06/12/2025
การกำนดเวทนา..ในการทำกรรมฐาน..ภาวนา
ของหลวงพ่อวัดป่ามะม่วง.. #นั่งสมาธิ
การนั่ง กระทำต่อจากการเดินจงกรมอย่าให้ขาดตอนลง เมื่อเดินจงกรมถึงที่จะนั่งให้กำหนด ยืนหนอ๕ ครั้ง ตามที่กระทำมาแล้วเสียก่อน แล้วกำหนดปล่อยมือหนอลงข้างตัว กำหนดว่าปล่อยมือหนอ ๆๆๆๆ ช้า ๆ จนกว่าจะลงสุดเวลานั่งค่อยๆ ย่อตัวลง พร้อมกำหนดตามอาการที่ทำไปจริงๆ เช่น ย่อตัวหนอๆๆเท้าพื้นหนอ ๆ ๆ คุกเข่าหนอ ๆ ๆ นั่งหนอ ๆ ๆ เป็นต้น
วิธีนั่ง ให้นั่งขัดสมาธิ คือ ขาขวาทับขาซ้าย นั่งตัวตรง หลับตานำสติมาจับอยู่ที่สะดือที่ท้องพองยุบ เวลาหายใจเข้าท้องพอง กำหนดว่าพอง หนอ ใจนึกกับท้องที่พองต้องให้ทันกัน อย่าให้ก่อน หรือ หลังกันหายใจออกท้องยุบ กำหนดว่า ยุบหนอ ใจนึกกับท้องที่ยุบ ต้องทันกันอย่าให้ก่อนหรือ หลังกัน ข้อสำคัญให้สติจับอยู่ที่พองยุบเท่านั้น อย่าดูลมที่จมูกอย่าตะเบ็งท้อง ให้มีความรู้สึกตามความเป็นจริงว่า ท้องพองไปข้างหน้า ท้องยุบมาข้างหลัง อย่าให้เห็นเป็นไปว่า ท้องพองขึ้นข้างบน ท้องยุบลงไปข้างล่าง ให้กำหนดเช่นนี้ตลอดไป จนกว่าจะครบเวลากำหนด
เมื่อมีเวทนา เวทนาเป็นเรื่องสำคัญที่สุด จะต้องบังเกิดขึ้น แก่ผู้ปฏิบัติอย่างแน่นอน ผู้ปฏิบัติจะต้องมีความอดทน เพื่อเป็นการสร้างขันติบารมีไปด้วย ถ้าผู้ปฏิบัติขาดความอดทนเสียแล้วการปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐานนั้นก็
ล้มเหลว
ในขณะที่นั่ง หรือ เดินจงกรมอยู่นั้น ถ้ามีเวทนาความเจ็บปวด เมื่อย คัน เกิดขึ้น ให้หยุดเดิน หรือ หยุดกำหนดพองยุบ ให้เอาสติไปตั้งไว้ที่เวทนาเกิดแลกำหนดไปตามความเป็นจริงว่าปวดหนอ ๆ ๆ เจ็บหนอๆๆ เมื่อยหนอๆๆ คันหนอ เป็นต้นให้กำหนดไปเรื่อย ๆ จนกว่าเวทนาจะหายไป แล้วให้กำหนดนั่ง หรือ เดินต่อไป
จิต เวลานั่งอยู่ หรือ เดินอยู่ ถ้าจิตคิดถึงบ้าน คิดถึงทรัพย์สิน หรือ คิดฟุ้งซ่านต่าง ๆ นานา ก็ให้เอาสติปักลงที่ลิ้นปี่พร้อมกับกำหนดว่าคิดหนอๆๆไปเรื่อย ๆ จนกว่าจิตจะหยุดคิด แม้ดีใจ เสียใจ หรือ โกรธก็กำหนดเช่นกันว่า
ดีใจหนอ ๆ ๆ เสียใจหนอ ๆ ๆ โกรธหนอๆ ๆ เป็นต้น
เวลานอน เวลานอนค่อย ๆ เอนตัวนอนพร้อมกับกำหนดตามไปว่านอนหนอ ๆ ๆ จนกว่าจะนอนเรียบร้อย ขณะนั้น ให้เอาสติจับอยู่กับอาการเคลื่อนไหร่างกาย เมื่อนอนเรียบร้อยแล้วให้เอาสติมาจับที่ท้องแล้วกำหนดว่าพองหนอยุบหนอ ต่อไปเรื่อย ๆ ให้คอยสังเกตให้ดีว่าจะหลับไปตอนพองหรือ ตอนยุบ
อิริยาบถต่าง ๆ การเดินไปในที่ต่าง ๆ การเข้าห้องน้ำ การเข้าห้องส้วมการรับประทานอาหาร และการกระทำกิจการงานทั้งปวง ผู้ปฏิบัติต้องมีสติกำหนดอยู่ทุกขณะในอาการเหล่านี้ ตามความเป็นจริง คือ มีสติสัมปชัญญะเป็นปัจจุบันอยู่ตลอดเวลา
#จากหนังสือแก่นแท้แห่งพระกรรมฐาน หน้าที่ ๔๑-๔๓ & ๗๓
#ปล. เจตนาเพื่อถ่ายทอดวิธีการเจริญพระกรรมฐานของพระเดชพระคุณหลวงพ่อจรัญ ให้เข้าถึงกัลยาณมิตรผู้ที่ใฝ่ในธรรมทุกเพศทุกวัยเท่านั้นค่ะ