สังฆมณฑลนครสวรรค์

สังฆมณฑลนครสวรรค์ The Roman Catholic Diocese of Nakhon Sawan (สังฆมณฑลนครสวรรค์) is located in central Thailand. It is a suffragan diocese of the archdiocese of Bangkok.

[1 นาทีกับพระวาจา] 18 มิถุนายน 2026**สัปดาห์ที่ 11 เทศกาลธรรมดา**🕯️ **"หัวใจของการภาวนา คือความไว้ใจและการให้อภัย"**ในบท...
17/06/2026

[1 นาทีกับพระวาจา] 18 มิถุนายน 2026
**สัปดาห์ที่ 11 เทศกาลธรรมดา**

🕯️ **"หัวใจของการภาวนา คือความไว้ใจและการให้อภัย"**

ในบทอ่านวันนี้ เราเห็นภาพของประกาศกเอลียาห์ ผู้เปี่ยมด้วยไฟแห่งความกระตือรือร้นและศรัทธาที่เข้มแข็ง ท่านเป็นแบบอย่างของผู้ที่เชื่อมั่นและดำเนินชีวิตตามพระประสงค์ของพระเจ้าอย่างไม่มีเงื่อนไข

แต่ในพระวรสารวันนี้ พระเยซูเจ้าทรงสอนสิ่งที่ลึกซึ้งยิ่งกว่านั้น คือการ "อธิษฐาน" ที่ไม่ใช่การพร่ำบ่นหรือพูดมากเพื่อให้พระเจ้าได้ยิน แต่คือการสื่อสารด้วยหัวใจที่ถ่อมตน

💡 **ข้อคิดจากพระวาจา:**

1. **พระเจ้าทรงทราบก่อนที่เราจะขอ:** การภาวนาไม่ใช่การไป "บอก" พระเจ้าว่าเราต้องการอะไร แต่คือการเปิดใจให้พระองค์เข้ามามีส่วนร่วมในชีวิต ทรงทราบความต้องการของเราดีที่สุดอยู่แล้ว สิ่งสำคัญคือการวางใจว่าพระองค์จะประทานสิ่งที่เหมาะสมให้ในเวลาที่ใช่
2. **บทภาวนา "ข้าแต่พระบิดา":** นี่คือคำอธิษฐานที่สมบูรณ์แบบ เพราะไม่ใช่แค่การขอเพื่อตัวเอง แต่เป็นการขอให้พระประสงค์ของพระเจ้าสำเร็จในชีวิตเรา
3. **เงื่อนไขสำคัญคือ "การให้อภัย":** พระเยซูย้ำชัดเจนว่า ถ้าเราอยากได้รับพระเมตตา เราต้องเป็นผู้ส่งต่อพระเมตตานั้นให้ผู้อื่นก่อน การให้อภัยคนอื่นอาจจะยาก แต่เป็นกุญแจสำคัญที่ปลดล็อกหัวใจของเราให้ได้รับพระพรจากพระเจ้าอย่างเต็มเปี่ยม

✨ **คำถามชวนคิด:** วันนี้มีใครที่เรายัง "ติดค้าง" การให้อภัยอยู่ไหมครับ? ลองให้บทอธิษฐานวันนี้เป็นพลังให้เราก้าวข้ามความขุ่นเคืองนั้น เพื่อที่เราจะได้รับสันติสุขที่แท้จริงจากพระบิดาเจ้า

ขอให้วันนี้เป็นวันที่เราได้ภาวนาด้วยหัวใจที่วางใจและเต็มไปด้วยการให้อภัยนะครับ

#1นาทีกับพระวาจา #แบ่งปันพระวาจา #พระคัมภีร์ #ภาวนา #คาทอลิก #ให้อภัย #หัวใจแห่งความรัก

**[1 Minute with the Word] June 18, 2026**
**11th Week in Ordinary Time**

🕯️ **"The Heart of Prayer is Trust and Forgiveness"**

In today's readings, we see the image of the prophet Elijah, filled with a fire of zeal and strong faith. He is a model of one who trusted and lived according to God's will without conditions.

However, in today's Gospel, Jesus teaches something even deeper: that "prayer" is not about babbling or speaking many words so that God will hear us, but about communicating with a humble heart.

💡 **Reflections from the Word:**

* **God knows before we ask:** Prayer is not about "telling" God what we need, but about opening our hearts to invite Him into our lives. He already knows our needs best. The important thing is to trust that He will provide what is right at the right time.
* **The "Our Father" Prayer:** This is the perfect prayer because it is not just asking for ourselves, but asking for God's will to be done in our lives.
* **The essential condition is "Forgiveness":** Jesus emphasizes clearly that if we want to receive mercy, we must first be the ones who pass that mercy on to others. Forgiving others may be difficult, but it is the key that unlocks our hearts to receive God’s blessings abundantly.

✨ **A Question for Reflection:** Is there anyone today you are still "holding back" forgiveness from? Let today's prayer be the strength that helps us overcome that resentment, so that we may receive true peace from our Father.

May today be a day where we pray with hearts full of trust and forgiveness.

🟢 #คริสต์วาจา | พระวาจา สร้างพลังคริสต์
ประจำวันที่ 18 มิ.ย. 2026... คลิก “เพิ่มเติม”
เพื่ออ่านพระวาจาครบทุกบทอ่านนะครับ 📖

ชวนเขียนพระวาจาวลีที่ประทับใจ / แบ่งปัน
ข้อคิดที่ได้รับจากพระวาจาด้วยกันครับ 📝

สัปดาห์ที่ 11 เทศกาลธรรมดา

------------------------------
#หนังสือบุตรสิรา (บสร. 48:1-14)
------------------------------

ต่อจากนั้นก็มีเรื่องราวของประกาศกเอลียาห์ซึ่งเป็นเหมือนไฟ วาจาของเขาเผาผลาญเหมือนคบไฟ เขาทำให้เกิดขาดแคลนอาหารในหมู่ประชากร ความกระตือรือร้นของเขาทำให้ประชากรลดจำนวนลง เขาปิดท้องฟ้าตามพระบัญชาขององค์พระผู้เป็นเจ้า ทำให้ไฟลงมาจากท้องฟ้าถึงสามครั้ง

ข้าแต่เอลียาห์ ท่านช่างมีชื่อเสียงรุ่งเรืองเพราะการอัศจรรย์ที่ได้ทำ ใครบ้างจะอวดตัวได้ว่าตนเท่าเทียมกับท่าน ท่านปลุกผู้ตายคนหนึ่งให้กลับคืนชีพ และพ้นจากแดนมรณะตามพระบัญชาของพระผู้สูงสุด

ท่านผลักกษัตริย์หลายพระองค์ให้พินาศ และผลักบรรดาผู้ทรงเกียรติลงจากที่นอน ท่านได้ยินพระวาจาติเตียนที่ภูเขาซีนาย ได้ยินพระวินิจฉัยลงโทษบนภูเขาโฮเรบ ท่านเจิมกษัตริย์หลายพระองค์ให้ลงโทษผู้ทำผิด และเจิมบรรดาประกาศกให้สืบตำแหน่งต่อจากท่าน ท่านถูกยกขึ้นไปในพายุหมุนที่เป็นไฟ บนรถเทียมม้าเพลิง

ท่านถูกกำหนดไว้ให้มาตำหนิประชากรในอนาคต เพื่อจะได้ระงับพระพิโรธก่อนที่จะลุกเป็นไฟ เพื่อนำจิตใจของบิดามาคืนดีกับบุตร และแต่งตั้งบรรดาเผ่าของยาโคบขึ้นใหม่ บรรดาผู้ที่เคยเห็นท่านย่อมเป็นสุข เขาตายในความรัก

เพราะเราทั้งหลายจะได้มีชีวิตอย่างแน่นอนเช่นเดียวกัน เมื่อเอลียาห์ถูกยกขึ้นไปในพายุหมุน เอลีชาก็ได้รับจิตของเขาอย่างเต็มเปี่ยม เขาไม่เคยหวาดกลัวผู้ทรงอำนาจใดๆ ตลอดชีวิต ไม่มีผู้ใดบังคับเขาได้ ไม่มีสิ่งใดยากเกินไปสำหรับเขา แม้ในหลุมศพ ร่างกายของเขาก็ยังประกาศพระวาจา ขณะที่มีชีวิตอยู่ เขาทำปาฏิหาริย์ต่างๆ แม้เมื่อเขาตายแล้ว กิจการของเขาก็ยังน่าพิศวง

------------------------------
#พระวรสารนักบุญมัทธิว (มธ. 6:7-15)
------------------------------

เวลานั้น พระเยซูเจ้าตรัสแก่บรรดาศิษย์ว่า “เมื่อท่านอธิษฐานภาวนา จงอย่าพูดซ้ำเหมือนคนต่างศาสนา เขาคิดว่า ถ้าเขาพูดมากพระเจ้าจะทรงสดับฟัง อย่าทำเหมือนเขาเลย เพราะพระบิดาของท่านทรงทราบแล้วว่าท่านต้องการอะไร ก่อนที่ท่านจะขอเสียอีก ดังนั้น ท่านทั้งหลายจงอธิษฐานภาวนาดังนี้

‘ข้าแต่พระบิดาของข้าพเจ้าทั้งหลาย พระองค์สถิตในสวรรค์
พระนามพระองค์จงเป็นที่สักการะ พระอาณาจักรจงมาถึง
พระประสงค์จงสำเร็จในแผ่นดินเหมือนในสวรรค์
โปรดประทานอาหารประจำวันแก่ข้าพเจ้าทั้งหลายในวันนี้
โปรดประทานอภัยแก่ข้าพเจ้า เหมือนข้าพเจ้าให้อภัยแก่ผู้อื่น
โปรดช่วยข้าพเจ้าไม่ให้แพ้การผจญ แต่โปรดช่วยให้พ้นจากความชั่วร้ายเทอญ’”

“เพราะถ้าท่านให้อภัยผู้ทำความผิด พระบิดาของท่านผู้สถิตในสวรรค์ ก็จะประทานอภัยแก่ท่านด้วย แต่ถ้าท่านไม่ให้อภัยผู้ทำความผิด พระบิดาของท่านก็จะไม่ประทานอภัยแก่ท่านเช่นเดียวกัน”

------------------------------
#ข้อคิดจากไบเบิลไดอารี่
------------------------------

หนังสือบุตรสิรา อยู่ในประเภทหนังสือปรีชาญาณ ใน “ระบบที่สอง” ถูกเขียนราวปี 190-180 ก่อน ค.ศ. (มี 51 บท) ตั้งแต่บทที่ 44-50 กล่าวถึงพระสิริรุ่งโรจน์ของพระเจ้าในประวัติศาสตร์ของชาวอิสราเอล ยกย่องบรรพบุรุษ ประมาณ 25 คน

ในบุตรสิรา 48:1-14 กล่าวถึงประกาศกเอลียาห์ และประกาศกเอลีชาขณะที่มีชีวิตอยู่ เขาทำปาฏิหาริย์ต่าง ๆ แม้เมื่อเขาตายแล้ว กิจการของเขาก็ยังน่าพิศวง จงคิดถึงบรรพบุรุษของท่าน

[1 นาทีกับพระวาจา] ประจำวันที่ 17 มิ.ย. 2026****สัปดาห์ที่ 11 เทศกาลธรรมดา**วันนี้พระวาจาของพระเจ้าสอนเราผ่านสองเรื่องรา...
16/06/2026

[1 นาทีกับพระวาจา]
ประจำวันที่ 17 มิ.ย. 2026**
**สัปดาห์ที่ 11 เทศกาลธรรมดา**

วันนี้พระวาจาของพระเจ้าสอนเราผ่านสองเรื่องราวที่ดูต่างกัน แต่มีหัวใจสำคัญเดียวกันครับ

**1. หัวใจที่มุ่งมั่นแบบเอลีชา**
ในบทอ่านแรก เอลีชาติดตามเอลียาห์จนวินาทีสุดท้าย เขาไม่ได้ต้องการทรัพย์สมบัติ แต่เขาขอ “จิต” หรือพระหรรษทานของพระเจ้าที่ทำงานผ่านอาจารย์ของเขา สิ่งนี้สอนเราว่า ในชีวิตฝ่ายจิต เราควรมีความมุ่งมั่นที่จะเติบโต ติดตามพระเจ้าอย่างไม่ลดละ ไม่หวั่นไหวต่ออุปสรรคใดๆ เหมือนที่เอลีชาไม่ยอมละทิ้งอาจารย์ของเขา

**2. หัวใจที่ซื่อตรงต่อพระเจ้า**
ในพระวรสาร พระเยซูเจ้าเตือนสติเราเรื่อง “การทำดี” ไม่ว่าจะเป็นการให้ทาน การภาวนา หรือการจำศีลอดอาหาร พระองค์ไม่ได้ห้ามทำ แต่เตือนว่า “อย่าทำเพื่ออวดคนอื่น”

บางครั้งเราอาจเผลอทำดีเพื่อให้คนชม หรือเพื่อให้คนยอมรับ การทำแบบนั้นเท่ากับว่าเราได้รับรางวัลไปเรียบร้อยแล้วตั้งแต่วินาทีที่คนเห็นและชื่นชมเรา แต่พระเยซูเจ้าทรงเรียกเราให้ทำสิ่งที่ “ลับๆ” ทำด้วยหัวใจที่สะอาดและมุ่งไปที่พระเจ้าเพียงผู้เดียว เพราะพระเจ้าผู้ทรงหยั่งรู้ทุกสิ่ง จะเป็นผู้ประทานบำเหน็จให้เราเอง

**ข้อคิดวันนี้:**
ลองถามตัวเองดูครับว่า สิ่งที่เราทำดีอยู่ทุกวันนี้ เราทำเพื่อ "ใคร"?
หากวันนี้เราทำดีโดยไม่มีใครเห็น หรือไม่มีใครมาชื่นชม แต่เรายังมีความสุขและภูมิใจที่ได้ทำเพื่อพระเจ้า... นั่นแหละครับ คือสัญญาณว่าเรากำลังเดินอยู่ในทางที่ถูกต้องและเป็นที่พอพระทัยของพระบิดาเจ้า

ขอพระเจ้าประทานจิตใจที่เรียบง่าย ซื่อตรง และมุ่งมั่นในการติดตามพระองค์ตลอดวันนี้ครับ

#พระวาจาประจำวัน #หนึ่งนาทีกับพระวาจา #แบ่งปันความเชื่อ #ชีวิตคริสตชน

---

**[One Minute with the Word] June 17, 2026**
**11th Week in Ordinary Time**

Today, God’s Word teaches us through two different stories that share one common heart.

**1. The Determined Heart of Elisha**
In the first reading, Elisha follows Elijah until the very last moment. He didn't ask for wealth or status; instead, he asked for a "double portion" of the spirit that worked through his master. This teaches us that in our spiritual lives, we should have the determination to grow and follow God without wavering, just as Elisha refused to leave his master’s side.

**2. The Sincere Heart before God**
In the Gospel, Jesus warns us about "doing good"—whether it is giving alms, praying, or fasting. He doesn't tell us not to do these things, but He warns us: "Do not do them to be seen by others."

Sometimes, we might unintentionally do good deeds just to receive praise or validation. If we do that, we have already received our "reward" the moment people see and applaud us. Jesus calls us to do things "in secret," with a pure heart focused solely on God. Because our Father, who sees what is done in secret, will reward us in His own way.

**Reflection for Today:**
Ask yourself today: "Who am I doing this for?"
If you can do good things even when no one sees you, or when no one praises you, but you still feel peace and joy because you did it for God—that is a sign that you are on the right path and are truly pleasing to our Heavenly Father.

May God grant you a heart that is simple, sincere, and determined to follow Him throughout this day.

🟢 #คริสต์วาจา | พระวาจา สร้างพลังคริสต์
ประจำวันที่ 17 มิ.ย. 2026... คลิก “เพิ่มเติม”
เพื่ออ่านพระวาจาครบทุกบทอ่านนะครับ 📖

ชวนเขียนพระวาจาวลีที่ประทับใจ / แบ่งปัน
ข้อคิดที่ได้รับจากพระวาจาด้วยกันครับ 📝

สัปดาห์ที่ 11 เทศกาลธรรมดา

------------------------------
#หนังสือพงศ์กษัตริย์ ฉบับที่สอง (2 พกษ. 2:1,6-14)
------------------------------

เมื่อถึงเวลาที่องค์พระผู้เป็นเจ้าทรงบันดาลให้พายุหมุนหอบเอลียาห์ขึ้นไปบนฟ้า เอลียาห์และเอลีชาออกเดินทางจากเมืองกิลกาล เอลียาห์สั่งเขาว่า “จงอยู่ที่นี่ องค์พระผู้เป็นเจ้าทรงส่งข้าพเจ้าไปที่แม่น้ำจอร์แดน”

เอลีชาตอบว่า “องค์พระผู้เป็นเจ้าทรงพระชนม์ และท่านมีชีวิตอยู่ฉันใด ข้าพเจ้าจะไม่ยอมละทิ้งท่านฉันนั้น” เขาทั้งสองคนจึงออกเดินทางต่อไป

กลุ่มประกาศกห้าสิบคนติดตามเขาทั้งสองคน และหยุดยืนอยู่ห่างๆ เขาทั้งสองคนยืนอยู่ริมแม่น้ำจอร์แดน เอลียาห์ถอดเสื้อคลุมออกม้วนแล้วใช้เสื้อฟาดน้ำ น้ำก็แยกออกเป็นสองฟาก เขาทั้งสองคนเดินข้ามแม่น้ำบนดินแห้ง

เมื่อข้ามไปแล้ว เอลียาห์ถามเอลีชาว่า “บอกมาเถิด ท่านต้องการให้ข้าพเจ้าทำอะไรให้ท่าน ก่อนที่ข้าพเจ้าจะถูกรับตัวไป” เอลีชาตอบว่า “ขอให้ข้าพเจ้าได้รับจิตของท่านสองส่วนเถิด” เอลียาห์ตอบว่า

“ท่านขอสิ่งที่ทำได้ยาก แต่ถ้าท่านเห็นข้าพเจ้าเมื่อจะถูกรับไปจากท่าน ท่านก็จะได้รับตามที่ขอ ถ้าท่านไม่เห็น ท่านก็จะไม่ได้รับ” ขณะที่เขาทั้งสองคนกำลังเดินสนทนากันอยู่นั้น รถม้าเพลิงคันหนึ่งเทียมม้าเพลิงปรากฏขึ้น แยกคนทั้งสองออกจากกัน

เอลียาห์ถูกยกขึ้นไปบนฟ้าในพายุหมุน เอลีชาเห็นปรากฏการณ์ ก็ร้องเรียกว่า “บิดาของข้าพเจ้า บิดาของข้าพเจ้า รถศึกและสารถีของอิสราเอล” แล้วเขาก็ไม่เห็นเอลียาห์อีก เอลีชาจับเสื้อของตนฉีกออกเป็นสองส่วน แล้วหยิบเสื้อคลุมที่ตกลงมาจากเอลียาห์ขึ้นมา เดินกลับไปยืนอยู่ริมฝั่งแม่น้ำจอร์แดน

เขาใช้เสื้อคลุมที่ตกลงมาจากเอลียาห์ฟาดน้ำ กล่าวว่า “องค์พระผู้เป็นเจ้าพระเจ้าของเอลียาห์อยู่ที่ไหน” เมื่อเขาฟาดน้ำ น้ำก็แยกออกเป็นสองฟาก เอลีชาก็ข้ามแม่น้ำไป

------------------------------
#พระวรสารนักบุญมัทธิว (มธ. 6:1-6,16-18)
------------------------------

เวลานั้น พระเยซูเจ้าตรัสแก่บรรดาศิษย์ว่า “จงระวัง อย่าปฏิบัติศาสนกิจของท่านต่อหน้ามนุษย์เพื่ออวดคนอื่น มิฉะนั้น ท่านจะไม่ได้รับบำเหน็จจากพระบิดาของท่านผู้สถิตในสวรรค์ ดังนั้น เมื่อท่านให้ทาน จงอย่าเป่าแตรข้างหน้าท่านเหมือนที่บรรดาคนหน้าซื่อใจคดมักทำในศาลาธรรมและตามถนน เพื่อจะได้รับคำสรรเสริญจากมนุษย์

เราบอกความจริงแก่ท่านทั้งหลายว่า เขาได้รับบำเหน็จของเขาแล้ว ส่วนท่าน เมื่อให้ทาน อย่าให้มือซ้ายของท่านรู้ว่ามือขวากำลังทำสิ่งใด เพื่อทานของท่านจะได้เป็นทานที่ไม่เปิดเผย แล้วพระบิดาของท่านผู้ทรงหยั่งรู้ทุกสิ่ง จะประทานบำเหน็จให้ท่าน”

“เมื่อท่านอธิษฐานภาวนา จงอย่าเป็นเหมือนบรรดาคนหน้าซื่อใจคด เขาชอบยืนอธิษฐานภาวนาในศาลาธรรมและตามมุมลาน เพื่อให้ใครๆ เห็น เราบอกความจริงแก่ท่านว่า เขาได้รับบำเหน็จของเขาแล้ว ส่วนท่าน เมื่ออธิษฐานภาวนา จงเข้าไปในห้องส่วนตัว ปิดประตู อธิษฐานต่อพระบิดาของท่านผู้สถิตทั่วทุกแห่ง แล้วพระบิดาของท่านผู้ทรงหยั่งรู้ทุกสิ่งจะประทานบำเหน็จให้ท่าน”

“เมื่อท่านทั้งหลายจำศีลอดอาหาร จงอย่าทำหน้าเศร้าหมองเหมือนบรรดาคนหน้าซื่อใจคด เขาทำหน้าหมองคล้ำ เพื่อแสดงให้ผู้คนรู้ว่าเขากำลังจำศีลอดอาหาร เราบอกความจริงแก่ท่านว่า เขาได้รับบำเหน็จของเขาแล้ว

ส่วนท่าน เมื่อจำศีลอดอาหาร จงล้างหน้า ใช้น้ำมันหอมใส่ศีรษะ เพื่อไม่แสดงให้ผู้คนรู้ว่าท่านกำลังจำศีลอดอาหาร แต่ให้พระบิดาของท่านผู้สถิตทั่วทุกแห่งทรงทราบ และพระบิดาของท่านผู้ทรงหยั่งรู้ทุกสิ่ง ก็จะประทานบำเหน็จให้ท่าน”

------------------------------
#ข้อคิดจากไบเบิลไดอารี่
------------------------------

ประกาศกเอลีชา (ประมาณ 800 ปีก่อนคริสตกาล) ทำหน้าที่ต่อจากประกาศกเอลียาห์ เอลีชา แปลว่า พระเจ้าเป็นความรอดของเรา เอลีชาขอเอลียาห์ว่า “ขอให้ข้าพเจ้าได้รับจิตของท่านสองส่วนเถิด”

จึงได้ทำอัศจรรย์มากเป็นสองเท่าของเอลียาห์ เช่น ทำให้น้ำดี (2 พกษ 2:19-22) น้ำมันของหญิงม่าย (2 พกษ 4:1-7) ทวีขนมปัง (2 พกษ 4:42-44) รักษานาอามานหายจากโรค (2 พกษ 5:1-14)จงทำกิจการดีแก่ผู้อื่นเถิด

*[1 นาทีกับพระวาจา] ประจำวันที่ 16 มิถุนายน 2026***สัปดาห์ที่ 11 เทศกาลธรรมดา**📖 **“ความรักที่มากกว่า... คือเครื่องหมายข...
15/06/2026

*[1 นาทีกับพระวาจา] ประจำวันที่ 16 มิถุนายน 2026*
**สัปดาห์ที่ 11 เทศกาลธรรมดา**

📖 **“ความรักที่มากกว่า... คือเครื่องหมายของลูกพระเจ้า”**

ในพระวาจาวันนี้ เราเห็นความแตกต่างระหว่าง "การกระทำของมนุษย์" กับ "พระทัยของพระเจ้า" อย่างชัดเจนครับ

ในบทอ่านแรก เราเห็นกษัตริย์อาคับผู้ทำบาปหนัก แต่เมื่อเขารู้จัก **"ถ่อมตนลง"** ต่อพระพักตร์พระเจ้า พระองค์ก็ทรงเมตตาและทรงรับฟัง ส่วนในพระวรสาร พระเยซูเจ้าทรงยกระดับคำสอนให้สูงขึ้นไปอีก... จากการรักเพียงเพื่อนบ้าน ให้กลายเป็นการ **“รักศัตรู”**

หลายครั้ง เรามักจะรักแค่คนที่รักเรา ทำดีกับคนที่ทำดีกับเรา แต่พระเยซูเจ้าตรัสเตือนสติว่า *"ถ้าท่านรักแต่คนที่รักท่าน ท่านจะได้บำเหน็จอะไรเล่า?"*

การรักศัตรู หรือการให้อภัยคนที่ทำร้ายเรา ไม่ใช่เรื่องง่าย แต่เป็น "ทางแห่งลูกพระเจ้า" เพราะพระบิดาทรงให้ฝนตกและให้แสงแดดแก่ทุกคน ไม่ว่าเขาจะเป็นคนดีหรือคนชั่ว

**ข้อคิดวันนี้:**
ลองสำรวจดูว่า มีใครบ้างที่เรายังรู้สึกโกรธเคือง หรือไม่ยอมให้อภัย? วันนี้ขอให้เรากล้าที่จะ "ถ่อมตนลง" เหมือนกษัตริย์อาคับ และก้าวข้ามขีดจำกัดของตัวเองด้วยการอธิษฐานเผื่อคนที่ทำให้เราลำบากใจ

เพราะการเป็นคนดีอย่างสมบูรณ์แบบพระบิดา คือการมีหัวใจที่กว้างขวางพอที่จะโอบรับผู้อื่น... แม้คนๆ นั้นจะเป็นคนที่เราคิดว่า "รักยาก" ที่สุดก็ตาม

🙏 **ข้าแต่พระเจ้า ขอประทานหัวใจที่เปี่ยมด้วยความเมตตา ให้ลูกกล้าที่จะรักและให้อภัย เหมือนที่พระองค์ทรงรักและให้อภัยลูกเสมอมา อาเมน.**

#1นาทีกับพระวาจา #แบ่งปันพระวาจา #บทเทศน์สั้น #รักศัตรู #เมตตาธรรม #คาทอลิก

**[1 Minute with the Word of God] June 16, 2026**
**11th Week in Ordinary Time**

📖 **“A Love that is More... The Mark of God’s Children”**

In today’s Word of God, we see a clear distinction between "human actions" and the "Heart of God."

In the first reading, we see King Ahab, who committed grave sins, yet when he chose to **"humble himself"** before the Lord, God showed mercy and listened to him. In the Gospel, Jesus takes this teaching to a higher level: moving from simply "loving our neighbor" to **“loving our enemies.”**

Often, we only love those who love us and treat those who treat us well with kindness. But Jesus reminds us, *"If you love those who love you, what recompense will you have?"*

Loving our enemies or forgiving those who hurt us is not easy, but it is the "path of the children of God." After all, the Father causes His sun to rise on the bad and the good, and causes rain to fall on the just and the unjust.

**Today’s Reflection:**
Take a moment to consider: Is there anyone you are still holding a grudge against or struggling to forgive? Today, let us be brave enough to "humble ourselves" like King Ahab and transcend our own limitations by praying for those who make our lives difficult.

To be perfect as our Heavenly Father is perfect means having a heart wide enough to embrace others... even those we find the "hardest to love."

🙏 **Lord, grant me a heart filled with mercy. Give me the courage to love and forgive others, just as You have always loved and forgiven me. Amen.**

🟢 #คริสต์วาจา | พระวาจา สร้างพลังคริสต์
ประจำวันที่ 16 มิ.ย. 2026... คลิก “เพิ่มเติม”
เพื่ออ่านพระวาจาครบทุกบทอ่านนะครับ 📖

ชวนเขียนพระวาจาวลีที่ประทับใจ / แบ่งปัน
ข้อคิดที่ได้รับจากพระวาจาด้วยกันครับ 📝

สัปดาห์ที่ 11 เทศกาลธรรมดา

------------------------------
#หนังสือพงศ์กษัตริย์ ฉบับที่หนึ่ง (1 พกษ. 21:17-29)
------------------------------

องค์พระผู้เป็นเจ้าตรัสแก่เอลียาห์ชาวทิชบีว่า “จงออกเดินทางลงไปเฝ้ากษัตริย์อาคับแห่งอิสราเอลที่กรุงสะมาเรียเถิด เขากำลังอยู่ในสวนองุ่นของนาโบท เขาลงไปยึดครองสวนองุ่นนั้น ท่านจะต้องบอกเขาว่า ‘องค์พระผู้เป็นเจ้าตรัสดังนี้ ท่านฆ่าคน และบัดนี้ท่านยังยึดสมบัติของเขาอีกหรือ ท่านจะต้องบอกเขาว่า

องค์พระผู้เป็นเจ้าตรัสดังนี้ ณ ที่ซึ่งสุนัขเลียเลือดของนาโบท สุนัขจะเลียเลือดของท่านด้วย’” กษัตริย์อาคับตรัสกับเอลียาห์ว่า “คู่ปรับของเราเอ๋ย ท่านมาจับผิดเราใช่ไหม” เอลียาห์ทูลตอบว่า “ใช่แล้ว เพราะพระองค์ทรงยอมปล่อยตัวทำสิ่งชั่วร้ายเฉพาะพระพักตร์องค์พระผู้เป็นเจ้า”

องค์พระผู้เป็นเจ้าจึงตรัสว่า “เราจะนำหายนะมาสู่ท่าน เราจะทำลายลูกหลานของท่านให้หมดสิ้นไป และจะกวาดล้างชายทุกคนในตระกูลอาคับ ไม่ว่าจะเป็นทาสหรือเป็นอิสระในอิสราเอล เราจะทำให้ราชวงศ์ของท่านเป็นเหมือนราชวงศ์เยโรโบอัมบุตรของเนบัท และเหมือนราชวงศ์บาอาชาบุตรของอาคิยาห์ เพราะท่านได้ยั่วยุให้เราโกรธ และนำอิสราเอลให้ทำบาป”

องค์พระผู้เป็นเจ้ายังตรัสเกี่ยวกับพระนางเยเซเบลด้วยว่า “สุนัขจะกินเนื้อของเยเซเบลในเมืองยิสเรเอล คนในตระกูลของอาคับซึ่งตายในเมือง สุนัขจะมากัดกิน ส่วนคนที่ตายในทุ่งนา นกในอากาศจะมาจิกกิน”

ไม่มีผู้ใดที่ปล่อยตัวทำความชั่วร้ายเฉพาะพระพักตร์องค์พระผู้เป็นเจ้ามากเท่ากษัตริย์อาคับ ซึ่งมเหสีเยเซเบลทรงชักชวนให้ทำผิด พระองค์ทรงทำการน่าสะอิดสะเอียนอย่างยิ่ง โดยไปกราบไหว้รูปเคารพดังที่ชาวอาโมไรต์เคยทำ องค์พระผู้เป็นเจ้าจึงทรงขับไล่ชาวอาโมไรต์ออกไปจากแผ่นดินเมื่อชาวอิสราเอลเข้ามายึดครอง

เมื่อกษัตริย์อาคับทรงได้ยินถ้อยคำเหล่านี้ พระองค์ทรงฉีกฉลองพระองค์ด้วยความทุกข์ ทรงสวมใส่เสื้อผ้ากระสอบ ไม่ทรงยอมเสวยพระกระยาหาร บรรทมทั้งๆ ที่ยังฉลองพระองค์ด้วยผ้ากระสอบ ทรงพระดำเนินโดยก้มพระเศียรแสดงความทุกข์ องค์พระผู้เป็นเจ้าตรัสถามเอลียาห์ชาวทิชบีว่า

“ท่านสังเกตเห็นไหมว่าอาคับถ่อมตนลงต่อหน้าเราอย่างไร เพราะเขาได้ถ่อมตนลงต่อหน้าเรา เราจะไม่นำหายนะมาในช่วงชีวิตของเขา แต่จะนำหายนะมาสู่ราชวงศ์ในช่วงชีวิตบุตรของเขา”

------------------------------
#พระวรสารนักบุญมัทธิว (มธ. 5:43-48)
------------------------------

เวลานั้น พระเยซูเจ้าตรัสแก่บรรดาศิษย์ว่า “ท่านทั้งหลายได้ยินคำกล่าวว่า จงรักเพื่อนบ้าน จงเกลียดศัตรู แต่เรากล่าวแก่ท่านว่า จงรักศัตรู จงอธิษฐานภาวนาให้ผู้ที่เบียดเบียนท่าน เพื่อท่านจะได้เป็นบุตรของพระบิดาเจ้าสวรรค์

พระองค์โปรดให้ดวงอาทิตย์ของพระองค์ขึ้นเหนือคนดีและคนชั่ว โปรดให้ฝนตกเหนือคนชอบธรรมและคนอธรรม ถ้าท่านรักแต่คนที่รักท่าน ท่านจะได้บำเหน็จรางวัลอะไรเล่า บรรดาคนเก็บภาษีมิได้ทำเช่นนี้ดอกหรือ

ถ้าท่านทักทายแต่พี่น้องของท่านเท่านั้น ท่านทำอะไรพิเศษเล่า คนต่างศาสนามิได้ทำเช่นนี้ดอกหรือ ฉะนั้น ท่านจงเป็นคนดีอย่างสมบูรณ์ ดังที่พระบิดาเจ้าสวรรค์ของท่าน ทรงความดีอย่างสมบูรณ์เถิด"

------------------------------
#ข้อคิดจากไบเบิลไดอารี่
------------------------------

ประกาศกเอลียาห์ ทำหน้าที่ประกาศกในอาณาจักรอิสราเอล (ภาคเหนือ) เตือนกษัตริย์อาหับที่ฆ่านาโบท เพื่อยึดที่ดินโดยอยุติธรรม พระเจ้าทรงปกป้องผู้ต่ำต้อยจากผู้มีอำนาจ ผู้ทำผิดไม่ได้รับโทษทันที เพราะสำนึกตนยอมรับผิด การลงโทษจะเกิดขึ้นในช่วงชีวิตบุตรของเขา ท่านกล้ายืนยันความถูกต้องไหม

1 นาทีกับพระวาจาประจำวันที่ 15 มิถุนายน 2026****สัปดาห์ที่ 11 เทศกาลธรรมดา**เมื่อความโลภและความแค้นครอบงำใจ มนุษย์เราอาจ...
14/06/2026

1 นาทีกับพระวาจา
ประจำวันที่ 15 มิถุนายน 2026**
**สัปดาห์ที่ 11 เทศกาลธรรมดา**

เมื่อความโลภและความแค้นครอบงำใจ มนุษย์เราอาจทำสิ่งที่น่ากลัวได้ถึงเพียงนี้...

ในบทอ่านแรกวันนี้ เราเห็นภาพของ **กษัตริย์อาคับ** และ **พระนางเยเซเบล** ที่ใช้ "อำนาจ" และ "กลโกง" ใส่ร้ายคนบริสุทธิ์อย่าง **นาโบท** เพียงเพราะอยากได้สวนองุ่นของเขามาเป็นของตนเอง การกระทำที่ไร้ความยุติธรรมนี้สะท้อนให้เห็นถึงใจที่มืดบอดเพราะความโลภ

แต่ในทางตรงกันข้าม พระวรสารวันนี้ **พระเยซูเจ้า** กลับสอนวิถีที่ต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง พระองค์ทรงบอกให้เรา "เลิกใช้หลักการตาต่อตา ฟันต่อฟัน" แต่ให้เลือกใช้ "ความรักและการให้อภัย" แทน

✨ **ข้อคิดสะกิดใจ:**
ในโลกที่หลายคนมองหาแต่ผลประโยชน์และพร้อมจะเอาชนะกันด้วยอำนาจ พระเยซูเจ้ากำลังเชื้อเชิญเราให้เป็น "ผู้ที่มีใจกว้างกว่า"

* เมื่อถูกเอาเปรียบ... ให้เราใช้ความอดทน
* เมื่อมีความโกรธแค้น... ให้เราตอบแทนด้วยความเมตตา
* เมื่อมีโอกาสให้... ให้เราให้มากกว่าที่เขาเรียกร้อง

อย่าให้ความโลภหรือการแก้แค้นมาเปลี่ยนตัวตนของเราให้กลายเป็นคนมืดบอดเหมือนเรื่องราวของกษัตริย์อาคับ แต่ขอให้เราเป็นแสงสว่างที่ทำลายวงจรแห่งความชั่วร้ายด้วย "ความรักที่เสียสละ" เหมือนที่พระเยซูเจ้าทรงกระทำต่อเราเสมอ

ขอพระเจ้าอวยพรให้วันอาทิตย์นี้เป็นวันที่เราได้เริ่มต้นฝึกฝนใจให้กว้างและมีเมตตาต่อกันมากขึ้นนะครับ 🙏

#1นาทีกับพระวาจา #แบ่งปันพระวาจา #ชีวิตคริสตชน #เมตตาธรรม #ข้อคิดวันนี้

---

[1 Minute with the Word of God] June 15, 2026
**11th Week in Ordinary Time**

When greed and malice take hold of the heart, humanity is capable of terrible things.

In today's first reading, we see how **King Ahab** and **Queen Jezebel** abused their "power" and used "deceit" to frame an innocent man, **Naboth**, simply because they coveted his vineyard. This act of grave injustice reflects a heart blinded by greed.

In stark contrast, today’s Gospel gives us **Jesus’** way—a path that is completely different. He calls us to stop following the law of "an eye for an eye, a tooth for a tooth" and instead choose "love and forgiveness."

✨ **Food for thought:**
In a world where many seek only their own interests and are ready to win by any means, Jesus invites us to be "the ones with a bigger heart."

* When taken advantage of... let us choose patience.
* When feeling anger... let us respond with mercy.
* When given the chance to give... let us offer more than what is asked.

Do not let greed or the desire for revenge change who you are into someone as blind as King Ahab. Instead, may we be the light that breaks the cycle of evil through the "sacrificial love" that Jesus has always shown us.

May God bless this Sunday, and may it be a day for us to practice having more generous and merciful hearts. 🙏



---

🟢 #คริสต์วาจา | พระวาจา สร้างพลังคริสต์
ประจำวันที่ 15 มิ.ย. 2026... คลิก “เพิ่มเติม”
เพื่ออ่านพระวาจาครบทุกบทอ่านนะครับ 📖

ชวนเขียนพระวาจาวลีที่ประทับใจ / แบ่งปัน
ข้อคิดที่ได้รับจากพระวาจาด้วยกันครับ 📝

สัปดาห์ที่ 11 เทศกาลธรรมดา

------------------------------
#หนังสือพงศ์กษัตริย์ ฉบับที่หนึ่ง (1 พกษ. 21:1-16)
------------------------------

ต่อมาไม่นาน นาโบทชาวยิสเรเอลมีสวนองุ่นที่เมืองยิสเรเอลใกล้พระราชวังของกษัตริย์อาคับแห่งสะมาเรีย กษัตริย์อาคับตรัสแก่นาโบทว่า “จงยกสวนองุ่นของท่านให้เราทำเป็นสวนผักเถิด เพราะสวนนี้อยู่ใกล้วังของเรา เราจะให้สวนองุ่นที่ดีกว่านี้แทน หรือถ้าท่านยินดีขาย เราจะจ่ายเงินให้ตามราคา” นาโบททูลตอบกษัตริย์อาคับว่า “องค์พระผู้เป็นเจ้าทรงห้ามมิให้ข้าพเจ้ายกมรดกของบรรพบุรุษให้พระองค์”

กษัตริย์อาคับเสด็จกลับพระราชวังด้วยพระทัยขุ่นเคืองและทรงพระพิโรธที่นาโบทชาวยิสเรเอลทูลพระองค์ว่า “ข้าพเจ้าจะไม่ยกมรดกของบรรพบุรุษให้แก่พระองค์” พระองค์เสด็จเข้าที่บรรทม หันพระพักตร์เข้าฝาผนัง ไม่ทรงยอมเสวยพระกระยาหาร มเหสีเยเซเบลเสด็จเข้าไปทูลถามว่า

“ทำไมพระทัยของพระองค์จึงขุ่นเคืองจนไม่ทรงยอมเสวยพระกระยาหาร” พระองค์ทรงตอบว่า “เพราะเราบอกนาโบทชาวยิสเรเอลว่า ‘จงยกสวนองุ่นของท่านให้เราเถิด เราจะให้เงิน หรือถ้าท่านพอใจ เราจะให้สวนองุ่นอื่นแทน’ แต่เขากลับตอบว่า ‘ข้าพเจ้าจะไม่ยกสวนองุ่นให้พระองค์’”

มเหสีเยเซเบลจึงทูลว่า “พระองค์ทรงเป็นกษัตริย์ปกครองอิสราเอลเช่นนี้หรือ ขอทรงลุกขึ้นเสวยพระกระยาหารให้สบายพระทัยเถิด หม่อมฉันเองจะให้สวนองุ่นของนาโบทชาวยิสเรเอลแก่พระองค์”

พระนางทรงพระอักษรลงพระนามกษัตริย์อาคับ ประทับตราของพระองค์ ส่งไปถึงผู้อาวุโสและบุคคลสำคัญที่อยู่ในเมืองเดียวกับนาโบท พระนางทรงเขียนในลายพระหัตถ์ว่า “ท่านทั้งหลายจงประกาศวันถือศีลอดอาหาร เรียกประชาชนมาชุมนุมกัน และให้นาโบทนั่งอยู่แถวหน้า

แล้วจงหาอันธพาลสองคนให้มานั่งเผชิญหน้ากับนาโบท และกล่าวหาเขาว่า ‘ท่านสาปแช่งพระเจ้าและกษัตริย์’ แล้วท่านทั้งหลายจะนำเขาออกไปนอกเมืองและเอาหินทุ่มเขาให้ตาย” คนในเมืองของนาโบท

บรรดาผู้อาวุโสและบุคคลสำคัญที่อาศัยอยู่ในเมืองปฏิบัติตามรับสั่งของพระนางเยเซเบลที่เขียนไว้ในลายพระหัตถ์ที่พระนางทรงส่งไป ชาวเมืองได้ประกาศวันถือศีลอดอาหาร สั่งให้นาโบทมานั่งแถวหน้าในหมู่ประชาชน อันธพาลสองคนออกมานั่งเผชิญหน้ากับเขา

อันธพาลกล่าวหานาโบทต่อหน้าประชาชนว่า “นาโบทได้สาปแช่งพระเจ้าและกษัตริย์” เขาจึงนำนาโบทออกไปนอกเมืองและเอาหินทุ่มจนตาย ชาวเมืองส่งข่าวไปทูลพระนางเยเซเบลว่า “นาโบทถูกหินทุ่มตายแล้ว”

เมื่อพระนางเยเซเบลทรงได้ยินว่านาโบทถูกหินทุ่มตายแล้ว ก็ทูลกษัตริย์อาคับว่า “ขอทรงลุกขึ้น เสด็จไปยึดครองสวนองุ่นที่นาโบทชาวยิสเรเอลเคยปฏิเสธไม่ยอมขายให้พระองค์ เพราะนาโบทไม่มีชีวิตอยู่อีกต่อไป เขาตายแล้ว” เมื่อกษัตริย์อาคับทรงได้ยินว่านาโบทตายแล้ว พระองค์ก็เสด็จลงไปยังสวนองุ่นของนาโบทชาวยิสเรเอล เพื่อยึดครองสวนองุ่นนั้น

------------------------------
#พระวรสารนักบุญมัทธิว (มธ. 5:38-42)
------------------------------

เวลานั้น พระเยซูเจ้าตรัสแก่บรรดาศิษย์ว่า “ท่านเคยได้ยินเขากล่าวว่า ‘ตาต่อตา ฟันต่อฟัน’ แต่เรากล่าวแก่ท่านทั้งหลายว่า อย่าโต้ตอบคนชั่ว ผู้ใดตบแก้มขวาของท่าน จงหันแก้มซ้ายให้เขาด้วย

ผู้ใดอยากฟ้องท่านที่ศาลเพื่อจะได้เสื้อยาวของท่าน ก็จงแถมเสื้อคลุมให้เขาด้วย ผู้ใดจะเกณฑ์ให้ท่านเดินไปกับเขาหนึ่งหลัก จงไปกับเขาสองหลักเถิด ผู้ใดขออะไรจากท่าน ก็จงให้ อย่าหันหลังให้ผู้ที่มาขอยืมสิ่งใดจากท่าน”

------------------------------
#ข้อคิดจากไบเบิลไดอารี่
------------------------------

สำหรับชาวยิว การให้ทานเป็นคุณธรรมประการหนึ่งที่สำคัญ ถึงขนาดมีเขียนไว้ในหนังสือทัลมุด (Talmud) ไว้ว่า “ผู้ใดที่ให้ทาน ยิ่งใหญ่กว่าโมเสส” แต่การให้ทานนี้ไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะมิติด้านวัตถุเท่านั้น หนังสือทัลมุดยังกล่าวอีกว่า “ใครที่ให้ทานกับคนยากจนด้วยเงิน 6 เหรียญ เขาจะได้รับการอวยพร 6 เท่า แต่ใครก็ตามที่กล่าวคำพูดให้กำลังใจด้วยความอ่อนโยน เขาจะได้รับการอวยพร 11 เท่า”

การให้ทานนี้ไม่ได้จำกัดเฉพาะเพียงแค่เรื่องทางวัตถุเท่านั้น เราแต่ละคนสามารถให้ทานด้วยคุณค่าที่มากกว่านั้นได้ เช่น การให้อภัย การให้ความรักเมตตาต่อผู้สูงอายุ ผู้ที่อยู่ในความต้องการต่างๆ การให้ตัวอย่างที่ดีกับบุตรหลานหรือคนรอบข้าง เป็นต้น

ความรักที่นำทางเรา... จาก "แกะที่หลงทาง" สู่ "คนงานในนาของพระเจ้า"สวัสดีวันอาทิตย์ที่ 14 มิถุนายน 2026 ครับ วันนี้เราก้า...
13/06/2026

ความรักที่นำทางเรา... จาก "แกะที่หลงทาง" สู่ "คนงานในนาของพระเจ้า"

สวัสดีวันอาทิตย์ที่ 14 มิถุนายน 2026 ครับ

วันนี้เราก้าวเข้าสู่สัปดาห์ที่ 11 เทศกาลธรรมดา ซึ่งพระวาจาของพระเจ้าในวันนี้เปรียบเสมือน “จดหมายรัก” ที่เตือนใจเราถึงสถานะพิเศษที่เราได้รับครับ

**1. พระเจ้าทรงพยุงเราเหมือนลูกนกอินทรี**
ในบทอ่านแรก พระเจ้าตรัสกับชาวอิสราเอลว่าพระองค์นำพวกเขามาเหมือน *“นกอินทรีที่พยุงลูกอ่อนไว้บนปีก”* นี่คือภาพของความรักที่อ่อนโยนแต่แข็งแกร่ง วันนี้ถ้าใครกำลังรู้สึกเหนื่อย ท้อแท้ หรือแบกภาระหนักไว้บนบ่า ขอให้เชื่อมั่นเถอะครับว่า ชีวิตของเราไม่ได้เดินลำพัง แต่พระเจ้ากำลัง "พยุง" เราอยู่บนปีกของพระองค์เสมอ

**2. รัก... แม้ในวันที่เรายังไม่ดีพอ**
นักบุญเปาโลเตือนใจเราในบทอ่านที่สองว่า พระเยซูเจ้าสิ้นพระชนม์เพื่อเรา *“ในขณะที่เรายังเป็นคนบาป”* โลกนี้อาจจะรอให้เราดีก่อนถึงจะรัก แต่พระเจ้าทรงรักเราก่อน รักในแบบที่เราเป็น และความรักนี้เองที่ทำให้เรากลับคืนดีกับพระองค์และมีความหวังใหม่ในทุกเช้าครับ

**3. "ข้าวที่จะเก็บเกี่ยวมีมาก แต่คนงานมีน้อย"**
ในพระวรสารวันนี้ พระเยซูเจ้าทอดพระเนตรเห็นผู้คนแล้วทรง "สงสาร" เพราะเห็นเขาเหน็ดเหนื่อยเหมือนแกะไม่มีคนเลี้ยง พระองค์ไม่ได้แค่นั่งมองดูความทุกข์ของชาวบ้าน แต่พระองค์เรียกศิษย์ 12 คน แล้วมอบอำนาจให้พวกเขาออกไปทำภารกิจ... **และวันนี้ พระองค์ก็กำลังมองมาที่เราด้วยเช่นกันครับ**

พระองค์ส่งเราให้ไปเป็น "คนงาน" ในนาของพระองค์ ผ่านการกระทำเล็กๆ น้อยๆ ในแต่ละวัน:

* การยื่นมือไปช่วยคนกำลังลำบาก
* การรับฟังคนที่กำลังท้อแท้
* การแบ่งปันน้ำใจโดยไม่หวังผลตอบแทน
* เพราะพระองค์ย้ำว่า: *“ท่านได้รับมาโดยไม่เสียค่าตอบแทน ก็จงให้เขาโดยไม่รับค่าตอบแทนด้วย”*

**ข้อคิดสำหรับวันนี้:**
ลองถามตัวเองดูครับว่า วันนี้เราจะสามารถเป็น "มือ" หรือ "เท้า" ของพระเจ้า เพื่อไปเป็นกำลังใจให้กับใครสักคนรอบข้างเราได้บ้าง? ไม่ต้องทำเรื่องยิ่งใหญ่ แค่การหยิบยื่นความเมตตา ก็คือการประกาศว่า “อาณาจักรสวรรค์ใกล้เข้ามาแล้ว” ผ่านชีวิตของเราครับ

ขอพระเจ้าอวยพรพี่น้องทุกคนในวันหยุดสุดสัปดาห์นี้ ให้เป็นวันที่เปี่ยมด้วยความหวังและกำลังใจนะครับ 🙏✨

#แบ่งปันพระวาจา #ธรรมล้ำลึก #ความรักของพระเจ้า #ชีวิตคริสตชน #พลังใจ

The Love That Guides Us... From "Lost Sheep" to "Laborers in God's Harvest"

Happy Sunday, June 14, 2026! Today, as we enter the 11th Sunday in Ordinary Time, the Word of God acts as a "love letter," reminding us of the special status we have received.

**1. God carries us like an eagle**
In the first reading, God tells the Israelites that He brought them to Himself, saying, *“I bore you up on eagle wings.”* This is a beautiful image of a love that is both gentle and strong. Today, if anyone is feeling tired, discouraged, or carrying a heavy burden, please trust that you are not walking alone. God is always "carrying" you on His wings.

**2. Love... even when we aren't perfect**
In the second reading, Saint Paul reminds us that Christ died for us *“while we were still sinners.”* The world might wait for us to be "good enough" before offering love, but God loves us first—just as we are. It is this very love that reconciles us with Him and gives us new hope every morning.

**3. "The harvest is abundant, but the laborers are few"**
In today’s Gospel, when Jesus saw the crowds, He felt "compassion" for them because they were troubled and abandoned, like sheep without a shepherd. He did not just sit and watch their suffering; He called His twelve disciples and empowered them for a mission... **And today, He is looking at us as well.**

He sends us to be "laborers" in His vineyard through the small things we do each day:

* Reaching out to help those in difficulty.
* Listening to those who are feeling discouraged.
* Sharing kindness without expecting anything in return.
* Because He reminds us: *“Without cost you have received; without cost you are to give.”*

**Reflection for today:**
Let’s ask ourselves: How can we be the "hands" or "feet" of God today to encourage someone around us? You don't need to do something grand; simply offering mercy and kindness is a way of proclaiming that “the kingdom of heaven is at hand” through our lives.

May God bless all of you on this Sunday. May it be a day filled with hope and encouragement! 🙏✨

🟢 #คริสต์วาจา | พระวาจา สร้างพลังคริสต์
ประจำวันที่ 14 มิ.ย. 2026... คลิก “เพิ่มเติม”
เพื่ออ่านพระวาจาครบทุกบทอ่านนะครับ 📖

ชวนเขียนพระวาจาวลีที่ประทับใจ / แบ่งปัน
ข้อคิดที่ได้รับจากพระวาจาด้วยกันครับ 📝

สัปดาห์ที่ 11 เทศกาลธรรมดา

------------------------------
#หนังสืออพยพ (อพย. 19:2-6ก)
------------------------------

ครั้งนั้น ชาวอิสราเอลออกเดินทางจากเรฟีดิมมาถึงถิ่นทุรกันดารซีนาย ตั้งค่ายอยู่ในถิ่นทุรกันดารด้านหน้าภูเขา โมเสสขึ้นไปเฝ้าพระเจ้าบนภูเขา องค์พระผู้เป็นเจ้าตรัสเรียกเขาจากภูเขาว่า

“จงบอกชาวอิสราเอลลูกหลานของยาโคบว่าดังนี้ ท่านทั้งหลายเห็นแล้วว่า เราได้ทำต่อชาวอียิปต์อย่างไร และเรานำท่านมาหาเราที่นี่เหมือนนกอินทรีที่พยุงลูกอ่อนขึ้นไว้บนปีก แผ่นดินทั้งหมดเป็นของเรา

บัดนี้ถ้าท่านเชื่อฟังเราและรักษาพันธสัญญาของเราไว้ ในบรรดาประชาชาติทั้งมวล ท่านจะเป็นกรรมสิทธิ์พิเศษของเรา ท่านจะเป็นอาณาจักรสมณะ เป็นชนชาติศักดิ์สิทธิ์สำหรับเรา”

------------------------------
#จดหมายนักบุญเปาโลอัครสาวกถึงชาวโรม (รม. 5:6-11)
------------------------------

พี่น้อง ขณะที่เรายังอ่อนแอ พระคริสตเจ้าสิ้นพระชนม์เพื่อคนบาปตามเวลาที่กำหนด ยากที่จะหาคนที่ยอมตายเพื่อคนชอบธรรม บางครั้งอาจจะมีคนยอมตายแทนคนดีจริงๆ ได้ แต่พระเจ้าทรงพิสูจน์ว่าทรงรักเรา เพราะพระคริสตเจ้ สิ้นพระชนม์เพื่อเรา ขณะที่เรายังเป็นคนบาป

บัดนี้ เมื่อเราได้รับความชอบธรรมโดยอาศัยพระโลหิตของพระองค์แล้ว เดชะพระองค์ เราก็ยิ่งจะได้รับความรอดพ้นจากการถูกพระเจ้าลงโทษ ถ้าเรากลับคืนดีกับพระเจ้าเดชะการสิ้นพระชนม์ของพระบุตรขณะที่เรายังเป็นศัตรูอยู่

ยิ่งกว่านั้นเมื่อกลับคืนดีแล้ว เราก็จะรอดพ้นเดชะพระชนมชีพของพระองค์ด้วย มิใช่เพียงเท่านั้น เรายังภูมิใจในพระเจ้า เดชะพระเยซูคริสต์องค์พระผู้เป็นเจ้าของเรา เดชะพระองค์ บัดนี้พระองค์ทรงทำให้เราคืนดีกับพระเจ้าแล้ว

------------------------------
#พระวรสารนักบุญมัทธิว (มธ. 9:36-10:8)
------------------------------

เมื่อพระเยซูเจ้าทอดพระเนตรเห็นประชาชนก็ทรงสงสาร เพราะเขาเหล่านั้นเหน็ดเหนื่อยและท้อแท้ประดุจฝูงแกะที่ไม่มีคนเลี้ยง แล้วพระองค์ตรัสแก่บรรดาศิษย์ว่า “ข้าวที่จะเก็บเกี่ยวมีมาก แต่คนงานมีน้อย จงวอนขอเจ้าของนาให้ส่งคนงานมาเก็บเกี่ยวข้าวของพระองค์เถิด”

พระเยซูเจ้าทรงเรียกศิษย์สิบสองคนเข้ามาพบ ประทานอำนาจให้เขาขับไล่ปีศาจ ให้รักษาโรคและความเจ็บไข้ทุกชนิด อัครสาวกสิบสองคนมีนามดังนี้ คนแรกคือซีโมน ผู้มีสมญาว่าเปโตร กับอันดรูว์น้องชายของเขา ยากอบบุตรของเศเบดีกับยอห์นน้องชาย ฟีลิปและบาร์โธโลมิว โทมัสและมัทธิวคนเก็บภาษี ยากอบบุตรอัลเฟอัสและธัดเดอัส ซีโมนจากกลุ่มชาตินิยม และยูดาสอิสคาริโอท

ต่อมายูดาสผู้นี้ทรยศต่อพระองค์ พระเยซูเจ้าทรงส่งอัครสาวกสิบสองคนนี้ออกไป ทรงสั่งเขาว่า “อย่าเดินตามทางของคนต่างชาติ อย่าเข้าไปในเมืองของชาวสะมาเรีย แต่จงไปหาแกะพลัดฝูงของวงศ์วานอิสราเอลก่อน

จงไปประกาศว่าอาณาจักรสวรรค์ใกล้เข้ามาแล้ว จงรักษาคนเจ็บไข้ จงปลุกคนตายให้กลับคืนชีพ จงรักษาคนโรคเรื้อนให้สะอาด จงขับไล่ปีศาจให้ออกไป ท่านได้รับมาโดยไม่เสียค่าตอบแทน ก็จงให้เขาโดยไม่รับค่าตอบแทนด้วย”

------------------------------
#ข้อคิดจากไบเบิลไดอารี่
------------------------------

พระวรสารในวันนี้ทำให้เราทราบถึงธรรมชาติของพระเยซูเจ้า คือ “หัวใจที่เปี่ยมไปด้วยความสงสาร” พระเยซูเจ้าคือความรักที่มองเห็นได้ของพระเจ้าที่เรามองไม่เห็น และนี่คือแบบอย่างสำหรับเราแต่ละคน พระองค์ทรงต้องการผู้ที่มีน้ำใจดีมาช่วยงานของพระองค์ในผืนนาแห่งงานความรัก และผู้มีน้ำใจดีนี้ ถูกเรียกร้องให้มีหัวใจแบบพระเยซูเจ้า

ดังนั้น ให้เราเลียนแบบอย่างพระองค์ ในการเป็นความรักที่มองเห็นได้ของพระเยซูเจ้าที่มองไม่เห็น ท่ามกลาง สมาชิกในครอบครัว เพื่อนในที่ทำงาน หรือแม้แต่ บุคคลที่อยู่ในความต้องการด้านต่างๆ ในสังคมของเรา

ที่อยู่

69/39 Thanon Daowadung
Nakhon Sawan
60000

เบอร์โทรศัพท์

+66949864214

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ สังฆมณฑลนครสวรรค์ผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง สังฆมณฑลนครสวรรค์:

แชร์