16/09/2022
อนุทินประจำวัน (๑๘๖๓ วันเกิดพระพรหมบัณฑิต ๖๗ ปี)
วัดในกรุงเทพฯ ที่นับได้ว่าได้เข้าไป นับนิ้วมือเหลือไม่กี่วัด ตั้งแต่ปี2561-2 เป็นต้นมา คือตั้งแต่หยุดซีซั่นเดินทางไปต่างประเทศ (ประเทศสุดท้ายที่เดินทางไปก่อนจะหยุดซีซั่นยาว คือไปเที่ยวพุกาม เมียนมา ระหว่าง 9กค-14กค2562)
จำได้ว่ามางานอายุวัฒนมงคลของพระพรหมบัณฑิต กรรมการมหาเถรสมาคม เจ้าอาวาสวัดประยุรวงศาวาส ฯลฯ ครั้งสุดท้ายน่าจะในปี ๒๕๖๑ ก่อนจะเดินทางไปเวียดนาม ซึ่งซีซั่นชีพจรเดินเท้าของข้าพเจ้าสิ้นสุดในช่วงเข้าพรรษาของปี2562 ผ่านมา ๓ ปี ดังความเร็วของแสง แวบเดียว แสงเดียวจริงๆ
ปีนี้ได้รับเชิญอย่างเป็นทางการ ดังนั้นจึงไปร่วมงานอายุวัฒนมงคลฉันเพล ร่วมด้วยช่วยกัน เดินทางออกสุพรรณแต่เช้าตรู่หน่อย เพราะรถติดมาก แต่กลายเป็นวันว่า วันศุกร์วันนี้ไม่ติดมากเมื่อวันพฤหัสบดีเมื่อวานนี้ ที่เดินทางไปประชุมที่พุทธมณฑล
มีเวลาเหลือ ดังนั้น จึงแวะไปชมพิพิธภัณฑ์พระนคร ตั้งใจไปดูพระแท่นสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช เป็นอันว่าได้ดูสมใจอยาก เคยไปดูที่วัดอรุณราชวรารามมาแล้ว และพระแท่นบรรทมของสมเด็จวังหน้าก็ไปดูมาที่วัดมหาธาตุฯ ท่าพระจันทร์ คราวนี้ตั้งใจมาดูพระแท่นสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช
ได้สอบถามเจ้าหน้าที่ภัณฑารักษ์ว่า เคยเห็นป้าย "มหาธาตุวิทยาลัย" ภายในพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ไหม? เจ้าหน้าที่แสดงสีหน้างงๆ และบอกว่า "ไม่เคยเห็น" และไม่ทราบเรื่องนี้เลย ดังนั้น จึงเปลี่ยนเรื่องถามใหม่ว่า มีรอยพระพุทธบาทให้ชมบ้างไหม? เธอบอกให้ขึ้นไปดูที่ชั้น ๒ จึงก็ได้ดูสมใจปรารถนา เป็นรอยพระบาทจากวัดพระราม อยุธยา และรอยพระพุทธบาทลายลักษณ์จากวัดเสด็จ กำแพงเพชร ที่เขาบอกว่าเป็นศิลปะสุโขทัย สมัย ๑๕ คริสตศักราช (ตรงกับ พ.ศ.๒๐๐๐) เก่ากว่ารอยพระพุทธบาทประดับวัดพระแท่นดงรัง ที่สร้างราว พ.ศ. 2396 ปีหน้าก็ครบ ๒๗๐ ปีแล้ว
ที่ชอบเที่ยวหาดูรอยพระพุทธบาทนี้ เพราะมีพันธสัญญาทางใจกับวัดพระแท่นดงรัง ที่จะถอดลายลักษณ์ ๑๐๘ ประการ เพราะเป็นลายลักษณ์เดียวกับที่ส่งไปที่แคนดี้ ศรีลังกา เรื่องๆ อื่นๆ ก็เลยเป็นผลพลอยได้
ไม่ได้มาชมพิพิธภัณฑ์พระนครนานแล้ว ได้แวะเข้าไปไหว้พระพุทธสิหงค์และชมพระพุทธประวัติ ตอนนาคนันโทปนัน และตอนพระพุทธเจ้าปราบเดียรถีย์ก่อนเสด็จขึ้นไปโปรดพุทธมารดา ถือว่าเป็นของแถมที่ได้มาเที่ยวพิพิธภัณฑ์
ก่อนอื่นก็ต้องแสดงความยินดีที่ ผอ.พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนครคนใหม่ชื่อ ผอ.นิภา สังขนาคินทร์ ซึ่งย้ายไปจากจังหวัดสุพรรณบุรี และกำลังปรับปรุง-บูรณะสิ่งอะไรต่างๆ ภายในพิพิธภัณฑ์ให้น่าดูน่าชมยิ่งขึ้น ซึ่งก็ทำได้ดีจริง ขนาดว่ามีเวลาแป๊บเดียว มาแบบพายุหอบเข้ามา และไปต้องรีบไปทำภารกิจอื่นต่อไป
มีงานอายุวัฒนมงคล ๖๗ ปี ของพระพรหมบัณฑิต เจ้านายเก่ารออยู่ข้างหน้า กะว่าจะคุยกับกำนันประยุทธ มีฤกษ์สักหน่อยหนึ่ง แต่มองหาไม่เจอ เพราะฉันอยู่บนศาลาหลังใหม่ที่ปรับปรุงใหม่
ฉันเพลเสร็จก็กะจะเข้าชมดูจิตรกรรมฝาผนังภายในพระอุโบสถวัดประยุรวงศาวาสแถมท้าย แต่ประตูปิด ดังนั้น จึงไปหากาแฟสักถ้วย ที่วัดพระพิเรนทร์ วรจักร และนำข้อมูลไปอัพเดทว่า พระยาบริหารราชมานพ (เนียน สาคริก) นามสกุลเดิมเป็นพวกเดียวกับ "บุนนาค" เป็นผู้สร้างตู้อุทิศให้คุณหญิงปุ่น2454-2471 อายุ ๒๖ ปี
ท่านเป็นพระอุปัชฌาย์และชวนคุย เรื่องอนุศาสน์ข้อรุกขมูล ว่าเป็นพระต้องอยู่โคนไม้เป็นวัตร และให้ช่วยหาคำแปล "วิหาโร อัฑฒโยโค ปาสาโท หัมมิยํ คุหา" ที่เป็นอดิเรกลาภ จึงบอกว่า ตำราอยู่ในตู้ ไม่ได้อยู่ในสมอง ขอกลับไปค้นข้อมูลมาให้ก่อน จึงสรุปให้ท่านฟังว่า พระเราให้อยู่ได้อีก ๕ แหล่ง คือ "วิหาร, เพิง, ปราสาท, ตึก เช่น อาคารพระเทพวิสุทธิโมลี, และถ้ำ" สมัยก่อนเขามีตึกกันแล้ว ไม่เชื่อไปดูเมืองพาราณสีก็ได้
เดินทางกลับสุพรรณ ทั้งๆ ที่เดิมวางแผนว่าจะไปชมพิพิธภัณฑ์ในภาคบ่าย แต่คนคำนวณหรือจะสู้ฟ้าลิขิต นึกว่าจะมีฝนลงมาในวันนี้ เมื่อเช้านี้จึงเข้าชมไปแล้ว ก็เลยอำลาจากกรุงเทพฯ แต่ก่อนจะเข้าเขตสุพรรณ ก็อยากไปดูวัดหนึ่งชื่อ วัดมฤคทายวัน (วัดรางเนื้อตาย) อำเภอบางซ้าย เพราะวัดนี้เกี่ยวกับอดีตเจ้าอาวาสวัดใหม่พิบูลย์ผล ที่มามรณภาพที่คลองรางเนื้อตาย
ดังนั้น จึงเข้าไปเยี่ยมวัดรางเนื้อตาย ซึ่งมีลำรางเนื้อตาย เพราะมีเนื้อตัวหนึ่งมากินน้ำแล้วก็ตายที่นี่ ตรงกับเรื่องตำนานท้องถิ่นของดอนตาเกิดที่อดีตเจ้าอาวาสรูปแรกชื่อหลวงพ่อทุย ปิยทัสสี(-2492) มามรณภาพที่วัดแถวนี้
ดังนั้น จึงเดินตามอดีตเมื่อปี 2492 เพื่อเข้าใจภูมิศาสตร์ให้ชัดเจน ระหว่างรอยต่อสุพรรณบุรี และ อยุธยา เมืองพี่เมืองน้อง
วันหนึ่งมี ๒๔ ชม. แต่ใช้เวลาไม่ถึง ๘ ชม. ก็เที่ยวพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร ได้ชมรอยพระพุทธบาทถึง ๒ รอย, และฉันเพล ณ วัดประยุรวงศาวาส อีกทั้งสำราจวัดในเขตอำเภอบางซ้าย พระนครศรีอยุธยา
ถ้าไม่ไปก็ไม่รู้ ถ้าไม่ดูก็ไม่เห็น สิบปากว่าไม่เท่าตาเห็น