แบ่งปันวันใหม่ สดเสมอ

แบ่งปันวันใหม่ สดเสมอ รัก

21/05/2023

ความหวัง และมั่นใจว่าจะได้พบกันอีก ฉันอยากเล่าให้ฟัง
เรื่องจริง....อ่านทีไร ขอบพระคุณพระเจ้าทุกที
ผู้ชายคนหนึ่งจากเมืองนอร์ฟอล์ค รัฐเวอร์จิเนีย ได้โทรศัพท์ถึงสถานีวิทยุท้องถิ่นแห่งหนึ่งเพื่อเล่าเรื่องนี้ในวันที่ 11 กันยายน 2003 สองปีหลังจากเกิดเหตุโศกนาฏกรรมครั้งใหญ่ในวันที่ 11 กันยายน 2001
ชื่อของชายคนนี้ คือ โรเบิร์ต มัทธิวส์ นี่คือเรื่องราวของเขา ...;
สองสามสัปดาห์ก่อนวันที่ 11 กันยายน ผมและภรรยาพบว่าเรากำลังจะมีลูกคนแรกของเรา ภรรยาของผมจึงวางแผนว่าจะเดินทางไปแคลิฟอร์เนียเพื่อไปเยี่ยมพี่สาวของเธอ ในระหว่างทางที่จะไปที่สนามบิน เราอธิษฐานขอให้ พระเจ้าประทานการเดินทางที่ปลอดภัยแก่ภรรยาของผม และขอทรงอยู่ด้วยกับเธอ สักครู่เดียวหลังจากเราพูดว่า "อาเมน" เราทั้งคู่ได้ยินเสียงดังและรถของเราสั่นอย่างรุนแรง ... ยางรถของเราแตก ผมพยายามเปลี่ยนยางรถเร็วที่สุดเท่าที่ผมจะทำได้ แต่เราก็ไปไม่ทันเที่ยวบินของเธอ... เราทั้งคู่อารมณ์เสียและขับรถกลับบ้าน
ผมได้รับโทรศัพท์จากพ่อของผมซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ดับเพลิงของเมืองนิวยอร์กที่เกษียณแล้ว พ่อผมถามถึงหมายเลขไฟล์ที่ภรรยาผมไปขึ้นเครื่องไม่ทัน แต่ผมได้อธิบายว่าเราตกเครื่อง
พ่อของผมบอกว่า เครื่องบินไฟล์นั้นเป็นหนึ่งในเครื่องบินที่พุ่งเข้าชนตึกเวิร์ลเทรดทางด้านใต้ ผมรู้สึกช๊อคจนพูดไม่ออก พ่อของผมยังบอกข่าวมากกว่านั้นอีกว่า ท่านกำลังจะไปช่วยคนที่นั่น "เหตุการณ์แบบนี้พ่อไม่สามารถจะนั่งนิ่งดูดาย พ่อต้องทำอะไรสักอย่าง"
แน่นอนที่ผมห่วงความปลอดภัยของท่าน แต่มากไปกว่านั้นคือเพราะพ่อยังไม่ได้ต้อนรับพระเยซูเข้ามาในชีวิตของท่าน หลังจากที่เราถกกันสักครู่ ผมก็รู้ว่าพ่อตัดสินใจไปเรียบร้อยแล้ว ก่อนที่พ่อจะวางสาย ท่านบอกว่า "ดูแลหลานของพ่อให้ดีนะ" นั่นคือคำพูดสุดท้ายที่ผมได้ยินพ่อพูด เพราะพ่อของผมเสียชีวิตในขณะที่กำลังช่วยชีวิตคนอื่นๆ
ความชื่นชมยินดีที่คำอธิษฐานขอความปลอดภัยให้แก่ภรรยาของผมได้รับคำตอบอย่างรวดเร็วกลับกลายเป็นความโกรธ ผมโกรธพระเจ้า โกรธพ่อ และโกรธตัวเอง ผมดำเนินชีวิตเกือบสองปีโทษพระเจ้าที่ทรงเอาพ่อของผมไป ลูกชายของผมไม่มีโอกาสรู้จักปู่ของเขา พ่อของผมไม่มีโอกาสได้รับเชื่อในพระเยซู และผมไม่มีโอกาสได้ร่ำลาพ่อเลย
และแล้วบางสิ่งก็เกิดขึ้น ประมาณสองเดือนที่แล้ว ในขณะที่ผมกำลังนั่งอยู่ที่บ้านพร้อมกับภรรยาและลูกของผม เสียงเคาะที่ประตูก็ดังขึ้น ผมมองดูที่ภรรยา ผมก็รู้ว่าเธอไม่ได้มีนัดกับใคร ผมจึงเปิดประตูและได้พบกับสามีภรรยาคู่หนึ่งมาพร้อมกับลูกเล็กๆ คนหนึ่ง
ผู้ชายมองที่ผมและถามว่าคุณพ่อของผมชื่อ เจค มัทธิวส์ใช่หรือไม่? ผมตอบว่าใช่แล้ว เขารีบกุมมือของผมและพูดว่า "ผมไม่เคยมีโอกาสได้พบกับคุณพ่อของคุณ แต่มันช่างเป็นเกียรติจริงๆ ที่ได้พบกับลูกชายของท่าน"
เขาอธิบายให้ผมฟังว่า ภรรยาของเขาเคยทำงานในอาคารเวิร์ลเทรดและติดอยู่ในตึกหลังจากที่ตึกถูกโจมตีด้วยการเอาเครื่องบินพุ่งเข้าชน ภรรยาของเขากำลังท้องและติดอยู่ใต้ซากปรักหักพัง เขาอธิบายว่าคุณพ่อของผมเป็นผู้ที่พบภรรยาของเขาและช่วยเธอออกมาได้ นัยน์ตาของผมเต็มล้นไปด้วยน้ำตา ในขณะที่ผมคิดถึงพ่อของผมที่ยอมสละชีวิตของท่านเพื่อผู้คนแบบนี้ เขาบอกต่อว่า "ยังมีสิ่งอื่นอีกที่คุณควรจะรู้นะ"
ภรรยาของเขาบอกผมว่า ในขณะที่พ่อของผมพยายามทำสิ่งต่างๆ ที่จะช่วยเธอ เธอได้เป็นพยานกับท่าน และนำท่านมาถึงพระเยซูคริสต์ ผมเริ่มร้องไห้สะอึกสะอื้นต่อข่าวนั้น
ตอนนี้ผมรู้แล้วว่าเมื่อผมไปสวรรค์ พ่อของผมจะยืนอยู่ข้างๆ พระเยซูต้อนรับผม และครอบครัวนี้จะสามารถขอบคุณพ่อด้วยตัวของพวกเขาเอง...
เมื่อลูกชายของเขาเกิดมา พวกเขาตั้งชื่อลูกว่า เจคอบ มัทธิว เพื่อเป็นเกียรติแก่ผู้ชายที่สละชีวิตของเขาเพื่อแม่คนหนึ่งและทารกน้อยของเธอจะมีชีวิตอยู่ เรื่องราวนี้ช่วยให้เราตระหนักถึงความจริงนี้ว่า :
พระเจ้าทรงควบคุมดูแลอยู่เสมอ
เราอาจจะไม่สามารถเข้าใจเบื้องหลังของสิ่งต่างๆ และเราอาจจะไม่รู้ว่าอะไรจะเกิดขึ้นบ้างในโลกนี้ แต่พระเจ้าทรงควบคุมดูแลอยู่เสมอ
จงขอบพระคุณพระเจ้า เพราะพระองค์ประเสริฐ และความรักมั่นคงของพระองค์ดำรงเป็นนิตย์
(สดุดี 136:1)
By.เนตรศักดิ์ ใสรังกา
---------------------------------------------
~ เ พ จ พ ร ะ ว จ น ะ ที่ มี ชี วิ ต ~
---------------------------------------------
https://www.facebook.com/Alivingword/

นิทานอินทรีย์ไก่มีเรื่องเล่าถึงชาวไร่คนหนึ่ง ขณะเดินอยู่ที่ตีนเขา ก็ได้พบไข่ของนกอินทรีฟองหนึ่งตกลงมาจากรังแต่ยังไม่แตก ...
21/03/2015

นิทานอินทรีย์ไก่
มีเรื่องเล่าถึงชาวไร่คนหนึ่ง ขณะเดินอยู่ที่ตีนเขา ก็ได้พบไข่ของนกอินทรีฟองหนึ่งตกลงมาจากรังแต่ยังไม่แตก เขาจึงเก็บเอาไปที่ไร่ให้แม่ไก่ที่กำลังกกไข่ของมันลองฟักดู ในไม่ช้า แม่ไก่ก็ฟักจนลูกนกอินทรีออกมาจากไข่พร้อมๆกับลูกของมัน ลูกนกอินทรีทองจึงเติบโตขึ้นพร้อมกับพวกลูกไก่ มันจะเดินตามแม่ไก่และส่งเสียงร้องเหมือนลูกไก่ มันจะหัดคุ้ยเขี่ยหาอาหาร พวกแมลงและใส้เดือนไปตามเรื่อง พอโตมาหน่อยลูกนกอินทรีทองก็ขยับปีกได้เช่นไก่กระทงทั้งหลายที่พยายามหัดบินแต่มันก็สามารถบินได้เพียงเรี่ยไปพื้นดินเหมือนกับพวกพี่น้องไก่ของมัน วันหนึ่ง ขณะที่นกอินทรีทองกำลังเติบใหญ่ และกำลังคุ้ยหาเศษอาหารอยู่ที่พื้นดิน มันก็มองขึ้นไปบนท้องฟ้าและมองเห็นนกอินทรีตัวใหญ่บินถลาร่อนอยู่ในบนเวหาสีคราม แม้ว่าสายลมค่อนข้างแรงแต่มันก็ไม่สะทกสะท้าน กลับกางปีกสีทองออกสะท้อนกับแสงตะวัน สวยงามและน่าประทับใจยิ่งนัก “แม่เจ้าโว้ย...ช่างสง่างามอะไรเช่นนั้น” นกอินทรีหนุ่มตะโกนบอกพวกไก่ พร้อมกับชี้ไปท้องฟ้าและถามว่า “ใครรู้บ้างว่านั่นเป็นตัวอะไร?” “นั่นคือเจ้าแห่งฟากฟ้า เป็นพญานกอินทรีทอง” ไก่หนุ่มตัวหนึ่งที่ยืนอยู่ใกล้ๆ ร้องตอบ “พญานกอินทรีย่อมอยู่บนฟากฟ้า...ส่วนเราเป็นแค่ไก่กระจอกๆ มีสิทธิแค่เดินอยู่บนดิน อย่าสะเออะโบยบินเหินหาวเลย” นกอินทรีทองจึงกลายเป็นไก่ นานวันเข้าก็แก่ตัวลงอย่างไก่ และสุดท้ายก็ตายไปอย่างไก่ เพราะตัวมันเชื่อมั่นว่าตนเองเป็นไก่! (ที่มา : นิทาน เรื่อง นกอินทรี โดย นพ.ประสาน ต่างใจ)

บทเรียน จากพระคัมภีร์ เมื่อพระเจ้าทรงสร้างมนุษย์ขึ้น พระองค์ตั้งพระทัยที่จะให้มนุษย์เป็นอมตะ และมีอำนาจในการปกครองสรรพสิ่งบนพื้นโลก (ปฐก. ๑.๒๘) แต่เมื่อมนุษย์ไม่เชื่อฟังพระเจ้า กบฎและทำความผิดบาป เขาก็ตกจากฐานะและสูญสิ้นทุกสิ่งทุกอย่าง แม้กระทั่งชีวิตของตนเอง (ปฐก. ๓) แต่เมื่อใดก็ตามที่มนุษย์ได้มาหาพระเยซูคริสต์ กลับใจ บังเกิดใหม่ ต้อนรับพระองค์เป็นพระผู้ช่วยให้รอด มนุษย์ได้คืนฐานันดรอีกครั้ง และกลับมีพลังอำนาจเหมือนเดิม แต่ก็มีคนจำนวนมากที่เชื่อในพระเยซูแล้วแต่กลับไม่ตระหนักถึงพลังอำนาจที่ได้รับมา เขาไม่รู้ว่าตนเองเป็นนกอินทรี แต่ยังคงคิดว่าตนเองเป็นเพียงไก่ตัวหนึ่งเท่านั้น พระคัมภีร์บอกถึงฐานะที่แท้จริงของคริสเตียนดังนี้ “แต่บรรดาผู้ที่รอคอยองค์พระผู้เป็นเจ้าด้วยความหวัง จะฟื้นกำลังขึ้นใหม่ เขากางปีกทะยานขึ้นเหมือนนกอินทรี พวกเขาจะวิ่งไปโดยไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย พวกเขาจะเดินไปโดยไม่อ่อนระโหยโรยแรง” (อสย. 40:31) “เช่นนี้แล้วเราจะว่าอย่างไร? ถ้าพระเจ้าทรงอยู่ฝ่ายเรา ใครเล่าจะต่อสู้เราได้” “ในสถานการณ์ทั้งปวงเหล่านี้ เราเป็นยิ่งกว่าผู้พิชิต โดยทางพระองค์ผู้ทรงรักเราทั้งหลาย” (รม. 8:31,37) Source://thaisermons

เสียงลูกหายไปมีคุณลุงแก่คนหนึ่ง โทรหาลูกสาวทุกวัน และลุงก็ได้ยินแต่เสียงพูดของลูกสาวว่า “ขอโทษคะ ตอนนี้ไม่ว่างรับสาย กรุ...
16/03/2015

เสียงลูกหายไป
มีคุณลุงแก่คนหนึ่ง โทรหาลูกสาวทุกวัน และลุงก็ได้ยินแต่เสียงพูดของลูกสาวว่า “ขอโทษคะ ตอนนี้ไม่ว่างรับสาย กรุณาฝากข้อความไว้นะคะ” เสียงอ่อนหวานน่ารักนี้ ทำให้คุณลุงพอใจ หน้ามีรอยยิ้ม แม้จะรู้ว่าลูกไม่ได้รับสาย ก็ยังพูดต่อไปว่า “ไม่เป็นไร ไปยุ่งงานของลูกนะ พรุ่งนี้พ่อจะโทรหาใหม่”

ความจริง เจ้าของเสียง ซึ่งเป็นของลูกสาวคุณลุง ได้ลาจากโลกนี้ไปแล้วเมื่อ 3 ปีก่อน จากอุบัติเหตุทางถนน เสียงพูดนี้ เป็นวิธีเดียวที่คุณลุงจะยินจากลูกสาว เพื่อคลายความคิดถึง มันเหมือนกุญแจดอกหนึ่ง ที่สามารถเปิดประตูลึกลับ ที่นั่นมีความทรงจำที่หวานฉ่ำของลูกสาว เมื่อลูกสาวจากไป ไม่มีคนใช้เบอร์นี้แล้ว แต่คุณลุงก็ยังจ่ายค่ารายเดือนต่อไปไม่ได้หยุด ทุกวันเมื่อได้ยินคำพูดนี้ คุณลุงรู้สึกเหมือนว่า ลูกสาวไม่ได้จากไปไกล ยังทำงานอยู่ที่บริษัทเดิม

คุณลุงก็เหมือนนั่งข้างลูกสาว มองดูลูกสาวด้วยรอยยิ้ม ดูลูกสาวพิมพ์เอกสาร พูดคุยกับเพื่อนร่วมงาน ถ่ายเอกสารของที่ทำงานอยู่ ความทรงจำอันหวานฉ่ำนี้ ทำให้คุณลุงผ่านกลางคืนที่ยาว ผ่านความทุกข์ความเจ็บปวดไปได้ ในทะเลที่ไม่เห็นฝั่ง บางที แค่คำพูดคำเดียว ก็ทำให้หัวใจชุ่มฉ่ำได้
แต่วันหนึ่ง ตอนคุณลุงโทรเบอร์ลูกสาว เสียงของลูกสาวหายไปซะแล้ว คุณลุงได้ยินแต่คำพูดว่า “ไม่ได้เปิดเครื่อง ไม่สามารถติดต่อได้ในขณะนี้” คุณลุงตกใจ ทำอะไรไม่ถูก เหมือนสวรรค์ได้หายไปต่อหน้า คุณลุงพยายามหาเบอร์ของ คอลเซ็นเตอร์ เพื่อโทรไปถาม พอพนักงานรับสาย คุณลุงพูดเริ่มต้นไม่ถูก เพราะน้ำตาร่วงเป็นทางยาว

เมื่อพนักงานพยายามฟังจนเข้าใจที่คุณลุงว่า จึงอธิบายว่า ทางบริษัทได้ปรับปรุงระบบ และได้ส่งข้อความไปยังผู้ใช้ ให้ย้ายข้อความเดิมไปยังระบบใหม่ มิฉะนั้น คำพูดเก่าที่บันทึกไว้ก็จะถูกลบ แต่คุณลุงไม่เคยเปิดดูข้อความ เมื่อระบบใหม่เริ่มทำงาน คำพูดที่บันทึกไว้อันล่ำค่าของลูกสาวคุณลุงจึงหายไป คุณลุงความหวังพังทลาย
“นี่เป็นเสียงบันทึกของลูกสาวที่จากไปแล้ว ต่อไปลุงจะทำยังไง ?”
คุณลุงพูดสะอื้นไป ร้องไห้ไป เหมือนเด็กที่ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ พนักงานจึงรีบรายงานเรื่องนี้ไปยังหัวหน้าๆ ก็รีบติดต่อไปยังแผนก ไอ ที ของบริษัท
เจ้าหน้าที่ใช้เวลาเป็นเดือน จาก voice mail ของลูกค้าหลายๆ ล้านคน จนหาเจอเสียงของลูกสาวคุณลุง แล้วก็หาทางใส่กลับไปเหมือนเดิม พนักงานใช้วิธีธรรมดาทั่วไป ใช้โทรศัพท์โทรเข้าเบอร์ลูกสาวคุณลุง และก็ได้คำพูดอัดเสียงล้ำค่านั้น แล้วก็ผ่านกระบวนการ จนกลับสู่แบบเดิม
คุณลุงที่ค่อยท่าแล้วค่อยท่าอีก ในที่สุดก็ได้ยินเสียงคำพูดของลูกสาวอีกครั้งหนึ่ง วินาทีนั้น คุณลุงดีใจมาก พูดว่า “ได้ยินแล้ว ได้ยินแล้ว” เหมือนกับว่า แค่เอื้อมมือไป ก็กอดลูกสาวได้ เหมือนกับว่า ลูกสาวก็ยังคลอเคลียอยู่ข้างคุณลุง เพื่อไม่ให้คำพูดอัดเสียงนี้หายไปอีก พนักงานบริษัท ได้บันทึกคำพูดนี้ลงบนแผ่น ซีดี และส่งให้คุณลุงเก็บไว้

เราทุกคนเป็นคนธรรมดา ไม่สามารถยับยั้งภัยอันตรายต่าง ๆ ให้เกิดขึ้นได้ แต่เราสามารถใช้ความพยายามและอดทน เพื่อเย็บหัวใจของพ่อที่แตกสะลายดวงหนึ่ง ให้กลับมาเหมือนเดิม ให้คุณลุงยังอยู่อย่างอบอุ่นในโลกของเรา
คนจีนมีคำพูดเปรียบเทียบว่า ต้นไม้อยากหยุดนิ่ง แต่ลมไม่หยุด ลูกอยากเลี้ยงดูพ่อแม่ แต่พ่อแม่ไม่อยู่แล้ว เรื่องของโลก คาดการณ์ยาก บางที คนที่จากไปก่อน อาจจะเป็นคนหนุ่มคนสาว เหลือไว้แต่พ่อแม่สูงวัยที่เสียใจ ไม่ว่าจะยังไง จงรักษาและทะนุถนอมช่วงเวลาที่อยู่กับครอบครัว อย่าดีกับคนนอก มากกว่าคนในครอบครัว การกตัญญูต่อพ่อแม่ ไม่ต้องใช้เงินเยอะ และไม่ต้องใช้เงินมาก คำพูดคำเดียว คำพูดที่เป็นห่วงเป็นใย หอมสักครั้ง ข้อความสั้นสักข้อความ ดอกไม้สักดอก กอดสักครั้ง บางทีก็ทำให้พ่อแม่น้ำตาร่วงได้ พ่อแม่ในโลกใบนี้ ไม่ได้ต้องการมาก แค่นิดเดียวก็พอใจแล้ว
วันนี้คุณให้เวลากับคนที่รักคุณหรือยัง?

03/02/2015

"CREATION To CHRIST" จากการทรงสร้างจนถึงพระเยซูคริสต์ เป็นเรื่องราวของการไถ่ของพระเจ้าสำหรับมนุษยชาติ เริ่มต้นจากปฐมกาลและนำเราไปสู่ชีวิต การสิ้นพระชนม์ และก...

ความรัก                ในพระคัมภีร์พูดถึง “ รัก ความรัก ที่รัก รักใคร่ น่ารัก ” อยู่ประมาณ 859 ครั้ง เฉลี่ยพระคัมภีร์พูด...
01/02/2015

ความรัก

ในพระคัมภีร์พูดถึง “ รัก ความรัก ที่รัก รักใคร่ น่ารัก ” อยู่ประมาณ 859 ครั้ง เฉลี่ยพระคัมภีร์พูดถึงความรักเล่มละ 13 ครั้ง พระคัมภีร์สดุดีมีทั้งหมด 127 ครั้ง ในพระคัมภีร์ใหม่(โดยเฉพาะ 1 ยน.) มีความรัก 18 ครั้ง

ภาษากรีก agape,หรือ agapao (อากาเพ,อากาพาโอ) เป็นความรักที่ยิ่งใหญ่สูงสุด ความรักที่สะอาดบริสุทธิ์, ความรักสีขาว, เป็นความรักของพระเจ้าที่ไม่มีเงื่อนไข, ไม่มีข้อแม้และไม่หวังสิ่งตอบแทน ยอมให้ เสียสละทุกอย่างแม้กระทั่งชีวิตของตนเอง เปาโลได้บอกถึงความรักชนิดนี้ไว้ใน 1 คร. 13 อย่างชัดเจน

คำที่ใกล้เคียงกับอากาเพคือ agathos (อากาธอท) หมายถึงความดี คนดี และของดี agathopoios (อากาโธไพออส) หมายถึงการประพฤติดี และคำว่า agalliasis (อากาไลซิส) เป็นความชื่นชมยินดี ความปรานีและความยินดีปรีดา

ความรัก 7 ประการ

1. ความรักของพระเจ้า
“แต่ผู้ใดที่ประพฤติตามพระวจนะของ พระองค์ ความรักของพระเจ้าก็ถึงความบริบูรณ์ในผู้นั้นแล้วอย่างแน่แท้ ด้วยอาการอย่างนี้แหละเราทั้งหลายจึงรู้ว่าเราอยู่ในพระองค์” (1 ยน. 2:5)

คริสเตียนควรอ่านพระคัมภีร์และทำตามคำ สอนในพระคัมภีร์ อย่าเป็นคนที่เพียงแค่ชอบดูกระจกเงา “เพราะว่าผู้ใดได้ฟังพระวจนะ(logos-329 ครั้ง คำเทศน์ คำสอน คำตักเตือน)และไม่ได้ประพฤติตาม ผู้นั้นก็เป็นเหมือนคนที่ดูหน้าของตนในกระจกเงา(esoptron-โลหะขัดเงา) เพราะเมื่อดูตนเองแล้วก็ไป และลืมในทันทีนั้นว่าตัวเองเป็นอย่างไร” (ยก.๑.๒๓)

ในภาพยนตร์เรื่องหลวงตา มีชายคนหนึ่งได้ถวายขวานให้กับหลวงตาและบอกว่า “ขวานเล่มนี้คมมาก นะขอรับท่าน มันฟันอย่างอื่นได้หมด ยกเว้นตัวมันเอง!”

2. รักพี่น้องของตน
“ผู้ที่รักพี่น้องของตนก็อยู่ในความ สว่าง และในความสว่างนั้นไม่มีอะไรที่ทำให้สะดุด” (1 ยน. 2:10) คือความรักแท้นั้นต้องมีความจริงใจ (ไม่เสแสร้ง-แบบปากหวานก้นเปรี้ยว) ต้องเปิดเผย ไม่ปิดบังอำพราง ซ่อนเร้น ต่อพี่น้องคริสเตียน

3. ความรักมาจากพระบิดา
“จงดูเถิด พระบิดาทรงโปรดประทานความรักแก่เราทั้งหลายเพียงไร ที่เราได้ชื่อว่าเป็นบุตรของพระเจ้า...” ( 1 ยน. 3:1 )

ความรักที่แท้จริงนั้นจะรักนวลสงวนตัว และให้เกียรติซึ่งกันและกัน ภาษาเหนือบอกถึงสิ่งที่หนุ่มสาวไม่ควรทำอย่างยิ่งคือคือ “กินก่อนตาน มานก่อนแต่ง” (หมายถึง “ได้เสียกันก่อนแต่ง”)

4. ความรักที่เสียสละ
“ดัง นี้แหละเราจึงรู้จักความรัก โดยที่พระองค์ทรงยอมสละพระชนม์ของพระองค์เพื่อเราทั้งหลาย และเราทั้งหลายก็ควรสละชีวิตของตนเพื่อพี่น้อง” (1 ยน. 3:16)

ตัวอย่าง : เมื่อเร็วๆนี้มีหญิงต่างชาติคนหนึ่งไปเที่ยวสวนเสือที่ภาคเหนือ และถูกเสือกระโจนเข้ากัดและไม่ยอมปล่อย ขณะนั้นมีสองคนเห็นเข้า จึงได้รีบเข้าช่วยกันปล้ำกับเสือและง้างปากของมันออก เพื่อให้หญิงเคราะห์ร้ายพ้นจากคมเขี้ยวของสัตว์ร้ายนั้น

5. ความรักมาจากพระเจ้า

“ท่านที่รักทั้งหลาย ขอให้เรารักซึ่งกันและกัน เพราะว่าความรักมาจากพระเจ้า และทุกคนที่รักก็บังเกิดมาจากพระเจ้า และรู้จักพระเจ้า” (1 ยน. 4:7) ขอสังเกตว่าเริ่มต้นที่รู้จักพระเจ้า - แล้วรักพระเจ้า-และรักผู้อื่น

ตัวอย่าง : หญิงแม่บ้านคนหนึ่งอธิษฐานว่า “ขอพระองค์ประทานความฉลาดให้เธอ เพื่อเธอจะเข้าใจผู้ชาย ขอทรงประทานความอดทน เพื่อเธอจะรับกับอารมณ์ร้ายของเขา และประทานขอความรักอย่างมากล้น เพื่อเธอจะรักและให้อภัยแก่เขาได้”

เพื่อนถามว่า “ทำไมคุณไม่ขอพระองค์ทรงประทานความแข็งแรงให้ด้วย?”

เธอตอบว่า “ไม่ต้อง...เพราะฉันไม่อยากเป็นฆาตกรฆ่าเขาตาย!”

6. ความรักที่ปราศจากความกลัว

“ในความรักในไม่มีความกลัว แต่ความรักที่สมบูรณ์นั้นก็ได้ขจัดความกลัวเสีย เพราะว่าความกลัวเข้ากับการลงโทษ และผู้ที่มีความกลัวก็ยังไม่มีความรักสมบูรณ์” (1 ยน. 4:18)

หนึ่งความรักที่ไม่ได้มาจากพระเจ้าจะมีความกลัว (phobos-กลัว วิตก กังวล ตกใจ คำขู่เข็ญ การใช้อำนาจบังคับ) สอง ความรักที่มากพระเจ้ามีความสมบูรณ์แบบ teleios (เทเลออส-ดีรอบคอบ ครบถ้วน เป็นผู้ใหญ่เต็มที่ เลิศประเสริฐ บริสุทธิ์)

ตัวอย่าง : มีเรื่องเล่าว่า เพื่อนของเจ้าบ่าวคนหนึ่งส่งข้อความ SMS เพื่ออวยพรในวันแต่งงานด้วยข้อพระคัมภีร์ “ยอห์น. 4:18 และขอให้อ่านในงานเลี้ยงด้วย (ซึ่งจริงๆเขาตั้งใจเขียน 1 ยน. 4:18) ลองเปรียบเทียบพระคัมภีร์สองข้อนี้ดูซิครับ มันแตกต่างกันราวฟ้ากับดินเลยทีเดียว!

7. ความรักที่ไม่เป็นภาระ

“เพราะนี่แหละเป็นความรักต่อพระเจ้า คือที่เราทั้งหลายประพฤติตามพระบัญญัติของพระองค์ และพระบัญญัติของพระองค์นั้นไม่เป็นภาระ” (1 ยน. 5:3) คือความรักของคริสเตียนไม่ใช่เรื่องยาก ไม่หนักใจ และไม่ใช่ว่าต้องจำใจทำหรือจำใจต้องแสดงออก(ไม่ต้องบังคับให้ยิ้ม ทักทาย ร้องเพลง ถวาย ทำกิจกรรม มาประชุม อธิษฐาน และเป็นพยาน แต่เป็นสิ่งที่แสดงออกมาโดยอัตโนมัติสำหรับคนที่มีความรัก)

สรุป

ความรักแบบมนุษย์เต็มไปด้วยความบาป “ รักจริงหวังแต่ง รักแท้หวังฟัน รักนิรันดร์ฟันแล้วทิ้ง ” “ รักลวงคือฟันน้ำนม รักขมคือฟันคุด รักสุดๆคือฟันแท้ รักแน่วแน่คือเธอ รักเสมอคือรักตนเอง”
แต่พระเยซูตรัสถึงความรักของพระเจ้า (AGAPE) ดังนี้ “ความรักใหญ่กว่านี้ไม่มี คือผู้หนึ่งผู้ใดจะสละชีวิตเพื่อมิตรสหายของตน”
ความรักที่บริสุทธิ์ เต็มไปด้วยความหวังดี ไม่หวังสิ่งตอบแทน เสริมสร้างและเป็นพลังอำนาจที่มาจากพระเจ้า.

ที่มา : http://thaisermons.com

21/01/2015

ของขวัญวันคริสต์มาสจากพี่ชายตัวน้อย
ฉันสังเกตเห็นเด็กผู้ชายตัวเล็กๆคนหนึ่ง อายุประมาณ 5 ขวบ กำลังอุ้มตุ๊กตาไว้แนบกับอก เขาค่อยๆลูบผมของตุ๊กตานั้นและมองดูอย่างเศร้าสร้อย ฉันสงสัยว่าเด็กผู้ชายคนนี้จะเอาตุ๊กตาไปให้ใครกัน เด็กผู้ชายคนนั้นหันไปหาหญิงชราที่อยู่ข้างๆ "คุณย่าแน่ใจหรือฮะว่าเงินของผมมีไม่พอ? หญิงชราตอบว่า ?หลานก็รู้นี่ว่าหลานมีเงินไม่พอที่จะซื้อตุ๊กตาตัวนี้หรอก? หลังจากนั้นหญิงชราก็บอกให้เขารออยู่ตรงนั้นประมาณ 5 นาทีระหว่างที่เธอจะไปเดินดูรอบๆ แล้วเธอก็จากไปอย่างรวดเร็ว เด็กชายยังคงอุ้มตุ๊กตาอยู่ในมือ ในที่สุดฉันก็เริ่มเดินเข้าไปหาเขา ฉันถามเค้าว่าเค้าจะเอาตุ๊กตาตัวนั้นไปให้ใคร มันเป็นตุ๊กตาที่น้องสาวของผมชอบที่สุดฮะ และเธอก็อยากจะได้มันมากเป็นของขวัญวันคริสต์มาส เธอมั่นใจมากว่าซานตาคลอสจะให้ตุ๊กตาตัวนี้แก่เธอ? ฉันบอกเค้าว่า ซานตาคลอสจะให้ตุ๊กตานี้แก่น้องสาวของเขาแน่ๆ และก็ไม่ต้องกังวลหรอก
แต่เขาตอบฉันด้วยท่าทางเศร้าสลดว่า ?ไม่หรอกฮะ ซานตาคลอสไม่สามารถเอาตุ๊กตานี้ไปให้เธอในที่ๆเธออยู่ตอนนี้ได้ ผมจะเอาตุ๊กตาตัวนี้ไปให้แม่ แม่จะได้เอาตุ๊กตานี้ไปให้เธอเมื่อแม่ไปที่นั่น? ดวงตาของเขาเศร้ามากขณะที่เขาพูดต่อไป ?น้องสาวของผมไปอยู่บนสวรรค์ พ่อบอกว่าแม่ก็จะไปเหมือนกันในเร็วๆนี้ ผมก็เลยคิดว่าแม่น่าจะเอามันไปให้น้องสาวของผมได้? หัวใจของฉันเกือบจะหยุดเต้น เด็กชายเงยหน้ามองฉันแล้วพูดว่า "ผมบอกพ่อให้บอกแม่ว่าอย่าพึ่งไปให้รอผมจนกว่าผมจะกลับจากซุปเปอร์มาร์เก็ตฮะ? แล้วเขาก็หยิบรูปที่น่ารักมากของเขาซึ่งกำลังหัวเราะให้ฉันดู แล้วก็บอกว่า "ผมอยากให้แม่เอารูปนี้ไปด้วยฮะเธอจะได้ไม่ลืมผม ผมรักแม่ฮะและผมก็หวังว่าเธอจะไม่ต้องจากผมไป แต่พ่อบอกว่าเธอต้องไปอยู่กับน้องสาวของผม? แล้วเขาก็จ้องมองตุ๊กตาอีกครั้งอย่างอาลัย ฉันรีบคว้ากระเป๋าตังออกมาอย่างรวดเร็ว หยิบธนบัตรออกมา 2-3ใบ แล้วพูดว่า ?ทำไมเราไม่ลองตรวจดูอีกที เผื่อว่าเราจะมีเงินพอ? "ตกลงฮะ? เขาพูด ?ผมหวังว่าผมจะมีเงินพอนะฮะ? ฉันแอบใส่เงินของฉันลงในกระเป๋าตังของเขาโดยไม่ให้เขาเห็นแล้วเขาก็เริ่มนับมัน มันไม่ได้มีเงินแค่พอซื้อตุ๊กตาเท่านั้น แต่ยังเหลืออีกด้วย เด็กชายพูด "ขอบคุณพระเจ้าที่ประทานเงินให้ผมฮะ? เขามองฉัน แล้วพูดเสริมว่า "ผมอธิษฐานกับพระเจ้าก่อนนอนเมื่อวานฮะ ว่าขอให้ผมมีเงินพอที่จะซื้อตุ๊กตาตัวนี้เพื่อแม่จะได้เอาไปให้น้องสาวของผมฮะ แล้วพระองค์ก็ได้ยิน ความจริงผมอยากได้เงินที่จะซื้อกุหลาบสีขาวให้แม่ด้วยฮะ แต่ผมไม่กล้าขอมากเกินไป แต่พระองค์ก็ให้เงินผมมากพอที่จะซื้อทั้งตุ๊กตาและกุหลาบแม่ของผมชอบกุหลาบขาวฮะ? 2-3 นาทีต่อมา หญิงชราก็กลับมา ฉันเดินออกมากับรถเข็นของฉัน(รถเข็นที่ใช้ในซุปเปอร์มาร์เก็ตอะ) ฉันซื้อของจนเสร็จด้วยความรู้สึกที่ต่างจากตอนมาโดยสิ้นเชิง ฉันไม่สามารถเอาภาพของเด็กชายคนนั้นออกจากจิตใจฉันได้หลังจากนั้นฉันก็จำข่าวที่อยู่ในหนังสือพิมพ์เมื่อ 2 วันก่อนได้ มันบอกว่าคนขับรถบรรทุกที่เมาเหล้าคนหนึ่งขับรถชนรถอีกคันหนึ่งที่มีหญิงสาวคนหนึ่งกับเด็กหญิงตัวเล็กๆในรถ เด็กหญิงคนนั้นเสียชีวิตทันที แต่แม่ของเธออยู่ในขั้นบาดเจ็บสาหัส ครอบครัวของพวกเขาต้องตัดสินใจว่าจะดึงปลั๊กเครื่องช่วยหายใจดีหรือไม่ เพราะถึงยังไงเธอก็ไม่สามารถดีขึ้นไปกว่าขั้นโคม่าได้ ครอบครัวนี้จะเป็นของเด็กชายคนนั้นรึเปล่านะ 2 วันหลังจากได้พบกับเด็กชายคนนั้น ฉันอ่านเจอในหนังสือพิมพ์ว่า หญิงสาวคนนั้นได้เสียชีวิตแล้ว ฉันไม่สามารถหยุดตัวเองไว้ได้ที่จะไปซื้อกุหลาบช่อหนึ่ง แล้วไปที่ Mortuary ซึ่งร่างของหญิงคนนั้นได้ถูกเปิดให้คนได้ดูและอธิษฐานเป็นครั้งสุดท้ายก่อนฝัง เธออยู่ในนั้น ในโลงศพของเธอในมือมีดอกกุหลาบสีขาวดอกหนึ่งกับรูปถ่ายของเด็กชายคนนั้น และมีตุ๊กตาวางอยู่บนหน้าอก ฉันออกไปข้างนอกทั้งน้ำตารู้สึกว่าชีวิตของฉันได้เปลี่ยนไปตลอดกาล ความรักที่เด็กผู้ชายคนนี้มีให้แม่และน้องสาวของเขานั้นจะยังคงอยู่ยืนยาวสุดแก่การจินตนาการ แต่เพียงแค่เศษเสี้ยววินาทีเท่านั้น คนดื่มเหล้าคนหนึ่งก็ได้พรากทุกสิ่งทุกอย่างไปจากเขา

ที่อยู่

Nong Khai
43000

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ แบ่งปันวันใหม่ สดเสมอผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์