ประวัติ "วัดชาวเหนือ"
จากคำบอกเล่าของผู้หลักผู้ใหญ่สืบทอดกันมาว่า สมัยกรุงศรีอยุธยาเมื่อเกิดศึกสงคราม จะมีชาวบ้านทุกหัวเมืองรวมตัวกันทำศึกสงครามเพื่อปกป้องบ้านเมือง รวมทั้งชาวบ้านจากหัวเมืองภาคเหนือด้วย
เมื่อสงครามสงบชาวบ้านจากภาคเหนือก็เดินทางกลับบ้าน ขณะแวะพักที่ริมหนองน้ำระหว่างทาง ได้สังเกตบริเวณที่พักเป็นที่มีความสมบูรณ์ ทั้งพืชพันธุ์ธัญญาหาร จึงได้ตั้ง "ปะลาม" (โรงที่พักชั่วคราวขึ้น) และได้อ
ยู่อาศัยเรื่อยมา โดยเรียกหมู่บ้านนี้ว่า "ปะลาม" มาจนถึงทุกวันนี้ และด้วยความอุดมสมบูรณ์ของพืชพันธุ์ธัญญาหารและน้ำ ทำให้เกิดชุมชนขึ้น เรียกว่า "คลองอ้ายลาว" สันนิษฐานว่าน่าจะมีคนทางภาคอีสานมาอาศัยอยู่ด้วย และที่อยู่อาศัยเป็นลำคลอง จึงเรียกว่า "คลองอ้ายลาว" สมัยนั้นชุมชนแห่งนี้มีวัดเก่าที่ชาวบ้านเรียกว่า "วัดคุณตา" เพราะมีพระหลวงตาจำพรรษาอยู่เพียงรูปเดียว วัดนี้อยู่ที่ลุ่ม มีน้ำท่วมอยู่บ่อยๆ ชาวบ้านจึงเห็นสมควรจะย้ายวัดไปอยู่อีกฝั่งคลองหนึ่ง โดยสร้างวัดขึ้นมาใหม่ เรียกว่า "วัดชาวเหนือ" ด้วยเหตุว่าชาวบ้านที่ช่วยกันสร้างวัดนี้เป็นชาวภาคเหนือ หลวงพ่อหวล ผู้บูรณปฏิสังขรณ์วัดชาวเหนือ บอกว่า แต่เดิมวัดนี้มีเพียงอุโบสถเก่าหนึ่งหลัง ศาลาการเปรียญหลังเก่า และหอสวดมนต์ สำหรับอุโบสถหลังใหม่สร้างเมื่อพ.ศ.๒๔๙๑ พร้อมกับตั้งชื่อใหม่ว่า "วัดอุดรราษฎร์สัทธาราม" (อุดร=เหนือ) เพื่อเป็นอนุสรณ์แก่ชาวเหนือที่ร่วมกันสร้างวัดนี้ขึ้น แต่ชาวบ้านยังคงเรียกว่า "วัดชาวเหนือ" เหมือนเดิม ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันวัดนี้มีเจ้าอาวาส ๑๐ รูป โดยมี พระอธิการศุภชัย ขนฺติโก เป็นเจ้าอาวาสรูปปัจจุบัน (ส่วน หลวงพ่อหวล เป็นประธานคณะสงฆ์วัดชาวเหนือ)