วัดศรัทธาราษฎร์ อ.วัดเพลง จ.ราชบุรี

วัดศรัทธาราษฎร์ อ.วัดเพลง จ.ราชบุรี หลวงปู่คง วัดศรัทธาราษฎร์ สร้างมาเเล้ว150ปี
ตั้งอยู่ริมคลอง บางนางสูน

03/08/2026

บทสวดปฏิจจสมุปบาท (แปล)

(นำ) หันทะ มะยัง ปะฏิจจะสะมุปปาทะธัมมะปาฐัง ภะณามะ เส ฯ

(รับ) อิธะ ภิกขะเว อะริยะสาวะโก

ปะฏิจจะสะมุปปาทัญเญวะ สาธุกัง โยนิโส มะนะสิกะโรติ
ภิกษุทั้งหลาย อริยสาวกในธรรมวินัยนี้ ย่อมกระทำไว้ในใจโดยแยบคายเป็นอย่างดี ซึ่งปฏิจจสมุปบาทนั่นเทียว ดังนี้ว่า

อิมัส๎มิง สะติ อิทัง โหติ
ด้วยอาการอย่างนี้ เมื่อสิ่งนี้มี สิ่งนี้ย่อมมี

อิมัสสุปปาทา อิทัง อุปปัชชะติ
เพราะความเกิดขึ้นแห่งสิ่งนี้ สิ่งนั้นจึงเกิดขึ้น

อิมัส๎มิง อะสะติ อิทัง นะ โหติ
เมื่อสิ่งนี้ไม่มี สิ่งนี้ย่อมไม่มี

อิมัสสะ นิโรธา อิทัง นิรุชฌะติ
เพราะความดับไปแห่งสิ่งนี้ สิ่งนั้นจึงดับไป

ยะทิทัง
ได้แก่สิ่งเหล่านี้ คือ

อะวิชชาปัจจะยา สังขารา
เพราะมีอวิชชาเป็นปัจจัย สังขารทั้งหลายจึงมี

สังขาระปัจจะยา วิญญาณัง
เพราะมีสังขารเป็นปัจจัย วิญญาณจึงมี

วิญญาณะปัจจะยา นามะรูปัง
เพราะมีวิญญาณเป็นปัจจัย นามรูปจึงมี

นามะรูปะปัจจะยา สะฬายะตะนัง
เพราะมีนามรูปเป็นปัจจัย สฬายตนะจึงมี

สะฬายะตะนะปัจจะยา ผัสโส
เพราะมีสฬายตนะเป็นปัจจัย ผัสสะจึงมี

ผัสสะปัจจะยา เวทะนา
เพราะมีผัสสะเป็นปัจจัย เวทนาจึงมี

เวทะนาปัจจะยา ตัณหา
เพราะมีเวทนาเป็นปัจจัย ตัณหาจึงมี

ตัณหาปัจจะยา อุปาทานัง
เพราะมีตัณหาเป็นปัจจัย อุปาทานจึงมี

อุปาทานะปัจจะยา ภะโว
เพราะมีอุปาทานเป็นปัจจัย ภพจึงมี

ภะวะปัจจะยา ชาติ
เพราะภพเป็นปัจจัย ชาติจึงมี

ชาติปัจจะยา ชะรามะระณัง
เพราะมีชาติเป็นปัจจัย ชรา มรณะจึงมี

โสกะปะริเทวะทุกขะโทมะนัสสุปายาสา สัมภะวันติ
ความโศก ความคร่ำครวญ ทุกข์ โทมนัสและความคับแค้นใจก็มีพร้อม

เอวะเมตัสสะ เกวะลัสสะ ทุกขักขันธัสสะสะมุทะโย โหติ
การเกิดขึ้นพร้อมแห่งกองทุกข์ทั้งปวงนี้ จึงมีด้วยประการฉะนี้

อะวิชชายะเต๎ววะ อะเสสะวิราคะนิโรธา สังขาระนิโรโธ
เพราะอวิชชาดับไปไม่เหลือ สังขารจึงดับ

สังขาระนิโรธา วิญญาณะนิโรโธ
เพราะสังขารดับ วิญญาณจึงดับ

วิญญาณะนิโรธา นามะรูปะนิโรโธ
เพราะวิญญาณดับ นามรูปจึงดับ

นามะรูปะนิโรธา สะฬายะตะนะนิโรโธ
เพราะนามรูปดับ สฬายตนะจึงดับ

สะฬายะตะนะนิโรธา ผัสสะนิโรโธ
เพราะสฬายตนะดับ ผัสสะจึงดับ

ผัสสะนิโรธา เวทะนานิโรโธ
เพราะผัสสะดับ เวทนาจึงดับ

เวทะนานิโรธา ตัณหานิโรโธ
เพราะเวทนาดับ ตัณหาจึงดับ

ตัณหานิโรธา อุปาทานะนิโรโธ
เพราะตัณหาดับ อุปาทานจึงดับ

อุปาทานะนิโรธา ภะวะนิโรโธ
เพราะอุปาทานดับ ภพจึงดับ

ภะวะนิโรธา ชาตินิโรโธ
เพราะภพดับ ชาติจึงดับ

ชาตินิโรธา ชะรามะระณัง
เพราะชาติดับ ชรามรณะจึงดับ

โสกะปะริเทวะทุกขะโทมะนัสสุปายาสา นิรุชฌันติ
ความโศก ความคร่ำครวญ ทุกข์ โทมนัส และความคับแค้นใจจึงดับ

เอวะเม ตัสสะ เกวะลัสสะ ทุกขักขันธัสสะ นิโรโธ โหตีติ
การดับลงแห่งกองทุกข์ทั้งปวงนี้ จึงมีด้วยประการฉะ

01/08/2026
ประเพณีถวายผ้าอาบน้ำฝน เป็นอีกประเพณีหนึ่งที่เป็นกิจกรรมในศาสนาพุทธ การถวายผ้าอาบน้ำฝน หรือที่เรียกอีกอย่างว่า ผ้าวัสสิก...
30/07/2026

ประเพณีถวายผ้าอาบน้ำฝน เป็นอีกประเพณีหนึ่งที่เป็นกิจกรรมในศาสนาพุทธ การถวายผ้าอาบน้ำฝน หรือที่เรียกอีกอย่างว่า ผ้าวัสสิกสาฎก ให้แก่พระภิกษุสงฆ์ที่เข้าจำพรรษาถือว่าเป็นการทำบุญอย่างหนึ่ง ผ้าอาบน้ำฝนนั้นเป็นผ้าสำหรับใช้นุ่งในเวลาอาบน้ำฝนหรืออาบน้ำทั่วไปของพระสงฆ์ การถวายผ้าอาบน้ำฝนให้พระภิกษุนั้น เป็นประเพณีสำคัญอีกประการในช่วงเทศกาลเข้าพรรษาเพื่อให้พระสงฆ์นั้นได้ใช้สำหรับอาบน้ำในช่วงฤดูฝน ซึ่งจัดเป็นประเพณีที่สืบทอดกันมามีเพียงปีละครั้งก่อนเข้าพรรษา

ประเพณีถวายผ้าอาบน้ำฝน คืออะไรและจัดทำเมื่อใด
เป็นประเพณีสำคัญอีกประการในช่วงเทศกาลเข้าพรรษาเพื่อให้ท่านได้ใช้สำหรับอาบน้ำในช่วงฤดูฝน ซึ่งจัดเป็นประเพณีที่สืบทอดกันมามีเพียงปีละครั้งก่อนเข้าพรรษา คือ ตั้งแต่วันแรม ๑ ค่ำ เดือน ๗ เป็นต้อนไปจนถึงวันขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๘ โดยจะเลือกช่วงเวลาไหน วันใด ก็ได้ในช่วงเวลานี้ซึ่งขนาดของผ้าอาบน้ำฝนนั้น กำหนดมาตรฐานไว้ว่าต้องทำให้ถูกต้องตามพระวินัยบัญญัติ โดยประมาณที่พระพุทธองค์ทรงอนุญาตไว้ คือ เป็นผ้าผืนยาว ๖ คืบ พระสุคตกว้าง ๒ คืบครึ่ง คิดโดยประมาณของช่างไม้ปัจจุบันยาวรวม ๔ ศอก กับ ๓ กระเบียด กว้างศอกคืบ ๔ นิ้ว ๑ กระเบียด กับ ๒ อนุกระเบียด ถ้าทำให้ยาวหรือกว้างเกินประมาณนี้ไป พระภิกษุใช้สอยต้องอาบัติ ต้องตัดส่วนที่กว้างหรือยาวเกินประมาณนั้นออกเสีย จึงแสดงอาบัติได้

โดยมีพิธีการและขั้นตอนการถวายผ้าอาบน้ำฝน ดังนี้

๑ . เมื่อถึงวันกำหนดแล้ว พึงประชุมพร้อมกันตามสถานที่ที่ได้กำหนดไว้ จะเป็นพระอุโบสถ หรือศาลาการเปรียญ นำผ้าอาบน้ำฝน ๑ ผู้นำและของถวายอย่างอื่นเป็นบริวาร เช่น ร่ม พุ่มเทียน ไม้ขีด สบู่ ยาสีฟัน กระดาษชำระ ฯลฯ

๒ . เมื่อพระสงฆ์ลงประชุมเรียบร้อยแล้ว ผู้เป็นหัวหน้ากล่าวคำถวาย

๓ . เมื่อกล่าวคำถวายเสร็จแล้ว เจ้าของผ้าประเคนผ้าแก่พระภิกษุผู้จับได้ฉลากของตนเป็นราย ๆ ต่อไป

๔ . เสร็จการประเมินแล้ว พระสงฆ์อนุโมทนา ทายกกรวดน้ำ อุทิศส่วนกุศลให้ผู้ล่วงลับไปแล้ว

ประวัตความเป็นมา
เรื่องเล่าในสมัยพุทธกาล มีธิดาเศรษฐีแห่งเมืองภัททิยะ แคว้นอังคะ นามว่า นางวิสาขา บุตรสาวของท่านธนัญชัยเศรษฐีและนางสุมนาเทวี ผู้มีจิตเลื่อมใสและศรัทธาในพระพุทธศาสนาเป็นอย่างยิ่ง ขณะอายุได้เพียง ๗ ขวบ นางได้มีโอกาสฟังธรรมที่พระพุทธเจ้าแสดงแก่เมณฑกเศรษฐี ผู้เป็นปู่ ก็ได้สำเร็จเป็นพระโสดาบัน (โสดาบัน แปลว่า ผู้เข้าถึงกระแสพระธรรม ผู้แรกบรรลุถึงกระแสพระธรรม คือ การบรรลุโสดาบัน) และเมื่อเติบใหญ่ได้แต่งงานกับบุตรเศรษฐีแห่งเมืองสาวัตถีและย้ายมาอยู่ตระกูลสามี วันหนึ่งนางวิสาขา มหาอุบาสิกา ให้สาวใช้นำภัตตาหารมาถวายพุทธบุตรยังพระเชตวัน เมื่อสาวใช้มาถึงก็ร้องอุทานว่า “พุทธบุตรหายไปไหนหมด มีแต่อาชีวก (นักบวชชีเปลือย) อยู่เต็มไปหมด” นางรีบกลับไปแจ้งนางวิสาขาผู้เป็นนายทันที ด้วยปัญญาแห่งนางผู้เป็นพระโสดาบันตั้งแต่ ๗ ขวบ จึงทราบว่าอาชีวกที่สาวใช้เห็นนั้นคือพุทธบุตรที่พากันปลดจีวร เพื่ออาบน้ำฝนตามพุทธโองการของพระผู้มีพระภาคเจ้า และด้วยความที่นางเป็นพระอริยบุคคลชั้นโสดาบัน เป็นมหาอุบาสิกา เป็นผู้มีปัญญาศรัทธาเลื่อมใส มีความใกล้ชิดกับพระภิกษุสงฆ์จึงทราบเหตุการณ์โดยตลอดว่า พระพุทธเจ้าทรงอนุญาตให้พระภิกษุมีผ้าสำหรับใช้สอยเพียง ๓ ผืน คือ ไตรจีวร ได้แก่ สบง (ผ้านุ่ง) จีวร (ผ้าห่ม) และ สังฆาฎิ (ผ้าห่มซ้อน นอกใช้เวลาอากาศหนาว) ดังนั้น เมื่อเวลาพระภิกษุจะอาบน้ำจึงไม่มีผ้าสำหรับผลัดอาบน้ำ ก็จำเป็นต้องเปลือยกายอาบน้ำ ดังนั้นนางวิสาขา จึงอาศัยเหตุนี้เมื่อพระพุทธเจ้าเสด็จมาประทับที่บ้านและเสร็จภัตกิจแล้ว นางวิสาขาจึงได้เข้าไปกราบทูลขอพร เพื่อถวายผ้าอาบน้ำฝนแก่พระภิกษุสงฆ์ พระพุทธองค์ประทานอนุญาตตามที่ขอนั้น นางวิสาขาจึงเป็นบุคคลแรกที่ได้ถวายผ้าอาบน้ำฝนแก่พระภิกษุสงฆ์จนเกิดประเพณีการถวายผ้าอาบน้ำฝน นับตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมา
อานิสงส์ของการถวายผ้าอาบน้ำฝน
การถวายผ้าอาบน้ำฝนมีความเชื่อที่ถือกันมานานว่า ผู้ใดที่ถวายผ้าอาบน้ำฝนให้กับพระภิกษุสงฆ์ จะถือว่าเป็นการทำบุญที่ช่วยทำนุบำรุงและสนับสนุนพระศาสนาให้คงอยู่สืบไป และเพื่อมิให้พระภิกษุสงฆ์ต้องลำบากในการแสวงหาผ้าอาบน้ำฝน แต่จะได้ตั้งหน้าตั้งตาปฏิบัตธรรมตามหลักคำสอนของพุทธศาสนาและช่วยเผยแผ่ให้พระพุทธศาสนาเจริญรุ่งเรืองสืบไป และผู้ที่ได้บริจาคผ้าอาบน้ำฝน ก็จะได้พบแต่ความสุขความเจริญ จะมั่งมีด้วยทรัพย์สินเงินทองและบริวารมากมาย เมื่อสิ้นบุญไปแล้วก็จะไปเกิดเป็นเทพบตรเทพธดาบนสรวงสวรรค์เสวยทิพยสมบัติสืบต่อไป

อานิสงส์ ของการถวายเทียนพรรษาการถวายเทียนพรรษานี้เป็นโบราณประเพณีที่ทำสืบๆ มาเป็นเวลาช้านาน เมื่อถึงฤดูเข้าพรรษา ภิกษุทั...
30/07/2026

อานิสงส์ ของการถวายเทียนพรรษา

การถวายเทียนพรรษานี้เป็นโบราณประเพณีที่ทำสืบๆ มาเป็นเวลาช้านาน เมื่อถึงฤดูเข้าพรรษา ภิกษุทั้งปวงต้องจำพรรษาในอาวาสของตน 3 เดือน พุทธศาสนิกชนทั้งหลาย จึงได้จัดทำให้เป็นกุศลพิธีขึ้น เมื่อได้นำเทียนไปถวายพระสงฆ์แล้ว ท่านก็จะได้จุดบูชาต่อหน้าพระประธานในพระอุโบสถ ผู้ถวายย่อมได้รับอานิสงค์ คือ
1. ทำให้เกิดปัญญา ทั้งชาตินี้และชาติหน้า เปรียบเหมือนแสงสว่างแห่งเทียน
2. ทำให้สว่างไสวรุ่งเรือง ผู้ถวายย่อมทำให้มีความรุ่งเรืองด้วย ลาภ ยศ สรรเสริญ
3. ทำให้คลี่คลายเรื่องราวต่างๆ ที่มีปัญหาให้ร้ายกลายเป็นดี
4. เจริญไปด้วยมิตรบริวาร
5. ย่อมเป็นที่รักของมนุษย์ และเทวดาทั้งหลาย
6. เมื่อจากโลกนี้ไปย่อมมีกายทิพย์อันสว่างไสว
7. เมื่อลาลับโลกนี้ไปย่อมไปสู่สุคติสวรรค์
8. หากบารมีมากพอ ย่อมทำให้เกิดดวงตาจักษุ คือปัญญารู้แจ้งเข้าสู่พระนิพพาน

วันอาสาฬหบูชา เป็นวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา ตรงกับวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 8      เป็นวันที่พระพุทธเจ้าทรงแสดงพระธรรมเทศนาเป็น...
29/07/2026

วันอาสาฬหบูชา เป็นวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา ตรงกับวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 8
เป็นวันที่พระพุทธเจ้าทรงแสดงพระธรรมเทศนาเป็นครั้งแรก แก่ปัญจวัคคีย์ เรียกว่า “ธัมมจักกัปปวัตตนสูตร” วันอาสาฬหบูชาตรงกับวันเพ็ญเดือน 8 และถือเป็นวันที่มีพระรัตนตรัยครบบริบูรณ์ คือ พระพุทธ พระธรรม และพระสงฆ์

ความสำคัญวันอาสาฬหบูชา

อาสาฬห หมายถึง เดือน 8 ทางจันทรคติ ดังนั้นคำว่า “อาสาฬหบูชา” จึงหมายถึง การบูชาในเดือน 8 เพื่อระลึกถึงเหตุการณ์สำคัญที่เกิดขึ้นในศาสนาพุทธ 3 ประการคือ

1. เป็นวันที่มีการประกาศศาสนาเป็นครั้งแรก มีการแสดงพระปฐมเทศนา หรือ ธรรมจักกัปปวัตนสูตร ซึ่งเป็นสัจธรรมที่พระอนุตรสัมมาสัมโพธิญาณทรงตรัสรู้

2. เป็นวันที่เกิดพระรัตนตรัยครบ 3 องค์ คือพระพุทธรัตนะ พระธรรมรัตนะ และพระสังฆรัตนะ

3. เป็นวันที่พระโกณฑัญญะ ได้ดวงตาเห็นธรรม หลังจากฟังปฐมเทศนาจบ

ประวัติวันอาสาฬหบูชา

การบูชาในเดือน 8 เริ่มมีขึ้นในประเทศไทย เนื่องจากในปี พ.ศ.2501 คณะสังฆมนตรี ได้กำหนดให้วันนี้เป็นหนึ่งในวันสำคัญทางพุทธศาสนา มีมติให้เพิ่มวันอาสาฬหบูชาเป็นวันหยุดราชการ โดยมีความสำคัญเทียบเท่ากับวันวิสาขบูชา กำหนดระเบียบปฏิบัติในพิธีอาสาฬหบูชาขึ้นไว้ให้วัดทุกวัดถือปฏิบัติทั่วกัน ให้เวลาเช้าและเวลาบ่ายให้มีการฟังธรรมเทศนา ส่วนเวลาค่ำให้ภิกษุสามเณร อุบาสก อุบาสิกา มาประชุมพร้อมกันที่หน้าพระอุโบสถ จุดธูปเทียนแล้วถือรวมกับดอกไม้ยืนประนมมือสำรวมจิต โดยพระสงฆ์ผู้เป็นประธานนำกล่าวคำบูชา
ความหมายของอาสาฬหบูชา
“อาสาฬหบูชา” (อา-สาน-หะ-บู-ชา/อา-สาน-ละ-หะ-บู-ชา) ประกอบด้วยคำ ๒ คำ คือ อาสาฬห (เดือน ๘ ทางจันทรคติ) กับบูชา (การบูชา) เมื่อรวมกันจึงแปลว่า การบูชาในเดือน ๘ หรือการบูชาเพื่อระลึกถึงเหตุการณ์สำคัญในเดือน ๘ หรือเรียกให้เต็มว่า อาสาฬหบูรณมีบูชา โดยสรุป วันอาสาฬหบูชา แปลว่า การบูชาในวันเพ็ญ เดือน ๘ หรือการบูชาเพื่อระลึกถึงเหตุการณ์สำคัญในวันเพ็ญ เดือน ๘ คือ

1. เป็นวันที่พระพุทธเจ้าทรงแสดงปฐมเทศนา

2. เป็นวันที่พระพุทธเจ้าเริ่มประกาศพระศาสนา

3. เป็นวันที่เกิดอริยสงฆ์ครั้งแรกคือการที่ท่านโกณฑัญญะรู้แจ้งเห็นธรรม เป็นพระโสดาบัน จัดเป็นอริยบุคคลท่านแรกในอริยสงฆ์

4. เป็นวันที่เกิดพระภิกษุรูปแรกในพระพุทธศาสนา คือ การที่ท่านโกณฑัญญะขอบรรพชาและ ได้บวชเป็นพระภิกษุ หลังจากฟังปฐมเทศนาและบรรลุธรรมแล้ว

5. เป็นวันที่พระพุทธเจ้าทรงได้ปฐมสาวกคือ การที่ท่านโกณฑัญญะนั้น ได้บรรลุธรรม และบวชเป็นพระภิกษุ จึงเป็นสาวกรูปแรกของพระพุทธเจ้า

23/07/2026

มีใครยืมกระใดปีเนียมที่วัดศรัทธาราษฎร์ไปบ้างไหมครับ?

ทายกผู้ให้โภชนะเป็นทาน ชื่อว่าให้ฐานะ ๕ อย่างแก่ปฏิคาหก (ผู้รับ) คือ๑. ให้อายุ๒. ให้วรรณะ๓. ให้สุข๔. ให้กำลัง๕. ให้ปฏิภา...
14/07/2026

ทายกผู้ให้โภชนะเป็นทาน ชื่อว่าให้ฐานะ ๕ อย่างแก่ปฏิคาหก (ผู้รับ) คือ

๑. ให้อายุ
๒. ให้วรรณะ
๓. ให้สุข
๔. ให้กำลัง
๕. ให้ปฏิภาณ

ครั้นให้อายุแล้วย่อมเป็นผู้มีส่วนแห่งอายุทั้งที่เป็นทิพย์ ทั้งที่เป็นมนุษย์
ครั้นให้วรรณะแล้ว ย่อมเป็นผู้มีส่วนแห่งวรรณะทั้งที่เป็นทิพย์ ทั้งที่เป็นมนุษย์
ครั้นให้สุขแล้ว ย่อมเป็นผู้มีส่วนแห่งสุขทั้งที่เป็นทิพย์ ทั้งที่เป็นมนุษย์
ครั้นให้กำลังแล้ว ย่อมเป็นผู้มีส่วนแห่งกำลังทั้งที่เป็นทิพย์ ทั้งที่เป็นมนุษย์
ครั้นให้ปฏิภาณแล้ว ย่อมเป็นผู้มีส่วนแห่งปฏิภาณทั้งที่เป็นทิพย์ ทั้งที่เป็นมนุษย์
ทายกผู้ให้โภชนะเป็นทานชื่อว่าให้ฐานะ ๕ อย่างนี้
ปราชญ์ผู้มีปัญญา ให้อายุย่อมได้อายุ ให้กำลัง ย่อมได้กำลัง ให้วรรณะย่อมได้วรรณะ ให้ปฏิภาณย่อมได้ปฏิภาณ ให้สุขย่อมได้สุข

ขออนุโมทนาบุญกับ          คุณโกวิทย์ คุณจริยา สุดสวาท และญาติพี่น้องทุกท่านที่ได้นำเทียนพรรษามาถวายแด่พระครูไพศาล วัฒนาก...
12/07/2026

ขออนุโมทนาบุญกับ คุณโกวิทย์ คุณจริยา สุดสวาท และญาติพี่น้องทุกท่านที่ได้นำเทียนพรรษามาถวายแด่พระครูไพศาล วัฒนากร ณ วัดศรัทธาราษฎร์
การถวายเทียนพรรษาในทางพุทธศาสนาเชื่อว่าเป็นการเสริมสิริมงคลให้ชีวิต โดยผู้ถวายจะได้รับอานิสงส์หลักคือการมีปัญญาเฉียบแหลมชีวิตสว่างไสวรุ่งเรือง และช่วยคลี่คลายปัญหาชีวิต
ทำให้เกิดปัญญาทั้งในชาตินี้และชาติหน้า เปรียบดั่งแสงสว่างนำทางชีวิต

ขออนุโมทนาบุญกับเจ้าภาพที่ได้นำภัตตาหารมาถวาย พระภิกษุสงฆ์ เนื่องในงานทำบุญอัฐิ คุณพ่อหรีด และคุณแม่เปลื้อง ภู่ระหงส์   ...
12/07/2026

ขออนุโมทนาบุญกับเจ้าภาพที่ได้นำภัตตาหารมาถวาย พระภิกษุสงฆ์ เนื่องในงานทำบุญอัฐิ คุณพ่อหรีด และคุณแม่เปลื้อง ภู่ระหงส์
ยะถา วาริวะหา ปูรา ปะริปูเรนติ สาคะรัง
ห้วงน้ำที่เต็มย่อมยังสมุทรสาครให้บริบูรณ์ได้ฉันใด
เอวะเมวะ อิโต ทินนัง เปตานังอุปะกัปปะติ
ทานที่ท่านอุทิศให้แล้วแต่โลกนี้ , ย่อมสำเร็จประโยชน์แก่ผู้ที่ ละโลกนี้ไปแล้วได้ฉันนั้น
อิจฉิตัง ปัตถิตัง ตุมหัง ขออิฏฐผลที่ท่านปรารถนาแล้วตั้งใจแล้ว
ขิปปะเมวะ สะมิชฌะตุ จงสำเร็จโดยฉับพลัน
สัพเพ ปูเรนตุ สังกัปปา ขอความดำริทั้งปวงจงเต็มที่
จันโท ปัณณะระโส ยะถา เหมือนพระจันทร์วันเพ็ญ
มะณิ โชติระโส ยะถา เหมือนแก้วมณีอันสว่างไสวควรยินดี

ที่อยู่

70 หมู่7 ต. วัดเพลง อ. วัดเพลง จ. ราชบุรี
Ratchaburi
70170

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ วัดศรัทธาราษฎร์ อ.วัดเพลง จ.ราชบุรีผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ทางลัด

แชร์

ประเภท