25/07/2026
พระบรมธาตุจำลองและทองหุ้มปลียอด ภาพสะท้อนศรัทธาผู้คนในคาบสมุทรมลายูต่อ “พระบรมธาตุ” เมืองนครศรีธรรมราช
25 กรกฎาคม 2569 องค์การยูเนสโก (UNESCO) ประกาศขึ้นทะเบียน “วัดพระมหาธาตุ วรมหาวิหาร จังหวัดนครศรีธรรมราช” เป็นแหล่งมรดกโลกทางวัฒนธรรมอย่างเป็นทางการ นับเป็นแหล่งมรดกโลกแห่งที่ 9 ของประเทศไทย
สำหรับ “พระบรมธาตุ” แห่งวัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร จังหวัดนครศรีธรรมราช นับเป็นปูชนียสถานที่ผู้คนในคาบสมุทรมลายูไม่ว่าจะเป็นภาคใต้ของไทยและประเทศมาเลเซีย เคารพศรัทธาสักการะยิ่ง
ประจักษ์พยานแห่งความศรัทธาที่มีต่อองค์พระบรมธาตุเมืองนครแห่งนี้มีอยู่หลายอย่าง นับตั้งแต่จำนวนผู้คนที่หลั่งไหลมานมัสการพระบรมธาตุในแต่ละวัน และช่วงเทศกาลสำคัญทางศาสนา เช่น วันวิสาขบูชา และเทศกาลแห่ผ้าขึ้นธาตุ
รวมไปถึงบรรดาสิ่งของเครื่องมหัคฆภัณฑ์ที่พุทธศาสนิกชนน้อมถวายเป็นพุทธบูชาต่อองค์พระบรมธาตุ
และโดยเฉพาะอย่างยิ่งคือ การจำลองพระบรมธาตุไปไว้ยังชุมชนต่าง ๆ และการถวายทองคำหุ้มปลียอดพระบรมธาตุ
รองศาสตราจารย์ ดร.ประภัสสร์ ชูวิเชียร อาจารย์ภาควิชาประวัติศาสตร์ศิลปะ คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร ได้ให้สัมภาษณ์กับ “ศิลปวัฒนธรรม” ในประเด็นนี้ว่า
“องค์พระบรมธาตุได้กลายเป็นสัญลักษณ์หรือเป็นตัวแทนของพุทธศาสนาในคาบสมุทรภาคใต้เกือบทั้งหมด เราจะเห็นได้ว่าผู้คนที่อยู่ในคาบสมุทรภาคใต้รวมไปถึงมลายู ซึ่งมีความศรัทธาในพระบรมธาตุนั้น ได้นำเอารูปแบบของพระบรมธาตุไปจำลองสร้างขึ้นเป็นพระเจดีย์ตามชุมชนของตนเอง
เราจึงได้เห็นว่ารูปแบบที่มีลักษณะเป็นฐานรูปสี่เหลี่ยมยกสูง มีองค์เจดีย์ขนาดใหญ่ มียอดแหลม หรือบางครั้งอาจจะมีช้างล้อมประกอบด้วย ได้รับการสร้างอยู่ในชุมชนหรือนำไปสร้างเป็นพระมหาธาตุเจดีย์ตามหัวเมืองต่าง ๆ ในภาคใต้ตลอด”
อ.ประภัสสร์ ชี้ให้เห็นว่า คติการจำลองพระบรมธาตุเป็นสิ่งที่ยังคงสืบทอดมาจนถึงปัจจุบัน โดยได้ยกตัวอย่าง พระบรมธาตุสวี จังหวัดชุมพร และพระสุวรรณมาลิกเจดีย์ศรีรัตนมหาธาตุ วัดพะโคะ จังหวัดสงขลา ซึ่งสร้างขึ้นเมื่อหลายร้อยปีก่อน และพระเจดีย์วัดช้างให้ จังหวัดปัตตานี ซึ่งเพิ่งสร้างขึ้นเมื่อราว 60 ปีมานี้
สำหรับเรื่องปลียอดทองคำนั้น ก็ถือว่าเป็นอีกหนึ่งประจักษ์พยานแห่งความศรัทธาที่มีต่อองค์พระบรมธาตุ อ.ประภัสสร์ อธิบายว่า ปรากฏหลักฐานพุทธศาสนิกชนถวายทองคำเพื่อหุ้มปลียอดขององค์พระบรมธาตุมาตั้งแต่อย่างน้อยสมัยอยุธยาตอนกลาง
โดยระหว่างการบูรณะปลียอดในปี 2537-2538 พบแผ่นทองมีจารึกข้อความสำคัญ (จารึกแผ่นทองหุ้มปลียอดพระบรมธาตุเจดีย์ นครศรีธรรมราช 1 (จ. 48)) ดังที่ อ.ประภัสสร์ กล่าวว่า
“ปลียอดทองคำเป็นที่ภาคภูมิใจของคนนครศรีธรรมราช ดังที่เรียกกันว่า “พระธาตุยอดทอง” ส่วนปลีนั้นเป็นการใช้แผ่นทองคำที่ตีเป็นแผ่นยาวคล้ายลานทอง แล้วนำมาม้วนหุ้ม เมื่อประมาณปี 2530 กว่า ๆ กรมศิลปากรได้ทำการบูรณะปลียอดทองคำ มีการถอดแผ่นทองคำบางแผ่นซึ่งมีจารึกมาอ่าน พบว่าแผ่นทองมีจารึกที่เก่าที่สุดอยู่ในช่วงรัชกาลสมเด็จพระเอกาทศรถ ประมาณ พ.ศ. 2150 (ข้อมูลจากฐานข้อมูลจารึกระบุว่าเป็นปี 2155) ตรงกับสมัยอยุธยาตอนกลาง”
ทั้งนี้ ในการบูรณะปลียอดทองคำที่ อ..ประภัสสร์ กล่าวถึงนั้น คณะทำงานในการบูรณะได้ปลดแผ่นทองคำเดิมออกมาทำความสะอาด เมื่อชั่งน้ำหนักแล้วก็พบว่ามีทองคำอยู่มากถึง 56 กิโลกรัม
ครั้งนั้นพุทธศาสนิกชนผู้ศรัทธาในองค์พระบรมธาตุยังได้ร่วมบริจาคทองคำเกือบ 142 กิโลกรัม รวมทั้งทุนทรัพย์ โลหะมีค่าอย่างเงิน และหินมีค่าอย่างเพชร พลอย ถวายเป็นพุทธบูชาด้วย สะท้อนศรัทธาที่พุทธศาสนิกชนมีต่อพระบรมธาตุแห่งนครศรีธรรมราชอย่างแรงกล้า
เรื่อง : ธนกร การิสุข
ภาพ : พระบรมธาตุ นครศรีธรรมราช, พระสุวรรณมาลิกเจดีย์ศรีรัตนมหาธาตุ วัดพะโคะ, พระบรมธาตุสวี , พระเจดีย์วัดช้างให้ (ภาพจาก CBT Thailand, สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสงขลา, การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย)
#พระบรมธาตุ #นครศรีธรรมราช #พระบรมธาตุเมืองนคร #ศิลปวัฒนธรรม