ธรรมะของพระอรหันต์

ธรรมะของพระอรหันต์ ประวัติ หลักธรรม วินัยที่พระสัมมาส?

สิ่งที่ควรปล่อยปีนี้
02/01/2026

สิ่งที่ควรปล่อยปีนี้

ยาเสพติด การพนัน เป็นเนื้อร้ายอย่าสงวนเทศน์ :  18-06-2545
07/04/2025

ยาเสพติด การพนัน เป็นเนื้อร้ายอย่าสงวน
เทศน์ : 18-06-2545

02/04/2025

แผ่นดินไหว หลวงพ่อฤาษีลิงดำ

01/04/2025

พระราชพรหมยาน (วีระ ถาวโร)

~ ความเมตตา ล้นฟ้า ท่วมแผ่นดิน ~น้อมส่งองค์หลวงปู่ สู่แดนนิพพาน ครับ #งดคำว่าสาธุ
19/06/2023

~ ความเมตตา ล้นฟ้า ท่วมแผ่นดิน ~

น้อมส่งองค์หลวงปู่ สู่แดนนิพพาน ครับ

#งดคำว่าสาธุ

28/12/2021
หลวงปู่แปลง สุนทโร วัดป่าอุดมสมพร อ.พรรณานิคม จ.สกลนคร
02/11/2021

หลวงปู่แปลง สุนทโร วัดป่าอุดมสมพร อ.พรรณานิคม จ.สกลนคร

กราบสาธุโอวาทธรรม หลวงพ่อพุธ ฐานิโย
21/10/2021

กราบสาธุโอวาทธรรม หลวงพ่อพุธ ฐานิโย

มีครูคนหนึ่ง (ขอสงวนนาม) ถูกกล่าวหาว่าขโมยเครื่องพิมพ์ดีดของโรงเรียนไป ทำให้ชื่อเสียงเสียหาย ทั้งยังจะทำให้ต้องถูกโทษถึง...
13/10/2021

มีครูคนหนึ่ง (ขอสงวนนาม) ถูกกล่าวหาว่าขโมยเครื่องพิมพ์ดีดของโรงเรียนไป ทำให้ชื่อเสียงเสียหาย ทั้งยังจะทำให้ต้องถูกโทษถึงขั้นออกจากงาน ผู้กล่าวหาเขานั้นก็รู้ตัวอยู่ว่าเป็นใคร คนขโมยจริงๆ ก็พอจะรู้ว่าเป็นใคร แต่ถูกป้ายความผิดให้

จึงเกิดความแค้นใจและผูกพยาบาทอาฆาตผู้กล่าวหา เขาถึงกับตั้งใจแน่นอนว่าจะต้องตายกันไปข้าง

ด้วยเหตุที่ภรรยาของครูคนนี้เป็นผู้ฝักใฝ่ในทางธรรมอยู่มาก เคยไปกราบนมัสการฟังเทศน์หลวงพ่อชาบ่อย ๆ จนมีความเลื่อมใส แต่สามีของเธอไม่เคยรู้จักหลวงพ่อชา ไม่เคยเห็นหน้า ไม่เคยสนใจอะไรทั้งสิ้น

ภรรยาจึงขอร้องให้สามีไปกราบหลวงพ่อชาเสียก่อน เมื่อกราบแล้วจะไปฆ่าใครก็ตามใจ จะไม่ห้ามเลย

คืนนั้นเป็นคืนวันเพ็ญพอดี รถของสามีภรรยาครูคู่นี้เดินทางมุ่งหน้าสู่วัดหนองป่าพง พร้อมด้วยเพื่อนร่วมทางรวมเป็น 9 คน นอกจากภรรยาของครูผู้นคนอื่น ๆ ทั้ง 8 คนเป็นผู้ที่ไม่เคยมาวัดหนองป่าพงทั้งสิ้น ทุกคนไม่เคยรู้จักหลวงพ่อชามาก่อนอีกด้วย

รถแล่นมาถึงกลางทุ่ง ระหว่างทางก็เกิดติดหล่ม

ทุกคนในรถช่วยกันนำรถขึ้นจากหล่มสุดกำลังแล้ว ก็ไม่สำเร็จ ไม่รู้จะทำอย่างไรดี ข้างนอกก็มีแต่ความมืด ไม่มีบ้านเรือนผู้คนอยู่ใกล้ ๆ พอได้อาศัยขอกำลังมาช่วยเหลือ ความท้อแท้ใจเกิดขึ้นกับทุกคน เพราะหมดทางที่เอารถขึ้นจากหล่มได้

ใครคนหนึ่งบ่นขึ้นลอย ๆ ว่า

“ถ้าหลวงพ่อเก่งจริงอย่างที่เขาเล่าลือ ทำไมไม่มาช่วยให้รถขึ้นจากหล่ม”

พอบ่นไปได้สักครู่ ทุกคนมองเห็นพระรูปหนึ่งเดินส่องไฟฉายตรงมาทางด้านหน้ารถ ภรรยาครูจำได้ อุทานว่า

“หลวงพ่อมา ไปช่วยรับย่ามที”

ครูคนนั้นรีบลงจากรถวิ่งไปหาพระที่ส่องไฟฉายซึ่งอยู่ห่างจากรถประมาณ 10 เมตร แล้วร้องว่า

“หลวงพ่อส่งย่ามให้ผมจะถือให้”

คุณอำพร (ร้านอำพรพานิช อ.วารินฯ) ได้เตือนคนขับรถว่า

“ลองติดเครื่องรถอีกทีซิ เผื่อจะขึ้นจากหล่ม จะได้รับหลวงพ่อไปวัดด้วยกัน”

คนขับรถก็ติดเครื่อง และนำรถขึ้นจากหล่มได้ทันที

ส่วนครูคนนั้นพอวิ่งไปหาพระที่มาปรากฏตัวพร้อมด้วยไฟฉาย กลับเห็นว่าท่านเดินหนีห่างออกไป เขาก็วิ่งไล่มาจนถึงต้นตะแบก พระรูปนั้นก็หายลับไป พอดีกับรถที่ติดหล่มตามมาทัน จึงรับครูขึ้นรถเดินทางต่อจนถึงวัด

เมื่อถึงวัดแล้วทุกคนเดินตรงไปยังศาลาโรงอุโบสถซึ่งพระสงฆ์กำลังทำสังฆกรรมอยู่ในนั้น ข้างนอกศาลามีญาติโยมนั่งฟังพระสงฆ์สวดปาฏิโมกข์อยู่หลายคน

พวกที่เพิ่งมาถึงกระซิบถามโยมคนหนึ่งที่นั่งฟังปาฏิโมกข์อยู่ข้างนอก

“หลวงพ่อมาถึงหรือยัง?”

โยมที่ถูกถามทำท่างง ๆ

“เปล่านี่ หลวงพ่อไม่ได้ไปไหน ท่านอยู่ในศาลานั่นไง”

“ไม่มั้ง ” คนหนึ่งเถียง

“หลวงพ่อออกไปรับพวกผม ท่านยังส่องไฟฉายดูรถพวกผมเลย ”

“หลวงพ่อจะไปไหนได้ยังไง ถ้าท่านออกไปก็ต้องรู้ว่าท่านออกไป นี่ท่านนั่งอยู่กับพระในศาลาสวดปาฏิโมกข์ตั้งนานมาแล้ว ”

“ดูซิ ท่านมาหรือยัง” พวกมาใหม่ยังยืนกรานและบอกกันเอง

ผู้กองสมบุญ บุญญรังสรรค์ นั่งอยู่ตรงนั้นพอดีและได้ยินข้อสนทนาทั้งหมด ก็หันมากล่าวกับคนขับรถว่า

“เดี๋ยวก่อน คุณเคยมาที่นี่ไหม? ”

“ไม่เคยครับ" คนขับรถตอบ

“เคยรู้จักหลวงพ่อไหม”

"ไม่ ครับ"

“ที่ว่าหลวงพ่อไปรับพวกคุณนั้น จำได้ไหมว่าหลวงพ่อเป็นพระองค์ไหน?”

“จำได้” คนขับรถรับรอง

“มีพระอยู่ในศาลาหลายรูป คุณเข้าไปกับผม แล้วชี้ให้ดูทีว่าองค์ไหนที่คุณเห็นว่าไปรับพวกคุณ”

คนขับรถชี้ตัวหลวงพ่อได้ถูกต้องจริงๆ และยังย้ำว่าหลวงพ่อได้ส่องไฟมาที่รถ สามารถเห็นท่านได้ชัดเจนที่สุด

เกิดเป็นเรื่องแปลกใจแก่ทุกคน

หลังจากนั้นหลวงพ่อชา ได้เทศน์โปรดคณะผู้มาใหม่ และเมื่อกลับจากวัดในคืนนั้นแล้ว ครูผู้พยาบาทก็กลับใจไม่คิดจะฆ่าใคร และได้มาเป็นลูกศิษย์ของหลวงพ่อชาตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา

หลวงพ่อชา สุภัทโท

ในครั้งที่หลวงปู่ชา พาคณะศิษย์ที่มีท่านสุเมโธไปเยี่ยมเยียนครูบาอาจารย์ภาคอีสานนั้น ก็มีอีกท่านที่ไปด้วย คือ พระมหาอมรเดิ...
12/10/2021

ในครั้งที่หลวงปู่ชา พาคณะศิษย์ที่มีท่านสุเมโธไปเยี่ยมเยียนครูบาอาจารย์ภาคอีสานนั้น ก็มีอีกท่านที่ไปด้วย คือ พระมหาอมร

เดิมก่อนที่พระมหาอมรจะฝากตัวเป็นศิษย์หลวงปู่ชา ท่านเป็นพระที่มีความรู้ด้านบาลีและปริยัติจนได้เปรียญ ๖ เป็นนักธรรมเอกและเปิดโรงเรียนสอนปริยัติธรรมที่วัดหนองขุ่นเกือบสิบปี มีลูกศิษย์นับร้อยนับพันคน

ในเวลานั้น พระมหาอมรก็จัดว่าเป็นพระผู้ใหญ่ มีชื่อเสียงในจังหวัด อีกทั้งในสมัยนั้นพระฝ่ายอรัญญวาสี หรือพระป่าที่มักจะเป็นสายหลวงปู่มั่นได้รับการดูแคลนเสมอว่าไม่รู้หนังสือ ไม่รู้บาลี ไม่รู้จักพระไตรปิฏก การที่พระมหาอมรตัดสินใจเข้ามาฝากตัวเป็นศิษย์หลวงปู่ชาจึงเป็นเรื่องใหญ่ และสร้างความไม่พอใจให้หลายฝ่าย

จนมีพระเถระรูปหนึ่งฝากพระมาแจ้งให้พระมหาอมรว่า

"มหาอมร มันจะบ้าหรือไร เบื่อโลกสงสาร ทำไมไม่หนีเข้าป่าเข้าภูเขา ไปหมอบตายอยู่ทำไมกับอาจารย์ชา วัดป่าพงนั่น !!!!! "

แต่ท่านก็หาเปลี่ยนความตั้งใจ แต่ก็โต้ตอบกลับไปบ้างตามทิฐิมานะเดิม

ในปีแรกของการมาอยู่วัดหนองป่าพง เมื่อวันที่ ๓ พฤศจิกายน ๒๕๑๑ โยมได้นิมนต์หลวงปู่ชาไปนมัสการหลวงปู่ขาว วัดถ้ำกลองเพล หลวงปู่ชาจึงพาท่านและท่านสุเมโธไปด้วย

ไปถึงวัดถ้ำกลองเพลเวลาบ่ายโมง ยังไม่ถึงเวลารับแขก ต้องรอถึง ๑๔ นาฬิกา

พอถึงบ่ายสองโมง อุปัฏฐากเปิดประตูให้เราเข้าไปกราบท่าน หลวงปู่ขาวนั่งบนเตียง เห็นท่านยิ้มแย้มต้อนรับด้วยอารมณ์ดี ท่านถามว่า

"เอ ใครนี่?"

"กระผมมาจากวัดหนองป่าพง" หลวงปู่ชาตอบ

"อ้อ ท่านชาหรือ" หลวงปู่ขาวถาม

"ขอรับ กระผม" หลวงพ่อชาประณมมือตอบ

"นี่ มหาอมร มาด้วยกัน" หลวงพ่อชี้มือมาทางข้าพเจ้าซึ่งนั่งอยู่คู่กับพระอาจารย์สุเมโธ

หลวงปู่ขาวชำเลืองดูพระมหาอมร แล้วทักทายสนทนากับหลวงพ่อชาต่อไปพอสมควร หลวงปู่ขาวจึงหันมาทางพระมหาอมรแล้วถามว่า

"เป็นมหารึ ?"

พระมหาอมรประณมมือ คิดอะไรบางอย่างอยู่ในใจ จึงตอบท่านไปว่า

"เมื่อก่อนนั้นเป็นอยู่ แต่เดี๋ยวนี้เซา (ลดลง น้อยลง หยุดแล้ว) แล้วขอรับ"

หลวงปู่ขาวหัวเราะชอบใจ พระมหาอมรคิดในใจว่า ถ้ารับว่าเป็นมหากลัวท่านเล่นงานเอา จึงกราบเรียนท่านไปอย่างนั้น

หลวงปู่ขาวจึงถามว่า "รู้จัก วลาหก ๔ จำพวกไหม (วลาหกแปลว่าเมฆ)" (อยู่ในพระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๑ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๓ อังคุตตรนิกาย จตุกกนิบาต)

พระมหาอมรคิดว่า ถ้าเราตอบว่ารู้จัก ก็จะไม่ได้รับฟังโอวาทหลวงปู่ขาวท่าน จึงตอบว่า

"รู้จักขอรับ แต่จำไม่ค่อยได้ แล้วแต่หลวงปู่จะเมตตาขอรับ"

หลวงปู่ขาว "วลาหกสี่จำพวก ฟ้าร้องเปรี้ยงทางโน้น เปรี้ยงทางนี้ แต่ฝนไม่ตกดีไหม"

"ไม่ดีขอรับ"

"ฟ้าไม่ร้อง แต่ฝนตก ดีไหม ?"

"ดีขอรับ"

"ฟ้าทั้งไม่ร้อง ทั้งฝนไม่ตก ดีไหม ? "

"ไม่ดี ขอรับ"

"ฟ้าทั้งร้อง ทั้งฝนตก ดีไหม ?"

"ดีขอรับ"

หลวงปู่ขาวสาธยายธรรมต่อไปว่า "ผู้บวชเข้ามาได้ศึกษาปริยัติธรรมแต่ไม่ได้ปฏิบัติ เหมือนฟ้าร้องแต่ฝนไม่ตก พระพุทธเจ้าสรรเสริญส่วนปริยัติ ตำหนิส่วนปฏิบัติ ผลที่ได้มีน้อยมาก

ส่วนผู้ปฏิบัติธรรม โดยมีครูอาจารย์เป็นผู้นำทาง แม้จะมีปริยัติน้อย พระพุทธเจ้าสรรเสริญส่วนปฏิบัติ ตำหนิส่วนปริยัติ

อย่างผมนี่ก็มีประโยชน์อยู่ ลูกหลานพอได้พึ่งอาศัย

ผู้ที่บวชเข้ามาแล้ว ไม่สนใจทั้งฝ่ายปริยัติ ไม่สนใจทั้งฝ่ายปฏิบัติ บวชเข้ามาเพื่อเลี้ยงร่างกาย เป็นอันตรายได้ พระพุทธเจ้าตำหนิทั้งส่วนปริยัติ ทั้งส่วนปฏิบัติ เหมือนฟ้าไม่ร้อง ทั้งฝนไม่ตก

ส่วนผู้ที่บวชแล้ว สนใจทั้งปริยัติศึกษาเล่าเรียน สนใจทั้งฝ่ายปฏิบัติอย่างมหานี่ ก็ดีอยู่ พระพุทธเจ้าสรรเสริญทั้งสองทาง

ส่วนผู้ที่ไม่ปฏิบัติ แม้จะได้ ๙ ประโยค ก็ช่างแม่มันเถอะ"

พระมหาอมรถึงกับสะดุ้ง เกือบแล้วไหมล่ะ แม้ไม่ถูกตรงๆ แต่คงเฉียดๆไป เพราะเราคาดเดาเหตุการณ์ถูก จึงไม่โดนตรงๆ ตอนหลวงปู่ขาวถาม พระมหาอมรตอบว่า

"เมื่อก่อนนั้นเป็นอยู่ แต่เดี๋ยวนี้เซา (ลดลง น้อยลง หยุดแล้ว) แล้วขอรับ"

ปีนั้นหลวงปู่ขาวอายุ ๘๑ ปี หลวงปู่ชาอายุ ๕๐ ปีเต็ม ส่วนพระมหาอมร ๓๗ ปีเต็ม

ได้เวลาพอสมควร เพื่อไม่รบกวนเวลาพักผ่อน จึงกราบลาหลวงปู่ขาว ออกมาพ้นกุฏิหน่อยนึง หลวงปู่ชาจึงหยอกว่า

"เห็นไหม หลวงปู่ด่าแม่มหาแล้ว"

พระมหาอมรจึงตอบว่า "หลวงปู่ด่ามหาเก้าประโยค ผมหกประโยคไม่ถูกผมหรอกขอรับ"

หลังจากนั้นหลวงปู่ชาจึงพาคณะเดินทางไปกราบหลวงตามหาบัวต่อไป

*****************
เรื่อง : เรียบเรียงจาก มงคลอายุวัฒนะ ๘๐ ปี พระมงคลกิติธาดา

ภาพ : พระมงคลกิติธาดา (พระมหาอมร อดีตเจ้าอาวาสวัดป่าวิเวกธรรมชาน์ สาขาที่ ๗ วัดหนองป่าพง)

ที่อยู่

Ubon Ratchathani

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ ธรรมะของพระอรหันต์ผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์