อาศรมบัณฑิตาราม

อาศรมบัณฑิตาราม สถานปฏิบัติธรรม เจริญสติ สู่มรรคผลนิพพาน

27/07/2026

ขอเชิญร่วมเป็นเจ้าภาพสร้าง “ศาลามิลินท์”

ศาลาแห่งการถามธรรม แสดงธรรม และสนทนาธรรม ที่รองรับผู้ปฏิบัติจากทั่วประเทศ

วันนี้ ผู้แสวงหาหนทางพ้นทุกข์มีจำนวนมากขึ้น จนศาลาหลังเดิมไม่เพียงพอ พระอาจารย์อินทริยะ จารุธัมโม จึงมีดำริให้จัดสร้างศาลามิลินท์หลังใหม่ขึ้น

จึงขอเชิญทุกท่านร่วมเป็นเจ้าภาพสร้าง “ศาลามิลินท์” หลังใหม่ตามกำลังศรัทธา

ร่วมเป็นเจ้าภาพได้ที่

บัญชีมูลนิธิบัณฑิตาราม
เพื่อสร้างวัดป่ากรรมฐาน
ธนาคารกสิกรไทย
177-2-65154-2

🙏 ขออนุโมทนาบุญกับทุกท่าน

#ศาลามิลินท์ #อาศรมบัณฑิตาราม #วิปัสสนากรรมฐาน #ถามธรรม #สนทนาธรรม #มิลินทปัญหา

คอร์สภาวนาครั้งที่83วันที่20-26กรกฎาคม 2569       #รุ่นนักพากย์  เมื่อฝึกเจริญสติปัฏฐานหมวด สัมปะชัญญะความรู้สึกตัวได้เป...
26/07/2026

คอร์สภาวนาครั้งที่83
วันที่20-26กรกฎาคม 2569

#รุ่นนักพากย์

เมื่อฝึกเจริญสติปัฏฐานหมวด สัมปะชัญญะความรู้สึกตัวได้เป็นธรรมชาติทรงตัวดีแล้ว จะเป็นเหตุให้ทิฐิและตัณหา ตั้งอาศัยอยู่ไม่ได้ พูดง่ายๆคือ กิเลสตั้งอยู่ไม่ได้ คือกิเลสมันดับนั่นเอง แล้วตัณหาคืออะไร ทิฐิคืออะไร ตัณหานั้นคือความอยากได้ อยากให้มี และความไม่อยากได้ ความไม่อยากให้มี เป็นเหมือนแรงผลักดันภายในใจ แต่ตัวที่กำหนดทิศทางและเลือกทำนั้นคือทิฐิ เมื่อตัณหาอยากได้รูป ทิฐิจะเป็นผู้เลือกว่าจะเอารูปชนิดไหน อย่างนี้เป็นต้น ตัณหาหยาบๆก็คือกามตัณหา ต้องการ รูป เสียง กลิ่น รส และสัมผัส ตัณหาละเอียดคือความต้องการนามธรรมที่ปราณีตกว่ารูปเช่นความสุขที่เกิดจากสมาธิ หรือสภาวะธรรมที่เป็นญาณต่างๆเป็นต้น เมื่อความต้องการเกิดขึ้นทิฐิก็เริ่มทำงานดำริเป็นคำพูดในใจ เบื้องต้นก็พูดเพื่อสื่อสารกับตัวเองที่สุดก็พูดออกมาเพื่อสื่อสารกับคนอื่นเพื่อให้ได้ตามความต้องการ ของตน เมื่อปฏิบัติได้ดีจนละอารมณ์อันเป็นตัณหาหยาบๆได้หมดแล้ว จิตมีสภาวะตื่นรู้ได้แล้ว สภาวะที่ยังคงมีปรากฏอยู่คือ“ทิฐิ”เป็นผู้รู้ที่เป็นกุศลเป็นสัมมาทิฐิ แสดงตัวเป็นผู้รู้และพูดพากย์ในธรรมที่เป็นกุศลทั้งหลาย นี่เป็นมายาตัวสุดท้ายที่ยังคงเหนี่ยวรั้งจิตไม่ให้ถึงความบริสุทธิ์หมดจด ไม่ให้ถึงความเป็นจิตเดิมแท้ ความรู้สึกตัวที่ไม่ประกอบด้วยหลักการของทิฐิ จึงเป็นธรรมชาติอันเดียวเท่านั้นที่จะพาจิตเห็นทิฐิที่เป็นนักพากย์ธรรมะพากย์รูปและพากย์นาม เห็นนักพากย์นี้ก็เป็นสังขารที่เกิดและดับเหมือนกัน จึงจะพ้นจากนักพากย์ได้ อยู่กับนักพากย์เป็น เห็นเป็นเพียงอวัยวะอีกอันนึงเท่านั้น
#สัมปะชัญญะบรรพพะ #สติปัฏฐาน4 #อาศรมบัณฑิตาราม บ้านดีลัง อ.พัฒนานิคม จ.ลพบุรี

รวมภาพบรรยากาศในคอร์สภาวนา #รุ่นนักพากย์

เมื่อฝึกการรับรู้ ทำความรู้สึกตัวจนเกิดสภาวะรู้สึกตัวทั่วพร้อม ทั่วสารพางค์กายได้แล้วถือว่าเกิดมรรคได้พร้อมแล้ว เป็นมรรค...
06/07/2026

เมื่อฝึกการรับรู้ ทำความรู้สึกตัวจนเกิดสภาวะรู้สึกตัวทั่วพร้อม ทั่วสารพางค์กายได้แล้ว
ถือว่าเกิดมรรคได้พร้อมแล้ว เป็นมรรคสมังคี พร้อมจะเป็นผลคือรู้ทั้งตัว
...เนื่องจากตัวกายนี้ มีตา มีหู มีจมูก มีลิ้น มีกาย และมีใจ จึงทำให้จิตรับรู้ รูป เสียง กลิ่น รส สัมผัส และมโน ได้พร้อมๆกัน การที่จิตรับรู้ครอบคลุมทุกอายาตนะไว้ได้ นี้เป็นญาณ เกิดสภาพการรู้พร้อม คือ เกิดอภิภยาตนะ อันเป็นดวงตาของจิตเดิมแท้
จากจุดนี้จะเป็นการเห็นโดยจิต คือจิตมันเห็น เห็นขันธ์ 5 ทุกอาการ ทั้งกายและใจ
เมื่อถึงจุดนี้แล้ว จะเป็นวิปัสนาญาณบริสุทธิ์ เป็นการเห็นซื่อ เห็นตามจริงไม่ตัดสิน
เมื่อเห็นแล้ว หากจิตไม่ตั้งมั่น เกิดอุปทาน อาจหลงยึดในสิ่งที่เห็นบ้าง ก็แล้วแต่ปัญญาของผู้ปฏิบัติน่ะ ค่อยๆดูไป วันหนึ่งอาจเกิดปัญญา ปล่อยวางธรรมทั้งปวงได้เพราะเห็น ทุกขัง อนิจจัง อนัตตาได้จริงเสียที

29/06/2026

จิตเดิมแท้ เป็นธาตุรู้ ผ่องใสประภัสสร เมื่อมีสิ่งใดปรากฏขึ้นในคลองแห่งจิต แสงแห่งจิตจะฉายทาบทาลงในสังขารนั้น เกิดวิญญานการรับรู้
สังขารเหล่านั้น อาจเป็น รูป รส กลิ่น เสียง สำผัส หรือธรรมารมณ์ ความนึกคิดต่างๆ
เมื่อหลงในอารมณ์เรียกอาการนั้นว่าตัณหาพาไป
…ตัณหาคือ สภาวะที่จิตหลง ไม่มีความรู้สึกตัว ไม่รับรู้ว่ามีตัวกาย หลงในภาพมายาที่ปรุงโดยเจตสิก อยู่ในกามภพบ้าง รูปภพบ้าง อรูปภพบ้าง รวมความแล้วตัณหาคือหลงอารมณ์ที่ใจปรุงแต่งขึ้นมา ตัณหาเกิดที่ใจเท่านั้น
…ทิจฐิคือ ความเห็นต่อ รูป รส กลิ่น เสียง สำผัสและอารมณ์ใจต่างๆ หรือเรียกสั้นๆว่า ทิจฐิคือ รสนิยม ความนิยมต่อรส ซึ่ง รูป รส กลิ่น เสียง สำผัส และธัมมารมณ์ล้วนมีรสทั้งสิ้น ทิจฐิเห็นได้ยาก แม้จะดูจิตจนชำนาญ เห็นการเกิดดับมโนอย่างช่ำชอง ก็ยังไม่ใช่เครื่องวัดความตื่น จนกว่าจะเห็นธรรมภายใน และ ธรรมภายนอกได้พร้อมกัน
หากทำความรู้สึกตัวกาย จนรู้ตัวทั่วพร้อมแล้ว ก็จะเห็นธรรมครบส่วน เพราะตัวกายนั้น มีครบทั้ง หู ตา จมูก ลิ้น กายและใจ นั่นแหละจึงจะเห็นธรรม วางธรรมทั้งปวงได้

คอร์สภาวนาครั้งที่82วันที่20-26มิถุนายน 2569       #รุ่นก้อนใจ  พระพุทธเจ้าทรงตรัสไว้ใน  #คิริมานนทสูตร   ว่าใจนั้นเป็นแ...
26/06/2026

คอร์สภาวนาครั้งที่82
วันที่20-26มิถุนายน 2569

#รุ่นก้อนใจ

พระพุทธเจ้าทรงตรัสไว้ใน #คิริมานนทสูตร ว่าใจนั้นเป็นแต่เพียงลมของโลก แต่เหตุใดเราจึงรู้สึกถึงความเป็นกลุ่มเป็นก้อนขึ้นมาได้ บางครั้งรู้สึกถึงความเป็นก้อนจุกอยู่กลางอกรู้สึกอึดอัดเพราะความโกรธ บางครั้งรู้สึกตื้นตันจนน้ำตาไหล หากเราฝึกความรู้สึกตัวจนชินแล้ว เป็นจิตที่ตั้งมั่นอยู่ที่ฐานกายดีแล้ว เราจะรู้สึกและเห็นตามคำสอนของพระพุทธเจ้าว่า ใจนั้นก่อนจะเป็นกลุ่มก้อนขึ้นมาได้ มันเป็นเพียงคลื่น เป็นเพียงกระแสของความรู้สึก แล้วก็ก่อตัวขึ้นมาเป็นภาพ เป็นเสียง ในหัวเรา แต่เพราะความหลงสำคัญผิดว่าภาพและเสียงที่ปรากฏนั้นเป็นความจริง เป็นสถานที่จริงๆ มีคนมีสัตว์ จริงๆ ความหลงเพลินไปกับ ภาพมายา ทำให้ความรู้สึกนั้นเข้มข้นขึ้น รู้สึกถึงความหนักรู้สึกถึงความเป็นก้อน สิ่งนี้เองที่เรียกว่าภพ ห้วงคำนึงที่เป็นมายาหลอก ขังจิตเดิมแท้ไว้ในวัฏฏะแห่งการเกิดตาย ความรู้สึกตัวนั้นเบื้องต้นเป็นการตัดกระแสของความหลงเพลิน สลายความเป็นก้อนของใจเป็นขณะๆไป
ในเบื้องปลายจะเป็นการแยกตัวออกของจิต ไม่เข้าไปอยู่ในกระแสของใจอีก จะเห็นใจเป็นเพียงกลุ่มคลื่นพลังงานเท่านั้น เป็นเพียงอวัยวะหนึ่งของชีวิต เป็นอุปกรณ์เอาไว้ใช้งานเท่านั้น ไม่ได้มีเอาไว้กลุ้ม

#สัมปะชัญญะบรรพพะ #สติปัฏฐาน4 #อาศรมบัณฑิตาราม บ้านดีลัง อ.พัฒนานิคม จ.ลพบุรี

รวมภาพบรรยากาศในคอร์สภาวนา #รุ่นก้อนใจ

ที่อยู่

สาย 21
Phatthana Nikhom
15220

เบอร์โทรศัพท์

+66817627959

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ อาศรมบัณฑิตารามผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง อาศรมบัณฑิตาราม:

ทางลัด

แชร์