13/08/2025
10-8-25
🔴 “อีกนานเท่าใด”
♦️ คำนำ : พี่น้องเคยต้องรออะไรนานๆ ไหมครับ รอด้วยใจจดจ่อ และก็ถามว่า อีกนานไหม อีกนานเท่าไร? เช่นรอคำตอบจากแฟน รอของที่สั่งกับ Lazada หรือ ผู้ที่อยู่ในศูนย์พักพิง เขาก็อาจจะถามว่า อีกนานไหมถึงจะได้กลับบ้าน แม้แต่รอวันที่จะหายป่วยและได้ออกจาก รพ. อีกนานแค่ไหนถึงจะได้ออกจาก รพ. (ความทรมานคือการรอคอย)
วันนี้เรามาถึงพระธรรม สดุดี 13:1-6 TH1971
“1ข้าแต่พระเจ้า อีกนานเท่าใด พระองค์จะทรงลืมข้าพระองค์เสียเป็นนิตย์หรือ พระองค์จะเบือนพระพักตร์จากข้าพระองค์นานเท่าใด
How long, LORD? Will you forget me forever? How long will you hide your face from me?-Psalms 13:1
2ข้าพระองค์จะต้องตรึกตรองในใจของข้าพระองค์ และมีความทุกข์โศกอยู่ในใจตลอดไปนานเท่าใด ศัตรูของข้าพระองค์จะเหนือข้าพระองค์นานเท่าใด
How long must I wrestle with my thoughts and day after day have sorrow in my heart? How long will my enemy triumph over me?-Psalms 13:2
3ข้าแต่พระเจ้าของข้าพระองค์ ขอทรงพิจารณา และตอบข้าพระองค์ด้วยเถิด ทั้งขอทรงเพิ่มความสว่างแก่ตาข้าพระองค์ เกลือกว่าข้าพระองค์จะหลับอยู่ในความตาย
Look on me and answer, LORD my God. Give light to my eyes, or I will sleep in death,-Psalms 13:3
4เกรงว่าศัตรูของข้าพระองค์จะว่า เกรงว่าคู่อริของข้าพระองค์จะเปรมปรีดิ์เพราะ ข้าพระองค์กำลังหวั่นไหว
and my enemy will say, "I have overcome him," and my foes will rejoice when I fall.-Psalms 13:4
5แต่ข้าพระองค์วางใจในความรักมั่นคงของพระองค์ จิตใจของข้าพระองค์จะเปรมปรีดิ์ในความรอดของพระองค์
But I trust in your unfailing love; my heart rejoices in your salvation.-Psalms 13:5
6ข้าพเจ้าจะร้องเพลงสรรเสริญพระเจ้า เพราะว่าพระองค์ทรงกระทำแก่ข้าพเจ้าอย่างดี”
I will sing the LORD’s praise, for he has been good to me.-Psalms 13:6
พระธรรม สดุดีบทนี้แบ่งออกได้เป็น 3 ตอนด้วยกัน ข้อ 1-2 ข้อ 3-4 และ ข้อ 5-6 และเราจะมาดูกันทีละตอนคือ
1️⃣ ตอนคำคร่ำครวญ ข้อ 1-2
“1ข้าแต่พระเจ้า อีกนานเท่าใด พระองค์จะทรงลืมข้าพระองค์เสียเป็นนิตย์หรือ พระองค์จะเบือนพระพักตร์จากข้าพระองค์นานเท่าใด
How long, LORD? Will you forget me forever? How long will you hide your face from me?-Psalms 13:1
2ข้าพระองค์จะต้องตรึกตรองในใจของข้าพระองค์ และมีความทุกข์โศกอยู่ในใจตลอดไปนานเท่าใด ศัตรูของข้าพระองค์จะเหนือข้าพระองค์นานเท่าใด
How long must I wrestle with my thoughts and day after day have sorrow in my heart? How long will my enemy triumph over me?
👉 ก. ในพระคำสองข้อนี้เป็นคำคร่ำครวญของดาวิดที่ทูลต่อพระเจ้าว่า “อีกนานเท่าใด” (How long.) คำนี้ถูกกล่าวออกมาถึง 4 ครั้ง เช่น
1. “1ข้าแต่พระเจ้า อีกนานเท่าใด พระองค์จะทรงลืมข้าพระองค์เสียเป็นนิตย์หรือ
2. พระองค์จะเบือนพระพักตร์จากข้าพระองค์นานเท่าใด
ผมชอบฉบับ แปลใหม่ (“นานเพียงไร โอ พระผู้เป็นเจ้า พระองค์จะลืมข้าพเจ้าไปตลอดกาลหรือ พระองค์จะซ่อนหน้าไปจากข้าพเจ้านานเพียงไร”) สดุดี 13:1 NTV
3. 2ข้าพระองค์จะต้องตรึกตรองในใจของข้าพระองค์ และมีความทุกข์โศกอยู่ในใจตลอดไปนานเท่าใด
4. ศัตรูของข้าพระองค์จะเหนือข้าพระองค์นานเท่าใด
♦️ ดาวิดสงสัยในพระสัญญาของพระเจ้าหรือ จึงได้ตั้งคำถามกับพระเจ้าแบบนี้
👉 ข. อะไรคือสาเหตุที่ดาวิดตั้งคำถามกับพระเจ้าเช่นนี้ ? ก็คือ ศัตรูของดาวิดนั่นแหละครับ (ศัตรูของข้าพระองค์จะเหนือข้าพระองค์นานเท่าใด) ศัตรูนี้อาจเป็นซาอูล หรืออับซาโลม ก็ได้ที่กำลังทำให้ชีวิตของกษัตริย์ดาวิดลำบาก
มีคนกล่าวไว้ว่า “เวลาแห่งความสุขมักจะสั้นเสมอ แต่เวลาแห่งความทุกข์มักจะยาวและอ้อยอิ่งอยู่เสมอ” เมื่อเวลาแห่งความทุกข์มันอ้อยอิ่งอยู่ ดาวิดจึงทูลถามพระเจ้าว่า “อีกนานเท่าใด”
แต่พี่น้องครับ กษัตริย์ดาวิด ไม่เคยสงสัยในพระเจ้า และในทางกลับกันกษัตริย์ดาวิดเป็นผู้ที่เชื่อฟังและไว้วางใจในพระเจ้าเสมอ
👉 ค. คำว่า “อีกนานเท่าใด” นั้นใช้เพื่อบ่งบอกถึงความรู้สึกของดาวิดที่มีต่อสถานการณ์ที่มันกำลังเกิดขึ้น ซึ่งดาวิดก็ทราบอยู่แล้วว่า พระเจ้าทรงทราบแล้วทุกสิ่ง ดังนั้นการคร่ำครวญนี้จึงไม่ใช่การสงสัย แต่เป็นการระบายความรู้สึก ที่มันอัดอั้นอยู่ในใจออกมาต่อพระเจ้าเท่านั้น
#ถ้าพี่น้องมีความอัดอั้นใจอะไรก็สามารถระบายออกมากับพระเจ้าได้...อาเมน
👉 ง. แต่พี่น้องครับ เราต้องแยกแยะระหว่าง “การระบายความรู้สึก” แบบที่ดาวิดทำกับ “การโวยวาย” โดยความไม่พอใจแบบที่พวกอิสราเอลทำ อย่างแรกตั้งอยู่บนท่าทีของการไว้วางใจพระเจ้า แต่อย่างหลังเป็นการแสดงออกถึงการไม่เชื่อและการหมิ่นประมาท พระเจ้าทรงยอมรับการระบายความรู้สึก แต่ไม่ทรงยอมรับการโวยวาย มันมีเส้นบางๆ อยู่ระหว่างการระบายความรู้สึกกับการโวยวาย
2️⃣ ตอนคำทูลขอความช่วยเหลือ ข้อ 3-4
3ข้าแต่พระเจ้าของข้าพระองค์ ขอทรงพิจารณา และตอบข้าพระองค์ด้วยเถิด ทั้งขอทรงเพิ่มความสว่างแก่ตาข้าพระองค์ เกลือกว่าข้าพระองค์จะหลับอยู่ในความตาย
Look on me and answer, LORD my God. Give light to my eyes, or I will sleep in death,-Psalms 13:3
4เกรงว่าศัตรูของข้าพระองค์จะว่า เกรงว่าคู่อริของข้าพระองค์จะเปรมปรีดิ์เพราะ ข้าพระองค์กำลังหวั่นไหว
and my enemy will say, "I have overcome him," and my foes will rejoice when I fall.
👉 ก. ดาวิดไม่ได้ระบายความรู้สึกออกมาเพื่อให้รู้สึกสบายใจเหมือนกับคำแนะนำของนักจิตวิทยา
Ex. คำแนะนำของนักจิตวิทยา แนะนำให้เราจัดการกับอารมณ์ด้านลบ หรือหาทางระบายอารมณ์ออกมาเช่นตะโกนออกมาดังๆ ในญี่ปุ่น มีห้องที่จัดไว้ให้คุณสามารถระบายอารมณ์ออกมาได้ ข้าวของเครื่องใช้ในห้องคุณสามารถทำลายมันได้ทุกอย่าง และเลือกอุปกรณ์สำหรับทำลายได้ เช่น ฆ้อน ไม้เบสบอล ไม้กอล์ฟ ฯลฯ (แต่ทุกอย่างมีราคา เหมือนเราสั่งอาหาร)
แต่เรื่องที่มาพร้อมๆ กัน กลับการระบายความในใจ คือการทูลขอความช่วยเหลือจากพระเจ้า ดาวิดรู้ดีว่ามีความช่วยเหลืออยู่ในพระหัตถ์ของพระเจ้า ดังนั้นเขาจึงไม่รีรอที่จะทูลขอความช่วยเหลือจากพระองค์
👉 ข. บทเรียนที่สำคัญ คือความทุกข์ ต้องไม่ทำให้เราบ่นว่า พระเจ้า แต่ควรกระตุ้นให้เราตระหนักถึงความจริงว่า “พระเจ้าทรงเป็นความช่วยเหลือที่พร้อมอยู่ในยามยากลำบาก”
“พระเจ้าทรงเป็นที่ลี้ภัยและเป็นกำลังของข้าพระองค์ทั้งหลาย เป็นความช่วยเหลือที่พร้อมอยู่ในยามยากลำบาก” สดุดี 46:1
God is our refuge and strength, an ever-present help in trouble.- Psalms 46:1
👉 ค. สามสิ่งที่ดาวิดทูลขอความช่วยเหลือจากพระเจ้าคือ
- ขอทรงตอบคำอธิษฐาน
- ขอเพิ่มความสว่างแก่ตาเรามองเห็นสิ่งที่เกิดขึ้นด้วยสายตาของพระเจ้า
- ขอกำลังเพื่อยืนหยัดต่อสู้ศัตรู และการกระทำในสิ่งที่ถูกต้อง
- ขอทรงตอบคำอธิษฐาน เมื่อเราอธิฐานแล้ว อย่าลืมขอคำตอบจากพระเจ้าด้วย
“ขอทรงสดับ และขอทรงตอบข้าพระองค์ ข้าพระองค์ยอมแพ้ความทุกข์ยากลำบากแล้ว” สดุดี 55:2 TH1971
hear me and answer me. My thoughts trouble me and I am distraught-Psalms 55:2
- ขอเพิ่มความสว่างแก่ตาเรามองเห็น เป็นสำนวนด้านภาษา หมายความว่า ดวงตาที่หม่นหมองไป ทรุดโทรมไป ขอบตาที่ช้ำ มันเกิดจากเรี่ยวแรงที่โรยราไป
- ขอเพิ่มความสว่างแก่ตาเรามองเห็น หมายความว่า ขอรับกำลังใหม่จากพระเจ้า (ดวงตา เป็นหน้าต่างของหัวใจ) แววตาที่สดใสแสดงออกถึงจิตใจภายในที่เปี่ยมล้นไปด้วยความสุข อาเมน
3️⃣ ตอนความไว้วางใจต่อพระเจ้า ข้อ 5-6
5แต่ข้าพระองค์วางใจในความรักมั่นคงของพระองค์ จิตใจของข้าพระองค์จะเปรมปรีดิ์ในความรอดของพระองค์
But I trust in your unfailing love; my heart rejoices in your salvation.-Psalms 13:5
6ข้าพเจ้าจะร้องเพลงสรรเสริญพระเจ้า เพราะว่าพระองค์ทรงกระทำแก่ข้าพเจ้าอย่างดี”
I will sing the LORD’s praise, for he has been good to me.
ก. ดาวิดจบบทเพลงสดุดีตอนนี้ด้วยการแสดงถึงความไว้วางใจใน “ความรักมั่นคง” ของพระเจ้า คำในภาษาฮิบรู คำนี้คือ “เคเชด” ซึ่งมีความหมายกว้างกว่าความรักที่ไม่เปลี่ยนแปลง แต่ยังหมายรวมถึงความเมตตากรุณา และการปกป้องคุ้มครองด้วย นั่นจึงเป็นเหตุทำให้ดาวิด “เปรมปรีย์ในความรอด” ในที่นี้คือความช่วยเหลือที่มาจากพระเจ้า เขาจึงจะ “ร้องเพลงสรรเสริญพระเจ้า” ทั้งทั้งที่ยังอยู่ท่ามกลางปัญหาและความยุ่งยากเพราะว่าพระเจ้าจะทรงกระทำแก่ท่านอย่างดี ภาษาฮิบรูของคำนี้มีความหมายว่า “พระเจ้าทรงดีต่อท่านอย่างเหลือล้น คือเกินกว่าที่สมควรจะได้รับ เกินกว่าที่จะคิดได้” อาเมน
👉 ข. พี่น้อง ครับปัญหาของดาวิดยังอยู่ความทุกข์ยากยังอยู่ศัตรูยังอยู่ แต่ดาวิดเลือกที่จะสรรเสริญพระเจ้า เพราะดาวิดรู้ดีว่าความช่วยเหลืออยู่ในพระหัตถ์ของพระเจ้า
และเราทั้งหลายล่ะ รู้หรือยังว่าความช่วยเหลือให้เราพ้นจากความทุกข์ยากลำบากต่างๆนั้นอยู่ในพระหัตถ์ของพระเจ้า เป็นพระหัตถ์ที่พร้อมอยู่ที่จะช่วยเหลือเราทุกคนตลอดเวลา อาเมน
♦️ สรุป : พี่น้องครับ ในเวลาที่เรากำลังเผชิญความทุกข์ยากลำบากต่อปัญหาต่างๆ นั้น ขอให้เรา
👉 จงระบายความในใจออกต่อพระเจ้าด้วยความไว้วางใจในความรักและการช่วยเหลือของพระองค์
👉 จงมั่นใจในความรักมั่นคงและการช่วยเหลือ อย่าลืมว่า พระเจ้าเป็นความช่วยเหลือที่พร้อมอยู่เสมอในเวลาที่ยากลำบาก
และแม้ปัญหาจะยังอยู่แต่เราจะร้องเพลงสรรเสริญพระเจ้าได้ พระองค์จะทรงกระทำต่อเราอย่างดีเกินกว่าที่เราจะคิดได้ อาเมน
♦️ ขอพระเจ้าอวยพรครับ
♦️ ผู้เทศนา : ศจ.ดร.คำฟอง แสงกุมาร