12/07/2022
#วันนี้ในอดีต
12 กรกฎาคม พ.ศ. 2417
รัชกาลที่ 5 ทรงประกาศเจตนารมณ์เลิกทาส
ในวันที่ 12 กรกฎาคม พ.ศ. 2417 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงประกาศพระราชดำริว่าจะเลิกทาสกลางที่ประชุมคณะที่ปรึกษาราชการแผ่นดิน โดยในตอนนั้นพระองค์ทรงมีพระชนมายุเพียง 21 พรรษาเท่านั้น
ในช่วงที่พระองค์ขึ้นครองราชย์ สยามมีทาสมากกว่าหนึ่งในสามของประชากรทั้งหมด เนื่องจากกฎหมายระบุว่าเมื่อพ่อแม่เป็นทาส ลูกที่เกิดมาก็จะต้องเป็นทาสไปตลอดชีวิตโดยไม่มีโอกาสพ้นสภาพนี้เช่นเดียวกัน ดังนั้น พระองค์จึงต้องการเปลี่ยนแปลงระบบนี้
นอกจากนี้ อีกเหตุผลหลักของการเลิกทาสนั้น ไม่ใช่เพียงแค่พระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ แต่เป็นการจัดการทรัพยากรมนุษย์ของประเทศใหม่ เพราะทาสนั้นจะขึ้นตรงกับนายทาสเท่านั้น และไม่ต้องไปถูกเกณฑ์ไปช่วยงาน หรือส่งส่วยให้หลวงแต่อย่างใด ดังนั้นขุนนางหลายคนก็จะสะสมทาสเพื่อแสดงอำนาจ ซึ่งจะเป็นภัยกับความมั่นคงของของหลวงได้ พระองค์จึงต้องการเลิกทาสเพื่อนำทรัพยากรบุคคลมาทำประโยชน์กับงานหลวง
ศิริพจน์ เหล่ามานะเจริญ ให้ข้อมูลเพิ่มเติมในบทความเผยแพร่ในเว็บไซต์ GQ Thailand ว่า 40 วันต่อมาจากการประกาศพระราชเจตนารมณ์ดังกล่าว คือวันที่ 21 สิงหาคม พ.ศ. 2417 รัชกาลที่ 5 ทรงออก ‘พระราชบัญญัติพิกัดเกษียณลูกทาสลูกไทย’ คือการแก้พิกัดค่าตัวทาสใหม่ เพื่อกำหนดเกณฑ์มาตรฐานของค่าตัวทาส ซึ่งมักจะมีการโก่งและขึ้นราคา เนื่องจากนายทาสมักจะนิยมสะสมทาสเพื่อแสดงศักดิ์ และบารมีของตนเอง
พระราชบัญญัตินี้บังคับให้ลดค่าตัวทาสลงตั้งแต่อายุ 8 ขวบ จนกระทั่งหมดค่าตัวเมื่ออายุได้ 20 ปี เมื่ออายุได้ 21 ปี ผู้นั้นก็จะเป็นอิสระ แต่จะมีผลกับทาสที่เกิดตั้งแต่ปี พ.ศ. 2411 เป็นต้นมาเท่านั้น และห้ามมิให้มีการซื้อขายบุคคลที่มีอายุมากกว่า 20 ปีเป็นทาสอีก
จนกระทั่งวันที่ 1 เมษายน พศ.2448 หรือประมาณ 31 ปีต่อมา พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงจึงเริ่มประกาศใช้ ‘พระราชบัญญัติเลิกทาส ร.ศ. 124’ และ ‘พระราชบัญญัติลักษณะเกณฑ์ทหาร ร.ศ. 124' อย่างเป็นทางการ ซึ่งถือเป็นการเลิกระบบทาสและระบบไพร่ในสยามประเทศอย่างเป็นทางการ
โดยพระองค์ทรงออกแบบให้ลูกทาสทุกคนเป็นไททันทีตั้งแต่ประกาศใช้ ส่วนทาสประเภทอื่นที่ไม่ใช่ทาสในเรือนเบี้ยก็ทรงลดค่าตัวเดือนละ 4 บาท และมีการบัญญัติเพิ่มเติมเพื่อป้องกันไม่ให้คนที่เป็นไทกลับไปเป็นทาสอีก
การเลิกทาสในครั้งนี้ เป็นการรวมศูนย์อำนาจไว้ที่พระมหากษัตริย์ และเป็นจุดเริ่มต้นของระบอบสมบูรณาณาสิทธิราชย์ในสยามอย่างเป็นทางการ โดยนอกจากการเลิกทาส พระองค์ยังรื้อโครงสร้างการบริหารจัดการหลายอย่าง เช่น ระบบกฎหมายอาญา ระบบขนส่งสาธารณะ การศึกษา ฯลฯ
#สาระความรู้เพื่อวันนี้
#ชมรมพระเครื่องท่าน้ำนนทบุรี
#ร่วมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ