MCU Headquarters of MCU situated at Wang Noi, Ayutthaya, Thailand

องค์หลวงพ่อโต วัดป่าเลไลยก์ สูง ๒๓.๔๗ เมตร
04/02/2026

องค์หลวงพ่อโต วัดป่าเลไลยก์ สูง ๒๓.๔๗ เมตร

สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ (ป. อ. ปยุตฺโต)(เกิด ๑๒ ม.ค. ๒๔๘๑ ปีขาล ปลายปี) ณ ที่พักในชนบท อำเภอด่านช้าง จังหวัดสุพรรณบุรี“ช้...
28/05/2025

สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ (ป. อ. ปยุตฺโต)(เกิด ๑๒ ม.ค. ๒๔๘๑ ปีขาล ปลายปี) ณ ที่พักในชนบท อำเภอด่านช้าง จังหวัดสุพรรณบุรี
“ช้างป่าต้น คนสุพรรณ”

มงคล ๑๐๘ ศิลปะเอเชียที่น่าศึกษา
28/05/2025

มงคล ๑๐๘ ศิลปะเอเชียที่น่าศึกษา

07/09/2024

อนุทินประจำวัน (๒๒๓๑ สองพี่น้องคลองคด)

ธรรมชาติขอบสิ่งที่เป็นธรรมดา แม่น้ำลำคลองที่เกิดเองไม่เป็นเส้นตรง ถ้าคลองชลประทาน จะเป็นเส้นตรง เพราะฝีมือมนุษย์ผู้สร้าง

เคยได้ยินคำพูดว่า คนสองพี่น้องคลองคด เดิมนึกฉุนเหมือนกัน แต่เมื่อทราบธรรมชาติที่สรรค์สร้างมา มองเห็นเป็นจริงเช่นนั้น ดังนั้นมาค้นหาความจริงกันดีกว่า

เมื่องาน 120 ปี สมเด็จพระปิยมหราช ประพาสต้นลำคลองสองพี่น้องและตลาดบางลี่ กลุ่มโบราณคดีสมัครเล่นเมืองสุพรรณ ส่งภาพคลองสองพี่น้อง ถ่ายจากมุมสูง คิดว่าวันงานจะสอบถามพิกัดรูปภาพ

ผ่านมาเลยเดือนหนึ่งแล้ว จะลืมๆ ไปแล้ว จึงสอบถามคุณกรองแก้ว สันตะบุตร (ดารายน) ซึ่งเธอส่งภาพมีเครื่องหมายเทศบาลอำเภอเมืองสองพี่น้อง บ้านจีนกั๊กจุดสีแดง

จึงเข้าใจรูปภาพมุมสูงค่อนข้างชัด ส่วนตะวันตกไปทางวัดดงตาล ไม่คุ้นกับสถานที่ คงเป็นบ้านบางพลับของเหล่าตระกูล “เรืองขจร” แต่ถ้าไปทางตะวันออก พอเข้าใจว่า

เทศบาล บ้านบางสนุ่น/บ้านไผ่หมู่ ทั้งสองฟากฝั่ง ไล่ตามถนนไปหักโค้งตรงกับทองประเสริฐ แล้วแผนที่ตามถนนไปสุดที่โรงเรียนบางลี่เก่า (บ.ล.) เทพสุธาอุปถัมภ์

ไล่ตามลำคลองสองพี่น้องไป ก่อนถึงโรงเรียนแม่พระ/โบสถ์แม่พระ คือเส้นลำคลองบางสะแก ถ้าภาพมุมสูงขยับไปทางตะวันออกอีก จะเป็นวัดสองพี่น้อง ที่ข้าพเจ้าเคยอยู่พำนัก ทันเห็นสะพานโค้งที่เชื่อมกับบ้านหลวงพ่อสด วัดปากน้ำ ที่ปัจจุบันคืออนุสรณ์ชาตสถานหลวงพ่อสด มีแก้วน้อย (2427-2502)

ศาสตรเมธี

อนุทินประจำวัน (๑๘๖๖ ใช้เวลาทำหนังสือพาสฟอร์ตไม่นาน สู้ไปดูต้นโพธิ์วัดป่าดีกว่า)ใช้เวลาแค่ ๔ วันเอง หนังสือเดินทางเล่มให...
19/09/2022

อนุทินประจำวัน (๑๘๖๖ ใช้เวลาทำหนังสือพาสฟอร์ตไม่นาน สู้ไปดูต้นโพธิ์วัดป่าดีกว่า)
ใช้เวลาแค่ ๔ วันเอง หนังสือเดินทางเล่มใหม่ ก็เดินทางถึงมือของผู้ยื่นเรื่อง นับเป็นเล่มที่ ๒ ที่ยื่นทำเรื่องที่ขนส่งสายใต้สายใหม่ เรียกว่าชั้น ๔ SC Plaza ซึ่งเป็นชั้นที่มีแผงจำหน่ายพระเครื่องเต็มไปหมด
เจอร้านหนังสือมือสอง ก็ไปเลือกได้มา ๒ เล่ม ที่จริงถ้ามีเวลามากๆ ก็อาจจะเสียเงินมากกว่านี้ เพราะมีเวลาให้เลือกชมได้ แต่ด้วยเวลาจำกัดจึงเลือกเล่มศรีลังกาเล่มหนึ่ง และเล่มอินโดนีเซียอีกเล่มหนึ่ง ว่าด้วยการท่องเที่ยว
นับเวลาตอนยื่นเรื่องหนังสือเดินทางเพียง ๑ ชม. เพราะจับเวลาไว้ เปิดดูเล่มก่อนๆ ไม่มีนามสกุลไว้ เพราะสืบเนื่องจากเล่มก่อนๆ ที่เป็นหนังสือเดินทางประเภทราชการไม่มี แต่ในเล่มใหม่นี้ เขาใส่นามสกุลให้ด้วย ตอนแรกยื่นจดนามสกุลเขียนแบบสมัยใหม่ (Phamonphon) แต่เขาบอกว่าให้ใช้ตามบัตรประชาชน ก็ไม่มีปัญหา จะเอาอะไรก็ได้ แต่เมื่อตอนเจ้าหน้าที่บอกให้ตรวจสอบข้อมูล ว่าถูกต้องไหม?
ก็บอกว่า ชื่อ พระ ให้เว้นวรรค แล้วตามด้วยชื่อ และบอกว่าไม่เชื่อไปดูคำว่า พระปิ่นเกล้า Phra Pin Klao และยืนยันไปว่าตามหลักราชบัณฑิตยสถาน เขาไม่เขียนติดกัน แต่ขี้เกียจเถียง เพราะเมื่อคราวก่อนเถียงแล้วก็แพ้พวกคุณทุกที ยังจำได้ว่าให้ไปขอหลักฐานที่หลักสี่มาแสดง ดังนั้น จะเขียนคำติดกัน ก็ไม่ว่าอะไร เพราะเป้าหมายข้าพเจ้าคือได้หนังสือเดินทางเพื่อเดินทางไปต่างประเทศเท่านั้น
สรุปว่า เขาเขียนคำติดกันเป็น Phrasithawat....ทั้งๆ ที่ตามหลักการแล้ว ต้องเขีัยนเป็น Phra Sithawat....อย่างนี้เขาเรียกว่า "ลู่ไปตามลม" เพราะเจ้าหน้าที่เป็นคนทำ จะเถียงให้รู้ดำรู้แดง ก็สู้เขาไม่ได้ จึงยอมรับหลักการที่กระทรวงต่างประเทศให้มาอย่างดุษฎีภาพ แต่บอกเขาไว้หน่อยหนึ่ง เพราะต่อไปวันข้างหน้า กต.อาจจะใช้ตามหลักราชบัณฑิตยสถานก็ได้ แถมยังพูดบอกว่า คำว่า Suphan Buri เขียนถูก คือเขียนแยกคำ ส่วน Kanchanaburi เขียนติดกัน ไม่แยกคำ ไม่เชื่อไปดู ยกเว้นว่าเขียนแบบไม่มีหลักเกณฑ์
ใช้เวลาไม่ถึง ๔ วัน หนังสือเดินทางเล่มใหม่ ส่งทางอีเอ็มเอ็ส มาถึงปลายทางแล้ว นั่นคือความรวดเร็วของการยื่นเรื่องหนังสือเดินทางในยุคใหม่
เมื่อมีเป้าหมายในการเดินทางแล้ว ก็ไปเดินดูต้นโพธิ์ต่างๆ ที่อยู่ในบริเวณวัดป่าเลไลยก์ เพราะแต่ละต้นมีใบ และพันธุ์แตกต่างกันไป บางพันธุ์น่าจะนำมาจากลังกา และแน่นอน มีพันธุ์ต้นโพธิ์ที่นำมาจากอินเดียแน่นอน แต่เป็นต้นไหน นั่นคือเรื่องน่าคิดและน่าติดตาม
ได้พบโยมพิสมัย ตี๋งพันธุ์ (ครุฑคำ เกิด2507) ซึ่งมีแม่เป็นคนดอนคูณ สวนแตง จึงสอบถามว่า เป็นชาติพันธุ์อะไรแน่? เธอว่า เป็นลาวแต้ เพราะเวลาเจอกันจะทักว่า "เป็นหยังแต้" และยังคุยถึงป้าคำ ว่าไปแต่งกับลุงรัตน์ ชีพนุรัตน์ ซึ่งเป็นนามสกุลเดียวกับตาดิน ชีพนุรัตน์ ที่ไปได้ภรรยาคนสองพี่น้อง แต่ไม่ได้ถามให้แน่นอนว่า ชีพนุรัตน์ เป็นลาวแต้ หรือลาวโป๊ะ หรือลาวตี่ กันแน่?
นึกถึงเหตุการณ์เมื่อวานก่อนนั้น พี่เนติ แก้วคเน เดินทางไปเยี่ยมสมเด็จ ป.อ. ปยุตฺโต ที่ด่านช้ัาง แล้วขากลับแวะมาหาและพูดคุยกันนิดหน่อย ได้คุยกันถึงภาพหนึ่งสมัยเจ้าประคุณสมเด็จ ยังเป็นพระมหาประยุทธ์ เพราะเป็นภาพที่ดูแล้วถ่ายก่อนเป็นเจ้าภาพ แต่เป็นภาพถ่ายที่ไหนไม่รู้ เคยส่งไปให้พี่สมาน สุดโต, เจ้าคุณอินศร และพระครูแถม โพธิ์ศรี ช่วยวินิจฉัยภาพว่าเป็นเหตุการณ์ถ่ายที่วัดอะไร ก็ยังหาคำตอบไม่ได้
แต่มีข้อสังเกตนิดหนึ่งว่า สมัยก่อนวัดพระพิเรนทร์ เป็นวัดพวกช่างฝีมือ ชำนาญในการจัดสถานที่ต่างๆ จึงบอกว่าตั้งธงไว้ที่วัดพระพิเรนทร์ไว้ก่อน
ได้คุยถึงเรื่องราวทางด้านพระพุทธศาสนาทั่วไป อ้างเอาคำขององคมนตรี นพ.เกษม วัฒนชัย ที่ปรารภต่อที่ประชุมแผนแม่บทการเผยแพร่พระพุทธศาสนา ที่พุทธมณฑลว่า ประชากรลดน้อยลง และเข้าสู่ยุคผู้สูงอายุ โรงเรียนมีนักเรียนลดน้อยลง และก็ว่าจำนวนพระเณรก็ลดน้อยลงไป ไม่มีใครเรียนหนังสือ
ยิ่งหลักคำสอน คือนักธรรมบาลี พวกนี้ ถ้าไม่กวดขันกัน ก็เป็นศพเน่ากับโลงผุ นับวันหรือนับปีได้ ที่จะค่อยๆ สูญหายไป นั่นคือสัจธรรมความจริงที่ทนต่อการพิสูจน์
ดังนั้น ชีวิตจะไปหวังอะไรให้เป็นนิจจัง เพราะหลักไตรลักษณ์เป็นอนิจจัง คือไม่แน่นอน ไม่ยึดมั่นถือมั่น ก็ไม่ทุกข์ ถ้าไปยึดไปจับไปอุปาทานไว้ ก็เป็นทุกข์
ค่อยๆ ดูกันไป โลกจะแตกหรือจะดับ หรือจะเจริญ ก็เป็นเรื่ืองของโลกเขา มันก็หมุนไปอย่างนี้ โลกธรรม ๘ ก็ยังอยู่แบบนี้ ตั้งแต่สมัยก่อนพระพุทธเจ้า สมัยพุทธกาล มาจนถึงสมัยนี้ ไม่ได้หายไปไหนเลย
สัจธรรมความจริง ที่คงทนอยู่ตลอดกาล

อนุทินประจำวัน (๑๘๖๕ วันพิพิธภัณฑ์ไทย 19 กันยายน)พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สุพรรณบุรี และชมรมนักโบราณคดี (สมัครเล่น) เมืองสุ...
18/09/2022

อนุทินประจำวัน (๑๘๖๕ วันพิพิธภัณฑ์ไทย 19 กันยายน)
พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สุพรรณบุรี และชมรมนักโบราณคดี (สมัครเล่น) เมืองสุพรรณ จัดงานจารึกทองคำ มรดกล้ำเลิศ คืนถิ่นเกิดสุพรรณภูมิ ไปแล้วเมื่อ 9 กันยายน 2565 ดังที่มีการเผยแผ่ภาพและเสียงของงานประชุมตลอดทั้งวัน ในกลุ่มโบราณคดี ใครที่สนใจอยากรู้อยากทราบก็ตามไปฟังไปดูกัน
ฟังทีแรก ก็นึกสงสัยว่า "จารึกแผ่นทองคำ" จริงหรือเปล่า? หายสงสัยว่า แผ่นวัดพระรูป เขาบอกว่าเป็นแผ่นทอง ๗๗% ส่วนแผ่นอื่นๆ ก็มองเห็นเป็นทองสีเหลืองสุกปลั่ง ไม่เชื่อไปดูก็ได้ นั่นเป็นเรื่องของวัสดุที่จัดสร้าง จนกระทั่งมากลายเป็นแผ่นจารึกทองคำ
สี่แผ่น เป็นของวัดพระธาตุ ๓ แผ่น วัดปู่บัว ๑ แผ่น ทั้ง ๔ แผ่นนี้จัดแสดงอยู่ชั้นบน และที่ชั้นล่างจะพบแผ่นจารึกทองคำวัดพระรูป ที่ว่าเป็นทอง ๗๗% แผ่นนี้ ซึ่งเป็นแผ่นเดียวที่ข้าพเจ้าอ่านและเข้าใจความหมาย แต่อาจจะไม่ตรงกับผู้เสนอบทความนัก เรียกว่ามองต่างมุมนิดหนึ่ง
เขาจารึกเป็นภาษาขอมว่า พระมหาเถรชัยโมลี นาม (บรรทัดบน) และพระมหาเถรศรีราชโมลี อวย (บรรทัดล่าง)
เป็นชื่อทั้งสองชื่อ ขึ้นต้นเหมือนกัน คือพระมหาเถร และตามด้วย "ชัยโมลีนาม" แปลว่า พระมหาเถระชื่อว่าพระชัยโมลี และบรรทัดล่างก็แปลว่า พระมหาชื่อว่า "ศรีราชโมลี" ลงท้ายด้วยคำว่า "อวย" จำได้ในจารึกพ่อขุนรามคำแหงมี "โอยทาน" แต่ที่ถอดมานี้เป็นคำว่า "อวย" เหมือนคำในภาษาไทยว่า อวยพร อำนวยอวยพร คือให้ศีลให้พร
เขาสรุปถอดความว่าเป็นภาษาปัจจุบันนี้ ก็คือ "ให้พระชัยโมลี เป็นพระศรีราชโมลี" แต่เอาคำกิริยาไว้ท้ายสุด ให้ก็ตรงกับคำว่า อวย พอดี
ในสมัยอยุธยากรุงเก่านั้น สุพรรณบุรีหัวเมืองไม่มีตำแหน่งพระครูหัวเมือง แต่เขาไม่ได้บอกว่าไม่มีพระราชาคณะหัวเมือง
เป็นแผ่นเดียวที่อ่านแล้วเข้าใจ แต่ดีใจที่จารึกอักษรขอมโบราณ และแผ่นจารึกเหล่านี้ กลับมาสู่มาตุภูมิสุพรรณบุรี ส่วนจะอ่านว่าอย่างไร และพัฒนาการต่อไปจะเป็นอย่างไร ก็ว่ากันไป ตามการตีความหมาย
อย่างจารึกวัดปู่บัว ก็สรุปว่า มีความสัมพันธ์อย่างแนบแน่นระหว่างเมืองหริภูญชัย (ลำพูน) กับ เมืองสุพรรณภูมิ ดังในเสภาเรื่องขุนช้างขุนแผน เอะอะอะไรขึ้นมา ไม่ไปเมืองกาญจน์หรอก มุ่งจะไปเชียงใหม่ ไปทางล้านช้าง คือทางลำพูนนั่นแหละ ขุนแผนท่านมีชีวิตเกี่ยวข้องกับชาติพันธุ์ทางเหนือโน้น
ส่วนแผ่นจารึกวัดพระศรีรัตนมหาธาตุ ค้นพบแผ่นจารึกตั้งแต่เมื่อ ๑๐๐ ปีแล้ว มีการถอดเป็นภาษาไทยจากบาลี และแปลเป็นงานวิชาการแล้ว ถึงกระนั้นก็ยังอาจไม่จุใจ
นึกถึงคำพูดของอาจารย์เต็ม ที่กล่าวว่า "อย่าบอกว่า อ่านผิด ให้บอกว่า อ่านใหม่ คนเก่าท่านปูทางให้เรา" และยกตัวอย่างว่า อาจารย์ฉ่ำ ทองคำวรรณ อ่านจารึกอยู่แผ่นหนึ่ง บอกว่าใช้เวลาอ่าน ๓๔ ปี
นั่นแหล่ะที่เขาเรียกว่า อัพเดทองค์ความรู้
ยินดียิ่งที่แผ่นจารึกทองคำทั้ง ๕ แผ่น ได้กลับมาอยู่สุพรรณบุรีอย่างถาวร ด้วยความสำนึกขององค์กรและบุคคลที่รักในประวัติศาสตร์ จนทำให้ความฝันเป็นความจริงขึ้นมา
นับแต่ปี ๒๕๖๕ เป็นต้น นึกถึงวันพิพิธภัณฑ์ไทย ก็นึกถึงแผ่นจารึกลานทองคำ กลับคืนสู่มาตุภูมิ

อนุทินประจำวัน (๑๘๖๔ เกิดวันไหนกันแน่)เมื่อวันที่ ๑๖ กย ๒๕๖๕ หลังพระสงฆ์สวดมนต์อายุวัฒนมงคล ๖๗ ปี พระพรหมบัณฑิต จบแล้ว แ...
17/09/2022

อนุทินประจำวัน (๑๘๖๔ เกิดวันไหนกันแน่)
เมื่อวันที่ ๑๖ กย ๒๕๖๕ หลังพระสงฆ์สวดมนต์อายุวัฒนมงคล ๖๗ ปี พระพรหมบัณฑิต จบแล้ว และกำลังรอเจ้าหน้าที่จัดโต๊ะอาหารบนศาลาการเปรียญ ได้ตัดสินใจเดินไปหานายกสภามหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย พระพรหมวชิราบดี (พีร์ สุชาโต) อธิบดีสงฆ์วัดมหาธาตุฯ เพื่อสอบถามแก้ข้อสงสัยบางอย่างว่า
ป้าย "มหาธาตุวิทยาลัย" ที่เป็นอักษรขอม ที่ติดอยู่ ณ วัดมหาธาตุฯ เป็นป้ายทำใหม่หรือป้ายเก่า ซึ่งพระเดชพระคุณหลวงปู่ก็ตอบชัดถ้อยชัดคำว่า ตั้งแต่มาอยู่วัดมหาธาตุฯ ก็เห็นป้ายนี้อยู่อย่างนั้น เรียกว่าตั้งแต่จำความได้เมื่อเข้ามาอยู่วัดมหาธาตุฯ
บังเอิญได้พบกับพระธรรมปริยัติโมลี (อาทร ป.ธ.๙) วัดบพิตรภิมุข นั่งอยู่คอที่ ๓ ลำดับถัดไป ซึ่งไม่ได้พบเห็นกันนานน่าจะ ๔ ปีกว่า เพราะหลังเกษียณอายุราชการไปแล้ว และก่อนโควิด19 ก็เหินห่างกันไป ทั้งๆ ที่วัดวัดบพิตรภิมุขและวัดราชบุรณะ มีถนนตัดใหม่กั่นช่วงหน้าศาลรัฐธรรมนูญเท่านั้น สมัยก่อนเดินไปถึงกันได้สะดวกกว่านี้ เคยนั่งทำงานร่วมกันในการตรวจแก้ไขพระไตรปิฎกฉบับมหาจุฬา ก็ยังรำลึกถึงความหลังเก่าๆ ที่เคยร่วมงานกันมา
ท่านเมตตาทักข้าพเจ้าขึ้นก่อนว่า "สมบูรณ์ขึั้น" ทำให้นึกถึงสิ่งที่เคยพูดคุยกันในอดีต เพราะท่านนามสกุล "จีนอ่วม" และเคยบอกว่าเป็นคนไทย สิงห์บุรี เขตติดต่อกับสุพรรณบุรี
ฟังดูนามสกุล "จีนอ่วม" แล้ว ข้าพเจ้าก็คิดว่า น่าจะเป็นคนไทยที่ชื่อนายจีน บวกกับบรรพบุรุษอีกคนที่ชื่อว่า "นายอ่วม" จึงเป็น "จีนอ่วม" หรือจะเป็นคนจีน มีเชื้อสายจีน มีชื่อว่า "จีนอ่วม" ตรงนี้ไม่ได้ซักถามประวัติให้ชัดเจน แต่ท่านบอกเอง ว่าท่านเป็นคนไทยแท้ และยังบอกต่อไปอีกว่า พระพรหมเสนาบดี (พิม ป.ธ.๗) วัดปทุมคงคา เป็นแซ่ คือเป็นคนจีน ซึ่งตรงนี้ข้าพเจ้าก็บอกว่า เท่าที่ทราบท่านคนบ้านแพ้ว แล้วไปอยู่นาสาร สุราษฎร์ธานี ซึ่งที่นาสารนี้ คนบ้านเดียวกับข้าพเจ้าไปอยู่ทำมาหากินกันหลายคน ผันชีวิตจากภาคเกษตรปลูกข้าว ไปทำเงาะหรือผลไม้อะไรที่นาสารกัน
บังเอิญเหลือเกิน ที่อย่างน้อย ๓ พระสงฆ์องค์สำคัญในประเทศไทย คือสมเด็จพระวันรัต (จุณห์ ป.ธ.๙) วัดบวรนิเวศ (ซึ่งเพิ่งมรณภาพไป), พระพรหมบัณฑิต (ประยูร ป.ธ.๙) วัดประยุรวงศาวาส และพระพรหมเสนาบดี (พิม ป.ธ.๗) วัดปทุมคงคา เกิดวันเดือนเดียวกัน แต่ต่างปีกัน นั่นคือเกิดวันที่ ๑๗ กันยายน แต่ ๒ รูปหลังนี้ จัดงานวันเกิดในวันที่ ๑๖ กันยายนของทุกปี
แต่ถ้าไปดูประวัติแล้ว ก็จะเห็นว่า เกิดวันที่ ๑๗ กันยายนกันทั้งสองรูป และที่ไม่จัดงานตรงกัน ด้วยคารวธรรมต่อพระเถระที่อาวุโสมากกว่า ข้าพเจ้าคิดเองว่าน่าจะเป็นเช่นนั้น คือไม่จัดงานทำบุญวันเกิดแข่งกับพระผู้ใหญ่ ข้อนี้ต้องนับว่าท่านมีคุณธรรมประจำใจ ข้ออปจายนธรรม น่านับถือยิ่งนัก
อีกคนหนึ่งที่เกิดวันที่ ๑๗ กันยายน ๒๔๗๙ คือ อดีต ส.ว.กำแพงเพชร ท่านสุนทร จินดาอินทร์ ลุกปลัดสวิง+แม่ส่าง (วัชพันธุ์), ปู่เผือก+ย่าผวน จินดาอินทร์ ถ้าไล่สายบรรพบุรุษชั้นปูู่ย่าก็ไล่ยาวไกลไปถึง ๑๕๐-๑๖๐ ปี เพราะท่านเป็นคนท้ายบ้าน ตำบลต้นตาล เป็นลูกพี่ลูกน้องกับพระธรรมมหาวีรานุวัตร (ฉลอง จินดาอินทร์)(2469-2553) เพราะเรียกว่า "หลวงพี่ฉลอง" เคยมาอยู่เป็นศิษย์วัดปราสาททอง ตอนสมัยเรียนหนังสือที่โรงเรียนกรรณสูตศึกษาลัยด้วยกัน สมัยก่อนการศึกษาของไทยล้วนอิงอยู่กับวัดทั้งนั้น หรืออาศัยเครือข่ายวัดเข้ามาอาศัยเพื่อศึกษาเล่าเรียนกัน
ไม่น่าเชื่อว่า ข้าพเจ้าจะพบบุคคลสำคัญที่เกิดพร้อมวันเดียวกัน ถึง ๔ รูป/คน เป็นบรรพชิต ๓ รูป และฆราวาสรอดีตวุฒิสมาชิกกำแพงเพชรอีก ๑ ท่าน
ที่จริงแล้ว ในเดือนกันยายน ทำให้รำลึกถึงหลายรูปที่เกิดในเดือนนี้ ในสมัยที่พระธรรมสิทธิเวที (ถมยา) วัดสังเวชวิศยาราม ยังมีชีวิตอยู่ ท่านเคยจัดงานในวันที่ 28 กันยายนของทุกปี จนกระทั่งก่อนท่านจะมรณภาพ ราว ๓-๔ ปี ที่ย้ายมาทำบุญวันเกิดในวันที่ ๑๘ กันยายน
เรื่องนี้ได้เคยสอบถามท่านด้วยตนเองว่า ทำไมจึงเป็นเช่นนั้น ท่านบอกว่าไปตรวจสอบข้อมูลใหม่แล้ว ว่าวันเกิดคลาดเคลื่อน ดังนั้น จึงมาทำให้ถูกต้องในบั้นปลายแห่งชีวิต
เรื่องนี้ก็น่าคิด เหมือนกับการชำระวันประวัติศาสตร์ สมัยก่อนโน้น จำกันได้ว่า วันยุทธหัตถี ดอนเจดีย็์ ตรงกับวันที่ ๒๕ ธันวาคม ต่อมามีการชำระประวัติศาสตร์ใหม่ กลายเป็นยุทธหัตถีตรงกับวันที่ ๑๘ ธันวาคม
จำได้ว่า ในหลวง ร.๙ เสด็จสุพรรณบุรี รวม ๙ ครั้ง และปีสุดท้ายเสด็จอนุสรณ์ดอนเจดีย์ ในปี ๒๕๒๓ ซึ่งยังถือว่าวันที่ ๒๕ ธันวาคม เป็นวันกองทัพไทยอยู่
เรื่องมันเป็นอย่างนั้น
วันที่ ใครหรือว่าไม่สำคัญ!

อนุทินประจำวัน (๑๘๖๓ วันเกิดพระพรหมบัณฑิต ๖๗ ปี)วัดในกรุงเทพฯ ที่นับได้ว่าได้เข้าไป นับนิ้วมือเหลือไม่กี่วัด ตั้งแต่ปี25...
16/09/2022

อนุทินประจำวัน (๑๘๖๓ วันเกิดพระพรหมบัณฑิต ๖๗ ปี)
วัดในกรุงเทพฯ ที่นับได้ว่าได้เข้าไป นับนิ้วมือเหลือไม่กี่วัด ตั้งแต่ปี2561-2 เป็นต้นมา คือตั้งแต่หยุดซีซั่นเดินทางไปต่างประเทศ (ประเทศสุดท้ายที่เดินทางไปก่อนจะหยุดซีซั่นยาว คือไปเที่ยวพุกาม เมียนมา ระหว่าง 9กค-14กค2562)
จำได้ว่ามางานอายุวัฒนมงคลของพระพรหมบัณฑิต กรรมการมหาเถรสมาคม เจ้าอาวาสวัดประยุรวงศาวาส ฯลฯ ครั้งสุดท้ายน่าจะในปี ๒๕๖๑ ก่อนจะเดินทางไปเวียดนาม ซึ่งซีซั่นชีพจรเดินเท้าของข้าพเจ้าสิ้นสุดในช่วงเข้าพรรษาของปี2562 ผ่านมา ๓ ปี ดังความเร็วของแสง แวบเดียว แสงเดียวจริงๆ
ปีนี้ได้รับเชิญอย่างเป็นทางการ ดังนั้นจึงไปร่วมงานอายุวัฒนมงคลฉันเพล ร่วมด้วยช่วยกัน เดินทางออกสุพรรณแต่เช้าตรู่หน่อย เพราะรถติดมาก แต่กลายเป็นวันว่า วันศุกร์วันนี้ไม่ติดมากเมื่อวันพฤหัสบดีเมื่อวานนี้ ที่เดินทางไปประชุมที่พุทธมณฑล
มีเวลาเหลือ ดังนั้น จึงแวะไปชมพิพิธภัณฑ์พระนคร ตั้งใจไปดูพระแท่นสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช เป็นอันว่าได้ดูสมใจอยาก เคยไปดูที่วัดอรุณราชวรารามมาแล้ว และพระแท่นบรรทมของสมเด็จวังหน้าก็ไปดูมาที่วัดมหาธาตุฯ ท่าพระจันทร์ คราวนี้ตั้งใจมาดูพระแท่นสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช
ได้สอบถามเจ้าหน้าที่ภัณฑารักษ์ว่า เคยเห็นป้าย "มหาธาตุวิทยาลัย" ภายในพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ไหม? เจ้าหน้าที่แสดงสีหน้างงๆ และบอกว่า "ไม่เคยเห็น" และไม่ทราบเรื่องนี้เลย ดังนั้น จึงเปลี่ยนเรื่องถามใหม่ว่า มีรอยพระพุทธบาทให้ชมบ้างไหม? เธอบอกให้ขึ้นไปดูที่ชั้น ๒ จึงก็ได้ดูสมใจปรารถนา เป็นรอยพระบาทจากวัดพระราม อยุธยา และรอยพระพุทธบาทลายลักษณ์จากวัดเสด็จ กำแพงเพชร ที่เขาบอกว่าเป็นศิลปะสุโขทัย สมัย ๑๕ คริสตศักราช (ตรงกับ พ.ศ.๒๐๐๐) เก่ากว่ารอยพระพุทธบาทประดับวัดพระแท่นดงรัง ที่สร้างราว พ.ศ. 2396 ปีหน้าก็ครบ ๒๗๐ ปีแล้ว
ที่ชอบเที่ยวหาดูรอยพระพุทธบาทนี้ เพราะมีพันธสัญญาทางใจกับวัดพระแท่นดงรัง ที่จะถอดลายลักษณ์ ๑๐๘ ประการ เพราะเป็นลายลักษณ์เดียวกับที่ส่งไปที่แคนดี้ ศรีลังกา เรื่องๆ อื่นๆ ก็เลยเป็นผลพลอยได้
ไม่ได้มาชมพิพิธภัณฑ์พระนครนานแล้ว ได้แวะเข้าไปไหว้พระพุทธสิหงค์และชมพระพุทธประวัติ ตอนนาคนันโทปนัน และตอนพระพุทธเจ้าปราบเดียรถีย์ก่อนเสด็จขึ้นไปโปรดพุทธมารดา ถือว่าเป็นของแถมที่ได้มาเที่ยวพิพิธภัณฑ์
ก่อนอื่นก็ต้องแสดงความยินดีที่ ผอ.พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนครคนใหม่ชื่อ ผอ.นิภา สังขนาคินทร์ ซึ่งย้ายไปจากจังหวัดสุพรรณบุรี และกำลังปรับปรุง-บูรณะสิ่งอะไรต่างๆ ภายในพิพิธภัณฑ์ให้น่าดูน่าชมยิ่งขึ้น ซึ่งก็ทำได้ดีจริง ขนาดว่ามีเวลาแป๊บเดียว มาแบบพายุหอบเข้ามา และไปต้องรีบไปทำภารกิจอื่นต่อไป
มีงานอายุวัฒนมงคล ๖๗ ปี ของพระพรหมบัณฑิต เจ้านายเก่ารออยู่ข้างหน้า กะว่าจะคุยกับกำนันประยุทธ มีฤกษ์สักหน่อยหนึ่ง แต่มองหาไม่เจอ เพราะฉันอยู่บนศาลาหลังใหม่ที่ปรับปรุงใหม่
ฉันเพลเสร็จก็กะจะเข้าชมดูจิตรกรรมฝาผนังภายในพระอุโบสถวัดประยุรวงศาวาสแถมท้าย แต่ประตูปิด ดังนั้น จึงไปหากาแฟสักถ้วย ที่วัดพระพิเรนทร์ วรจักร และนำข้อมูลไปอัพเดทว่า พระยาบริหารราชมานพ (เนียน สาคริก) นามสกุลเดิมเป็นพวกเดียวกับ "บุนนาค" เป็นผู้สร้างตู้อุทิศให้คุณหญิงปุ่น2454-2471 อายุ ๒๖ ปี
ท่านเป็นพระอุปัชฌาย์และชวนคุย เรื่องอนุศาสน์ข้อรุกขมูล ว่าเป็นพระต้องอยู่โคนไม้เป็นวัตร และให้ช่วยหาคำแปล "วิหาโร อัฑฒโยโค ปาสาโท หัมมิยํ คุหา" ที่เป็นอดิเรกลาภ จึงบอกว่า ตำราอยู่ในตู้ ไม่ได้อยู่ในสมอง ขอกลับไปค้นข้อมูลมาให้ก่อน จึงสรุปให้ท่านฟังว่า พระเราให้อยู่ได้อีก ๕ แหล่ง คือ "วิหาร, เพิง, ปราสาท, ตึก เช่น อาคารพระเทพวิสุทธิโมลี, และถ้ำ" สมัยก่อนเขามีตึกกันแล้ว ไม่เชื่อไปดูเมืองพาราณสีก็ได้
เดินทางกลับสุพรรณ ทั้งๆ ที่เดิมวางแผนว่าจะไปชมพิพิธภัณฑ์ในภาคบ่าย แต่คนคำนวณหรือจะสู้ฟ้าลิขิต นึกว่าจะมีฝนลงมาในวันนี้ เมื่อเช้านี้จึงเข้าชมไปแล้ว ก็เลยอำลาจากกรุงเทพฯ แต่ก่อนจะเข้าเขตสุพรรณ ก็อยากไปดูวัดหนึ่งชื่อ วัดมฤคทายวัน (วัดรางเนื้อตาย) อำเภอบางซ้าย เพราะวัดนี้เกี่ยวกับอดีตเจ้าอาวาสวัดใหม่พิบูลย์ผล ที่มามรณภาพที่คลองรางเนื้อตาย
ดังนั้น จึงเข้าไปเยี่ยมวัดรางเนื้อตาย ซึ่งมีลำรางเนื้อตาย เพราะมีเนื้อตัวหนึ่งมากินน้ำแล้วก็ตายที่นี่ ตรงกับเรื่องตำนานท้องถิ่นของดอนตาเกิดที่อดีตเจ้าอาวาสรูปแรกชื่อหลวงพ่อทุย ปิยทัสสี(-2492) มามรณภาพที่วัดแถวนี้
ดังนั้น จึงเดินตามอดีตเมื่อปี 2492 เพื่อเข้าใจภูมิศาสตร์ให้ชัดเจน ระหว่างรอยต่อสุพรรณบุรี และ อยุธยา เมืองพี่เมืองน้อง
วันหนึ่งมี ๒๔ ชม. แต่ใช้เวลาไม่ถึง ๘ ชม. ก็เที่ยวพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร ได้ชมรอยพระพุทธบาทถึง ๒ รอย, และฉันเพล ณ วัดประยุรวงศาวาส อีกทั้งสำราจวัดในเขตอำเภอบางซ้าย พระนครศรีอยุธยา
ถ้าไม่ไปก็ไม่รู้ ถ้าไม่ดูก็ไม่เห็น สิบปากว่าไม่เท่าตาเห็น

15/09/2022

อนุทินประจำวัน (๑๘๖๒ ประวัติมหาธาตุวิทยาลัย ๑๓๓ ปี หรือ ๑๓๕ ปี)
ในหนังสือที่ระลึกงานฉลอง "วันสถาปนาครบ ๘๐ ปี มหาธาตุวิทยาลัย" จัดงานเมื่อ ๘ พฤศจิกายนต ๒๕๑๒ ดังนั้น วิทยาลัยแห่งแรกในประเทศไทย คือมหาธาตุวิทยาลัย ตามหลักฐานจากเอกสารชิ้นนี้เริ่มนับปีแรก เมื่อ 8 พย 2432 ซึ่งเป็นปีที่สมเด็จพระปิยมหาราชโปรดให้สถาปนา "มหาธาตุวิทยาลัย" ขึ้น ณ วัดมหาธาตุ
ติดใจอยู่เรื่องหนึ่ง คือป้ายอักษาขอม ที่เขียนว่า "มหาธาตุวิทยาลัย" เขาบอกว่า "ป้ายมหาธาตุวิทยาลัย อันเป็นวิทยาลัยแห่งแรกในประเทศไทย เวลานี้เก็บรักษาไว้ในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ"
ตรงนี้ล่ะ เป็นประเด็นที่ติดใจ ที่อยากจะตามไปดูป้ายนี้ ว่าผ่านไป ๕๐ ปีพอดีในปีนี้แล้ว ป้ายนี้ยังอยู่ดีหรือเปล่า หรือย้ายไปอยู่ตรงไหน จุดใดในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพระนคร
เมื่อสมัยก่อน ตั้งแต่ไปเรียนหนังสือที่มหาจุฬาในปี2521 ที่วัดมหาธาตุฯ ท่าพระจันทร์ จนถึงเข้าไปวัดนี้เพื่อทำสามีจิกรรมในช่วงเทศกาลเข้าพรรษา หรือไปทำธุระบางอย่าง จะเห็นป้ายนี้จนชินตา เป็นอักษรขอมไทยที่ข้าพเจ้าอ่านได้ ก็นึกว่าเป็นป้ายเก่าแก่ดั้งเดิม จนมาพบหนังสือเล่มนี้ ว่าป้ายเก่าไปเก็บรักษาอยู่ที่พิพิธภัณฑ์ ดังนั้นป้ายนี้ก็ต้องทำขึ้นมาใหม่หรือไง สรุปได้ดังนี้ ข้อนี้จะหาคำตอบต่อไป
แต่ประเด็นจากข้อความในหนังสือเล่มน้อยนี้ บอกว่า "ป้ายนี้เก็บรักษาไว้ที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพระนคร" ตั้งอยู่ใกล้ๆ กับวัดมหาธาตุฯ นั่นเอง ดังนั้น จึงอยากตามไปดู
เมื่อวันครบรอบ ๑๓๕ ปีมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยปี ๒๕๖๕ นี้ ไม่ได้ไปร่วมงานพิธี แต่ก็อ่านหนังสือประวัติมหาธาตุวิทยาลัยนี้แทน ถือว่าเป็นการรำลึกความหลังครั้งอดีต ยังคิดว่า เอาเลข ๘๐ ตั้ง จากปี 2512-2565 บวกอีก 53 ปี มีปีที่หายไป 2 ปี สงสัยว่าคงนับจากปีที่ย้ายการบอกพระปริยัติธรรมภายในวัดพระแก้วมาวัดมหาธาตุ คือเป็นปี2430 เพราะจะลงตัวการนับครบปีที่ ๑๓๕ พอดี
ในอดีตเมื่อ ๕ ปีก่อน ยังจำได้ดีถึงงานก็จัดไป
ในปีนี้ มีโปสเตอร์บอกชื่องาน ๑๓๕ ปี สืบเนื่องมาจากตอนจัดงาน ๑๓๐ ปีชาตกาล เมื่อ ๕ ปีที่แล้ว คือเริ่มนับหรือชำระปีกันใหม่ในปี 2560 หรือจะก่อนหน้านั้นซึ่งจำไม่ได้แล้ว เพราะสัญญาเป็นไตรลักษณ์เป็นอนิจจัง
บังเอิญไปได้หนังสือเก่ามาเล่มหนึ่ง ได้อ่านแล้วก็สนุกดี ทำให้มีข้อโต้แย้งและหลักฐานเก่า กับการชำระประวัติศาสตร์กันใหม่
ในฐานะเป็นกรรมการเผยแผ่พระพุทธศาสนา ของมหาเถรสมาคม ได้รับนิมนต์ให้ไปร่วมร่วมประชุมแผนแม่บทการเผยแผ่พระพุทธศานาแห่งชาติ พ.ศ.๒๕๖๖-๒๕๘๐ ฉบับร่าง๑/๖ ณ พุทธมณฑล ในเอกสารเขายังวงเล็บบอกไว้ว่า (ยังไม่สามารถนำไปใช้อ้างอิงได้)
ได้เห็นแผนที่ "ทวีปเอเชีย" แผ่นหนึ่งในเอกสารที่แจกต่อที่ประชุม เห็นแผนที่ชมพูทวีป ในสมัยพระเจ้าอโศกมหาราช ที่พระองค์ส่งพระธรรมทูตไปสุวรรณภูมิ-ศรีลังกา และส่งไปไกลถึงยุโรปตะวันออก ที่เขาเรียกว่า “โยนก-คนต่างประเทศ” คือไปถึงเมืองกรีกโรมัน-คอนสติโนเปียน? หรือชื่อเมืองอะไรประมาณนั้น ส่วนทวีปอาฟริกานั้น ก็ส่งธรรมทูตไปถึงเช่นกัน
เคยสงสัยว่า "สุวรรณภูมิ" อยู่ที่ไหน คราวนี้เกิดข้อสงสัยก็ "อปรันตา" ตามแผนที่นี้ คือเมืองอะไรในปัจจุบัน อยู่เหนือมหารัฐ (มหาราษชตะ--ขึ้นไม่ค่อยถูกชื่อรัฐนี้) ไป ตามพิกัดแผนที่นี้ คือการส่งพระธรรมรักขิตไปเผยแผ่หรือไปประจำที่ประเทศนั้น บางคนก็ว่า ตรงกับพิกัดปัจจุบันคือเป็นประเทศอาฟกานิสถาน อะไรต่างๆ บ้าง คงจะเป็นเส้นทางสายไหมในอดีต เส้นทางติดต่อการค้าระหว่างตะวันออกพบตะวันตก
สรุปว่าเป็นเมืองอยู่ทางทิศตะวันตก ของศูนย์กลางการเผยแผ่พระพุทธศาสนาในยุคสมัยพระเจ้าอโศกมหาราช ที่มีเมืองปัตนะเป็นจุดศูนย์กลาง ดูแล้วเป็นเส้นทางสายไหม ที่เคยมีมหาวิทยาลัยวัลภี มหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงสมัยก่อน แต่สมัยนี้ทำไมยังหาชื่อเมืองนั้น ประเทศนั้นยังไม่ได้ หรือมัวแต่เถียงกันอยู่ เหมือนสุวรรณภูมิอยู่ที่ไหน คนสุพรรณก็บอกว่าอยู่ที่อู่ทอง คนนครปฐมก็บอกว่าอยู่ที่นครชัยศรี คนพม่าก็บอกว่าอยู่ที่เจดีย์สีทองผ่องอำไพสีเหลืองเต็มไปหมด เห็นเจดีย์ทองที่ไหน นั่นคือสุวรรณภูมิ ส่วนประเทศไทย เจดีย์สีขาว เป็นข้อถกเถียงกันไป
พอดีจะเดินทางไปภารตประเทศ ก็เตรียมศึกษาเส้นทางอะไรๆ ต่างๆ ไว้ หาหนังสือชื่อเมืองต่างๆ ในอดีต ที่อยากจะรู้
แต่รู้แล้ว ก็ไม่อยากหามไว้คนเดียว มีการท้วงติง แก้ไขข้อมูลต่างๆ ที่เรียกว่าอัพเดทบ้าง เหมือนจะไปอินเดียคราวนี้ก็ต้องการไปอัพเดทข้อมูลที่เคยรับรู้ในอดีต
ชีวิตที่จมอยู่กับกองอดีต กองพระพุทธศาสนา แต่ก็ยังมีโอกาสไปประชุมแผนแม่บทการเผยแผ่พระพุทธศาสนา และมีโอกาสอัพเดทองค์ความรู้สมัยใหม่ เพื่อเข้ากับศาสตร์เก่า
เช่น กงสุลทำหนังสือเดินทาง (Passport) สมัยก่อนโน้นต้องเดินทางไกลไปทำที่แจ้งวัฒนะ หลักสี่-ดอนเมือง มีสาขาย่อยที่ปิ่นเกล้า ก็มาทำที่ปิ่นเกล้า ผ่านไปจำสถานที่เคยทำไม่ได้แล้ว ถ้าไม่บอกว่าคือที่ทำการกระทรวงวัฒนธรรม ปิ่นเกล้า ต่อมาย้ายไปที่ตึก SC เรียกว่าสายใต้ใหม่ อย่างนี้เรียกว่าอัพเดทสถานที่ไปเรื่อยๆ
ตลอด ๒๐ กว่าปีที่ผ่านมา ถือหนังสือเดินทางราชการมาตลอด บัดนี้มาเกษียณอายุแล้ว ก็ถือหนังสือเดินทางธรรมดา
เรื่องเป็นเช่นนั้นเอง

อนุทินประจำวัน (๑๘๖๑ พระพุทธบาททองคำ, พระบฏรอยพระพุทธบาทที่แคนดี้ลังกา และรอยพระพุทธบาทประดับมุก วัดพระแท่นดงรัง)เดินทาง...
14/09/2022

อนุทินประจำวัน (๑๘๖๑ พระพุทธบาททองคำ, พระบฏรอยพระพุทธบาทที่แคนดี้ลังกา และรอยพระพุทธบาทประดับมุก วัดพระแท่นดงรัง)
เดินทางไปไหน ก็มักชอบไปดูรอยพระพุทธบาท ยิ่งมีลายลักษณ์ ๑๐๘ ประการ ก็ยิ่งชอบไปดูมากๆ เช่น ชอบไปดูที่ฝ่าพระบาทพระพุทธไสยาส ภายในพระวิหาร วัดพระเชตุพน และชอบดั้นด้นไปดูพระบฏรอยพระพุทธบาทที่ลังกา (เมืองแคนดี้) และไปที่พม่า ที่หลวงพ่อตาหวานในกรุงย่างกุ้ง ก็ชอบไปดูมา เพื่อหาข้อเปรียบเทียบต่างๆ ในแง่ศิลปะวัตถุ
หลังจากนึกทบทวนความหลังอะไรต่างๆ ในอดีต ความคิดเพิ่งตกผลึกว่า รอยพระพุทธบาททองคำ-รอยพระพุทธบาทพระบฏ ที่พระเจ้าบรมโกศ ส่งไปถวายเป็นธรรมบรรณาการที่ลังกาในปี ๒๓๙๖ - และรอยพระพุทธบาทประดับมุก วัดพระแท่นดงรัง เป็นลายลักษณ์แบบเดียวกัน ถอดแบบกันออกมาเลย
ดังนั้น จึงลองเอากระดาษมาเขียนช่องต่างๆ และเอาภาพต่างๆ มากางดู ภาพจากแหล่งไหนไม่ชัด ก็เอาข้อมูลจากอีกแหล่งหนึ่งมาดูเปรียบเทียบกัน เพราะเหมือนกันยังกับแกะพิมพ์เดียวกัน
ถ้าได้รูปภาพขยายแต่ละภาพออกใหญ่ๆ คือเป็นภาพเดี่ยวๆ ทั้ง ๑๐๘ ภาพ ก็สามารถตีความออกมาได้ หรือหาข้อมูลเพิ่มเติมได้ ในอนุทินวันนี้ จึงขอลองใช้สูตรการเขียน ในเรื่องลายลักษณ์พระพุทธบาท ๑๐๘ ประการไว้อย่างคร่าวๆ ดังนี้
ลายลักษณ์ด้านบนลงล่าง นับได้ 17 แถว ขนาดของช่องในแต่ละแถวของช่วงด้านกับช่วงด้านล่างไม่เท่ากัน ด้านบนเป็น ๘ ช่อง (๘ ลายลักษณ์) ด้านล่างสุดมี ๔ ช่อง(๔ ลายลักษณ์) จึงขอตีความเบื้องแรกอย่างไม่เป็นทาการ ไว้เป็นจิ้ม ดังต่อไปนี้
(1:8) 1-8 เป็นพระพรหม
(2:8) 1-8 เป็นพระพรหม
(3:8) 1 เทวดาหรือพระเจ้าจักรพรรดิ, 2-8 เป็นพระโพธิสัตว์หรือความหมายอื่นๆ ตรงนี้ละไว้ก่อน ดูว่าจะอธิบายเป็นอย่างอื่นๆ ได้ไหม
(4:8) 1.?, 2.พัดใบตาล 3.ปราสาท 4.หอก 5.พระขรรค์? 6.ดอกไม้ 7.แก้วมณี 8.นางแก้ว? โดยที่ตีความหมายว่าอาจจะมาคู่กันกับ (3:8) 1. พระเจ้าจักรพรรดิ
(5:8) 1.? 2.? 3.ช้างเอราวัณ 4.หม้อน้ำ/มีที่ตั้งรองรับ? 5.ดอกไม้ 6.? 7? 8.บาตร
(6:6) 1.หม้อน้ำ 2.ธงชาย 3.สุริยเทพ 4.จันทเทพ 5.ปลาคู่ 6.ดอกไม้?
(7:4) 1-4 ท้าวจตุโลกบาล หรือทวีปทั้งสี่
(8:4) 1 ขุนพลแก้ว 2.กระถาง? 3-4???
(9:4) 1-4 สระน้ำมีปลา
(10:4) 1.เต่า 2.จระเข้ 3-4 ปลาเดี่ยว
(11:8) 1.? 2.ภูเขา 3.แมลงภู่คู่ 4+5 จักรเล็กเป็นดาว 6-7 ภูเขา 8.สังข์
(12:8) 1.เขา 2-5 แม่น้ำทั้ง7 สาย 6-8 ภูเขา
(13:8) 1.? 2.นกยูง? 3.สิงห์ 4.ธงสะบัด 5.5-6-7 แม่น้ำ7 สาย 8.นกพริก?
(14:6) 1. นก 2.ภูเขา 3.ต้าย/โตรณะ 4.บัลลังก์ 5.ช้าง 6.ม้า
(15:6) 1.นกหรือไก่ฟ้า 2.พญานาค 3.พญาครุฑ 4.บัลลังก์ 5.+6 นก+นก
(16:6) 1.นก 2.โคผู้ 3.โคและลูก 4.+5. กินนร และกินรี 6.นก
(17:4) ล่างสุด 1.เสือ 2.นกเขียน? 3.เรือสำเภา 4.เสือดำ
ร่างตีความไว้เท่านี้ก่อน แล้วจะมาแก้ไขเพิ่มเติม เพื่อให้ดียิ่งขึ้น

ที่อยู่

Supan
72000

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ MCUผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์