ตำหนักพระแม่กวนอิม เจ้าชายฮั้งไฮ้ยี่ หนองยนตรัง

ตำหนักพระแม่กวนอิม เจ้าชายฮั้งไฮ้ยี่ หนองยนตรัง 宮 祖 佛音 觀
ตำหนักพระแม่กวนอ?

24/05/2013
อั่งกู หรือ เต่าแดง ในธรรมเนียมมักใช้ในงานมงคลเต่าเป็นสัตว์สัญญลักษณ์ของการมีอายุยืนนานและความยั่งยืนส่วนสีแดงเป็นเครื่อ...
23/04/2013

อั่งกู หรือ เต่าแดง ในธรรมเนียมมักใช้ในงานมงคลเต่าเป็นสัตว์สัญญลักษณ์ของการมีอายุยืนนานและความยั่งยืนส่วนสีแดงเป็นเครื่องหมายของความยินดีปรีดาและความศักดิ์สิทธิ์โดยทั่วไปมักทำจากแป้งหมี่และแป้งมันเทศ ทาฉาบด้วยสีผสมอาหารสีแดง ใช้เม็ดถั่ว2เม็ดวางไว้เป็นลูกนัยน์ตา มีส่วนจงอยขดเป็นหาง

พระหลี่ฮู้เชี่ยนโส่ย  26ค่ำ เดือน 4  ชื่อเดิมคือ หลี่ ต้าเหลียง เป็นชาวเก็งเอี๊ยง เก่งทั้งบู๊และบุ๋น เป็นผู้นำซึงใหญ่ที่...
14/04/2013

พระหลี่ฮู้เชี่ยนโส่ย 26ค่ำ เดือน 4 ชื่อเดิมคือ หลี่ ต้าเหลียง เป็นชาวเก็งเอี๊ยง เก่งทั้งบู๊และบุ๋น เป็นผู้นำซึงใหญ่ที่สุดในห้าพี่น้อง เพราะได้ช่วยเหลือในการบุกเบิกประเทศ จักรพรรดิถังทรงปูนบำเหน็จรางวัลโดยให้ไปกินเมืองกิมโจว จากนั้นในอีกไม่กี่ปีต่อมา ได้รับตำแหน่งผู้บัญชาการคุมทัพที่เมืองเลี้ยงโจว ซึ่งคอยรักษาเมืองและดูแลความปลอดภัยในการเดินทางของราชทูตในสมัยราชวงศ์ถัง ช่วงประมาณ พ.ศ. 1177 หลี่ต้าเหลียงได้คุมทัพไปทำศึกกับนักรบชนเผ่าทาทา จนกระทั่งประมาณ พ.ศ.1184 จึงตีข้าศึกแตกพ่ายแพ้ราบคาบโดยใช้เวลาเกือบ 7 ปีหลี่ต้าเหลียงสมัยอยู่ในพระราชสำนักนั้น ถึงแม้ท่านเป็นทหารผู้ยิ่งใหญ่และเข้มแข็ง แต่ก็คอยช่วยเหลือพวกพ้องดั่งกับ ที่ท่านคอยรับใช้ดูแลพ่อแม่ที่บ้าน ท่านเป็นที่พึ่งและเป็นที่รักยิ่งของคนทั่วไป จึงเป็นผู้ซึ่งเปรียบเสมือนทั้งนักบุญและนักปราชญ์ให้ผู้อื่นพึ่งพาอย่างสมบูรณ์แบบเมื่อสิ้นอายุขัย ได้กลายเป็นเทพ และ เนื่องจากความดีของท่านได้ทราบถึงองค์เง็กเซียนฮ่องเต้ พระองค์จึงทรงโปรดเกล้า ให้มีหน้าที่เป็นตัวแทนสวรรค์คอยตรวจตราพิทักษ์ปกป้องโลก หรือ โถ่ยเทียงซุ้งซิ่ว คอยคุ้มครองการเดินทางโดยเรือของฮ่องเต้ ควบคุมและกำจัดโรคระบาด ในนาม ไต่อ๋องหลี่ฮู้เชี่ยนโส่ย
นอกจากนี้ผู้คนต่างกราบไหว้และยังนับถือให้เป็นเทพแห่งความยุติธรรม และ มนุษยธรรม

http://www.youtube.com/watch?v=tkh34JT3DXI&NR=1&feature=endscreen
10/04/2013

http://www.youtube.com/watch?v=tkh34JT3DXI&NR=1&feature=endscreen

ศรัทธาในประเพณีนี้มากครับ กินเจมาตั้งแต่เด็กแล้ว จนตอนนี้อายุ 20 แล้วก็ยังกินอยู่ และจะกินต่อไปเรื่อยๆเลยครับ ^____^

http://www.youtube.com/watch?v=2BzNP6HL7ko&list=WL15E35DBBA918D32F
09/04/2013

http://www.youtube.com/watch?v=2BzNP6HL7ko&list=WL15E35DBBA918D32F

ตำนาน เดิมนาจาเป็นเทพที่อยู่บนสวรรค์มีชื่อว่า หลิน จินจื่อ เป็นบุตรของเทพเจดีย์ แต่ด้วยโลกมนุษย์มีปีศาจมาก ทางสวรรค์จึงส่ง หลิน จินจื่อ มาจุติยังโลกมนุษย์ในย...

พระอาจารย์ สมนึก ฉนฺทธมฺโม  วัดหรงบน อ.ปากพนัง จ.นครศรีธรรมราช
09/04/2013

พระอาจารย์ สมนึก ฉนฺทธมฺโม วัดหรงบน อ.ปากพนัง จ.นครศรีธรรมราช

โป้เซ่งไ่ต่เต่ มหาราชผู้คุ้มครองชีวิตพระโป้เซ้งไต่เต่หรือชาวบ้านทั่วไปเรียก หงอจินหยิน หงอจินกุน ตั่วเต๋าจินหยิน หรือ ตั...
08/04/2013

โป้เซ่งไ่ต่เต่ มหาราชผู้คุ้มครองชีวิต
พระโป้เซ้งไต่เต่หรือชาวบ้านทั่วไปเรียก หงอจินหยิน หงอจินกุน ตั่วเต๋าจินหยิน หรือ ตั่วเต๋ากง ท่านเป็นหมอที่มีชื่อเสียง ในสมัยราชวงศ์ซ่งใต้ เดิมชื่อ หงอปุ่น บางตำนานเรียกว่า หงอทอ เมื่อร่ำเรียนชื่อว่า ฮั้วกี สมญานาม ฮุ๋นชง บางตำนานเรียก ฮุ๋นตัง ท่านกำเนิดที่หมู่บ้าน ป๋ายเก๋ว อำเภอ ต่งอาน มณฑลฮกเกี้ยน ในสมัยราชวงศ์ซ่งเหนือ ศักราชพระเจ้าซ่งไท้จง ไท้เป๋งเฮงก๊กปี 4 พุทธศักราช 1522 วันที่ 15 เดือน 3 จีน จนเมื่อศักราชพระเจ้าซ่งเหรินจง จิ่งโย่วปี 4 พุทธศักราช 1579 วันที่ 2 เดือน 5 จีน ท่านละสังขาร สิริอายุรวม 58 ปี ต่อมาสมัยหมิง ศักราชพระเจ้าหมิงเฉิงจู่ หย่งเล่อปี17พุทธศักราช 1962 เมื่อท่านแสดงปาฏิหาริย์แปลงร่างเป็นนักพรตรักษาบุ๋นฮองเฮาในสมัยนั้นให้หายขาดจากอาการประชวร ท่านจึงได้รับการสถาปนาเป็น บ่านสิ้วบู่เก็กโป้เซ้งไต่เต่ ซึ่งมีความหมายถึงจิตวิญญาณอมตะนิรันดร์เมื่อสืบประวัติแล้วพบว่าพระโป้เซ้งไต่เต่โดยชาติกำเนิดของท่าน แท้จริงสืบเผ่าพันธุ์จากกษัตริย์ไท้โปว๋ แห่งราชวงศ์โจว ในยุคสมัยจ้านกว๋อ ยุคนั้นมีการรบพุ่งอยู่ตลอด บรรพบุรุษของท่านได้สร้างที่มั่นอาศัยอยู่ที่แคว้นอู๋ ปัจจุบันคือบริเวณอำเภอเจียงซู จนล่วงรุ่นที่ 31 จึงได้เปลี่ยนจากแซ่เดิมมาเป็นแซ่อู๋ หรือคำฮกเกี้ยนว่า หงอ จวบจนปัจจุบัน ต่อมาลูกหลานแซ่หงอส่วนหนึ่งอพยพลงมาเรื่อย ส่วนหนึ่งมาตั้งรกรากที่บ้านป๋ายเก๋ว อำเภอต่งอาน เมืองจ่วนจิว มณฑลฮกเกี้ยน โดยประวัติบรรพบุรุษของท่านประกอบสัมมาชีพสุจริต มีคุณธรรมจนเป็นที่ทราบกันดีบิดาของท่านชื่อ หงอทอง เป็นสุจริตชนอยู่ในศีลธรรม ส่วนมารดาท่านชื่อ อึ๋งหยกฮั้ว ซึ่งเป็นเทพเซียน หยกฮั้วไต่เซียน ได้กลับภพลงมาเกิด นับเป็นสตรีที่มีจิตใจงดงาม ทั้งคู่สามีภรรยาประกอบอาชีพประมงจับปลา อยู่ด้วยกันมานานแต่ก็ไม่มีบุตร จนคืนหนึ่งนางฝันว่านางได้กลืนเต่าสีขาวลงท้อง เมื่อตื่นขึ้นมา นางได้ปรึกษาเพื่อนบ้าน ทุกคนต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า เต่าสีขาวเป็นสัญลักษณ์ของสิ่งที่ดี มีสิริมงคล ต่อมาไม่นานนางบังเกิดตั้งครรภ์ ซึ่งเป็นพระโป้เซ้งไต่เต่นั่นเองที่มาจุติในครรภ์ของนาง
สมัยราชวงศ์ซ่งเหนือ ศักราชพระเจ้าซ่งไท้จง ไท้เป๋งเฮงก๊กปี 4 พุทธศักราช 1522 วันที่ 15 เดือน 3 จีน เมื่อมารดาตั้งครรภ์ครบ 10 เดือน เริ่มมีอาการเจ็บครรภ์นานประมาณ 10 วัน จนเมื่อคืนของวันที่ 14 จึงเจ็บครรภ์คลอด กล่าวว่าท่านคลอดยาก ใช้เวลานานมาก มารดาได้รับความทุกขเวทนา บิดาของท่านกระสับกระส่ายสอบถามอาการจากหมอทำคลอดทุกระยะ จนหมอทำคลอดกล่าวว่าอาการเป็นตายเท่าๆกันต่อมามารดาท่านสลบไสลไป จึงปรากฏในฝันว่า มีชายชราผมสีขาวโพลน มีหนวดสีเงิน เรียวคิ้วและแววตาเต็มไปด้วยความเมตตา กล่าวว่าท่านเป็น ติ๋วซ๊อเต๋าหยิน หรือไท้แปะกิมแช มาพร้อมกับ หล่ำเหลงซายเจี่ย และ พระปักเต้าแชกุน ชายชราเหล่านั้นได้ส่งทารกน้อยให้มารดา โดยวางไว้ในกระท่อมภายในบ้านของท่าน และกล่าวว่าเด็กน้อยคนนี้เป็น พระจี๋บี๋แช หรือจีมุ้ยแช ท่านลงมาจุติเพื่อช่วยเหลือประชาชนให้หายจากทุกข์โศกโรคภัย กำจัดปีศาจ เมื่อศักราชพระเจ้าซ่งไท้จง จื้อต้าวปีแรก พุทธศักราช 1538 ท่านหงอปุ่นอายุได้ 17 ปี ท่านต้องการศึกษาหาวิชาความรู้ จึงเที่ยวเสาะหาบรรดาเหล่าอาจารย์ จนเดินทางมาถึงภูเขา เบ๋งซัว พบวัดเก่าแก่ ท่านได้ฝากตัวเป็นศิษย์วัด เมื่ออยู่ที่นี่ท่านได้มีเวลาฝึกปรือคิดทบทวนวิชาต่างๆ ศึกษาข้อผิดพลาดจากอดีต ท่านเล่นแร่แปรธาตุ จนได้สูตรยาวิเศษ ณ จุดนี้ท่านจึงมีความตั้งใจที่จะช่วยเหลือชาวบ้าน โดยไม่สนใจเงินทอง ลาภยศสักการะ ซึ่งเปรียบเสมือนเมฆลอยที่ผ่านมาแล้วหายไป
ในปีเดียวกันนั้น ระหว่างที่ท่านหงอปุ่นกำลังตกปลาอยู่ริมฝั่งชายทะเล ปรากฏมีเรือแจวลำหนึ่งมุ่งตรงมายังตัวท่าน หน้าตาของชายผู้แจวเรือดังกล่าวนั้น ลักษณะไม่คุ้นตา ไม่เหมือนชาวบ้านทั่วไป ชายคนดังกล่าวได้ร้องเรียกท่านด้วยน้ำใสใจจริงให้ไปเที่ยวล่องเรือชมทิวทัศน์บรรยากาศด้วยกัน ท่านหงอปุ่นไม่รีรอ จึงลงเรือไปด้วย เนื่องจากมีความตั้งใจที่จะท่องไปในทะเลอยู่แล้ว เรือลำนั้นพาท่านมุ่งหน้าไปยังภูเขาสูงชันทราบภายหลังว่า กุนหลุนซัว แล้วชายแปลกหน้าก็บอกว่า พระซายอ่องโบ้ ทราบว่าท่านกำลังเดินทางเสาะหาอาจารย์ เพื่อร่ำเรียนนำวิชาไปช่วยเหลือชาวบ้าน ชายแปลกหน้ายินดีพาท่านไปหาพระซายอ่องโบ้ท่านหงอปุ่นจึงเดินตามชายแปลกหน้าคนดังกล่าว เดินทางขึ้นเขาไปด้วยความยากลำบาก ในที่สุดก็มาถึงยอดเขาสูงสุด ปรากฏถ้ำเซียนอยู่เบื้องหน้า ท่านจึงได้พบกับพระซายอ่องโบ้ พระซายอ่องโบ้กล่าวว่าภพก่อนท่านและท่านหงอปุ่นนั้นมีชะตาลิขิตร่วมกัน ชาตินี้เมื่อพบท่านหงอปุ่นแล้ว ท่านตั้งใจจะสอนวิชาเทพ เพื่อให้ท่านหงอปุ่นนำสิ่งที่ได้เรียนรู้ไปช่วยเหลือชาวบ้านในโลกมนุษย์ ท่านหงอปุ่นร่ำเรียนอยู่บนภูเขากุนหลุนซัวอยู่ 7 วัน 7 คืนจนสำเร็จวิชาจับปราบปีศาจ และพระซายอ่องโบ้ยังมอบตำรายารักษาผู้ป่วยให้กับท่านหงอปุ่น กำชับให้ท่านหงอปุ่นหมั่นศึกษาร่ำเรียนวิชาให้ก้าวหน้า อย่าให้เสียเวลาจะทำให้ชาวบ้านต้องผิดหวังมารดาของท่านได้ฟังดังนั้นก็นิ่งอึ้ง สะดุ้งตื่นจากการหลับใหล พลันกำเนิดคลอดบุตรในเวลาเช้าตรู่พอดี เมื่อแสงอาทิตย์ยามเช้าสาดส่อง แสงสีม่วงอบอวลไปทั่วห้องหับ กลิ่นหอมหวลฟุ้งกำจาย ปรากฏกาย พระโคยแช มาร่วมแสดงความยินดี ท้องฟ้ามีเมฆมงคล 5 สี ชาวบ้านต่างแปลกใจในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ถือเป็นวาระกำเนิดผู้มีบุญญาธิการ ท่านจึงได้รับขนานนามว่า หงอปุ่น เนื่องจากท่านเป็นกายแปลงกำเนิดของ พระจี๋บี๋แช ภายหลังมีผู้เรียกท่านว่า จี๋บี๋จินหยิน ด้วยอีกนามหนึ่ง
เนื่องจากท่านเป็น พระจี๋บี๋แช ถือภพกลับชาติมาเกิด ท่านจึงมีบุคลิกภาพนุ่มลึก สันโดษ มีเหตุผล มีความรอบรู้ฉลาดเฉลียว เมื่อถึงวัยศึกษา ไม่ว่าจะเป็นหนังสือใดๆ เพียงอ่านครั้งเดียว ท่านก็สามารถเข้าใจและท่องกลับมาได้ครบถ้วน ไม่ว่าเป็นบทกวี ศีลธรรม ภูมิศาสตร์ และกฎแห่งฟ้าดิน ท่านก็รู้กระจ่าง และมีความมุ่งมั่นใฝ่รู้เพิ่มเติมอยู่เสมอ
กล่าวว่าดวงวิญญาณของท่านศักดิ์สิทธิ์ สามารถคุ้มครองเป็นที่พึ่งพิงของชาวบ้านได้เสมอ ครั้งหนึ่งมีกลุ่มโจรมาปล้นสดมภ์ภายในหมู่บ้าน ชาวบ้านต่างหวาดกลัวไม่มีที่พึ่งพิง จึงจุดธูปบอกกล่าวท่าน อีกไม่กี่วันทางราชการก็ส่งกองกำลังเข้ามาปราบปราม จับหัวหน้าโจรประหารชีวิต ลูกน้องจึงแตกกระสานซ่านเซ็น ชาวบ้านจึงอยู่ดีมีสุขอีกครั้งหนึ่ง ชาวบ้านต่างเชื่อว่าเป็นด้วยความศักดิ์สิทธิ์ของท่านนั่นเองสมัยซ่งใต้ พระเจ้าซ่งกาวจง ในสมัยที่ยังเป็น ไท้จือกังอ๋อง นั้น กองทัพซ่งประสบความพ่ายแพ้ต่อกองทัพกิมก๊ก ท่านไท้จือกังอ๋องจึงถูกเชิญตัวมาเป็นตัวประกันที่เมืองกิม วันหนึ่งท่านคิดหลบหนีกลับ แต่ท่านไม่มีกองกำลังทหารอยู่ในมือเลย ท่านแวะไปที่ศาลแห่งหนึ่งบอกกล่าวกับสิ่งศักดิ์สิทธิ์ สิ่งศักดิ์สิทธิ์จึงประทานม้าควบมาให้เมื่อท่านควบม้าถึงแม่น้ำ ปรากฏกองทัพกิมก๊กตามมาทัน ท่านจึงบอกกล่าวสิ่งศักดิ์สิทธิ์อีกครั้งหนึ่ง พลันปรากฏเมฆครึ้มหมอกควันปกคลุม กองทัพทหารม้าไม่ทราบมาจากแหล่งใดออกมาต้านทานขับไล่กองกำลังทหารกิมก๊ก ท่านเห็นธงประจำกองทัพนามว่า หงอจินหยิน ท่านจึงรอดพ้นจากกองทัพกิมก๊ก และสามารถกลับมาตั้งหลักสร้างบ้านสร้างเมือง จากนั้นท่านจึงสืบค้นว่าสิ่งศักดิ์สิทธิ์ดังกล่าวที่ช่วยเหลือและคุ้มครองท่านคือใคร อยู่แห่งหนใด จนมาพบว่าเป็นพระหงอจินหยินแห่งบ้านป๋ายเก๋วนั่นเองสมัยซ่งใต้ พระเจ้าซ่งหนิงจง คายสี่ปี 3 พุทธศักราช 1750 บ้านเมืองประสบภัยแล้ง ชาวเมืองจ่วนจิวจึงรวมตัวกันที่ศาล ฉือแจ่เก๋ง เพื่อขอให้ท่านช่วยเหลือให้เกิดฝนตก หลังจากนั้นจึงบังเกิดฝนตกใหญ่ ชาวบ้านร่ำลือถึงความศักด์สิทธิ์ จนทราบถึงพระเจ้าซ่งหนิงจง ได้ประกาศยศให้ท่านเป็น เองหุ้ยโหสมัยหมิง พระเจ้าหมิงเฉิงจู่ หย่งเล่อปี 17 พุทธศักราช 1962 บุ๋นฮองเฮา ประสบความเจ็บป่วยด้วยโรคพระถันย์หรือเต้านม ไม่มีหมอหลวงผู้ใดรักษาให้หายได้ ในคราวนั้นท่านแปลงกายเป็นเต๋าซือ มารักษาฮองเฮา พระเจ้าหมิงเฉิงจู่คลางแคลงใจ ต้องการทดสอบว่าท่านสามารถหรือไม่ โดยนำเส้นไหมแตะชีพจรสำหรับวินิจฉัยนอกห้องบรรทม ไปวางบนหัวเตียง ไม้ไผ่ กำไล และขาแมว ท่านหงอปุ่นบอกได้ถูกหมดว่าไม่ใช่ชีพจรมนุษย์ จนพระองค์ยอมรับ และอนุญาติให้รักษาบุ๋นฮองเฮา โดยใช้เวลารักษาทั้งสิ้น 3 วัน บุ๋นฮองเฮาจึงหายประชวรพระเจ้าหมิงเฉิงจู่ซาบซึ้งความสามารถ จึงยกทรัพย์สินเงินทองให้ แต่ท่านไม่รับ กล่าวบอกให้ทราบว่าท่านเป็นหงอจินหยิน พระเจ้าหมิงเฉิงจู่จึงพระราชทานหมวกชิดแช และถอดเสื้อมังกรพร้อมเข็มขัดของกษัตริย์พระราชทาน แล้วท่านก็ขึ้นนกกระสาขาวบินขึ้นลับขอบฟ้าไป พระเจ้าหมิงเฉิงจู่ซาบซึ้งในคุณความดีของท่านมาก ภายหลังจึงแต่งตั้งยศท่านเป็น อุนจู่โหเทียนอีเหล็งเบ่วหุ้ยจินกุน บ่านสิ้วบู่เก็กโป้เซ้งไต่เต่ ซึ่งเป็นที่มาของคำย่อ พระโป้เซ้งไต่เต่ คำไทยคือมหาราชผู้คุ้มครองชีวิต มาตราบจนปัจจุบัน และบุ๋นฮองเฮายังได้ให้ช่างแกะสลักหินเป็นรูปสิงโต ให้ประจำไว้ที่ศาลฉือแจ่เหล่งเก๋งที่บ้านป๋ายเก๋ว ชาวบ้านเรียกสิงโตตัวนี้ว่าว่า ก๊กโบ่ซือสมัยหมิง พระเจ้าหมิงเหรินจง หงซีปีแรก พุทธศักราช 1968 ท่านได้รับการแต่งตั้งยศเป็น อุนจู่โหเทียนกิมก๊วดหงื่อสื่อ ฉือแจ่อีเหล็งเบ่วหุ้ยจินกุน บ่านสิ้วบู่เก็กโป้เซ้งไต่เต่ พร้อมมอบเสื้อคลุมมังกรให้กับท่านที่ศาลบ้านป๋ายเก๋วอีกด้วยนอกจากหมวกชิดแชที่ท่านได้รับพระราชทานนั้น ยังมีตำนานเล่าขานในท้องถิ่นว่า เดิมท่านมีดาบชิดแชเกี่ยมด้วย ภายหลังพระเฮี่ยนเทียนส่งเต่ได้ขอยืมไป โดยนำ 36 ขุนทหารมาไว้กับท่านเป็นข้อแลกเปลี่ยน ต่อมาไม่ได้คืนดาบชิดแชเกี่ยมกลับมา ทั้ง 36 ขุนทหารจึงยังคงอยู่กับท่านตลอดมา ดังนี้เป็นเพียงตำนานความเชื่อของชาวบ้านซึ่งไม่มีข้อพิสูจน์
สำหรับ 36 ขุนทหารของพระโป้เซ้งไต่เต่ มีรายนามดังต่อไปนี้
อุนหง่วนโซย กังหง่วนโซย หงักหง่วนโซย เตี่ยวหง่วนโซย อุนหง่วนโซย หม่าหง่วนโซย(แบ่เหล็งเก๋ง) เต็งหง่วนโซย ซินหง่วนโซย อ๋องซุนหง่วนโซย โกหง่วนโซย หลี่หง่วนโซย กี๋จุ่ยจินหยิน เหลียนเซ่งเจี่ย เซียวเซ่งเจี่ย เตียวเซ่งเจี่ย ชกไต่เจียง หลา(บัก)ไต่เจียง หลิว(กา)ไต่เจียง โส่ไต่เจียง ค๊วนเซียนกอ โหเซียนกอ หลี่เซียนกอ กี่เซียนกอ (กล่าวว่าเป็นบุตรสาว 4 ท่าน) ทุนเจ็งไต่เจียง เจี่ยะกุ่ยไต่เจียง กังเซียนกวน อึ๋งเซียนกวน หง่อเหล็งเกง หงอไต่เจียง กิมเซียะหยิน ตึ๋งเซียะหยิน อี๋ซัวไต่เจียง โต๊ยไต่เจียง แบ่กะโล๋ ฮ่อกะโล๋ที่สำคัญมี 2 ท่าน คือ กังเซียนกวน และ เตียวเซ่งเจี่ย ซึ่งเป็นศิษย์ของท่านทั้งสองอยู่เบื้องซ้ายและขวาตามลำดับ นอกจากนั้นยังมี กั๊งเหล็ง และ หกฮ่อ เป็นทหารมังกรและทหารเสืออยู่เบื้องซ้ายและขวาของท่านอีกด้วย สำหรับท่านเตียวเซ่งเจี่ยเมื่อได้สำเร็จเซียนแล้วมีนามว่า โปยเทียนไต่เซ่ง โดยศาลที่บูชาท่านเป็นการเฉพาะเรียก หยกจินฮวดอี้ ส่วนบิดาของท่านหรือหงอทอง ปรากฏนามต่อมาว่า เฮียบเส็งหง่วนกุน
หมายเหตุ ในบางตำนานรายนามทั้ง 36 ขุนทหารอาจต่างออกไปจากนี้ เนื่องจากมีการเพิ่มเติมขุนทหารบางท่านจากพงศาวดารห้องสิน และรายนามนั้นอาจไม่ตรงกับขุนทหารของพระเฮี่ยนเทียนส่งเต่ทั้ง 36 ท่าน

ปอ เซงว่ะสัส รายงาน
08/04/2013

ปอ เซงว่ะสัส รายงาน

ที่อยู่

200 ม 4 ซ ทุ่งกระบือ 12 ถ ตรัง/ปะเหลียน ต ย่านตาขาว อ ย่านตาขาว
Trang
92140

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ ตำหนักพระแม่กวนอิม เจ้าชายฮั้งไฮ้ยี่ หนองยนตรังผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์