วัดคีรีวงศ์

วัดคีรีวงศ์ วัดคีรีวงศ์ ตำบลปากน้ำโพ อำเภอเมือ?

27/11/2025
ขอเชิญบวชศีลจารินี ปฏิบัติธรรม ครั้งที่ 144ณ วัดคีรีวงศ์ อ.เมือง จ.นครสวรรค์2 - 6 ธันวาคม 2568การบวชศีลจารินี คือ การบวช...
26/11/2025

ขอเชิญบวชศีลจารินี ปฏิบัติธรรม ครั้งที่ 144
ณ วัดคีรีวงศ์ อ.เมือง จ.นครสวรรค์
2 - 6 ธันวาคม 2568
การบวชศีลจารินี คือ การบวชด้วยการนุ่งขาว ใส่ขาว ไม่โกนผม รักษาศีล 8 รับประทานอาหารมังสะวิรัติ เพื่ออบรมธรรมะและเจริญภาวนา ท่านจะบวช 3 วันหรือ 5 วันก็ได้ผู้สนใจจะบวช ติดต่อสมัครได้ในวันงาน โทร โทร 056-222009 , 056-226199 , 098-2979594

การบวชศีลจารินีมีวัตถุประสงค์ ดังนี้

1.เพื่อส่งเสริมให้สตรีได้บำเพ็ญเนกขัมมบารมี คือ การออกบวชเพื่ออบรมธรรมะเจริญภาวนา
2. เพื่อให้สตรีได้มีโอกาสฝึกอบรมจิตใจ ให้มีความสงบสุข
3. เพื่อให้สตรีได้เข้าใจหลักธรรมทางพระพุทธศาสนา จักได้นำไปปฎิบัติและอบรมลูกหลาน หรือเผยแผ่แก่ผู้อื่นต่อไป
4. เพื่อให้สตรีที่ได้อบรมธรรมะแล้ว เป็นกำลังช่วยกันส่งเสริมทนุบำรุงพระพุทธศาสนาให้เจริญมั่นคงตลอดไป
5. เพื่อให้เกิดสติปัญญา มีความคิดเห็นที่ถูกต้อง ให้เกิดความรักความสามัคคีอันจะเป็นกำลังช่วยกัน รักษาชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ให้ดำรงค์ อยู่ชั่วกาลนาน

กิจกรรมประจำวันมีดังนี้
๐๔.๐๐ น. ตื่นนอน,เตรียมตัวทำกิจส่วนตัว ฟังธรรมะจากเทป
๐๕.๐๐ น. ทำวัตรเช้าแปลและเจริญภาวนา
๐๖.๐๐ น. เดินจงกรมรอบบริเวณวัด และนั่งสมาธิที่ลานโพธิ์
๐๗.๑๕ น. รับประทานอาหารเช้า
๐๘.๐๐ น. ใส่บาตร ข้าวสาร อาหารแห้งแด่พระสงฆ์หมดวัด
๑๐.๐๐ น. มีพระธรรมเทศนา ๑ กัณฑ์
๑๑.๐๐ น. รับประทานอาหารเพล
๑๓.๐๐ น. ฟังธรรมและปฎิบัติธรรม
๑๗.๐๐ น. เดินจงกรมรอบบริเวณวัดและนั่งสมาธิ
๑๙.๐๐ น. ทำวัตรเย็นแปล และนั่งสมาธิ
๒๐.๐๐ น. มีพระธรรมเทศนา ๑ กัณฑ์
๒๒.๐๐ น. ปิดประชุมอบรมประจำวัน

พระครูนิวิฐกิจจานุยุต
เจ้าอาวาสวัดคีรีวงศ์

ประวัติและงาน ของพระราชพรหมาจารย์ วิ. (หลวงพ่อมหาบุญรอด) อดีตเจ้าอาวาสวัดคีรีวงศ์ อดีตที่ปรึกษาเจ้าคณะจังหวัดนครสวรรค์ ม...
24/06/2025

ประวัติและงาน ของพระราชพรหมาจารย์ วิ. (หลวงพ่อมหาบุญรอด) อดีตเจ้าอาวาสวัดคีรีวงศ์ อดีตที่ปรึกษาเจ้าคณะจังหวัดนครสวรรค์ มรณภาพ ๒๖ มิถุนายน ๒๕๖๐
(พระผู้สร้างพระจุฬามณีเจดีย์และวัดคีรีวงศ์ จากวัดร้างจนเป็นวัดมีพระสงฆ์)

๑. ชื่อ (ราชทินนาม) พระราชพรหมาจารย์ วิ. ฉายา ปญฺญาวโร อายุ ๘๑ พรรษา ๖๐ วิทยฐานะ น.ธ. โท ป.ธ.๕
สังกัดวัดคีรีวงศ์ ตำบลปากน้ำโพ อำเภอเมืองฯ จังหวัดนครสวรรค์ คณะสงฆ์ ภาค ๔
อดีต
๑. อดีตเจ้าอาวาสวัดคีรีวงศ์
๒. อดีตที่ปรึกษาเจ้าคณะจังหวัดนครสวรรค์
๓. อดีตเจ้าสำนักปฏิบัติธรรมประจำจังหวัดนครสวรรค์ แห่งที่ ๑

๒. สถานะเดิม ชื่อ บุญรอด นามสกุล นางาม เกิด ๕ ฯ ๖ ค่ำ ปีชวด
วันที่ ๑๒ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๔๗๙ บิดาชื่อนายหมุน นางาม
มารดาชื่อนางละมูล นางาม บ้านเลขที่ ๑๔๖ หมู่ที่ ๔ ตำบลพนมรอก
อำเภอท่าตะโก จังหวัดนครสวรรค์

๓. บรรพชา วัน ๒ ฯ ๔ ปีเถาะ วันที่ ๓ มีนาคม พ.ศ. ๒๔๙๔
วัดพนมรอก ตำบลพนมรอก อำเภอท่าตะโก จังหวัดนครสวรรค์
พระอุปัชฌาย์ พระครูนิพันธ์ธรรมคุณ วัดพนมรอก ตำบลพนมรอก อำเภอท่าตะโก จังหวัดนครสวรรค์

๔. อุปสมบท วัน ๖ ฯ ๔ ปีวอก วันที่ ๒๙ มีนาคม พ.ศ. ๒๔๙๙
ณ วัดแสงสวรรค์ ตำบลพิกุล อำเภอชุมแสง จังหวัดนครสวรรค์
พระอุปัชฌาย์ พระนิภากรโสภณ วัดชุมแสง ตำบลพิกุล อำเภอชุมแสง จังหวัดนครสวรรค์
พระกรรมวาจาจารย์ พระครูนิพันธ์ธรรมคุณ วัดพนมรอก อำเภอท่าตะโก
พระอนุสาวนาจารย์ พระปลัดสนอง วัดแสงสวรรค์ อำเภอชุมแสง

๕. วิทยฐานะ
(๑.) พ.ศ. ๒๔๙๔ สำเร็จประถมบริบูรณ์ โรงเรียนวัดวังใหญ่
ตำบลพนมรอก อำเภอท่าตะโก จังหวัดนครสวรรค์
(๒.) พ.ศ. ๒๔๙๘ สอบได้ น.ธ.โท สำนักเรียนวัดปากน้ำ แขวงปากคลอง
เขตภาษีเจริญ จังหวัดธนบุรี
(๓.) พ.ศ. ๒๕๐๑ สอบได้ ป.ธ.๕ สำนักเรียนวัดปากน้ำ แขวงปากคลอง
เขตภาษีเจริญ จังหวัดธนบุรี
(๔.) การศึกษาพิเศษ เป็นอาจารย์สอนวิปัสสนากรรมฐาน
(๕.) ความชำนาญเป็นพระธรรมกถึก
(๖.) เป็นผู้อำนวยการจัดฝึกอบรมพระนักเผยแผ่พระพุทธศาสนา และพระวิปัสสนาจารย์

๖. งานปกครอง
(๑.) พ.ศ. ๒๕๐๙ ได้รับแต่งตั้งเป็นผู้รักษาการเจ้าอาวาสวัดคีรีวงศ์
พ.ศ. ๒๕๑๙ ได้รับแต่งตั้งเป็นเจ้าอาวาสวัดคีรีวงศ์
พ.ศ. ๒๕๒๑ ได้รับแต่งตั้งเป็นประธานกรรมการ อ.ป.ต.ปากน้ำโพ
พ.ศ. ๒๕๒๗ ได้รับแต่งตั้งเป็นพระอุปัชฌาย์
พ.ศ. ๒๕๒๘ ได้รับแต่งตั้งเป็นรองเจ้าคณะอำเภอเมืองนครสวรรค์
พ.ศ. ๒๕๓๒ ได้รับแต่งตั้งเป็นเจ้าคณะอำเภอเมืองนครสวรรค์
พ.ศ. ๒๕๓๘ ได้รับแต่งตั้งเป็นรองเจ้าคณะจังหวัดนครสวรรค์
พ.ศ. ๒๕๔๔ ได้รับแต่งตั้งเป็นเจ้าสำนักปฏิบัติธรรมประจำจังหวัดนครสวรรค์ แห่งที่ ๑
พ.ศ.๒๕๕๙ ได้รับแต่งตั้งเป็นที่ปรึกษาเจ้าคณะจังหวัดนครสวรรค์

๗. งานด้านการศึกษา
(๑.) พ.ศ. ๒๔๙๙ ได้รับแต่งตั้งให้เป็นครูสอนปริยัติธรรมแผนกธรรมและบาลี
ณ สำนักศาสนศึกษาวัดนครธรรม อำเภอวัฒนานคร จังหวัดสระแแก้ว
พ.ศ. ๒๔๙๙ ได้รับแต่งตั้งเป็นกรรมการตรวจนักธรรม ณ วัดโสธรวรวิหาร อำเภอเมือง จังหวัดฉะเชิงเทรา
พ.ศ. ๒๕๐๒ ได้รับแต่งตั้งเป็นครูสอนปริยัติธรรมแผนกธรรมและบาลี
ประจำสำนักศาสนศึกษา วัดนครสวรรค์ อำเภอเมือง ฯ จังหวัดนครสวรรค์
พ.ศ. ๒๕๐๓ ได้รับแต่งตั้งเป็นกรรมการตรวจปัญหาสอบธรรมสนามหลวง ณ วัดนครสวรรค์ อำเภอเมืองฯ จังหวัดนครสวรรค์
พ.ศ. ๒๕๑๙ ได้จัดตั้งสำนักเรียนพระปริยัติธรรมแผนกธรรมขึ้นที่วัดคีรีวงศ์
อำเภอเมืองจังหวัดนครสวรรค์
พ.ศ. ๒๕๒๙ ได้จัดตั้งสำนักเรียนพระปริยัติธรรมแผนกบาลีขึ้นที่วัดคีรีวงศ์
อำเภอเมืองจังหวัดนครสวรรค์
พ.ศ. ๒๕๓๕ ได้รับอนุญาตให้ดำเนินการเปิดโรงเรียนพระปริยัติธรรมแผนก
สามัญศึกษาระดับมัธยมต้นและมัธยมปลาย (ม.๑ - ม.๖) ที่วัดคีรีวงศ์ อำเภอเมือง จังหวัดนครสวรรค์
พ.ศ. ๒๕๓๖ เป็นอาจารย์ใหญ่โรงเรียนพระปริยัติธรรมแผนกสามัญศึกษา โรงเรียนคีรีวงศ์วิทยา
พ.ศ. ๒๕๓๘ เป็นผู้จัดการโรงเรียนพระปริยัติธรรม แผนกสามัญศึกษา โรงเรียนคีรีวงศ์วิทยา

๘. งานเผยแผ่
พ.ศ. ๒๕๒๑ เป็นประธานหน่วยอบรมประชาชนประจำตำบลปากน้ำโพ (อ.ป.ต.)
พ.ศ. ๒๕๓๑ เป็นประธานศูนย์ฝึกอบรมพระนักเผยแผ่พระพุทธศาสนา
พ.ศ. ๒๕๓๑ เป็นพระนักเผยแผ่พระพุทธศาสนา ของกรมการศาสนา
พ.ศ. ๒๕๓๓ เป็นประธานศูนย์ฝึกอบรมพระวิปัสนาจารย์
พ.ศ. ๒๕๓๓ เป็นพระวิปัสนาจารย์ ของกรมการศาสนา
พ.ศ. ๒๕๔๕ เป็นเจ้าสำนักปฏิบัติธรรม ประจำจังหวัดนครสวรรค์ แห่งที่ ๑
พ.ศ. ๒๕๔๕ เป็นประธานฝึกอบรมพระนักเทศน์ประจำจังหวัดนครสวรรค์
พ.ศ. ๒๕๑๕ - ปัจจุบัน จัดบวชและอบรมศีลจารินี (ชีพราหมณ์) รักษาศีล ๘ ไม่โกนผม รับประทานอาหารมังสะวิรัติ เพื่ออบรมธรรมและเจริญภาวนา ปีละ ๓ ครั้ง คือ
ระหว่างวันที่ ๒๔ - ๓๐ มีนาคม ของทุกปี
ระหว่างวันที่ ๒๐ - ๒๔ สิงหาคม ของทุกปี
ระหว่างวันที่ ๒ - ๖ ธันวาคม ของทุกปี
รวมทั้งสิ้น ๑๒๔ ครั้ง มีผู้เข้าร่วมอบรม
จำนวนประมาณ ๑๒๐,๐๐๐ คน

พ.ศ. ๒๕๓๑ ได้รับแต่งตั้งให้เป็นวิทยากรพัฒนาจิตใจ ของสภาสังคม
สงเคราะห์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์
พ.ศ. ๒๕๓๑ ร่วมกับกรมการศาสนา จัดอบรมพระนักเผยแผ่พระพุทธศาสนา ณ วัดคีรีวงศ์ เป็นเวลา ๑๕ วัน ได้บรรยาย ๕ ครั้ง จัดกิจกรรมฝึกพูด ๑๓ ครั้ง จำนวน ๔๔ รุ่น ๆ ประมาณ
๑๐๐ รูป รวมทั้งสิ้นประมาณ ๔,๐๐๐ รูป
พ.ศ. ๒๕๓๓ ร่วมกับกรมการศาสนา จัดฝึกอบรมพระวิปัสนาจารย์
ณ วัดคีรีวงศ์ ได้บรรยายวิปัสสนาภูมิ ๖ และ มหาสติปัฏฐาน ๔ พ.ศ. ๒๕๓๗ เป็นประธานศูนย์ฝึกอบรมจริยธรรมคุณธรรม นักเรียน
นักศึกษาอบรมจริยธรรม คุณธรรม นักศึกษา จากสถา
บันเทคโนโลยีราชมงคลวิทยาเขตตาก จ.ตาก จำนวน ๔ รุ่น ๆ ละ
๓๘๐ คน รวม ๑,๕๒๐ คน
พ.ศ. ๒๕๔๘ เป็นผู้อำนวยการอบรมจริยธรรม คุณธรรมนักศึกษาดังนี้
(๑.๑) จากมหาวิทยาลัยราชภัฏนครสวรรค์ ๔ รุ่น ๆ ละ ๓ วัน
จำนวน ๑,๗๐๐ คน
(๑.๒) นักศึกษาจาก ร.ร.พณิชยการวิริยาลัย ๒ รุ่น รุ่น
ละ ๒ วัน จำนวน ๑,๘๐๐ คน
(๑.๓) นักศึกษาจากวิทยาลัยอาชีวศึกษาจังหวัดนครสวรรค์
จำนวน ๒ รุ่น ๑,๒๐๐ คน
(๑.๔) นักเรียนโรงเรียนกีฬาจังหวัดนครสวรรค์
จำนวน ๔๐๐ คน

พ.ศ. ๒๕๔๙ - ๒๕๕๐ เป็นผู้อำนวยการอบรมจริยธรรม คุณธรรม และปฐมนิเทศก์
นักเรียนและนักศึกษาใหม่ ประจำปี ๆ ละ ๑ ครั้ง ดังนี้
๑. มหาวิทยาลัยราชภัฏนครสวรรค์
๒. มหาวิทยาลัยเจ้าพระยา
๓. มหาวิทยาลัยภาคกลาง
๔. นักศึกษาโรงเรียนพณิชยการวิริยาลัยนครสวรรค์
๕. นักศึกษาจากวิทยาลัยอาชีวศึกษาจังหวัดนครสวรรค์
๖. นักเรียนโรงเรียนกีฬาจังหวัดนครสวรรค์
๗. นักเรียนโรงเรียนอนุบาลเมืองนครสวรรค์ (เขากบ)
(๒) มีการทำพิธีมาฆบูชา ทุกปี โดยจัดให้มีการแสดงพระธรรมเทศนา ๑ กันฑ์
และรักษาศีล ตอนค่ำจัดให้มีการทำวัตรสวดมนต์และเวียนเทียน มีผู้มาร่วม
ประชุมทำพิธี เป็นพระภิกษุสามเณร ๑๒๐ รูป ประชาชนประมาณ ๔๐๐ คน
นักเรียนนักศึกษา ๓๐๐ คน
(๓) มีการทำพิธีวิสาขบูชา ทุกปีโดยจัดให้มีการแสดงพระธรรมเทศนา ๑ กัณฑ์
และรักษาศีล ตอนค่ำจัดให้มีการทำวัตรสวดมนต์และเวียนเทียน
มีผู้มาร่วมประชุมทำพิธี เป็นพระภิกษุสามเณร ๑๒๐ รูป ประชาชนประมาณ ๕๕๐ คน นักเรียนนักศึกษา ๘๐๐ คน
(๔) มีการทำพิธีอาสาฬหบูชา ทุกปีโดยจัดให้มีการแสดงพระธรรมเทศนา ๑ กัณฑ์
และรักษาศีล ตอนค่ำจัดให้มีการทำวัตรสวดมนต์และเวียนเทียน
มีผู้มาร่วมประชุมทำพิธี เป็นพระภิกษุสามเณร ๑๒๐ รูป ประชาชนประมาณ ๔๐๐ คน นักเรียนนักศึกษา ๕๐๐ คน
(๕) มีการอบรมพระภิกษุสามเณรหลังทำวัตรเช้า - เย็น ทุกวัน สำหรับสามเณรมีการอบรมในวันโกนของทุกกึ่งเดือนตลอดปี และมีการ
ซ้อมสวดมนต์เป็นครั้งคราว
(๖) มีการรักษาศีลอุโบสถ ฟังธรรม ทุกวันธัมมัสวนะ ในช่วงเข้าพรรษา มีประชาชน
ประมาณ ๒๐๐ คน นอกพรรษามีประชาชน ๑๒๐ คน
(๗) ให้ความร่วมมือกับทางคณะสงฆ์และทางราชการ ในการเผยแพร่ความรู้
อยู่เป็นประจำ เช่นช่วยจัดสถานที่อำนวยความสะดวกในด้านต่าง ๆเกี่ยวกับ
งานประชุมสมาคมพระพุทธศาสนาทั่วราชอาณาจักร และประชุมศีลธรรม
แก่คณะครู และการประชุมสัมมนาทั่วไป ตลอดปี
(๘) มีกิจกรรมเกี่ยวกับเผยแพร่ธรรม คือ มีการบรรยายธรรมทางสถานีวิทยุ
และโทรทัศน์ และนำประชาชน ผู้มาทำบุญตักบาตร ฝึกสมาธิเจริญภาวนา
ในวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา จัดพิมพ์แผ่นพับ หนังสือคติธรรม หนังสือ
ธรรมะ และจัดทำหนังสือทำวัตรสวดมนต์แปล และบทสวดพิเศษ แจกนักเรียน
นักศึกษาและประชาชน ที่สนใจ
(๙) ได้รับการแต่งตั้งจากสภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทยในพระบรม
ราชูปถัมภ์ ให้เป็นวิทยากรพัฒนาจิต ในโครงการแผ่นดินธรรม แผ่นดินทอง
(๑๐) เป็นวิทยากรอบรมพระสงฆ์ ข้าราชการ นักเรียนนักศึกษา
และประชาชนที่มาประชุมอบรม ณ วัดคีรีวงศ์ ปีละหลายครั้ง
(๑๑) ได้ร่วมกับเจ้าคณะจังหวัดนครสวรรค์จัดอบรมพระวิทยากรพัฒนาจิต
ในโครงการแผ่นดินธรรมแผ่นดินทอง ๒ รุ่น จำนวน ๑๖๒ รูป
(๑๒) ได้ร่วมกับเจ้าคณะใหญ่หนเหนือและกรมการศาสนา จัดประชุมทบทวน
งาน อ.ป.ต. ระดับเจ้าคณะจังหวัด รองเจ้าคณะจังหวัด เจ้าคณะอำเภอ รองเจ้าคณะอำเภอและเลขานุการเจ้าคณะจังหวัด ในเขตหนเหนือ
๑๖ จังหวัด ประมาณ ๒๐๐ รูป ณ วัดคีรีวงศ์
(๑๓) มีกิจกรรมเกี่ยวกับการเผยแผ่ คือ
จัดงานบวชศีลจารีนี (ชีพราหมณ์) ปีละ ๓ ครั้ง
วันที่ ๒๔ - ๓๐ มีนาคม ของทุกปี
วันที่ ๒๐ - ๒๔ สิงหาคม ของทุกปี
วันที่ ๒ - ๖ ธันวาคม ของทุกปี
วันที่ ๒๖ มีนาคม ของทุกปี บรรพชาอุปสมบท พระภิกษุ
สามเณรภาคฤดูร้อน เพื่อศึกษาธรรมและปฏิบัติธรรม
มีกำหนด ๑ เดือน
(๑๔) จัดอบรมพระภิกษุนวกะในพรรษา ปีละ ๒ รุ่น ๆ ละ ๒๐๐ รูป

๙. งานสาธารณูปการ
งานก่อสร้างถาวรวัตถุ ภายในวัดคีรีวงศ์ ตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๐๘ - พ.ศ.๒๕๖๐
เป็นผู้สร้างวัดคีรีวงศ์ จากวัดร้าง ให้เป็นวัดมีพระสงฆ์
พ.ศ. ๒๕๓๓ - พ.ศ.๒๕๕๐ เป็นประธานดำเนินการก่อสร้าง
พระจุฬามณีเจดีย์ บนยอดเขาดาวดึงส์ วัดคีรีวงศ์
สร้างด้วยคอนกรีต เสริมเหล็ก กว้าง ๑๖ เมตร ยาว ๑๖ เมตร
สูง ๔๐ เมตร ฐาน ๔ ชั้น ปูด้วยหินแกรนิต องค์เจดีย์ทาทองน้ำ
มีเจดีย์บริวาร ๘ องค์ วาดภาพจิตรกรรมฝาผนัง สร้างพระ
รูปศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมือง จำนวน ๑๙ องค์ ไว้ภายในองค์เจดีย์
แล้วเสร็จสมบูรณ์ สิ้นค่าก่อสร้าง ๓๕,๐๐๐,๐๐๐ บาท (สามสิบห้าล้านบาท)

(๓) มีการพัฒนาวัด ดังนี้
๑. วัดกำหนดนโยบายหลักในการพัฒนาวัดไว้ ๔ ประการ คือ
๑.๑ ส่งเสริมการศึกษาของพระภิกษุสามเณร
๑.๒ ส่งเสริมการปฏิบัติธรรมของพระภิกษุสามเณร และ ประชาชน
๑.๓ ส่งเสริมการเผยแผ่พระพุทธศาสนาทั้งในวัดและนอกวัด
๑.๔ พัฒนาวัดให้สะอาด สงบ ร่มรื่น สวยงาม เป็นระเบียบ
๒. จัดให้มีการทำความสะอาดกุฏี ศาลา อุโบสถ โรงเรียน ทุกวัน
โดยแบ่งหน้าที่ให้พระภิกษุสามเณร แม่ชี ศีลจารินี นักการภารโรง
ของวัดดูแลรับผิดชอบ ทุกวัน
๓. จัดเวรทำความสะอาดบริเวณวัดทุกวัน โดยให้พระภิกษุสามเณร
ผลัดเปลี่ยนกันทำความสะอาด
๔. การจัดเก็บวัสดุอุปกรณ์ของใช้ภายในวัด มีเจ้าหน้าที่รับผิดชอบ
ดูแล มีการจัดทำทะเบียนบัญชีควบคุมและบัญชียืมของวัดทุกรายการ
๕. จัดบริเวณวัดให้ดูสงบ ร่มรื่น สวยงาม โดยมีการปลูกต้นไม้ยืนต้น
ไม้ดอก ไม้ประดับ ภายในบริเวณวัด
๖. จัดทำคติธรรม คำกลอน เพื่อเตือนใจ สอนใจ ติดที่บริเวณต้นไม้
๗. จัดห้องสมุด เพื่อการศึกษาค้นคว้า วิชาการทางพระพุทธศาสนา
สำหรับพระภิกษุสามเณร นักเรียน นักศึกษา และประชาชน
ทั่วไป พร้อมห้องโสตทัศนศึกษา เกี่ยวกับพระพุทธประวัติ
๘. จัดสถานที่ของวัดเป็นสัปปายะ ในการปฏิบัติธรรมของพระ
ภิกษุสามเณร และอุบาสกอุบาสิกา
๙. กรมการศาสนา กระทรวงศึกษาธิการ จัดตั้งวัดให้เป็นอุทยานการศึกษา
๑๐. วัดคีรีวงศ์ ได้รับยกย่องจาก กรมการศาสนา กระทรวงศึกษาธิการ
ให้เป็น วัดพัฒนาตัวอย่าง เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๓๔
๑๑. พระครูพรหมญาณวิกรม (พระราชพรหมาจารย์ ) เจ้าอาวาสวัดคีรีวงศ์
ได้รับพัดและประกาศเกียรติคุณ จาก สมเด็จพระสังฆราช ในฐานะ
วัดคีรีวงศ์ เป็น วัดพัฒนาดีเด่น เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๓๕

๑๒.งานเจ้าคณะ
พ.ศ. ๒๕๒๘ ได้รับแต่งตั้งเป็นรองเจ้าคณะอำเภอเมืองนครสวรรค์
พ.ศ. ๒๕๓๒ ได้รับแต่งตั้งเป็นเจ้าคณะอำเภอเมืองนครสวรรค์
พ.ศ. ๒๕๓๘ ได้รับแต่งตั้งเป็นรองเจ้าคณะจังหวัดนครสวรรค์
พ.ศ. ๒๕๓๘ เป็นรองเจ้าคณะจังหวัดนครสวรรค์ จังหวัดนครสวรรค์ ภาค ๔
พ.ศ. ๒๕๔๑ ได้รับมอบงานจากเจ้าคณะจังหวัด ให้ปฏิบัติหน้าที่แทน
๓ เรื่อง คือ ๑. งานเผยแผ่พระพุทธศาสนา
- งานพระนักเผยแผ่พระพุทธศาสนา
- งานหน่วย อ.ป.ต.
- งานพระธรรมทูต
- งานพระนักเทศน์
- งานพระวิปัสสนาจารย์
๒. งานศึกษาสงเคราะห์
๓. การขออนุญาตเดินทางไปต่างประเทศ
ของพระภิกษุสามเณร
๔. โครงการมหัลลกศึกษา (ชุบชีวิตพระหลวงตา)
ได้ดำเนินการงานในหน้าที่เพื่อความเรียบร้อยดีงามของคณะสงฆ์จังหวัดนครสวรรค์
และการพระศาสนา ตามตำแหน่งหน้าที่ ที่ได้รับมอบหมาย

พ.ศ. ๒๕๕๘ ได้รับแต่งตั้งเป็นที่ปรึกษาเจ้าคณะจังหวัดนครสวรรค์

๑๓. งานพิเศษ
(๑.) พ.ศ. ๒๕๑๐ เป็นประธานกรรมการศูนย์ส่งเสริมพระพุทธศาสนาวัดคีรีวงศ์
(๒) พ.ศ. ๒๕๒๘ เป็นกรรมการไปร่วมประชุมร่างแผนพัฒนาจิตใจ ณ ทำเนียบรัฐบาล
(๓) พ.ศ. ๒๕๒๘ ได้รับแต่งตั้งจากสภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย ในบรมราชูปถัมภ์ ให้เป็นกรรมการที่ปรึกษาร่างแผนพัฒนาจิตใจ
(๔) พ.ศ. ๒๕๓๐ - ปัจจุบัน เป็นวิทยากรบรรยายธรรมแก่ข้าราชการมณฑลทหารบกที่ ๓๑
ค่ายจิรประวัติ จังหวัดนครสวรรค์ เดือนละ ๑ ครั้ง
(๕) พ.ศ. ๒๕๓๐ - ปัจจุบัน เป็นวิทยากรบรรยายธรรมแก่ผู้ต้องขังเรือนจำกลางจังหวัดนครสวรรค์
(๘) พ.ศ.๒๕๔๖ - ปัจจุบัน
เป็นกรรมการงานอบรมบาลีก่อนสอบ คณะสงฆ์ภาค ๔ ดำเนินการ
อบรม ณ วัดวรนาถบรรพต อำเภอเมืองฯ จังหวัดนครสวรรค์
(๙) พ.ศ. ๒๕๔๘ - ปัจจุบัน
เป็นกรรมการดำเนินการสร้างพุทธอุทยานจังหวัดนครสวรรค์
วิทยาลัยสงฆ์นครสวรรค์ วัดภัทรสิทธาราม
(๑๐) พ.ศ. ๒๕๒๙ ได้รับรางวัลเสาเสมาธรรมจักรและประกาศเกียรติคุณ เป็นผู้ทำคุณประโยชน์แก่พระพุทธศาสนา ด้านการเผยแผ่
พระพุทธศาสนาในและต่างประเทศ จาก สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารี


ผลงานที่ได้รับจากการพิมพ์หนังสือเผยแผ่ธรรมะ

๑. หนังสือทางสันติสุข พ.ศ. ๒๕๒๗ พิมพ์ ๓ ครั้ง ๆ ละ ๒,๐๐๐ เล่ม
๒. หนังสือหลักพระพุทธศาสนา พ.ศ. ๒๕๒๘ พิมพ์ ๕ ครั้ง ๆ ละ ๓,๐๐๐ เล่ม
๓. หนังสือคู่มือวิปัสสนากรรมฐาน พ.ศ. ๒๕๓๓ พิมพ์ ๓ ครั้ง ๆ ละ ๒,๐๐๐ เล่ม
๔. หนังสือมหาสติปัฏฐานสูตร พ.ศ. ๒๕๓๔ พิมพ์ ๒ ครั้ง ๆ ละ ๒,๐๐๐ เล่ม
๕. หนังสือสารธรรมจากต่างประเทศ พ.ศ. ๒๕๓๗ พิมพ์จำนวน ๓,๐๐๐ เล่ม
๖. พัฒนาจิตเพื่อพัฒนางาน พ.ศ. ๒๕๔๑ พิมพ์จำนวน ๓,๐๐๐ เล่ม
๗. พระธรรมนำสุข พ.ศ. ๒๕๔๓ พิมพ์จำนวน ๓,๐๐๐ เล่ม
๘. สวรรค์นิรันดร พ.ศ. ๒๕๔๔ พิมพ์ ๖ ครั้ง ๆ ละ ๕,๐๐๐ เล่ม
๙. ธรรมะชนะทุกข์ พ.ศ. ๒๕๔๖ พิมพ์จำนวน ๓,๐๐๐ เล่ม
๑๐.พัฒนาจิต เพื่อชีวิตสดใส พ.ศ. ๒๕๔๘ พิมพ์ ๒ ครั้ง ๆ ละ ๓,๐๐๐ เล่ม
๑๑. พัฒนาจิตเพื่อพัฒนางาน พ.ศ. ๒๕๕๐ พิมพ์จำนวน ๒,๐๐๐ เล่ม

๑๔. สมณศักดิ์
(๑.) พ.ศ. ๒๕๒๔ ได้รับพระราชทานสมณศักดิ์เป็น พระครูสัญญาบัตร เจ้าอาวาสวัดราษฏร์ ชั้นเอก ในราชทินนาม พระครูพรหมญาณวิกรม
(๒.) พ.ศ. ๒๕๒๘ ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระครูสัญญาบัตร
รองเจ้าคณะอำเภอชั้นเอก ในราชทินนามเดิม
(๓.) พ.ศ. ๒๕๓๓ ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระครูสัญญาบัตร เจ้าคณะอำเภอชั้นเอก ในราชทินนามเดิม
(๔) พ.ศ. ๒๕๔๑ ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์ เป็น พระราชาคณะชั้นสามัญ
ในราชทินนาม ที่ พระวิกรมมุนี
(๕) พ.ศ. ๒๕๕๑ ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์ เป็น พระราชาคณะชั้นราช ฝ่ายวิปัสสนาธุระ
ในราชทินนาม ที่ พระราชพรหมาจารย์ วิ.

บทสวดทำวัตรเช้า (แปล)คำบูชาพระรัตนตรัยโย โส ภะคะวา อะระหัง สัมมาสัมพุทโธ.พระผู้มีพระภาคเจ้านั้นพระองค์ใด, เป็นพระอรหันต์...
24/06/2025

บทสวดทำวัตรเช้า (แปล)
คำบูชาพระรัตนตรัย
โย โส ภะคะวา อะระหัง สัมมาสัมพุทโธ.
พระผู้มีพระภาคเจ้านั้นพระองค์ใด,
เป็นพระอรหันต์, ดับเพลิงกิเลสเพลิงทุกข์
สิ้นเชิง, ตรัสรู้ชอบได้โดยพระองค์เอง.,
สะวากขาโต เยนะ ภะคะวะตา ธัมโม.
พระธรรมเป็นธรรมอันพระผู้มีพระภาคเจ้า
พระองค์ใด, ตรัสไว้ดีแล้ว,
สุปะฏิปันโน ยัสสะ ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ,
พระสงฆ์สาวกของพระผู้มีพระภาคเจ้า
พระองค์ใด, ปฏิบัติดีแล้ว.,
ตัมมะยัง ภะคะวันตัง สะธัมมัง สะสังฆัง, อิเมหิ
สักกาเรหิ ยะถาระหัง อาโรปิเตหิ อะภิปูชะยามะ,
ข้าพเจ้าทั้งหลาย, ขอบูชาอย่างยิ่ง, ซึ่งพระผู้มี
พระภาคเจ้าพระองค์นั้น, พร้อมทั้งพระธรรม
และพระสงฆ์, ด้วยเครื่องสักการะทั้งหลาย
เหล่านี้, อันยกขึ้นตามสมควรแล้วอย่างไร,
-๒-
สาธุ โน ภันเต ภะคะวา สุจิระปะรินิพพุโตปิ.
ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ, พระผู้มีพระภาคเจ้า
แม้ปรินิพพานนานแล้ว, ทรงสร้างคุณอัน
สำเร็จประโยชน์ไว้แก่ข้าพเจ้าทั้งหลาย,
ปัจฉิมาชะนะตานุกัมปะมานะสา.
ทรงมีพระหฤทัยอนุเคราะห์แก่พวกข้าพเจ้า,
อันเป็นชนรุ่นหลัง,
อิเม สักกาเร ทุคคะตะปัณราการะภูเต ปะฏิคคัณหาตุ.
ขอพระผู้มีพระภาคเจ้าจงรับเครื่องสักการะ,
อันเป็นบรรณาการของคนยากทั้งหลายเหล่านี้
อัมหากัง ทีฆะรัตตัง หิตายะ สุขายะ.
เพื่อประโยชน์และความสุขแก่ข้าพเจ้า
ทั้งหลาย, ตลอดกาลนานเทอญ,
-๓-
อะระหัง สัมมาสัมพุทโธ ภะคะวา.
พระผู้มีพระภาคเจ้า, เป็นพระอรหันต์
ดับเพลิงกิเลสเพลิงทุกข์ สิ้นเชิง,
ตรัสรู้ชอบได้โดยพระองค์เอง,
พุทธัง ภะคะวันตัง อะภิวาเทมิ.
ข้าพเจ้าอภิวาทพระผู้มีพระภาคเจ้า, ผู้รู้ ผู้ตื่น
ผู้เบิกบาน. ( กราบ )
สะวากขาโต ภะคะวะตา ธัมโม,
พระธรรมเป็นธรรมที่พระผู้มีพระภาคเจ้า,
ตรัสไว้ดีแล้ว,
ธัมมัง นะมัสสามิ.
ข้าพเจ้านมัสการพระธรรม. (กราบ )
สุปะฏิปันโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ,
พระสงฆ์ สาวกของพระผู้มีพระภาคเจ้าปฏิบัติดีแล้ว.,
สังฆัง นะมามิ.
ข้าพเจ้านอบน้อมพระสงฆ์. ( กราบ )
-๔-
ปุพพภาคนมการ
( หันทะ มะยัง พุทธัสสะ ภะคะวะโต
ปุพพะภาคะนะมะการัง กะโรมะ เส. )
นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต.
ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคเจ้า
พระองค์นั้น,
อะระหะโต,
ซึ่งเป็นผู้ไกลจากกิเลส,
สัมมาสัมพุทธัสสะ.
ตรัสรู้ชอบได้โดยพระองค์เอง.
( ว่า ๓ ครั้ง )
-๕-
บทสวด “ทำวัตรเช้า”
๑.พุทธาภิถุติ
( หันทะ มะยัง พุทธาภิถุติง กะโรมะ เส. )
โยโส ตะถาคะโต.
พระตถาคตเจ้านั้น พระองค์ใด,
อะระหัง,
เป็นผู้ไกลจากกิเลส.,
สัมมาสัมพุทโธ.
เป็นผู้ตร้สรู้ชอบได้โดยพระองค์เอง,
วิชชา จะระณะ สัมปันโน.
เป็นผู้ถึงพร้อมด้วยวิชชาและจระณะ,
สุคะโต.
เป็นผู้ไปดีแลัวด้วยดี,
โลกะวิทู.
เป็นผู้รู้โลกอย่างแจ่มแจ้ง,
-๖-
อะนุตตะโร ปุริสะทัมมะสาระถิ.
เป็นผู้สามารถฝึกบุรุษที่สมควรฝึกได้
อย่างไม่มีใครยิ่งกว่า,
สัตถา เทวะมะนุสสานัง.
เป็นครูผู้สอนของเทวดาและมนุษย์ทั้งหลาย,
พุทโธ.
เป็นผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบานด้วยธรรม;
ภะคะวา
เป็นผู้มีความเจริญ จำแนกธรรมสังสอนสัตว์;
โย อิมัง โลกัง สะเทวะกัง สะมาระกัง สะพรหมะกัง,
สัสสะมะณะพราหมะณิง ปะชัง สะเทวะมะนุสสัง
สะยัง อะภิญญา สัจฉิกัตตะวา ปะเวเทสิ.
พระผู้มีพระภาคเจ้าพระองค์ใด ได้ทรงทำ
ความดับทุกข์,ให้แจ้งด้วยพระปัญญาอันยิ่งเองแล้ว,
ทรงสอนโลกนี้ พร้อมทั้งเทวดา, มารพรหม, และ
หมู่สัตว์ พร้อมทั้งสมณพราหมณ์ พร้อมทั้งเทวดา
และมนุษย์ให้รู้ตาม
-๗-
โย ธัมมัง เทเสสิ.
พระผู้มีพระภาคเจ้าพระองค์ใด, ทรงแสดง
ธรรมแล้ว,
อาทิกัลยาณัง.
ไพเราะในเบื้องต้น;
มัชเฌกัลยาณัง.
ไพเราะในท่ามกลาง;
ปะริโยสานะกัลยาณัง.
ไพเราะในที่สุด
สาตถัง สะพยัญชะนัง เกวะละปะริปุณณัง ปะริสุทธัง พรัมมะจะริยัง ปะกาเสสิ.
ทรงประกาศพรหมจรรย์ คือแบบแห่งการ
ปฏิบัติอันประเสริฐ, บริสุทธิ์ บริบูรณ์ สิ้นเชิง,
พร้อมทั้งอรรถะ พร้อมทั้งพยัญชนะ
-๘-
ตะมะหัง ภะคะวันตัง อะภิปูชะยามิ,
ข้าพเจ้าบูชาอย่างยิ่ง ,เฉพาะพระผู้มีพระภาคเจ้า
พระองค์นั้น;
ตะมะหัง ภะคะวันตัง สิระสา นะมามิ.
ข้าพเจ้านอบน้อมพระผู้มีพระภาคเจ้า พระองค์นั้น, ด้วยเศียรเกล้า,
(กราบระลึกคุณของพระพุทธเจ้า)
๒. ธัมมาภิถุติง
(หันทะ มะยัง ธัมมาภิถุติง กะโรมะ เส.)
โย โส สะวากขาโต ภะคะวะตา ธัมโม.
พระธรรมนั้นใด, เป็นสิ่งที่พระผู้มีพระภาคเจ้า
ตรัสไว้ดีแล้ว;
สันทิฏฐิโก.
เป็นสิ่งที่ผู้ศึกษาและปฏิบัติพึงเห็นได้
ด้วยตนเอง,
-๙-
อะกาลิโก.
เป็นสิ่งที่ปฏิบัติได้ และให้ผลได้ไม่จำกัดกาล,
เอหิปัสสิโก.
เป็นสิ่งที่ควรกล่าวกะผู้อื่นว่า ท่านจงมาดูเถิด;
โอปะนะยิโก.
เป็นสิ่งที่ควรน้อมเข้ามาใส่ตัว,
ปัจจัตตัง เวทิตัพโพ วิญญูหิ.
เป็นสิ่งที่ผู้รู้ก็รู้ได้เฉพาะตน,
ตะมะหัง ธัมมัง อะภิปูชะยามิ.
ข้าพเจ้าบูชาอย่างยิ่ง, เฉพาะพระธรรมนั้น,
ตะมะหัง ธัมมัง สิระสา นะมามิ.
ข้าพเจ้านอบน้อมพระธรรมนั้น,
ด้วยเศียรเกล้า,
(กราบระลึกคุณของพระธรรม)
-๑๐-
๓. สังฆาภิถุติง
(หันทะ มะยัง สังฆาภิถุติง กะโรมะ เส)
——————
โย โส สุปะฏิปันโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ,
สงฆ์สาวกของพระผู้มีพระภาคเจ้านั้น หมู่ใด,
ปฏิบัติดีแล้ว;
อุชุปะฏิปันโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ,
สงฆ์สาวกของพระผู้มีพระภาคเจ้า หมู่ใด,
ปฏิบัติตรงแล้ว;
ญายะปะฏิปันโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ,
สงฆ์สาวกของพระผู้มีพระภาคเจ้า หมู่ใด,
ปฏิบัติเพื่อรู้ธรรมเป็นเครื่องออกจากทุกข์
แล้ว:
สามีจิปะฏิปันโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ,
สงฆ์ สาวกของพระผู้มีพระภาคเจ้า หมู่ใด,
ปฏิบัติตรงแล้ว;
-๑๑-
ยะทิทัง,
ได้แก่บุคคลเหล่านี้ คือ;
จัตตาริ ปุริสะยุคานิ อัฏฐะปุริสะปุคคะลา.
คู่แห่งบุรุษ ๔ คู่ นับเรียงตัวบุรุษได้ ๘ บุรุษ;
เอสะ ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ.
นั่นแหละ สงฆ์สาวกของพระผู้มีพระภาคเจ้า,
อาหุเนยโย.
เป็นสงฆ์ควรแก่สักการะ ที่เขานำมาบูชา,
ปาหุเนยโย.
เป็นสงฆ์ควรแก่สักการะ ที่เขาจัดไว้ต้อนรับ,
ทักขิเณยโย.
เป็นผู้ควรรับทักษิณาทาน,
อัญชะลีกะระณีโย.
เป็นผู้ที่บุคคลทั่วไปควรทำอัญชลี,
อนุตตะรัง ปุญญักเขตตัง โลกัสสะ.
เป็นเนื้อนาบุญของโลก, ไม่มีนาบุญอื่นยิ่งกว่า,
-๑๒-
ตะมะหัง สังฆัง อะภิปูชะยามิ.
ข้าพเจ้าบูชาอย่างยิ่ง เฉพาะพระสงฆ์หมู่นั้น;
ตะมะหัง สังฆัง สิระสา นะมามิ.
ข้าพเจ้านอบน้อมพระสงฆ์หมู่นั้น
ด้วยเศียรเกล้า.
(กราบระลึกคุณของพระสงฆ์)
๔. รตนัตตยัปณามคาถา
(หันทะ มะยัง ระตะรัตตะยัปปะณามะคาถา โย เจวะ
สังเควะปะริกิตตะนะปาฐัญจะ ภะณามะ เส.)
พุทโธ สุสุทโธ กะรุณามะหัณณะโว.
พระพุทธเจ้าผู้บริสุทธิ์, มีพระกรุณาดุจห้วง
มหรรณพ,
โยจจันตะสุทธัพพะระญาณะโลจะโน
พระองค์ใด มีตาคือญาณอันประเสริฐหมดจด
ถึงที่สุด,
-๑๓-
โลกัสสะ ปาปูปะกิเลสะฆาตะโก.
เป็นผู้ฆ่าเสียซึ่งบาป และอุปกิเลสของโลก,
วันทามิ พุทธัง อะหะมาทะเร นะตัง.
ข้าพเจ้าไหว้พระพุทธเจ้า พระองค์นั้น, โดยใจเคารพเอื้อเฟื้อ,
ธัมโม ปะทีโป วิยะ ตัสสะ สัตถุโน.
พระธรรมของพระศาสดา สว่างรุ่งเรือง
เปรียบดวงประทีป
โย มัคคะปากามะตะเภทะภินนะโก.
จำแนกประเภท คือ มรรค ผล นิพพานส่วนใด,
โลกุตตะโร โย จะ ตะทัตถะทีปะโน.
ซึ่งเป็นตัวโลกุตตระ และส่วนใดที่ชี้แนวแห่ง
โลกุตตระนั้น,
วันทามิ ธัมมัง อะหะมาทะเรนะ ตัง,
ข้าพเจ้าไห้วพระธรรมนั้น,โดยใจเคารพเอื้อเฟื้อ,
-๑๔-
สังโฆ สุเขตตา ภะยะติเขต ตะสัญญิโต,
พระสงฆ์เป็นนาบุญอันยิ่งใหญ่กว่าบุญอันดี
ทั้งหลาย,
โย ทิฏฐะสันโต สุคะตานุโพธะโก.
เป็นผู้เห็นพระนิพพาน, ตรัสรู้ตามพระสุคต
หมู่ใด,
โลลัปปหีโน อะริโย สุเมทะธะโส.
เป็นผู้ละกิเลสเครื่องโลเล, เป็นพระอริยะเจ้า
มีปัญญาดี,
วันทามิ สังฆัง อะหะมาทะเร นะตัง,
ข้าพเจ้าไหว้พระสงฆ์หมู่นั้น,
โดยใจเคารพเอื้อเฟื้อ,
อิจเจวะเมกันตะภิปูชะเนยยะกัง, วัตถุตตะยัง
วันทะยะตาภิสังขะตัง, ปุญญัง มะยา มะมะ
สัพพุปัททะวา, มา โหนตุ เว ตัสสะ ปะภาวะสิทธิยา.
บุญใด ที่ข้าพเจ้าไหว้อยู่ซึ่งวัตถุสาม,
-๑๕-
คือพระรัตนตรัยอันควรบูชายิ่ง
โดยส่วนเดียว, ได้กระทำแล้วเป็นอย่างยิ่ง
เช่นนี้. ขออุปัททวะทั้งหลาย ,
จงอย่ามีแก่ข้าพเจ้าเลย, ด้วยอำนาจความ
สำเร็จ อันเกิดจากบุญนั้น.
๕. สังเวคปริกิตตนาปาฐะ
—————
อิธะ ตถาคะโต โลเก อุปปันโน.
พระตถาคตเจ้าเกิดขึ้นแล้วในโลกนี้,
อะระหัง สัมมาสัมพุทโธ.
เป็นผู้ไกลจากกิเลส,
ตรัสรู้ชอบได้โดยพระองค์เอง,
ธัมโม จะ เทสิโต นิยยานิโก.
และพระธรรมที่ทรงแสดง,
เป็นธรรมเครื่องออกจากทุกข์,
-๑๖-
อุปะสะมิโก ปะรินิพพานิโก.
เป็นเครื่องสงบกิเลส, เป็นไปเพื่อปรินิพพาน,
สัมโพธะคามี สุคะตัปปะเวทิโต.
เป็นไปเพื่อความรู้พร้อม,
เป็นธรรมที่พระสุคตประกาศ,
มะยันตัง ธัมมัง สุตวา เอวัง ชานามะ.
พวกเราเมื่อได้ฟังธรรมนั้นแล้วจึงได้รู้
อย่างนี้ว่า,
ชาติปิ ทุกขา.
แม้ความเกิดก็เป็นทุกข์;
ชะราปิ ทุกขา.
แม้ความแก่ก็เป็นทุกข์
มะระณัมปิ ทุกขัง.
แม้ความตายก็เป็นทุกข์;
โสกะปะริเทวะ ทุกขะ โทมะนัสสุปายาสาปิ ทุกขา.
ความโศก ความร่ำไรรำพัน,
-๑๗-
ความไม่สบายกาย,
ความไม่สบายใจ ความคับแค้นใจ ก็เป็นทุกข์,
อัปปิเยหิ สัมปะโยโค ทุกโข.
ความประสพกับสิ่งไม่เป็นที่รักที่พอใจ
ก็เป็นทุกข์,
ปิเยหิ วิปปะโยโค ทุกโข.
ความพลัดพรากจากสิ่งไม่เป็นที่รักที่พอใจ
ก็เป็นทุกข์,
ยัมปิจฉัง นะ ละภะติ ตัมปิ ทุกขัง.
มีความปรารถนาสิ่งใด ไม่ได้สิ่งนั้น
นั่นก็เป็นทุกข์,
สังขิตเตนะ ปัญจุปาทานักขันธา ทุกขา.
ว่าโดยย่อ อุปาทานขันธ์ทั้ง ๕ เป็นตัวทุกข์,
เสยยะถีทัง,
ได้แก่สิ่งเหล่านี้ คือ,
-๑๘-
รูปูปาทานักขันโธ.
ขันธ์อันเป็นที่ตั้งแห่งความยึดมั่นคือ รูป,
เวทะนูปาทานักขันโธ.
ขันธ์อันเป็นที่ตั้งแห่งความยึดมั่นคือ เวทนา,
สัญญูปาทานักขันโธ.
ขันธ์อันเป็นที่ตั้งแห่งความยึดมั่นคือ สัญญา,
สังขารูปาทานักขันโธ.
ขันธ์อันเป็นที่ตั้งแห่งความยึดมั่นคือ สังขาร,
วิญญาณูปาทานักขันโธ,
ขันธ์อันเป็นที่ตั้งแห่งความยึดมั่นคือวิญญาณ,
เยสัง ปะริญญายะ,
เพื่อให้สาวกกำหนดรอบรู้อุปาทานขันธ์
เหล่านี้เอง,
ธะระมาโน โส ภะคะวา,
จึงพระผู้มีพระภาคเจ้าเหล่านั้น, เมื่อยังทรง
พระชนม์อยู่,
-๑๙-
เอวัง พะหุลัง สาวะเก วิเนติ.
ย่อมทรงแนะนำสาวกทั้งหลาย, เช่นนี้
เป็นส่วนมาก,
เอวัง ภาคาจะปะนัสสะ ภะคะวะโต
สาวะเกสุอะนุสาสะนี พะหุลา ปะวัตตะติ.
อนึ่ง คำสั่งสอนของพระผู้มีพระภาคเจ้านั้น
ย่อมเป็นไปในสาวกทั้งหลายส่วนมาก;
มีส่วนคือการจำแนกอย่างนี้ว่า;-
รูปัง อะนิจจัง, รูปไม่เที่ยง;
เวทนา อะนิจจา, เวทนาไม่เที่ยง;
สัญญา อะนิจจา, สัญญาไม่เที่ยง;
สังขารา อะนิจจา, สังขารไม่เที่ยง;
วิญญาณัง อะนิจจัง, วิญญาณไม่เที่ยง;
รูปัง อะนัตตา, รูปไม่ใช่ตัวตน;
เวทนา อะนัตตา, เวทนาไม่ใช่ตัวตน;
สัญญา อะนัตตา, สัญญาไม่ใช่ตัวตน;
-๒๐-
สังขารา อะนัตตา, สังขารไม่ใช่ตัวตน;
วิญญาณัง อะนัตตา, วิญญาณไม่ใช่ตัวตน;
สัพเพ สังขารา อะนิจจา,
สังขารทั้งหลาย ทั้งปวง ไม่เที่ยง;
สัพเพ ธัมมา อะนัตตาติ.
ธรรมทั้งหลาย ทั้งปวง ไม่ใช่ตัวตน ดังนี้.
(ตา) มะยัง โอติณณา มะหะ.
พวกเราทั้งหลาย, เป็นผู้ถูกครอบงำแล้ว;
ชาติยา,
โดยความเกิด;
ชะรามะระเณ นะ.
โดยความแแก่ และความตาย,
โสเกหิ ปะริเทเวหิ ทุกเขหิ โทมนัสเสหิ อุปายาเสหิ.
โดยความโศกความร่ำไรรำพัน, ความไม่สบายกาย, ความไม่สบายใจ,
ความคับแค้นใจทั้งหลาย,
-๒๑-
ทุกโข ติณณา,
เป็นผู้ถูกความทุกข์หยั่งเอาแล้ว,
ทุกขะปะเรตา.
เป็นผู้มีความทุกข์ เป็นเบื้องหน้าแล้ว,
อัปเปวะนามิมัสสะ เกวะลัสสะ ทุกขักขันธัสสะ
อันตะกิริยา ปัญญาเยถาติ.
ทำไฉน การทำที่สุดแห่งกองทุกข์ทั้งสิ้นนี้,
จะพึง ปรากฏชัดแก่เราได้.
(สำหรับ “อุบาสก-อุบาสิกา” สวด)
จิระปะรินิพพุตัมปิ ตัง ภะคะวันตัง สะระณัง คะตา,
เราทั้งหลายผู้ถึงแล้วซึ่งพระผู้มีพระภาคเจ้า,
แม้ปรินิพพานนานแล้ว พระองค์นั้น
เป็นสรณะ,
ธัมมัญจะ ภิกขุสังฆัญจะ.
ถึงพระธรรมด้วย ถึงพระสงฆ์ด้วย;
-๒๒-
ตัสสะ ภะคะวะโต สาสะนัง ยะถาสะติ ยะถา
พะลัง มะนะสิกะโรมะ อะนุปะฏิปัชชามะ.
จักทำในใจอยู่, ปฏิบัติตามอยู่, ซึ่งคำสั่งสอน
ของพระผู้มีพระภาคเจ้านั้น ตามสติกำลัง;
สา สา โน ปะฏิปัตติ.
ขอให้ความปฏิบัตินั้นๆของเราทั้งหลาย,
อิมัสสะ เกวะลัสสะ ทุกขักขันธัสสะ อันตะกิริยายะ
สังวัตตะตุ.
จงเป็นไปเพื่อการทำที่สุดแห่งกองทุกข์
ทั้งสิ้นนี้ เทอญ,
(จบบทคำทำวัตร“เช้า”)
-๔๕-
กรวดน้ำอิมินา
(นำ) หันทะ มะยัง อุททิสะนาธิฎฐานะคาถาโย ภะณามะ เส ฯ
(รับ) อิมินา ปุญญะกัมเมนะ อุปัชฌายา คุณุตตะรา
อาจะริยูปะการา จะ มาตาปิตา จะ ญาตะกา (ปิยา มะมัง)
สุริโย จันทิมา ราชา คุณะวันตา นะราปิ จะ
พรัหมมะมารา จะ อินทา จะ โลกะปาลา จะ เทวะตา
ยะโม มิตตา มะนุสสา จะ มัชฌัตตา เวริกาปิ จะ
สัพเพ สัตตา สุขี โหนตุ ปุญญานิ ปะกะตานิ เม
สุขัง จะ ติวิธัง เทนตุ ขิปปัง ปาเปถะ โวมะตัง
อิมินา ปุญญะกัมเมนะ อิมินา อุททิเสนะ จะ
ขิปปาหัง สุละเภ เจวะ ตัณหุปาทานะเฉทะนัง
เย สันตาเน หินา ธัมมา ยาวะ นิพพานะโต มะมัง
นัสสันตุ สัพพะทา เยวะ ยัตถะ ชาโต ภะเว ภะเว
อุชุจิตตัง สะติปัญญา สัลเลโข วิริยัมหินา
มารา ละภันตุ โนกาสัง กาตุญจะ วิริเยสุ เม
พุทธาทิปะวะโร นาโถ ธัมโม นาโถ วะรุตตะโม
นาโถ ปัจเจกะพุทโธ จะ สังโฆ นาโถตตะโร มะมัง
เตโสตตะมานุภาเวนะ มาโรกาสัง ละภันตุ มาฯ
-๔๖-
คำสมาทานวิปัสสนากรรมฐาน
อุกาสะ ๆ ณ โอกาสบัดนี้ ข้าพเจ้าขอสมาทาน
ซึ่งวิปัสสนากรรมฐาน ขอขณิกสมาธิ อุปจารสมาธิ
อัปปนาสมาธิ และวิปัสสนาญาณจงบังเกิดมี
ในขันธสันดานของข้าพเจ้า
ข้าพเจ้าจะตั้งสติไว้ ที่รูปยืนในขณะยืน
โดยกำหนดว่า “ยืนหนอ” ตั้งสติไว้ที่รูปเดิน
ในขณะเดิน โดยกำหนดว่า “ขวาย่างหนอ
ซ้ายย่างหนอ”ตั้งสติไว้ที่รูปนั่งในขณะนั่ง โดยกำหนดว่า “นั่งหนอ” ตั้งสติไว้ที่ท้อง ในขณะ
หายใจเข้าท้องพองขึ้น กำหนดว่า”พองหนอ”
ขณะหายใจออกท้องยุบลง กำหนดว่า “ยุบหนอ”
ขณะนึกคิดตั้งสติ ไว้ที่นามคิด กำหนดว่า
”คิดหนอ” เป็นต้น ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไปเทอญ.
-๔๗-
คำแผ่เมตตาให้แก่ตนเอง
อะหัง สุขิโต โหมิ
ขอให้ข้าพเจ้า มีความสุขกาย สุขใจ
อะหัง อะเวโร โหมิ
ขอให้ข้าพเจ้า อย่าได้มีเวรกับผู้ใด
อะหัง อัพพยา ปัชโฌ โหมิ
ขอให้ข้าพเจ้า อย่าได้เบียดเบียนกับผู้ใด
อะหัง อะนีโฆ โหมิ
ขอให้ข้าพเจ้า อย่าได้มีความทุกข์กาย ทุกข์ใจเลย
สุขี อัตตานัง ปะริหะรามิ
ขอให้ข้าพเจ้า มีความสุขกาย สุขใจ รักษาตน
ให้พ้นจากทุกข์ภัย ทั้งสิ้นเถิด
-๔๘-
คำแผ่เมตตาให้แก่ผู้อื่น
สัพเพ สัตตา
สัตว์ทั้งหลาย ผู้เป็นเพื่อนทุกข์ เกิด แก่ เจ็บ ตาย ด้วยกันทั้งหมด ทั้งสิ้น
อะเวรา
จงเป็นสุข เป็นสุขเถิด อย่าได้มีเวรแก่กันและ กันเลย
อัพพยาปัชฌา
จงเป็นสุขเป็นสุขเถิด อย่าได้เบียดเบียน
ซึ่งกันและกันเลย
อะนีฆา
จงเป็นสุขเป็นสุขเถิด อย่าได้มีความทุกข์กาย
ทุกข์ใจเลย
สุขี อัตตานัง ปะริหะรันตุ
จงมีความสุขกาย สุขใจ รักษาตนให้พ้นจาก
ทุกข์ภัยทั้งสิ้นเถิด.
-๔๙-
คำตั้งสัจจอธิษฐาน
ข้าพเจ้าขอตั้งสัจจอธิษฐาน ขออานุภาพแห่ง
บุญกุศล ที่ข้าพเจ้าได้บำเพ็ญแล้ว จงเป็นพลวะ
ปัจจัย เป็นนิสัยตามส่ง ให้มีความสุขความเจริญ
และเกิดปัญญาญาณ ทั้งชาตินี้ ชาติหน้า ตลอดชาติ
อย่างยิ่งจนถึงความพ้นทุกข์ คือพระนิพพาน
ในอนาคตกาลโน้น เทอญ.
*****************

พัฒนาอะไรก็ติดถ้าจิตไม่พัฒนาตาสว่าง เพราะแสงไฟใจสว่าง เพราะแสงธรรมอย่าลืมตัว อย่ามัวเมาอย่าประมาท..
15/05/2025

พัฒนาอะไรก็ติด
ถ้าจิตไม่พัฒนา
ตาสว่าง เพราะแสงไฟ
ใจสว่าง เพราะแสงธรรม
อย่าลืมตัว อย่ามัวเมา
อย่าประมาท..

อุโบสถ เริ่มสร้างเมื่อ พ.ศ. ๒๕๑๓ มีสมเด็จพระพุทธโคดม จำลอง ขนาดหน้าตัก ๔ ศอก ๙ นิ้ว เป็นพระประธาน โดยเจ้าประคุณสมเด็จพระ...
15/05/2025

อุโบสถ เริ่มสร้างเมื่อ พ.ศ. ๒๕๑๓ มีสมเด็จพระพุทธโคดม จำลอง ขนาดหน้าตัก ๔ ศอก ๙ นิ้ว เป็นพระประธาน โดยเจ้าประคุณสมเด็จพระวันรัต หรือสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช (ปุ่น) ปุณฺณสิริ วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม กรุงเทพฯ เป็นประธานวางศิลาฤกษ์ เมื่อ พ.ศ.๒๕๑๓ และเททองหล่อพระประธาน ณ วัดคีรีวงศ์ พ.ศ. ๒๕๑๕ และที่ฝาผนังอุโบสถ มีภาพวาด พระเจ้า ๑๐ ชาติ ภาพพุทธประวัติ ปางแสดงปฐมเทศนา และปางแสดงโอวาทปาฏิโมกข์

ที่อยู่

356/1 หมู่ 10 ตำบลปากน้ำโพ อำเภอเมืองนครสวรรค์
Nakhon Sawan
60000

เบอร์โทรศัพท์

+66 1500

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ วัดคีรีวงศ์ผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์

ประเภท