ชุมชนคุณธรรมวัดท่าขนุน

ชุมชนคุณธรรมวัดท่าขนุน ขับเคลื่อนชุมชนคุณธรรมตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง

วสีหรือความชำนาญคล่องตัวนั้นมีอยู่ ๕ อย่าง ก็คือสมาปัชชนวสี ความชำนาญในการเข้าฌานวุฏฐานวสี ความชำนาญในการออกจากฌานอธิษฐา...
25/05/2026

วสีหรือความชำนาญคล่องตัวนั้นมีอยู่ ๕ อย่าง ก็คือ

สมาปัชชนวสี ความชำนาญในการเข้าฌาน

วุฏฐานวสี ความชำนาญในการออกจากฌาน

อธิษฐานวสี ความชำนาญในการตั้งเวลาว่าเราจะเข้าเท่าไร มากน้อยแล้วแต่กำหนด

อาวัชชนวสี มีความคล่องตัว สามารถเข้าฌานได้ทุกเวลา ทุกอารมณ์ที่ต้องการ จะหิว จะกระหาย จะร้อน จะหนาว จะเจ็บไข้ได้ป่วย

และท้ายที่สุด ปัจจเวกขณวสี บาลีเขาบอกว่าชำนาญในการพิจารณาฌาน ครูบาอาจารย์ผมสอนให้เข้าฌานสลับกัน ก็คือ ๑-๒-๓-๔-๕-๖-๗-๘ , ๘-๗-๖-๕-๔-๓-๒-๑ , ๑-๘-๒-๗ อะไรประมาณนี้ สลับกันไปเรื่อย

สิ่งทั้งหลายเหล่านี้เราต้องฝึกแล้วฝึกอีก ซ้อมแล้วซ้อมอีก เบื่อไม่ได้หน่ายไม่ได้ แบบที่กระผม/อาตมภาพเรียนถวายท่านไป ๒ เช้าแล้ว ถ้าคนที่มาแต่แรกก็จะรู้สึกว่าซ้ำ ๆ กันทุกวัน แต่ท่านทั้งหลายครับ อะไรที่ยาก ถ้าเราไม่ทำซ้ำแล้วซ้ำอีก ก็จะไม่เกิดความชำนาญจนเป็นของเรา

กระผม/อาตมภาพพบพระเถระอยู่ ๒ รูป รูปแรกเป็นพระธรรมทูตจากพม่า ชื่อท่านอาจารย์เตชะ ในช่วงเข้าพรรษาท่านจะมาจำพรรษาที่วัดท่าขนุนเสมอ ท่านจบธัมมะจริยะ หรือว่าประโยค ๙ ของพม่ามา เมื่อจบแล้วต้องเข้ากรรมฐาน ๔ เดือน เดิน ยืน นั่ง นอน อย่างละ ๑ เดือน

อาจารย์เตชะชำนาญในการเข้าฌานครับ ได้สมาปัชชนวสี นั่งลงไปไม่ถึงอึดใจก็เป็นตอไม้ไปเลย แต่ท่านไม่ชำนาญในการออกจากฌานครับ ไม่มีวุฏฐานวสี ถึงเวลาพวกกระผม/อาตมภาพทำวัตรจนเสร็จ กราบพระเรียบร้อย เดินกลับกุฏิ ท่านก็ยังนั่งหัวโด่อยู่นั่นแหละ..ออกไม่ได้..!

อีกท่านหนึ่งเป็นลูกศิษย์เรียนปริญญาโทกับผม ปัจจุบันก็คือหลวงพ่อสมพงษ์ ปัจจุบันก็คือพระครูสุวรรณจันทนิวิฐ, ดร. เจ้าอาวาสวัดองค์พระ เจ้าคณะตำบลองค์พระ จังหวัดสุพรรณบุรี หลวงพ่อสมพงษ์ท่านนั่งปลุกเสกกับกระผม/อาตมภาพเมื่อไรก็สบาย ลงไปก็กลายเป็นหุ่นแข็งทื่ออยู่อย่างนั้นเลย จนกระทั่งคนอื่นเขาจบพิธีกัน รับไทยธรรมกลับวัดแล้ว ท่านก็ยังนั่งแข็งทื่ออยู่อย่างนั้น..!

สมัยหลวงพ่อเจ้าคุณแย้ม (พระธรรมวชิรานุวัตร, ดร.) อดีตเจ้าคณะภาค ๑๔ ยังอยู่ ท่านบอกว่า "เฮ้ย..ช่วยกันยกมันไปเก็บหน่อยซิ..!" ก็คือต้องรอจนกว่าท่านจะออกจากฌาน ซึ่งไม่รู้ว่าเมื่อไร นี่คือขาดความชำนาญเป็นอย่างยิ่ง ถนัดเข้าแต่ไม่ถนัดออก..!

กระผม/อาตมภาพโชคดีที่มีครูบาอาจารย์ท่านซักซ้อมให้ ปัจจุบันนี้ไม่เคยใช้นาฬิกา ต้องการจะทำอะไรเวลาไหน กำหนดใจว่าจะทำเวลานั้น จะตรงเวลาพอดี เหนื่อยมาขนาดไหนก็ตาม ถ้าต้องการตื่นเวลาไหนก็จะตื่นเวลานั้น เรื่องพวกนี้ทุกท่านทำได้ทุกคน แต่ต้องขยันซักซ้อมให้มากเข้าไว้

เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันอาทิตย์ที่ ๒๔ พฤษภาคม ๒๕๖๙

https://www.watthakhanun.com/webboard/showthread.php?t=11662

พระครูวิลาศกาญจนธรรม, รศ.ดร. วัดท่าขนุน
www.watthakhanun.com

#ชุมชนคุณธรรม #วัดท่าขนุน
: wat.thakhanun :
#ชุมชนคุณธรรมวัดท่าขนุน
#ชุมชนคุณธรรมน้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงขับเคลื่อนด้วยพลังบวร
#พระพุทธศาสนาช่วยโลก #พระสงฆ์ช่วยสังคม
#พระครูวิลาศกาญจนธรรมดร #พระครูวิลาศกาญจนธรรม #พระอาจารย์เล็ก #หลวงพ่อเล็กวัดท่าขนุน

วันจันทร์ที่ ๒๕ พฤษภาคม พุทธศักราช ๒๕๖๙ เวลา ๑๐.๔๕ น. พระครูวิลาศกาญจนธรรม, รศ.ดร. เจ้าอาวาสวัดท่าขนุน ที่ปรึกษาเจ้าคณะจ...
25/05/2026

วันจันทร์ที่ ๒๕ พฤษภาคม พุทธศักราช ๒๕๖๙ เวลา ๑๐.๔๕ น. พระครูวิลาศกาญจนธรรม, รศ.ดร. เจ้าอาวาสวัดท่าขนุน ที่ปรึกษาเจ้าคณะจังหวัดกาญจนบุรี ประธานชุมชนคุณธรรมต้นแบบวัดท่าขนุน ประธานหน่วยอบรมประชาชนประจำตำบลท่าขนุน เจ้าสำนักปฏิบัติธรรมประจำจังหวัดกาญจนบุรีแห่งที่ ๒๓ (วัดท่าขนุน) นำผู้เข้าอบรมพระวิปัสสนาจารย์ในเขตปกครองคณะสงฆ์ภาค ๑๔ รับถวายภัตตาหารจากเจ้าภาพ ณ ศาลา ๑๐๐ ปีหลวงปู่สาย วัดท่าขนุน หมู่ที่ ๑ ตำบลท่าขนุน อำเภอทองผาภูมิ จังหวัดกาญจนบุรี

#ชุมชนคุณธรรม #วัดท่าขนุน
: wat.thakhanun :
#ชุมชนคุณธรรมวัดท่าขนุน
#ชุมชนคุณธรรมน้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงขับเคลื่อนด้วยพลังบวร
#พระพุทธศาสนาช่วยโลก #พระสงฆ์ช่วยสังคม
#พระครูวิลาศกาญจนธรรมรศดร #พระครูวิลาศกาญจนธรรม #พระอาจารย์เล็ก #หลวงพ่อเล็กวัดท่าขนุน

วันจันทร์ที่ ๒๕ พฤษภาคม พุทธศักราช ๒๕๖๙ เวลา ๑๐.๐๐ น. พระครูวิลาศกาญจนธรรม, รศ.ดร. เจ้าอาวาสวัดท่าขนุน ที่ปรึกษาเจ้าคณะจ...
25/05/2026

วันจันทร์ที่ ๒๕ พฤษภาคม พุทธศักราช ๒๕๖๙ เวลา ๑๐.๐๐ น. พระครูวิลาศกาญจนธรรม, รศ.ดร. เจ้าอาวาสวัดท่าขนุน ที่ปรึกษาเจ้าคณะจังหวัดกาญจนบุรี ประธานชุมชนคุณธรรมต้นแบบวัดท่าขนุน ประธานหน่วยอบรมประชาชนประจำตำบลท่าขนุน เจ้าสำนักปฏิบัติธรรมประจำจังหวัดกาญจนบุรีแห่งที่ ๒๓ (วัดท่าขนุน) นำผู้เข้าอบรมพระวิปัสสนาจารย์ในเขตปกครองคณะสงฆ์ภาค ๑๔ ฟังธรรมบรรยายจากพระเดชพระคุณพระเทพปริยัติโสภณ, ดร. เจ้าคณะจังหวัดกาญจนบุรี และพระครูวิบูลกาญจโนภาส, ดร. เจ้าคณะอำเภอท่ามะกา ณ ศาลา ๑๐๐ ปีหลวงปู่สาย วัดท่าขนุน หมู่ที่ ๑ ตำบลท่าขนุน อำเภอทองผาภูมิ จังหวัดกาญจนบุรี

#ชุมชนคุณธรรม #วัดท่าขนุน
: wat.thakhanun :
#ชุมชนคุณธรรมวัดท่าขนุน
#ชุมชนคุณธรรมน้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงขับเคลื่อนด้วยพลังบวร
#พระพุทธศาสนาช่วยโลก #พระสงฆ์ช่วยสังคม
#พระครูวิลาศกาญจนธรรมรศดร #พระครูวิลาศกาญจนธรรม #พระอาจารย์เล็ก #หลวงพ่อเล็กวัดท่าขนุน

วันจันทร์ที่ ๒๕ พฤษภาคม พุทธศักราช ๒๕๖๙ เวลา ๐๘.๐๐ น. พระครูวิลาศกาญจนธรรม, รศ.ดร. เจ้าอาวาสวัดท่าขนุน ที่ปรึกษาเจ้าคณะจ...
25/05/2026

วันจันทร์ที่ ๒๕ พฤษภาคม พุทธศักราช ๒๕๖๙ เวลา ๐๘.๐๐ น. พระครูวิลาศกาญจนธรรม, รศ.ดร. เจ้าอาวาสวัดท่าขนุน ที่ปรึกษาเจ้าคณะจังหวัดกาญจนบุรี ประธานชุมชนคุณธรรมต้นแบบวัดท่าขนุน ประธานหน่วยอบรมประชาชนประจำตำบลท่าขนุน เจ้าสำนักปฏิบัติธรรมประจำจังหวัดกาญจนบุรีแห่งที่ ๒๓ (วัดท่าขนุน) นำพระภิกษุสามเณรวัดท่าขนุนและผู้เข้าอบรมพระวิปัสสนาจารย์ในเขตปกครองคณะสงฆ์ภาค ๑๔ ปฏิบัติธรรมช่วงสาย ณ ศาลา ๑๐๐ ปีหลวงปู่สาย วัดท่าขนุน หมู่ที่ ๑ ตำบลท่าขนุน อำเภอทองผาภูมิ จังหวัดกาญจนบุรี

#ชุมชนคุณธรรม #วัดท่าขนุน
: wat.thakhanun :
#ชุมชนคุณธรรมวัดท่าขนุน
#ชุมชนคุณธรรมน้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงขับเคลื่อนด้วยพลังบวร
#พระพุทธศาสนาช่วยโลก #พระสงฆ์ช่วยสังคม
#พระครูวิลาศกาญจนธรรมรศดร #พระครูวิลาศกาญจนธรรม #พระอาจารย์เล็ก #หลวงพ่อเล็กวัดท่าขนุน

วันนี้ตรงกับวันเสาร์ที่ ๕ กรกฎาคม พุทธศักราช ๒๕๖๘ บรรดาพระของเราที่ไปสถาบันนิติเวช กรมตำรวจ กลับมากันหรือยัง ?การไปดูการ...
25/05/2026

วันนี้ตรงกับวันเสาร์ที่ ๕ กรกฎาคม พุทธศักราช ๒๕๖๘ บรรดาพระของเราที่ไปสถาบันนิติเวช กรมตำรวจ กลับมากันหรือยัง ?

การไปดูการผ่าศพแทบจะไม่มีประโยชน์อะไรเลย ยกเว้นว่าบุคคลนั้นมีอสุภกรรมฐาน ตลอดจนกระทั่งกสิณ "ของเดิม" มาก่อน เนื่องเพราะว่าเรื่องของอสุภกรรมฐานนั้น ต้องฝึกแล้วฝึกอีก ซ้ำแล้วซ้ำอีก ตอกย้ำตัวเอง ไม่ใช่ไปดูกันชั่วครั้งชั่วคราว แล้วก็กลับมาอ้วกแตก กินอะไรไม่ได้ ไม่ได้ช่วยอะไรหรอก กระผม/อาตมภาพทำมาก่อนแล้ว ถึงอยากจะแนะนำว่าเมนูเพลวันนั้น ควรจะเป็นพวกต้มเลือดหมู ต้มเครื่องในอะไรพวกนั้น จะได้รู้สึกซาบซึ้งขึ้นอีกหน่อย..!

สภาพจิตของคนเรามีความเคยชินกับฝ่ายต่ำมากกว่า เราไปดูแค่ชั่วครั้งชั่วคราว จึงช่วยอะไรไม่ได้ ถึงจะไปดูหลาย ๆ ครั้ง ถ้าปัญญาไม่ถึง คราวนี้ยิ่งแย่เข้าไปใหญ่ กระผม/อาตมภาพตอนแรก ๆ ไปดูก็อ้วกแตกอ้วกแตนเหมือนกันแหละ..! แต่ว่าหลังจากนั้นก็เริ่มตายด้าน เลือกดูแต่ตรงที่ดี ๆ ไอ้ที่เขาผ่าเราก็ไม่ดู..!

เพราะฉะนั้น..ถ้าหากว่าใครต้องการจะฝึกอสุภกรรมฐานให้ได้ผล ต้องไปซ้ำแล้วซ้ำอีก อย่างน้อยต้องให้เป็นปฏิภาคนิมิต ก็คือติดตา สามารถยกภาพขึ้นมาตอนไหนก็ได้ ถ้าวิสัยเก่ามาทางอภิญญาสมาบัติ จะไม่ได้มาแต่ภาพเฉย ๆ ทั้งกลิ่น ทั้งเสียงจะมาหมด..!

ครูบาอาจารย์ที่สอนอสุภกรรมฐานตามสายของเรา ที่สุดยอดที่สุดก็คือหลวงปู่พริ้ง - พระครูประศาสน์สิกขกิจ (พริ้ง อินฺทโชติ) วัดบางปะกอก หลวงปู่ปาน วัดบางนมโคไปขอเรียนวิชากับท่าน แล้วก็กลับไปบอกลูกศิษย์ทางอยุธยาว่า "ไปขอเรียนวิชากับหลวงพ่อพริ้งมา"

บรรดาลูกศิษย์ก็ถามหลวงปู่พริ้งว่า "หลวงพ่อปานท่านบอกว่ามาเรียนวิชากับหลวงพ่อ ผมไม่เห็นหลวงพ่อปานท่านมาเลย" หลวงปู่พริ้งท่านบอกว่า "ท่านปานไม่ได้เหมือนกับพวกแก จะได้อยู่กันเป็นเดือนเป็นปี ท่านมาแค่คืนเดียวก็โกยวิชาข้าไปหมดแล้ว..!" ก็คือแค่มาทบทวนกันว่าแต่ละฝ่ายรู้อะไรบ้าง ? ศึกษาอะไรมาบ้าง ? ทำอะไรได้บ้าง ? ถ้าหากว่าส่วนไหนบกพร่องก็ขอเรียนเพิ่ม ถ้าไม่ได้บกพร่อง มีพร้อมสมบูรณ์แล้ว จะไปเรียนอะไรได้ ? ต่างคนต่างรู้กันแล้ว..!

หลวงปู่ปานท่านเล่าว่าหลวงปู่พริ้ง วัดบางปะกอก สามารถที่จะกำหนดให้ซากอสุภกรรมฐานปรากฏเป็นตัว ๆ บนลานวัดให้ดูเลย..! จะเอาแบบไหนมีหมด เริ่มตั้งแต่อุทธุมาตกอสุภ ซากศพที่พองเน่ามา ไล่ไปจนถึงอัฏฐิกอสุภ ก็คือเหลือแต่โครงกระดูกแล้ว

ถ้าหากว่าพวกเราปัญญาไม่พอ ในเรื่องของอสุภกรรมฐานให้เน้นไปในด้านของกสิณเลย ก็คือพิจารณาว่าซากศพนั้นมีสีอะไรมากกว่า สมมติว่าสีแดงของเลือดมากกว่า เราก็จับ "โลหิตกสิณัง" ไปเลย จะได้ผลมากกว่า แต่ถ้าหากว่าจะเอาแค่อสุภกรรมฐาน ตามตำราเขาบอกว่าได้แค่อุปจารสมาธิ เพราะว่าเขาทำไม่เป็น อุปจารสมาธิก็จดจำได้แค่ประเดี๋ยวประด๋าว ถ้าไม่มีของเก่าอยู่ก็ไปไม่รอด..!

ดังนั้น..ถ้าจะให้ได้ผล อย่างบางสำนักที่เขามีศพอยู่ในวัด แต่ตอนนี้ก็น่าจะโดนทางราชการเก็บไปเกลี้ยงแล้ว เพราะว่าฝ่ายบ้านเมืองเขารับไม่ได้ สมัยนี้ก็ไม่เหมือนกับสมัยก่อน ที่เขามีป่าช้าผีดิบ ก็คือทิ้งซากศพเอาไว้ บางทีเชิงตะกอนก็ก่อกันตามมีตามเกิด เผาหมดบ้างไม่หมดบ้าง หรือถ้าบ้านไหนคิดว่าจะจัดงานให้ใหญ่โตกว่านี้สักหน่อย ก็เก็บศพเอาไว้รอเวลาหาเงิน ก็จะมี "โรงทึม" ไม่ใช่ "โรงทึบ" เด็กสมัยนี้พอเขียนว่า "โรงทึม" มันแก้เป็น "โรงทึบ" กันหมด ไม่เคยได้ยิน "โรงทึม" ก็คือโรงเก็บศพ ซึ่งไม่ต้องห่วง เดินไกลเป็นกิโลเมตรก็ได้กลิ่นศพแล้ว เพราะว่าต่อให้เก็บดีขนาดไหนก็ตาม พวกน้ำเหลืองพวกอะไรก็ไหลออกมาตามซอกของโลงจนได้..!

รุ่นของกระผม/อาตมภาพนั้น บรรดาพระใหม่ ถ้าได้ยินว่าให้ไปชักผ้าบังสุกุลก็ขวัญหนีดีฝ่อกันหมด เพราะว่าหลายหมู่บ้านเขามีธรรมเนียมว่า "ให้คนตายทำบุญเป็นครั้งสุดท้าย" เขาจะทำเก้าอี้ลักษณะคล้าย ๆ กับเก้าอี้โยก เอาศพไว้บนนั้น แล้วก็มีผ้าไตรพาดแขน หรือว่าผ้าจีวร ผ้าสบง ผ้าสังฆาฏิสักผืนหนึ่ง แล้วแต่ฐานะตัวเอง พาดแขนศพไว้

พระใหม่ที่ไปชักบังสุกุล ต้องหาไม้ง่ามไปด้วย พอถึงเวลาไปเหยียบเก้าอี้ ศพก็จะลุกพรวด ยื่นผ้าไตรมาตรงหน้า บางคนด้วยความกลัว เหยียบแรงไป ศพล้มเข้าใส่ตัว ต้องเอาไม้ง่ามค้ำไว้ก่อน แล้วค่อยไป "อนิจจา วะตะ สังขาราฯ" ชักผ้าบังสุกุลกัน แต่ส่วนใหญ่พระใหม่ตบะไม่ดี ขวัญไม่พอ เขาปล่อยไปคนเดียว พอเหยียบปุ๊บ ศพกระเด้งขึ้นมาปั๊บ กูก็เปิดแน่บแล้ว..! สมัยก่อนไม่ต้องห่วง พวกท่านไม่รู้เคยเจอประสบการณ์นี้หรือเปล่า ? ฉันอาหารหน้าโลงนี่ กลิ่นศพมาตลบอบอวลไปหมด กระผม/อาตมภาพเจอมาหลายรอบแล้ว..!

ในเมื่อเป็นเช่นนั้น ส่วนใหญ่ศพก็จะเริ่มเน่า น้ำเลือดน้ำเหลืองโทรมไปหมด ก็ติดผ้าบังสุกุล แล้วเป็นเรื่องแปลก จะซักจะตากแดดดีขนาดไหนก็ตาม ก็จะหมดกลิ่นแค่ตรงนั้น พอกระทบความชื้นหรือกระทบเหงื่อของเราหน่อย กลิ่นเหม็นผีตายออกมาอีกแล้ว..! สมัยก่อนเขาถึงได้บอกว่า "ของที่เหม็นที่สุดในโลกมีสองอย่าง อย่างที่ ๑ คือขี้อีแร้ง อย่างที่ ๒ คือจีวรพระ" เหม็นน้ำเหลืองผีครับ..!

ดังนั้น..พวกท่านทั้งหลายถ้าจะฝึก กระผม/อาตมภาพก็ไม่ได้ว่าอะไรหรอก แต่ว่าไปแล้วก็ไร้ประโยชน์ เปลืองค่ารถเสียเปล่า ๆ ยกเว้นท่านที่มีพื้นฐานอสุภกรรมฐานเก่ามาจากชาติก่อน หรือมีพื้นฐานกสิณมา ถ้าแบบนั้นมองครั้งเดียวจะติดตาไปนาน ก็ให้กำหนดต่อจนกระทั่งเป็นปฏิภาคนิมิต ให้มาก็ได้ ให้ไปก็ได้ ต้องการจะพิจารณาเมื่อไร ก็กำหนดยกภาพขึ้นมา ไม่อย่างนั้นไปกี่ครั้ง ก็แค่ทำให้ฉันอาหารไม่อร่อยเท่านั้นเอง..!

เรื่องของอสุภกรรมฐานปัจจุบันนี้หาฝึกยาก บ้านต่างจังหวัดของเรายังพอมี ที่ตั้งกองฟอนแล้วเผากันกลางแจ้ง กระผม/อาตมภาพเองทั้งดูเขาเผา ทั้งเผาด้วยตัวเองมานับศพไม่ถ้วนแล้ว ศพสุดท้ายก็โยมแม่ของครูบาน้อย (พระนาวิน สจฺจญาโณ) เผามากับมือ อุตส่าห์กลัวว่าถึงเวลาแล้วศพพอโดนไฟเผา เส้นเอ็นหดตัว จะกระดกลุกขึ้นมาให้คนเขาตื่นเต้นกัน ก็เลยเอาท่อนไม้ทับไว้ข้างบนหลายท่อน ปรากฏว่าไม่มีปฏิกิริยาอะไรเลย..!

กลัวว่าเผาแล้วกระโหลกศีรษะซึ่งมีมันสมองอยู่ โดนความร้อนมาก ๆ จะระเบิด ก็ไม่เป็นอะไร แค่เผาแล้วยุบโทรมหายไปเฉย ๆ อาจจะเป็นเพราะว่าโยมแม่ของท่านป่วยมานาน แล้วผ่ายผอมแทบจะไม่เหลือเนื้อเหลือหนังแล้ว ถึงเวลาก็เลยเผาง่าย ฟืนที่เตรียมเอาไว้สำหรับคนปกติร่างกายใหญ่โต ก็เลยกลายเป็นมากเกิน เผาแล้วเหลือขี้เถ้าอยู่กองท่วมหัว ถึงเวลาไปเก็บกระดูก ก็ควานหากันเข้าไป ไฟร้อนเกินไปกระดูกส่วนใหญ่ก็ป่นหมด พอมือกระทบก็กลายเป็นฝุ่นไปเลย

พวกท่านเองไม่ต้องอะไรมากหรอก แค่ไปเก็บกระดูกก็พอ ตอนนี้สัปเหร่ออ๊อด (พระพีระวิทย์ ชิตมาโร) ไม่อยู่ ใครทำหน้าที่แทน ? ศึกษาไว้ให้ดี แค่เราไม่รังเกียจกระดูกตอนที่เก็บก็พอแล้ว

กระผม/อาตมภาพนี่ลงไปในโลงเหล็ก เพราะว่าเขาเผาบนเมรุลอย เก็บกวาดกระดูกหลวงพ่อพระเทพเมธากร (ณรงค์ ปริสุทโธ ป.ธ. ๔) อดีตเจ้าคณะจังหวัดกาญจนบุรี อดีตเจ้าอาวาสวัดราษฎร์ประชุมชนาราม (วัดท่ามะขาม) กวาดมาจนหมดทุกซอกทุกมุม แทบจะไม่มีฝุ่นติดเหลือเลย คนอื่นเขาไม่กล้าทำกัน..!

ตอนแรกกระผม/อาตมภาพก็ตกใจว่า "หลวงพ่อท่านไปโดยไสยศาสตร์มาหรือเปล่า ?" ทำไมมีพวกลวด พวกตะปูเยอะแยะไปหมด..! ปรากฏว่าเป็นลวดที่เขามัดดอกไม้จันทน์ ก็ต้องสรง ๆ เขย่า ๆ จนกระทั่งไม่เหลือฝุ่นผงอะไรที่เกี่ยวกับคนแล้วค่อยโยนทิ้งไป เก็บกระดูกชิ้นใหญ่ใส่โกฏิ ใส่ห่อให้ลูกให้หลาน จะเอาไปทำอะไรก็เชิญ ส่วนที่เหลือทั้งหมดก็กวาดใส่ห่อผ้าขาว เพื่อเอาไปลอยอังคาร

แค่พวกท่านทำได้โดยที่ประเภทไม่รังเกียจไม่อะไรก็พอแล้ว บางท่านแค่มองเห็นก็ครั่นเนื้อครั่นตัวไปหมด บางทีไข้จับเลย ที่ภาษาจีนเขาเรียกว่า "ชง" ถ้าใจเรากลัวหรือว่ารังเกียจ จะเกิดปฏิกิริยาต่อต้านขึ้นโดยอัตโนมัติแบบนั้น..!

ทำอย่างไรที่เราจะเคยชิน เห็นว่านี่เป็นเรื่องปกติของมนุษย์และสัตว์ทุกรูปทุกนาม ท้ายสุดก็ไม่มีอะไรเหลือ ถ้าสามารถทำได้ลักษณะอย่างนั้น ปัญญาเริ่มถึง การรังเกียจก็ไม่มี เพราะเห็นว่าเขากับเราก็เหมือนกันทุกอย่าง ไอ้ที่น่ารังเกียจนั้น ถ้าไปรังเกียจเขา ไอ้ตัวเราน่ารังเกียจกว่าตั้งเยอะ..! เป็นเรื่องที่ต้องฝึกหัดกันนาน ไม่ใช่ประเภทไปดูกันประเดี๋ยวประด๋าว เสร็จแล้วก็กลับมาคุยว่าไปฝึกกรรมฐานมา ก็ยังดีที่ได้มีโอกาสคุยกับคนอื่นเขา แต่ว่าจะกลายเป็นกิเลสไปเสียเปล่า ๆ..!

สำหรับวันนี้ก็ขอเรียนถวายพระภิกษุสามเณรของเรา และบอกกล่าวแก่ญาติโยมแต่เพียงเท่านี้

พระครูวิลาศกาญจนธรรม, รศ.ดร.
เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน
วันเสาร์ที่ ๕ กรกฎาคม พุทธศักราช ๒๕๖๘
ที่มา : www.watthakhanun.com

#พระครูวิลาศกาญจนธรรม #หลวงพ่อเล็ก
#ชุมชนคุณธรรม #วัดท่าขนุน
#ชุมชนคุณธรรมวัดท่าขนุน
#ชุมชนคุณธรรมน้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงขับเคลื่อนด้วยพลังบวร
#พระพุทธศาสนา

วันนี้ตรงกับวันอาทิตย์ที่ ๒๔ พฤษภาคม พุทธศักราช ๒๕๖๙ เป็นการเข้าโครงการอบรมพระวิปัสสนาจารย์ ประจำสำนักปฏิบัติธรรมในเขตปก...
24/05/2026

วันนี้ตรงกับวันอาทิตย์ที่ ๒๔ พฤษภาคม พุทธศักราช ๒๕๖๙ เป็นการเข้าโครงการอบรมพระวิปัสสนาจารย์ ประจำสำนักปฏิบัติธรรมในเขตปกครองคณะสงฆ์ภาค ๑๔ วันที่สองของเรา และเป็นวันพระขึ้น ๘ ค่ำ เดือน ๗ อีก ๗ วันจะเป็นวันวิสาขบูชา แล้วกระผม/อาตมภาพก็จะมีวันเกิดกับเขาเสียที เพราะเป็นคนเกิดวันขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๗ ระยะเวลา ๓ - ๔ ปี จะได้เกิดกับเขาเสียทีหนึ่ง..!

วันนี้ที่พวกเราได้ฝึกได้ปฏิบัติกันนั้น ส่วนใหญ่พวกเรามีประสบการณ์กันมากอยู่แล้ว บางท่านทำมาหลายสิบปีแล้ว เพียงแต่ว่าสิ่งหนึ่งที่ท่านทั้งหลายมีอยู่ และบางคนก็ไม่รู้ตัวว่ามี ก็คือ "การปิดกั้นตัวเอง" ไม่ยอมเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ เพราะว่าคิดว่าที่กูเรียนมาจากครูบาอาจารย์นั้นเจ๋งที่สุดแล้ว ถ้าลักษณะอย่างนี้ ทางนิกายเซนเขาเปรียบเหมือนอย่างกับ "น้ำชาล้นแก้ว" เติมน้ำใหม่ลงไปก็ไม่ได้..ไหลทิ้งหมด..!

กระผม/อาตมภาพเคยบอกกล่าวให้ผู้อื่นฟังหลายต่อหลายครั้งแล้วว่า ถ้าในเรื่องของการปฏิบัติธรรมสายอื่น เมื่อมีโอกาสศึกษา กระผม/อาตมภาพจะทุ่มเทอย่างเต็มที่ เพื่อที่จะดูว่าวิชาการของเขาดีจริงหรือเปล่า ? ถ้าหากว่าดีจริง ก็ยอมรับนับถือ ถ้าไม่ดีจริง จะได้ไปด่าทีหลังอย่างเต็มปากเต็มคำ..!

ในสมัยแรก ๆ ยังไม่ถึง ๑๐ พรรษา กระผม/อาตมภาพแบกทิฏฐิมานะไว้เต็มตัว เพราะว่าปฏิบัติธรรมมาตั้งแต่เด็ก มั่นใจว่าเรื่องของสมาธิสมาบัติกูไม่แพ้ใครในโลก..! ในเมื่อเป็นเช่นนั้นก็เลยแบกกิเลสไปอวดครูบาอาจารย์โดยไม่รู้ตัว แล้วก็ไปโดนครูบาอาจารย์สายวัดป่า คือ หลวงปู่ฝั้น อาจาโร วัดป่าอุดมสมพร จังหวัดสกลนครท่านสับหัวมา เหมือนคนสะดุ้งตื่นจากหลับ..!

รู้ตัวเลยว่าถ้าตราบใดที่เรายังกราบไหว้คนอื่นเป็นครูบาอาจารย์ไม่ได้ ตราบนั้นความรู้ของเราไม่มีทางเพิ่มเติมได้มากกว่านี้..! เพราะว่าสมัยก่อน "ถ้าไม่ใช่หลวงพ่อกู กูเรียกคนอื่นเป็นหลวงพ่อไม่ได้" แบกทิฏฐิไปขนาดนั้นนะครับ โดยเฉพาะเมื่อไปอ่านในพระไตรปิฎก ที่พระราชายังต้องไหว้คนจัณฑาลเพื่อขอเรียนวิชา ถ้าเราไม่ลดทิฏฐิมานะ แล้วเราจะไปได้วิชาการสายอื่น ๆ ได้อย่างไร ?

ตอนนั้นน่าจะประมาณพรรษาที่ ๘ จึงต้องลดทิฏฐิมานะ กราบขอขมาครูบาอาจารย์ ยกพาน "อาจาริโย เม ภันเต โหหิ ขอท่านได้โปรดเป็นครูบาอาจารย์สั่งสอนข้าพเจ้าด้วยเถิด" วิธีการนี้กระผม/อาตมภาพได้มาจากสายธรรมยุตนะครับ เพราะว่าธรรมยุตต้องทำตามพระธรรมวินัยเท่านั้น ไม่อย่างนั้นท่านไม่สอนให้..!

คราวนี้การศึกษา ถ้าเราเรียนรู้ได้แค่ที่ครูบาอาจารย์สอนก็ถือว่าดี แต่ถ้าเรียนรู้แล้วเอาไปพลิกแพลงใช้งานตามสถานการณ์ได้ เขาถือว่ายอด แต่ถ้าจะเยี่ยมสุด ๆ จริง ๆ คุณต้องบัญญัติวิชาใหม่เอง..! ในส่วนนี้เราท่านทั้งหลายแค่เรียนรู้ตามครูบาอาจารย์ก็แย่แล้ว อย่างหลวงพ่อพระครูศรีกาญจนวัฒน์ วัดหนองบัว วิชาการสายหลวงปู่ยิ้มอย่างเดียวก็แบกกันทั้งชีวิต ไม่รู้ว่าจะเรียนหมดหรือเปล่า ?

สิ่งทั้งหลายเหล่านี้ นอกจากเรียนรู้ ฝึกซ้อมให้คล่องตัว และใช้งานจริงได้ จึงเป็นเรื่องสำคัญที่สุด โดยเฉพาะการฝึกซ้อมเรื่องของสมาธิสมาบัติ ต้องคล่องตัวชนิดจะเข้าเมื่อไรก็ได้ จะออกเมื่อไรก็ได้ ไม่อย่างนั้นแล้วไม่ทันกินครับ

กระผม/อาตมภาพฝึกครั้งแรก ๆ ก็มาสายอนุสติ คือการตามระลึกถึง ก็คือนึกถึงคุณพระพุทธเจ้า นึกถึงคุณพระธรรม นึกถึงคุณพระสงฆ์ นึกถึงคุณงามความดีหรือหลักธรรมที่ทำให้เกิดเป็นเทวดา นึกถึงคุณของศีล นึกถึงคุณของการบริจาคให้ทาน นึกถึงสภาพแท้จริงของร่างกายเราว่าเป็นอย่างไร นึกถึงความตายที่จะมาถึงเราทุกลมหายใจเข้าออก และนึกถึงความสงบระงับจากกิเลส หรือเรียกง่าย ๆ ว่าพระนิพพาน ควบไปกับลมหายใจเข้าออก

กระผม/อาตมภาพฝึกซ้อมแล้วซ้อมอีก ซ้อมแล้วซ้อมอีก เป็นปี ๆ จนมั่นใจว่าอนุสติทั้ง ๑๐ ข้อนี้ สามารถทรงอารมณ์เต็มได้ทุกข้อภายในครึ่งชั่วโมง ไปกราบเรียนถวายครูบาอาจารย์ด้วยความภูมิใจ ท่านบอกว่า "ยังใช้ไม่ได้ลูก สมัยพ่อทำอยู่ กรรมฐาน ๔๐ กอง ถ้าต้องใช้เวลาถึง ๒ นาทีนี่ถือว่าทื่อมากแล้ว..!" กระผม/อาตมภาพเหี่ยวเป็นผักบุ้งโดนน้ำร้อนลวกเลย ก็คือตัวเองคิดว่าเจ๋งมากแล้ว กรรมฐาน ๑๐ กอง กูสามารถเข้าได้ภายในครึ่งชั่วโมง ท่านบอกว่าของท่าน ๔๐ กอง ๒ นาทีนี่ช้ามากแล้ว..!

มารู้ทีหลังว่าตัวเองโง่เองครับ เพราะว่าไปพิจารณาและเข้ากรรมฐานในลักษณะ ๑-๒-๓-๔-๕-๖-๗-๘-๙-๑๐ พอขึ้นกองใหม่ก็ ๑-๒-๓-๔-๕-๖-๗-๘-๙-๑๐ แต่ครูบาอาจารย์ท่านเก่งกว่า ท่าน๑-๒-๓-๔-๕-๖-๗-๘-๙-๑๐-๑๐-๑๐-๑๐-๑๐-๑๐ เร็วกว่าเราหลายเท่า นั่นคือความชำนาญและความคล่องตัว ภาษาบาลีเรียกว่า วสี การฝึกซ้อมชำนาญเป็นพิเศษ ภาษาอังกฤษเขาเรียกว่า skill มีภาษาไทยปนสันสกฤต เขาเรียกว่าทักษะ ก็คือต้องฝึกซ้อมจนกระทั่งเป็นตัวเราของเราจริง ๆ..!

เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันอาทิตย์ที่ ๒๔ พฤษภาคม ๒๕๖๙

https://www.watthakhanun.com/webboard/showthread.php?t=11662

พระครูวิลาศกาญจนธรรม, รศ.ดร. วัดท่าขนุน
www.watthakhanun.com

#ชุมชนคุณธรรม #วัดท่าขนุน
: wat.thakhanun :
#ชุมชนคุณธรรมวัดท่าขนุน
#ชุมชนคุณธรรมน้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงขับเคลื่อนด้วยพลังบวร
#พระพุทธศาสนาช่วยโลก #พระสงฆ์ช่วยสังคม
#พระครูวิลาศกาญจนธรรมดร #พระครูวิลาศกาญจนธรรม #พระอาจารย์เล็ก #หลวงพ่อเล็กวัดท่าขนุน

วันจันทร์ที่ ๒๕ พฤษภาคม พุทธศักราช ๒๕๖๙ เวลา ๐๓.๓๐ น. พระครูวิลาศกาญจนธรรม, รศ.ดร. เจ้าอาวาสวัดท่าขนุน ที่ปรึกษาเจ้าคณะจ...
24/05/2026

วันจันทร์ที่ ๒๕ พฤษภาคม พุทธศักราช ๒๕๖๙ เวลา ๐๓.๓๐ น. พระครูวิลาศกาญจนธรรม, รศ.ดร. เจ้าอาวาสวัดท่าขนุน ที่ปรึกษาเจ้าคณะจังหวัดกาญจนบุรี ประธานชุมชนคุณธรรมต้นแบบวัดท่าขนุน ประธานหน่วยอบรมประชาชนประจำตำบลท่าขนุน เจ้าสำนักปฏิบัติธรรมประจำจังหวัดกาญจนบุรีแห่งที่ ๒๓ (วัดท่าขนุน) นำพระภิกษุสามเณรวัดท่าขนุนและผู้เข้าอบรมพระวิปัสสนาจารย์ในเขตปกครองคณะสงฆ์ภาค ๑๔ ปฏิบัติธรรมช่วงเช้ามืด ณ ศาลา ๑๐๐ ปีหลวงปู่สาย วัดท่าขนุน หมู่ที่ ๑ ตำบลท่าขนุน อำเภอทองผาภูมิ จังหวัดกาญจนบุรี

#ชุมชนคุณธรรม #วัดท่าขนุน
: wat.thakhanun :
#ชุมชนคุณธรรมวัดท่าขนุน
#ชุมชนคุณธรรมน้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงขับเคลื่อนด้วยพลังบวร
#พระพุทธศาสนาช่วยโลก #พระสงฆ์ช่วยสังคม
#พระครูวิลาศกาญจนธรรมรศดร #พระครูวิลาศกาญจนธรรม #พระอาจารย์เล็ก #หลวงพ่อเล็กวัดท่าขนุน

24/05/2026

เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันอาทิตย์ที่ ๒๔ พฤษภาคม ๒๕๖๙

รับชมอีกช่องทาง ได้ที่ https://youtu.be/proVTdp5U0c

ท่านผู้มีจิตศรัทธาสามารถร่วมบุญทุกอย่างกับวัดท่าขนุน ได้ที่
ธนาคาร กรุงไทย สาขาทองผาภูมิ
บัญชีออมทรัพย์ เลขที่ ๗๑๘-๐๒๔๔-๖๑๙ (718-0244-619)
ชื่อบัญชี วัดท่าขนุน
หากต้องการใช้สิทธิ์ลดหย่อนภาษี สามารถโอนแบบ QR Code ได้ตามลิ้งค์นี้ https://i.ibb.co/w4S97v8/4-Copy.jpg

+++

ร่วมบุญถวายส่วนองค์พระอาจารย์ ได้ที่
ธนาคาร กรุงไทย สาขาทองผาภูมิ
บัญชีออมทรัพย์ เลขที่ ๗๑๘-๐๓๕-๗๑๖๒ (718-035-7162)
ชื่อบัญชี พระครูวิลาศกาญจนธรรม
https://ibb.co/Wyh6SvG

#ชุมชนคุณธรรม #วัดท่าขนุน
: wat.thakhanun :
#ชุมชนคุณธรรมวัดท่าขนุน
#ชุมชนคุณธรรมน้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงขับเคลื่อนด้วยพลังบวร
#พระพุทธศาสนาช่วยโลก #พระสงฆ์ช่วยสังคม
#พระครูวิลาศกาญจนธรรมรศดร #พระครูวิลาศกาญจนธรรม #พระอาจารย์เล็ก #หลวงพ่อเล็กวัดท่าขนุน

วันอาทิตย์ที่ ๒๔ พฤษภาคม พุทธศักราช ๒๕๖๙ เวลา ๑๘.๕๐ น. พระครูวิลาศกาญจนธรรม, รศ.ดร. เจ้าอาวาสวัดท่าขนุน ที่ปรึกษาเจ้าคณะ...
24/05/2026

วันอาทิตย์ที่ ๒๔ พฤษภาคม พุทธศักราช ๒๕๖๙ เวลา ๑๘.๕๐ น. พระครูวิลาศกาญจนธรรม, รศ.ดร. เจ้าอาวาสวัดท่าขนุน ที่ปรึกษาเจ้าคณะจังหวัดกาญจนบุรี ประธานชุมชนคุณธรรมต้นแบบวัดท่าขนุน ประธานหน่วยอบรมประชาชนประจำตำบลท่าขนุน เจ้าสำนักปฏิบัติธรรมประจำจังหวัดกาญจนบุรีแห่งที่ ๒๓ (วัดท่าขนุน) บันทึกเสียงธรรมจากวัดท่าขนุนเพื่อออกอากาศทางช่อง YouTube ณ ศาลา ๑๐๐ ปีหลวงปู่สาย วัดท่าขนุน หมู่ที่ ๑ ตำบลท่าขนุน อำเภอทองผาภูมิ จังหวัดกาญจนบุรี

#ชุมชนคุณธรรม #วัดท่าขนุน
: wat.thakhanun :
#ชุมชนคุณธรรมวัดท่าขนุน
#ชุมชนคุณธรรมน้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงขับเคลื่อนด้วยพลังบวร
#พระพุทธศาสนาช่วยโลก #พระสงฆ์ช่วยสังคม
#พระครูวิลาศกาญจนธรรมรศดร #พระครูวิลาศกาญจนธรรม #พระอาจารย์เล็ก #หลวงพ่อเล็กวัดท่าขนุน

วันอาทิตย์ที่ ๒๔ พฤษภาคม พุทธศักราช ๒๕๖๙ เวลา ๑๘.๑๕ น. พระครูวิลาศกาญจนธรรม, รศ.ดร. เจ้าอาวาสวัดท่าขนุน ที่ปรึกษาเจ้าคณะ...
24/05/2026

วันอาทิตย์ที่ ๒๔ พฤษภาคม พุทธศักราช ๒๕๖๙ เวลา ๑๘.๑๕ น. พระครูวิลาศกาญจนธรรม, รศ.ดร. เจ้าอาวาสวัดท่าขนุน ที่ปรึกษาเจ้าคณะจังหวัดกาญจนบุรี ประธานชุมชนคุณธรรมต้นแบบวัดท่าขนุน ประธานหน่วยอบรมประชาชนประจำตำบลท่าขนุน เจ้าสำนักปฏิบัติธรรมประจำจังหวัดกาญจนบุรีแห่งที่ ๒๓ (วัดท่าขนุน) นำผู้เข้าอบรมพระวิปัสสนาจารย์ในเขตปกครองคณะสงฆ์ภาค ๑๔ ปฏิบัติธรรมช่วงค่ำ ณ ศาลา ๑๐๐ ปีหลวงปู่สาย วัดท่าขนุน หมู่ที่ ๑ ตำบลท่าขนุน อำเภอทองผาภูมิ จังหวัดกาญจนบุรี

#ชุมชนคุณธรรม #วัดท่าขนุน
: wat.thakhanun :
#ชุมชนคุณธรรมวัดท่าขนุน
#ชุมชนคุณธรรมน้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงขับเคลื่อนด้วยพลังบวร
#พระพุทธศาสนาช่วยโลก #พระสงฆ์ช่วยสังคม
#พระครูวิลาศกาญจนธรรมรศดร #พระครูวิลาศกาญจนธรรม #พระอาจารย์เล็ก #หลวงพ่อเล็กวัดท่าขนุน

วันอาทิตย์ที่ ๒๔ พฤษภาคม พุทธศักราช ๒๕๖๙ เวลา ๑๒.๐๐ น. พระครูวิลาศกาญจนธรรม, รศ.ดร. เจ้าอาวาสวัดท่าขนุน ที่ปรึกษาเจ้าคณะ...
24/05/2026

วันอาทิตย์ที่ ๒๔ พฤษภาคม พุทธศักราช ๒๕๖๙ เวลา ๑๒.๐๐ น. พระครูวิลาศกาญจนธรรม, รศ.ดร. เจ้าอาวาสวัดท่าขนุน ที่ปรึกษาเจ้าคณะจังหวัดกาญจนบุรี ประธานชุมชนคุณธรรมต้นแบบวัดท่าขนุน ประธานหน่วยอบรมประชาชนประจำตำบลท่าขนุน ประธานสภาวัฒนธรรมอำเภอทองผาภูมิ มอบหมายให้คณะ อสม. ตำบลท่าขนุน นำอาหารไปมอบให้กับผู้ป่วยติดเตียงและผู้ต้องการรับความช่วยเหลือ ณ รอบบริเวณพื้นที่เทศบาลตำบลทองผาภูมิ หมู่ที่ ๑ ตำบลท่าขนุน อำเภอทองผาภูมิ จังหวัดกาญจนบุรี

#ชุมชนคุณธรรม #วัดท่าขนุน
: wat.thakhanun :
#ชุมชนคุณธรรมวัดท่าขนุน
#ชุมชนคุณธรรมน้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงขับเคลื่อนด้วยพลังบวร
#พระพุทธศาสนาช่วยโลก #พระสงฆ์ช่วยสังคม
#พระครูวิลาศกาญจนธรรมรศดร #พระครูวิลาศกาญจนธรรม #พระอาจารย์เล็ก #หลวงพ่อเล็กวัดท่าขนุน

ที่อยู่

ชุมชนคุณธรรมวัดท่าขนุน
Thong Pha Phum
71180

เวลาทำการ

จันทร์ 09:00 - 16:00
อังคาร 08:00 - 16:00
พุธ 08:00 - 16:00
พฤหัสบดี 08:00 - 16:00
ศุกร์ 08:00 - 16:00
เสาร์ 08:00 - 16:00
อาทิตย์ 08:00 - 16:00

เบอร์โทรศัพท์

+66898152472

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ ชุมชนคุณธรรมวัดท่าขนุนผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์

ประเภท