20/11/2024
ประวัติวัด
วัดสายสุวพรรณ ได้รับอนุญาตให้สร้างวัดเมื่อวันที่ ๒๕ สิงหาคม ๒๕๕๔ โดยมี นายเกริก กมลคนธ์ ทายาท (ลูกชาย) ของ ม.ล.มัลลิกา สนิทวงศ์ ได้อุทิศถวายที่ดินให้สร้างวัด จำนวน ๕๐ ไร่ มีพระเทพรัตนสุธี เจ้าอาวาสวัดเขียนเขต (พระอารามหลวง) เป็นผู้ดูแลในการดำเนินการก่อสร้างวัดและปรับปรุงภูมิทัศน์
ต่อมานายเกริก กมลคนธ์ ทายาทของ ม.ล. มัลลิกา สนิทวงศ์ ได้ขออนุญาตตั้งวัด เพื่อให้ถูกต้องตามกฎกระทรวง และได้รับอนุญาตให้ตั้งวัดเมื่อวันที่ ๒๓ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๕๗ ทางคณะสงฆ์ ได้แต่งตั้งให้พระเทพรัตนสุธี (สมศักดิ์ โชตินฺธโร) วัดเขียนเขต เป็นผู้รักษาการแทนเจ้าอาวาส วัดสายสุวพรรณ เมื่อวันที่ ๑ กุมภาพันธ์ พ.ศ.๒๕๕๘
วัดสายสุวพรรณ นายเกริก กมลคนธ์ ซึ่งเป็นผู้จัดการมรดกของ ม.ล.มัลลิกา สนิทวงศ์ มารดา ได้ถวายที่ดินให้สร้างวัด จำนวน ๕๐ ไร่เ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อรำลึกนึกถึงท่านเจ้าของที่ดินดั้งเดิมคือ พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าสาย สนิทวงศ์ และ พ.ต.ม.ร.ว. สุวพรรณ สนิทวงศ์ จึงได้ขอนามวัดว่า “วัดสายสุวพรรณ” นายเกริก กมลคนธ์ ได้ปรารภว่า“เราเกิดมาลืมตาดูโลก ก็ได้มรดกทรัพย์สมบัติแล้ว โดยไม่ต้องออกแรงทำอะไรเลยแม้แต่น้อย ควรทำอะไรไว้เป็นอนุสรณ์แก่ท่านเจ้าของที่ดั้งเดิมบ้าง จึงขออนุญาตสร้างวัด เพราะเห็นว่าวัด เป็นศูนย์รวมทางด้านจิตใจของพุทธบริษัท และที่สำคัญต้องการให้วัดแห่งนี้เป็นสถานที่ปฏิบัติธรรม/ เป็นแหล่งเรียนรู้ประวัติทางพระพุทธศาสนา / เป็นแหล่งเรียนรู้ประวัติบูรพาจารย์ของเมืองไทยที่สำคัญ”ทั้งนี้ ก็เพื่อแสดงความกตัญญูกตเวที ต่อท่านเจ้าของที่ และเพื่อเป็นอนุสรณ์แก่เจ้าของที่ดินดั้งเดิม คือ
พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าสาย สนิทวงศ์ และ พ.ต.ม.ร.ว. สุวพรรณ สนิทวงศ์ และเครือญาติสนิทวงศ์ทุกๆ ท่าน
อนึ่ง สถานที่สร้างวัดสายสุวพรรณแห่งนี้ มีความสำคัญยิ่งนัก กล่าวคือ เมื่อวันที่ ๒๗ เมษายน ๒๕๒๓ เวลาเที่ยงเศษ เครื่องบินโดยสารของกองทัพอากาศ ได้เกิดอุบัติเหตุตกลงยังพื้นที่สร้างวัด ในเครื่องบินลำดังกล่าวนั้น มีพระอาจารย์ คือ
๑. หลวงปู่บุญมา ฐิตเปโม
๒. พระอาจารย์วัน อุตฺตโม
๓. พระอาจารย์จวน กุลเชฎฺโฐ
๔. พระอาจารย์สิงห์ทอง ธมฺมวโร
๕. พระอาจารย์สุพัฒน์ สุขกาโม
โดยสารมาด้วย และได้มรณภาพละสังขารทั้งหมด ซึ่งพระอาจารย์ทั้งหมดเป็นพระอาจารย์ที่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ให้ความเคารพนับถือเป็นอย่างยิ่ง.
วัตถุประสงค์ในการสร้างวัดสายสุวพรรณ
๑. เพื่อถวายเป็นพุทธบูชาแด่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
๒. เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์
พระบรมราชินีนาถ
๓. เพื่อบูชาพระคุณแด่บูรพาจารย์ ทั้ง ๕ รูป คือ
๑. หลวงปู่บุญมา ฐิตเปโม
๒. พระอาจารย์วัน อุตฺตโม
๓. พระอาจารย์จวน กุลเชฏฺโฐ
๔. พระอาจารย์สิงห์ทอง ธมฺมวโร
๕. พระอาจารย์สุพัฒน์ สุขกาโม
๔. เพื่อเป็นอนุสรณ์สถาน แด่ พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าสาย สนิทวงศ์
พ.ต.ม.ร.ว. สุวพรรณ สนิทวงศ์
๕. เพื่อเป็นสถานที่ปฏิบัติวิปัสสนาธรรมกัมมัฏฐานของพระภิกษุสามเณร ญาติโยม
สาธุชนทั้งหลาย เป็นสถานที่สาธยายพระไตรปิฎกและบรรยายธรรม
ต่อมา นายเกริก กมลคนธ์ ทายาทของ ม.ล. มัลลิกา สนิทวงศ์ ได้ขออนุญาตให้ตั้งวัดเมื่อวันที่ ๒๓ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๕๗ ทางคณะสงฆ์ ได้แต่งตั้งให้ พระเทพรัตนสุธี (สมศักดิ์ โชตินฺธโร) วัดเขียนเขต เป็นผู้รักษาการแทนเจ้าอาวาสวัดสายสุวพรรณ เมื่อวันที่ ๑ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๕๘
วัดสายสุวพรรณ นายเกริก กมลคนธ์ ซึ่งเป็นผู้จัดการมรดกของ ม.ล. มัลลิกา สนิทวงศ์ มาราดา ได้ถวายที่ดินให้สร้างวัด จำนวน ๕๐ ไร่ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อรำลึกนึกถึงท่านเจ้าของที่ดินดั้งเดิมคือ
พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าสาย สนิทวงศ์
และ พ.ต. ม.ร.ว. สุวพรรณ สนิทวงศ์
จึงได้ขอนามวัดว่า "วัดสายสุวพรรณ" นายเกริก กมลคนธ์ ได้ปรารถว่า "เราเกิดมาลืมตาดูโลก ก็ได้มรดกทรัพย์สมบัติแล้ว โดยไม่ต้องออกแรงทำอะไรเลยแม้แต่น้อย ควรทำอะไรไว้เป็นอนุสรณ์แก่ท่านเจ้าของที่ดั้งเดิมบ้าง จึงขออนุญาตสร้างวัดเพราะเห็นว่าวัด เป็นศูนย์รวมทางด้านจิตใจของพุทธบริษัทและที่สำคัญต้องการให้วัดแห่งนี้ เป็นสถานที่ปฏิบัติธรรม เป็นแหล่งเรียนรู้ประวัติทางพระพุทธศาสนา เป็นแหล่งเรียนรู้ประวัติบูรพาจารย์ของเมืองไทยที่สำคัญ" ทั้งนี้ก็เพื่อแสดงความกตัญญูกตเวที ต่อท่านเจ้าของที่ และเพื่อเป็นอนุสรณ์แก่เจ้าของที่ดินดั้งเดิม คือ พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าสายสนิทวงศ์ และ พ.ต. ม.ร.ว. สุวพรรณ สนิทวงศ์ และเครือญาติสนิทวงศ์ทุก ๆ ท่าน
ประวัติโดยประมวลเหตุการณ์ พระคณาจารย์ ๕ รูป
ที่มรณภาพพร้อมกันด้วยเหตุเครื่องบินตก
เรียบเรียงมาจาก : หนังสืออนุสรณ์งานพระราชทานเพลิงศพ
พระอุดมสังวรวิสุทธิเถร (พระอาจารย์วัน อุตฺตโม)
วันที่ ๒๕ เมษายน พ.ศ. ๒๕๒๔
พ.ศ. ๒๕๒๓ เดือนเมษายน พระคณาจารย์ ๕ รูป อันได้แก่ พระอาจารย์วัน อุตตโม พระอาจารย์บุญมา ฐิตเปโม พระอาจารย์จวน กุลเชฏฺโฐ พระอาจารย์สิงห์ทอง ธมฺมวโร และ พระอาจารย์สุพัฒน์ สุขกาโม ได้รับอาราธนานิมนต์ทางกรุงเทพมหานครจึงได้รวมกันที่ จังหวัดอุดรธานี เพื่อขึ้นเครื่องบิน เพราะลูกศิษย์ต้องการถวายความสะดวกและรวดเร็วในการเดินทาง ได้ขึ้นเครื่องบินที่อุดรธานี เมื่อวันที่ ๒๗ เมษายน ๒๕๒๓
เมื่อเครื่องบินมาถึงเขตจังหวัดปทุมธานี อำเภอคลองหลวง เหลือระยะทางประมาณ ๒๐ กิโลเมตรเศษ เครื่องบินได้ตั้งลำและลดเพดานบินเพื่อเตรียมลงสู่สนาม แต่เนื่องจากเครื่องบินได้ประสบพายหมุนและประกอบกับฝนตกหนัก เครื่องบินจึงเสียหลัก ตกลงที่ท้องนาเขตอำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี (ปัจจุบันวัดสายสุวพรรณ) พระคณาจารย์ทั้งหลายจึงถึงแก่มรณภาพพร้อมด้วยผู้โดยสารอีกเป็นจำนวนมาก
ผู้ที่รอดชีวิตเป็นผู้ที่นั่งทางส่วนหางของเครื่องบิน เพราะส่วนหางของเครื่องบินยังอยู่ในสภาพดี เมื่อพระคณาจารย์ถึงแก่มรณภาพแล้ว จึงนำศพไปตกแต่งบาดแผลที่โรงพยาบาลภูมิพลและนำศพไปตั้งบำเพ็ญกุศลที่ วัดพระศรีมหาธาตุ โดยอยู่ในพระบรมราชานุเคราะห์ทั้ง ๗ วัน
วันแรกพระราชทานหีบทองทึบ วันต่อมา สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินีนาถรับสั่งให้เปลี่ยนใหม่ เพราะทรงเห็นว่าไม่สวยงาม จึงได้เปลี่ยนเป็นหีบลายทอง
สมเด็จพระสังฆราชฯ วัดราชบพิตร ทรงเป็นเจ้าภาพบำเพ็ญกุศลศพพระอาจารย์
หลังจาก ๗ วันแล้ว ในวันที่ ๕ พฤษภาคม สมเด็จพระสังฆราชสกลมหาสังฆปรินายก วัดราชบพิธสถิตมหาสีมารามทรงเป็นเจ้าภาพ วันที่ ๖ พฤษภาคม คณะรัฐบาลซึ่งมี พลเอกเปรม ติณสูลานนท์เป็นประธาน พร้อมด้วยคณะศิษย์ที่อยู่ในกรุงเทพมหานครเป็นเจ้าภาพนับว่าเป็นเกียรติประวัติแก่พระคณาจารย์ที่จากไปอย่างยิ่งยวด ยังความปลื้มปีติยินดีแก่ญาติ เพื่อนสหธรรมิก ลูกศิษย์ของพระคณาจารย์หาที่สุดมิได้
รถพยาบาลหลายคันจากโรงพยาบาลในกรุงเทพฯ เชิญศพพระคณาจารย์ต่าง ๆ เดินทางจากวัดพระศรีมหาธาตุ บางเขน ไปถึงวัดโพธิสมภรณ์ จ.อุดรธานี บรรดาพระภิกษุสามเณรและประชาชนไปคอยเคารพศพอยู่อย่างคับคั่ง
วันพุธที่ ๗ พฤษภาคม ๒๕๒๓ เวลา ๐๔.๐๐ น. รถเชิญศพได้เคลื่อนออก จาก วัดพระศรีมหาธาตุ เขตบางเขน กรุงเทพมหานคร โดยมีรถตำรวจทางหลวงนำ ถัดมาเป็นรถหลวง รถพระอาจารย์สมชาย ฐิติวิริโย และรถเชิญศพพระอาจารย์ต่างๆ ตามลำดับ เวลา ๐๗.๐๐ น. เศษ ขบวนเชิญศพถึงจังหวัดนครราชสีมา มีพระภิกษุสามเณรซึ่งมีพระชินวงศาจารย์ ( หลวงพ่อพุธ ฐานิโย ) พระครูคุณสารสัมบัน พร้อมด้วยอุบาสกอุบาสิกาได้นำข้าวห่อมาต้อนรับคณะเชิญศพ และมาเคารพศพเป็นจำนวนมาก
หลังจากพระฉันอาหารและเจ้าหน้าที่รับประทานอาหารเสร็จแล้ว ขบวนเชิญศพได้ออกเดินทางต่อไปถึงวัดโพธิสมภรณ์ อุดรธานี เมื่อเวลา ๑๒.๓๐ น. ทาง วัดโพธิสมภรณ์ และชาวจังหวัดอุดรธานี ได้จัดต้อนรับเป็นอย่างดี ผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี ได้นำประชาชนหลายจังหวัดมารอและเคารพศพเสร็จแล้ว เวลาประมาณ 14.00 น.เศษ รถเชิญศพจึงได้แยกย้ายกันไปยังวัดต่าง ๆ
สำหรับศพพระอาจารย์วัน อุตตโม ได้ไปถึงวัดถ้ำอภัยดำรงธรรม (วัดถ้ำพวง) ต.ปทุมวาปี อ.ส่องดาว จ.สกลนคร เมื่อเวลา ๑๗.๐๐ น.
ศพของท่านพระอาจารย์จวน กุลเชฏโฐ ตั้งบำเพ็ญกุศลที่ วัดเจติยาคิรีวิหาร ( วัดภูทอก ) ต.นาแสง อ.ศรีวิไล จ.หนองคาย
ศพของท่านพระอาจารย์บุญมา ฐิตเปโม ตั้งบำเพ็ญกุศลที่ วัดสิริสาลวัน บ้านโนนทัน ต.โนนทัน อ.เมือง จ.หนองบัวลำภู
ศพของท่านพระอาจารย์สิงห์ทอง ธัมมวโร ตั้งบำเพ็ญกุศลที่ วัดป่าแก้วชุมพล ต.บ้านชุม อ.สว่างแดนดิน จ.สกลนคร
ส่วนศพของท่านพระอาจารย์สุพัฒน์ สุขกาโม นำไปตั้งบำเพ็ญกุศลที่ วัดป่าประสิทธิสามัคคี บ้านต้าย อ.สว่างแดนดิน จ.สกลนคร
นับว่าการเชิญศพถึงวัดได้รับความสะดวกสบายปลอดภัยทุกประการ
สำหรับท่านพระอาจารย์วันนั้น เมื่อเชิญศพไปถึงวัดแล้วได้ตั้งบำเพ็ญกุศลอุทิศถวาย โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัดสกลนคร เป็นเจ้าภาพ ต่อจากนั้นก็มีหน่วยงานต่าง ๆ รับเป็นเจ้าภาพติดต่อมาอีกหลายรายประชาชนทั้งใกล้และไกลได้มาคารวะศพและเป็นเจ้าภาพสวดพระอภิธรรมจนถึงปัญญาสมวาร ( ๕๐ วัน ) และสตมวาร ( ๑๐๐ วัน ) โดยอยู่ในพระบรมราชานุเคราะห์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ซึ่งได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ผู้แทนพระองค์ไปเป็นประธาน นับว่าเป็นมหากรุณาธิคุณหาที่สุดมิได้ หลังจาก 100 วันแล้วก็ยังเปิดให้ประชาชนได้บำเพ็ญกุศลเรื่อยมาเพื่อสนองความต้องการของประชาชน
วันที่ ๑๓ พฤศจิกายน ๒๕๒๓ เวลาประมาณ ๑๘.๐๐ น. สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถพร้อมด้วยสมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าจุฬาภรณ์วลัยลักษณ์ ได้เสด็จพระราชดำเนินทรงเยี่ยมคารวะศพ พระอาจารย์วัน อุตตโม และทรงเยี่ยมประชาชนที่มาถวายการต้อนรับ ที่วัดถ้ำอภัยดำรงธรรม อำเภอส่องดาว เป็นการส่วนพระองค์
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินินาถ เสด็จฯ เป็นการส่วนพระองค์ไปทรงนมัสการศพพระอาจารย์วัน ณ วัดถ้ำอภัยดำรงธรรม เมื่อวันที่ ๒๕ พฤศจิกายน ๒๕๒๓
วันที่ ๒๕ พฤศจิกายน ๒๕๒๓ เวลาประมาณ ๑๘.๐๐ น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินีนาถพร้อมด้วยสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารี ได้เสด็จเยี่ยมคารวะศพ พระอาจารย์วัน อุตตโม ทรงวางพวงมาลาและทรงจัดดอกไม้ถวายเป็นการส่วนพระองค์
สำหรับงานพระราชทานเพลิงศพพระอาจารย์สุพัฒน์ สุขกาโมนั้น ไม่มีแหล่งข้อมูลที่แน่ชัดว่าเป็นวันที่เท่าใด ทราบแต่เพียงว่าได้รับพระราชทานเพลิงก่อน พระอาจารย์สิงห์ทอง ธัมมธโร ซึ่งจัดขึ้นในวันที่ ๑๗ พฤษภาคม ๒๕๒๓ เพราะมีระบุไว้ในประวัติ พระครูศาสนูปกรณ์ ( หลวงปู่บุญจันทร์ กมโล ) แห่ง วัดป่าสันติกาวาส ต.ไชยวาน อ.ไชยวาน จ.อุดรธานี ซึ่งท่านอาจารย์สิงห์ทองและท่านอาจารย์สุพัฒน์ ทั้ง ๒ องค์นี้ สนิทสนมกับ หลวงปู่บุญจันทร์ มากในคราวที่มีชีวิตอยู่ ไปมาหาสู่กันไม่ได้ขาด ในประวัติหลวงปู่บุญจันทร์ ได้กล่าวถึงงานพระราชทานเพลิงศพพระอาจารย์ทั้งสององค์ไว้ว่า
"เมื่อถึงวันพระราชทานเพลิงศพพระอาจารย์สุพัฒน์ หลวงปู่ได้ไปร่วมเป็นกำลังใจให้แก่พระเณรญาติโยม ที่วัดป่าประสิทธิสามัคคี บ้านต้ายด้วย จนเสร็จการพระราชทานเพลิงศพและเก็บอัฐิ ท่านพระอาจารย์สุพัฒน์ เสร็จแล้ว หลวงปู่จึงกลับไปพักอยู่ที่วัดป่าแก้วอีก จนถึงวันพระราชทานเพลิงศพท่านพระอาจารย์สิงห์ทอง หลวงปู่อยู่ร่วมพระราชทานเพลิงศพท่านพระอาจารย์สิงห์ทอง จนเก็บอัฐิท่านเรียบร้อยแล้วจึงได้กลับวัด"
ส่วนศพของท่านพระอาจารย์สิงห์ทอง ธัมมวโร ซึ่งตั้งบำเพ็ญกุศลที่วัดป่าแก้วชุมพล ต.บ้านชุม อ.สว่างแดนดิน จ.สกลนคร นั้น ท่านพระอาจารย์มหาบัว ญาณสัมปันโนได้มอบหมายให้ท่านพระอาจารย์ปรีดา ฉันทกโร แห่งวัดป่าดานวิเวก ( ดงสีชมพู ) อ.ปากคาด จ.หนองคาย ท่านพระอาจารย์อินทร์ถวาย สันตุสสโก แห่งวัดป่านาคำน้อย อ. นายูง จ. อุดรธานี และท่านพระอาจารย์สุธรรม สุธัมโม เป็นผู้ดูแลรับผิดชอบจัดการเรื่องงานพระราชทานเพลิงศพ พระอาจารย์สิงห์ทอง ธัมมวโร ที่จัดขึ้นในวันที่ ๑๗ พฤษภาคม ๒๕๒๓ ให้เรียบร้อยลุล่วงไปด้วยดี
วันเสาร์ที่ ๑๘ เมษายน ๒๕๒๔ เวลา ๑๔.๑๐ น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินีนาถ เสด็จพระราชดำเนินโดยเฮลิคอปเตอร์พระที่นั่ง พร้อมด้วยสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี และสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ จากภูพานราชนิเวศน์ไปพระราชทานเพลิงศพ พระอาจารย์จวน กุลเชฎโฐ ณ เมรุวัดเจติยาคิรีวิหาร ( ภูทอก ) ตำบลนาสะแบง อำเภอบึงกาฬ จังหวัดหนองคาย ครั้นเสด็จพระราชดำเนินถึงบริเวณเชิงภูทอกน้อย ได้ทรงพระดำเนินไปยังวัดเจติยาคีรีวิหาร เสด็จขึ้นประทับ ณ มุขพลับพลา แล้วเสด็จขึ้นเมรุ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงทอดผ้าไตร และทรงวางกระทงข้าวตอกตอกไม้ที่จิตกาธานข้างหีบศพ จากนั้นทรงหยิบธูปเทียน ดอกไม้จันทน์ แล้วทรงจุดไฟชนวนพระราชทานเพลิง เสร็จแล้ว เสด็จลงจากเมรุกลับไปประทับ ณ มุขพลับพลา สมควรแก่เวลา จึงเสด็จพระราชดำเนินลงจากพลับพลา เพื่อทรงเยี่ยมราษฎรที่เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทอยู่เป็นจำนวนมากในบริเวณนั้น แล้วประทับเฮลิคอปเตอร์พระที่นั่งเสด็จพระราชดำเนินกลับ ถึงภูพานราชนิเวศน์ เมื่อเวลา ๑๙.๐๐ น.
วันพุธที่ ๒๒ เมษายน ๒๕๒๔ เวลา ๑๔.๑๐ น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินีนาถเสด็จพระราชดำเนินโดยเฮลิคอปเตอร์พระที่นั่ง พร้อมด้วยสมเด็จ พระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี และสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ จากภูพานราชนิเวศน์ ไปพระราชทานเพลิงศพ พระอาจารย์ บุญมา ฐิตเปโม ณ เมรุวัดสิริสาลวัน ตำบลหนองบัว อำเภอหนองบัวลำภู จังหวัดอุดรธานี
ครั้นเสด็จพระราชดำเนินถึงสนามโรงเรียนบ้านโนนทัน ได้ทรงพระดำเนินไปยัง วัดสิริสาลวัน เสด็จเข้าอุโบสถ ทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการบูชาพระพุทธปฏิมาประธาน เสร็จแล้ว เสด็จพระราชดำเนินออกจากอุโบสถ เสด็จขึ้นประทับ ณ มุขพลับพลา แล้วเสด็จขึ้นเมรุ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงทอดผ้าไตร และทรงวางกระทงข้าวตอกดอกไม้ที่จิตกาธานข้างหีบศพ จากนั้น ทรงหยิบธูปเทียน ดอกไม้จันทน์ แล้วทรงจุดไฟชนวนพระราชทานเพลิง เสร็จแล้วเสด็จลงจากเมรุกลับไปประทับ ณ มุขพลับพลา สมควรแก่เวลา จึงเสด็จพระราชดำเนิน ลงจากมุขพลับพลา เพื่อทรงเยี่ยมราษฎรที่เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทอยู่ เป็นจำนวนมากในบริเวณนั้น
เสร็จแล้วประทับรถยนต์พระที่นั่ง เสด็จพระราชดำเนินต่อไปยังวัดถ้ำกลองเพล ตำบลหนองบัว อำเภอหนองบัวลำภู จังหวัดอุดรธานี เพื่อทรงนมัสการ หลวงปู่ขาว อนาลโย ในการนี้ ได้มีพระราชดำรัสกับหลวงปู่ขาว ตลอดจนทรงถวายผ้าห่มแก่พระภิกษุด้วย สมควรแก่เวลา จึงประทับรถยนต์พระที่นั่ง เสด็จพระราชดำเนินกลับ ถึงพระตำหนักภูพานราชนิเวศน์ เมื่อเวลา ๒๒.๑๐ น.
วันเสาร์ที่ ๒๕ เมษายน ๒๕๒๔ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เสด็จพระราชดำเนินโดยเฮลิคอปเตอร์พระที่นั่ง พร้อมด้วยสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี และสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ จากภูพานราชนิเวศน์ ไปพระราชทานเพลิงศพ พระอุดมสังวรวิสุทธิเถร ( พระอาจารย์วัน อุตตโม ) ณ เมรุ วัดถ้ำอภัยดำรงธรรม ตำบลปทุมวาปี อำเภอส่องดาว จังหวัดสกลนคร
ครั้นเสด็จพระราชดำเนินถึงสนามโรงเรียนอภัยดำรงธรรม ณ ที่นั้น สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช ฯ สยามมกุฎราชกุมาร เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทรับเสด็จพระราชดำเนิน
แล้วประทับรถยนต์พระที่นั่ง เสด็จพระราชดำเนินต่อไปยังวัดถ้ำอภัยดำรงธรรม เสด็จขึ้นประทับ ณ มุขพลับพลา แล้วเสด็จขึ้นเมรุ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงทอดผ้าไตรและทรงวางกระทงข้าวตอกดอกไม้ ที่จิตกาธานข้างหีบศพ จากนั้น ทรงหยิบธูปเทียน ดอกไม้จันทน์ แล้วทรงจุดไฟชนวนพระราชทานเพลิง
เสร็จแล้ว เสด็จลงจากเมรุกลับไปประทับ ณ มุขพลับพลา สมควรแก่เวลา จึงเสด็จลงจากมุขพลับพลา เพื่อทรงเยี่ยมราษฎรที่เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทอยู่เป็นจำนวนมากในบริเวณนั้น
เสร็จแล้วเสด็จพระราชดำเนินโดยรถยนต์พระที่นั่งกลับมายังโรงเรียนอภัยดำรงธรรม เพื่อประทับเฮลิคอปเตอร์พระที่นั่ง เสด็จพระราชดำเนินกลับถึง ภูพานราชนิเวศน์ เมื่อเวลา ๑๗.๒๐ น.