03/12/2024
สรุปคำเทศนา อ.ประยูร ลิมะหุตะเศรณี
(วันอาทิตย์ที่ 1 ธันวาคม 2024)
หัวข้อ ชัยชนะเหนือความโกรธ
เอเฟซัส 4:26-27
สิ่งสำคัญในทุกวันนี้ คือ เราจำเป็นต้องใส่ใจ มิติชีวิตด้านอารมณ์ความโกรธให้มาก เพราะความโกรธ มักจะเกิดจากการถูกกระตุ้นจากบางอย่าง เช่น ความกดดัน, การถูกปฏิบัติอย่างไม่เป็นธรรม, การถูกข่มเหงเอาเปรียบ หรือการผิดหวัง และส่วนใหญ่ เรามักจะตอบสนองด้วยความรุนแรง ซึ่งรากของมัน ล้วนมาจากความโกรธทั้งสิ้น
เคล็ดลับก็คือ เมื่อเราถูกระตุ้นให้โกรธ อย่ายับยั้งที่ความโกรธ แต่จงตั้งใจที่จะยับยั้งพฤติกรรมของเราขณะที่โกรธ ไม่ว่าจะเป็น ทางวาจา ความคิด การ กระทำ จงอุตส่าห์พิชิตความโกรธของตัวเอง เพราะความโกรธเป็นสิ่งที่สามารถควบคุมได้ (ยากอบ 1:19 – จงไว้ในการฟัง ช้าในการพูด ช้าในการโกรธ)และจงระวัง อย่าเพิ่งสื่อสาร อย่าเพิ่งสอน อย่าเพิ่งอธิบายเหตุผลขณะที่โกรธ เพราะว่า อารมณ์โกรธจะทำร้ายทุกสิ่ง
ผลของความโกรธ
1) ทำให้เกิดการทะเลาะวิวาท (สุภาษิต 29:22 - คนขี้โมโหเร้าให้เกิดการวิวาท และคนเจ้าอารมณ์ก็ทำให้เกิดการทรยศมากขึ้น)
2) เพาะบ่มความเกลียดชัง (สดุดี 55:3 – “...และเขาบ่มความเกลียดชังข้าพระองค์ด้วยความกริ้ว) อย่าปล่อยให้ความโกรธฝังลึกลงในจิตใจของเรา ดังนั้น ทางแก้ไขคือ จงให้ความรัก แทนที่ ความโกรธ
3) ทำให้ขาดสติไม่สามารถควบคุมตนเองและเราจะกลายเป็นคนโง่เขลา (ปัญญาจารย์ 7:9 – “อย่าให้จิตใจของเจ้าโกรธเร็ว เพราะความโกรธฝังอยู่ในทรวงอกของคนเขลา)
4) ทำให้สูญเสียความเป็นตัวเอง (เมื่อความโกรธนำหน้า จะทำให้ความดุร้ายซึ่งเป็นสัญชาตญาณของสัตว์ เกิดขึ้นในเรา)
5) ความโกรธ เปิดโอกาสให้มารร้ายใช้ชีวิตของราเป็นเครื่องมือของมัน
6) ความโกรธ ทำให้ถูกพระเจ้าพิพากษา( มัทธิว 5:21-24 22แต่เราบอกพวกท่านว่า ใครโกรธพี่น้องของตน คนนั้นจะต้องถูกพิพากษา)
7) ความโกรธเป็นการผลักคนอื่นให้ห่างออกไปและทำให้ไม่มีใครอยากอยู่ใกล้เรา ซึ่งสุดท้ายจะเหลือเราเพียงลำพังคนเดียว
แนวทางพิชิตความโกรธ
1) ละทิ้งความโกรธและพรรคพวกของมันให้หมดสิ้นไป (โคโลสี 3:8 - แต่บัดนี้ท่านทั้งหลายจงละทิ้งสิ่งเหล่านี้ทั้งหมด คือความโกรธ ความฉุนเฉียว การคิดร้าย การใส่ร้าย และคำพูดหยาบโลนที่ออกจากปากของท่าน )
2) สวมใจใหม่ตามวิถีของพระเจ้า (โคโลสี 3:12-13 - เพราะฉะนั้นในฐานะเป็นพวกที่พระเจ้าทรงเลือก พวกที่บริสุทธิ์ และพวกที่ทรงรัก จงสวมใจเมตตา ใจกรุณา ใจถ่อม ใจสุภาพอ่อนโยน ใจอดทน จงอดทนต่อกันและกัน และถ้าใครมีเรื่องราวต่อกัน ก็จงให้อภัยกัน องค์พระผู้เป็นเจ้าทรงให้อภัยพวกท่านอย่างไร ท่านก็จงทำอย่างนั้นด้วย)
3) ให้สันติสุขของพระเจ้าครอบครองจิตใจแทนความโง่เขลา (โคโลสี 3:15 - และจงให้สันติสุขของพระคริสต์นำพาจิตใจของท่านทั้งหลาย)
4) ฝึกฝนที่จะปกครองจิตใจและควบคุมจิตใจของตัวเองให้ได้ (สุภาษิต 16:32 - บุคคลผู้โกรธช้าก็ดีกว่าคนมีกำลังมากและบุคคลผู้ปกครองจิตใจตนเองก็ดีกว่าผู้ที่ตีเมืองได้)
ข้อพึงจดจำวันนี้ คือ คริสเตียนทั้งหลาย อย่าพยายามขอให้พระเจ้าอวยพรเรา ในขณะที่เรากำลังเดินอยู่นอกเส้นทางแห่งการอวยพรของพระองค์ เพราะพระองค์จะไม่ทรงทำเช่นนั้น แต่จงนำตนเองกลับมาสู่ทางแห่งน้ำพระทัยของพระเจ้า เพราะการเชื่อฟังมาก่อนการอวยพรเสมอ