อามานะห์ ฮัจญ์ & อุมเราะห์

อามานะห์ ฮัจญ์ & อุมเราะห์ บริการ ฮัจญ์ และ อุมเราะห์

01/09/2025
🕋🇸🇦ท่านใดสนใจไปฮัจย์ปีนี้  🇹🇭🇸🇦เปิดรับลงทะเบียนแล้วนะครับ📢‼️ด่วน‼️!….จำนวนจำกัด…📌 #เพราะเราดูแลท่านเหมือนคนในครอบครัว #ส...
01/09/2025

🕋🇸🇦ท่านใดสนใจไปฮัจย์ปีนี้
🇹🇭🇸🇦เปิดรับลงทะเบียนแล้วนะครับ
📢‼️ด่วน‼️!….จำนวนจำกัด…📌
#เพราะเราดูแลท่านเหมือนคนในครอบครัว
#สนใจโทร.0951606095 แซะห์ซูลกุรนัย

15/06/2025

#ขออนุญาตทุกๆท่านครับ❤️
อุมเราะห์เดือนตุลาคม 🕋
เดินทาง ตุลาคม
✈️ กับสายการบินอาหรับ
มักกะห์ รวมที่พัก อาหาร
มาดีนะห์ รวมที่พัก อาหาร
💵 ในราคาสุดคุ้ม เพียง 53000 บาท‼️
✅ สิ่งที่ท่านจะได้รับ….
- ตั๋วเครื่องบิน ภายใน-ภายนอก
ไป - กลับ สายการบินอาหรับ
- วีซ่าอุมเราะห์
- ชุดกระเป๋าเดินทาง
- อาหารบุฟเฟ่ต์ 3 มื้อ
- พาเยี่ยมชมสถานที่ทางประวัติศาสตร์
- พาทำอุมเราะห์ 4 ครั้ง
- ผ้าเอี๊ยะห์รอมผู้ชาย
- ผ้าคลุมผู้หญิง
- น้ำซัมซัม 5 ลิตร
- ซียาเราะห์ ตออีฟ และสถานที่ต่างๆ

❤️ #บริการของเราเหมือนญาติพี่น้องครอบครัว #
☎️ ติดต่อสอบถามโทร. 0951606095 แซะห์ซุล ดาลอ
สนใจลงทะเบียนร่วมอุมเราะห์ตุลาคม & ฮัจย์ปี 69
#จะนะ #สะกอม #เทพา #อุมเราะห์ #ฮัจย์

I อะรอฟะฮ์ เวลาและสถานที่บทความนี้เราจะมาสำรวจประเด็นทางศาสนาเกี่ยวกับการกำหนด "วันอะรอฟะฮ์" โดยเฉพาะอย่างยิ่งว่าเป็นชื่...
04/06/2025

I อะรอฟะฮ์ เวลาและสถานที่
บทความนี้เราจะมาสำรวจประเด็นทางศาสนาเกี่ยวกับการกำหนด "วันอะรอฟะฮ์" โดยเฉพาะอย่างยิ่งว่าเป็นชื่อของวัน (วันที่ 9 ของเดือนซุลหิจญะฮ์) หรือเป็นชื่อสถานที่ (ทุ่งอะรอฟะฮ์) และการยืนยันวันอะรอฟะฮ์ที่ถูกต้องควรยึดตามสิ่งใด ซึ่งช่วงเวลานี้หลายๆท่านคงกำลังเตรียมความพร้อมเข้าสู่เทศกาลอีดิ้ลอัฎฮา เตรียมความพร้อมที่จะทำกุรบ่าน และแน่นอนที่ขาดไม่ได้คือ ประเด็นศาสนาหลายๆประเด็น แต่กระทู้นี้จะเกริ่นถึงประเด็นเรื่องวันอะรอฟะฮ์ ซึ่งก็เป็นสีสันทางวิชาการอีกอย่างหนึ่ง (หากเป้นเช่นนั้นจริงๆ) ที่ทำให้หลายๆท่านตื่นตัวอยู่กับการแสวงหาความรู้ใหม่ๆและได้รับการอัพเดต ซึ่งอาจจะมีการแปรเปลี่ยนทัศนะกันไปบ้าง ซึ่งก็ไม่แปลกอะไร เพราะอิหม่ามอัชชาฟีอีย์ยังมีทั้งโกลกอดีม (ทัศนะเก่า) และโกลญะดีด (ทัศนะใหม่)
แต่สรุปให้คร่าวๆว่า นักวิชาการในยุคแรก (สลัฟ) และยุคหลัง (คอลัฟ) ต่างก็ไม่มีการขัดแย้งกันในประเด็นนี้เลย ก็มีเพียงแต่ประเด็นยึดเดือนในเดือนนอกเหมือนช่วงเดือนรอมฎอนเพียงเท่านั้น ซึ่งประเด็นวันอะรอฟะฮ์นี้เพิ่งจะมีมาไม่กี่ปีมานี้นั่นเอง
[ อะรอฟะฮ์คือวันที่ (9) หรือวัน (วุกูฟ) ที่ทุ่งอะรอฟะฮ์ ]
1.ท่านอิหม่ามอัลญัศศ้อศ (เสียชีวิตปี 370) ได้ระบุไว้ในตอนต้นของซูเราะฮ์อัตเตาบะฮ์ว่า :

الْيَوْمِ ‌التَّاسِعِ ‌مِنْ ‌ذِي ‌الْحِجَّةِ وَهُوَ يوم عرفة والنحر وهو الْيَوْمُ الْعَاشِرُ مِنْهُ

“วันที่ (9) ของเดือนซุลฮิจญะฮ์นั้นคือ ‘วันอะรอฟะฮ์’ และวันนะหัรคือวันที่ 10 ของซุลหิจญะฮ์เช่นกัน”
2.ท่านอิหม่ามอัลมาวัรดีย์ (เสียชีวิตปี 450) ได้ระบุไว้ในหนังสือของท่านว่า :

يوم عرفة وهو اليوم ‌التاسع ‌من ‌ذِي ‌الْحِجَّةِ

“วัน ‘อะรอฟะฮ์’ คือวันที่ (9) ของเดือนซุลหิจญะฮ์” (1)
3.ท่านอิหม่ามอัชชาฟีอีย์ (เสียชีวิตปี 204) ได้ระบุไว้อย่างชัดเจนว่า :

وَالْعِيدُ الثَّانِي يَوْمُ الْأَضْحَى نَفْسُهُ، وَذَلِكَ يَوْمُ عَاشِرٍ مِنْ ذِي الْحِجَّةِ، وَهُوَ الْيَوْمُ الَّذِي يَلِي يَوْمَ عَرَفَةَ

“ส่วนวันอีดที่สองคือวันอีฎิ้ลอัฎฮาเอง ซึ่งตรงกับวันที่สิบของเดือนซุลฮิจญะฮ์ และเป็นวัน ‘ถัดจาก’ วันอะรอฟะฮ์” (2)
บางท่านอาจเกิดข้อสงสัยและตั้งคำถามว่า: อิหม่ามอัชชาฟีอีย์ไม่ได้ระบุวันที่แน่ชัดไว้ จะเป็นวันที่ 8 หรือแม้กระทั่งวันที่ 7 ของเดือนก็อาจเป็นไปได้มิใช่หรือ?
หากเป็นเช่นนั้น ขอให้พิจารณาถ้อยคำอีกตอนหนึ่งจากอิหม่ามอัชชาฟีอีย์ ซึ่งท่านได้ระบุไว้อย่างชัดเจนว่า
وَتِسْعٌ مِنْ ذِي الْحِجَّةِ وَهُوَ ‌يَوْمُ ‌عَرَفَةَ

“และวันที่ (9) ของเดือนซุลหิจญะฮ์ คือ ‘วันอะรอฟะฮ์’” (3)

และท่านอิหม่ามอัลมุซานีย์ยังได้ถ่ายทอดมาอย่างชัดเจนว่า:

وأشهرُ الحَجِّ شَوَّالٌ وذُو القِعْدَةِ وتِسْعَةٌ من ذِي الحِجَّةِ، وهو يَوْمُ عَرَفَةَ، فمَنْ لَمْ يُدْرِكْهُ إلى الفَجْرِ من يَوْمِ النَّحْرِ، فقدْ فاتَهُ الحَجُّ

“ช่วงเวลาที่เป็นที่รู้จักของการประกอบหัจญ์คือ เดือนเชาวาล เดือนซุลเกาะอ์ดะฮ์ และเก้าวันแรกของเดือนซุลหิจญะฮ์ ซึ่งวันที่ 9 นั้น คือวันอะรอฟะฮ์ หากผู้ใดไม่ได้อยู่ร่วมในช่วงเวลานั้น จนถึงรุ่งเช้าของวันนะหัร (คือวันที่ 10 ซุลหิจญะฮ์) ก็ถือว่าหัจญ์ของเขาเป็นโมฆะ”
4.ท่านอิบนุ กุดามะฮ์ (เสียชีวิตในปี 620) ท่านได้ระบุไว้ว่า :

فأمَّا يَوْمُ عَرَفَةَ: فهو اليَوْمُ ‌التَّاسِعُ ‌من ‌ذِى ‌الحِجَّةِ

“ส่วน ‘วันอะรอฟะฮ์’ นั้น คือวันที่ (9) ของเดือนซุลหิจญะฮ์” (4)
5.ท่านอิบนุ ตัยมียะฮ์ อัลหัรรอนีย์ ได้ระบุไว้ว่า :

وَلِلْوُقُوفِ بِعَرَفَةَ مَكَانٌ وَزَمَانٌ، فَأَمَّا حُدُودُ عَرَفَاتَ فَقَدْ تَقَدَّمَ، وَأَمَّا زَمَانُ الوُقُوفِ فَاليَوْمُ التَّاسِعُ مِنْ ذِي الحِجَّةِ، وَهُوَ يَوْمُ عَرَفَةَ

“สำหรับการวุกูฟ ณ ทุ่งอะรอฟะฮ์นั้น มีทั้งสถานที่และช่วงเวลาที่กำหนดไว้โดยเฉพาะ ส่วนเขตแดนของอะรอฟะฮ์นั้นได้กล่าวไปก่อนหน้านี้แล้ว ส่วน ‘ช่วงเวลา’ ของการวุกูฟก็คือ วันที่ (9) ของเดือนซุลฮิจญะฮ์ ซึ่งก็คือ ‘วันอะรอฟะฮ์’ นั่นเอง” (5)
6.ท่านอิหม่ามฟัครุดดีน อัซซิลาอีย์ อัลหะนาฟีย์ (เสียชีวิตในปี 743) ได้ระบุไว้ว่า :

وَاعْلَمْ أَنَّ وَقْتَ الْوُقُوفِ بِعَرَفَاتٍ مَا بَيْنَ الزَّوَالِ مِنْ يَوْمِ عَرَفَةَ وَهُوَ ‌التَّاسِعُ ‌مِنْ ‌ذِي ‌الْحِجَّةِ

“และจงรู้ไว้เถิดว่า ‘เวลา’ ของการวุกูฟ ณ อะรอฟะฮ์นั้น คือช่วงเวลาหลังเที่ยงของวันอะรอฟะฮ์ ซึ่งก็คือวันที่ (9) ของเดือนซุลฮิจญะฮ์” (6)
.
7.ท่านอิบนุ มุฟลิห์ (เสียชีวิตในปี 650) ท่านได้ระบุไว้ว่า :

(وَيَوْمُ عَرَفَةَ) وَهُوَ التَّاسِعُ مِنْ ذِي الحِجَّةِ

“(และวันอะรอฟะฮ์) นั้น คือวันที่ (9) ของซุลหิจญะฮ์” (7)
8.ท่านอลีย์ อัศศออีดีย์ อัลอะดะวีย์ อัลมาลิกีย์ (เสียชีวิตปี 1189) ได้ระบุไว้ว่า :

وَيَوْمُ عَرَفَةَ وَهُوَ التَّاسِعُ مِنْ ذِي الحِجَّةِ

“และ ‘วันอะรอฟะฮ์’ คือวันที่ (9) ของซุลหิจญะฮ์” (8)
9.ชัยค์อัดดัรดี้รและชัยค์อัดดุซุกีย์ก็ได้ระบุเช่นกันว่า :

(وَصَوْمُ عَرَفَةَ)، وَهُوَ التَّاسِعُ مِنْ ذِي الحِجَّةِ

“(และการถือศีลอดวันอะรอฟะฮ์) นั่นคือวันที่ (9) ซุลหิจญะฮ์” (9)
10.ท่านบัดรุดดีน อัลอัยนีย์ อัลหะนะฟีย์ (เสียชีวิตปี 855) ได้ระบุไว้ว่า :

عَرَفَة…اسْم ‌للزمان ‌وَهُوَ ‌الْيَوْم ‌التَّاسِع ‌من ‌ذِي ‌الْحجَّة ‌وَهَذَا ‌هُوَ ‌الصَّحِيح

“อะรอฟะฮ์…เป็นชื่อของ ‘เวลา’ คือวันที่ (9) ของเดือนซุลฮิจญะฮ์ และนี่คือความคิดเห็นที่ถูกต้อง” (10)
11.ท่านอิบนุ เราะญับ อัลหัมบะลีย์ (เสียชีวิตปี 795) ได้กล่าวเอาไว้ว่า :

فَقَدْ وَقَعَ فِي هٰذَا العَامِ، وَهُوَ عَامُ أَرْبَعَةٍ وَثَمَانِينَ وَسَبْعِمِائَةٍ، حَادِثَةٌ، وَهِيَ أَنَّهُ غُمَّ هِلَالُ ذِي الحِجَّةِ، فَأَكْمَلَ النَّاسُ هِلَالَ ذِي القَعْدَةِ، ثُمَّ تَحَدَّثَ النَّاسُ بِرُؤْيَةِ هِلَالِ ذِي الحِجَّةِ، وَشَهِدَ بِهِ أُنَاسٌ لَمْ يَسْمَعِ الحَاكِمُ شَهَادَتَهُمْ، وَاسْتَمَرَّ الحَالُ عَلَى إِكْمَالِ عِدَّةِ شَهْرِ ذِي القَعْدَةِ، فَتَوَقَّفَ بَعْضُ النَّاسِ عَنْ صِيَامِ التَّاسِعِ، الَّذِي هُوَ يَوْمُ عَرَفَةَ، فِي هٰذَا العَامِ

“ในปีนี้ ซึ่งตรงกับปี 784 ฮิจเราะฮ์ ได้เกิดเหตุการณ์หนึ่งขึ้น นั่นคือ เกิดความคลุมเครือในการเห็นจันทร์เสี้ยวของเดือนซุลฮิจญะฮ์ ผู้คนจึงถือเอาการครบจำนวนของเดือนซุลเกาะอ์ดะฮ์ (คือถือว่ามี 30 วัน) เป็นเกณฑ์ จากนั้นจึงเริ่มมีการพูดกันเรื่องการเห็นจันทร์เสี้ยวของเดือนซุลฮิจญะฮ์ โดยมีบางคนอ้างว่าได้เห็นจันทร์เสี้ยวดังกล่าว ทว่าผู้พิพากษา (ซึ่งมีหน้าที่รับรองการเห็น) ไม่ได้รับฟังคำให้การของพวกเขา และสถานการณ์ก็ยังคงดำเนินไปโดยยึดหลักการครบจำนวนของเดือนซุลเกาะอ์ดะฮ์ ผู้คนบางกลุ่มจึงลังเลที่จะถือศีลอดใน ‘วันที่ 9’ ซึ่งเป็นวันที่ ‘อะรอฟะฮ์’ ในปีนี้”
12.ท่านฟัยรู้ส อาบาดีย์ นักภาษาศาสตร์ได้ระบุไว้ในหนังสือของท่านว่า :

ويومُ عَرَفَةَ: التاسِعُ من ذي الحِجَّةِ

“และ ‘วันอะรอฟะฮ์’ คือวันที่ (9) ของซุลหิจญะฮ์” (11)
13.ท่านอิหม่ามอันนะวาวีย์ ได้กล่าวไว้ว่า :

اليَوْمُ الثَّامِنُ مِنْ ذِي الحِجَّةِ يُسَمَّى يَوْمَ التَّرْوِيَةِ…وَاليَوْمُ التَّاسِعُ يَوْمُ عَرَفَةَ

“วันที่ 8 ของซุลหิจญะฮ์ เรียกว่า วันตัรวียะฮ์ และวันที่ (9) จะเรียกว่า ‘วันอะรอฟะฮ์’” (12)
.
และมีนักวิชาการอีกหลายๆท่านที่ไม่สามารถกล่าวมาหมดได้ ที่ระบุว่า “วันอะรอฟะฮ์ คือวันที่ 9” ของเดือนซุลหิจญะฮ์
14.ในสารานุกรมนิติศาสตร์อิสลามแห่งประเทศคูเวตได้ระบุไว้ในหลายๆบทว่า :

وَيَوْمُ عَرَفَةَ هُوَ ‌التَّاسِعُ ‌مِنْ ‌ذِي ‌الْحِجَّةِ

“และ ‘วันอะรอฟะฮ์’ คือวันที่ (9) ของซุลหิจญะฮ์”
[ แล้วจะตาม ‘วันเวลา’ หรือ ‘สถานที่’ ]
ดังนั้น วันที่ 9 แห่งเดือนซุลหิจญะฮ์ตามความเห็นของนักวิชาการตั้งแต่ยุคสลัฟที่เรายกมาคือ “วันอะรอฟะฮ์” อย่างเป็นทางการ
ส่วนการกำหนดว่าวันใดคือวันที่ 9 ซุลหิจญะฮ์นั้น ย่อมขึ้นอยู่กับการเห็นจันทร์เสี้ยวของเดือนนี้ กล่าวคือ ต้องดูว่าเห็นจันทร์เสี้ยว (ฮิลาล) หรือไม่ จึงจะสามารถกำหนดวันอะรอฟะฮ์ได้
ดังที่มีรายงานในหะดีษซอเฮี้ยะฮ์ ซึ่งบันทึกโดยอิมามมุสลิมว่า:

إِذَا رَأَيْتُمْ هِلَالَ ذِي الْحِجَّةِ، وَأَرَادَ أَحَدُكُمْ أَنْ يُضَحِّيَ، فَلْيُمْسِكْ عَنْ شَعْرِهِ وَأَظْفَارِهِ

“เมื่อพวกท่านเห็นจันทร์เสี้ยวของเดือนซุลหิจญะฮ์เเล้ว หากบุคคลใดในหมู่พวกท่านประสงค์จะเชือดสัตว์อุฎฮียะฮ์ ให้เขาจงงดเว้นการตัดผมและเล็บของเขา”
ส่วนกรณีความแตกต่างเรื่องการอิงตาม “เดือนในประเทศ” หรือ “เดือนจากประเทศซาอุฯ” นั้น เป็นอีกประเด็นหนึ่งที่มีความเห็นหลากหลายในหมู่นักวิชาการ
แต่ประเด็นสำคัญคือ นักวิชาการไม่ได้กำหนดว่า ต้องให้ผู้แสวงบุญ (หุจญาจ) วุกูฟ ณ ทุ่งอะรอฟะฮ์ก่อน จึงจะเรียกวันนั้นว่า “วันอะรอฟะฮ์”
ทั้งนี้ หากผู้แสวงบุญตั้งใจวุกูฟในวันก่อนหน้า เช่น วันที่ 7 หรือ 8 ซุลหิจญะฮ์ ก็ถือว่าการประกอบพิธีหัจญ์ในปีนั้น “ใช้ไม่ได้” ตามแนวทางของมัสฮับทั้งสี่ เพราะ ‘วันอะรอฟะฮ์’ ที่นักวิชาการนับถือคือ วันที่ 9 ของเดือนซุลหิจญะฮ์
[ หะดีษที่เกี่ยวข้องประการที่ 1 ]
ประเด็นถัดไป ซึ่งมักถูกหยิบยกขึ้นมาเป็นข้อโต้แย้งโดยฝ่ายที่เห็นว่าต้องยึดวันที่หุจญาจวุกู้ฟจริง ๆ จึงจะเรียกว่าวันอะรอฟะฮ์ ก็คือ หะดีษ ที่มีถ้อยความว่า:

الْفِطْرُ يَوْمَ يُفْطِرُ النَّاسُ وَالْأَضْحَى يَوْمَ يُضَحِّي النَّاسُ

“วันฟิฏร์คือวันที่ผู้คนละจากศีลอดกัน และวันอัฎฮาคือวันที่ผู้คนทำการเชือดกุรบานกัน”
หะดีษนี้นักวิชาการได้อธิบายไว้ว่า :

فِيهِ دَلِيلٌ عَلَى أَنَّهُ يُعْتَبَرُ فِي ثُبُوتِ الْعِيدِ الْمُوَافَقَةُ لِلنَّاسِ، وَأَنَّ الْمُنْفَرِدَ بِمَعْرِفَةِ يَوْمِ الْعِيدِ بِالرُّؤْيَةِ يَجِبُ عَلَيْهِ مُوَافَقَةُ غَيْرِهِ.

“หะดีษนี้ถือเป็นหลักฐานว่า การกำหนดวันอีดนั้นต้องยึดตามการรับรู้ร่วมกันของประชาคมมุสลิม และแม้ว่าจะมีบุคคลหนึ่งเพียงผู้เดียวที่เห็นฮิล้าลและรู้แน่ชัดว่าวันใดคือวันอีด ก็มิอาจปฏิบัติตามการเห็นของตนเองเพียงลำพังได้ แต่จำเป็นต้องปฏิบัติตามคนส่วนใหญ่” (13)
หากเราเปิดดูคำอธิบายในหนังสือหะดีษต่าง ๆ ที่อธิบายหะดีษต้นนี้ ก็จะพบว่าเนื้อหาล้วนมีลักษณะสอดคล้องกัน นั่นคือ “ให้พิจารณาการกำหนดวันอีดตามวันของผู้คนส่วนใหญ่” แม้ว่าบุคคลใดจะคำนวณหรือนับวันได้ถูกต้องก็ตาม
และอีกต้นนึงคือ

يَوْمُ عَرَفَةَ الَّذِي يَعْرِفُ فِيهِ النَّاسُ

หรืออีกสำนวนใกล้เคียงคือ

وَعَرَفَتُكُمْ يَوْمَ تَعْرِفُونَ

“วันอะรอฟะฮ์ คือวันที่ผู้คนวุกูฟกันที่ทุ่งอะรอฟะฮ์”
หะดีษทั้งสามบทนี้ถูกรายงานไว้ในหนังสือ สุนัน ของท่านอิหม่ามอัลบัยฮะกีย์ และหากเราพิจารณาหัวข้อที่ท่านอัลบัยฮะกีย์ตั้งไว้เหนือหะดีษเหล่านี้ ก็จะพบว่าท่านได้จัดหมวดไว้ภายใต้หัวข้อว่า:

بَابُ خَطَأِ النَّاسِ يَوْمَ عَرَفَةَ

[ บทว่าด้วยกรณีผู้คนวุกูฟ ณ อะรอฟะฮ์ผิดวัน ]
สิ่งนี้แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่า อิหม่ามอัลบัยฮะกีย์เข้าใจหะดีษเหล่านี้ในบริบทของการ ให้ความชอบธรรมแก่ผู้ที่วุกูฟผิดวันโดยไม่ได้เจตนา และนักวิชาการจำนวนมากก็ใช้หะดีษเหล่านี้เป็นหลักฐานประกอบในกรณีดังกล่าว
[ อธิบายการวุกูฟผิดวัน ]
ท่านอิหม่ามอัชชิรอซีย์ยังระบุเอาไว้ว่า:

وَإِنْ أَخْطَأَ النَّاسُ الْوُقُوفَ فَوَقَفُوا فِي الْيَوْمِ الثَّامِنِ أَوْ الْعَاشِرِ لَمْ يَجِبْ عَلَيْهِمْ الْقَضَاءُ ، لِأَنَّ الْخَطَأَ فِي ذَلِكَ إنَّمَا يَكُونُ بِأَنْ يَشْهَدَ اثْنَانِ بِرُؤْيَةِ الْهِلَالِ قَبْلَ الشَّهْرِ بِيَوْمٍ ، فَوَقَفُوا فِي الثَّامِنِ بِشَهَادَتِهِمَا ثُمَّ بَانَ كَذِبُهُمَا ، أَوْ يُغَمُّ الْهِلَالُ فَوَقَفُوا فِي الْيَوْمِ الْعَاشِرِ ، وَمِثْلُ هَذَا لَا يُؤْمَنُ فِي الْقَضَاءِ فَسَقَطَ

“และหากผู้คนเกิดความผิดพลาดในการวุกูฟ โดยไปวุกูฟในวันที่ 8 หรือวันที่ 10 แทนที่จะเป็นวันที่ 9 ก็ไม่จำเป็นต้องชดใช้ (ไม่ต้องทำหัจญ์ซ้ำ) เนื่องจากความผิดพลาดในกรณีนี้มักเกิดจากการที่มีพยานสองคนมาให้การเห็นจันทร์เสี้ยวของเดือนซุลหิจญะฮ์ก่อนครบเดือนหนึ่งวัน แล้วประชาชนก็วุกูฟในวันที่ 8 ตามคำให้การของพวกเขา ก่อนจะปรากฏภายหลังว่าพวกเขาให้การเท็จ
หรือในอีกกรณีหนึ่งคือ จันทร์เสี้ยวถูกบดบัง (ไม่สามารถเห็นได้) ทำให้ประชาชนวุกูฟกันในวันที่ 10 แทน ซึ่งในกรณีเช่นนี้ ไม่สามารถวางหลักเกณฑ์ที่แน่ชัดในเรื่องการชดใช้ได้ จึงตกไป (ไม่ต้องชดใช้)”
ท่านอิหม่ามอันนะวาวีย์ได้ขยายความเพิ่มเติมว่า:

قَالَ أَصْحَابُنَا : إذَا غَلِطُوا فِي الْوُقُوفِ نُظِرَ إنْ غَلِطُوا فِي الْمَكَانِ ، فَوَقَفُوا فِي غَيْرِ أَرْضِ عَرَفَاتٍ ، يَظُنُّونَهَا عَرَفَاتٍ لَمْ يُجْزِهِمْ بِلَا خِلَافٍ لِتَفْرِيطِهِمْ ، وَإِنْ غَلِطُوا فِي الزَّمَانِ بِيَوْمَيْنِ بِأَنْ وَقَفُوا فِي السَّابِعِ أَوْ الْحَادِيَ عَشَرَ لَمْ يُجْزِهِمْ بِلَا خِلَافٍ لِتَفْرِيطِهِمْ ، وَإِنْ غَلِطُوا بِيَوْمٍ وَاحِدٍ ، فَوَقَفُوا فِي الْيَوْمِ الْعَاشِرِ مِنْ ذِي الْحِجَّةِ أَجْزَأَهُمْ وَتَمَّ حَجُّهُمْ وَلَا قَضَاءَ .

“บรรดาอัศฮาบของเรา (นักวิชาการมัสฮับชาฟิอีย์) กล่าวว่า: หากผู้แสวงบุญเกิดความผิดพลาดในการวุกูฟ (ที่อะรอฟะฮ์) ก็ต้องพิจารณาแยกกรณีออกไปว่า:
[1] ถ้าพวกเขาผิดพลาดในเรื่อง “สถานที่” โดยไปวุกูฟในพื้นที่ที่ไม่ใช่อะรอฟะฮ์ แต่คิดว่าเป็นอะรอฟะฮ์ การวุกูฟของพวกเขานั้น “โมฆะ” โดยปราศจากความขัดแย้งใดๆ (คือไม่มีนักวิชาการคนใดเห็นด้วย) เนื่องจากเป็นการประมาทโดยตรง
[2] หากพวกเขาผิดพลาดในเรื่อง “เวลา” โดยคลาดเคลื่อนไปสองวัน เช่น วุกูฟในวันที่ 7 หรือวันที่ 11 ของเดือนซุลหิจญะฮ์ ก็ถือว่าหัจญ์ของพวกเขาใช้ไม่ได้อย่างแน่นอน โดยไม่มีความเห็นต่าง เนื่องจากถือเป็นการประมาทอย่างชัดเจนเช่นกัน
[3] แต่ถ้าผิดพลาดไปเพียง “วันเดียว” โดยไปวุกูฟในวันที่ 10 แทนวันที่ 9 ของเดือนซุลหิจญะฮ์ (ซึ่งเป็นวันอะรอฟะฮ์จริง) การวุกูฟนั้น ถือว่าใช้ได้ หัจญ์สมบูรณ์ และไม่จำเป็นต้องชดใช้”
และท่านยังอธิบายไปอีกว่า:

قَالَ أَصْحَابُنَا : لَوْ شَهِدَ وَاحِدٌ أَوْ جَمَاعَةٌ رُؤْيَةَ هِلَالِ ذِي الْحِجَّةِ فَرُدَّتْ شَهَادَتُهُمْ لَزِمَ الشُّهُودَ الْوُقُوفُ فِي الْيَوْمِ التَّاسِعِ عِنْدَهُمْ وَالنَّاسُ يَقِفُونَ بَعْدَهُ ، فَلَوْ اقْتَصَرُوا عَلَى الْوُقُوفِ مَعَ النَّاسِ فِي الْيَوْمِ الَّذِي بَعْدَهُ لَمْ يَصِحَّ وُقُوفُ الشُّهُودِ بِلَا خِلَافٍ عِنْدَنَا

“บรรดาอัศฮาบของเรา (นักปราชญ์ในมัสฮับชาฟิอีย์) กล่าวว่า: หากมีพยานหนึ่งคนหรือกลุ่มหนึ่งได้เห็นจันทร์เสี้ยวของเดือนซุลหิจญะฮ์ แต่คำให้การของพวกเขาถูกปฏิเสธ (ไม่เป็นที่ยอมรับโดยผู้พิพากษา) จำเป็นสำหรับพยานเหล่านั้นที่จะต้องประกอบพิธีวุกูฟในวันที่ 9 ตามที่พวกเขาเชื่อว่าเป็นวันอะรอฟะฮ์ แม้ว่าผู้คนส่วนใหญ่จะไปวุกูฟในวันถัดมา (วันที่พวกเขานับว่าเป็นวันที่ 9)
และหากพยานเหล่านั้นละเว้นจากการวุกูฟในวันที่พวกเขาเชื่อว่าเป็นวันอะรอฟะฮ์ แล้วไปวุกูฟตามประชาชนในวันถัดไปเท่านั้น การวุกูฟของพยานเหล่านั้นจะไม่ถูกต้องโดยปราศจากข้อโต้แย้งในมัสฮับของเรา (คือเป็นข้อวินิจฉัยที่ไม่มีความเห็นแย้งในหมู่ชาฟิอียะฮ์)”
ท่านอิบนุ หัซมิน อัศศอฮิรีย์ได้ระบุไว้เช่นกันว่า:

وَمَنْ أَخْطَأَ فِي رُؤْيَةِ الْهِلاَلِ لِذِي الْحِجَّةِ فَوَقَفَ بِعَرَفَةَ الْيَوْمَ الْعَاشِرَ وَهُوَ يَظُنُّهُ التَّاسِعَ، وَوَقَفَ بِمُزْدَلِفَةَ اللَّيْلَةَ الْحَادِيَةَ عَشْرَةَ وَهُوَ يَظُنُّهَا الْعَاشِرَةَ: فَحَجُّهُ تَامٌّ، وَلاَ شَيْءَ عَلَيْهِ، لأن رَسُولَ اللَّهِ صلى الله عليه وسلم لَمْ يَقُلْ: إنَّ الْوُقُوفَ بِعَرَفَةَ لاَ يَكُونُ إلاَّ فِي الْيَوْمِ التَّاسِعِ مِنْ ذِي الْحِجَّةِ أَوْ اللَّيْلَةِ الْعَاشِرَةِ مِنْهَا ; وَإِنَّمَا أَوْجَبَ عليه السلام الْوُقُوفَ بِهَا لَيْلاً أَوْ نَهَارًا فَصَحَّ أَنَّ كُلَّ مَنْ وَقَفَ بِهَا أَجْزَأَهُ

“ผู้ใดที่ผิดพลาดในการดูจันทร์เสี้ยวของเดือนซุลหิจญะฮ์ จนเข้าใจผิดไปว่าวันที่ 10 คือวันที่ 9 แล้วไปวุกูฟที่อะรอฟะฮ์ในวันนั้น และไปพักที่มุซดะลิฟะฮ์ในคืนวันที่ 11 โดยคิดว่าเป็นคืนวันที่ 10 การประกอบหัจญ์ของเขาถือว่าสมบูรณ์ และไม่มีสิ่งใดเป็นภาระ (ไม่ต้องชดเชยใดๆ)
เหตุผลเพราะท่านรอซูล ﷺ ไม่ได้กล่าวว่า: “การวุกูฟที่อะรอฟะฮ์จะต้องกระทำในวันที่ 9 ของเดือนซุลหิจญะฮ์ หรือในคืนวันที่ 10 เท่านั้น” แต่ที่ท่านวางเป็นข้อกำหนดไว้คือ “จำเป็นต้องวุกูฟที่อะรอฟะฮ์ไม่ว่าจะในเวลากลางวันหรือกลางคืน”
ดังนั้นจึงยืนยันได้ว่า: “ผู้ใดก็ตามที่ได้วุกูฟ ณ ที่แห่งนั้น (อะรอฟะฮ์) การวุกูฟของเขาถือว่าใช้ได้และไม่มีสิ่งใดเป็นโมฆะ”
และอัลกะซานีย์ อัลหะนาฟีย์ก็ได้อธิบายไว้เช่นกันว่า:

ولوِ اشْتَبَهَ على النَّاسِ هِلالُ ذِي الحِجَّةِ، فَوَقَفُوا بعَرَفَةَ بَعْدَ أنْ أَكْمَلُوا عِدَّةَ ذِي القِعْدَةِ ثَلاثِينَ يَوْمًا، ثُمَّ شَهِدَ الشُّهُودُ أنَّهُمْ رَأَوُا الهِلالَ يَوْمَ كَذَا، وتَبَيَّنَ أنَّ ذَلِكَ اليَوْمَ كانَ يَوْمَ النَّحْرِ، فَوُقوفُهُمْ صَحيحٌ، وحَجَّتُهُمْ تَامَّةٌ، استِحْسانًا … إلخ

“และหากผู้คนเกิดความสับสนในการเห็นจันทร์เสี้ยวของเดือนซุลหิจญะฮ์ จนพากันไปวุกูฟที่อะรอฟะฮ์ หลังจากที่ได้ครบกำหนดจำนวนวันของเดือนซุลเกาะอ์ดะฮ์ครบ 30 วันแล้ว จากนั้นก็มีพยานออกมาให้การว่า พวกเขาได้เห็นจันทร์เสี้ยวในวันหนึ่งวันใด และปรากฏว่าจริงๆแล้ววันที่พวกเขาวุกูฟนั้นคือวันอีฎิ้ลอัฎฮา (วันเชือดสัตว์) แม้เป็นเช่นนั้น การวุกูฟของพวกเขาก็ถือว่าใช้ได้ และหัจญ์ของพวกเขาถือว่าสมบูรณ์ ตามหลัก ‘الاستحسان’…”
[ หะดีษที่เกี่ยวข้องประการที่ 2 ]
หะดีษอีกบทหนึ่งที่รายงานจากอิหม่ามอัตติรมิซีย์คือ

الصَّوْمُ يَوْمَ تَصُومُونَ وَالْفِطْرُ يَوْمَ تُفْطِرُونَ وَالْأَضْحَى يَوْمَ تُضَحُّونَ

“การถือศีลอดนั้นคือวันที่พวกท่านพากันถือศีลอดกัน และการละศีลอด (อีดฟิฏร์) คือวันที่พวกท่านพากันละศีลอด และวันอีดอัฎฮา คือวันที่พวกท่านเชือดสัตว์พลีร่วมกัน”
ท่านอิหม่ามอัลค็อฏฏอบีย์ได้อธิบายเอาไว้ว่า:

إِنَّ الْخَطَأَ مَرْفُوعٌ عَنِ النَّاسِ فِيمَا كَانَ سَبِيلُهُ الِاجْتِهَادَ ، فَلَوْ أَنَّ قَوْمًا اجْتَهَدُوا فَلَمْ يَرَوُا الْهِلَالَ إِلَّا بَعْدَ ثَلَاثِينَ فَلَمْ يُفْطِرُوا حَتَّى اسْتَوْفَوُا الْعَدَدَ ثُمَّ ثَبَتَ عِنْدَهُمْ أَنَّ الشَّهْرَ كَانَ تِسْعًا وَعِشْرِينَ فَإِنَّ صَوْمَهُمْ وَفِطْرَهُمْ مَاضٍ لَا شَيْءَ عَلَيْهِمْ مِنْ وِزْرِ أَوْ عَيْبٍ ، وَكَذَلِكَ هَذَا فِي الْحَجِّ إِذَا أَخْطَئُوا يَوْمَ عَرَفَةَ فَإِنَّهُ لَيْسَ عَلَيْهِمْ إِعَادَتُهُ .

“ความผิดพลาดนั้นถูกยกเว้นจากบรรดาผู้คนในสิ่งที่มีทางให้ใช้การอิจติฮาดได้ ดังนั้น หากมีกลุ่มชนหนึ่งได้ใช้ความพยายามอย่างเต็มที่แล้ว แต่ไม่เห็นจันทร์เสี้ยวจนกระทั่งครบ 30 วัน แต่ยังไม่ละศีลอด (เพื่อฉลองอีด) จนกว่าจะครบจำนวนวันเต็ม แล้วภายหลังปรากฏว่าจริงๆแล้วเดือนนั้นมีเพียง 29 วัน
ในกรณีนี้ การถือศีลอดและการละศีลอดของพวกเขานั้นถือว่าใช้ได้ ไม่มีโทษบาปหรือข้อบกพร่องใดๆตกอยู่กับพวกเขา
และเช่นเดียวกันนี้ก็เป็นกรณีในพิธีหัจญ์ หากพวกเขาคำนวณผิดพลาดในวันอะรอฟะฮ์ ก็ไม่จำเป็นต้องทำการวุกูฟใหม่อีกครั้ง”
ท่านอิหม่ามอัลมุนซิรีย์ยังได้อธิบายเช่นกันว่า:

وَقِيلَ فِيهِ الْإِشَارَةُ إِلَى أَنَّ يَوْمَ الشَّكِّ لَا يُصَامُ احْتِيَاطًا وَإِنَّمَا يَصُومُ يَوْمَ يَصُومُ النَّاسُ ، وَقِيلَ فِيهِ الرَّدُّ عَلَى مَنْ يَقُولُ : إِنَّ مَنْ عَرَفَ طُلُوعَ الْقَمَرِ بِتَقْدِيرِ حِسَابِ الْمَنَازِلِ جَازَ لَهُ أَنْ يَصُومَ بِهِ وَيُفْطِرَ دُونَ مَنْ لَمْ يَعْلَمْ ، وَقِيلَ : إِنَّ الشَّاهِدَ الْوَاحِدَ إِذَا رَأَى الْهِلَالَ وَلَمْ يَحْكُمِ الْقَاضِي بِشَهَادَتِهِ أَنَّ هَذَا لَا يَكُونُ صَوْمًا لَهُ كَمَا لَمْ يَكُنْ لِلنَّاسِ

“และมีผู้กล่าวว่า หะดีษ “الصَّوْمُ يَوْمَ تَصُومُونَ…” นั้น บ่งชี้ถึงข้อห้ามในการถือศีลอดใน “วันแห่งความเคลือบแคลง (يوم الشك)” เพื่อความปลอดภัยในศาสนา กล่าวคือ บุคคลหนึ่งไม่ควรถือศีลอดล่วงหน้าโดยมีความเคลือบแคลงสงสัย (ว่าวันดังกล่าวนั้น อยู่ในเดือนรอมฎอนแล้วหรือยัง) แต่ให้ถือศีลอดในวันที่ประชาคมมุสลิมพากันถือศีลอดจริง (แม้คนส่วนใหญ่จะเข้าเดือนผิดก็ตาม)
อีกคำอธิบายหนึ่งคือ หะดีษนี้เป็นการโต้แย้งผู้ที่กล่าวว่า ผู้ใดที่รู้การขึ้นของดวงจันทร์ด้วยการคำนวณทางดาราศาสตร์ (ด้วยการคำนวณตำแหน่งของจันทร์) ผู้นั้นสามารถถือศีลอดและละศีลอดตามความรู้ส่วนตนได้ โดยไม่ต้องสนใจว่าคนอื่นจะทราบหรือไม่
อีกคำอธิบายหนึ่งคือ หากพยานหนึ่งคนเห็นจันทร์เสี้ยว (ฮิลาล) แล้วผู้พิพากษาไม่วินิจฉัยรับรองคำให้การนั้น การเห็นของเขานั้นก็ไม่ก่อให้เกิดผลในทางศาสนา ดังเช่นที่ไม่ก่อให้เกิดผลต่อผู้อื่นทั่วไปในสังคม”
และท่านอัชเชากานีย์ได้รวบรัดคำพูดของท่านสองท่านไว้ว่า:

وَقَدْ ذَهَبَ إِلَى الْأَخِيرِ مُحَمَّدُ بْنُ الْحَسَنِ الشَّيْبَانِيُّ قَالَ : إِنَّهُ يَتَعَيَّنُ عَلَى الْمُنْفَرِدِ بِرُؤْيَةِ هِلَالِ الشَّهْرِ حُكْمُ النَّاسِ فِي الصَّوْمِ وَالْحَجِّ وَإِنْ خَالَفَ مَا تَيَقَّنَهُ ، وَرُوِيَ مِثْلُ ذَلِكَ عَنْ عَطَاءٍ وَالْحَسَنِ ، وَالْخِلَافُ فِي ذَلِكَ لِلْجُمْهُورِ فَقَالُوا : يَتَعَيَّنُ عَلَيْهِ حُكْمُ نَفْسِهِ فِيمَا تَيَقَّنَهُ وَفَسَّرُوا الْحَدِيثَ بِمِثْلِ مَا ذَكَرَ الْخَطَّابِيُّ . وَقِيلَ فِي مَعْنَى الْحَدِيثِ : إِنَّهُ إِخْبَارٌ بِأَنَّ النَّاسَ يَتَحَزَّبُونَ أَحْزَابًا وَيُخَالِفُونَ الْهَدْيَ النَّبَوِيَّ ، فَطَائِفَةٌ تَعْمَلُ بِالْحِسَابِ وَعَلَيْهِ أُمَّةٌ مِنَ النَّاسِ ، وَطَائِفَةٌ يُقَدِّمُونَ الصَّوْمَ وَالْوُقُوفَ بِعَرَفَةَ وَجَعَلُوا ذَلِكَ شِعَارًا وَهُمُ الْبَاطِنِيَّةُ ، وَبَقِيَ عَلَى الْهَدْيِ النَّبَوِيِّ الْفِرْقَةُ الَّتِي لَا تَزَالُ ظَاهِرَةً عَلَى الْحَقِّ فَهِيَ الْمُرَادَةُ بِلَفْظِ النَّاسِ فِي الْحَدِيثِ وَهِيَ السَّوَادُ الْأَعْظَمُ وَلَوْ كَانَتْ قَلِيلَةَ الْعَدَدِ ، كَذَا فِي النَّيْلِ .

“ท่านมุหัมมัด อิบนุลหะสัน อัชชัยบานีย์ มีความเห็นสนับสนุนทัศนะหลัง (คือทัศนะที่ว่า: ปัจเจกบุคคลที่เห็นจันทร์เสี้ยวเพียงลำพัง ต้องปฏิบัติตามคำวินิจฉัยของส่วนรวมในการเริ่มต้นการถือศีลอดและการประกอบพิธีหัจญ์ แม้จะขัดกับสิ่งที่เขามั่นใจเห็นด้วยตนเองก็ตาม) โดยท่านกล่าวว่า:
“บุคคลที่เห็นจันทร์เสี้ยวด้วยตนเอง จำเป็นต้องยึดตามคำวินิจฉัยของชุมชนในเรื่องการถือศีลอดและการทำหัจญ์ แม้ว่าจะขัดกับสิ่งที่เขามั่นใจว่าได้เห็นด้วยตนเองก็ตาม”
ทัศนะในแนวเดียวกันนี้ถูกถ่ายทอดจากนักวิชาการรุ่นก่อนอย่าง ‘อะฏออ์’ และ ‘อัลหะซัน’ ด้วย
แต่ในทางกลับกัน กลุ่มนักวิชาการส่วนใหญ่ (อัลญุมฮูร) กลับเห็นต่าง โดยพวกเขากล่าวว่า:
“ปัจเจกบุคคลจำเป็นต้องปฏิบัติตามสิ่งที่เขามั่นใจได้ในตัวเอง และไม่จำเป็นต้องยึดตามคนหมู่มาก”
และพวกเขาได้อธิบายหะดีษที่ว่า “الصوم يوم تصومون…” ในความหมายเดียวกับที่อัลคอฏฏอบีย์เคยอธิบายไว้ (คือ มุ่งสร้างเอกภาพ ไม่ใช่ตัดสินความถูกต้องผิดพลาด)
อีกหนึ่งทัศนะหนึ่งกล่าวว่า: ความหมายของหะดีษนี้ คือการแจ้งเตือนว่า ผู้คนจะกลายเป็นกลุ่มต่างๆที่แยกตัวออกจากแนวทางของท่านนบี ﷺ: กลุ่มหนึ่งยึดการคำนวณทางดาราศาสตร์เป็นเกณฑ์ ซึ่งมีผู้คนจำนวนมากในหมู่ประชาชาตินำไปปฏิบัติ
และกลุ่มหนึ่งถือศีลอดและยืนวันอะรอฟะฮ์ล่วงหน้า และใช้สิ่งเหล่านี้เป็นสัญลักษณ์ของตน กลุ่มนี้คืออัลบาฏินียะฮ์
ส่วนกลุ่มที่ยังคงยึดมั่นในแนวทางของท่านนบี ﷺ อย่างต่อเนื่องคือ กลุ่มคนที่แท้จริงในหะดีษ ซึ่งหมายถึง ประชากรส่วนใหญ่โดยพฤตินัยแม้ว่าจะมีจำนวนน้อยก็ตาม”
กล่าวคือ: หากเกิดความคลาดเคลื่อนในการนับเดือน เช่น ผู้คนวุกูฟในวันที่ 8 หรือวันที่ 10 โดยเข้าใจว่าเป็นวันที่ 9 อันเกิดจากการพลาดในการดูจันทร์หรือยึดตามข่าวผิด ก็ยังคงมีทางออกทางนิติศาสตร์ที่อนุญาตให้ถือว่าหัจญ์ของพวกเขา ไม่เป็นโมฆะ เนื่องจากได้อาศัยตามความเข้าใจของประชาคมมุสลิมโดยสุจริต ดังที่
อย่างไรก็ดี วันอะรอฟะฮ์ที่แท้จริงยังคงเป็นวันที่ 9 แห่งเดือนซุลหิจญะฮ์ตามปฏิทินจันทรคติ ซึ่งไม่เปลี่ยนแปลงโดยการกระทำของผู้คน และเหล่าบรรดาอิหม่ามในมัสฮับอัชชาฟีอีย์เอง ก็ได้นำหะดีษเหล่านี้มาใช้อ้างอิงในกรณีของผู้ที่วุกูฟผิดวัน อันเป็นหลักฐานว่าท่านเหล่านั้น รับรองความถูกต้องของแนวทางนี้ในบริบทของความจำเป็นและข้อยกเว้นที่มีเหตุผลรองรับ (14)
[ สรุปได้ว่า ]
การกำหนดวันอะรอฟะฮ์ มิได้อิงจากวันที่หุจญาจออกไปวุกูฟ ณ ทุ่งอะรอฟะฮ์เป็นหลักโดยตรง แต่ให้ถือเอา ‘การเห็นฮิลาลเดือนซุลหิจญะฮ์’ เป็นเกณฑ์หลักในการนับวันที่ 9 ซึ่งเป็นวันอะรอฟะฮ์อย่างชัดเจนตามหลักฟิกฮ์
ส่วนผู้ที่เข้าใจว่า “วันอะรอฟะฮ์อาจเป็นวันที่ 8 หรือ 9 ก็ได้” นั้น เป็นความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนจากเนื้อหาและสำนวนของตำราฟิกฮ์ และไม่สอดคล้องกับแนวทางของมัสฮับทั้งห้าแต่อย่างใด
โดยท่านอิหม่ามอัชชาฟีอีย์ ได้ระบุไว้อย่างชัดเจนว่า:

وَالشَّهَادَةُ فِي هِلَالِ ذِي الْحِجَّةِ لِيُسْتَدَلَّ عَلَى يَوْمِ عَرَفَةَ، وَيَوْمِ الْعِيدِ، وَأَيَّامِ مِنًى كَهِيَ فِي الْفِطْرِ لَا تَخْتَلِفُ فِي شَيْءٍ يَجُوزُ فِيهَا مَا يَجُوزُ فِيهَا، وَيُرَدُّ فِيهَا مَا يُرَدُّ فِيهَا

“และการให้การเป็นพยานเกี่ยวกับการเห็นฮิลาลของเดือนซุลหิจญะฮ์นั้น ก็เพื่อใช้เป็นหลักในการกำหนดวันอะรอฟะฮ์ วันอีด และวันต่างๆของมินา (คือ วันที่ 11, 12, และ 13 ซุลหิจญะฮ์) ซึ่งหลักเกณฑ์ในการรับพยานและการตัดสินนั้น เหมือนกับกรณีของเดือนเชาวาลเพื่อกำหนดวันอีดอัลฟิตร์ โดยไม่มีความแตกต่างใดๆในสิ่งที่สามารถรับฟังได้ หรือสิ่งที่ต้องปฏิเสธ”
ดังนั้น ในบริบทที่กว้างขึ้นของความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน ข้อมูลทั้งหมดชี้ให้เห็นว่า ความคลาดเคลื่อนหลักคือการ สับสนระหว่าง "การกำหนดวันอะรอฟะฮ์อย่างเป็นทางการ" ซึ่งยึดตามการเห็นฮิลาลและนับวันที่ 9 ของเดือนซุลหิจญะฮ์ กับ "การอนุโลมทางนิติศาสตร์สำหรับผู้ที่วุกูฟผิดวันโดยไม่ได้เจตนา" ซึ่งวันที่ 9 ซุลหิจญะฮ์คือวันอะรอฟะฮ์ที่แท้จริงตามปฏิทินจันทรคติ โดยจะไม่มีการเปลี่ยนแปลงโดยการกระทำของผู้คน หะดีษที่กล่าวถึง "วันที่ผู้คนวุกูฟ" หรือ "วันที่ผู้คนทำการเชือดกุรบาน" ไม่ได้หมายถึงการกำหนดวันตามการปฏิบัติของคนส่วนใหญ่เป็นหลัก แต่เป็นหลักฐานในการยกเว้นความผิดพลาดของผู้ที่ปฏิบัติตามความเข้าใจของส่วนรวมหรือเกิดจากความคลาดเคลื่อนในการนับเดือน
เพื่อทำความเข้าใจประเด็นนี้ให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น อาจพิจารณาเปรียบเทียบกับวันสำคัญอื่นๆ เช่น วันอีดทั้งสอง การกำหนดวันอีดก็ต้องยึดตามการเห็นจันทร์เสี้ยว โดยหากเกิดความคลาดเคลื่อนในการนับวันโดยไม่ได้เจตนา การปฏิบัติของส่วนรวมจะถูกนำมาพิจารณาเพื่อยกเว้นความผิดพลาด หลักการนี้คล้ายคลึงกับการวุกูฟในวันอะรอฟะฮ์ที่ผิดพลาดไปหนึ่งวันโดยไม่เจตนา ซึ่งก็ได้รับการอนุโลมเช่นกัน
และโดยรวมแล้ว วันอะรอฟะฮ์ตามหลักการของฟิกฮ์และมัสฮับต่างๆ คือวันที่ 9 ของเดือนซุลหิจญะฮ์ ซึ่งกำหนดโดยการเห็นจันทร์เสี้ยวของเดือนนั้น การที่ผู้แสวงบุญไปวุกูฟ ณ ทุ่งอะรอฟะฮ์เป็นที่ต้องทำในวันที่ 9 แต่การวุกูฟนั้นไม่ถือเป็นเกณฑ์หลักในการ "กำหนด" ว่าวันใดคือวันอะรอฟะฮ์ แต่หากเกิดความคลาดเคลื่อนในการกำหนดวันจนผู้คนไปวุกูฟผิดวัน (เช่น วันที่ 10 โดยเข้าใจว่าเป็นวันที่ 9) หะดีษที่กล่าวถึงการวุกูฟของคนส่วนใหญ่จะถูกนำมาใช้เพื่อยกเว้นและอนุญาตให้หัจญ์ของพวกเขาใช้ได้ เป็นข้อยกเว้นสำหรับความผิดพลาดที่ไม่ได้เจตนา โดยไม่ได้เปลี่ยนสถานะของวันที่ 9 ว่าคือวันอะรอฟะฮ์ที่แท้จริง
ดังนั้น ความเข้าใจที่ว่าการกำหนดวันอะรอฟะฮ์ขึ้นอยู่กับการวุกูฟของหุจญาจโดยตรงจึงเป็นความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนจากหลักการที่นักวิชาการส่วนใหญ่ยึดถือ วันที่ 9 ยังคงเป็นวันอะรอฟะฮ์ โดยมีกลไกการกำหนดวันตามปฏิทินจันทรคติผ่านการเห็นจันทร์เสี้ยว และมีบทบัญญัติรองรับกรณีที่เกิดความผิดพลาดในการนับวันอันเนื่องมาจากความสับสนในการเห็นฮิลาลนั่นเอง
อ้างอิง :
(1) https://bit.ly/3bN8SaQ
(2) อัลอุม, เล่มที่ 2, หน้าที่ 484, สนพ.อัลวะฟาอ์, พิมพ์ครั้งที่ 1.
(3) มุคตะศ้อรอัลมุซานีย์, หน้าที่ 91, สนพ.ดารุลกุตุบ อัลอิลมียะฮ์.
(4) อัลมุฆนีย์, เล่มที่ 2, หน้าที่ 479, สนพ.ดารุลกุตุบ อัลอิลมียะฮ์.
(5) https://bit.ly/3P7xk4X
(6) ตับยีน อัลหะกออิก, เล่มที่ 2, หน้าที่ 439, สนพ.ดารุลกุตุบ อัลอิลมียะฮ์.
(7) อัลมุบดิอ์ ชัรห์ อัลมุกนิอ์, เล่มที่ 2, หน้าที่ 50, สนพ.ดารุลกุตุบ อัลอิลมียะฮ์.
(8) หะชียะฮ์ อัลคุรอชีย์ อะลา มุคตะศ้อร ซัยยิดีคอลีล, เล่มที่ 3, หน้าที่ 190, สนพ.ดารุลกุตุบ อัลอิลมียะฮ์.
(9) หะชียะฮ์ อัดดุซูกีย์ อะลา ชัรห์ อัลกะบี้ร, เล่มที่ 1, หน้าที่ 168/804, สนพ.ดารุลฟิกร์.
(10) อุมดะตุลกอรีย์, เล่มที่ 2, หน้าที่ 393, สนพ.ดารุลกุตุบ อัลอิลมียะฮ์.

(11) https://bit.ly/3NN8Xsi
(12) อัลอีฎอห์ ฟี มะนาซิกหัจญ์ วัลอุมเราะฮ์, หน้าที่ 268, สนพ.ดารอัลบะชาอิร อัลอิสลามียะฮ์.

(13) สุบุลุสสลาม ชัรห์ บุลูฆุลมะรอม, หน้าที่ 312, สนพ.อัลอัรกอม.

(14) https://bit.ly/3yG2efC

مسألة : قال الشافعي رضي الله عنه: "ثُمَّ يَغْدُو إِذَا طَلَعَتِ الشَّمْسُ إِلَى عَرَفَةَ وَهُوَ عَلَى تَلْبِيَتِهِ فَإِذَا زَالَتِ الشَّمْسُ صَعِدَ الْإِمَامُ

  HDY-MED ฮ้จญ์ไฟลท์แรกของปีนี้ออกเดินทางแล้ว นำพี่น้องฮุจยาจเดินทางจากหาดใหญ่มุ่งตรงสู่นครมาดินะฮ์ด้วยเครื่องการบินไทย ...
29/04/2025

HDY-MED ฮ้จญ์ไฟลท์แรกของปีนี้ออกเดินทางแล้ว นำพี่น้องฮุจยาจเดินทางจากหาดใหญ่มุ่งตรงสู่นครมาดินะฮ์

ด้วยเครื่องการบินไทย Boeing 777-200ER ทะเบียน HS-TJR นามพระราชทาน นครสวรรค์

#ขอให้เดินทางปลอดภัย #อัลลอฮคุ้มครอง ฮัจญ์มับบรูรทุกท่านครับ

13/11/2024

อุมเราะห์รอมาฎอน
เริ่มเดินทาง
21กุมภาพันธ์-7มีนาคม
ราคา75,000บาท

13/11/2024

อุมเราะห์รอมาฎอน
เริ่มเดินทาง
21 กุมภาพันธ์-7 มีนาคม
ราคา 75,000 บาท
โทร.0951606095

 #ส่วนหนึ่งจากสัญญานวันกียามัตคาบสมุทรอาหรับจะกลับกลายเป็นแผ่นดินที่เขียวชะอุ่มและมีแม่น้ำหลายสาย ท่านมุสลิมรายงานว่า ท่...
07/11/2024

#ส่วนหนึ่งจากสัญญานวันกียามัต
คาบสมุทรอาหรับจะกลับกลายเป็นแผ่นดินที่เขียวชะอุ่มและมีแม่น้ำหลายสาย

ท่านมุสลิมรายงานว่า ท่านนบี กล่าวว่า

“วันกิยามะฮฺจะยังไม่อุบัติขึ้น จนกว่าทรัพย์สินจะมีมากมาย

จนกระทั่งผู้หนึ่งจะจ่ายซะกาตทรัพย์สินของตน แต่เขาไม่พบผู้ใดมาขอรับซะกาตเลย

และจนกว่าพื้นแผ่นดินอาหรับจะกลับกลายเป็นแผ่นดินที่เขียวชะอุ่มและเต็มไปด้วยแม่น้ำ”

 #ผู้คนในโลกนี้ล้วนบอกว่าวัย 40 คือวัยแห่งการเริ่มต้นชีวิตที่มั่นคงและความสุข แต่ศาสนาบอกว่า วัย 40 คือ วัยแห่งวัยแห่งกา...
06/11/2024

#ผู้คนในโลกนี้ล้วนบอกว่าวัย 40 คือวัยแห่งการเริ่มต้นชีวิตที่มั่นคงและความสุข แต่ศาสนาบอกว่า วัย 40 คือ วัยแห่งวัยแห่งการเตรียมพร้อมกลับคืนสู่พระผู้เป็นเจ้า(ซบ.)
40ไม่ใช่วัยเติบโต
แต่คือวัยนับถอยหลังสู่ความตาย
วัย40คือวัยที่อยู่ตรงกลางของความรับผิดชอบระหว่างลูกหลานที่เป็นเด็ก กับพ่อแม่ที่เป็นคนแก่
วัย40คือวัยที่มองเห็น การเกิดความสดใส และการตายความร่วงโรย
ดังนั้นแล้ววัยนี้คือวัยที่ต้องสู้กับตัวเองมากที่สุด ในเรื่องอารมณ์ความรู้สึก การมีอยู่ และการสูญเสีย
วัย40 เป็นวัยแห่งความมั่นคงทางการเงินสำหรับหลายคน แต่ก็เป็นวัยล้มเหลวสำหรับหลายคน ถ้าล้มตอนนี้ก็แทบจะไม่มีแรงลุก
มีฮาดิษที่กล่าวไว้ว่า
"หากเราไม่สามารถเปลี่ยนตัวเองให้เป็นคนที่ดีขึ้นได้เมื่อถึงตอนอายุ40 เราก็จะเปลี่ยนตัวเองไม่ได้แล้ว
ภาษาบ้านๆก็คือว่า ถ้า40ยังไม่รู้หัวรู้หาง รู้ทางไปของศาสนา ก็หมดโอกาสแล้ว"
ฉะนั้นแล้วสำรวจตัวเองอยู่เสมอ
อย่ารอให้ถึง40แล้วค่อยเปลี่ยน
เพราะบางคนก็ตายไปก่อนจะ40
เปลี่ยนไม่ทัน!!!
#อิสลามคือคำตอบของชีวิต

 #ภูเขาซอฟฟาที่เริ่มต้นบททดสอบของผู้หญิงท่านหนึ่งพระนามนางฮายัร  บทเรียนที่สอนให้เรารู้ว่าการตออัตต่ออีลลออนั้นสำคัญที่ส...
03/11/2024

#ภูเขาซอฟฟาที่เริ่มต้นบททดสอบของผู้หญิงท่านหนึ่งพระนามนางฮายัร บทเรียนที่สอนให้เรารู้ว่าการตออัตต่ออีลลออนั้นสำคัญที่สุดถึงแม้ว่าบททดสอบจะมากมายเพียงใด
**********************🤲🤲************************
#เปิดลงทะเบียน
🕋🇹🇷อุมเราะห์หน้าหนาว : ตุรกี-มาดีนะห์-มักกะห์
เดินทางวันที่ 29 พฤศจิกายน 2567
🕋อุมเราะห์บินตรง : มักกะ-มาดีนะห์
เดินทางวันที่ 4 ธันวาคม 2566
🕋🕌อุมเราะห์ ปาเลสไตน์
จอร์แดน-ปาเลสไตน์-มักกะห์-มาดีนะห์
เดินทางวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2568
**************************************************
#พร้อมให้คำแนะนำเรื่องฮัจย์เเละอุมเราะห์
☎️ เเซะห์ซูลกรนัย ดาลอ 095-160-6095
#กดไลค์ #กดถูกใจ #กดเเชร์ #อย่าปิดการมองเห็น

ที่อยู่

สะกอม
Thepha
94150

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ อามานะห์ ฮัจญ์ & อุมเราะห์ผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ทางลัด

แชร์