22/01/2026
สรุปโดยย่อ
“วัดไม่ใช่มูลนิธิ เหตุใด ต้องให้เจ้าอาวาส ตั้งกรรมการวัด” วัดส่วนใหญ่ในประเทศไทย ท่านเจ้าอาวาสประสบปัญหากรณีที่วัดได้ตั้งกรรมการ เพื่อให้ช่วยพัฒนาวัดและหรือกิจการทั่วไปของวัด แต่การณ์กลับปรากฎ กรรมการวัดมีอำนาจเหนือเจ้าอาวาส จะทำอะไรก็ต้องขอความเห็น จะเบิกเงินมาจ่ายค่าไฟก็ต้องบอกกรรมการวัด ไม่อยากจัดงานวัดก็โดนกรรมการวัดเล่นงาน สารพัดปัญหา
หลายท่านอยากให้แต่ละวัดตั้งกรรมการวัดมาเพื่อช่วยท่านเจ้าอาวาสในการบำรุงรักษาวัด จัดกิจการและศาสนสมบัติของวัดให้เป็นไปด้วยดี อันนี้ไม่ขัดข้องครับ แต่ต้องเป็นไปตามที่เจ้าอาวาสมอบหมายเท่านั้น
ดังนั้น จึงอยากให้ท่านเจ้าอาวาสทำความเข้าใจกับญาติโยม และผู้นำท้องที่ท้องถิ่นให้ชัดเจน หรือจะเชิญเขามาเป็นไวยาวัจกร หรือเป็นที่ปรึกษาในการพัฒนาวัดจะเกิดประโยชน์มากกว่า ส่วนญาติโยมหรือผู้นำท้องที่ท้องถิ่นก็ควรทำความเข้าใจกับบทบาทและอำนาจหน้าที่ของเจ้าอาวาส และหรือของตนเอง จะได้ไม่ก้าวก่ายซึ่งกันและกัน มาร่วมกันพัฒนาวัดของเราให้เข้าหลักไตรสิกขา คือ สะอาด สงบ และเป็นพื้นที่สร้างปัญญาให้กับชุมชน ดีกว่ามาทะเลาะหรือจับผิดกันและกัน
EP1.
พระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พ.ศ.2505
//หมวด ๕ วัด//
มาตรา ๓๑ วัดมีสองอย่าง
(๑) วัดที่ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา
(๒) สำนักสงฆ์
ให้วัดมีฐานะเป็นนิติบุคคล
เจ้าอาวาสเป็นผู้แทนของวัดในกิจการทั่วไป
ทีนี้ เรามาดูว่าในพรบ.ดังกล่าว ท่านกำหนดหน้าที่เจ้าอาวาสไว้อย่างไรบ้าง
มาตรา ๓๗ เจ้าอาวาสมีหน้าที่ ดังนี้
(๑) บำรุงรักษาวัด จัดกิจการและศาสนสมบัติของวัดให้เป็นไปด้วยดี
(๒) ปกครองและสอดส่องให้บรรพชิตและคฤหัสถ์ที่มีที่อยู่หรือพำนักอาศัยอยู่ในวัดนั้นปฏิบัติตามพระธรรมวินัย กฎมหาเถรสมาคม ข้อบังคับ ระเบียบ หรือคำสั่งของมหาเถรสมาคม
(๓) เป็นธุระในการศึกษาอบรมและสั่งสอนพระธรรมวินัยแก่บรรพชิตและคฤหัสถ์
(๔) ให้ความสะดวกตามสมควรในการบำเพ็ญกุศล
นอกจากนี้ ท่านยังกำหนดอำนาจเจ้าอาวาสไว้ว่า
มาตรา ๓๘ เจ้าอาวาสมีอำนาจ ดังนี้
(๑) ห้ามบรรพชิตและคฤหัสถ์ซึ่งมิได้รับอนุญาตของเจ้าอาวาสเข้าไปอยู่อาศัยในวัด
(๒) สั่งให้บรรพชิตและคฤหัสถ์ซึ่งไม่อยู่ในโอวาทของเจ้าอาวาสออกไปเสียจากวัด
(๓) สั่งให้บรรพชิตและคฤหัสถ์ที่มีที่อยู่หรือพำนักอาศัยในวัด ทำงานภายในวัด หรือให้ทำทัณฑ์บนหรือให้ขอขมาโทษ ในเมื่อบรรพชิตหรือคฤหัสถ์ในวัดนั้นประพฤติผิดคำสั่งเจ้าอาวาสซึ่งได้สั่งโดยชอบด้วยพระธรรมวินัยกฎมหาเถรสมาคม ข้อบังคับ ระเบียบหรือคำสั่งของมหาเถรสมาคม
กลับมาต่อ กรณี “วัดไม่ใช่มูลนิธิ เหตุใด ต้องให้เจ้าอาวาส ตั้งกรรมการวัด” วัดส่วนใหญ่ในประเทศไทย ท่านเจ้าอาวาสประสบปัญหากรณีที่วัดได้ตั้งกรรมการวัด เพื่อให้ช่วยพัฒนาวัดและหรือกิจการทั่วไปของวัด แต่การณ์กลับปรากฎ กรรมการวัดมีอำนาจเหนือเจ้าอาวาส จะทำอะไรก็ต้องขอความเห็น จะเบิกเงินมาจ่ายค่าไฟ ก็ต้องบอกกรรมการวัด ไม่อยากจัดงานวัด ก็โดนกรรมการวัดเล่นงาน สารพัดปัญหา
ต่อ ep2.
หากเจ้าอาวาส จำเป็นต้องตั้งกรรมการวัด ท่านควรอ้างกฎหมายใด?
ผู้เขียนเคยเข้าไปช่วยแก้ไขปัญหากรณี เรื่อง กรรมการวัด หลายครั้ง หลายวัด สิ่งที่พบคือ
1.ไม่ปรากฎคำสั่ง อ้างเป็นมานานแล้วบ้าง อ้างท่านเจ้าอาวาสรูปเดิม ตั้งมานานแล้ว จำไม่ได้บ้าง (หัวจะปวด)
2.ปรากฎคำสั่ง แต่ในคำสั่งของเจ้าอาวาส ไม่อ้างกฎหมายฉบับใดเลย (อันนี้ งงเข้าไปใหญ่) หรือบางวัด ก็อ้างผิด อ้างถูก
หลายท่านอยากให้แต่ละวัดตั้งกรรมการวัดมาเพื่อช่วยท่านเจ้าอาวาส ในการบำรุงรักษาวัด จัดกิจการและศาสนสมบัติของวัดให้เป็นไปด้วยดี อันนี้ ไม่ขัดข้องครับ แต่ต้องเป็นไปตามที่เจ้าอาวาสมอบหมายเท่านั้น
สังเกตมั้ยครับว่า เจ้าคณะผู้ปกครองสงฆ์ ท่านไม่ได้จำกัดการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าอาวาส ท่านเปิดโอกาสให้เจ้าอาวาสใช้มาตรา 37 (1) เพื่อช่วยเหลือตัวเองในการพัฒนาวัด หรือกิจการอื่นๆ
ดังนั้น หากเจ้าอาวาสวัดใดประสงค์จะตั้งกรรมการวัดขึ้นมาเพื่อช่วยเหลือเจ้าอาวาส ในการใดการหนึ่ง ควรอ้าง พรบ.คณะสงฆ์ พ.ศ.2505
มาตรา 37 (1) บำรุงรักษาวัด จัดกิจการและศาสนสมบัติของวัดให้เป็นไปด้วยดี
และต้องระบุหน้าที่ให้ชัดเจน รวมถึงระยะเวลาของคำสั่ง
Ep3.
แล้วเจ้าอาวาส ควรตั้งกรรมการวัดมั้ย?
เมื่อพิจารณาตามข้อกฎหมาย กฎมหาเถรสมาคม มติ คำสั่ง ประกาศมหาเถรสมาคม ไม่พบว่า เจ้าอาวาสจะต้องตั้ง หรือต้องมีกรรมการวัด
ผู้เขียนกล่าวไว้แล้วว่า จะตั้งกรรมการวัดขึ้นมาเพื่อช่วยเหลือเจ้าอาวาสหรือกิจการใดกิจการหนึ่งในวัดก็ได้ แต่ไม่ใช่ตั้งขึ้นมาเพื่อช่วยบริหารวัด เพราะวัดไม่ใช่มูลนิธิ
ทั้งนี้ ต้องระบุหน้าที่ และระยะเวลาสิ้นสุดหน้าที่ให้ชัดเจน
ข้อควรระวัง! อย่าให้กรรมการมาก้าวก่ายหน้าที่และอำนาจของตนเอง
ทีนี้มาถึงกฎมหาเถรสมาคมที่เจ้าอาวาสต้องปฏิบัติตาม คือ กฎมหาเถรสมาคม ฉบับที่ ๑๘ (พ.ศ.๒๕๓๖)
ว่าด้วยการแต่งตั้งถอดถอนไวยาวัจกร
วัดแต่ละวัดต้องมีไวยาวัจกร ซึ่งในกฎมหาเถรสมาคม ฉบับดังกล่าว ไม่ได้จำกัดจำนวนไวยาวัจกร
โดยให้ไวยาวัจกร มีหน้าที่เบิกจ่ายนิตยภัต และจะมีอำนาจหน้าที่ดูแลรักษาจัดการทรัพย์สินของวัดได้ ตามที่เจ้าอาวาสมอบหมายเป็นหนังสือ
ดังนั้น จึงอยากให้ท่านเจ้าอาวาสทำความเข้าใจกับญาติโยม และผู้นำท้องที่ท้องถิ่น ให้ชัดเจน
หรือจะเชิญเขามาเป็นไวยาวัจกร หรือเป็นที่ปรึกษาในการพัฒนาวัด จะเกิดประโยชน์มากกว่า
ส่วนญาติโยมหรือผู้นำท้องที่ท้องถิ่น ก็ควรทำความเข้าใจกับบทบาทและอำนาจหน้าที่ของเจ้าอาวาส และหรือของตนเอง จะได้ไม่ก้าวก่ายซึ่งกันและกัน
มาร่วมกันพัฒนาวัดของเรา ให้เข้าหลักไตรสิกขา คือ สะอาด สงบ และเป็นพื้นที่สร้างปัญญา ให้กับชุมชน ดีกว่ามาทะเลาะหรือจับผิดกันและกัน
จบ.
ขอบคุณทุกท่านที่เข้ามาแสดงความเห็นด้วยกัลยาณมิตร
บุญเชิด กิตติธรางกูร ป.ธ.๙
รองผู้อำนวยการ
สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ