ข้อมูลเพิ่มเติม
ประวัติคริสตจักรเซเว่นธ์เดย์แอ๊ดเวนตีสสากลโดยย่อ
จากระยะเวลาเพียงหนึ่งศตวรรษครึ่ง คริสตจักรเซเว่นธ์เดย์แอ๊ดเวนตีสมีการเจริญเติบโตขึ้นจากกลุ่มผู้เชื่อกลุ่มเล็กๆ เพียงไม่กี่คน ผู้ศึกษา
พระคัมภีร์เพื่อค้าหาความจริงด้วยความมุ่งมั่น ไปสู่ชุมชนผู้เชื่อกระจายไปทั่วโลกกว่า 14 ล้านคน คนเหล่านี้ยึดมั่นคริสตจักรนี้เป็นที่พำนัก
ฝ่ายจิตวิญญาณ หลักของเชื่อของเซเว่นธ์เดย์แอ๊ดเวนตีสเป็นมรดกความเชื
่อที่ได้รับจากกลุ่มผู้ติดตามนายวิลเลี่ยม มิลเลอร์ ในยุค 1840 ชื่อ
"เซเว่นธ์เดย์แอ๊ดเวนตีส" เป็นที่รู้จักก่อนการจัดตั้งคริสตจักรเป็นองค์กรขึ้นเมื่อวันที่ 2 พฤษภาคม ค.ศ. 1860 ด้วยจำนวนโบสถ์ 125 แห่ง และ
สมาชิกโบสถ์จำนวน 3,500 คน
ระหว่าง ค.ศ. 1831 และ 1844 วิลเลี่ยม มิลเลอร์ นักเทศน์จากคริสตจักรแบ๊บติสต์ และอดีตทหารจากสงครามเมื่อ ค.ศ. 1812 ได้ประกาศข่าว
"การตื่นตัวของผู้รอคอยการเสด็จกลับมาครั้งที่สอง" ของพระเยซูแก่กลุ่มคริสเตียนทั่วไป ทั้งนี้เป็นผลมาจากการศึกษาคำพยากรณ์ของ
พระธรรมดาเนียล8:14 มิลเลอร์ได้คำนวณเวลาและสรุปว่าพระเยซูจะเสด็จกลับมายังโลกนี้เป็นครั้งที่สองในระหว่าปีค.ศ. 1843 และ 1844
บางคนในกลุ่มผู้เชื่อเหล่านี้คำนวณและกล่าวว่าพระเยซูจะเสด็จกลับมาในวันที่ 22 ตุลาคม ค.ศ. 1844 เมื่อพระเยซูไม่ได้เสด็จกลับมาตามที่
คาดหวัง กลุ่มผู้ติดตามมิลเลอร์ผู้ผ่านประสบการณ์ครั้งนั้นเรียกเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นว่า "การผิดหวังครั้งยิ่งใหญ่"
บรรดาผู้เข้าร่วมกลุ่มผู้รอคอยพระเยซูครั้งนั้นจำนวนหลายพันคนได้ละทิ้งกลุ่มไปด้วยความผิดหวังในสิ่งที่เคยเชื่อ อย่างไรก็ตามมีบางคน
ในกลุ่มผู้เชื่อได้หันกลับไปศึกษาพระคัมภีร์เพื่อค้นหาเหตุผลของความผิดหวังในครั้งนั้น ไม่นานต่อมาคนเหล่านี้ได้สรุปว่าการกำหนดวันที่
22 ตุลาคม นั้นถูกต้องแล้ว พวกเขาเชื่อว่าคำพยากรณ์ของพระคัมภีร์ที่กล่าวไว้ไม่ได้หมายความว่าพระเยซูจะเสด็จมายังโลกนี้ในปี ค.ศ. 1844
แต่เป็นการที่พระองค์ทรงเริ่มพระราชกิจพิเศษในสวรรค์เพื่อผู้ติดตามพระองค์ คนเหล่านี้ยังรอคอยพระเยซูเสด็จกลับมาในอีกไม่ช้านี้ เหมือน
กับสมาชิกคริสตจักรเซเว่นธ์เดย์แอ๊ดเวนตีสในอดีตที่เฝ้ารอคอยการเสด็จกลับมาของพระองค์
หลังจาก "การผิดหวังครั้งใหญ่" ได้เกิดผู้นำหลายคนจากกลุ่มเล็กที่ไม่ยอมละทิ้งความเชื่อ ได้รวมตัวกันจัดตั้งกลุ่มซึ่งต่อมาคือ คริสตจักร
เซเว่นธ์เดย์แอ๊ดเวนตีส ในบรรดาผู้นำที่โดดเด่นเหล่านั้นได้แก่ เจมส์และเอเลน จี. ไว้ท์ สามี ภรรยาที่แต่งงานได้ไม่นาน และโจเซฟ เบ็ตส์
อดีตกัปตันเรือ
จากกลุ่ม "แอ๊ดเวนตีส" หรือผู้รอคอยการเสด็จกลับมาของพระเยซูกลุ่มเล็ก ๆ นี้ได้เจริญขึ้น ส่วนใหญ่อยู่ในรัฐนิวอิงแลนด์ ประเทศสหรัฐ
อเมริกา ขณะที่เกิดเหตุการณ์ "ความผิดหวังครั้งใหญ่" นั้น เอเลน จี. ไว้ท์ ยังอยู่ในวัยสาวรุ่น เติบโตขึ้นเป็นนักเขียน นักเทศน์ และผู้บริหาร
ที่มีความสามารถพิเศษ เป็นผู้ให้คำปรึกษาด้านจิตวิญญาณซึ่งเป็นที่วางใจของสมาชิกในครอบครัวใหญ่ของแอ๊ดเวนตีสเป็นเวลานานกว่า
เจ็ดสิบปี จนกระทั่งเสียชีวิตในปี ค.ศ. 1915 นับตั้งแต่เข้ารวมกลุ่มกับผู้รอคอยการเสด็จกลับมาครั้งที่สองของพระเยซู เธอได้ยึดมั่นใน
ความเชื่อนี้ตลอดมา มีความชื่นชมยินดีที่ได้เข้าร่วมกลุ่มกับประชากรของพระเจ้าด้วยการให้คำแนะนำในด้านต่าง ๆ ผ่านงานเขียนแก่ผู้เชื่อซึ่ง
เติบโตมากขึ้นเรื่อยๆ
ในปี ค.ศ. 1860 กลุ่มผู้เชื่อที่รวมตัวกันอย่างหลวมๆ ได้ผนึกขึ้น ตั้งชื่อว่า เซเว่นธ์เดย์แอ๊ดเวนตีส (ผู้รอคอยการเสด็จกลับมาครั้งที่สอง
ของพระเยซู ถือรักษาวันที่เจ็ดเป็นวันนมัสการ) ในปี ค.ศ. 1863 ได้จัดตั้งองค์กรคริสตจักรอย่างเป็นทางการด้วยจำนวนสมาชิก 3,500 คน
ระยะแรกการทำงานส่วนใหญ่อยู่ในอเมริกาเหนือ จนกระทั่ง ค.ศ. 1874 คริสตจักรได้ส่ง เจ. เอ็น. แอนดรูวส์ เป็นผู้ประกาศศาสนา
(มิชชันนารี) คนแรกออกไปทำงานต่างประเทศ ไปยังประเทศสวิสเซอร์แลนด์ ในปี ค.ศ. 1879 ส่งดร. เอช พี. ริบตัน ผู้กลับใจใหม่จาก
ประเทศอิตาลี ไปทำงานในทวีปอาฟริกาช่วงสั้นๆ เมื่อเขาย้ายไปทำงานที่ประเทศอียิปต์ เปิดโรงเรียน แต่โครงการต้องยุติไปเพราะเหตุ
รุนแรงในพื้นที่
ประเทศรัสเซียเป็นประเทศแรกที่ไม่ใชคริสตจักรโปรเตสแตนท์ที่คริสตจักรส่งผู้ประกาศเข้าไปทำงานในปี ค.ศ. 1886 เมื่อวันที่ 20 ตุลาคม
1890 เรือพิทเคร์น เรือขนส่งผู้ประกาศศาสนาเดินทางไปยังหมู่เกาะแปซิฟิกได้เดินทางออกจากท่าเรือเมืองซานฟานซิสโก คริสเตียน
เซเว่นธ์เดย์แอ๊ดเวนตีสได้เข้าไปทำงานในประเทศที่ไม่มีคริสเตียนครั้งแรกเมื่อ ค.ศ. 1894 ได้แก่ประเทศ กาน่า อาฟริกาตะวันตก
และมาตาเบเลแลนด์ในอาฟริกาใต้ ในปีเดียวกันได้ส่งผู้ประกาศศาสนาไปยังประเทศในแถบอเมริกาใต้ ค.ศ. 1896 มีผู้ประกาศเข้าไปยัง
ประเทศญี่ปุ่น ขณะนี้คริสตจักรกำลังทำงานอยู่ใน 209 ประเทศ (จากจำนวน 230 ประเทศตามที่ได้รับรองโดยองค์การสหประชาชาติ)
สิ่งพิมพ์ต่างๆ ได้จำทำขึ้นแจกจ่ายเป็นปัจจัยหลักทำให้คริสตจักรเติบโตขึ้น นิตยสารแอ็ดเวนท์ริวแอนซาบบาธ (ปัจจุบันชื่อ แอ็ดเวนตีสรีวิว)
เป็นสื่อการพิมพ์หลักของคริสตจักรจำหน่ายในเมืองปารีส รัฐเมน ในปี ค.ศ. 1850 นิตยสารยูธอินสตรัคเตอร์ พิมพ์ในเมืองโรเชสเตอร์
รัฐนิวยอร์ค ในปี ค.ศ. 1852 และนิตยสารไชน์ออฟเดอะไทม์ พิมพ์ในเมืองโอคแลนด์ รัฐแคลิฟอร์เนีย ในปี ค.ศ. 1874 โรงพิมพ์แห่งแรกของ
คริสตจักรตั้งขึ้นครั้งแรกที่เมืองแบทเทิลครีก รัฐมิชิแกน เริ่มดำเนินงานในปี ค.ศ. 1855 และเข้ารวมเป็นหน่วยงานหนึ่งของสมาคมการพิมพ์ของคริสตจักรเซเว่นธ์เดย์แอ๊ดเวนตีส
สถาบันเพื่อการปฏิรูปสุขภาพซึ่งต่อมาเป็นที่รู้จักในนามโรงพยาบาลแบทเทิลครีก เปิดดำเนินงานในปี ค.ศ. 1866 จัดตั้งสมาคมผู้ประกาศ
ศาสนาจัดตั้งขึ้นในปี ค.ศ. 1870 เพื่อบริการผู้รับใช้ทุกคน เครือข่ายโรงเรียนทั่วโลกจัดตั้งขึ้นในปี ค.ศ. 1872 และในปี ค.ศ. 1877 ได้
จัดตั้งสมาคมโรงเรียนสะบาโต ในปี ค.ศ. 1903 สำนักงานใหญ่ของริสตจักรได้ย้ายจากเมืองแบทเทิลครีก รัฐมิชิแกน ไปตั้งที่กรุงวอชิงตัน
ดี.ซี. และในปี ค.ศ. 1989 ย้ายไปที่เมืองซิลเวอร์สปริง รัฐแมรี่แลนด์ เป็นศูนย์กลางของการดำเนินการขยายงานต่อไป
มูลนิธิเซเว่นธ์เดย์แอ๊ดเวนตีสตั้งขึ้นเป็นมูลนิธิแรกของคริสตจักร
เมื่อสงครามโลกครั้งที่สองเริ่มขึ้นรัฐบาลไทยได้เลือกเข้าฝ่ายอักษะซึ่งมีญี่ปุ่นและเยอรมันนีเป็นผู้นำ ทรัพย์สินของคริสตจักรเซเว่นธ์เดย์
แอ๊ดเวนตีสซึ่งถือว่าดำเนินการโดยมิชชันนารีอเมริกันถูกยึด ทำให้ผู้นำสหมิชชั่นมาลายันและสำนักงานมิชชั่นเห็นควรหาทางปกป้องทรัพย์สิน
ของคริสตจักรในอนาคต ในปี ค.ศ. 1956 จึงเริ่มดำเนินการขออนุญาต ค.ศ. 1962 จัดตั้งเป็นมูลนิธิ อาจารย์กำจร ศรีรัตนประพาส เป็นประธาน
------------------------------------------------
หลักข้อเชื่อของเซเว่นธ์เดย์แอ๊ดเวนตีส
เซเว่นธ์เดย์แอ๊ดเวนตีสรับเอาพระคัมภีร์เป็นหลักความเชื่อเพียงแหล่งเดียว และถือปฏิบัติตามพื้นฐานความเชื่อ ตามคำสอนของพระคัมภีร์อัน
ศักดิ์สิทธิ์ ความเชื่อ เหล่านี้ตามที่สรุปไว้ตรงนี้ เป็นหลักข้อเชื่อที่คริสตจักรมีความเข้าใจ และแสดงออกในคำสอนของพระคัมภีร์ การปรับปรุง
แก้ไขถ้อยคำนี้จะทำได้ต่อเมื่อมีตัวแทนจากทั่วโลกมา ประชุมกันครบรอบห้าปีของสำนักงานใหญ่หรือเมื่อคริสตจักรได้ทรงนำจากพระวิญญาณ
บริสุทธิ์ให้เข้าใจในความจริงของพระคัมภีร์มากขึ้น หรือเมื่อพบภาษาที่จะสำแดง คำสอนในพระวจนะศักดิ์สิทธิ์ของพระเจ้าได้ดีขึ้น
1.พระคริสตธรรมคัมภีร์อันศักดิ์สิทธิ์
2.ตรีเอกานุภาพ
3.พระเจ้าพระบิดา
4.พระเจ้าพระบุตร
5.พระเจ้าพระวิญญาณบริสุทธิ์
6.การเนรมิตสร้าง
7.ลักษณะตามธรรมชาติของมุษย์
8.การต่อสู้อันยิ่งใหญ่ระหว่างพระคริสต์กับซาตาน
9.ชีวิต ความมรณา และการเป็นขึ้นมาจากความตายของพระคริสต์
10.ประสบการณ์แห่งความรอด
11.เติบโตขึ้นในพระคริสต์
12.คริสตจักร
13.คริสตจักรที่เหลืออยู่ และพันธกิจของคริสตจักร
14.เอกภาพในพระกายของพระคริสต์
15.บัพติศมา: การจุ่มลงในน้ำทั้งตัว (โรม 6:1-6;
โคโลสี 2:12-13; กิจการ 16:30-33; 22:16; 2:38 มัทธิว 28:19; 20)
16.พิธีมหาสนิท
17.ของประทานฝ่ายจิตวิญญาณและพันธกิจการรับใช้
18.ของประทานในการเผยพระวจนะ
19.พระบัญญัติของพระเจ้า
20.วันสะบาโต: พระบัญญัติสิบประการข้อที่สี่ของพระเจ้าที่ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ เป็นกฎที่กำหนดให้รักษา วันสะบาโตวันที่เจ็ดให้เป็นวันแห่งการพักผ่อน วันนมัสการ (ปฐมกาล 2:1-3 อพยพ 20:8-11 ลูกา 4:16 อิสยาห์ 56:5; 6;
58:13-14 มัทธิว 12:1-12 อพยพ 31:13-17 เอเศเคียล 20:12; 20 เฉลยธรรมบัญญัติ 5:12-15 ฮีบรู 4:1-11 เลวีนิติ 23:32 มาระโก 1:32)
21.ฉันทภาระ
22.อุปนิสัยของคริสเตียน
23.ชีวิตสมรสและครอบครัว
24.พระราชกิจของพระคริสต์ในสถานศักดิ์สิทธิ์บนสวรรค์
24.พระราชกิจของพระคริสต์ในสถานศักดิ์สิทธิ์บนสวรรค์
25.การเสด็จกลับมาครั้งที่สองของพระคริสต์
26.ความตายและการเป็นขึ้นมาจากความตาย
27.ระยะเวลาหนึ่งพันปี และการสิ้นสุดของความบาป
28.โลกใหม่
-----------------------------------------------------