ธงชัยของพระอรหันต์

ธงชัยของพระอรหันต์ ข้อมูลการติดต่อ, แผนที่และเส้นทาง,แบบฟอร์มการติดต่อ,เวลาเปิดและปิด, การบริการ,การให้คะแนนความพอใจในการบริการ,รูปภาพทั้งหมด,วิดีโอทั้งหมดและข่าวสารจาก ธงชัยของพระอรหันต์, พุทธสถาน, Non Buri.

วิธีบรรพชาอุปสมบทแบบเอสาหัง........วิธีบรรพชาอุปสมบทแบบเอสาหังกุลบุตรผู้มีศรัทธามุ่งอุปสมบท พึงรับผ้าไตรอุ้มประนมมือเข้า...
16/11/2014

วิธีบรรพชาอุปสมบทแบบเอสาหัง
........วิธีบรรพชาอุปสมบทแบบเอสาหัง
กุลบุตรผู้มีศรัทธามุ่งอุปสมบท พึงรับผ้าไตรอุ้มประนมมือเข้าไปใน
สังฆสันนิบาต วางผ้าไตรไว้ข้างตัวด้านซ้าย รับเครื่องสักการะถวายพระ
อุปัชฌายะ แล้วกราบลงด้วยเบญจางคประดิษฐ์ ๓ ครั้งแล้วนั่งคุกเข้าอุ้มผ้าไตร
ประนมมือเปล่งวาจา ถึงสรณะและขอบรรพชาด้วยคำมคธ หยุดตามจุดจุลภาค
ว่า........เอสาหัง ภันเต, สุจิระปะรินิพพุตัมปิ, ตัง ภะคะวันตัง สะระณัง
คัจฉามิ, ธัมมัญจะ ภิกขุสังฆัญจะ, ละเภยยาหัง ภันเต, ตัสสะ ภะคะ-
วะโต, ธัมมะวินะเย ปัพพัชชัง, ละเภยยัง อุปะสัมปะทัง........ทุติยัมปาหัง ภันเต, สุจิระปะรินิพพุตัมปิ, ตัง ภะคะวันตัง สะระ-
ณัง คัจฉามิ, ธัมมัญจะ ภิกขุสังฆัญจะ, ละเภยยาหัง ภันเต, ตัสสะ
ภะคะวะโต, ธัมมะวินะเย ปัพพัชชัง, ละเภยยัง อุปะสัมปะทัง........ตะติยัมปาหัง ภันเต, สุจิระปะรินิพพุตัมปิ, ตัง ภะคะวันตัง
สะระณัง คัจฉามิ, ธัมมัญจะ ภิกขุสังฆัญจะ ละเภยยาหัง ภันเต, ตัสสะ
ภะคะวะโต,ธัมมะวินะเย ปัพพัชชัง, ละเภยยัง อุปะสังปะทัง........อะหัง ภันเต, ปัพพัชชัง ยาจามิ, อิมานิ กาสายานิ วัตถานิ
คะเหตวา, ปัพพาเชถะ มัง ภันเต, อะนุกัมปัง อุปาทายะ........ทุติยัมปิ อะหัง ภันเต, ภันเต, ปัพพัชชัง ยาจามิ, อิมานิ กาสายามิ
วัตถานิ คะเหตวา, ปัพพเชถะ มัง ภันเต, อะนุกัมปัง อุปาทายะ........ตะติยัมปิ อะหัง ภันเต, ปัพพัชชัง ยาจามิ, อิมานิ กาสายานิ
วัตถานิ คะเหตวา, ปัพพาเชถะ มัง ภันเต, อะนุกัมปัง อุปาทายะ........ถ้าบวชเป็นสามเณร ยกคำว่า ละเภยยัง อุปะสัมปะทัง ออกเสีย ........ในลำดับนั้น พระอุปัชฌายะรับเอาผ้าไตรจากผู้มุ่งบรรพชาวางไว้ตรง
หน้าตัก แล้วกล่าวสอนถึงพระรัตนตรัยเป็นต้น และบอก ตะจะปัญจะกะกัม-
มัฏฐาน ให้ว่าตามไปทีละบท โดยอนุโลมและปฏิโลม ดังนี้........เกสา โลมา นะขา ทันตา ตะโจ (อนุโลม)........ตะโจ ทันตา นะขา โลมา เกสา (ปฏิโลม)........ครั้นสอนแล้วพระอุปัชฌายะชังอังสะออกจากไตร สวมให้แล้ว สั่งให้
ออกไปครองไตรจีวรตามระเบียบ ครั้นเสร็จแล้วเข้าไปหาพระอาจารย์ รับ
เครื่องสักการะถวายท่านแล้วกราบ ๓ หน นั่งคุกเข่า ประนมมือเปล่งวาจา
ขอสรณะและศีลดังนี้.......................อะหัง ภันเต, สะระณะสีลัง ยาจามิ........ทุติยัมปิ อะหัง ภันเต, สะระณะสีลัง ยาจามิ........ตะติยัมปิ อะหัง ภันเต, สะระณะสีลัง ยาจามิ........ลำดับนั้น พระอาจารย์กล่าวคำนมัสการนำให้ผู้มุ่งบรรพชาว่าตามไป
ดังนี้........นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธสสะ
ว่า ๓ หน........แต่นั้นท่านจะสั่งด้วยคำว่า เอวัง วะเทหิ หรือ ยะมะหัง วะทามิ
ตัง วะเทหิ พึงรับว่า อามะ ภันเต........ครั้นแล้วท่านนำให้เปล่งวาจาว่าสรณคมน์ตามไปทีละพากย์ดังนี้.................พุทธัง สะระณัง คัจฉามิ.................ธัมมัง สะระณัง คัจฉามิ.................สังฆัง สะระณัง คัจฉามิ .................ทุติยัมปิ พุทธัง สะระณัง คัจฉามิ.................ทุติยัมปิ ธัมมัง สะระณัง คัจฉามิ.................ทุติยัมปิ สังฆัง สะระณัง คัจฉามิ.................ตะติยัมปิ พุทธัง สะระณัง คัจฉามิ.................ตะติยัมปิ ธัมมัง สะระณัง คัจฉามิ.................ตะติยัมปิ สังฆัง สะระณัง คัจฉามิ........เมื่อจบแล้ว ท่านบอกว่า ติสะระณะคะมะนัง นิฏฐิตัง พึงรับว่า
อามะ ภันเต ลำดับนั้นพระอาจารย์จะบอกให้รู้ว่า การบรรพชาเป็น
สามเณรสำเร็จด้วยสรณคมน์เพียงเท่านี้ ทีนั้นพึงสมาทานสิกขาบท ๑๐ ประการ
ว่าตามท่านไปดังนี้.................ปาณาติปาตา เวระมะณี .................อะทินนาทานา เวระมะณี.................อะพรัหมะจะริยา เวระมะณี.................มุสาวาทา เวระมะณี.................สุราเมระยะมัชชะปะมาทัฏฐานา เวระมะณี.................วิกาละโภชะนา เวระมะณี.................นัจจะคีตะวาทิตะวิสูกะทัสสะนา เวระมะณี.................มาลาคันธะวิเลปะนะธาระณะมัณฑะนะวิภูสะนัฏฐานา เวระมะณี.................อุจจาสะยะนะมะหาสะยะนา เวระมะณี.................ชาตะรูปะระชะตะปะฏิคคะหะณา เวระมะณี.................อิมานิ ทะสะ สิกขาปะทานิ สะมาทิยามิ ฯ (ว่า ๓ หน)........ในลำดับนั้น สามเณรพึงรับบาตร อุ้มเข้าไปหาพระอุปัชฌายะใน
สังฆสันนิบาตวางไว้ข้างตัวด้านซ้าย รับเครื่องสักการะถวายท่าน แล้วกราบ
๓ หน นั่งคุกเข่าประนมมือกล่าวคำขอนิสัย ว่าดังนี้..........................อะหัง ภันเต, นิสสะยัง ยาจามิ.................ทุติยัมปิ อะหัง ภันเต, นิสสะยัง ยาจามิ.................ตะติยัมปิ อะหัง ภันเต, นิสสะยัง ยาจามิ.................อุปัชฌาโย เม ภันเต, โหหิ ว่า ๓ หน........พระอุปัชฌายะกล่าวว่า โอปายิกัง, ปะฏิรูปัง, ปาสาทิเกนะ
สัมปาเทหิ บทใดบทหนึ่งพึงรับว่า สาธุ ภันเต ทุกบทไป แต่นั้น
สามเณรพึงกล่าวรับเป็นธุระให้ท่านว่าดังนี้........อัชชะตัคเคทานิ เถโร, มัยหัง ภาโร, อะหัมปิ เถรัสสะภาโร..........................ว่า ๓ หน เสร็จแล้วกราบลง ๓ หน........ลำดับนั้น พระอุปัชฌายะแนะนำสามเณรไปตามระเบียบแล้ว พระ
อาจารย์ผู้เป็นกรรมวาจา เอาบาตรมีสายคล้องตัวผู้มุ่งอุปสมบท บอกบาตร
และจีวร ผู้มุ่งอุปสมบทพึงรับว่า อามะ ภันเต ๔ หนดังนี้
คำบอกบาตรจีวร คำรับ
คำบอกบาตรจีวร
๑. อะยันเต ปัตโต
๒. อะยัง สังฆาฏิ
๓. อะยัง อุตตะราสังโค
๔. อะยัง อันตะระวาสะโก..................
คำรับ
อามะ ภันเต
อามะ ภันเต
อามะ ภันเต
อามะ ภันเต........ต่อจากนั้นพระอาจารย์ท่านบอกให้ออกไปข้างนอกว่า คัจฉะ
อะมุมหิ โอกาเส ติฏฐาหิ พึงถอยออกลุกขึ้นเดินไปยืนอยู่ในที่ที่กำหนดไว้
พระอาจารย์ท่านแสดงสมมติตนเป็นผู้สอนซ้อม แล้วออกไปสวดถามอันตรา-
ยิกกรรม พึงรับว่า นัตถิ ภันเต ๕ หน อามะ ภันเต ๘ หน ดังนี้..........ถาม
๑. กุฏฐัง
๒. คัณโฑ
๓. กิลาโส
๔. โสโส
๕. อะปะมาโร
๑. มะนุสโสสิ๊
๒. ปริโสสิ๊
๓. ภุชิสโสสิ๊
๔. อะนะโณสิ๊
๕. นะสิ๊ ราชะภะโฏ
๖. อะนุญญาโตสิ๊ มาตาปิตูหิ
๗. ปะริปุณณะวีสะติวัสโสสิ๊
๘. ปะริปุณณันเต ปัตตะจีวะรัง.......
๑. กินนาโมสิ
๒. โก นามะ เต อุปัชฌาโย 1
2
ตอบ
นัตถิ ภันเต
นัตถิ ภันเต
นัตถิ ภันเต
นัตถิ ภันเต
นัตถิ ภันเต
อามะ ภันเต
อามะ ภันเต
อามะ ภันเต
อามะ ภันเต
อามะ ภันเต
อามะ ภันเต
อามะ ภันเต
อามะ ภันเต
อะหัง ภันเต........................
นามะ
อุปัชฌาโย เม ภันเต
อายัสมา.............................
นามะ........ถ้าตอบพร้อมกันให้เปลี่ยน เม เป็น โน
ช่องที่...ไว้ พระอุปัชฌายะหรืออาจารย์ท่านจะตั้งชื่อของ อุปสัม-
ปทาเปกขะ กรอกลงช่องให้ไว้ก่อนวันบวช และช่องที่ ... ไว้ในช่องชื่อของ
พระอุปัชฌาย์ ก็เช่นเดียวกัน ให้กรอกตามชื่อของพระอุปัชฌายะ ซึ่งท่านจะ
บอกและกรอกให้ไว้ก่อนวันบวช........ครั้นสวดสอนซ้อมแล้ว ท่านกลับเข้ามาสวดขอเรียกอุปสัมปทาเปกขะ
เข้ามา อุปสัมปทาเปกขะ พึงเข้ามาในสังฆสันนิบาต กราบลงตรงหน้า
พระอุปัชฌายะ ๓ หน แล้วนั่งคุกเข่าประนมมือ เปล่งวาจาขออุปสมบท
ว่าดังนี้........สังฆัมภันเต, อุปะสัมปะทัง ยาจามิ, อุลลุมปะตู มัง ภันเต,
สังโฆ อะนุกัมปัง อุปายทายะ........ทุติยัมปิ ภันเต, สังฆัง อุปะสัมปะทัง ยาจามิ, อุลลุปะตุ
มัง ภันเต, สังโฆ อะนุกัมปัง อุปทายะ........ตะติยัมปิ ภันเต, สังฆัง อุปะสัมปะทัง ยาจามิ, อุลลุมปะตุ
มัง ภันเต, สังโฆ อะนุกัมปัง อุปาทายะ........ถ้าว่าพร้อมกันให้เปลี่ยน ยาจามิ เป็น ยาจามะ เปลี่ยน มัง
เป็น โน ........ในลำดับนั้น พระอุปัชฌายะกล่าวเผดียงสงฆ์แล้ว และพระอาจารย์
สวดสมมติตน ถามอันตรายิกธรรมอุปสัมปทาเปกขะ พึงรับว่า นัถติ ภันเต
๕ หน อามะ ภันเต ๘ หน ตอบชื่อตนและอุปัชฌายะรวม ๒ หนโดย
นัยหนหลัง แต่นั้นนั่งฟังท่านสวดกรรมวาจาอุปสมบทไปจนจบ ครั้นจบ
แล้วท่านเอายาตรออกจากตัง แล้วพึงกราบ ๓ หน นั่งพับเพียบประนมมือนั่ง
พระอุปัชฌายะบอกอนุศาสน์ไปจนจบแล้วรับว่า อามะ ภันเต แล้วกราบ
๓ หน ถวายไทยทาน กรวดน้ำ เหมือนกล่าวแล้วในแบบ อุกาสะ
จบวิธีอุปสมบทแบบเอสาหั

16/11/2014

ก็โดยสมัยนั้นแล ภิกษุทั้งหลายย้อมจีวรด้วยโคมัยบ้าง
ด้วยดินแดงบ้าง จีวรมีสีคล้ำ
ภิกษุทั้งหลายกราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาค.

พระผู้มีพระภาคตรัสอนุญาตว่า

“ดูกรภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาตน้ำย้อม ๖ อย่าง คือ
น้ำย้อมเกิดแต่รากหรือเหง้า ๑
น้ำย้อมเกิดแต่ต้นไม้ ๑
น้ำย้อมเกิดแต่เปลือกไม้ ๑
น้ำย้อมเกิดแต่ใบไม้ ๑
น้ำย้อมเกิดแต่ดอกไม้ ๑
น้ำย้อมเกิดแต่ผลไม้ ๑.”

และในสมัยต่อมาพระพุทธเจ้า ทรงอนุญาตเรื่องปลีกย่อยอื่นๆ ได้แก่

๐ ทรงอนุญาตหม้อย้อมขนาดเล็กเพื่อต้มน้ำย้อม.
๐ น้ำย้อมล้นหม้อ ทรงอนุญาตให้ผูกตะกร้อกันล้น.
๐ ทรงอนุญาตให้หยดหยาดน้ำลงในน้ำ หรือหลังเล็บ
เพื่อทดสอบว่าน้ำในหม้อย้อมร้อนพอแล้วหรือไม่ร้อน
๐ ทรงอนุญาตกระบวยตักน้ำย้อมอันเป็นภาชนะมีด้าม เพื่อสะดวกในการใช้งาน
๐ ทรงอนุญาตอ่างสำหรับย้อม, หม้อสำหรับย้อม เพราะบางแห่งภิกษุก็ขาดแคลนภาชนะ
๐ ทรงอนุญาตรางสำหรับย้อม เพื่อภิกษุไม่ต้องขยำจีวรในถาดบ้าง ในบาตรบ้าง
๐ ทรงอนุญาตเครื่องรองทำด้วยหญ้า เพื่อตากจีวรที่พื้นได้จักได้ไม่เปื้อน
๐ ในเวลาต่อมา ทรงอนุญาตราวจีวร สายระเดียง
คือ ตากจีวรบนที่แขวน เพราะที่รองกับพื้นนั้นถูกแมลงกัดบ้าง
๐ ทรงอนุญาตให้ผูกมุมจีวรไว้ เพื่อภิกษุทั้งหลายตากจีวรตอนกลาง
น้ำย้อมจะได้ไม่หยดออกทั้งสองชาย
๐ ทรงอนุญาตด้ายผูกมุมจีวร เพื่อไม่ให้มุมจีวรชำรุด
๐ ทรงอนุญาตให้ย้อมจีวรพลิกกลับไปกลับมาเมื่อจีวรยังชุ่มด้วยน้ำย้อม
๐ ทรงอนุญาตให้จุ่มจีวรลงในน้ำ เนื่องจากจีวรเป็นผ้าเนื้อแข็ง
๐ ทรงอนุญาตเราอนุญาตให้ทุบด้วยฝ่ามือ เนื่องจากจีวรเป็นผ้ากระด้าง

(การเปลือยกายและการใช้ผ้า)

ทรงห้ามเปลือยกายแบบเดียรถีย์ และปรับอาบัติถุลลัจจัยแก่ผู้ล่วงละเมิด.
อนึ่ง ทรงห้ามใช้ผ้าคากรอง, เปลือกต้นไม้กรอง,
ผลไม้กรอง, ผ้ากัมพล ทำด้วยผมคน, ผ้ากัมพลทำด้วยขนหางสัตว์
ปีกนกเค้า หรือหนังเสือ, ซึ่งเป็นของพวกเดียรถีย์ใช้นุ่งห่ม ต้องอาบัติถุลลัจจัย
ผ้าทำด้วยปอ นุ่งห่ม ต้องอาบัติทุกกฏ
(ความหมายในที่นี้ คือไม่ให้นุ่งห่มเลียนแบบเดียรถีย์).

(ทรงห้ามใช้จีวรที่มีสีไม่ควร และห้ามใช้เสื้อ หมวก ผ้าโพก)

ทรงห้ามใช้จีวรมีสีไม่สมควรต่างๆ คือ เขียวล้วน, เหลืองล้วน,
แดงล้วน, เลื่อมล้วน, ดำลัวน, แดงเข้ม, แดงกลายๆ (ชมพู).
อนึ่ง ทรงห้ามจีวรที่ไม่ตัดชาย, จีวรมีชายยาว, จีวรมีชายเป็นดอกไม้,
จีวรมีชายเป็นแผ่น และทรงห้ามใช้เสื้อ หมวก, ผ้าโพก
ทรงปรับอาบัติทุกกฏแก่ผู้ใช้.

กติกา (ข้อกำหนดหรือแม่บท) ๘ ประการที่จีวรจะเกิดขึ้น

คือ ๑.) เขาถวายกำหนดเขตภิกษุที่อยู่ในสีมา
๒.) เขาถวายกำหนดกติกา
๓.) เขาถวายกำหนดเฉพาะเจตหรือวัดที่เขาทำบุญประจำ
๔.) เขาถวายแก่สงฆ์
๕.) เขาถวายแก่สงฆ์ ๒ ฝ่าย (คือภิกษุ ภิกษุณี)
๖.) เขาถวายแก่สงฆ์ที่จำพรรษาแล้ว
๗.) เขาถวายโดยเจาะจง
(ให้เกี่ยวเนื่องกับการถวายข้าวยาคู หรืออาหารอื่นๆ เป็นต้น)
๘.) เขาถวายจำเพาะบุคคล (คือแก่ภิกษุรูปนั้นรูปนี้)

ที่อยู่

Non Buri
11000

เบอร์โทรศัพท์

029511356

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ ธงชัยของพระอรหันต์ผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์

ประเภท