13/10/2021
มีครูคนหนึ่ง (ขอสงวนนาม) ถูกกล่าวหาว่าขโมยเครื่องพิมพ์ดีดของโรงเรียนไป ทำให้ชื่อเสียงเสียหาย ทั้งยังจะทำให้ต้องถูกโทษถึงขั้นออกจากงาน ผู้กล่าวหาเขานั้นก็รู้ตัวอยู่ว่าเป็นใคร คนขโมยจริงๆ ก็พอจะรู้ว่าเป็นใคร แต่ถูกป้ายความผิดให้
จึงเกิดความแค้นใจและผูกพยาบาทอาฆาตผู้กล่าวหา เขาถึงกับตั้งใจแน่นอนว่าจะต้องตายกันไปข้าง
ด้วยเหตุที่ภรรยาของครูคนนี้เป็นผู้ฝักใฝ่ในทางธรรมอยู่มาก เคยไปกราบนมัสการฟังเทศน์หลวงพ่อชาบ่อย ๆ จนมีความเลื่อมใส แต่สามีของเธอไม่เคยรู้จักหลวงพ่อชา ไม่เคยเห็นหน้า ไม่เคยสนใจอะไรทั้งสิ้น
ภรรยาจึงขอร้องให้สามีไปกราบหลวงพ่อชาเสียก่อน เมื่อกราบแล้วจะไปฆ่าใครก็ตามใจ จะไม่ห้ามเลย
คืนนั้นเป็นคืนวันเพ็ญพอดี รถของสามีภรรยาครูคู่นี้เดินทางมุ่งหน้าสู่วัดหนองป่าพง พร้อมด้วยเพื่อนร่วมทางรวมเป็น 9 คน นอกจากภรรยาของครูผู้นคนอื่น ๆ ทั้ง 8 คนเป็นผู้ที่ไม่เคยมาวัดหนองป่าพงทั้งสิ้น ทุกคนไม่เคยรู้จักหลวงพ่อชามาก่อนอีกด้วย
รถแล่นมาถึงกลางทุ่ง ระหว่างทางก็เกิดติดหล่ม
ทุกคนในรถช่วยกันนำรถขึ้นจากหล่มสุดกำลังแล้ว ก็ไม่สำเร็จ ไม่รู้จะทำอย่างไรดี ข้างนอกก็มีแต่ความมืด ไม่มีบ้านเรือนผู้คนอยู่ใกล้ ๆ พอได้อาศัยขอกำลังมาช่วยเหลือ ความท้อแท้ใจเกิดขึ้นกับทุกคน เพราะหมดทางที่เอารถขึ้นจากหล่มได้
ใครคนหนึ่งบ่นขึ้นลอย ๆ ว่า
“ถ้าหลวงพ่อเก่งจริงอย่างที่เขาเล่าลือ ทำไมไม่มาช่วยให้รถขึ้นจากหล่ม”
พอบ่นไปได้สักครู่ ทุกคนมองเห็นพระรูปหนึ่งเดินส่องไฟฉายตรงมาทางด้านหน้ารถ ภรรยาครูจำได้ อุทานว่า
“หลวงพ่อมา ไปช่วยรับย่ามที”
ครูคนนั้นรีบลงจากรถวิ่งไปหาพระที่ส่องไฟฉายซึ่งอยู่ห่างจากรถประมาณ 10 เมตร แล้วร้องว่า
“หลวงพ่อส่งย่ามให้ผมจะถือให้”
คุณอำพร (ร้านอำพรพานิช อ.วารินฯ) ได้เตือนคนขับรถว่า
“ลองติดเครื่องรถอีกทีซิ เผื่อจะขึ้นจากหล่ม จะได้รับหลวงพ่อไปวัดด้วยกัน”
คนขับรถก็ติดเครื่อง และนำรถขึ้นจากหล่มได้ทันที
ส่วนครูคนนั้นพอวิ่งไปหาพระที่มาปรากฏตัวพร้อมด้วยไฟฉาย กลับเห็นว่าท่านเดินหนีห่างออกไป เขาก็วิ่งไล่มาจนถึงต้นตะแบก พระรูปนั้นก็หายลับไป พอดีกับรถที่ติดหล่มตามมาทัน จึงรับครูขึ้นรถเดินทางต่อจนถึงวัด
เมื่อถึงวัดแล้วทุกคนเดินตรงไปยังศาลาโรงอุโบสถซึ่งพระสงฆ์กำลังทำสังฆกรรมอยู่ในนั้น ข้างนอกศาลามีญาติโยมนั่งฟังพระสงฆ์สวดปาฏิโมกข์อยู่หลายคน
พวกที่เพิ่งมาถึงกระซิบถามโยมคนหนึ่งที่นั่งฟังปาฏิโมกข์อยู่ข้างนอก
“หลวงพ่อมาถึงหรือยัง?”
โยมที่ถูกถามทำท่างง ๆ
“เปล่านี่ หลวงพ่อไม่ได้ไปไหน ท่านอยู่ในศาลานั่นไง”
“ไม่มั้ง ” คนหนึ่งเถียง
“หลวงพ่อออกไปรับพวกผม ท่านยังส่องไฟฉายดูรถพวกผมเลย ”
“หลวงพ่อจะไปไหนได้ยังไง ถ้าท่านออกไปก็ต้องรู้ว่าท่านออกไป นี่ท่านนั่งอยู่กับพระในศาลาสวดปาฏิโมกข์ตั้งนานมาแล้ว ”
“ดูซิ ท่านมาหรือยัง” พวกมาใหม่ยังยืนกรานและบอกกันเอง
ผู้กองสมบุญ บุญญรังสรรค์ นั่งอยู่ตรงนั้นพอดีและได้ยินข้อสนทนาทั้งหมด ก็หันมากล่าวกับคนขับรถว่า
“เดี๋ยวก่อน คุณเคยมาที่นี่ไหม? ”
“ไม่เคยครับ" คนขับรถตอบ
“เคยรู้จักหลวงพ่อไหม”
"ไม่ ครับ"
“ที่ว่าหลวงพ่อไปรับพวกคุณนั้น จำได้ไหมว่าหลวงพ่อเป็นพระองค์ไหน?”
“จำได้” คนขับรถรับรอง
“มีพระอยู่ในศาลาหลายรูป คุณเข้าไปกับผม แล้วชี้ให้ดูทีว่าองค์ไหนที่คุณเห็นว่าไปรับพวกคุณ”
คนขับรถชี้ตัวหลวงพ่อได้ถูกต้องจริงๆ และยังย้ำว่าหลวงพ่อได้ส่องไฟมาที่รถ สามารถเห็นท่านได้ชัดเจนที่สุด
เกิดเป็นเรื่องแปลกใจแก่ทุกคน
หลังจากนั้นหลวงพ่อชา ได้เทศน์โปรดคณะผู้มาใหม่ และเมื่อกลับจากวัดในคืนนั้นแล้ว ครูผู้พยาบาทก็กลับใจไม่คิดจะฆ่าใคร และได้มาเป็นลูกศิษย์ของหลวงพ่อชาตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา
หลวงพ่อชา สุภัทโท