เพจ วัดจำปาสะเอิง จ.สุรินทร์

เพจ วัดจำปาสะเอิง จ.สุรินทร์ ความตรัสรู้ดีของพระพุทธเจ้า

งานบวชมีไว้เพื่อสร้างบุญ ไม่ควรกลายเป็นจุดเริ่มต้นของหนี้ในครอบครัวหลายบ้านอยากจัดให้ดีที่สุด เพราะเป็นงานสำคัญในชีวิตลู...
02/09/2026

งานบวชมีไว้เพื่อสร้างบุญ ไม่ควรกลายเป็นจุดเริ่มต้นของหนี้ในครอบครัว

หลายบ้านอยากจัดให้ดีที่สุด เพราะเป็นงานสำคัญในชีวิตลูกหลาน แต่คำว่า “ดีที่สุด” ไม่จำเป็นต้องหมายถึงงานใหญ่ แขกเยอะ หรือค่าใช้จ่ายสูงเกินกำลัง

บวชเรียบง่ายก็มีคุณค่าได้ ถ้าจัดด้วยศรัทธา ความตั้งใจ และไม่ทำให้พ่อแม่หรือคนในบ้านต้องแบกภาระต่อไปหลังงานจบ

**พี่น้องคิดว่า งานบวชที่ดีควรวัดจากความใหญ่ของงาน หรือวัดจากความตั้งใจของคนบวชมากกว่ากัน?**

#เรื่องเล่านักเดินทาง #งานบวชสร้างสุข #บวชเอาบุญไม่เอาหนี้ #ชีวิตพอดี #ไม่สร้างหนี้

02/09/2026

พรรษากาล #วัดจำปาสะเอิง

31/08/2026

“เปรียญสิบ” เวลาไปร่วมงานคณะสงฆ์ เห็นปรากฎการณ์หนึ่งที่..เปลี่ยนไป นั่นคือ “พระภิกษุอายุน้อยหน้าใส” นั่งเรียงแทนลำดับ ไม่เป็นไปตาม “อายุพรรษา”

ซึ่งหากเป็น “งานหลวง” ไม่มี “ข้อสงสัย” หรือเป็นที่ “ติเตียน” เพราะ “มส.” ได้วางกฎระเบียบไว้ชัดเจนแล้ว!!

แต่ภาพที่เห็นคือ “งานราษฎร์-งานวัด” ไม่ต้องใช้พัดยศ กลับนั่งเรียงลำดับตามชั้นยศ “สมณศักดิ์”

หรือแม้กระทั้ง “บางวัด” เวลามีงานกลับให้ “เจ้าคณะปกครอง” หรือ “พระเลขา” นั่งตามตำแหน่ง “ชั้นปกครอง” ปล่อยให้ “พระผู้เฒ่าอายุพรรษามาก” นั่งท้าย

นี่คือความ “บิดเบี้ยว” ของคณะสงฆ์

“เปรียญสิบ” ฟังเสียงสะท้อน “พระต่างจังหวัด” และ “นักวิชาการศาสนา” หลายท่าน

ล้วนเป็นห่วง!! ความเปลี่ยนแปลงดังกล่าวนี้..ไม่อยากเห็น “พระภิกษุพรรษาน้อย” แต่มี “สมณศักดิ์” มาก หรือมีตำแหน่ง “ทางปกครอง” นั่งหน้า “พระเถระผู้ใหญ่ผู้มีอายุพรรษากว่าตน” (อ่านต่อ)

https://thekey.news/columnists/riwpaalueng/58937/

❖ น้อมถวายมุทิตาสักการะ ในโอกาสทรงพระกรุณาโปรดพระราชทานสัญญาบัตรตั้งสมณศักดิ์ ❖ขอน้อมถวายมุทิตาสักการะแด่พระเถระแห่งคณะส...
31/08/2026

❖ น้อมถวายมุทิตาสักการะ ในโอกาสทรงพระกรุณาโปรดพระราชทานสัญญาบัตรตั้งสมณศักดิ์ ❖

ขอน้อมถวายมุทิตาสักการะแด่พระเถระแห่งคณะสงฆ์จังหวัดสุรินทร์ จำนวน ๒ รูป ในโอกาสที่ทรงพระกรุณาโปรดพระราชทานสัญญาบัตรตั้งสมณศักดิ์ เป็นพระราชาคณะชั้นสามัญ ตั้งแต่วันที่ ๓๐ สิงหาคม พุทธศักราช ๒๕๖๙ ดังนี้

๏ พระมหาเจริญสุข คุณวีโร ป.ธ. ๙
วัดศรีวิหารเจริญ จังหวัดสุรินทร์
เป็นพระราชาคณะชั้นสามัญ ในราชทินนามที่
“พระเมธีวัชราทร”

๏ พระมหาชาญ อชิโต ป.ธ. ๗
วัดอุทุมพร จังหวัดสุรินทร์
เป็นพระราชาคณะชั้นสามัญ ในราชทินนามที่
“พระสิริวชิรคุณ”

ในวาระอันเป็นมงคลยิ่งนี้ ขอน้อมถวายมุทิตาสักการะ ขออำนาจคุณพระศรีรัตนตรัย ตลอดถึงบุญบารมีธรรมที่ได้บำเพ็ญมาดีแล้ว โปรดอภิบาลให้พระเดชพระคุณทั้งสองรูป เจริญด้วยอายุ วรรณะ สุขะ พละ มีสุขภาพพลานามัยสมบูรณ์แข็งแรง เป็นกำลังสำคัญในการบริหารกิจการคณะสงฆ์ การศาสนศึกษา การเผยแผ่พระพุทธศาสนา และการบำเพ็ญสาธารณประโยชน์ เพื่อความเจริญมั่นคงแห่งพระพุทธศาสนาสืบไป

น้อมถวายมุทิตาสักการะด้วยความเคารพ
——————•——————

#พระเมธีวัชราทร
#พระสิริวชิรคุณ
#พระมหาเจริญสุขคุณวีโร
#พระมหาชาญอชิโต
#พระราชทานสัญญาบัตรตั้งสมณศักดิ์
#พระราชาคณะ

ในสมัยพุทธกาล มีเศรษฐีคนหนึ่งชื่ออานนท์อาศัยอยู่ในกรุงสาวัตถี เขามีสมบัติประมาณ 80 โกฏิ (1 โกฏิ = 10 ล้าน) แต่เป็นคนตระห...
30/08/2026

ในสมัยพุทธกาล มีเศรษฐีคนหนึ่งชื่ออานนท์อาศัยอยู่ในกรุงสาวัตถี เขามีสมบัติประมาณ 80 โกฏิ (1 โกฏิ = 10 ล้าน) แต่เป็นคนตระหนี่มากเศรษฐีอานนท์กล่าวสอนบุตรของตนคือมูลสิริวันละ3 เวลาว่า "เจ้าอย่าคิดว่า ‘เรามีทรัพย์มาก’เจ้าไม่ควรทำบุญให้ทาน แต่ควรหาทรัพย์มาเพิ่มการทำทรัพย์แม้ 1 กหาปณะให้หมดไป ในที่สุดทรัพย์ทั้งหมดก็จะสิ้นไป"

ต่อมาเศรษฐีอานนท์ได้ตายลงเพราะกรรมตระหนี่ทำให้ไปถือปฏิสนธิในท้องของหญิงจัณฑาลคนหนึ่ง ตั้งแต่เศรษฐีอานนท์ไปปฏิสนธิส่งผลให้จัณฑาลพันตระกูลยากแค้นยิ่งกว่าเดิม เมื่อก่อนหากพวกเขาไปรับจ้างทำงานก็พอจะมีงานและมีค่าจ้างให้บ้าง แต่ในปัจจุบันแทบไม่มีงานให้ทำ เมื่อออกขอทานก็แทบไม่ได้อะไร

เหล่าจัณฑาลจึงปรึกษากันว่า "บัดนี้ พวกเราไม่ได้อาหารคือก้อนข้าวพอจะให้อิ่มท้อง หญิงกาลกิณีคงจะมีในหมู่บ้านนี้"จึงแบ่งจัณฑาลออกเป็นกลุ่มๆและพบว่า หากหญิงจัณฑาลที่เศรษฐีอานนท์มาปฏิสนธิอยู่ในกลุ่มใดกลุ่มนั้นจะลำบากยากแค้นมากจึงไล่หญิงนั้นและสามีออกจากหมู่บ้าน

ตราบใดที่ลูกซึ่งมีกรรมตระหนี่จัดยังอยู่ในท้องหญิงนั้นก็จะลำบากเรื่องอาหารมาก แต่นางก็อดทนอุ้มท้องจนลูกคลอด เมื่อคลอดแล้วลูกของนางมีมือเท้า นัยน์ตา หู จมูก และปากไม่ปกติน่าเกลียดดุจปิศาจคลุกฝุ่นแต่นางก็เลี้ยงดูลูกเรื่อยมา เมื่อโตขึ้นนางสังเกตว่าถ้าพาลูกไปทำงานด้วยหรือไปขอทานที่ใด จะไม่ได้ค่าจ้างหรือจะขอทานไม่ได้เลย แต่ถ้าให้เขาอยู่บ้านนางไปคนเดียวก็มักจะได้ค่าจ้าง

ต่อมาเมื่อเขาโตขึ้นนางจึงมอบกะลาให้ออกไปขอทานเองเพราะหากอยู่ด้วยกันจะอดตายกันทั้งหมด กระทั่งวันหนึ่งเด็กนั้นเดินขอทานไปทางบ้านของมูลสิริเศรษฐีเมื่อเดินถึงหน้าบ้านเกิดระลึกชาติได้ว่า ตนเคยเป็นเจ้าของบ้านหลังนี้มีชื่อว่าเศรษฐีอานนท์ จึงเดินเข้าประตูบ้านไป เมื่อหลานๆเห็นเขาแล้วก็ตกใจกลัวพากันร้องไห้ เขาจึงถูกคนรับใช้ที่เคยเป็นบริวารของตนขับไล่ว่า "จงออกไป คนกาลกิณี" แล้วโบยตีลากตัวออกไปโยนไว้ที่กองขยะ

ในวันนั้นพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเสด็จไปบิณฑบาตผ่านหน้าบ้านของมูลสิริเศรษฐีเมื่อทรงเห็นเหตุการณ์นั้นพระองค์จึงให้พระอานนท์ไปเชิญมูลสิริเศรษฐีมาแล้วตรัสถามว่า "ท่านรู้จักเด็กขอทานนั่นไหม" มูลสิริเศรษฐีทูลว่า "ไม่รู้จัก"จึงตรัสว่า "เด็กนั้นคือเศรษฐีอานนท์ผู้เป็นบิดาของท่าน" แล้วตรัสให้เด็กขอทานนั้นบอกที่ฝังสมบัติ 5 แห่งซึ่งมูลสิริเศรษฐีเองก็ไม่เคยรู้มาก่อน ทำให้มูลสิริเศรษฐีเชื่อว่า เด็กขอทานนั้นคือบิดาของตนที่มาเกิดใหม่จริง

คำอธิบาย และอ้างอิง

1.หากเราต้องการลูกที่มีบุญมาเกิดก็ให้หมั่นสั่งสมบุญและอธิษฐานจิตกำกับว่า "ขอให้ได้ลูกที่มีบุญมาเกิด" บุญที่เราทำอย่างสม่ำเสมอจะส่งผลให้เราได้ลูกที่มีบุญเหมาะสมกับบุญที่เราทำ แต่ถ้าเราตระหนี่ไม่ทำบุญ กรรมนั้นจะดึงดูดลูกที่มีกรรมตระหนี่มาเกิด เมื่อกรรมตระหนี่ของลูกในท้องและกรรมของเรารวมกันจะทำให้ครอบครัวลำบากยากแค้นยิ่งกว่าเดิม

2. ไม่ว่าเราจะมีทรัพย์มากหรือน้อยก็ตาม ควรแบ่งทรัพย์นั้นทำบุญอย่างสม่ำเสมอ บุญนั้นจะช่วยส่งเสริมให้เราประสบความสำเร็จในการงาน จะมีทรัพย์มากยิ่งขึ้น และให้อธิษฐานกำกับว่า "ขอให้เราได้เป็นมหาเศรษฐีผู้ใจบุญจนกว่าจะเข้าสู่อายตนนิพพาน" เมื่อเกิดในภพชาติต่อไปก็จะได้เกิดในตระกูลเศรษฐีและไม่มีความตระหนี่แบบเศรษฐีอานนท์

3. พระไตรปิฎกและอรรถกถาแปล ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่ม 41 หน้า 182 - 186

ที่อยู่

15/9 ม. 5 ต. โพนครก อ. ท่าตูม
Surin
32120

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ เพจ วัดจำปาสะเอิง จ.สุรินทร์ผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ทางลัด

แชร์

ประเภท