09/09/2026
**1 นาทีกับพระวาจา**
ประจำวันที่ 10 กันยายน 2026
สัปดาห์ที่ 23 เทศกาลธรรมดา
พี่น้องที่รักทุกท่าน พระวาจาของพระเจ้าในวันนี้เชิญ 2 สิ่งสำคัญที่เราต้องเดินเคียงคู่กันไปในชีวิตคริสตชน นั่นคือ **"ความรักที่คำนึงถึงพี่น้อง"** และ **"ความรักที่ก้าวข้ามขีดจำกัด"**
ในบทอ่านแรก นักบุญเปาโลเตือนเราว่า *“ความรู้ทำให้ทะนงตน แต่สิ่งที่เสริมสร้างคือความรัก”* บางครั้งเราอาจจะรู้ข้อปฏิบัติ รู้กฎเกณฑ์ หรือมีความถูกต้องอยู่ในมือจนลืมมองความรู้สึกของผู้อื่น เปาโลสะท้อนให้เห็นว่า หากเสรีภาพหรือความรู้ของเรากลายเป็นก้อนหินที่ทำให้พี่น้องที่มีมโนธรรมอ่อนแอตกในบาป เรายอมที่จะจำกัดตัวเองดีกว่าทำร้ายจิตวิญญาณของผู้ที่พระคริสตเจ้าทรงยอมสิ้นพระชนม์เพื่อไถ่กู้ ความรักที่แท้จริงจึงต้องมีความอ่อนโยนและเห็นอกเห็นใจ
ส่วนในพระวรสาร พระเยซูเจ้าทรงยกระดับความรักของเราให้สูงขึ้นไปอีกขั้น พระองค์ตรัสว่า *“จงรักศัตรู จงทำดี... จงให้ยืมโดยไม่หวังอะไรกลับคืน”* นี่ไม่ใช่เรื่องง่ายสำหรับมนุษย์เราเลย เพราะธรรมชาติมักเรียกร้องความยุติธรรม ตาต่อตา ฟันต่อฟัน แต่พระองค์ทรงชี้ให้เรามองไปที่พระบิดาผู้ทรงเมตตาต่อคนอกตัญญูและคนชั่วร้าย ความเป็นลูกของพระเจ้าวัดกันที่หัวใจที่รู้จักให้อภัย ไม่ตัดสินผู้อื่น และพร้อมจะหยิบยื่นความเมตตาออกไปโดยไม่หวังผลตอบแทน
ในวันนี้ ให้เราถามตัวเองว่า มีพี่น้องคนใดที่กำลังสะดุดเพราะคำพูดหรือการกระทำของเราหรือไม่? และมีใครที่เรายังเก็บความขุ่นเคืองไว้ในใจหรือเปล่า?
ขอให้พระวาจาของพระองค์เติมเต็มหัวใจเรา ให้เรามีความรักที่ถ่อมตัว เสริมสร้างความเข้มแข็งให้กันและกัน และกล้าที่จะรักแม้กระทั่งคนที่ไม่น่ารัก เพื่อเราจะได้ชื่อว่าเป็นบุตรที่แท้จริงของพระบิดาผู้ทรงเปี่ยมด้วยพระเมตตา
ขอพระเจ้าอวยพรพี่น้องทุกคนครับ
---
#1นาทีกับพระวาจา #คาทอลิก #บทเทศน์ #วจนพิธีกรรม #คุณธรรมและความรัก #ศิษย์พระคริสต์
1 Minute with the Word of God
September 10, 2026
23rd Week in Ordinary Time
Dear brothers and sisters, today's Word of God invites us to embrace two essential aspects of the Christian life that must go hand in hand: "love that considers our neighbor" and "love that transcends limits."
In the first reading, Saint Paul reminds us that "knowledge puffs up, but love builds up." Sometimes, we may know the practices, the rules, or hold onto what is right, yet forget to consider the feelings of others. Paul shows us that if our freedom or knowledge becomes a stumbling block that causes a brother or sister with a sensitive conscience to fall into sin, we should willingly limit ourselves rather than harm the soul for whom Christ died. True love must always be gentle and empathetic.
In the Gospel, Jesus elevates our love to an even higher level. He says, "Love your enemies, do good... lend, expecting nothing in return." This is never easy for human nature, which typically demands justice—an eye for an eye, a tooth for a tooth. Yet, He points us toward the Father, who is merciful to the ungrateful and the wicked. Being children of God is measured by a heart that knows how to forgive, refrains from judging others, and freely extends mercy without expecting a reward.
Today, let us ask ourselves: Is there any brother or sister stumbling because of our words or actions? And is there anyone toward whom we still hold resentment in our hearts?
May the Lord's Word fill our hearts, granting us a humble love that builds one another up, and the courage to love even those who are difficult to love, so that we may truly be recognized as children of our merciful Father.
May God bless you all.
💚 #คริสต์วาจา | พระวาจา สร้างพลังคริสต์
ประจำวันที่ 10 ก.ย. 2026... คลิก “เพิ่มเติม”
เพื่ออ่านพระวาจาครบทุกบทอ่านได้ครับ 📖
ชอบพระวาจาท่อนไหนจากบทอ่านวันนี้ที่สุด?
พิมพ์คอมเมนต์ปักหมุดกันหน่อยนะครับ ✨
สัปดาห์ที่ 23 เทศกาลธรรมดา
------------------------------
#จดหมายนักบุญเปาโลอัครสาวก
ถึงโครินธ์ ฉบับที่หนึ่ง (1 คร. 8:1ข-7,11-13)
------------------------------
พี่น้อง เรื่องเนื้อสัตว์ที่ถวายแด่รูปเคารพ เรารู้ว่า เราทุกคนมีความรู้แล้ว แต่ความรู้ทำให้ทะนงตน สิ่งที่เสริมสร้างคือความรัก ถ้าผู้ใดคิดว่าตนมีความรู้เรื่องใดๆ เขายังไม่รู้เท่าที่ควร แต่ถ้าผู้ใดรักพระเจ้า
พระองค์ก็ทรงรู้จักผู้นั้น เรื่องการกินเนื้อสัตว์ที่ถวายแด่รูปเคารพแล้ว เราก็รู้แล้วว่า รูปเคารพเป็นเพียงรูป และไม่มีพระอื่นใดนอกจากพระเจ้าเพียงพระองค์เดียว แม้จะมีสิ่งที่เรียกกันว่าพระเจ้าทั้งในสวรรค์และบนแผ่นดิน พระเจ้าและเจ้านายเช่นนี้มีอยู่เป็นจำนวนมาก
แต่สำหรับเรา พระเจ้ามีเพียงพระองค์เดียวคือพระบิดา สรรพสิ่งมาจากพระองค์ เราเป็นอยู่เพื่อพระองค์ และมีองค์พระผู้เป็นเจ้าเพียงพระองค์เดียวคือพระเยซูคริสต์ สรรพสิ่งเป็นมาโดยทางพระองค์ เราก็เป็นมาโดยทางพระองค์ด้วย
ทุกคนมิใช่มีความรู้เช่นนี้ บางคนนับถือรูปเคารพจนถึงบัดนี้ เมื่อกินเนื้อสัตว์ก็คิดว่าเนื้อสัตว์เป็นของถวายแด่รูปเคารพจริงๆ เพราะมโนธรรมของเขายังอ่อนไหวจึงเป็นกังวล ดังนั้น ความรู้ของท่านทำให้ผู้อ่อนไหวประสบหายนะ เขาเป็นพี่น้องซึ่งพระคริสตเจ้าสิ้นพระชนม์เพื่อเขา
ถ้าท่านทำบาปต่อพี่น้องและทำร้ายมโนธรรมที่อ่อนไหวของเขา ท่านก็ย่อมทำบาปต่อพระคริสตเจ้า ดังนั้น ถ้าอาหารเป็นเหตุให้พี่น้องของข้าพเจ้าตกในบาป ข้าพเจ้าก็จะไม่กินเนื้อสัตว์อีกเลย ด้วยเกรงว่าข้าพเจ้าจะเป็นเหตุให้พี่น้องตกในบาป
------------------------------
#พระวรสารนักบุญลูกา (ลก. 6:27-38)
------------------------------
เวลานั้น พระเยซูเจ้าตรัสกับบรรดาศิษย์ว่า “แต่เรากล่าวกับท่านทั้งหลายที่กำลังฟังอยู่ว่า จงรักศัตรู จงทำดีต่อผู้ที่เกลียดชังท่าน จงอวยพรผู้ที่สาปแช่งท่าน จงอธิษฐานภาวนาให้ผู้ที่ทำร้ายท่าน ผู้ใดตบแก้มท่านข้างหนึ่ง จงหันแก้มอีกข้างหนึ่งให้เขาตบด้วย
ผู้ใดเอาเสื้อคลุมของท่านไป จงปล่อยให้เขาเอาเสื้อยาวไปด้วย จงให้แก่ทุกคนที่ขอท่าน และอย่าทวงของของท่านคืนจากผู้ที่ได้แย่งไป ท่านอยากให้เขาทำต่อท่านอย่างไร ก็จงทำต่อเขาอย่างนั้นเถิด
ถ้าท่านรักเฉพาะผู้ที่รักท่าน ท่านจะเป็นที่พอพระทัยของพระเจ้าได้อย่างไร คนบาปก็ยังรักผู้ที่รักเขาด้วย ถ้าท่านทำดีเฉพาะต่อผู้ที่ทำดีต่อท่าน ท่านจะเป็นที่พอพระทัยของพระเจ้าได้อย่างไร คนบาปก็ยังทำเช่นนั้นด้วย
ถ้าท่านให้ยืมเงินโดยหวังจะได้คืน ท่านจะเป็นที่พอพระทัยพระเจ้าได้อย่างไร คนบาปก็ให้คนบาปด้วยกันยืมโดยหวังจะได้เงินคืนจำนวนเท่ากัน แต่ท่านจงรักศัตรู จงทำดีต่อเขา จงให้ยืมโดยไม่หวังอะไรกลับคืน แล้วบำเหน็จรางวัลของท่านจะใหญ่ยิ่ง ท่านจะเป็นบุตรของพระผู้สูงสุด เพราะพระองค์ทรงพระกรุณาต่อคนอกตัญญูและต่อคนชั่วร้าย
จงเป็นผู้เมตตากรุณาดังที่พระบิดาของท่านทรงพระเมตตากรุณาเถิด อย่าตัดสินเขา แล้วพระเจ้าจะไม่ทรงตัดสินท่าน อย่ากล่าวโทษเขา แล้วพระเจ้าจะไม่ทรงกล่าวโทษท่าน จงให้อภัยเขา แล้วพระเจ้าจะทรงให้อภัยท่าน
จงให้ แล้วพระเจ้าจะประทานแก่ท่าน ท่านจะได้รับเต็มสัดเต็มทะนานอัดแน่นจนล้น เพราะว่าท่านใช้ทะนานใดตวงให้เขา พระเจ้าก็จะทรงใช้ทะนานนั้นตวงตอบแทนให้ท่านด้วย”
------------------------------
#ข้อคิดจากไบเบิลไดอารี่
------------------------------
“ความรู้ทำให้ทะนงตน สิ่งที่เสริมสร้างคือความรัก” การมีความรู้หรือสิทธิ์บางอย่างเป็นสิ่งดี แต่หากใช้โดยไม่คำนึงถึงผู้อื่น ก็อาจกลายเป็นเหตุสะดุด ความรักจึงสำคัญกว่า เพราะเป็นรากฐานของทุกการกระทำของคริสตชน
พระวรสารวันนี้ พระเยซูเจ้าสอนสิ่งที่ยากที่สุดแต่เป็นหัวใจของการเป็นศิษย์ คือ “จงรักศัตรู ทำดีกับผู้ที่เกลียดชัง และให้อภัยโดยไม่หวังสิ่งตอบแทน” ความรักแบบนี้ไม่ใช่ความรู้สึก แต่เป็นการตัดสินใจเลือกเดินตามพระเยซู ผู้ทรงรักเราก่อนแม้เมื่อเรายังเป็นคนบาป
ดังนั้น ชีวิตคริสตชนจึงไม่วัดกันที่ว่า “เรารู้มากแค่ไหน” แต่ที่ว่า “เรารักมากเพียงใด” ความรักที่ให้อภัย เสียสละ และไม่แสวงหาประโยชน์ส่วนตัว คือหนทางที่ทำให้เราเป็นบุตรแท้ของพระบิดา