สำนักสงฆ์คลองแสงจันทร์ Khlong Saeng Chan Monk 's Abode

สำนักสงฆ์คลองแสงจันทร์ Khlong Saeng Chan Monk 's Abode ข้อมูลการติดต่อ, แผนที่และเส้นทาง,แบบฟอร์มการติดต่อ,เวลาเปิดและปิด, การบริการ,การให้คะแนนความพอใจในการบริการ,รูปภาพทั้งหมด,วิดีโอทั้งหมดและข่าวสารจาก สำนักสงฆ์คลองแสงจันทร์ Khlong Saeng Chan Monk 's Abode, พุทธสถาน, บ้านคลองแสงจันทร์ หมู่ที่ 10 ตำบลอ่างศิลา อำเภอพิบูลมังสาหาร, Ubon Ratchathani.

พรรษา เป็นคำสันสกฤต แปลว่า ฝน หรือฤดูฝนถ้าบาลีจะใช้คำว่า วัสสะคนอินเดียสมัยก่อนนับปีด้วยการนับฤดูฝน ว่าผ่านไปกี่ฝนแล้ว ด...
30/07/2026

พรรษา เป็นคำสันสกฤต แปลว่า ฝน หรือฤดูฝน
ถ้าบาลีจะใช้คำว่า วัสสะ
คนอินเดียสมัยก่อนนับปีด้วยการนับฤดูฝน ว่าผ่านไปกี่ฝนแล้ว ดังนั้นคำว่าพรรษาจึงมีความหมายว่า“ ปี” ไปโดยปริยาย
คำว่า“เข้าพรรษา” จึงแปลได้ว่าเป็นการเข้าสู่ฤดูฝน พระพุทธเจ้าได้กำหนดพระวินัยให้พระภิกษุต้องจำอยู่กับวัด ไม่เดินทางไปไหน
ในครั้งพุทธกาล การออกจาริกโปรดสัตว์หรือออกไปหาสถานที่บำเพ็ญเพียรภาวนาเป็นกิจสำคัญของสงฆ์ แต่เมื่อถึงฤดูฝน ฤดูที่ชาวบ้านปลูกถั่วปลูกข้าว ถนนหนทางไม่ได้มีมากมายเหมือนปัจจุบัน พระพุทธองค์จึงไม่ต้องการให้พระสงฆ์ออกเดินย่ำไปรบกวน ทำลายพืชพันธุ์ธัญญาหารของชาวบ้าน
รวมไปถึงในฤดูฝนมักจะมีสัตว์เล็กสัตว์น้อยออกมาหากินตามพื้นดินจำนวนมาก การเดินเหยียบทับสัตว์เล็กสัตว์น้อยจะเป็นการผิดศีลข้อปาณาฯไป รวมไปถึงความยากลำบากในการเดินทางของพระสงฆ์ในฤดูฝนที่พื้นดินเป็นโคลนเลน พระพุทธองค์จึงกำหนดพระวินัยสำคัญข้อนี้ขึ้นมา
วันเข้าพรรษา เป็นวันสำคัญทางพระวินัยที่มีมาแต่พุทธกาล
ต่างกับวันสำคัญทางศาสนาอื่นๆที่คนไทยรู้จัก อาทิ วันวิสาขบูชา วันมาฆะบูชา วันอาสาฬหบูชา
วันเหล่านั้นลงท้ายด้วยคำว่าบูชา จึงเป็นวันที่ฆราวาสยกให้เป็นวันสำคัญของเหตุการณ์ใหญ่ ๆ ในพุทธประวัติ
วันวิสาขบูชานั้นมีมาแต่โบราณหลังพุทธกาลไม่นานนัก และเป็นวันที่ชาวพุทธทั้งโลกรู้จัก ส่วนวันมาฆบูชาและวันอาสาฬหบูชานั้นถูกนับให้มีความสำคัญขึ้นในประเทศไทยในสมัยรัตนโกสินทร์นี้เอง
วันมาฆบูชาถูกกำหนดให้เป็นวันสำคัญในสมัยรัชกาลที่ 4 และวันอาสาฬหบูชา ถูกกำหนดให้เป็นวันหยุดราชการในปีกึ่งพุทธกาล พ.ศ.2500
ที่กล่าวว่าวันเข้าพรรษาเป็นวันสำคัญทางศาสนาทางพระวินัยนั้น เพราะเป็นเรื่องของพระสงฆ์โดยตรง ในการที่พระสงฆ์จะต้องเตรียมตัวอยู่กับวัด ไม่เดินทางไปค้างแรมที่ไหน การอยู่วัดนั้นเมื่ออยู่ร่วมกันนาน ๆ ก็ใช้โอกาสนี้ ร่ำเรียนถ่ายทอดความรู้ ซักถามข้อสงสัยในการปฏิบัติต่างๆ จึงต้องเตรียมเรื่องแสงสว่างยามค่ำคืนให้เพียงพอ จึงเป็นที่มาของเทียนพรรษา
แม้วันสำคัญทางศาสนานี้จะเป็นเรื่องพระวินัยของสงฆ์ แต่อุบาสกอุบาสิกาก็พร้อมด้วยใจกุศลที่จะสนับสนุนกิจของสงฆ์อยู่แล้ว
วันเข้าพรรษาจึงเป็นวันที่ฆราวาสเข้าไปมีส่วนร่วมทะนุบำรุงพระศาสนาด้วย นับแต่เริ่มวันเข้าสู่พรรษา จนถึงวันออกจากพรรษา คือวันที่ฝนหมดแล้ว
———————-

วันอาสาฬหบูชาตรงกับ วันพุธที่ 29 กรกฎาคม 2569 หกสิบวันหลังจากตรัสรู้ พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงเสวยวิมุตติสุขอยู่ ณ บริเวณต้...
28/07/2026

วันอาสาฬหบูชา
ตรงกับ วันพุธที่ 29 กรกฎาคม 2569

หกสิบวันหลังจากตรัสรู้ พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงเสวยวิมุตติสุขอยู่ ณ บริเวณต้นพระศรีมหาโพธิ์เป็นเวลาเจ็ดสัปดาห์ ทรงพิจารณาพระธรรมที่ค้นพบด้วยพระปัญญาอันสมบูรณ์ ครั้นรับอาราธนาจากท้าวสหัมบดีพรหมให้ทรงแสดงธรรมแก่สัตว์โลก พระองค์ทรงตรวจดูผู้ที่เหมาะแก่การรับฟังธรรม และทรงระลึกถึงอาฬารดาบสกับอุทกดาบส แต่ทั้งสองได้สิ้นชีวิตไปแล้ว จึงทรงระลึกถึงปัญจวัคคีย์ทั้งห้า ผู้เคยปรนนิบัติพระองค์ในช่วงบำเพ็ญทุกรกิริยา
พระองค์จึงเสด็จพระดำเนินด้วยพระบาทจากพุทธคยาไปยังป่าอิสิปตนมฤคทายวัน เมืองพาราณสี เป็นระยะทางหลายร้อยกิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางสิบเอ็ดวัน โดยมีเป้าหมายเพียงประการเดียว คือ นำพระธรรมที่ทรงค้นพบไปประกาศแก่ผู้ที่พร้อมเปิดใจรับฟัง
เมื่อเสด็จถึงป่าอิสิปตนมฤคทายวัน ในวันเพ็ญเดือนแปด พระองค์ทรงแสดงธัมมจักกัปปวัตตนสูตร อันเป็นปฐมเทศนาครั้งแรกของพระพุทธศาสนา ทรงประกาศทางสายกลาง อริยมรรคมีองค์แปด และอริยสัจสี่ อันเป็นหลักธรรมที่ชี้ให้เห็นความทุกข์ สาเหตุของความทุกข์ ความดับทุกข์ และข้อปฏิบัติที่ทำให้ความทุกข์สิ้นสุด
เมื่อพระธรรมเทศนาสิ้นสุดลง พระอัญญาโกณฑัญญะได้ดวงตาเห็นธรรม บรรลุโสดาปัตติผล และได้รับการอุปสมบทเป็นพระภิกษุรูปแรกในพระพุทธศาสนา นับเป็นวันที่พระรัตนตรัยครบสมบูรณ์ มีพระพุทธ พระธรรม และพระสงฆ์ปรากฏครบเป็นครั้งแรกในโลก พร้อมกับการเริ่มหมุนวงล้อแห่งพระธรรมเพื่อประโยชน์แก่สรรพสัตว์ตราบจนถึงปัจจุบัน
อนัตตาธรรม

🔅 วิธีทำบุญให้คนตาย ที่ได้อานิสงส์เต็มๆ🔅 โดย หลวงพ่อฤๅษี วัดท่าซุงสมัยที่อาตมายังรับนิมนต์สวดพระอภิธรรม เคยเห็นบ่อยๆ เกื...
28/07/2026

🔅 วิธีทำบุญให้คนตาย ที่ได้อานิสงส์เต็มๆ
🔅 โดย หลวงพ่อฤๅษี วัดท่าซุง
สมัยที่อาตมายังรับนิมนต์สวดพระอภิธรรม เคยเห็น
บ่อยๆ เกือบทุกราย เมื่อเวลาพระจะให้ศีล เจ้าภาพก็
ไปเคาะข้างหีบศพบอกคนตายว่า…
"พระจะให้ศีลแล้วขอจงตั้งใจรับศีล"
เวลาที่จะถวายอาหารพระ ก็เอาสำรับกับข้าวไปตั้งไว้
แล้วก็บอกคนตายว่า…
"เอาข้าวมาให้แล้ว กินข้าวเสียเถอะ"
เมื่อเห็นและได้ฟังแล้วก็รู้สึกหนักใจ ด้วยทราบมา
นานแล้วว่าการทำอย่างนั้น ผีไม่มีโอกาสจะได้กิน
ทางที่ดีถ้าญาติฉลาด ก็เผื่อเหนียวไว้ก่อน พอตายปั๊บ
ไม่ต้องทำบุญมาก แต่ทำบุญให้ได้บุญชัดๆ คือ
🔸หาอาหารชนิดที่ไม่มีบาป
🔸ผ้าไตร ๑ ไตร
🔸พระพุทธรูป ๑ องค์
🔸ถวายเป็นสังฆทานกับพระสงฆ์
ทำเงียบๆ อย่าให้มีเหล้ายาปลาปิ้ง อย่าทุบไข่แม้แต่
ลูกเดียว เมื่อทำบุญเสร็จ ก็ให้อุทิศส่วนกุศลให้เฉพาะ
คนที่ตาย ไม่ให้ ใครอื่นทั้งหมด ถ้าทำอย่างนี้ คนที่
ตายไปเป็นสัมภเวสีจะ ได้รับผลบุญทั้งหมดทันที จะมี
ความสุข มีความผ่องใส มีความอิ่มเอิบ เมื่อเข้าถึง
อายุขัยเมื่อใด ท่านพวกนี้ก็จะ ไปถึงด้านสวรรค์ก่อน.."

27/07/2026
คาถาบูชาความสำเร็จ(ตั้งนะโม 3 จบ)อะอุมะ พุทโธ นะโมพุทธายะ นะมะพะทะ สัตตะนะตะยานุภาเวนะ สะทาโสตถี ภะวันตุเม อิทธิ อิทธิ ฤ...
20/07/2026

คาถาบูชาความสำเร็จ

(ตั้งนะโม 3 จบ)

อะอุมะ พุทโธ นะโมพุทธายะ นะมะพะทะ สัตตะนะตะยา
นุภาเวนะ สะทาโสตถี ภะวันตุเม อิทธิ อิทธิ ฤทธิ ฤทธิ สิทธิ สิทธิ ชัยยะ ชัยยะ
ลาภะ อุตะระเรนะ พุทธะ นิมิตตัง อิติ ธัมมะ นิมิตตัง อิติ สังฆัง นิมิตตัง อิติ

(ตั้งจิตอธิษฐานตามความปรารถนา)

อโคจร หมายถึง สถานที่หรือทางที่ไม่ควรไปในพระวินัย พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงบัญญัติเรื่อง อโคจร ไว้สำหรับพระภิกษุและภิกษุณี ...
19/07/2026

อโคจร หมายถึง สถานที่หรือทางที่ไม่ควรไป
ในพระวินัย พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงบัญญัติเรื่อง อโคจร ไว้สำหรับพระภิกษุและภิกษุณี เพื่อคุ้มครองสมณเพศและป้องกันเหตุแห่งความเสื่อม โดยสถานที่อโคจรของพระภิกษุมี 6 ประการ ได้แก่

1. สถานที่ของหญิงแพศยา
2. สถานที่ของหญิงหม้าย
3. สถานที่ของหญิงเทื้อ
4. สถานที่ของภิกษุณี
5. สถานที่ของบัณเฑาะก์
6. ร้านสุราและสถานที่ที่มุ่งจำหน่ายของมึนเมาเป็นหลัก

เหตุผลสำคัญก็เพื่อป้องกันกิเลส โดยเฉพาะเรื่องกามและความประมาท อีกทั้งยังช่วยรักษาความเลื่อมใสของสาธุชน เพราะแม้พระภิกษุจะไม่ได้ทำสิ่งใดผิด การเข้าไปในสถานที่เช่นนั้นก็อาจเป็นเหตุให้ผู้คนเกิดความเข้าใจผิดและติเตียนได้

สำหรับ คฤหัสถ์หรือฆราวาส พระพุทธองค์ทรงเน้นสอนเรื่อง อบายมุข 6 ซึ่งหมายถึง “ทางแห่งความเสื่อม” ได้แก่

1. การดื่มน้ำเมา
2. การเที่ยวกลางคืน
3. การมัวเมาในการละเล่นและมหรสพ
4. การเล่นการพนัน
5. การคบคนพาลเป็นมิตร
6. ความเกียจคร้านในการงาน

อบายมุข คือเหตุที่ค่อย ๆ บั่นทอนชีวิต ทรัพย์สิน ชื่อเสียง และโอกาสในการสร้างความดี หากปล่อยให้ครอบงำ ก็อาจนำไปสู่ความเดือดร้อนและความสูญเสียได้

ดังนั้น เมื่อต้องอธิบายเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในสังคม เราควรแยกความหมายของ “อโคจร” และ “อบายมุข” ให้ชัดเจน

* ร้านสุรา เป็น อโคจรสำหรับพระภิกษุ ตามพระวินัย
* ขณะเดียวกัน การดื่มสุราและการมัวเมาในอบายมุข เป็นข้อปฏิบัติที่พระพุทธองค์ทรงเตือนคฤหัสถ์ให้ละเว้น เพราะเป็นช่องทางแห่งความเสื่อม

พระพุทธศาสนาไม่ได้สอนให้ซ้ำเติมผู้ที่ประสบเคราะห์กรรม แต่ทรงสอนให้เราเรียนรู้จากเหตุปัจจัยของชีวิต นำหลักธรรมมาเป็นเครื่องเตือนใจในการดำเนินชีวิตด้วยความไม่ประมาท สั่งสมบุญ สร้างคุณงามความดี และหลีกเลี่ยงเหตุแห่งความเสื่อม เพื่อให้ชีวิตดำเนินไปบนเส้นทางแห่งความเจริญและความสุขที่แท้จริง

“ละเว้นอบายมุข สั่งสมบุญ และดำเนินชีวิตด้วยสติ” คือแนวทางที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงแนะนำแก่พุทธบริษัททุกคน

งานแห่เทียนพรรษา อุบลราชธานี ประจำปี 2569‼️วันที่ 28 - 30 ก.ค 69
19/07/2026

งานแห่เทียนพรรษา อุบลราชธานี ประจำปี 2569‼️วันที่ 28 - 30 ก.ค 69

"ความดี นั้นทำอย่างไรจึงจะดี""... ความดีก็คือให้เราพากันตั้งใจว่าในวันนี้ เราจะสร้างพระสักองค์หนึ่งไว้ในจิตในใจ เพื่อเป็...
11/07/2026

"ความดี นั้นทำอย่างไรจึงจะดี"
"... ความดีก็คือให้เราพากันตั้งใจว่า
ในวันนี้ เราจะสร้างพระสักองค์หนึ่งไว้ในจิตในใจ เพื่อเป็นมงคลแก่เรา เพราะพระพุทธรูปนั้นเป็นของวิเศษ และศักดิ์สิทธิ์ยิ่งกว่าวัตถุใดๆ ในโลก เป็นสิ่งที่จะป้องกันตัวเราให้คลาดแคล้วจากความทุกข์ภัยทั้งปวง โดยเฉพาะการสร้างพระไว้ในตัว ก็คือ
นั่งสมาธิภาวนา ทำดวงจิตให้เกิดความสงบ เมื่อจิตสงบ กายก็สงบ ปิติความอิ่มกายอิ่มใจก็จะบังเกิดขึ้นในร่างกาย คือสติเต็มตัว ใจก็เต็มตัว เมื่อ ปิติ เกิดมากๆ ก็จะกลายเป็น สุข ขึ้น เมื่อ สุข มากๆ แล้ว มันก็จะต้องใส ความใส คือ ตัว วิปัสสนาญาณ มองเห็นสังขารร่างกายของตนเอง ในความเป็นจริงว่า กายนี้คือธาตุทั้ง ๔ ไม่ใช่ตัวตน เรา เขา เป็นของไม่เที่ยงและเป็นทุกข์ ต่อจากนี้ก็จะเกิดความเบื่อหน่าย ปล่อยวางในสังขาร ไม่ยึดถือว่าเป็นสาระแก่นสาร แยกกายจิตออกเป็นคนละส่วน
จิตนั้น ก็จะหมดภาระในการแบกหามรูปกายไว้ กลายเป็นจิตที่มีอิสรภาพเบาสบาย จะมองไปทางไหนก็โปร่งโล่งเหมือนเรารื้อพื้นกระดานบ้าน รื้อหลังคา รื้อฝาออกหมดแล้ว เมื่อมองไปข้างล่างก็จะแลเห็นพื้นแผ่นดิน แหงนดูข้างบนก็จะแลเห็นดาว มองไปในทิศทั้ง ๔ ก็ไม่มีสิ่งใดมาบังตาของเราไว้ ย่อมแลเห็นได้ตลอด ชัดเจนหมด มองไปทางตะวันตกเราก็จะมองเห็น ทุกข์ มองไปทางใต้ก็จะเห็น สมุทัย มองไปทางตะวันออกก็เห็น นิโรธ และมองไปทางเหนือก็แลเห็น มรรค
ใครมองเห็นอย่างนี้ท่านเรียกว่าคนเต็มบาท คือมีครบ ๔ สลึง และถ้า ๔ สลึงหลายๆ หน ก็จะกลายเป็นตำลึงจนถึงชั่ง มีค่าสูงขึ้นไปทุกที ผู้นั้นก็จะกลายเป็นคนมั่งมีสมบัติมาก คือ มีอริยทรัพย์ พ้นจากความยากจน ..."
"""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""
#พระสุทธิธรรมรังสีคัมภีรเมธาจารย์
#พระอาจารย์ลี_ธมฺมธโร 🙏🙏🙏
วัดอโศการาม ตำบลท้ายบ้าน อำเภอเมือง
จังหวัดสมุทรปราการ พ.ศ.๒๔๔๙ - ๒๕๐๔
⚜️⚜️⚜️⚜️⚜️⚜️⚜️⚜️⚜️⚜️⚜️⚜️⚜️⚜️

ทำวันนี้ให้เป็นวันแห่งบุญเพียงเริ่มจากใจที่ดี หนึ่งวันดี ๆ ก็กลายเป็นหนทางแห่งความเจริญได้🌼 คำตั้งจิตยามเช้าข้าพเจ้าขอตั...
10/07/2026

ทำวันนี้ให้เป็นวันแห่งบุญ
เพียงเริ่มจากใจที่ดี หนึ่งวันดี ๆ ก็กลายเป็นหนทางแห่งความเจริญได้
🌼 คำตั้งจิตยามเช้า
ข้าพเจ้าขอตั้งใจในวันนี้
จะคิดแต่สิ่งที่เป็นกุศล
จะพูดแต่ถ้อยคำที่เป็นประโยชน์
จะทำความดีด้วยความสุจริต
มีสติอยู่กับทุกการกระทำ
ให้อภัย เมตตา และไม่เบียดเบียนผู้อื่น 😇

ประเคน แปลว่า การถวายสิ่งของให้พระสงฆ์ถึงมือการประเคน คือ การรักษาวินัยของสงฆ์พระภิกษุในพุทธศาสนาจะไม่หยิบอาหาร หรือ สิ่...
10/07/2026

ประเคน แปลว่า การถวายสิ่งของให้พระสงฆ์ถึงมือ
การประเคน คือ การรักษาวินัยของสงฆ์
พระภิกษุในพุทธศาสนาจะไม่หยิบอาหาร หรือ สิ่งของ
ที่วางอยู่บนพื้น หรือ ที่ไม่มีใครส่งให้มาฉันเองทันที

การประเคน เป็นการแสดงความบริสุทธิ์ใจ
ว่ามีผู้ถวายให้ด้วยความตั้งใจจริงครับ

ตามหลักศาสนา ผู้ถวายต้องนั่งหรือยืน
ห่างจากพระไม่เกิน 1 ศอก
(ประมาณครึ่งเมตร) จากนั้นใช้มือยก
ของชิ้นนั้นให้พ้นจากพื้นแล้วส่งให้ท่าน
พระสงฆ์จะไม่หยิบของฉันเอง
หากไม่มีการประเคนก่อน

วิธีประเคนของที่ถูกต้อง
ถือของด้วยมือทั้งสองข้างอย่างระมัดระวัง
หากเป็นของชิ้นเล็กใช้มือเดียวได้
เข้าไปใกล้พระในระยะประมาณ 1 ศอก
ยกสิ่งของนั้นให้สูงพ้นจากพื้น แล้วน้อมถวาย
ส่งให้ถึงมือพระ หากผู้ถวายเป็นผู้หญิง
พระจะวางผ้ารับประเคนไว้ ให้วางสิ่งของบนผ้านั้น

การประเคน คือ การรักษาวินัยสงฆ์

ที่อยู่

บ้านคลองแสงจันทร์ หมู่ที่ 10 ตำบลอ่างศิลา อำเภอพิบูลมังสาหาร
Ubon Ratchathani
34110

เบอร์โทรศัพท์

+66992719608

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ สำนักสงฆ์คลองแสงจันทร์ Khlong Saeng Chan Monk 's Abodeผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ทางลัด

แชร์

ประเภท