14/05/2026
ช่วงนี้เปิดหน้าฟีดมาเจอแต่เสียงบ่นปนด่ากับกฎระเบียบใหม่ของ กพท. (CAAT) ที่กำลังจะเริ่มบังคับใช้กับโดรนอย่างเป็นทางการในวันที่ 17 พ.ค. 2569 นี้
หลายคนคงรู้สึกว่ามัน บีบรัดจนเหมือนพรากอิสระที่เคยมีไป ทั้งบังคับอบรมสอบใบอนุญาตนักบิน ติดเลขทะเบียนขนาดใหญ่บนตัวเครื่อง และที่ปราบเซียนที่สุดคือต้อง "ยื่นแผนการบินและรออนุมัติทุกครั้ง" ก่อนนำเครื่องขึ้น
ก็เข้าใจนะว่าทำไมถึงอึดอัดกัน คงเพราะเราคุ้นเคยกับความอิสระมานาน แต่ในฐานะคนที่เคยทำงานและประสานงานเรื่องพื้นที่น่านฟ้าอยู่เป็นประจำ ผมก็เข้าใจดีทั้งสองฝ่าย แต่ถ้าเราพิจารณากันดีๆ จะเห็นทิศทางที่ชัดเจนมากว่า CAAT กำลังเปลี่ยนระบบทั้งหมดจนต้องเรียกว่าสิ้นสุดยุค "น่านฟ้าเสรี" เพราะเขาไม่ได้มองโดรนเป็นแค่ "ของเล่น" อีกต่อไป แต่กำลังยกระดับให้เป็น "อากาศยาน" (Aircraft) ชนิดหนึ่ง
พอมองย้อนหลังกลับไปว่า CAAT ทำงานอะไรเกี่ยวกับอากาศยานไร้คนขับมาบ้าง ก็จะเห็นว่าค่อยๆ ขยับมาเป็นรูปธรรมมาตั้งแต่ปี 64 เพราะมีการเริ่มเข้ามาเปิดกิจกรรมด้านโดรน เริ่มจากงาน "UAS for Tomorrow" โครงการ 1 ตำบล 1 ดิจิทัล (ชุมชนโดรนใจ) ยิ่งในเรื่องของโดรนขนส่ง มีการทำ Sandbox ที่จังหวัดระยองในการทำการทดสอบระบบโดรนลำเลียง มีการทดสอบการใช้โดรนขนส่งในพื้นที่เกาะอีกหลายแห่ง ยังมีการหารือกับ Grab เพื่อผลักดันให้เกิดการใช้โดรนขนส่งในเขตเมืองอีก ล่าสุดก็ยังมีเรื่องของ eVTOL เรียกแบบเข้าใจง่ายๆ ก็โดรนขับขี่ หรือโดรน Taxi ที่นำมาบินสาธิตในบ้านเรากันแล้ว
จริงๆ Roadmap เกี่ยวกับโดรนขนส่งนี่จะต้องเสร็จภายในปี 68 แต่ก็มามีปัญหาประเทศเพื่อนบ้าน เลยต้องไป Focus เรื่องความปลอดภัยก่อน ก็อย่างที่เห็นว่ากฏระเบียบอะไรๆ ก็ออกกันปุ่บปับ ออกมากันเรื่อยๆ แบบค่อยๆ อุดรอยรั่วไปทีละรอย
ส่วนเรื่องการจัดระเบียบการจราจรของโดรนในท้องฟ้า คือ CAAT กับ NT จับมือกันเพื่อพัฒนาระบบบริหารจัดการจราจรทางอากาศสำหรับโดรน (UTM) เพื่อติดตามโดรนให้รู้ตำแหน่งของโดรนแต่ละลำ นี่ก็เป็นสัญญาณเตือนสำคัญว่าน่านฟ้ากำลังจะถูก "จัดระเบียบใหม่" เพื่อรองรับยุคที่โดรนขนส่ง หรือโดรนเชิงพาณิชย์ขนาดใหญ่จะขึ้นไปสัญจรกันอย่างหนาแน่น
เมื่อท้องฟ้ามีมูลค่าทางเศรษฐกิจสูงขึ้นและแออัดขึ้น โดยเฉพาะการปฏิบัติงานในพื้นที่ที่ต้องเฝ้าระวังหรือเขตจำกัดการบินต่างๆ กฎที่เข้มงวดเพื่อความปลอดภัย (Safety) และความมั่นคง (Security) ก็ต้องถูกนำมาบังคับใช้อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ สิ่งที่เราเผชิญอยู่ตอนนี้คือ "ช่วงรอยต่อ" (Growing Pains) เป็นสิ่งที่นักบินโดรนต้องปรับตัวเข้าสู่ระบบนิเวศการบินที่เป็นมาตรฐานสากล
ช่วงที่เกิดเหตุการณ์ไม่สงบบริเวณชายแดนที่ผ่านมา เสียงชาวโดรนเกษตรก็บ่นกันระงมว่า บินสูงแค่นี้...จะไปรบกวนอะไรเค้า จะไม่ปลอดภัยได้ยังไง บินก็อยู่แต่ท้องไร่ ท้องนา แต่ถ้าเราลองมองภาพใหญ่มันก็เหมือนกับฝูงแพะ ฝูงแกะที่กำลังเพลิดเพลินอยู่ในทุ่งหญ้าแล้วต้องถูกล้อมคอก จับตีตราทีละตัวจนครบ ก็ย่อมจะรู้สึกอึดอัดเป็นธรรมดา
ยุค Wild West ของวงการโดรนกำลังจะจบลงแล้วล่ะ กฎใหม่อาจจะดูจุกจิกและเพิ่มขั้นตอนการทำงานในตอนแรก แต่ในระยะยาว มันคือการตีกรอบและวางรากฐานให้อุตสาหกรรมนี้เดินหน้าต่อไปได้บนมาตรฐานความปลอดภัย และอยู่ร่วมกับสังคมได้อย่างยั่งยืน เพราะโดรนเป็นของเรา แต่น่านฟ้าไม่ใช่ !!