สวนกุศลธรรม

สวนกุศลธรรม สถานปฏิบัติธรรม

 #ดีมากอยากให้อ่านหนุ่มฝรั่ง ชี้..ศาสนาพุทธเท่านั้นที่มี คำสอน ทั้ง ๑๙ อย่างนี้ ที่ไม่สามารถพบจากศาสนาอื่นได้๑.พระพุทธศา...
14/10/2021

#ดีมากอยากให้อ่าน

หนุ่มฝรั่ง ชี้..ศาสนาพุทธเท่านั้น
ที่มี คำสอน ทั้ง ๑๙ อย่างนี้
ที่ไม่สามารถพบจากศาสนาอื่นได้

๑.พระพุทธศาสนา ปฏิเสธว่า มีผู้สร้างโลก ถือว่า ความเชื่อนี้ไร้สาระ ตรงข้าม โลกนี้ประกอบขึ้นจากเหตุธาตุทั้ง4 คือ ธาตุดิน ธาตุน้ำ ธาตุไฟ ธาตุลม ประกอบกันขึ้นมา

๒.พระพุทธศาสนา ไม่ใช่ระบบความเชื่อที่จะใช้คำว่า Religion เพราะศัพท์นี้ หมายถึง ต้องมีความเชื่อในพระเจ้าผู้สร้างโลก

๓.จุดหมายปลายทางของพระพุทธศาสนา คือ ละกิเลสได้หมดแล้ว หลุดพ้นจากการเวียนว่ายตายเกิด หรือวัฏฏสงสาร ไม่ใช่ไปแค่ไปเกิดบนสวรรค์เท่านั้น

๔.พระพุทธเจ้า ไม่ใช่ผู้ปลดปล่อยสรรพสัตว์ให้รอด สรรพสัตว์ต้องช่วยตนเอง เพื่อหลุดพ้นจากกิเลสและวัฏฏสงสาร

๕.ความสัมพันธ์ระหว่างพระพุทธเจ้า และสาวก คือ ครูผู้สอนและลูกศิษย์ ไม่ใช่ตัวแทนพระเจ้า และทาสผู้รับใช้

๖.พระพุทธเจ้า ไม่เคยให้สาวกใช้ความเชื่อโดยปราศจากปัญญามานับถือ ตรงข้าม ทรงสอนให้ใช้ปัญญา พิจารณาคำสอนก่อนจะเชื่อ และเห็นจริงด้วยตนเอง และ ผู้เป็นสาวกของพระพุทธเจ้า ต้องนำคำสอนไปประพฤติและปฏิบัติเพื่อความหลุดพ้นด้วยตนเอง ไม่มีใครช่วยทำให้หลุดพ้น จากการเวียนเกิดเวียนตายได้ นอกจากให้แค่แนะนำ ชี้ทางที่ถูกต้องให้เท่านั้น

๗.คำสอนพระพุทธเจ้า เป็นสัจธรรมประจำโลก ที่เป็น และมีอยู่แล้ว พระพุทธเจ้าทรงเป็นแต่เพียงผู้ค้นพบเท่านั้น พระองค์ไม่ใช่เป็นคนสร้างคำสอนขึ้นมา

๘.นรกในพระพุทธศาสนา ไม่ใช่สถานที่กักขังสัตว์อย่างนิรันดร์ บุคคลทำบาปแล้ว ไปเกิดในนรก เมื่อพ้นกรรมแล้ว ก็สามารถกลับไปเกิดในภพที่ดีกว่าได้ และ สัตว์ที่ได้ไปเกิดในภพอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นภพเทวดา ภพมนุษย์ ภพเปรตวิสัย ภพเดรัจฉาน ก็สามารถเวียนกลับไปเกิดในนรกอีกได้ เช่นกัน

๙.พระพุทธศาสนา ไม่ได้สอนแนวคิดเรื่องบาปติดตัว เหมือนที่ศาสนาเทวนิยมสอน แต่สอนเรื่องกฎแห่งกรรม ซึ่งมีทั้งกรรมขาว กรรมดำ และกรรมไม่ขาวไม่ดำ

๑๐.พระพุทธศาสนาสอนว่า มนุษย์และเทวดาทุกชีวิต มีศักยภาพที่จะบรรลุธรรมได้ ข้อสำคัญก็คือ ต้องใช้ความพยายามในการปฏิบัติ เพื่อชำระกิเลสให้พ้นไปจากจิตใจ พระพุทธเจ้าก็ทรงเป็นมนุษยสามัญธรรมดา ที่หลุดพ้นจากทุกข์ได้ เพราะการประพฤติปฏิบัติมาหลายภพหลายชาติ

๑๑.กฎแห่งกรรมของทุกสรรพสัตว์ เป็นตัวอธิบายว่า เหตุใดคนถึงเกิดมาแตกต่างกัน กฎแห่งกรรมเป็นตัวอธิบายถึงภพภูมิที่สัตว์พากันไปเกิด

๑๒.พระพุทธศาสนา เน้นให้แผ่เมตตากรุณาไปยังสรรพสัตว์ ทุกภพภูมิ ทรงสอนให้ละจากการประพฤติชั่วทั้งปวง คือ อกุศลกรรมบท ๑๐ และให้ประพฤติปฏิบัติแต่ กุศลกรรมบถ ๑๐

๑๓.ธรรมะของพระพุทธเจ้า เสมือนแพ หลังจากบำเพ็ญเพียรจนดับทุกข์ได้แล้ว จะอยู่เหนือบุญและบาป ธรรมะทั้งปวงจะต้องไม่ยึดมั่นถือมั่น

๑๔.ไม่มีสงครามศักดิ์สิทธิ์ ในทรรศนะพระพุทธศาสนา การฆ่าสัตว์ตัดชีวิต การเบียดเบียนผู้อื่นด้วยเจตนา ผู้กระทำจะต้องรับกรรมทั้งสิ้น จนกว่าจะหลุดพ้นจากวัฏสงสาร การฆ่าในนามศาสนา ยิ่งกระทำมิได้ในพระพุทธศาสนา

๑๕.พระพุทธเจ้าสอนว่า กำเนิดสังสารวัฏ ไม่มีเบื้องต้นและที่สุด ถ้าหากสัตว์ยังดำเนินชีวิตไปตามอำนาจกิเลส
ที่มี อวิชชาเป็นเครื่องกั้น มีตัณหาเป็นเครื่องผูก ย่อมต้องเวียนเกิดเวียนตายต่อไป

๑๖.พระพุทธเจ้า ทรงเป็นพระสัพพัญญู ( ผู้รู้ความจริงทุกเรื่องที่ทรงอยากรู้ ) และพระพุทธเจ้า มิใช่เทพเจ้าผู้ทรงมีอำนาจล้นฟ้า ดลบันดาลสร้างธรรมชาติต่างๆ ขึ้นมา

๑๗.การฝึกสมาธิ สำคัญมากในพระพุทธศาสนา แม้ว่าศาสนาอื่นๆ ก็มีสอนให้คนมีสมาธิ แต่มีพระพุทธศาสนาเท่านั้นที่สอน วิปัสสนา ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญ ที่ทำให้รู้แจ้งว่า ทุกสรรพสิ่ง เมื่อมีการเกิด ย่อมมีการดับ

๑๘.หลักคำสอนเรื่อง สุญญตา) หรือ นิพพาน เป็นเอกลักษณ์เฉพาะในพระพุทธศาสนา ถือเป็นคำสอนระดับสูงของพระพุทธศาสนาด้วย เพราะสรรพสิ่งทั้งหลายทั่วโลกธาตุ ไม่มีสิ่งใด เที่ยงแท้ถาวร มีแต่ปัจจัย ดิน น้ำ ไฟ ลม ประกอบกัน สรรพสิ่งในโลก จึงตกอยู่ในภาวะอนิจจัง ทุกขัง และอนัตตา เหมือนกันหมด พระพุทธศาสนาจึงไม่สุดโต่งไปตามแนวศาสนาประเภทเทวนิยม หรือ ตามแนววัตถุนิยม ที่มีอวิชชาเป็นเครื่องกั้น มีตัณหาเป็นเครื่องผูก ที่ต้องเวียนเกิดเวียนตาย จนกว่าจะบรรลุธรรม จึงจะดับเย็น เข้าสู่นิพพาน

๑๙.วัฏจักร หรือสังสารวัฏ เป็นคำสอนในพระพุทธศาสนา ตราบใดที่สรรพสัตว์ ยังไม่หลุดพ้นจากกิเลส ก็จะเวียนว่ายตายเกิด ไปตามภพภูมิต่างๆ ตามแรงเหวี่ยงของกรรม ไม่สิ้นสุด จนกว่าจะบรรลุธรรม ดังนั้น ทุกสรรพสัตว์ จึงต้องช่วยตนเอง เพื่อพัฒนาไตรสิกขา ให้หลุดพ้นจากโลภะ โทสะ และโมหะ หรืออวิชชา เพื่อการหลุดพ้นจากสังสารวัฏให้ได้ ฯ

~ เสียดายไม่ทราบชื่อฝรั่งผู้เขียน แต่ ก็แสดงว่า มีความเข้าใจในพระพุทธศาสนา ขอกราบคารวะ และ ขอชื่นชมด้วยใจจริง

👼 "แม่สอน (พุทธทาส) ไว้"• แม่มักจะพูดว่า "ถ้าไม่รู้จักใช้ฟืนก็จะเป็นทาสฟืน ไม่รู้จักใช้น้ำก็จะเป็นทาสน้ำ" รวมกระทั่งว่าถ...
13/08/2021

👼 "แม่สอน (พุทธทาส) ไว้"

• แม่มักจะพูดว่า "ถ้าไม่รู้จักใช้ฟืนก็จะเป็นทาสฟืน ไม่รู้จักใช้น้ำก็จะเป็นทาสน้ำ" รวมกระทั่งว่าถ้าไม่รู้จักใช้เงิน ก็ต้องเป็นทาสเงิน ต้องหาเงิน มากเกินความจำเป็น ไม่รู้จักใช้ก็จะเป็นทาสของสิ่งนั้น

• แม่สร้างนิสัยอ่อนน้อมถ่อมตน แม่สอนว่าการยอมแพ้นั้น ไม่ถือว่าเป็นการเสียเกียรติ เพราะทำให้เรื่องมันระงับไป โดยไม่เสียหายอะไร ใครๆ ก็รักคนที่ยอมแพ้ไม่ให้เรื่องเกิดขึ้น

• แม่สอนให้เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ แม่สอนว่าให้ลูกแมวได้กินข้าวก่อน แล้วคนจึงกิน สัตว์เดรัจฉานเป็นเพื่อนของเรา ขอทานเป็นเพื่อนของเรา คนไร้ญาติขาดมิตรมาตายอยู่ตามท่าน้ำ เราต้องเอื้อเฟื้อ

• ถ้าเรากินเองมันก็ถ่ายออกมาหมด ถ้าเราให้เพื่อนกิน มันอยู่ในหัวใจของเขา

• แม่สอนว่า ไก่ไม่มีเห็บ เพราะมันช่วยจิกให้กันและกัน ลูกไก่เล็กๆ ยังช่วยจิกเห็บให้ลูกไก่ตัวใหญ่ เห็บมันอยู่ตามหน้าหงอนมันจิกเองไม่ได้ แต่ไก่มันไม่มีเห็บเพราะมันปฏิบัติหน้าที่ของกันและกัน

• แม่ปลูกฝังให้รักการทำงาน ปลูกพริก มะเขือ ฯลฯ แล้วยังสอนคาถากันขโมยให้ด้วยว่า "ถ้านกกินเป็นบุญ คนกินเป็นทาน" เมื่อคิดได้เช่นนี้แล้ว จะไม่ถูกขโมยเลยตลอดชีวิต กลายเป็นทานไปเสียทุกที

• แม่คือผู้สร้างโลก คนในโลกจะดีจะเลวก็เพราะแม่ การทำให้พ่อแม่น้ำตาตกเป็นบาป ปัญหาในบ้านเมืองเราเดี๋ยวนี้ คือ ปัญหาเด็กไม่เคารพ ไม่รัก ไม่เชื่อฟังพ่อแม่ เพราะเขาไม่รู้ว่า การทำให้พ่อแม่ร้อนใจ น้ำตาตก เป็นความเลวร้ายอย่างใหญ่หลวง

• พระคุณของแม่ แม่ไม่กล้าปล่อยให้น้ำตาตก แม้ลูกจะทำกับแม่อย่างเจ็บปวดรวดร้าวอย่างไร แม่ไม่กล้าปล่อยให้น้ำตาตก เพราะกลัวลูกจะไปอเวจี แม่รักลูกเท่าไร!

• กตัญญูพ่อแม่เป็นทุนแล้วก็จะกตัญญูต่อคนอื่นออกไป กตัญญูไปถึงสิ่งไม่มีชีวิตจิตใจ ถนนหนทาง ห้วยหนองคลองบึง ไม่มีจิตใจ ก็กตัญญูต่อมัน ใช้ให้เป็นประโยชน์ได้ ช่วยกันรักษา ช่วยกันสร้างสรรค์ จงเป็นคนกตัญญูที่กว้างขวางขนาดนี้

• ไม่ต้องสร้างเจดีย์ ไม่ต้องสร้างอะไรที่ไหน ตัวเองนี่แหละทำตัวเองให้เป็นอนุสาวรีย์ที่ดีที่สุด งดงามที่สุด สูง ประเสริฐที่สุด เป็นอนุสาวรีย์ที่ดีที่สุดให้แก่พ่อแม่

#คัดมาจากบางส่วนของหนังสือ
แม่สอนไว้ -ท่านพุทธทาส-

🙏🙏🙏
11/08/2021

🙏🙏🙏

ขอกราบอนุโมธนาสาธุ ผู้มีจิตรศรัทธา ถวายพระพุทธรูปปรางนาคปรก ณ สถานที่แห่งนี้ขอให้ทุกท่านประสบแต่ความสุข ความเจริญในทุกๆด...
07/11/2020

ขอกราบอนุโมธนาสาธุ ผู้มีจิตรศรัทธา ถวายพระพุทธรูปปรางนาคปรก ณ สถานที่แห่งนี้

ขอให้ทุกท่านประสบแต่ความสุข ความเจริญในทุกๆด้าน ปราศจากภัยอันตรายทั้งหลายทั้งปวง

สาธุ🙏🏻🙏🏻🙏🏻

15/03/2015

การปฏิบัติธรรม การสร้างบุญ บารมี
จะเกิดขึ้นได้ ต้องเป็นผู้ปฎิบัติดี ทั้ง กาย วาจา ใจ
และสิ่งสำคัญคือ ไม่เป็นผู้ทำให้คนอื่นเดือดร้อน
ทั้งทาง กาย วาจา ใจ

ทางกาย การปฏิบัติใดๆที่ทำให้ผู้อื่นเดือดร้อน เช่นการทำร้าย ทั้งทางตรงหรือทางอ้อม

ทางวาจา การพูดใดที่ทำให้ผู้อื่นเดือดร้อน
เช่นการกล่าวว่า ด่าว่า หรือการพูดจาด้วยอารมณ์โมโห

ทางใจ การคิดไม่ดีต่อผู้อื่น จนก่อให้เกิดทาง กายและวาจา

สิ่งเหล่านี้เป็นข้อขัดแย้งกับการปฎิบัติธรรมทั้งสิ้น และอาจทำให้การปฏิบัติธรรม การทำบุญ สร้างกุศลนั้นกลายเป็นเพียงการทำเพื่อความสบายใจเท่านั้น

09/03/2015
 #จิตรที่ปราศจากกิเลสหมดราคะ โทสะ โมหะแล้วจิตผ่องแผ้ว เลิศดี ไม่มีสองย่อมมีค่า สูงจริง ยิ่งเงินทองเหมือนสูริย์ส่อง ท้องฟ...
23/02/2015

#จิตรที่ปราศจากกิเลส

หมดราคะ โทสะ โมหะแล้ว
จิตผ่องแผ้ว เลิศดี ไม่มีสอง
ย่อมมีค่า สูงจริง ยิ่งเงินทอง
เหมือนสูริย์ส่อง ท้องฟ้า สง่างาม.

กิเลส ก็คือสิ่งที่ทำให้เกิดความเศร้าหมอง ซึ่งได้แก่ ความโลภ ความโกรธ ความหลง ท่านได้แบ่งประเภทของกิเลสออกเป็นดังนี้ คือ

๑.ราคะ สามารถแบ่งย่อยออกได้เป็น

-ความโลภอย่างแรงจนแสดงออกมา เช่นการลักขโมย ปล้น จี้ ข่มขืนกระทำชำเรา เป็นต้น (อภิชฌาวิสมโลภะ)

-ความเพ่งเล็งจะเอาของคนอื่นมาเป็นของตัว มีใจอยากได้ของคนอื่นแต่ยังไม่ถึงกับแสดงออก (อภิชฌา)

-ความอยากได้ในทางไม่ชอบ เช่นการยอมรับสินบน การทุจริตเพื่อแลกกับการมีทรัพย์เป็นต้น (ปาปิจฉา)

-ความมักมากเห็นแก่ได้ ด้วยการเอามาเป็นของตนจนเกินพอดี เอาประโยชน์ใส่ตัวโดยไม่คำนึงถึงคนอื่น (มหิจฉา)

-ความยินดีในกาม ก็คือยังไม่สามารถละกิจกรรมทางเพศได้ ยังมีความรู้สึก มีแรงกระตุ้น มีความพอใจในเรื่องเพศ (กามระคะ)

-ความยินดีในรูปธรรมอันปราณีต ก็คือติดอยู่ในอารมณ์ของรูปฌาณ ปรารถนาในรูปของภพเมื่อทำสมาธิขั้นสูงขึ้นไป (รูปราคะ)

-ความยินดีในอรูปฌาณ ก็คือติดอยู่ในอารมณ์ของอรูปฌาณเมื่อทำสมาธิถึงภพของอรูปพรหม (อรูปราคะ)

๒.โทสะ สามารถแบ่งย่อยออกได้เป็น

-พยาบาท คือการผูกใจอาฆาต มีใจที่ไม่หวังดี การจองเวร

-โทสะ คือการคิดประทุษร้าย เนื่องด้วยมีใจพยาบาทแล้วก็มีใจคิดหมายทำร้าย

-โกธะ คือความโกรธ ความเดือดร้อนใจ ซึ่งล้วนเป็นเหมือนไฟที่เผาตัวเอง

-ปฏิฆะ คือความขัดใจ ความไม่พอใจอันทำให้อารมณ์หงุดหงิด

๓.โมหะ สามารถแบ่งย่อยออกได้เป็น

-ความเห็นผิดเป็นชอบ เช่นการไม่เชื่อในเรื่องบาป เรื่องบุญเป็นต้น (มิจฉาทิฐิ)

-ความหลงผิด ไม่รู้ตามความเป็นจริง (โมหะ)

-การเห็นว่ามีตัวตน เช่นการเชื่อในสิ่งที่มองเห็นด้วยตาเปล่าเท่านั้น (สังกายทิฏฐิ)

-ความสงสัย คือสงสัยในพระธรรม คำสั่งสอนในเรื่องการปฏิบัติเพื่อความพ้นทุกข์ (วิจิกิจฉา)

-การยึดถืออย่างงมงาย เช่นการไปกราบไหว้สัมพเวสีที่อยู่ตามต้นไม้ ขอลาภเป็นต้น (สีลัพพตปรามาส)

-ความถือตัว คือการสำคัญตัวเองผิดว่าเป็นอย่างโน้นเป็นอย่างนี้ (มานะ)

-ความฟุ้งซ่าน คือการที่จิตใจว่อกแวก คิดไม่เป็นสาระ ไม่อยู่กับร่องกับรอย ไม่มีสมาธิ หรือการทำสมาธิไม่นิ่ง (อุทธัจจะ)

-ความไม่รู้จริง คือการที่รู้แค่ผิวเผิน หรือการทึกทักเอาเอง ไม่ปฏิบัติตามหลักพระธรรม ยังไม่เกิดปัญญา (อวิชชา)



โทษของการมีกิเลสดังกล่าวข้างต้นพอสรุปได้สั้นๆ ดังนี้คือ

๑.ราคะ มีโทษน้อย แต่คลายช้า

๒.โทสะ มีโทษมาก แต่คลายเร็ว

๓.โมหะ มีโทษมาก แต่คลายช้า

Cr. http://www.dhammathai.org/treatment/poem/poem37.php

กิเลส ก็คือสิ่งที่ทำให้เกิดความเศร้าหมอง ซึ่งได้แก่ ความโลภ ความโกรธ ความหลง ท่านได้แบ่งประเภทของกิเลสออกเป็นดังนี้ คือ

ที่อยู่

7. 9480857, 98. 3915253 ทางหลวงชนบท ภก. 3028 ต. ศรีสุนทร
Phuket
83000

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ สวนกุศลธรรมผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์