25/04/2026
จุฬาราชมนตรี เป็นประธานเปิดโครงการ “มหกรรมเยียวยาชุมชน” ณ จ.นราธิวาส ชู "ซะกาต" เป็นกลไกสำคัญขจัดความยากจนและสร้างความยั่งยืนในสังคม
เมื่อวันที่ 25 เมษายน 2569 ณ มหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์ อำเภอเมือง จังหวัดนราธิวาส นายอรุณ บุญชม จุฬาราชมนตรี ได้ให้เกียรติเป็นประธานในพิธีเปิดโครงการ “มหกรรมเยียวยาชุมชน” ซึ่งจัดขึ้นโดยสมัชชาประชาสังคมเพื่อสันติภาพ (CAP) ร่วมกับศูนย์ประสานงานจังหวัดนราธิวาส เพื่อเป็นเวทีสาธารณะระดับภูมิภาคในการทบทวนบทเรียนการดำเนินงานด้านการเยียวยา พร้อมทั้งประสานความร่วมมือในการระดมทุนสนับสนุนเยาวชนและเด็กกำพร้าในพื้นที่
ในโอกาสนี้ นายบุญช่วย หอมยามเย็น ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส ได้กล่าวให้การต้อนรับ โดยมีผู้บริหารและผู้ทรงคุณวุฒิเข้าร่วมเป็นเกียรติในพิธีอย่างคับคั่ง อาทิ พล.ต.ต.สุรินทร์ ปาลาเร่ เลขาธิการคณะกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทย, รศ. ดร.อิสมาแอ อาลี ผู้ทรงคุณวุฒิจุฬาราชมนตรี, อธิการบดีมหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์, ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนราธิวาส, รองประธานกรรมการอิสลามประจำจังหวัดนราธิวาส ตลอดจนหัวหน้าส่วนราชการ ผู้นำศาสนา และผู้เกี่ยวข้องที่สนใจเข้าร่วมงานเป็นจำนวนมาก
ในการนี้ จุฬาราชมนตรีได้มอบโอวาทแก่ผู้เข้าร่วมงาน โดยเน้นย้ำว่ากระบวนการเยียวยาที่มีประสิทธิภาพต้องเริ่มต้นจาก “หัวใจที่เข้มแข็ง” ก่อนจะขยายผลไปสู่การฟื้นฟูด้านร่างกาย การประกอบอาชีพ และเศรษฐกิจสังคมตามลำดับ นอกจากนี้ยังได้เชิญชวนให้ชุมชนน้อมนำหลักคำสอนมาช่วยเหลือเกื้อกูลกัน โดยเฉพาะการจัดการ “ซะกาต” ซึ่งถือเป็นอาวุธสำคัญในการขจัดความยากจนในสังคม
พร้อมกันนี้ จุฬาราชมนตรียังได้มอบเงินทุนสนับสนุนเพื่อการเยียวยาจำนวน 50,000 บาท ให้แก่ประธานมูลนิธินูซันตาราเพื่อสิทธิมนุษยชนและการพัฒนา เพื่อใช้ในกิจกรรมสาธารณประโยชน์ ต่อไป
สำหรับกิจกรรมภายในงาน “มหกรรมเยียวยาชุมชน” ประกอบด้วย เวทีเสวนาวิชาการเพื่อวิพากษ์และเสนอแนะนโยบายด้านการเยียวยา โดยตัวแทนจากภาครัฐ ภาคประชาสังคม และนักวิชาการ นอกจากนี้ยังมีกิจกรรม “Clinic Service” เพื่อให้บริการปรึกษาฟรีจากผู้เชี่ยวชาญใน 4 ด้านหลัก ได้แก่ ด้านกฎหมาย, ด้านการเยียวยา, ด้านสิทธิมนุษยธรรม และด้านศาสนา/วัฒนธรรม รวมถึงกิจกรรมระดมทุน "Hidangan Kasih" เพื่อสมทบทุนในการซ่อมแซมและปรับปรุงอาคารบ้านพักเด็กกำพร้า ภายใต้การดูแลของมูลนิธินูซันตาราเพื่อสิทธิมนุษยชนและการพัฒนา
งานมหกรรมครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญในการสร้างพื้นที่แห่งความเข้าใจ และเป็นเวทีที่สะท้อนถึงความร่วมมือของทุกภาคส่วน เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่ต่อไป