01/04/2026
เดี๋ยวนี้เราก็มีการพูดกันมาก
มีการเทศน์กันมาก
มีการแจกหนังสือธรรมะกันมาก ระวังให้ดี ๆ
อย่าให้สิ่งเหล่านี้เป็นเครื่องทำให้เสียเวลา
ถ้าจะฟังเทศน์อะไรสักกัณฑ์หนึ่งก็ดี
ถ้าจะอ่านหนังสืออะไรสักเล่มหนึ่งก็ดี
จงอ่านเพื่อจับใจความให้ได้ว่า
ความทุกข์นี้เกิดมาจากความยึดมั่นถือมั่น
โดยความเป็นตัวตนเป็นของ ๆ ตน
เราไปสนใจสิ่งที่บอกสอนสืบๆกันมา
เรื่องมันก็มีมากมาย
จนไม่ได้มาตั้งอกตั้งใจพิจารณาดูในข้อที่ว่า
ความทุกข์นี้มันเกิดมาจากความที่เราโง่
ปล่อยให้ความคิดยึดมั่นถือมั่นว่า
เป็นตัวเรา เป็นของเรา
พระพุทธเจ้าจะตรัสว่า "ความโลภ"เป็น "ของร้อน" (ทุกข์)
เราก็รับฟังเอามาสำหรับสังเกตสำหรับศึกษา
ดูจากข้างในว่าความโลภเป็นของร้อน
เรื่องโดยแท้จริงนั้นมันต้อง #รู้ประจักษ์แก่ใจ ว่า
ความโลภเป็นของร้อน เป็นต้น
ไม่ต้องอาศัยให้ใครบอกว่าความโลภเป็นของร้อน
แม้เขาจะบอกว่าความโลภเป็นของร้อน
มันก็ยังช่วยไม่ได้ จนกว่าเราจะรู้เองว่า
ความโลภเป็นของร้อน...
แล้วก็จะได้ถอยหลังออกมาจาก
ความโลภนั้นได้โดยเร็ว
เรื่องความโลภเป็นของร้อน
ความโกรธเป็นของร้อน
ความหลงเป็นของร้อนนี้
ไม่ต้องคำนึงไม่ต้องคำนวณ
ไม่ต้องคาดคะเน ไม่ต้องตรึก
ไปตามอาการเหตุผลนั่นนี่อีกแล้ว
มันอยู่เหนือเหตุผล มันยิ่งกว่าเหตุผล
พิสูจน์กันได้ว่าลองโลภเข้าดูก็แล้วกัน
มันจะเป็นของร้อนอย่างไร
เกิดความโลภขึ้นเมื่อใด
มันก็มีความร้อน (ทุกข์) เมื่อนั้น
เมื่อปรากฎว่ามันเป็นของร้อนจริง
เราก็เชื่อตัวเราเอง
มากกว่าที่จะเชื่อพระพุทธเจ้า
แต่อาศัยการที่เรามีความเชื่ออันอ่อนโยน
ในพระพุทธเจ้ามาแต่กาลก่อน
เราจึงอยากที่จะพูดว่า
เราเชื่อพระพุทธเจ้า
แต่ที่แท้นั้นมันเป็นการเชื่อตัวเอง
เพราะมันเป็นการประจักษ์แก่ใจเอง
เมื่อเราประพฤติปฏิบัติในการที่จะพิจารณา
ให้เห็นต้นเหตุของความทุกข์อยู่ดังนี้แล้ว
มันก็ไม่ต้องไปไกลที่ไหน
แล้วก็ไม่ต้องเชื่อใครอื่น
ถ้ายังเชื่อบุคคลอื่นอยู่แล้วก็พึงรู้เถิดว่า
เรายังไม่ #เห็นธรรม
#ถ้ามีการเห็นธรรมเมื่อไร
#เราก็เชื่อตนเองเมื่อนั้น
ถ้ายังต้องฝากความเชื่อไว้กับคนอื่น
หรือสิ่งอื่น เช่น พระคัมภีร์ เป็นต้น
หรือฝากไว้กับการคำนึงคำนวณคาดคะเน
ตรึกไปตามอาการ เป็นต้น
หรือว่าจะฝากไว้กับคำของครูบาอาจารย์
อย่างนี้แล้วมันก็ยังใช้ไม่ได้
จะต้องรีบเลื่อนชั้นขึ้นไป เลื่อนชั้นขึ้นไป
หรือ เลื่อนขึ้นไปจนถึงกับเชื่อตัวเอง
มองเห็นด้วยตนเองและเชื่อตัวเอง
ดังนี้มันจึงจะใช้ได้
พุทธทาสภิกขุ