วัดนิยมธรรมาราม ด่านทับตะโก

วัดนิยมธรรมาราม ด่านทับตะโก วัดนิยมธรรมาราม ตำบลด่านทับตะโก อำ?

🙏🏻🥰🙏🏻
21/03/2026

🙏🏻🥰🙏🏻

ทาน 3 อย่าง 🙏🏻
08/03/2026

ทาน 3 อย่าง 🙏🏻

ไว้ระลึกถึงพุทธานุสสติ
06/03/2026

ไว้ระลึกถึงพุทธานุสสติ

01/03/2026

✨ คาถา “สัมปจิตฉามิ” 🙏

หลวงพ่อได้คาถาบทเหล่านี้โดยตรงจากองค์สมเด็จฯ ตั้งแต่ปี 2517 เป็นเวลา 4 ปีจึงจะได้ครบถ้วน ท่านบอกว่าคาถาที่ได้จากกรรมฐานเขาจะไม่บอกใคร

เมื่อวันที่ 31 ธ.ค. 2527 เวลา 23.59 น. องค์สมเด็จฯ ได้อนุญาตให้ลูกหลานและพุทธบริษัทใช้ได้เป็นสาธารณะ เพื่อช่วยบรรเทาสภาวะเศรษฐกิจที่ย่ำแย่ อีกทั้งการก่อสร้างของวัดท่าซุงจะต้องเร่งรัดให้เสร็จทันฉลองวัดในปี 2532 จึงจำเป็นที่จะต้องใช้คาถาเหล่านี้ช่วย เพื่อพุทธบริษัทและลูกหลานของหลวงพ่อมีความคล่องตัวยิ่งขึ้น 💰🏗️

🌏 ที่มาของคาถา “สัมปจิตฉามิ”

คาถา “สัมปจิตฉามิ” คาถาบทนี้ พระองค์ที่มาบอกหลวงพ่อในขณะที่หลวงพ่อพักอยู่ที่เมืองควีนส์ทาวน์ ประเทศนิวซีแลนด์ 🇳🇿

เมื่อวันที่ 28 มีนาคม 2529 เวลา 05.00 น. ก่อนนอนหลวงพ่อนอนภาวนาเป็นปกติ ตื่นขึ้นมามีอาการปากขยับไม่ได้ มือขยับไม่ได้ รู้สึกอึดอัด คล้ายเป็นอัมพาต แต่ใจสบาย

พระองค์ที่ 10 ให้ภาวนา “สัมปจิตฉามิ” จึงคลายตัว

คาถาบทนี้ไม่ได้ให้ใช้เฉพาะหลวงพ่อเท่านั้น อนุญาติให้พุทธบริษัทศิษยานุศิษย์และลูกหลานหลวงพ่อใช้ได้ด้วย 🙏

🕯️ วิธีภาวนา

ก่อนนอนภาวนาให้ตั้ง

นะโม 3 จบ

พุทธัง สรนัง คัจฉามิ

ธังมัง สรนัง คัจฉามิ

สังฆัง สรนัง คัจฉามิ

และสวด “อิติปิโสฯ” 3 จบ

จึงภาวนาเรื่อยๆ ไป

ในขณะที่ภาวนาให้ทำใจสบายๆ 😌

⚡ อานิสงส์ของคาถา

ผลของคาถานี้ จะมีผลต่อผู้สั่ง ผู้รับคำสั่ง ผู้ร่วมมือ และผู้กระทำไสยศาสตร์มายังเราโดยฉับพลัน

ผลพิเศษ ถ้าตั้งใจรักษาศีล 5 บริสุทธิ์ หรือตั้งใจรักษากรรมบถ 10 ได้ครบถ้วน สามารถระงับนิวรณ์ 5 ได้

ภาวนาวันละ 1 ชั่วโมง เป็นเวลา 3 เดือนติดต่อกัน จะมีผลคล้ายอภิญญา ✨

“สัมปจิตฉามิ” อ่านว่า สัม-ปะ-จิต-ฉา-มิ

คาถาบทนี้ใช้ได้เฉพาะผู้ที่เป็น สัมมาทิฏฐิ เท่านั้น ไม่มีผลสำหรับผู้เป็น มิจฉาทิฏฐิ

🔮 การยืนยันจากพระอรหันต์

พระโมคคัลลานะ ท่านมายืนยันว่า คาถาบทนี้เป็นคาถาอภิญญา

บอกว่าคนที่ได้อภิญญามาในชาติก่อน ถ้าใช้คาถาบทนี้ของเก่าจะรวมตัว คือว่าทำไปๆ ถ้าเข้าถึงผรณาปีติจะรู้สึกว่าตัวไม่มี เหลือแต่หน้า ต่อไปก็ไม่มีอะไรเหลือเลย หน้าก็ไม่มี

ถ้าทำได้เช่นนี้บ่อยๆ ไม่ช้าก็รวมตัว จะไปไหนก็ได้ เที่ยวต่างประเทศเรื่องเล็ก ✈️

ฆราวาสทำได้ทุกอย่าง แต่พระห้ามแสดงต่อหน้าคน

อย่างท่าน ปิณโฑลภารทวาช เป็นต้นบัญญัติ ถูกห้ามเพราะอะไร

เพราะถ้าทำไปอย่างนั้น คนไม่ต้องการธรรมะ ต้องการพระแสดงปาฏิหาริย์

ถ้าขอให้พระแสดงปาฏิหาริย์ พระทำให้ คนนั้นตายแล้วเกิดใหม่ต้องไปเป็นทาสเขา 500 ชาติ

ถ้าพระไม่ทำให้แล้วโกรธ ก็เลยลงนรก

พระพุทธเจ้าจึงทรงห้าม ⚖️

แต่ว่าพระที่อยู่ในป่าท่านมีความจำเป็นก็ใช้ได้ แต่ต้องไม่ให้คนเห็น

อย่างพระที่เข้านิโรธสมาบัติ ออกมาแล้วปั๊บร่างกายต้องการอาหารก็ต้องดู เราจะไปหาที่ไหน เห็นหน้าคนที่จะให้ปั๊บ ก็เหาะไปทันที

แต่ต้องไม่ให้คนเห็น พอเห็นว่าคนจะเห็นก็ต้องลงเดิน

ถ้าเหาะจริงๆ แล้วไวมาก ตามบาลีว่าที่พระโมคคัลลานน์ขึ้นไปดาวดึงส์ในคราวนั้น บอกว่าแค่ลัดนิ้วเดียว ความจริงไวกว่านั้น แต่ศัพย์ภาษาไทยไม่รู้จะใช้อะไร ความจริงนึกถึงก็ถึงเลย 🌌

🌟 สรุป

คาถา “สัมปจิตฉามิ” เป็นคาถาที่เน้นการภาวนาด้วยใจสบาย ตั้งมั่นในศีล และตั้งอยู่ในสัมมาทิฏฐิ

ผลจะเกิดแก่ผู้ปฏิบัติอย่างแท้จริงตามกำลังบุญบารมีและความบริสุทธิ์ของใจ

📣 หากเห็นว่าบทความนี้เป็นประโยชน์ 🙏
กดแชร์เพื่อเป็นธรรมทาน 💛
และพิมพ์ “สัมปจิตฉามิ” เพื่อร่วมอนุโมทนาบุญด้วยกัน ✨

01/03/2026

#บันทึกธรรมพระราชพรหมยาน

ตายจากกบไปเกิดเป็นเทวดาบนสวรรค์ชั้นดาวดึงสเทวโลก 🐸✨

จากหนังสือ ตายไม่สูญ...แล้วไปไหน โดย หลวงพ่อพระราชพรหมยาน

เมื่อคืนวันที่ ๑๘ กันยายน ๒๕๓๑ อาตมาได้อ่านหนังสือพระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๖ หน้า ๗๔ ไปพบเรื่องที่ถูกใจเรื่องหนึ่ง คือเรื่อง “มัณฑุเทพบุตรวิมาน” แต่อาตมาขอให้นามว่า “เทวดากบ” 🐸🌟

ตามบาลีท่านว่า พระพุทธเจ้าตรัสถามเทวดากบว่า

“นั่นใครมีผิวพรรณสวยงามมาก รุ่งเรืองด้วยฤทธิ์และยศสว่างทั่วจักรวาล ไหว้เท้าทั้งสองของตถาคตอยู่”

เทวดากบกราบทูลว่า

“เมื่อชาติก่อนข้าพระองค์เป็นกบ เที่ยวหาอาหารอยู่ในถํ้า เมื่อข้าพระองค์ฟังธรรมของพระองค์อยู่ คนเลี้ยงโคได้ฆ่าข้าพระองค์ ข้าพระองค์ตายจากความเป็นกบไปเกิดเป็นเทวดาบนสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ มีวรรณะ ยศ ฤทธิ์ เช่นนี้เพราะมีจิตเลื่อมใส ฟังธรรมะของพระองค์เพียงครู่เดียว สำหรับท่านที่มีโอกาสฟังนานๆ มีหวังไปพระนิพพานสิ้นทุกข์ เป็นดินแดนสิ้นโศก สิ้นความเร่าร้อนพระเจ้าข้า”

✨ เป็นอันว่าเรื่องนี้ยืนยันว่า สัตว์เดรัจฉานก็ทำบุญได้
ตามที่นักเทศน์ชอบเทศน์กันว่า เทวดา พรหม สัตว์ ทำบุญไม่ได้ เป็นอันว่าท่านลืมอ่านพระไตรปิฎก

📖 วันที่ ๑๙ กันยายน ๒๕๓๑ หลังจากอาตมาฉันเพลแล้ว ก็เข้าที่พักนอนคอยเวลาเพื่อลงรับแขกตามปกติ

จึงนึกถึงท่านเทวดากบ คิดว่าท่านเป็นกบ ท่านเป็นเทวดาได้ เราเป็นคนลำบากเกือบตายสู้กบไม่ได้ 😅

อยากจะทราบว่าท่านนิพพานแล้วหรือยัง ถ้ายังท่านมีวิมานและทิพยสมบัติเป็นอย่างไร

เมื่อนึกถึงท่านก็ปรากฏทั้งกายทั้งวิมาน ท่านทำให้เห็นชัดเท่าเห็นคนธรรมดา ท่านสวย แสงสว่างก็มาก แต่ท่านไม่สวมชฎา วิมานก็สวย 🏰✨

จึงถามท่านว่า

“ทำไมจึงไม่สวมชฎา”

ท่านบอกว่า

“ท่านมาหาพระ ท่านไม่รีบกลับจึงไม่สวมชฎา”

ขอให้ท่านสวมชฎา เมื่อชฎาปรากฏบนศีรษะ ไม่ได้หยิบสวมเหมือนคน ปรากฏขึ้นเอง ดูสวยไปอีกแบบหนึ่ง แล้วชฎาก็สลายไป 👑✨

ถามท่านว่า

“เมื่อถูกคนเลี้ยงโคแทงแล้วตายทันทีหรือเปล่า”

ท่านบอกว่า

“ยังไม่ตาย เขาเอาเหล็กแทงเอาเชือกร้อยแล้วลากไปกับพื้นดิน เพราะเขาหากบต่อไป มันเจ็บปวดที่สุด เมื่อถึงบ้านเขาวางตากแดดไว้ที่ชานบ้าน มันเจ็บปวดและร้อนแดดเพิ่มเข้าอีก ในที่สุดก็ตาย ทุกข์มากเหลือเกิน”

😢 ทุกข์ของสัตว์นั้นหนักหนาเหลือเกิน

ถามท่านว่า

“เมื่อมาเป็นเทวดาแล้ว คิดอยากเกิดเป็นกบหรืออยากเกิดเป็นมนุษย์อีกไหม”

ท่านยิ้มแล้วตอบว่า

“ไม่อยากเกิดเป็นอะไรเลยครับ มนุษย์ก็ทุกข์ สัตว์ก็ทุกข์ แม้เทวดาผมก็ไม่อยากเป็นอีก อยากไปนิพพาน”

🙏 คำตอบนี้ทำให้สะเทือนใจอย่างยิ่ง

ถามท่านว่า

“ท่านฟังเทศน์สมัยพระพุทธเจ้า เมื่อเป็นเทวดาแล้วได้ฟังต่ออีกไหม”

ท่านบอกว่า

“ฟังอีกหลายครั้ง”

ถามท่านว่า

“เป็นพระโสดาบันหรือยัง”

ท่านบอกว่า

“เวลานี้ผมเป็นพระสกิทาคามีผลขอรับ”

คนถามหน้าแหงเลย 😅

ถามว่า

“เพราะกรรมอะไรจึงเกิดเป็นกบ”

ภาพที่ปรากฏก็คือ ท่านเองเป็นชายสูงโปร่ง ผิวดำ เป็นลูกชาวนา เมื่อไถนาเสร็จแล้วก็เที่ยวหากบ ได้แล้วก็เอาเหล็กแหลมแทง ร้อยเชือกลากกบไปเหมือนที่เขาทำกับท่าน

ท่านบอกว่า

“เศษบาปผมยังชำระไม่หมด ถ้าไปเกิดใหม่ต้องชำระหนี้อีกมาก จึงอยากจะไปพระนิพพานเลย”

เมื่อคุยกับเทวดากบสักครู่หนึ่ง ท่านย่ากับท่านแม่ศรีก็มา

ท่านทั้งสองรู้จักกับเทวดากบดี ท่านเทวดากบเคารพท่านย่าและท่านแม่ศรีมาก

ท่านแม่ศรีบอกว่า

“เทวดากบเคยเกิดเป็นลูกมาหลายชาติ”

ท่านนึกกันออกรู้ได้เหมือนกันทั้งสองฝ่าย... ✨

🌿 ข้อคิดจากเรื่องนี้

แม้เป็นสัตว์เดรัจฉาน ก็มีโอกาสทำบุญได้ 🐸

การฟังธรรมด้วยจิตเลื่อมใส แม้เพียงครู่เดียว ก็มีอานิสงส์ใหญ่ 🌟

ภพใด ๆ ก็ยังมีทุกข์ แม้เทวดายังไม่พ้นทุกข์ 🙏

เป้าหมายสูงสุดคือ “พระนิพพาน” ✨

📣 หากเรื่องนี้ให้แง่คิดกับท่าน
ขอเชิญกด ❤️ กดแชร์ เพื่อเป็นธรรมทาน
และร่วมกันตั้งใจฟังธรรม ปฏิบัติธรรม เพื่อมุ่งสู่ความพ้นทุกข์ไปด้วยกันนะครับ 🙏✨

21/02/2026
20/02/2026

#บันทึกธรรมพระราชพรหมยาน
เรื่อง "เมื่อจิตที่เข้าถึงอุปจารสมาธิและอาการต่างๆที่ปรากฏ ”

“…จะพูดถึงอาการที่จะเข้าถึง อุปจารสมาธิ เมื่อท่านกำหนดรู้ลมหายใจ
เข้าหายใจออก จิตจะมีความสงบสงัดดีขึ้น จะมีความชุ่มชื่นมีความสบาย
แต่ทว่าจะทรงอยู่นานก็หาไม่ อาจจะทรงอยู่ได้สัก ๑ นาที ๒ นาที ๓ นาทีในระยะต้นๆ แต่บางวันมันก็ทรงอยู่ได้ตั้งครึ่งชั่วโมง ตั้งชั่วโมงเหมือนกัน เอาแน่นอนอะไรไม่ได้
.เป็นอันว่าเมื่อจิตของท่านเริ่มมีความสุข มีความรื่นเริง จิตชุ่มชื่นหรรษา
อาการของปีติ มี ๕ อย่าง ที่จะเรียกว่าอุปจารสมาธิ จิตที่เข้าถึงอุปจารสมาธิก็คือจิตมีปีติ แล้วก็จิตเข้าถึงสุข ถ้าเข้าถึงสุขก็เรียกว่าเต็มอุปจารสมาธิ อาการของปีติที่ควรแก่การพิจารณา ควรจะทราบนั่นก็คือ…

…อาการปีติที่ ๑ มีขนลุกซู่ซ่า ที่เรียกว่าขนพองสยองเกล้า ถ้าอาการอย่างนี้เกิดขึ้นก็จงอย่าสนใจกับร่างกาย ขนมันจะลุก ขนมันจะพอง ขนมันจะตั้งขึ้นสูง ขนมันจะต่ำก็ช่างมัน ไม่สนใจกับอาการทางร่างกายทั้งหมด พยายามสนใจกับอารมณ์ที่เราทรงไว้ ความจริงอาการอย่างนี้ผมพูดก็พูด เขียนก็เขียนมาแล้ว แต่ก็ยังมีนักปฏิบัติมากท่าน เมื่อกระทบกระทั่งกับเรื่องทางกายเกิดขึ้น มักจะถามกันบ่อยๆ แต่ว่าไม่ใช่คนในสำนัก เป็นคนนอกสำนัก เป็นเหตุให้รู้สึกว่ารำคาญ เพราะว่าสันดานของบุคคลที่จะเอาดีน่ะ เขาฟังกันครั้งเดียวหรือว่าดูครั้งเดียว อ่านครั้งเดียว เท่านี้พอ ไม่ต้องมานั่งจ้ำจี้จ้ำไชอะไรกัน
.อาการปีติที่ ๒ เมื่อมีอาการขนลุกขนพองสยองเกล้าเกิดขึ้น
จิตจะเป็นสุข ตอนนี้ขอให้ท่านทั้งหลายมีความเข้าใจว่า จิตเราเริ่มเข้าอุปจารสมาธิ คือปีติ บางท่านอาการอย่างนี้ไม่ปรากฎ แต่ปรากฎอีกอย่างหนึ่ง คือ น้ำตาไหล เวลาเริ่มทำสมาธิ น้ำตาไหล บางทีใครพูดอะไรเป็นที่ชอบใจ ชื่นใจปลื้มใจ น้ำตาก็ไหล มันไหลจนกระทั่งบังคับไม่อยู่ นี่เป็นอาการของปีติที่ ๒

…อาการของปีติที่ ๓ เวลาจิตเริ่มเป็นสมาธิ คำว่าเริ่มเป็นสมาธินี่เอาแน่นอนอะไรไม่ได้ ถ้าคนที่มีอารมณ์คล่อง บางทีทำงานอยู่นึกขึ้นมาอาการมันก็เกิดทันที เรียกว่า จิตเข้าถึงสมาธิเร็วอาการที่ ๓ ของปีติก็คือร่างกายโยกไปโยกมา โยกไปข้างหน้า โยกข้างหลัง อย่างนี้เป็นอาการของปีติที่ ๓

…อาการของปีติที่ ๔ มีอาการตัวสั่นเทิ้มคล้ายปลุกพระ หรือมีอาการบางครั้งตัวลอยขึ้นพ้นพื้นที่ ถ้าอาการอย่างนี้ปรากฏก็อย่าเพิ่งนึกว่าอาการของการเหาะมันจะมีขึ้น ยังไม่ใช่เหาะ เป็นเรื่องของปีติ

…อาการของปีติที่ ๕ จะมีอาการซาบซ่าน ซู่ซ่าทางกาย คล้ายๆกับของในกายมันไหลออกไปหมด ตัวกายเบาโปร่ง จะมีความรู้สึกเหมือนกับตัวใหญ่ขึ้น หน้าใหญ่ขึ้น ตัวสูงขึ้น รู้สึกว่ามันซู่ซ่าแต่อารมณ์จิตสบาย อาการอย่างนี้เป็นอาการของปีติที่ ๕ เมื่ออาการของปีติที่ ๕ เกิดขึ้น ตอนนั้นอารมณ์จิตจะเป็นสุข ความสุขที่มีขึ้นเราจะบอกไม่ถูก ว่าความสุขนั้นมันจะมีอย่างไร อธิบายไม่ได้

…ขึ้นชื่อว่าความสุขประเภทนี้ในชีวิตของเราจะไม่ปรากฎมีมาเลย มันเป็นความสุขสดชื่นปราศจากอามิสที่คิดถึง หมายความว่าไม่ใช่มีความชื่นใจเพราะได้ของมา อย่างนี้เขาเรียกว่าความสุขที่เกิดขึ้นจากนิรามิสสุข คือสุขไม่อิงอามิส มันเป็นความสุข ผ่องใส สดชื่น มีความสบายเปรียบเทียบกับอะไรก็เปรียบเทียบไม่ได้

…ถ้าอาการอย่างนี้มีขึ้น แสดงว่า จิตของท่านเข้าถึงอุปจารสมาธิอันดับที่สุด เป็นการเต็มขั้นกามาวจรสวรรค์ อย่าลืมว่า ขณิกสมาธิเป็นปัจจัยให้เกิดในกามาวจรสวรรค์ แล้วก็ถึง อุปจารสมาธิเต็ม เป็นการเต็มที่จะขึ้นไปเกิดบนสวรรค์ได้ทุกชั้น ตามอัธยาศัย เรียกว่าเต็มกามาวจรสวรรค์ ถ้าเลยไปจากนี้ก็เป็นอาการของพรหม….”
จาก…หนังสือ ธรรมปฏิบัติเล่ม ๒๐ หน้า ๘๖ – ๘๙ โดยหลวงพ่อพระราชพรหมยาน วัดท่าซุง จ.อุทัยธานี

08/02/2026

- คำสอนหลวงพ่อพระราชพรหมยาน -

ร่วมทำบุญออนไลน์ได้ที่
ธนาคารกรุงเทพ
ชื่อบัญชี : วัดอาคมสิทธาภรณ์
เลขบัญชี : 386-815-6666

ติดต่อสอบถาม
โทร.095-551-9797 พระอธิการคณาธิป สนฺตจิตฺโต

ที่อยู่ 2/2 ม.1 วัดอาคมสิทธาภรณ์ ต.โยธะกา อ.บางน้ำเปรี้ยว จ.ฉะเชิงเทรา 24150

ลิ้งค์แผนที่ : https://maps.app.goo.gl/AjBw8H6CYkEHedN18

ติดตามข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับวัดอาคมสิทธาภรณ์ได้ที่
แฟนเพจเฟซบุ๊ค : วัดอาคมสิทธาภรณ์ พระประธานอุโบสถสูงที่สุดในโลก
tiktok : วัดอาคมสิทธาภรณ์ https://vm.tiktok.com/ZSBwAfKrh/
อินสตาแกรม : หลวงพ่อรวยทันใจ
https://www.instagram.com/wataakomsitthapon...

05/02/2026

#ส่งเสริมลูกหลาน

ฉันขอยืนยันว่า...ประเทศไทย ไม่เคยว่างพระอรหันต์ พระพุทธเจ้าพยากรณ์ไว้ว่า..." หลังกึ่งพุทธกาลไปแล้ว #พระพุทธศาสนาจะเจริญรุ่งเรืองอีกวาระหนึ่ง และก็จะมีพระอริยเจ้ามาก
#คล้ายสมัยที่พระองค์ยังอยู่ "

คำว่า...อริยเจ้า ต้องนับตั้งแต่ พระโสดาบันขึ้นไป พระโสดาบันกับพระสกิทาคามี ยังเลี้ยงลูกเล็ก ยังมีเมีย มีลูกมีเต้า เขาเป็นได้ ๒ อย่างนี้
ถ้าเป็นอนาคามี ยังเป็นฆราวาสได้ แต่อยู่กันเฉยๆความรู้สึกระหว่างเพศไม่มี

( ญาติโยมทีนั่งๆ ทั้งหมดนี่ ) นี่ก็เป็นเชื้อใหญ่ แต่พวกนี้ ดีกว่าพระ...เวลาจะตาย มันได้ทุกคน ไปตามนี้ทุกคน #ท่านย่า ท่านบอกแล้ว ท่านย่า เป็นคนบอกคนแรก ครั้งหลังสุด ตั้งแต่...ฝึกมโนมยิทธิ ได้ในปีแรก #แม่ศรีบอกเลย เมื่อก่อนท่านอยู่ดาวดึงส์... #ฉันไปนิพพานแล้ว

เลยถามว่า...แม่ศรี ลูกไปได้หมดหรือ
แม่ศรีบอก..." ฉันมั่นใจว่าหมด ฉันค่อยๆ ดันอีกหน่อย ถ้าไปไม่หมด ก็แค่ศาลเตี้ย "

ศาลเตี้ย อยู่ดาวดึงส์นี่ ดาวดึงส์แค่นี้ ไม่ไปไหนหรอก เขาคอยจ้อง ถ้าไม่ไหวจริงๆ เขาคอยรับ สมัยพระศรีอาริยเมตไตรย์

โยมถึงสั่งบอกว่า..." ทุกคน คนของเราทั้งหมด ให้ไล่ไปดาวดึงส์ทั้งหมด หากว่ามันไม่ไหว ไล่ไปดาวดึงส์ สมัยพระศรีอาริย์ ฉันจะพาลง แล้วได้หมด "

จึงถามว่า..." การไล่ไปดาวดึงส์ จะทำยังไงกัน ถึงไปได้ "

" มันก็มี ๒ อย่าง คือ วิหารทาน กับ สังฆทาน "

ฉันจึงสร้าง จนเลิกไม่ได้ สังฆทานเวลานี้
คนของเรามันก็แน่เหลือเกิน ถวายกันเรื่อย อันนี้ เป็นจุดแรก ที่เราหวังจะเข้ามุมกัน แต่ท่านบอกว่า
ถ้าใครสามารถจะไปได้ก็อย่ายั้งตัว ปล่อยไปเลยไม่ให้ถ่วง

หนักเข้า ระยะที่ ๒ ถามโยมผู้ชาย..." โยม...
หลานไปได้หมดหรือ " หมดแน่ครับ ถามท่านย่า..." ว่าไงโยม ว่าไง ๆ " บอก...

" ดูไปก่อน ดูไปก่อน หลานๆ จะไหว หรือ ไม่ไหว หลาน โยมคนเดียวแบกได้ ถ้าเผื่อเป็นแสนไม่ไหว ถามแม่มันได้ แม่มันเยอะ หานางฟ้าให้ก็ได้ ที่เขาเป็นพระอริยะเบื้องต้น พระโสดา สกิทาคา นี่จับได้ เขาพร้อมลง "

พอระยะเข้าช่วง ๓ ในปีที่ ๒ ย่าไปมั่งแล้ว
ถาม..." โยม...มั่นใจหรือ มันอาจจะเลว ในระหว่างกลาง ก็ได้นะ "

บอก..." กลาง มันเลวได้ กรรมบางอย่างมันสนอง แต่ปลายมือ ต้องได้ทุกคน "

อย่าลืมนะ ปลายมือ เวลาเจ็บหนัก ราคะ-โทสะ-โมหะ มันไม่มี ป่วยหนัก จะไปนึกอยากแต่งงานกับใคร ลุกไม่ไหว ป่วยหนัก อยากจะรวยหรือ ไม่ไหว เพราะฉะนั้น กิเลสมันว่างหมดถ้าจิต จับนิพพานเป็นอารมณ์ มันจะไปเร็ว จับไว้ก่อน นึกถึง นิพพาน ไปเรื่อยๆ จิตจะมีสภาพจำตอนนั้น กิเลสมันว่างหมด เหลือแต่ทุกขเวทนา

ใจเดิมที่ตั้งใจ คิดว่าจะไปนิพพาน มันทรง
ตัวเป็น อธิษฐานบารมี มันจะพาไปเลย เท่านี้ีเอง

#วันที่ตายคือวันที่เป็นพระอรหันต์ #อรหัตผลเมื่อไรวันนั้นก็เป็นวันตาย

จากหนังสือ พ่อสอนลูก เล่ม ๑ หน้า ๒๒ หลวงพ่อฤาษีวัดท่าซุง

ที่อยู่

ตำบลด่านทับตะโก
Rajburi
70150

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ วัดนิยมธรรมาราม ด่านทับตะโกผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์