องมี มีด้วยกัน จนด้วยกัน ใครไม่ได้เป็นเศรษฐีมาตั้งแต่อยู่ในท้อง เกิดมาค่อยเป็นเศรษฐี เมื่อมีสมบัติมาก สกุลร่ำรวย วาสนาอำนวย ผู้เป็นคนจนก็ไม่ควรเสียใจ เพราะนั่นเป็นกรรมนิยมต่างๆ กัน สมบัติเกิดมีมากน้อยนั้นแล้วแต่บุญแต่กรรมที่เราเคยสร้างไว้แต่กาลก่อน ไม่ต้องไปตำหนิ ถ้าตำหนิก็ตำหนิเรานี่แหละ การตำหนิเราไม่ใช่ตำหนิเพื่อให้ท้อถอย เช่นสมมุติว่าชาตินี้เรามีวาสนาน้อย เอ้า เราสร้างความดี ไม่มีวัตถุเป็นเครื่องมือที่จะสร้าง ก็ให้สร้างด้วยจิตตภาวนา คือ พุทฺโธ ธมฺโม สงฺโฆ ให้เป็นเครื่องอบอุ่นภายในจิตใจ ก็เรียกว่าคนมีบุญเหมือนกัน เป็นบุญเหมือนกัน เพราะบุญวาสนานั้นเกิดได้หลายทางจากผู้ขวนขวาย เกิดจากการให้ทาน เกิดจากรักษาศีล เกิดจากภาวนา รวมแล้วก็เป็นกองมหากุศลเช่นเดียวกัน จึงสำคัญอยู่ที่การขวนขวาย
.............................................................................

หลวงตาพระมหาบัว ญาณสัมปันโน
เทศน์อบรมฆราวาส ณ วัดป่าบ้านตาด
เมื่อวันที่ ๒๒ กันยายน พุทธศักราช ๒๕๑๙
"พระเมตตาสงสารต่อสัตว์โลก"

หากถ้าจะมีผู้ถามว่า สวรรค์นั้นอยู่ทีไหน อาตมาขอตอบว่า สวรรค์อยู่ที่ตัวของคนเราทุกคน นรกก็อยู่ที่ตัวเรานี้ นิพพานก็อยู่ใน...
24/05/2026

หากถ้าจะมีผู้ถามว่า สวรรค์นั้นอยู่ทีไหน
อาตมาขอตอบว่า สวรรค์อยู่ที่ตัวของคนเราทุกคน
นรกก็อยู่ที่ตัวเรานี้ นิพพานก็อยู่ในตัวเรานี้ทั้งนั้น
ด้านกว้างของสวรรค์ก็ศอกกำมา ด้านยาวก็วาหนึ่งดังนี้
สวรรค์นิพพานไม่ได้อยู่ที่อื่นดอก
เมื่อเราประกอบแต่กรรมอันเป็นสุจริตแล้ว นรกมันก็หายไป
เมื่อเราทำลายกิเลสน้อยใหญ่ซึ่งหมักดองอยู่ในสันดานของเราแล้ว
นิพพานก็อยู่ที่ไหนอีก
เมื่อเราเป็นผู้มีทาน มีศีล มีเจริญภาวนา
ฆ่าความโลภ ความโกรธ ความหลง ออกจากจิตสันดานเราได้แล้ว
นรกมันก็อยู่ไม่ได้เท่านั้นเอง
หลวงปู่กงมา จิรปุญฺโญ

ศีลทำคนให้เป็นคน ทำมนุษย์ให้เป็นเทวดา คนไม่มีศีลก็เหมือนสัตว์ ทำอะไรไปตามกิเลสชักนำ กิเลสคือ โลภ โกรธ หลง มันคอยชวนคนให้...
24/05/2026

ศีลทำคนให้เป็นคน ทำมนุษย์ให้เป็นเทวดา คนไม่มีศีลก็เหมือนสัตว์ ทำอะไรไปตามกิเลสชักนำ กิเลสคือ โลภ โกรธ หลง มันคอยชวนคนให้ทำผิดตลอดเวลา คนที่ไม่ได้ศึกษาธรรมย่อมไม่รู้จักมัน หลงเชื่อมัน ทำตามมัน มันก็พาไปพบทุกข์ คนไม่รู้ก็คิดว่าเป็นความสุข รูป รส กลิ่น เสียง พอหลงตามไปแล้ว ทีหลังจึงรู้ว่ามันเป็นสุขปลอม เป็นสุขแต่ข้างนอก ข้างในเป็นทุกข์
ตอนแรกๆ สนุกสนาน นานไปได้ทุกข์ยาก หนักๆ เข้า ตกนรกทั้งเป็น ตายแล้วก็ยังตกนรกอีก คนฉลาดต้องรีบเร่งศึกษาธรรม ท่านทั้งหลายเป็นนักศึกษา ศึกษาทางโลกมากแล้ว มาศึกษาธรรมะเสียบ้างเป็นการดี ถูกต้อง ขั้นแรกคือศีล ศีลห้านั่นแหละพอแล้ว ถือให้มันดีๆ ให้มั่นคง ให้บริสุทธิ์ พอแล้ว ท่านว่าถือตามฐานะ พวกท่านเป็นนักศึกษา ศีลห้าก็ดีแล้ว ถ้าใครถึงศีลแปด ก็ยิ่งดี ถ้าทำได้
หลวงปู่ขาว อนาลโย
เทศน์โปรดนักศึกษาสมาชิกกลุ่มอาสา ม.มหิดล
ที่วัดถ้ำกลองเพล ในวันสงกรานต์ พ.ศ. ๒๕๒๑

ต้นไม้ต่างๆ มีต้นข้าวเป็นต้น เมื่อบำรุงรักษาต้นมันให้ดีแล้ว ผลคือรวงข้าวไม่ใช่สิ่งอันบุคคลพึงปรารถนาเอาเลย เป็นขึ้นมาเอง...
24/05/2026

ต้นไม้ต่างๆ มีต้นข้าวเป็นต้น เมื่อบำรุงรักษาต้นมันให้ดีแล้ว
ผลคือรวงข้าวไม่ใช่สิ่งอันบุคคลพึงปรารถนาเอาเลย เป็นขึ้นมาเอง
ถ้าแลบุคคลมาปรารถนาเอาแต่รวงข้าว แต่หาได้รักษาต้นข้าวไม่
เป็นผู้เกียจคร้าน จะปรารถนาจนวันตาย รวงข้าวก็จะไม่มีขึ้นมาให้ฉันใด
วิมฺตติธรรม ก็ฉันนั้นนั่นแล มิใช่สิ่งอันบุคคลจะพึงปรารถนาเอาได้
คนผู้ปรารถนาวิมุตติธรรมแต่ปฏิบัติไม่ถูกต้องหรือไม่ปฏิบัติ
มัวเกียจคร้านจนวันตายจะประสบวิมุตติธรรมไม่ได้เลย
หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต

วันอาทิตย์ที่ ๒๔ พฤษภาคม พุทธศักราช ๒๕๖๙ขึ้น ๘ ค่ำ เดือนเจ็ด (๗) เป็นวันพระ หรือ วันธรรมสวนะ หมายถึง วันประชุมของพุทธศาส...
24/05/2026

วันอาทิตย์ที่ ๒๔ พฤษภาคม พุทธศักราช ๒๕๖๙
ขึ้น ๘ ค่ำ เดือนเจ็ด (๗) เป็นวันพระ หรือ วันธรรมสวนะ
หมายถึง วันประชุมของพุทธศาสนิกชนเพื่อปฏิบัติกิจกรรมทางศาสนาในพระพุทธศาสนาประจำสัปดาห์ หรือที่เรียกกันทั่วไปอีกคำหนึ่งว่า "วันธรรมสวนะ" อันได้แก่วันถือศีลฟังธรรม (ธรรมสวนะ หมายถึง การฟังธรรม) โดยวันพระเป็นวันที่มีกำหนดตามปฏิทินจันทรคติ โดยมีเดือนละ ๔ วัน ได้แก่ วันขึ้น ๘ ค่ำ, วันขึ้น ๑๕ ค่ำ (วันเพ็ญ), วันแรม ๘ ค่ำ และวันแรม ๑๕ ค่ำ (หากเดือนใดเป็นเดือนขาด ถือเอาวันแรม ๑๔ ค่ำ)
ประวัติความเป็นมาของวันธรรมสวนะ
ในสมัยพุทธกาล พระเจ้าพิมพิสารได้เข้าเฝ้าพระสัมมาสัมพุทธเจ้า และกราบทูลว่า "นักบวชศาสนาอื่นเขามีวันประชุมสนทนาเกี่ยวกับหลักธรรมคำสั่งสอนในศาสนาของเขา แต่ว่าในศาสนาพุทธยังไม่มี" พระพุทธองค์จึงทรงอนุญาตให้ภิกษุสงฆ์ประชุมสนทนาและแสดงพระธรรมเทศนาแก่ประชาชนในวัน ๘ ค่ำ ๑๔ ค่ำ และ ๑๕ ค่ำ พุทธศาสนิกชนจึงถือเอาวันดังกล่าวเป็นวันธรรมสวนะเพื่อกำหนดให้มีการประชุมพร้อมเพรียงกันฟังธรรม
ในสมัยพุทธกาลนั้น สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงประชุมพระสงฆ์สาวกเพื่อทรงสั่งสอนธรรม การประชุมสงฆ์ซึ่งเป็นสาวกของพระพุทธองค์นั้นก็ได้นัดหมายไปประชุมกัน และจะมีพระสงฆ์รูปหนึ่งเป็นผู้สวดพระปาฏิโมกข์ พระภิกษุทุกรูปก็จะนั่งฟังด้วยอาการอันสำรวม และตั้งใจจนกระทั่งจบ
คำว่า "สวนะ" แปลว่า การฟัง และคำว่า "ธรรมสวนะ" แปลว่า การฟังธรรม นั่นคือวันธรรมสวนะก็แปลว่า กำหนดประชุมฟังธรรม หรือพูดตามภาษาชาวบ้านทั่วไปว่า วันไปฟังเทศน์หรือวันพระ ในทางศาสนาก็ยังได้เรียกว่า วันอุโบสถ ซึ่งแปลว่า วันจำศีลของอุบาสกอุบาสิกาผู้ต้องการบุญกุศลเป็นกรณีพิเศษ
พิธีของชาวบ้าน โดยพุทธศาสนิกชนก็จะไปร่วมทำบุญตักบาตร ถวายอาหารหวานคาวแด่พระสงฆ์ สมาทานศีล(รับศีล) และฟังพระธรรมเทศนาที่วัด
ในวันธรรมสวนะนี้ ชาวบ้านก็จะละเว้นการประพฤติกิจที่เป็นบาปต่างๆ การสมาทานศีลในวันนี้ เช่น รับศีล ๕ หรือ ศีล ๘ ซึ่งเรียกว่า อุโบสถศีล พระสงฆ์จะได้แสดงพระธรรมเทศนา หรือ ธรรมสากัจฉา หรือ สนทนาธรรมกัน ซึ่งนับว่าเกิดเป็นประโยชน์แก่ผู้ฟังเป็นอย่างยิ่ง

อย่างครูบาอาจารย์ท่านว่า "ทำให้สุด ขุดให้ถึง"มันจะประมวลมาเองแหละ ธรรมะของพระพุทธเจ้าพระพุทธเจ้าท่านเห็นอย่างไร ผู้ปฏิบั...
16/05/2026

อย่างครูบาอาจารย์ท่านว่า "ทำให้สุด ขุดให้ถึง"
มันจะประมวลมาเองแหละ ธรรมะของพระพุทธเจ้า
พระพุทธเจ้าท่านเห็นอย่างไร ผู้ปฏิบัติก็ต้องเห็นอย่างนั้น
เรื่องภพชาติหรือเรื่องอะไรก็ตาม มันเกิดขึ้นเองนะ นั่นแหละมันถึงจะเห็น
แต่ถ้าไม่เห็นไม่พบอะไร ความเกียจคร้านก็เข้าครอบงำนะซิ
หลวงปู่ลี กุสลธโร วัดป่าภูผาแดง อ.หนองวัวซอ จ.อุดรธานี
เทศนาธรรม เมื่อวันที่ ๕ กรกฏาคม ๒๕๓๗

วันนี้เราบ่นว่ายุ่งยาก เราบ่นว่าลำบาก บ่นว่าไม่มีโอกาส วันหน้าเราก็จำต้องบ่นอีกต่อไป ผู้จะมาปลดเปลื้องความยุ่งเหยิงขัดข้...
16/05/2026

วันนี้เราบ่นว่ายุ่งยาก เราบ่นว่าลำบาก บ่นว่าไม่มีโอกาส วันหน้าเราก็จำต้องบ่นอีกต่อไป ผู้จะมาปลดเปลื้องความยุ่งเหยิงขัดข้องหรือโอกาสเวล่ำเวลาให้เรานั้น ไม่มีใครจะสามารถมาเปลื้องให้ได้ เพราะใครก็ต้องเต็มไปด้วยความยุ่งเหยิงขัดข้องด้วยกันทั่วทั้งโลกอันนี้ เราอยู่ในบ้านคนเดียวมีกายอันเดียว ไม่เกี่ยวข้องกับใครก็บ่นอยู่ภายในบ้านคนเดียว วุ่นวายอยู่คนเดียว คนอื่นบ้านอื่นเข้าใจว่าไม่ยุ่งยากเหมือนกับเรา เราก็จะเห็นว่าในโลกนี้หรือในแผ่นดินอันนี้มีแต่เราคนเดียวเป็นผู้รับเคราะห์กรรม ความยุ่งยากความทุกข์ก็จะมีแต่เราคนเดียว ความยุ่งเหยิงใด ๆ ก็จะมีแต่เรารับเสียคนเดียว
โปรดได้เปิดประตูบ้านออกไปมองดูคนภายนอก จะเห็นคนอื่นที่เป็นทุกข์เช่นเราหรือยิ่งกว่าเราอีกเป็นคนที่สอง เดินออกนอกบ้านไปก็ยิ่งจะเห็นคนที่สาม ที่สี่เป็นลำดับ ยิ่งเดินออกไปไกล ก็ยิ่งจะเห็นคนเป็นจำนวนมากซึ่งเต็มไปด้วยความยุ่งยากเช่นเดียวกับเรา เราเป็นอย่างไร เขาก็เป็นเช่นนั้น ความทุกข์ความยุ่งเหยิงทั้งมวล เราลองไปถามเขาดูว่า มีความทุกข์ความยุ่งเหยิงเช่นเดียวกับเราหรือไม่ โอกาสเวลาเขาจะมีหรือไม่ หรือไม่มีเฉพาะเรา ก็จะทราบได้ทันทีว่าคนในโลกนี้ สัตว์ในโลกนี้ไม่มีใครจะอยู่เหนือความทุกข์ความยุ่งเหยิงไปได้ แม้โอกาสและความสะดวกขัดข้องก็อยู่กับคนเรา ซึ่งจะให้โอกาสและความขัดข้องแก่ตนโดยทางใดเท่านั้น นอกจากตัวเราเองจะฝ่าฝืนตัวเราเพื่อทางเจริญแห่งโภคทรัพย์และสมบัติภายในใจแล้ว ไม่มีทางอื่นจะทำได้
แม้พระพุทธเจ้า ถ้าจะรอโอกาส รอวาสนา รอเวล่ำเวลา รอการงานให้เบาบางลงไปเสียก่อนจึงจะออกบำเพ็ญสมณธรรมแล้ว ป่านนี้พระองค์จะไม่ปรากฏเป็นศาสดาของโลก ให้เราทั้งหลายได้กราบไหว้เคารพนับถือเลย แต่พระองค์เป็นศาสดาได้ ก็เนื่องจากพระองค์เห็นว่าความไม่มีโอกาสก็ดี ความยุ่งยากก็ดี ก็คือพระองค์ผู้เดียว ความหิวกระหายทั้งหลายมีอยู่ในธาตุในขันธ์ของพระองค์ พระองค์จะต้องรับประทานอาหาร ผู้ใดจะมารับประทานแทนพระพุทธเจ้าไม่ได้ แม้กิเลสอาสวะที่มีอยู่ภายในใจของท่าน ก็เป็นภาระจะทรงทำหน้าที่ถอดถอนออกจนไม่มีอะไรเหลือ ผลที่ทรงได้รับจากความเพียรไม่ท้อถอย จึงปรากฏเป็นมหัศจรรย์ไปทั่วโลกธาตุประหนึ่งโลกธาตุหวั่นไหว
.................................................................

หลวงตาพระมหาบัว ญาณสัมปันโน
เทศน์อบรมฆราวาส ณ วัดป่าบ้านตาด
เมื่อวันที่ ๘ มิถุนายน พุทธศักราช ๒๕๐๕
"เนื้อนาบุญ"poophadang

คำว่า “ปัญญาอัตโนมัติ” นั้น หมายความว่า ปัญญาเป็นไปโดยลำพังตนเอง ไม่มีใครบังคับบัญชา ไม่เหมือนปัญญาในเบื้องต้นซึ่งเป็นไป...
16/05/2026

คำว่า “ปัญญาอัตโนมัติ” นั้น หมายความว่า ปัญญาเป็นไปโดยลำพังตนเอง ไม่มีใครบังคับบัญชา ไม่เหมือนปัญญาในเบื้องต้นซึ่งเป็นไปโดยเชื่องช้า ถ้าจะเทียบก็เหมือนเมื่อเราเริ่มเรียนหนังสือ ทีแรกเรียนสระ เรียนพยัญชนะ แล้วก็มาฝึกหัดการผสมสระ พยัญชนะ อ่านเป็นเนื้อความ เช่น เด็กที่กำลังฝึกใหม่จะอ่านคำว่า “ท่าน” ต้องคิดถึงตัว “ท” คิดถึงสระอา คิดถึงตัว “น” คิดถึงไม้เอก แล้วนำมาผสมกันจึงจะอ่านว่า “ท่าน” ปัญญาในเบื้องต้นต้องเป็นอย่างนี้ พยายามค่อยฝึกหัดค้นคว้าไตร่ตรองอย่างนั้น เรียกว่าปัญญาที่อาศัยความบังคับเป็นพี่เลี้ยง ถ้าไม่อาศัยความบังคับปัญญาก็เดินไม่ได้ และอาศัยสัญญาหมายไว้ก่อน ปัญญาค่อยตรองตาม
ถ้าจะเทียบอุปมาแล้ว ส่วนแห่งร่างกายหรือสภาวธรรมนั้น เป็นเหมือนกับแผ่นกระดาษ สัญญาเป็นเหมือนเส้นบรรทัดซึ่งมีอยู่ในกระดาษนั้น ปัญญาเป็นเหมือนผู้เขียนหนังสือ ตรองไปตามสัญญาที่คาดเอาไว้ ถ้าปัญญามีความชำนาญแล้วในอิริยาบถทั้ง ๔ จะเป็นอิริยาบถที่เต็มไปด้วยความเพียร มีสติปัญญาเป็นเครื่องรักษาตน สิ่งที่มาสัมผัสก็แสดงว่าเริ่มเกิดภูมิรู้ ความสัมผัสจะต้องไปสัมผัสที่ผู้รู้และกระเทือนถึงผู้รู้ เรื่องสติปัญญาก็จะต้องวิ่ง หรือไหวตัวไปตามสิ่งที่มาสัมผัส เช่นเดียวกับแสงสว่างที่ปรากฏขึ้นกับดวงไฟฉะนั้น เพราะขณะที่เราพิจารณาอยู่ในสภาวธรรม หรือตัวของเรา ซึ่งเป็นอริยสัจอยู่แล้ว มรรคคือข้อปฏิบัติ ได้แก่สติกับปัญญาที่จะพิจารณาไปตามสภาวธรรมซึ่งมาสัมผัส จึงเป็นไปตลอดเวลา จิตจึงกลายเป็นปัจจุบันจิต นี่เรียกอย่างย่อๆ
ปัญญาเพียงพอในการพิจารณากายต้องปล่อยในกายฉันใด ปัญญาเพียงพอในเวทนา สัญญา สังขาร และวิญญาณ ก็ปล่อยได้ฉันนั้น เบื้องแรกใจของเราจะต้องเห็นดีเห็นชั่วนอกไปจากใจ เข้าใจว่าดีกับชั่วนี่อยู่ที่อื่น เช่น เราตำหนิติชมในรูป เสียง เป็นต้น เข้าใจว่าดีกับชั่วมีอยู่ในรูป เสียง จึงสำนึกเลยไปว่า ความคิดว่าดีว่าชั่ว หรือพอใจในความชั่วในสิ่งชั่วนั้น เกิดขึ้นจากสิ่งที่เราเพ่งเล็ง เมื่อปัญญายังไม่สามารถจับจุดความผิดซึ่งเกิดจากตัวเองได้ จึงเห็นสิ่งที่มาสัมผัสว่าเป็นของควรยึดถือไปหมด ส่วนรูปหรือเสียงเป็นต้นนั้นเป็นสภาพอันหนึ่ง ที่จะเป็นเหตุให้ความรู้สึกไปสัมผัสเข้าไปแล้วก่อตัวขึ้นมา คือก่อเรื่องที่น่ารักน่าชังเป็นต้นให้เกิดขึ้น
การพิจารณาในสภาวธรรมทั้งหลายก่อนที่จะปล่อยวางได้ เช่น กาย ต้องเห็นความเป็นจริงของส่วนแห่งร่างกายนั้น จนหมดความตำหนิติชมในกาย จึงจะปล่อยวางได้ ส่วนเวทนา สัญญา สังขาร และวิญญาณ ก็เห็นว่าเป็นสภาพความจริงอย่างหนึ่ง จึงจะปล่อยวางได้ ส่วนสำคัญที่สุดคือผู้รู้ซึ่งเป็นรากฐานแห่งอาการทั้ง ๕ รูปกายนี้ปรากฏขึ้นมาได้เพราะเหตุแห่งใจดวงนี้ เวทนา สัญญา สังขาร และวิญญาณ แต่ละอย่างก็เหมือนกับกิ่งแขนงของต้นไม้ พิจารณาจนชำนาญประสานกันกับความรู้ และสิ่งที่เกิดขึ้นจากความรู้ เมื่อพอแล้วก็จะเห็นความรู้อันนั้นว่าสังสารจักรปฏิเสธสิ่งอื่น ว่าเป็นสังสารจักร เป็นตัวกิเลสตัณหาและอวิชชาใด ๆ
การพิจารณาต้องรู้รอบและปล่อยวางได้ เพราะถ้ายังไม่เห็นโทษในความรู้ของตนเองก็จะยกความรู้ขึ้นเหยียบย่ำในสิ่งทั้งหลายที่ตนเข้าใจว่าตนรู้ แท้จริงความรู้ชนิดนี้เป็นความรู้ภายใต้ของอวิชชาต่างหาก จนกว่าจะรู้รอบความรู้นี้อีกครั้งหนึ่ง เพราะความรู้นี้เป็นตัวเหตุตัวการที่จะก่อความรัก ความชัง ความดี ความชั่ว หรือความสุข ความทุกข์ทั้งหมด มันก่อตัวขึ้นจากความรู้อันนี้ ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญ
............................................................................

หลวงตาพระมหาบัว ญาณสัมปันโน
เทศน์อบรมพระ ณ วัดบวรนิเวศวิหาร กรุงเทพมหานคร
เมื่อวันที่ ๘ พฤษภาคม พุทธศักราช ๒๕๐๕
"จิตเป็นของแปลกประหลาดและน่าอัศจรรย์"

ที่อยู่

วัดป่าภูผาแดง อ. หนองวัวซอ จ. อุดรธานี
Udon Thani
41220

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ พุทธมหาเจดีย์หลวงตาพระมหาบัว ญาณสมฺปนฺโน ภูผาแดงฯผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์