เส้นทาง

Top 100 เครื่อข่าย พุทธบุตร

คำสอนหลวงพ่อเรื่อง “รักษากำลังใจในปัจจุบัน”... คนผู้มีอารมณ์วุ่นวายนี้ มีร่างกายเศร้าหมอง หน้าตาเศร้าหมองก็แก่เร็วและที่...
26/09/2022

คำสอนหลวงพ่อเรื่อง “รักษากำลังใจในปัจจุบัน”..
. คนผู้มีอารมณ์วุ่นวายนี้ มีร่างกาย
เศร้าหมอง หน้าตาเศร้าหมองก็แก่เร็ว
และที่ท่านบอกว่าการละความห่วงใย
ไม่ให้จิตเกาะเกี่ยวกับอารมณ์ที่ยังมา
ไม่ถึง หรือว่าอารมณ์ที่ล่วงไปแล้ว

เพราะว่าอารมณ์ที่ล่วงไปแล้วนั้น
ถึงแม้ว่าเราไปย้อนคิดถึงมันยังไงๆ มันก็
มาไม่ได้ มันไร้ประโยชน์ สิ่งที่ยังมาไม่ถึง
เราจะดึงให้มันมา มันก็มาไม่ได้

ถ้าเราทุกคนรักษาจิตใจในปัจจุบันนี้
ให้มีความสุข ความสุขที่จะพึงมีในปัจจุบัน
ที่มันสุขจริงนั้นก็คือ

๑.”อารมณ์ความรัก” คำว่ารักอยู่ที่ไหน
จิตใจสบายที่นั่น ให้จิตใจของเรารักอยู่
เสมอ รักคน รักสัตว์ โลกนี้ทั้งหมดเสมอ
กัน เราไม่คิดจะเป็นศัตรูกับใคร จิตใจ
มันก็ชุ่มชื่น

๒.”มีจิตกรุณา สงสาร” ปรารถนาที่จะ
เกื้อกูลบุคคลอื่นให้มีความสุข ถ้าสิ่งนั้น
ไม่เกินวิสัยสำหรับเรา กำลังใจแบบนี้
เป็นกำลังใจที่ผ่องใสทำให้ใจสบาย

๓.”มุทิตา” ถ้าจิตใจของเราไม่อิจฉา
ริษยาใคร เห็นใครได้ดี พลอยยินดีกับ
ความดีของเขา แล้วก็ลอกแบบลอกแผน
ของเขามาประพฤติปฏิบัติ ใจเราก็เป็นสุข

๔.”อุเบกขา” อย่างที่ “พระเตมีย์” ว่า
สิ่งใดที่ผ่านไปแล้วแม้ว่าจะเป็นวิสัยทำให้
ใจเราเศร้าโศก เราก็ไม่เศร้าโศก เพราะ
ว่านั่นมันเป็นเรื่องผ่านไปแล้ว และสิ่งใด
ที่เราคิดไว้ว่าอยากจะได้ มันยังมาไม่ถึง
เราก็ไม่สนใจในมัน

เพราะถือว่าสนใจก็ไม่ได้เกิดประโยชน์
อะไร เพราะยังมาไม่ถึง ทรงอารมณ์วางเฉย
ไว้ในปัจจุบัน คิดว่าสิ่งใดที่ผ่านไปแล้วก็
ช่างมัน ที่ยังมาไม่ถึงก็ไม่สนใจ “รักษา
กำลังใจในปัจจุบัน” คือ เวลานี้ให้มันดีไว้

ถ้าทุกคนทำใจอย่างนี้ อารมณ์ใจ
ไม่เศร้าหมอง ผิวพรรณจะผ่องใสเพราะ
อำนาจของธรรมปีติ นี่เราจะเห็นกันได้ว่า
ผู้จะเดินสายสมถกรรมฐานและวิปัสสนา
กรรมฐาน

ถ้ากำลังใจของบุคคลเข้าถึงธรรมปีติ
หน้าตาของบุคคลนั้นก็จะมีแต่ความแช่ม
ชื่น โดยเฉพาะอย่างยิ่งพูดกันอย่างชาว
บ้าน คนนั้นแก่ยาก บางทีอายุเกือบจะ
๗๐ ปี ชาวบ้านบอก

“แหม… คิดว่าอายุ ๔๐ หรือว่าอายุ ๕๐”
ที่เป็นอย่างนี้เพราะกำลังใจของเขามี
ความสุข ..

(พระเดชพระคุณหลวงพ่อพระราชพรหมยาน)

30/08/2022

เรื่อง พระศรีอริยะเมตไตรย
โดยหลวงพ่อพระราชพรหมยาน(วัดท่าซุง)
"ว่าทำบุญอย่างไร...จึงจะทันศาสนาพระศรีอาริย์?"

ถามว่า "แนะนำแล้วทุกอย่าง แต่ว่าไม่รู้ข้อเจาะจง ให้เจาะ จงไปว่าทำบุญอย่างไร...จึงจะทันศาสนาพระศรีอาริย์?"

(นี่..สำหรับคนมี "บารมีอ่อน" นะ คนมี "บารมีเข้ม" ให้ตั้งใจไปนิพพานชาตินี้ ถ้าคน "บารมีอ่อน" ตั้งใจไปนิพพานชาติพระ ศรีอาริย์ หรือวางแผนไว้ ๒ อย่างก็ได้ว่า ตั้งใจไปนิพพานชาตินี้ ถ้าพลาดชาตินี้ ขอให้ได้นิพพานสมัยพระศรีอาริย์ก็ได้)

ท่านบอกว่า "ให้ทุกคนที่ต้องการเกิดทันสมัยผม ให้รักษาศีล ๕ เป็นปกติ รักษา กรรมบถ ๑๐ เป็นปกติทุกวัน ไม่คลาดเคลื่อนอย่างนี้เป็นอุคฆฏิตัญญู ไปเกิดในสมัยผมฟังเทศน์แค่ หัวข้อเล็ก ๆ สั้น ๆ ก็บรรลุมรรคผลทันที

ถ้าบางท่านปฏิบัติอ่อนกว่านั้น รักษาได้ กรรมบถ ๑๐ เหมือนกัน ศีล๕ ก็ครบ แต่ว่าบางทีก็มีอาการเผลอเล็กน้อย อย่างนี้เป็นวิปจิตัญญู หมายความไปเกิดสมัยผมเทศน์หัวข้อฟังไม่เข้าใจ ต้องอธิบายเล็กน้อยจึงบรรลุอรหันต์

บางท่านที่มีบารมีอ่อนกว่านั้น วันธรรมดา ๆ อาจจะบก พร่องบ้างเป็นของธรรมดา แต่สำหรับวันพระต้องรักษาให้ครบ ถ้วนทั้ง ศีล ๕ และ กรรมบถ ๑๐ หมายความตามธรรมดา คน เรามีอาชีพต่างกัน บางคนปลูกพืชพันธุ์ธัญญาหาร ก็ต้องฉีดยา ฆ่าเพลี้ยฆ่าสัตว์ที่มารบกวนพืชพันธุ์ธัญญาหารบ้าง บางคนมี อาชีพไปในทางการประมง ต้องทำการประมงฆ่าปลาฆ่าสัตว์บ้าง ถ้าอย่างนี้ถือว่าวันธรรมดาบกพร่องได้ และวันพระต้องครบถ้วนบริบูรณ์ อย่างนี้ถ้าเกิดในสมัยผม เขาเรียกว่า เนยยะ เทศน์ครั้งเดียวสองครั้งยังไม่มีผล ต้องฟังเทศน์หลาย ๆ หน สามารถ เป็นพระอริยะได้

เอาละ... บรรดาญาติโยมพุทธบริษัททั้งหลาย ท่านทั้งหลายมานั่งอยู่กันที่ตรงนี้และฟังเทศน์แล้ว เรื่องของพระศรีอาริยเมตไตรย ถ้าจะว่ากันไปก็คงไม่แตกต่างกับเรื่องขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ถ้าทุกท่านรักษาศีล ๕ ครบถ้วน กรรมบถ ๑๐ ครบถ้วน ที่มีบารมีเข้มข้นสามารถจะไปนิพพานได้ในชาตินี้ ถ้าบังเอิญชาตินี้พลาดไปนิพพาน ไปเกิดเป็นเทวดาก็ดี นางฟ้าก็ดี หรือพรหมก็ตาม อีกไม่นานนักพระศรีอาริย์ก็ตรัส เราก็ฟังเทศน์ จากพระศรีอาริย์ภายในไม่ช้าก็บรรลุอรหันต์สามารถไปนิพพานได้"
อ่านเพิ่มเติม
http://tamroiphrabuddhabat.com/xmb/viewthread.php?tid=276

บุญเท่าไหร่แล้ว ที่ได้เกิดมา ได้อัตถภาพ ความเป็นมนุษย์ บุญเท่าไหร่แล้ว ที่ได้เกิดมาพบพระพุทธศาสนา ได้เจอพระรัตนตรัย สรณะ...
18/04/2022

บุญเท่าไหร่แล้ว ที่ได้เกิดมา ได้อัตถภาพ ความเป็นมนุษย์ บุญเท่าไหร่แล้ว ที่ได้เกิดมาพบพระพุทธศาสนา ได้เจอพระรัตนตรัย สรณะอันประเสริฐ บุญเท่าไหร่แล้วที่ได้มีโอกาส เจออุปัชฌาย์ครูบาอาจารย์ ดีๆ บุญเท่าไหร่แล้ว ที่มีโอกาสฝึกปฏิบัติขัดเกลากิเลส ให้พ้นจากเครื่องเศร้าหมองเสียได้

บุญไม่มีประมาณแล้วนะ ท่านทั้งหลาย

"หัดพูดแต่คำวาจาที่ประสานมิตรไมตรีจิตต่อกันและกัน ไม่ไปยุให้รำ ตำให้รั่ว ไม่ไปยุยง ให้ใครทะเลาะวิวาท แตกร้าวสามัคคีกันพู...
04/04/2022

"หัดพูดแต่คำวาจาที่ประสานมิตรไมตรีจิต
ต่อกันและกัน ไม่ไปยุให้รำ ตำให้รั่ว ไม่ไปยุยง
ให้ใครทะเลาะวิวาท แตกร้าวสามัคคีกัน

พูดแต่วาจานิ่มนวลอ่อนหวาน ต่อบุคคลทั่วไป
เว้นจากการพูดคำหยาบโลนต่างๆ พูดแต่เรื่อง
ที่เป็นประโยชน์ต่อตน และผู้อื่น

เรื่องใดที่ไม่เป็นประโยชน์ต่อตนและผู้อื่นแล้ว
ก็ไม่พูด เพราะเสียเวลาไปเปล่าๆ นิ่งเสียดีกว่า"

หลวงปู่เหรียญ วรลาโภ

"วิเวก" เขาทำยังไง?***************มันต้องเอาจิตเข้าไปชนกับอารมณ์ต่าง ๆ เขาไม่ให้หลบคนนี่ การฝึกจิตให้สงัดจากกิเลสด้วยอำน...
02/04/2022

"วิเวก" เขาทำยังไง?
***************

มันต้องเอาจิตเข้าไปชนกับอารมณ์ต่าง ๆ เขาไม่ให้หลบคนนี่ การฝึกจิตให้สงัดจากกิเลสด้วยอำนาจของสมาธิที่จิตสงัดเรียกอะไร .. "กายวิเวก จิตวิเวก อุปธิวิเวก"

กายวิเวก หลบเข้าไปในที่วิเวก คือ ที่สงัด

จิตวิเวก จิตเป็นฌานสมาบัติ ต้องออกมาสู้กับทุกอย่างที่มันมีอยู่ในโลก เมื่อเข้าอยู่ในที่สงัดจิตเป็นจิตวิเวก ทรงฌานได้ดี พอออกจากที่ เข้าสู้กับคน เข้าสู้กับผลงาน เข้าสู้กับอารมณ์ที่เราไม่ต้องการ สู้ทุกอย่าง ถ้าอารมณ์ที่เราไม่ต้องการเกิดขึ้น จิตเราสามารถคุมฌานได้ดี .. อย่างนี้ใช้ได้ นี่..นักธุดงค์ในวัดก็ดี นักธุดงค์นอกวัดก็ดี เขาต้องปฏิบัติอย่างนี้ เมื่อเป็นจิตวิเวกแล้วอย่านึกว่าดีนะ ฌานสมาบัติยังไม่พ้นขุมนรก ดูท่านเทวทัตได้ฌานสมาบัติ ได้อภิญญา ๕ เหาะไปเหาะมา เหาะลงอเวจีไปเลย ต้องทำให้เป็น อุปธิวิเวก

อุปธิวิเวก เขาทำยังไง .. ก็ทำจิตให้สงัดจากกิเลส คือเป็น พระโสดา สกิทาคา อนาคา อรหันต์ ถ้าจิตเราทรงฌานได้อย่างนั้นจริง ๆ อุปธิวิเวกเป็นไม่ยาก

์NOTE : วิเวก แท้จริงแล้ว คือ ทำให้จิตสงัดจากกิเลส
---------------------------------------------------------------
จากบทความตอน "วิเวก ๓" ใน "จะไปนิพพานเขาทำยังไง"
พระราชพรหมยาน หลวงพ่อฤาษีลิงดำ
ที่มา : www.tinyurl.com/ln9nptq

29/03/2022

บุพกรรม​พระอริยสงฆ์​ทั้ง5​ ที่ให้ผลตกเครื่องบิน​มรณภาพ​ แม้รู้กรรมล่วงหน้าแต่ไม่ขัดกรรม​ ยอมสิ้นชีวิต

"โคตรภูญาณ"จิตมันอยู่ระหว่าง โลกีย์ กับ โลกุตตระ..คือความเป็นคนกับความเป็นพระอริยเจ้า ท่านเปรียบเหมือนกับ ลำรางเล็ก ๆ น่...
15/03/2022

"โคตรภูญาณ"

จิตมันอยู่ระหว่าง โลกีย์ กับ โลกุตตระ..
คือความเป็นคนกับความเป็นพระอริยเจ้า ท่านเปรียบเหมือนกับ ลำรางเล็ก ๆ น่ะ คือ ขาหนึ่งยืนอยู่นี่ อีกขาหนึ่งฝ่ายโลกีย์ ยังยกไม่ขึ้น

ทีนี้อารมณ์ของโคตรภู..
เราต้องรู้ว่า ขณะใดเราเข้าถึงโคตรภู ไอ้พูดตามตำรานี่มันพูดได้ไม่ยากหรอก แต่ตัวเข้าถึงนี่ซี ถ้าเราเป็นฝ่ายวิชชาสามนะ มันเห็นชัด คือ เวลาที่เราถอดจิตขึ้นไปตามปกติ เราจะท่องเที่ยวแต่เฉพาะในส่วนของโลกีย์ใช่ไหม จะเป็นเมืองมนุษย์ก็ดี อบายภูมิก็ดี เทวดา พรหมก็ดี แต่ส่วนโลกุตตระเราจะเข้าไม่ได้ ไม่สามารถจะเห็น แต่ถ้าอารมณ์ของจิตเข้าถึงโคตรภู เราจะเห็นพระนิพพานชัด

ถ้าพูดถึงอารมณ์..
อันดับแรก อารมณ์มันจะยึดตัว "ธรรมดา" คือ ใครด่าเขาด่า ก็ว่า เป็นธรรมดาเกิดมาต้องมีคนเขาด่าว่า อันที่จริงก็โมโหเหมือนกันนะ แต่โมโหแล้วมันปล่อย ไม่เกาะอยู่ ถ้ายังไม่ได้อนาคามี อย่านึกว่า ไม่มีโมโห โทโส มีโกรธ เหมือนกัน โกรธเดี๋ยวเดียว แต่ไม่ไปอาฆาต ไม่ไปทำร้ายเขาแล้วมันก็หายไป เห็นอะไรๆ มันก็ธรรมดา ถ้าไปเจอะคน ตายมันก็วาบหวิวไปนิดหนึ่ง ประเดี๋ยวตัว "ธรรมดา" มันก็ปรากฏ

ถ้าอารมณ์เข้มขึ้น..
มันก็ยัน "ธรรมดา" อยู่เสมอ แต่ก็ยังมีสะท้านอยู่บ้าง ในขณะเดียวกัน ก็มีอารมณ์ "รักพระนิพพานเป็นที่สุด" ใครจะพูดเรื่องอะไรก็ฟังได้ แต่ฉันไม่เอาด้วย ฉันจะไปนิพพานนี่สำหรับพวกมีวิชชาสาม

ส่วนพวกสุกขวิปัสสโก ก็ต้องสังเกตอารมณ์เอาว่า.. "ยึดธรรมดา และ รักพระนิพพาน" เพียงใด ถ้ารักมากก็ชื่อว่าเข้าถึงโคตรภู ต้องสังเกตตรงนี้ ไม่ใช่ว่าเราไปแกล้งธรรมดานะ ต้องธรรมดานะของมันเป็นปกติ จิตจะรักพระนิพพานเป็นอารมณ์จริง ๆ แต่ถ้าไปนิพพานไม่ได้อย่างอื่นก็ต้องการ คือ จะไปพักสวรรค์พักพรหมโลก พักเพื่อหวังนิพพาน จะทำอะไรก็ตามไม่หวังผลตอบแทนฉันหวังจะไปนิพพาน

นี่คือ... "อารมณ์โคตรภู"

หลวงพ่อฤๅษี วัดท่าซุง

"จาคะอย่างเดียวไปนิพพานได้" ทั้งนี้เพราะอะไร เพราะคำว่า จาคะ แปลว่า "เสียสละ" ถ้าจาคะตัวนี้เรามีกำลังความรู้สึกของใจว่าต...
15/03/2022

"จาคะอย่างเดียวไปนิพพานได้"

ทั้งนี้เพราะอะไร เพราะคำว่า จาคะ แปลว่า "เสียสละ" ถ้าจาคะตัวนี้เรามีกำลังความรู้สึกของใจว่าต้องเสียสละ ยังไปนิพพานไม่ได้ จะไปได้ก็เพียงสวรรค์กามาวจรเท่านั้น

ถ้าจาคะตัดคำว่าเสียออก เหลือแต่ "สละ" อย่างนี้มีกำลังใจเข้มแข็งยังไปนิพพานไม่ได้ ไปได้แค่พรหมโลก

ถ้าจาคะกำลังเหลือคำว่า “ละ” คำเดียว อย่างนี้ไปนิพพานได้

หลวงพ่อฤๅษีลิงดำ วัดท่าซุง

ที่อยู่

Rayong

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

เป็นคนแรกที่รู้ข่าว: เราจะส่งอีเมลแจ้งเมื่อ Top 100 โพสต์ข่าวสารและโปรโมชั่น อีเมลของคุณจะไม่ถูกนำไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์อื่น และคุณสามารถยกเลิกการรับข่าวสารได้ทุกเมื่อ

ทางลัด

แชร์

หมวดหมู่