01/03/2026
✨ คาถา “สัมปจิตฉามิ” 🙏
หลวงพ่อได้คาถาบทเหล่านี้โดยตรงจากองค์สมเด็จฯ ตั้งแต่ปี 2517 เป็นเวลา 4 ปีจึงจะได้ครบถ้วน ท่านบอกว่าคาถาที่ได้จากกรรมฐานเขาจะไม่บอกใคร
เมื่อวันที่ 31 ธ.ค. 2527 เวลา 23.59 น. องค์สมเด็จฯ ได้อนุญาตให้ลูกหลานและพุทธบริษัทใช้ได้เป็นสาธารณะ เพื่อช่วยบรรเทาสภาวะเศรษฐกิจที่ย่ำแย่ อีกทั้งการก่อสร้างของวัดท่าซุงจะต้องเร่งรัดให้เสร็จทันฉลองวัดในปี 2532 จึงจำเป็นที่จะต้องใช้คาถาเหล่านี้ช่วย เพื่อพุทธบริษัทและลูกหลานของหลวงพ่อมีความคล่องตัวยิ่งขึ้น 💰🏗️
🌏 ที่มาของคาถา “สัมปจิตฉามิ”
คาถา “สัมปจิตฉามิ” คาถาบทนี้ พระองค์ที่มาบอกหลวงพ่อในขณะที่หลวงพ่อพักอยู่ที่เมืองควีนส์ทาวน์ ประเทศนิวซีแลนด์ 🇳🇿
เมื่อวันที่ 28 มีนาคม 2529 เวลา 05.00 น. ก่อนนอนหลวงพ่อนอนภาวนาเป็นปกติ ตื่นขึ้นมามีอาการปากขยับไม่ได้ มือขยับไม่ได้ รู้สึกอึดอัด คล้ายเป็นอัมพาต แต่ใจสบาย
พระองค์ที่ 10 ให้ภาวนา “สัมปจิตฉามิ” จึงคลายตัว
คาถาบทนี้ไม่ได้ให้ใช้เฉพาะหลวงพ่อเท่านั้น อนุญาติให้พุทธบริษัทศิษยานุศิษย์และลูกหลานหลวงพ่อใช้ได้ด้วย 🙏
🕯️ วิธีภาวนา
ก่อนนอนภาวนาให้ตั้ง
นะโม 3 จบ
พุทธัง สรนัง คัจฉามิ
ธังมัง สรนัง คัจฉามิ
สังฆัง สรนัง คัจฉามิ
และสวด “อิติปิโสฯ” 3 จบ
จึงภาวนาเรื่อยๆ ไป
ในขณะที่ภาวนาให้ทำใจสบายๆ 😌
⚡ อานิสงส์ของคาถา
ผลของคาถานี้ จะมีผลต่อผู้สั่ง ผู้รับคำสั่ง ผู้ร่วมมือ และผู้กระทำไสยศาสตร์มายังเราโดยฉับพลัน
ผลพิเศษ ถ้าตั้งใจรักษาศีล 5 บริสุทธิ์ หรือตั้งใจรักษากรรมบถ 10 ได้ครบถ้วน สามารถระงับนิวรณ์ 5 ได้
ภาวนาวันละ 1 ชั่วโมง เป็นเวลา 3 เดือนติดต่อกัน จะมีผลคล้ายอภิญญา ✨
“สัมปจิตฉามิ” อ่านว่า สัม-ปะ-จิต-ฉา-มิ
คาถาบทนี้ใช้ได้เฉพาะผู้ที่เป็น สัมมาทิฏฐิ เท่านั้น ไม่มีผลสำหรับผู้เป็น มิจฉาทิฏฐิ
🔮 การยืนยันจากพระอรหันต์
พระโมคคัลลานะ ท่านมายืนยันว่า คาถาบทนี้เป็นคาถาอภิญญา
บอกว่าคนที่ได้อภิญญามาในชาติก่อน ถ้าใช้คาถาบทนี้ของเก่าจะรวมตัว คือว่าทำไปๆ ถ้าเข้าถึงผรณาปีติจะรู้สึกว่าตัวไม่มี เหลือแต่หน้า ต่อไปก็ไม่มีอะไรเหลือเลย หน้าก็ไม่มี
ถ้าทำได้เช่นนี้บ่อยๆ ไม่ช้าก็รวมตัว จะไปไหนก็ได้ เที่ยวต่างประเทศเรื่องเล็ก ✈️
ฆราวาสทำได้ทุกอย่าง แต่พระห้ามแสดงต่อหน้าคน
อย่างท่าน ปิณโฑลภารทวาช เป็นต้นบัญญัติ ถูกห้ามเพราะอะไร
เพราะถ้าทำไปอย่างนั้น คนไม่ต้องการธรรมะ ต้องการพระแสดงปาฏิหาริย์
ถ้าขอให้พระแสดงปาฏิหาริย์ พระทำให้ คนนั้นตายแล้วเกิดใหม่ต้องไปเป็นทาสเขา 500 ชาติ
ถ้าพระไม่ทำให้แล้วโกรธ ก็เลยลงนรก
พระพุทธเจ้าจึงทรงห้าม ⚖️
แต่ว่าพระที่อยู่ในป่าท่านมีความจำเป็นก็ใช้ได้ แต่ต้องไม่ให้คนเห็น
อย่างพระที่เข้านิโรธสมาบัติ ออกมาแล้วปั๊บร่างกายต้องการอาหารก็ต้องดู เราจะไปหาที่ไหน เห็นหน้าคนที่จะให้ปั๊บ ก็เหาะไปทันที
แต่ต้องไม่ให้คนเห็น พอเห็นว่าคนจะเห็นก็ต้องลงเดิน
ถ้าเหาะจริงๆ แล้วไวมาก ตามบาลีว่าที่พระโมคคัลลานน์ขึ้นไปดาวดึงส์ในคราวนั้น บอกว่าแค่ลัดนิ้วเดียว ความจริงไวกว่านั้น แต่ศัพย์ภาษาไทยไม่รู้จะใช้อะไร ความจริงนึกถึงก็ถึงเลย 🌌
🌟 สรุป
คาถา “สัมปจิตฉามิ” เป็นคาถาที่เน้นการภาวนาด้วยใจสบาย ตั้งมั่นในศีล และตั้งอยู่ในสัมมาทิฏฐิ
ผลจะเกิดแก่ผู้ปฏิบัติอย่างแท้จริงตามกำลังบุญบารมีและความบริสุทธิ์ของใจ
📣 หากเห็นว่าบทความนี้เป็นประโยชน์ 🙏
กดแชร์เพื่อเป็นธรรมทาน 💛
และพิมพ์ “สัมปจิตฉามิ” เพื่อร่วมอนุโมทนาบุญด้วยกัน ✨