วัดป่าหนองแข้ดง ตั้งอยู่ที่บ้านหนองแข้ดง หมู่ที่ ๓ ต.บึงงาม อ.หนองพอก จ.ร้อยเอ็ด ห่างจากตัวอำเภอหนองพอกประมาณ ๑๓ กิโลเมตร ไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ
ห่างจากพระมหาเจดีย์ชัยมงคล ผาน้ำย้อย ๕ กิโลเมตร
มีพื้นที่ภายในวัดเขตกำแพงประมาณ ๑๕๐ ไร่
จุดเริ่มต้นของวัดหนองแข้ดง เริ่มต้นขึ้นเมื่อประมาณปี พ.ศ.๒๕๒๓ หลวงปู่บวร สุชีโว ท่านได้เดินธุดงด์มาปักกลด ซึ่งมีป่าทึบรกร้างและยังเป็นป่าช้า (เผาผี) ของหมู่บ้านอีกด้วย มีต้นยางใหญ่เป็นส่วนมาก ต้นบาก ต้นตะเคียนทอง สาเหตุป่าส่วนนี้ยังไม่ถูกบุกรุกถากถาง เพราะชาวบ้านเชื่อกันว่ามีอำนาจลึกลับแฝงเร้นอยู่ในดงนั้น เพราะปรากฏอยู่เสมอว่า คนที่เข้าไปตัดไม้หรือล่าสัตว์ เมื่อกลับออกไปมักมีอันเจ็บป่วยล้มตายไปเกือบทุกราย โดยที่หาสาเหตุไม่ได้ชาวบ้านจึงพากันเกรงกลัวภัยมืดนั้น หรือแม้กระทั่ง วัวควายของชาวบ้านเมื่อผลัดหลงเข้าไปก็มักจะหาไม่เจอเลย
อนึ่งผู้เฒ่าผู้แก่ ยังเล่าสืบต่อ ๆ กันมาอีกด้วยว่า ญาท่านเสาร์ ญาท่านมั่น เคยธุดงด์ผ่านมา และยังมาปักกลดพักภาวนาหลายครั้งหลายคราว ก็ยิ่งแสดงว่าเป็นที่อุดมมงคลเป็นยิ่งนัก ที่หลวงปู่เสาร์ และหลวงปู่มั่นผ่านมาเมตตาอนุเคราะห์ และเหยียบแผ่นดินแห่งนี้ ฝากรอยเท้าเอาไว้ให้ลูกหลานชาวพุทธผู้เกิดในภายหลัง ให้ได้เดินตามรอยบาทของบรมศาสดาเจ้า
สานุศิษย์รุ่นแรก ๆที่ประพฤติปฏิบัติธรรมกับองค์หลวงปู่บวร สุชีโว ก็มีหลวงพ่อประคิ่น จาครโต (ชาวจังหวัด นครศรีธรรมราช) หลวงปู่บุญเพ็ง อาจิณโณ (ชาวอำเภอ โกสุมพิสัย) หลวงปู่เลิง (ชาวบ้านหนองแข้ดง ซึ่งออกบวชด้วยความศรัทธา) ช่วงเวลาที่หลวงปู่บวร สุชีโว เข้ามาอยู่
วัดหนองแข้ใหม่ ๆ ตอนกลางคืน ชาวบ้านเห็นลำแสงพุ่งขึ้นท้องฟ้า สว่าง ไสวทั่วบริเวณป่า มองเห็นใบไม้ ต้นไม้เจิดจ้า จนชาวบ้านล่ำลือ เล่าขานกันไปต่าง ๆ นา ๆ (ต่อมาครูบาอาจารย์เล่าว่าสถานที่แห่งนี้จะมีผู้มาบรรลุธรรมชั้นสูง และเคยเป็นวัดมาตั้งแต่ชาติหนหลัง) เคยเจริญรุ่งเรืองมาก่อน หลักฐานยืนยันที่พอค้นพบก็คือ บริเวณหมู่บ้าน ทุ่งไร่ปลายนาของชาวบ้าน เคยขุดค้นพบถ้วยชาม โบราณ (ยังสันนิษฐานไม่ได้ว่าอายุกี่ร้อยปี) แสดงให้เห็นว่าเคยมีชุมชนที่เคยเจริญรุ่งเรืองมาพอสมควร
เมื่อสมัยหลวงปู่ใหญ่ (ศรี มหาวีโร) แห่งวัดประชาคมวนารามท่านยังมีชีวิตอยู่ องค์ท่านได้เมตตามาอนุเคราะห์ โปรดศรัทธาญาติโยมประมาณ ๖ ครั้ง แต่ละครั้งที่องค์หลวงปู่ท่านมาก็นำความสงบสุข ร่มเย็น และสร้างประโยชน์ให้แก่วัดนี้อย่างมากมายมหาศาล ครั้งหนึ่งมาเมตตาเรื่องที่ดิน จนทำให้ชาวบ้านและญาติโยมธรรมที่เลื่อมใสในพุทธศาสนาทั้งทางใกล้ ทางไกลร่วมบริจาคที่ดินถวายวัด โดย ณ ตอนนั้นมีผู้บริจาคที่ดินดังนี้
๑. นางอารีย์ หลายอำนวย (เจ๊หมวย) กรุงเทพมหานคร
เป็นเจ้าภาพถวายที่ดิน ถวายจำนวน ๕ ไร่
๒. พ่อใหญ่จันทร์ วิชัยศรี ชาวบ้านหนองแข้ดง บริจาค ๒ ไร่
๓. พ่อใหญ่พรม คันสินธ์และแม่นาน ศักดิ์วงศ์ชาวบ้านหนองแข้ บริจาคคนละ ๑ ไร่
๔. นางบุษบา คันสินธ์ ชาวบ้านหนองแข้ บริจาค ๑ งาน
อีกครั้งหนึ่งมาเมตตาเรื่องสร้างศาลา มาเป็นประธานรับผ้าป่าสามัคคี ได้ปัจจัยทั้งสิ้น ๒,๐๐๐ บาท องค์หลวงปู่ใหญ่เมตตาให้เพิ่มอีก ๕,๐๐๐ บาท ซึ่งถือว่าเป็นเงินที่มากสุดในสมัยนั้น พร้อมทั้งให้พรอีกว่า ” หมอวอนเฮ็ดอีหยั่งบ่ยากดอก” องค์หลวงปู่บวรก็พนมมือขึ้นรับสาธุสุดหัวจิต หัวใจใช้เวลาในการก่อสร้างไม่นานนัก ก็เป็นอันสำเร็จลุล่วง บริบูรณ์ด้วยดี ทุกอย่าง ทุกประการ ดั่งคำ ที่องค์หลวงปู่ใหญ่กล่าวไว้ ไม่ว่าจะเป็น ศาลาปฏิบัติธรรม กุฏิที่พักภาวนา กำแพงล้อมวัด ศาลาพักญาติ แม้กระทั่งโรงครัวก็กำลังจะสร้างให้แล้วเสร็จภายในปี ๒๕๕๔ นี้ ยังเหลือก็แต่ อุโบสถ ว่าจะลงมือก่อสร้างในปีนี้พอดี องค์หลวงพ่อก็มาป่วยเสียก่อนจึงจำเป็นต้องระงับไว้ก่อน โดยสรุปแล้ววัดแห่งนี้ก็เป็นสถานที่อุดมมงคล ที่พ่อ แม่ ครูอาจารย์มาเมตตาฝากรอยเท้าเอาไว้ เพื่อ เป็นมรดกธรรม เป็นสถานที่ภาวนาปฏิบัติธรรมแก่พุทธศาสนิกชน เพื่อหลุดพ้นจากกิเลส และกองพ้นทุกข์ทั้งปวง