03/02/2026
#ความประเสริฐของคำคืนนิฟุชะอ์บาน
ค่ำคืนนิซฟุชะอ์บาน (لَيْلَةُ نِصْفِ شَعْبَانَ) หมายถึง “ค่ำคืนที่ 15 เดือนชะอ์บาน” ซึ่งเป็นเดือนที่ 8 ของปฏิทินอิสลาม ฮิจเราะฮ์ศักราช ซึ่งคืนดังกล่าวคือคืนวันที่ 15 ก่อนรุ่งเช้าวันที่ 15 ของเดือนชะอ์บาน
ในบรรดาบรรดามุสลิม ค่ำคืนนี้ถือว่ามีความสำคัญ เนื่องจากมีรายงานหะดีษหลายบทที่กล่าวถึงการที่อัลลอฮ์ทรงมองดูสิ่งถูกสร้างของพระองค์ในคืนดังกล่าว และประทานการอภัยโทษแก่บ่าวผู้ศรัทธาจำนวนมาก เว้นเสียแต่ผู้ที่มีบาปบางประการ เช่น ผู้ตั้งภาคี หรือผู้ที่มีความบาดหมางในหัวใจต่อพี่น้องมุสลิม ดังที่มีรายงานจากท่านมุอาซ บุตร ญะบัล ؓ ว่า ท่านนบีมุฮัมมัด ﷺ กล่าวว่า
« يَطَّلِعُ اللهُ إِلَى خَلْقِهِ لَيْلَةَ النِّصْفِ مِنْ شَعْبَانَ ، فَيَغْفِرُ لِجَمِيعِ خَلْقِهِ، إِلَّا لِمُشْرِكٍ، أَوْ مُشَاحِنٍ »
“อัลลอฮ์จะทรงมองดูบรรดาสิ่งถูกสร้างของพระองค์ในค่ำคืนนิซฟุชะอ์บาน ดังนั้นพระองค์จะทรงอภัยให้แก่บรรดาสิ่งถูกสร้างของพระองค์ทั้งหมด นอกจากผู้ที่ตั้งภาคี หรือผู้ที่เกลียดชังบาดหมางต่อพี่น้องของตน”
(บันทึกโดยอัฏฏ็อบรีย์ ในหนังสือ “อัลเวาซาฏ - اَلأَوْسَطُ” เลขที่ 6776, และอิบนุฮิบบาน ในหนังสือ “ศ่อเฮียะฮ์ อิบนุ ฮิบบาน – صَحِيْحُ ابْنِ حِبَّانَ” เลขที่ 5665)
และมีรายงานจากท่านหญิงอาอิชะฮ์ ؓ ว่า ท่านนบีมุฮัมมัด ﷺ ได้กล่าวว่า
«إِنَّ اللهَ تَعَالَى يَنْزِلُ لَيْلَةَ النِّصْفِ مِنْ شَعْبَانَ إِلَى السَّمَاءِ الدُّنْيَا، فَيَغْفِرُ لِأَكْثَرَ مِنْ عَدَدِ شَعْرِ غَنَمِ كَلْبٍ »
“แท้จริง (ความเมตตา) ของอัลลอฮ์ตะอาลาจะลงมายังชั้นฟ้าดุนยาในคืนนิซฟุชะอ์บาน แล้วทรงอภัยโทษให้มากกว่าจำนวนขนของฝูงแกะของเผ่ากัลบ์”
(บันทึกโดยอิบนุมาญะฮ์ เลขที่ 1389 และอัตติรมิซีย์ เลขที่ 739)
ยิ่งไปกว่านั้น ท่านนบีมุฮัมมัด ﷺ ให้ความสำคัญกับค่ำคืนนี้ด้วยการปฏิบัติอิบาดะห์ ดังที่มีรายงานโดยท่านหญิงอาอิชะฮ์ว่า
قامَ رَسُولُ اللهِ صَلَّى اللهُ عَلَيْهِ وَسَلَّمَ مِنَ اللَّيْلِ يُصَلِّي، فَأَطَالَ السُّجُودَ حَتَّى ظَنَنْتُ أَنَّهُ قَدْ قُبِضَ، فَلَمَّا رَأَيْتُ ذَلِكَ قُمْتُ حَتَّى حَرَّكْتُ إِبْهَامَهُ فَتَحَرَّكَ فَرَجَعْتُ، فَلَمَّا رَفَعَ إِلَيَّ رَأْسَهُ مِنَ السُّجُودِ وَفَرَغَ مِنْ صَلَاتِهِ، قَالَ: يَا عَائِشَةُ - أَوْ يَا حُمَيْرَاءُ - أَظَنَنْتِ أَنَّ النَّبِيَّ قَدْ خَاسَ بِكَ، قُلْتُ: لَا وَاللهِ، يَا رَسُولَ اللهِ، وَلَكِنِّي ظَنَنْتُ أَنَّكَ قُبِضْتَ لِطُولِ سُجُودِكَ، فَقَالَ: أَتَدْرِينَ أَيُّ لَيْلَةٍ هَذِهِ؟ قُلْتُ: اللهُ وَرَسُولُهُ أَعْلَمُ، قَالَ: هَذِهِ لَيْلَةُ النِّصْفِ مِنْ شَعْبَانَ، إِنَّ اللهَ عَزَّ وَجَلَّ يَطَّلِعُ عَلَى عِبَادِهِ فِي لَيْلَةِ النِّصْفِ مِنْ شَعْبَانَ، فَيَغْفِرُ لِلْمُسْتَغْفِرِينَ، وَيَرْحَمُ الْمُسْتَرْحِمِينَ، وَيُؤَخِّرُ أَهْلَ الْحَقْدِ كَمَا هُمْ.
ในคืนหนึ่งท่านนบีได้ลุกขึ้นละหมาด (กิยามุลลัยล์) ท่านสุญูดนานมาก จนท่านหญิงอาอิชะฮ์เริ่มรู้สึกกังวล ท่านเล่าว่า:
"ฉันคิดว่าท่านได้เสียชีวิต (เสียชีวิตขณะสุญูด) ไปแล้ว ฉันจึงลุกขึ้นไปและขยับนิ้วหัวแม่มือของท่าน เมื่อเห็นว่าท่านยังขยับอยู่ ฉันจึงโล่งใจและกลับไปหมอบลงที่เดิม"
เมื่อท่านนบีละหมาดเสร็จ ท่านได้ถามท่านหญิงอาอิชะฮ์ว่า "โอ้อาอิชะฮ์ เธอคิดว่ารสูลของอัลลอฮ์จะทรยศ (ไม่ยุติธรรม) ต่อเธออย่างนั้นหรือ?" (หมายถึงการใช้เวลาส่วนของเธอไปกับการละหมาดนานเกินไป)
ท่านหญิงอาอิชะฮ์ตอบว่า "เปล่าค่ะท่านร่อซู้ล แต่ฉันเกรงว่าท่านจะจากโลกนี้ไปแล้วเพราะท่านสุญูดนานเหลือเกิน"
ท่านกล่าวว่า: "เธอรู้ไหมว่านี่คือคืนอะไร?" ฉันตอบว่า: "อัลลอฮ์และรอซู้ลของพระองค์ทรงรู้ดีกว่า" ท่านกล่าวว่า: "นี่คือคืนกลางเดือนชะอ์บาน แท้จริงอัลลอฮ์ (อัซซะวะญัล) จะทรงมองดูปวงบ่าวของพระองค์ในคืนกลางเดือนชะอ์บาน โดยพระองค์จะทรงอภัยโทษแก่ผู้ขออภัย ทรงเมตตาผู้ขอความเมตตา และจะทรงประวิง (การอภัยโทษ) ให้แก่ผู้ที่เก็บความเคียดแค้นในใจตามสภาพของพวกเขา" (บันทึกโดยอะห์หมัด เลขที่ 26018 และอิบนุมาญะห์ เลขที่ 1389)
หนึ่งในประเด็นที่กลายเป็นข้อถกเถียงอย่างรุนแรงในยุคปัจจุบันคือ การประกอบศาสนกิจในค่ำคืนของนิซฟุชะอ์บาน (لَيْلَةُ نِصْفِ شَعْبَانَ) กลุ่มวะฮาบีย์ได้ออกมากล่าวหาว่า การรวมตัวกันของมุสลิมเพื่อทำละหมาด การอ่านอัลกุรอาน การซิกรุ้ลลอฮ์ และการวิงวอนดุอาอ์ในค่ำคืนนี้ ล้วนเป็น “บิดอะฮ์” ที่ไม่เคยมีในสมัยท่านนบีมุฮัมมัด ﷺ และบรรดาศ่อฮาบะฮ์ของท่าน แม้ว่าจะมีหะดีษยืนยันถึงความประเสริฐในค่ำคืนนี้ก็ตาม
อย่างไรก็ดี หากย้อนกลับไปศึกษามรดกทางวิชาการที่สืบทอดมาจากบรรดาสะลัฟผู้ทรงคุณธรรม (اَلسَّلَفُ الْصَالِحُ) ตลอดจนความเห็นของนักนิติศาสตร์จากสี่มัซฮับ เราจะพบว่า ค่ำคืนนิซฟุชะอ์บานได้รับการให้ความสำคัญมาโดยตลอด และการทำให้อิบาดะฮ์ในคืนนี้มีชีวิตชีวาถือเป็นสิ่งที่ได้รับการยอมรับและสนับสนุนจากบรรดาอุละมาอ์ผู้ยิ่งใหญ่
ท่านอิบนุ อัลฮัจญ์ อัลมาลิกีย์ ได้บันทึกไว้ในหนังสือ “อัลมุดคอล - اَلْمُدْخَلُ” (1/299 สำนักพิมพ์ดารุตตูรอซ) ว่า “ชาวสะลัฟให้ความสำคัญต่อค่ำคืนดังกล่าว (หมายถึง ค่ำคืนนิซฟุชะอ์บาน) และพวกเขาได้เตรียมพร้อมสำหรับค่ำคืนดังกล่าวก่อนที่มันจะมาถึง ดังนั้น เมื่อค่ำคืนดังกล่าวมาถึง พวกเขาจึงอยู่ในสภาพที่พร้อมสำหรับการต้อนรับมัน และการปฏิบัติศาสนกิจด้วยการให้เกียรติค่ำคืนนี้ ตามที่ทราบกันดีถึงให้เคารพและให้เกียรติต่อบรรดาสัญลักษณ์ทางศาสนาของพวกเขา ตามที่ได้กล่าวมาแล้ว นี่คือการยกย่องตามหลักศาสนาต่อค่ำคืนนี้”
และท่านอัลฟากิฮีย์ กล่าวในหนังสือ “อัคบาร มักกะฮ์ – أَخْبَارُ مَكَّةَ” (3/64, สำนักพิมพ์ดารุ ค็อฎร์) ว่า “การกล่าวถึงการประกอบศาสนกิจของชาวมักกะฮ์ในค่ำคืนนิซฟุชะอ์บาน และการอุทิศตนของพวกเขาในค่ำคืนดังกล่าว เนื่องจากความประเสริฐของมัน และชาวมักกะฮ์ในอดีตจนถึงปัจจุบัน เมื่อถึงค่ำคืนนิซฟุชะอ์บาน ชายและหญิงส่วนใหญ่ออกไปยังมัสยิด พวกเขาละหมาด ทำการฏอวาฟ และทำให้ค่ำคืนของพวกเขามีชีวิตชีวาจนถึงรุ่งเช้า ด้วยการอ่านอัลกุรอานในมัสยิดฮะรอมจนอ่านจบทั้งเล่ม และพวกเขาละหมาด และผู้ที่ละหมาดในค่ำคืนนั้น จะละหมาดกันถึง 100 ร่อกะอัต โดยในแต่ละร่อกะอัต จะอ่านซูเราะห์อัลฟาติฮะฮ์และ ซูเราะห์อัลอิคลาส 10 ครั้ง และพวกเขาได้นำน้ำซัมซัมในค่ำคืนนั้นมาดื่มและอาบ และพวกเขาเก็บมันไว้สำหรับผู้ป่วย โดยพวกเขาแสวงหาความบะรอกัต (ความจำเริญ) ในค่ำคืนนี้ และมีหะดีษมากมายถูกรายงานในเรื่องนี้”
ส่วนท่านฮาฟิซ บุตร ร่อญับ กล่าวในหนังสือ “ละฏออิฟ อัลมะอาริฟ – لَطَائِفُ الْمَعَارِفِ” (หน้า 137, สำนักพิมพ์ดารุ อิบนิ ฮัซม์) ว่า “และค่ำคืนนิซฟุชะอ์บาน บรรดาตาบิอีน (ผู้ตามรุ่นหลังศ่อฮาบะฮ์) จากชาวชาม เช่น คอลิด บุตร มะอ์ดาน, มักฮูล, ลุกมาน บุตร อามิร และท่านอื่นๆ ได้ยกย่องและให้เกียรติต่อค่ำคืนดังกล่าวและอุทิศตนในการประกอบอิบาดะฮ์ในค่ำคืนนั้น และผู้คนได้รับการบอกเล่าถึงความประเสริฐและความสำคัญของมันจากพวกเขา”
(อะห์หมัดมุสตอฟา อาลี โต๊ะลง)
#ความประเสริฐของคำคืนนิฟุชะอ์บาน
#คืนนิสฟู
#มัสยิดยามีอุสลามบางเตย