27/08/2026
วันนี้ตรงกับวันพฤหัสบดีที่ ๒๗ สิงหาคม พุทธศักราช ๒๕๖๙ กระผม/อาตมภาพก็เพิ่งจะกลับมาถึงก็ประมาณ ๔ โมงกว่านี่เอง มีเวลาโกนหัวเรียบร้อย ก็ต้องออกมาทำวัตรเย็นกันแล้ว มาว่ากันทีละเรื่อง..!
เรื่องด่วนก็คือโยมแม่ของ "มหาจุก" (พระมหาอินทรปกรณ์ ฐิตสุโภ ป.ธ.๔) เสียชีวิต ใครที่ไปจะงานศพ ไม่ทราบว่าจะสัตตาหะฯ ได้อย่างไร ก็ให้ไปโดยคำสั่งของผม ก็คือพระอุปัชฌาย์สั่งให้ไป ไม่อย่างนั้นก็ไม่รู้เหมือนกันว่าจะเอาข้ออ้างที่ไหนมาสัตตาหะฯ ได้ เนื่องเพราะว่าพระภิกษุสามเณรภายในวัดของเรา มีอะไรก็ต้องช่วยเหลือเกื้อกูลกันตามปกติ เมื่อมีการสูญเสียก็ต้องไปช่วยงาน ต้องไปให้กำลังใจกัน
อีกเรื่องหนึ่งก็คือคำถามของ "ท่านเจ" (พระนพรัตน์ ปฏิกาโร) ถามว่า "จะเร่งรัดตัดกามราคะ ควรวางกำลังใจเช่นไรถึงจะตรงทาง ?" ตามที่ท่านบอกมาก็คือ พิจารณาแล้วเกิดความสลดใจก็คลายตัวได้บ้าง ถ้าจะตัดกิเลส โดยเฉพาะราคะกับโทสะ สิ่งที่ต้องทำให้ได้เลยก็คือเร่งรัดสมาธิให้ทรงฌาน ๔ ให้เร็วที่สุด และคล่องตัวที่สุด ไม่เช่นนั้นไม่มีโอกาสที่จะตัดได้เลย เพราะว่ากำลังที่น้อยกว่านั้นจะสู้ไม่ได้
ท่านถามว่า "การตัดอวิชชาต้องสังเกตความรู้สึกจุดไหนถึงจะตรงทางและทำได้ไว ?" คิดว่า "อาหารเดลิเวรี่" หรืออย่างไร ? คือไอ้ทุกอย่างที่ถามมาจะเอาไวอย่างเดียว ไม่ใช่บะหมี่สำเร็จรูป จะได้ลวก ๓ นาทีกินได้ คำว่าไวอาจจะ ๒๐ ปี ๓๐ ปี แต่ได้ในชาตินี้ก็เรียกว่าไวแล้ว เพราะฉะนั้น..บอกวิธีไป บางทีเราเองฟังแล้วก็ผ่านหูไปเฉย ๆ เพราะว่ากำลังใจยังไม่ตรง กำลังใจยังไม่ได้ ก็ฟังแล้วไม่เข้าใจ
ก็คือ "ถ้าตาเห็นรูป หูได้ยินเสียง จมูกได้กลิ่น ลิ้นได้รส กายสัมผัส ใจครุ่นคิด แล้วเกิดความพอใจ นั่นคือการสังเกตได้ชัดว่าอวิชชายังกินใจเราอยู่เต็ม ๆ" สรุปว่าบอกไปก็ไม่รู้เรื่อง..!
ถึงได้บอกพวกเราไปหลายต่อหลายครั้งแล้วว่า "ถ้าตั้งใจจะปฏิบัติธรรม พวกเราทั้งหมดนั้น เรื่องศีลเป็นเรื่องง่ายแล้ว ให้เร่งรัดสมาธิให้มากที่สุด สูงที่สุด และคล่องตัวที่สุดเท่าที่จะทำได้ ถ้าสมาธิทรงตัวก็เหมือนกับคนมีเงิน อยากได้อะไรก็ไปซื้อเอา เรื่องอื่น ๆ เราก็แค่แปรกำลังของสมาธินั้นไปใช้งานเท่านั้นเอง"
ก็แปลว่าถามมาก็ไร้ประโยชน์ เพราะบอกไปก็ทำไม่ได้อยู่ดี แต่ก็ยังดีที่มีความพยายามที่จะทำอยู่ ดังนั้น..ขอย้ำอีกครั้งว่าถ้าจะตัดราคะกับโทสะ ต้องเร่งรัดสมาธิให้ทรงฌาน ๔ ให้ได้เร็วที่สุดและคล่องตัวที่สุด ไม่อย่างนั้นแล้ว อย่าไปหวังเลยว่าจะทำได้ เพราะกำลังของเราไม่พอในการใช้งาน..!
สำหรับเมื่อวานนี้ ท่านกิตติ บุตรสิงห์ กำนันตำบลประดู่ยืน อำเภอลานสัก จังหวัดอุทัยธานี ได้เมตตาสงเคราะห์คณะกรรมการขับเคลื่อนโครงการหมู่บ้านรักษาศีล ๕ ด้วยการเช่าเรือไว้ ๑๐ ลำ ให้พวกเราไปดูสัตว์ต่าง ๆ ของเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง ทางริมอ่างเก็บน้ำทับเสลา
ปรากฏว่าบรรดาคณะกรรมการหมดสภาพมาจากจังหวัดชัยนาทกันแล้ว ต้องเดินทางมาอีก ๑๐๐ กว่ากิโลเมตรกว่าจะไปถึง ส่วนใหญ่จึงเข้าที่พักกันก่อน ที่พักก็ได้ท่านเจ้าคณะอำเภอลานสัก (พระครูอุทัยวิริยสุนทร)เป็นผู้สงเคราะห์ให้ ไปพักที่ "กรีนเฮ้าส์ รีสอร์ท ประดู่ยืน" ก็เหลือกระผม/อาตมภาพกับคณะอีกไม่กี่คนไป บรรดาเรือที่เช่าไว้ ๑๐ ลำ ปกติจะนั่งได้ลำละ ๓ คน ก็ให้กระจายกันไปนั่งลำละ ๑ คนบ้าง ๒ คนบ้าง เพราะว่าเช่าไปแล้ว ถึงแม้ว่าจะไม่นั่ง เขาก็ต้องจ่ายเงินอยู่ดี..!
ด้วยเหตุที่พวกเราไปถึง ๕ โมงกว่า เกือบ ๖ โมงเย็นแล้ว ทางคนเรือก็เลยเร่งรัดให้ลง ใส่เสื้อชูชีพแล้วก็ขับพาออกไป ส่วนที่สังเกตเห็นที่มากที่สุดก็คือบรรดานกต่าง ๆ ที่หากินกับน้ำ อย่างเช่นว่า นกกระยาง นกกระสา นกปากห่าง ส่วนพวกสัตว์บกตัวใหญ่ที่เห็นชัดที่สุดก็คือช้าง เป็นช้างโทน ๔ - ๕ ตัวตลอดระยะเวลาที่วิ่งไป เพราะว่าค่าเช่าเรือลำละ ๖๕๐ บาท เขาให้ไป ๑ ชั่วโมง กลับ ๑ ชั่วโมง
แล้วการดูสัตว์ เขามีกล้องส่องทางไกลให้ แต่กระผม/อาตมภาพใช้โทรศัพท์ซูมเข้ามาดู แม้ว่าจะมีโขลงช้างอยู่ด้วย แต่ว่าปรากฏออกมาให้เห็นแค่โขลงเดียว มี ๙ ตัว "น้องเล็ก" (นางสาวจิราพร ซื่อตรงต่อการ)ที่ขับรถไปให้ บอกว่ามี ๗ ตัว กระผม/อาตมภาพยืนยันว่ามี ๙ ตัว
พอขากลับ "น้องเล็ก" นับใหม่ ถึงได้บอกว่ามี ๙ ตัวจริง ๆ ถามว่ารู้ได้อย่างไร ? ผมบอกว่า "เอาจำนวนขากับหางรวมกัน แล้วหารด้วย ๕ จะได้จำนวนตัวช้างพอดี" ใครเชื่อก็บ้าแล้ว..!
เพียงแต่ว่าสัตว์อื่นอย่างเช่นพวกเนื้อทราย ซึ่งเป็นเรื่องที่น่ายินดีมาก เพราะก่อนหน้านี้เป็นสัตว์ป่าสงวน แต่เมื่ออนุญาตให้เพาะพันธุ์ ก็มีจำนวนมากพอที่จะปล่อยกับคืนป่าไป จนกระทั่งถอดออกจากสัตว์ป่าสงวน ลงมาเป็นสัตว์ป่าคุ้มครอง
แต่ระยะที่เขาจอดเรือให้พวกเราดูนั้น อยู่ห่างประมาณ ๓๐๐ - ๔๐๐ เมตร เพื่อที่จะได้ไม่ไปรบกวนสัตว์ พยายามถ่ายรูปอย่างไรก็ได้แต่ภาพเบลอ ๆ เพียงแต่เห็นชัดว่ามีเนื้อทรายอยูหลายฝูง แต่ละฝูงก็ ๕ - ๖ ตัวเป็นอย่างต่ำ เพียงแต่ว่าสัตว์ทั้งหลายเหล่านี้ลงมากินน้ำ ลงมากินหญ้า และกำลังจะกลับไปนอน พวกเรากว่าจะกลับไปถึงรีสอร์ทที่พักก็เกือบ ๒ ทุ่ม..!
เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันพฤหัสบดีที่ ๒๗ สิงหาคม ๒๕๖๙
พระครูวิลาศกาญจนธรรม, รศ.ดร. วัดท่าขนุน
#ชุมชนคุณธรรม #วัดท่าขนุน
: wat.thakhanun :
#ชุมชนคุณธรรมวัดท่าขนุน
#ชุมชนคุณธรรมน้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงขับเคลื่อนด้วยพลังบวร
#พระพุทธศาสนาช่วยโลก #พระสงฆ์ช่วยสังคม
#พระครูวิลาศกาญจนธรรมดร #พระครูวิลาศกาญจนธรรม #พระอาจารย์เล็ก #หลวงพ่อเล็กวัดท่าขนุน