ประวัติวัดศรีฐานใน
วัดศรีฐานใน เป็นศูนย์รวมจิตใจของชาวบ้าน มีชื่อเดิมว่า " วัดศรีสะเกษ "
ตามชื่อของวัดอยู่ที่ชุมชนเก่าที่เวียงจันทร์ โดยมี พระครูอังวะ เป็นเจ้าอาวาส
ซึ่งวัดนี้มีหลวงปู่ฟ้ามีด เคยอยู่อาศัยมาแต่ก่อนและมีประวัติเล่าขานมายาวนาน เป็นที่อัศจรรย์มากมาย ในด้านทิศเหนือของวัดเป็นป่าแดงที่ขึ้นรกครึ้ม ต้นแดงมีลำต้นใหญ่ใตเป็นที่อยู่ของฝูงลิงที่มาอยู่อาศัยจำนวนมาก ชาวบ้านเรียกว่า" ดอนปู่ตา " เป็นสถานที่เคารพยำเกรงของขาวบ้านมาก คราวใดที่เกิดลมพายุพัดแรงฟ้าฝนวิปริต หรือขาวบ้านเกิดการเจ็บไข่ได้ป่วยก็เชื่อว่าปู่ตานั้นพิโรธจึงจะต้องหาอาหารคาวหวานเครื่องเช่นสรวงบูชามาเช่นสรวงศาลปู่ตาจึงจะหายเจ็บป่วย ถ้ไม่ทำเช่นนั้นก็จะเชื่อว่าปู่ตาจะพิโรธดลบันตาลให้เกิดเหตุเลวร้ายกว่านี้
เมื่อ พ.ศ. ๒๔๖๙ คณะพระกรรมฐานได้จารึกแสวงบุญมายังหมู่บ้านศรีฐานพระอาจารย์สิงห์ ขันตยาคม และ พระอาจารย์มหาปิ่น ปัญญาพโล พร้อมคณะได้หยุดพัก ปักหลักอยู่บริเวณตอนปูตา ได้อบรมสั่งสอนชาวบ้านให้ยึดถือปฏิบัติตามหลักพระรัฒนตรัยเป็นที่พึ่ง แทนที่จะเคารพดอนปู่ตา ต่อมาพระอาจารย์ดี ฉันโน ได้เมตตาพักอบรมขาวบ้านที่วัดแห่งนี้
ชาวบ้านได้มีจิตศรัทธามากยิ่งขึ้น จึงตั้งวัดขึ้นเป็นวัดป่าที่ตอนปูตา ในขณะนั้นที่วัดศรีสะเกษ ไม่มีพระภิกษุสามเณรจำพรรษา ชาวบ้านจึงเห็นสมควรรวบรวมให้เป็นวัดเดียวกัน เพราะมีบริเวณอยู่ไกล้กันสะดวกในการทำบุญและประกอบพิธีกรรมทางศาสนา ดังนั้น วัดศรีสะเกษ และวัดป่าที่ตั้งอยู่บริเวณตอนปูตา จึงรวมอาณาเขตเป็นวัดเดียวกัน อยู่ต่อมาบ้านศรีฐานได้เพิ่มประยากรมากขึ้น มีการขยับขยายบ้านเรือนออกไป ขุนจำกัดกระจายพาลกำนันตำบลกระจาย และขาวบ้านมีศรัทธาสร้างวัดขึ้นมาอีกแห่งหนึ่ง เพื่อความสะดวกในการทำบุญของชาวบ้านจึงพากันเลือกบริเวณที่สร้างวัด บริเวณใกล้หนองหว้าใต้ เป็นที่สร้างวัดอีกวัดได้ตั้งชื่อว่า " วัดจันทรรังษี " ต่อมาขาวบ้านเรียกว่า " วัดศรีฐานนอก "และ " วัดศรีสะเกษ " เรียกว่า " วัดศรีฐานใน " ตังนั้น วัดศรีฐานในจึงเรียกมาตั้งแต่ ปี พ.ศ. ๒๔๗๕ ตลอดมาจนถึงปัจจุบัน