วัดป่าหนองไผ่ สกลนคร โดยคณะศิษย์หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต

วัดป่าหนองไผ่ สกลนคร โดยคณะศิษย์หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต พระอาจารย์สุธรรม สุธัมโม
เจ้าอาวาสวัดป่าบ้านตาด All rights reserved

จัดทำและดูแลโดยคณะศิษย์วัดป่าหนองไผ่
Content managed and delivered by authorized followers on behalf of Watpanongphai follower.

พระอาจารย์สุธรรม สุธัมโม ได้เมตตาอนุญาตให้คณะศิษย์ฯ จัดทำ และดูแลหน้านี้เพื่อเป็นอีกช่องทางในการแบ่งปันคำสอนเป็นธรรมทาน รวมถึงแจ้งกิจงานบุญต่างๆ เนื้อหาทั้งหมดสามารถดาวน์โหลดเพื่ออ่านเป็นการส่วนตัวได้โดยไม่มีค่าใช้จ่าย หากหน่วยงานใดต้องการเผยแพร่สื่อธรรมะดังกล่าว ต้องได

้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรจากวัดป่าหนองไผ่ สกลนคร เป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ทั้งหมดในเพจ (Page) นี้ Copyright © 2020 Watpanongphai.

“กตัญญูกตเวทิตาสักการะ”😊🙏🏻😊🙏🏻😊🙏🏻😊🙏🏻🔴✅พรุ่งนี้...วันเสาร์ที่ ๒ พ.ค.๒๕๖๙ ครบรอบ๑๐ปี แห่งการละขันธ์ศาสตราจารย์ คุณรัญจวน อิ...
01/05/2026

“กตัญญูกตเวทิตาสักการะ”
😊🙏🏻😊🙏🏻😊🙏🏻😊🙏🏻

🔴✅พรุ่งนี้...
วันเสาร์ที่ ๒ พ.ค.๒๕๖๙ ครบรอบ๑๐ปี
แห่งการละขันธ์ศาสตราจารย์ คุณรัญจวน อินทรกำแหง

🍀๐๗.๓๐ น. พระราชวชิรธรรมาจารย์
(ท่านเจ้าคุณอาจารย์สุธรรม สุธัมโม)
นำคณะพระเถรานุเถระพร้อม
คณะสงฆ์พระกรรมฐานบิณฑบาตรอบศาลา
📍ณ วัดป่าหนองไผ่ ต.ดงมะไฟ อ.เมือง
จ.สกลนคร

🍀๐๘.๐๐ น. สวดมาติกา บังสุกุล
ถวายไทยทาน รับพร

😊🙏🏻😊🙏🏻😊🙏🏻😊🙏🏻

“การได้เกิดมาในอัตภาพของความเป็นมนุษย์ แล้วมีอาการครบ ๓๒ ส่วนนี้มันเป็นไปได้ยาก พระพุทธเจ้าท่านทรงกล่าวว่าเราได้ลาภอันปร...
29/04/2026

“การได้เกิดมาในอัตภาพของความเป็นมนุษย์ แล้วมีอาการครบ ๓๒ ส่วนนี้มันเป็นไปได้ยาก พระพุทธเจ้าท่านทรงกล่าวว่าเราได้ลาภอันประเสริฐแล้ว มีดวงจิตอีกมากมายในวัฏสงสารนี้ที่ไม่ได้อัตภาพของความเป็นมนุษย์ ถึงแม้ว่าบางดวงจิตจะได้อัตภาพของความเป็นมนุษย์ แต่ก็ไม่สามารถที่จะรักษาสภาพความเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์อย่างพวกเราได้ บางคนก็พิกลพิการเป็นใบ้ตาบอดหูหนวกไม่สมประกอบ หรือบางคนมีความพร้อมสมบูรณ์ในอัตภาพของความเป็นมนุษย์ แต่ก็ไม่มีพื้นฐานของความศรัทธาในพระรัตนตรัย กลับกลายเป็นพวกมิจฉาทิฐิไปเสียก็มากมาย

ในขณะที่พวกเราในตอนนี้ มีความพร้อมที่สมบูรณ์ทุกสิ่งทุกประการแล้วทั้งภายนอกและภายใน ภายนอกก็คืออัตภาพร่างกายของเรามีความสมบูรณ์อย่างยิ่งในอัตภาพของความเป็นมนุษย์ ภายในก็มีพื้นฐานความศรัทธา ได้ปลูกศรัทธาลงไปได้อย่างเหนียวแน่นในพระพุทธศาสนาแล้ว เพราะฉะนั้นทั้งภายนอกและภายในของพวกเรามันมีความพร้อมด้วย “ปุพเพกตปุญญตา” คือการได้สั่งสมบุญมาแต่ปางก่อนแล้วนั่นเอง เมื่อเราได้ความเพียบพร้อมแล้ว เราก็ควรที่จะเอาความเพียบพร้อมของพวกเรา มารีบเร่งสร้างอรรถสร้างธรรมขึ้นมาให้เต็มสุดกำลังความสามารถของเราเสียตั้งแต่บัดนี้ เพราะเราไม่ทราบเลยว่าต่อไปเราจะได้อัตภาพที่สมบูรณ์แบบนี้มาอีกหรือไม่ เพราะชีวิตการเกิดขึ้นมาของพวกเรานั้นมันเป็นของไม่แน่นอนเลย เราจะนอนใจไม่ได้ มันอาจจะเปลี่ยนแปลงไปได้ในภพชาติต่าง ๆ ของพวกเรา

เพราะฉะนั้นถ้าหากพวกเราสามารถรื้อภพรื้อชาติ และสามารถยกจิตยกใจของเราให้พ้นไปจากการเวียนว่ายตายเกิดได้ในชาติภพนี้ ก็จะนับว่าเป็นความประเสริฐที่สุด เราอย่ามัวแต่คอยไปหวังทำเอาในภพหน้าชาติหน้า เพราะภพหน้าชาติหน้ามันเป็นเรื่องของอนาคต มันเป็นของที่ไม่แน่นอน ถึงแม้เราจะตั้งความปรารถนาไว้อย่างไร มันอาจจะไม่ได้เป็นไปอย่างนั้นก็ได้ เราอาจจะได้อัตภาพที่เปลี่ยนแปลงไปจากความเป็นมนุษย์ ถึงกระทั่งว่าเราได้อัตภาพของเทวดาอินทร์พรหมยมยักษ์อะไรก็ตาม เราก็ไม่สามารถที่จะมาประพฤติปฏิบัติชำระจิตชำระใจของเราได้อย่างเช่นในอัตภาพของความเป็นมนุษย์นี้ เพราะอัตภาพความเป็นมนุษย์นี้เท่านั้นที่ประเสริฐที่สุด ที่สามารถจะมาประพฤติปฏิบัติอบรมจิตอบรมใจของตนเองให้เข้าถึงซึ่งความพ้นทุกข์ได้ การไปเกิดในภพชาติเทวดาหรืออินทร์พรหมก็เป็นเพียงภพชาติที่ไปเสวยกรรมดีเสวยผลบุญที่ตัวเองได้สร้างตอนได้อัตภาพของความเป็นมนุษย์นี้เท่านั้น พอเสวยผลบุญหมดก็ต้องเปลี่ยนแปลงไปเสวยกรรมต่อไปอีก ซึ่งก็ไม่แน่ว่าจะเป็นกรรมดีหรือกรรมชั่ว แต่อัตภาพความเป็นมนุษย์ของพวกเรานี่แหละ ที่จะสามารถประพฤติปฏิบัติอบรมจิตอบรมใจของเราเองให้ก้าวไปสู่ความพ้นทุกข์ได้

เพราะฉะนั้นเราจะเห็นชัดเจนว่าพระพุทธเจ้านั้น ตอนตรัสรู้พระองค์ท่านจะอุบัติขึ้นมาในอัตภาพของความเป็นมนุษย์นี้เท่านั้น ภพชาติอื่นนั้นเป็นเพียงผู้เสวย แม้สัตว์นรกก็ไปเสวยผลบาป สัตว์เดรัจฉานก็ไปเสวยผลบาป ภพชาติของเทวดาอินทร์พรหมก็เป็นการไปเสวยผลบุญ มนุษย์นี้เท่านั้นที่เป็นทาง ๔ แพร่ง ที่สามารถจะเดินไปสู่ความเป็นมนุษย์ก็ได้ จะเดินไปทางเทวดา สัตว์เดรัจฉาน หรือในความเป็นพระอรหันต์ก็ได้ เพราะฉะนั้นความเป็นมนุษย์นี้จึงเป็นความประเสริฐที่สุด

ดังนั้นในปัจจุบันนี้เราได้อัตภาพความเป็นมนุษย์นี้มาอย่างสมบูรณ์แล้ว เราก็ควรที่จะตื่นตัวเอาอัตภาพนี้มาอบรมจิตอบรมใจของเราให้สมบูรณ์ในข้ออรรถข้อธรรมขึ้นมาให้ได้เสียตั้งแต่บัดนี้ เพราะในสามแดนโลกธาตุนี้ไม่มีสิ่งใดที่จะประเสริฐยิ่งกว่าธรรมะที่พระพุทธเจ้าได้ทรงประกาศสอนโลกไว้ เพราะธรรมะที่พระพุทธเจ้าได้ทรงประกาศสอนโลกไว้ เป็นข้อปฏิบัติที่สมบูรณ์ที่สุดต่อมรรคผลนิพพานอยู่ตลอดเวลาเป็นอนันตกาล ที่ไม่ขึ้นอยู่กับกาลเวลา ไม่ว่าจะยุคไหนสมัยไหนก็ตาม ก็ยังมีความสมบูรณ์ต่อมรรคผลนิพพานอยู่ตลอดเวลา”

พระอาจารย์สุธรรม สุธัมโม
๒๘ มกราคม ๒๕๖๔

“กตัญญูกตเวทตาสักการะ”🔴วันเสาร์ที่ ๒ พฤษภาคม ๒๕๖๙ 🔴ครบรอบ ๑๐ปี แห่งการละขันธ์ ศาสตราจารย์ คุณรัญจวน อินทรกำแหง๐๗.๓๐ น. พ...
29/04/2026

“กตัญญูกตเวทตาสักการะ”

🔴วันเสาร์ที่ ๒ พฤษภาคม ๒๕๖๙
🔴ครบรอบ ๑๐ปี
แห่งการละขันธ์ ศาสตราจารย์ คุณรัญจวน อินทรกำแหง

๐๗.๓๐ น.
พระราชวชิรธรรมาจารย์ (ท่านเจ้าคุณอาจารย์สุธรรม
สุธัมโม)นำคณะพระเถรานุเถระ และคณะสงฆ์พระกรรมฐานบิณฑบาตรอบศาลาวัดป่าหนองไผ่ ต.ดงมะไฟ อ.เมือง จ.สกลนคร

๐๘.๐๐ น. สวดมาติกา บังสุกุล ถวายไทยทาน รับพร

28/04/2026

กิเลสเล็กน้อยเผาชีวิตได้อย่างไร?

ธรรมะเตือนใจเรื่องกฎแห่งกรรม โทษของกิเลส และความไม่ประมาทในการดำเนินชีวิต
หลวงพ่ออธิบายว่า กรรมเป็นตัวจำแนกสัตว์โลก กิเลสมีความทุกข์เป็นอาหาร และหากขาดสติแม้เพียงเล็กน้อย ก็อาจถูกกิเลสครอบงำได้

พร้อมแนวปฏิบัติ ศีล สมาธิ ปัญญา การภาวนาด้วยพุทโธ อานาปานสติ และการพิจารณาขันธ์ 5 เพื่อคลายอุปาทานและเข้าถึงความสุขที่แท้จริง

27/04/2026

การรักษาจิตใจเป็นสิ่งสำคัญ

พระอาจารย์สุธรรม สุธัมโม
วัดป่าบ้านตาด จ.อุดรธานี

26/04/2026

ภาวนาไม่ก้าวหน้า ทำอย่างไร? หลวงพ่อสุธรรมตอบไว้ให้พิจารณา

“สติ คือ ความระมัดระวัง ในขณะที่เราทำความสงบ ความระมัดระวังที่เราเพ่งลงไปในความรู้สึกของเรา ให้แนบสนิทชัดเจนอยู่ในคำบริก...
23/04/2026

“สติ คือ ความระมัดระวัง ในขณะที่เราทำความสงบ ความระมัดระวังที่เราเพ่งลงไปในความรู้สึกของเรา ให้แนบสนิทชัดเจนอยู่ในคำบริกรรมว่า “พุทโธ” นี่แหละ คือ ตัวสติ ถ้าหากการเพ่งระมัดระวังในความรู้สึกของเรานั้น มันจางออกไป มันก็จะขาด คือสติไม่ต่อเนื่อง หรือความระมัดระวังนั้นมันหลุดออกจิต จิตก็จะล่องลอยไปตามความนึกคิดปรุงแต่ง มันก็ไปกระทบกับเรื่องราวอารมณ์ต่าง ๆ จะเป็นอารมณ์ที่น่ายินดีหรือยินร้ายก็ตาม ก็ล้วนแต่เป็นเครื่องก่อกวนจิตก่อกวนใจของเราทั้งสิ้น หรือมิเช่นนั้นก็คือการหลับ ที่ทำให้การภาวนาของเราไม่มีความต่อเนื่อง ทำให้จิตหยั่งลงสู่ความสงบไม่ได้

จิตที่จะหยั่งลงเข้าสู่ความสงบได้นั้น ความระมัดระวังที่เพ่งลงไปในความรู้สึกของเรา ให้แนบสนิทชัดเจนอยู่กับคำบริกรรมว่า “พุทโธ” นั้น เราต้องเพ่งลงไปจริง ๆ กำหนดลงไปให้แน่นจริง ๆ เมื่อความระมัดระวังนี้ไม่จางออก ไม่หลุดออกจากจิต จิตก็จะไม่หลุดออกจากพุทโธไปอย่างแน่นอน เพราะพุทโธกับจิตที่แนบสนิทกันได้นั้น ก็เพราะมีสติ หรือความระมัดระวัง ความเพ่งนี้เป็นตัวผูกมัดให้จิตอยู่กับพุทโธ ที่จิตกับพุทโธแยกออกจากกัน ก็เพราะความระมัดระวังหรือความเพ่งที่กำหนดลงไปนั้น มันไม่ต่อเนื่องขาดวรรคขาดตอน จิตก็เลยฟุ้งกระจายออกไป การภาวนาของเราก็เลยไม่ปรากฏผลคือความสงบขึ้นมา

แม้แต่การเพ่งพิจารณาทางด้านปัญญาก็ตาม เราก็ต้องเพ่งลงไปในธรรมที่เราพิจารณา ไม่ว่าจะพิจารณาอสุภะในทางรูปขันธ์ หรือพิจารณาอนิจจัง ทุกขัง อนัตตา ในส่วนของนามธรรม คือเวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ ในขณะที่เราพิจารณา ความระมัดระวัง ความเพ่ง ต้องคู่เคียงไปกับความรู้สึกที่คลี่คลายแยกแยะอาการทั้งหลายเหล่านั้น ให้เห็นชัดเจนตามธรรมที่เรายกขึ้นมาเป็นบทเบื้องต้น”

พระอาจารย์สุธรรม สุธัมโม

23/04/2026
23/04/2026
“ขอเชิญร่วมสร้างบ้านมั่นคงคุ้มแดดฝนให้แก่ผู้ยากไร้”วันพรุ่งนี้ 23 เมษายน 2569 ขอกราบเรียนเชิญผู้ใจบุญทั้งหลายร่วมทอดผ้าป...
22/04/2026

“ขอเชิญร่วมสร้างบ้านมั่นคงคุ้มแดดฝนให้แก่ผู้ยากไร้”

วันพรุ่งนี้ 23 เมษายน 2569 ขอกราบเรียนเชิญผู้ใจบุญทั้งหลายร่วมทอดผ้าป่าสามัคคีเพื่อสร้างบ้านให้ผู้ยากไร้กลุ่มเปราะบางทั้งจังหวัดสกลนคร จำนวน 200 หลัง โดยหลวงพ่อสุธรรม สุธัมโม เป็นประธานสงฆ์ ณ วัดป่าหนองไผ่ จ.สกลนคร

ร่วมทำบุญตามกำลังศรัทธาได้ที่

4123548202

ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ชื่อบัญชี บ้านตุ้มโฮม ปันสุข

เพื่อสร้างกุศลให้พวกเขาได้มีที่พักที่อยู่อาศัยมั่นคงแข็งแรง คุ้มแดดคุ้มฝน กันลมหนาว ซึ่งอาจจะเป็นบ้านหลังแรกและหลังสุดท้ายของเขาก็ได้ และตกทอดแก่ลูกหลานในอนาคต

อนุโมทนาบุญกับผู้มีจิตศรัทธาอันเป็นบุญกุศลทั้งหลายครับ

#บ้านตุ้มโฮมปันสุข

"เมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา"คำว่า “เมตตา” นี้ก็คือมีความปรารถนาดี ปรารถนาดีต่อสรรพสัตว์ทั้งหลายที่ตกทุกข์ได้ยาก เมื่อเรา...
22/04/2026

"เมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา"

คำว่า “เมตตา” นี้ก็คือมีความปรารถนาดี ปรารถนาดีต่อสรรพสัตว์ทั้งหลายที่ตกทุกข์ได้ยาก เมื่อเรามีความปรารถนาดีต่อเขา จิตใจของเราก็มีความเบิกบานในระดับหนึ่ง เมื่อเรามีความปรารถนาดีต่อเขา เราก็มีความ

“กรุณา” คือสงสาร สงสารเมื่อเขาตกทุกข์ได้ยาก เรามีความสามารถที่จะช่วยเหลือได้อย่างไร สงเคราะห์เขาได้อย่างไร เราก็พยายามสงเคราะห์ตามกำลังความสามารถของเรานั้นเอง

เมื่อเราสงเคราะห์สุดกำลังความสามารถของเราแล้ว เขาพ้นจากกองทุกข์ เขาได้ดิบได้ดีจากการสงเคราะห์ จากการช่วยเหลือด้วยความเมตตากรุณาของเรา เราก็พลอยยินดีในความพ้นทุกข์หรือความได้ดิบได้ดีของเราเรียกว่า “มุทิตา” พลอยยินดี

แต่แม้เราทุ่มเทสุดกำลังความสามารถของเราแล้ว ด้วยความเมตตา กรุณา แล้ว แต่ก็ไม่สามารถยกเขาให้พ้นจากกองทุกข์ได้ นั่นก็เป็นธรรมชาติธรรมดาของสัตว์โลก เราก็ต้องรู้จักวาง “อุเบกขา”

เพราะฉะนั้น การใช้พรหมวิหารนี้ ไม่ใช่เอะอะก็อุเบกขา พอไปเห็นอะไรก็อุเบกขา อุเบกขา อันนี้มันเป็นลักษณะของคนใจจืดใจดำ พอคนต้องการความช่วยเหลือก็ โอ้ย อุเบกขา มันเป็นธรรมดาของสัตว์โลก นั่นเป็นลักษณะของคนใจจืดใจดำ อุเบกขานี่เป็นเกราะป้องกันตัวเราเอง เมื่อตัวเราเองทำสุดกำลังความสามารถของเราแล้ว

เมื่อเรามี เมตตา กรุณา มุทิตา ทุ่มเทสุดกำลังของเราแล้ว ถ้าเราไม่มีอุเบกขา พอเราช่วย เราปรารถนาให้เขาได้ดิบได้ดี แต่เราไม่สามารถช่วยเขาให้พ้นจากกองทุกข์ได้ เรายังจมอยู่ในกองทุกข์ เราก็ไปเศร้าโศกเสียใจ ไปคับแค้นใจ ไปกลุ้มอกกลุ้มใจ นั่นแหละ มันไม่มีอุเบกขาคุ้มครองตัวเอง เราต้องรู้จักวางอุเบกขา อุเบกขานี้ ต้องใช้ในลำดับสุดท้ายนะ ไม่ใช่ใช้ก่อน

หลวงพ่อสุธรรม สุธัมโม

#วัดป่าบ้านตาดวัดเกษรศีลคุณ
#หลวงพ่อสุธรรมสุธัมโม

ที่อยู่

WATPANONGPAI (วัดป่าหนองไผ่) Tambon D**g Mafai, Amphoe Mueang Sakon Nakhon
Sakon Nakhon
47000

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ วัดป่าหนองไผ่ สกลนคร โดยคณะศิษย์หลวงปู่มั่น ภูริทัตโตผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง วัดป่าหนองไผ่ สกลนคร โดยคณะศิษย์หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต:

แชร์