โครงการแปลพระสูตรมหายานจีน-ไทยเฉลิมพระเกียรติ 崇聖大乘佛經中泰翻譯組

โครงการแปลพระสูตรมหายานจีน-ไทยเฉลิมพระเกียรติ 崇聖大乘佛經中泰翻譯組 崇聖大乘佛經中泰翻譯組
The Chinese-Thai Mahāyāna Sūtra Translation Project in Honour of His Majesty the King

ความเป็นมาของโครงการแปลพระสูตรมหายานจีน-ไทยเฉลิมพระเกียรติ และ ศูนย์แลกเปลี่ยนวัฒนธรรมพุทธศาสนามหายานจีน-ไทย

สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานพระราชวโรกาสให้พระวิศวภัทร และคณะ เข้าเฝ้าทูลละอองพระบาท เพื่อรับพระราชทานทุนปฐมฤกษ์ในการก่อตั้งโครงการแปลพระสูตรภาษาจีน ในขณะนั้น พระวิศวภัทร ได้ทูลถวายพระไตรปิฏกภาษาจีน ฉบับไทโช ๑ ชุด เพ

ื่อพระราชทานให้หอพระไตรปิฎกนานาชาติ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ณ ศาลาดุสิดาลัย พระราชวังดุสิต เมื่อวันที่ ๓๑ มีนาคม ๒๕๕๑

เมื่อวันที่ ๑๔ พฤษภาคม ๒๕๕๑ โครงการฯ ได้เปิดประชุมเป็นครั้งแรกที่ห้องประชุมคณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยมี รศ.ดร.ประพจน์ อัศววิรุฬหการ คณบดีคณะอักษรศาสตร์ ในสมัยนั้นเป็นประธานการประชุมซึ่งท่านได้รับเลือกให้ดำรงตำแหน่งเป็นประธานโครงการฯ และได้แต่งตั้งพระวิศวภัทร เป็นผู้ริเริ่มโครงการฯและรองประธานโครงการฯ โดยมีพุทธบริษัท ๔ ประกอบด้วยพระภิกษุ ภิกษุณี อุบาสก อุบาสิกา และคณาจารย์ผู้ทรงคุณวุฒิหลายท่านเข้าร่วมประชุม

ต่อมา พระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงพระมหากรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานชื่อว่า โครงการแปลพระสูตรมหายานจีน-ไทย เฉลิมพระเกียรติ ภาษาอังกฤษว่า The Chinese-Thai Mahāyāna Sūtra Translation Project in Honour of His Majesty the King ตั้งแต่วันที่ ๑๕ มิถุนายน ๒๕๕๓ และได้แปลชื่อโครงการเป็นภาษาจีนว่า 崇聖大乘佛經中泰翻譯組

สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พระราชทานพระไตรปิฎกฉบับ หลงจั้ง จำนวน ๑ ชุด ให้แก่ โครงการแปลพระสูตรมหายานจีน-ไทยเฉลิมพระเกียรติ เมื่อวันที่ ๑๓ กันยายน ๒๕๕๕ และ พระราชทานชื่อ หอพระไตรปิฎกเฉลิมพระเกียรติ ในโอกาสฉลองพระชนมายุ ๕ รอบ ๒ เมษายน ๒๕๕๘ พร้อมตราสัญลักษณ์เฉลิมพระเกียรติ ประดับที่หอพระไตรปิฎก อันเป็นที่ตั้งของโครงการแปลพระสูตรมหายานจีน-ไทย เฉลิมพระเกียรติ ตามลำดับ

สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงพระกรุณาพระราชทานพระฉายาลักษณ์ เพื่อเชิญมาพิมพ์ในหนังสือผลงานเล่มแรกของโครงการ คือ ปรัชญาปารมิตาหฤทัยสูตร ๗ สำนวน แปลโดยคณะแปลในครั้งนั้น และ สถาบันขงจื่อ จุฬาลงกรณมหาวิทยาลัย เป็นผู้จัดพิมพ์ นอกจากนี้ยังมีการแปลพระสูตรสู่ภาษาไทย และปาฐกถาพระสูตรมหายาน ณ พุทธสมาคมจีน มูลนิธิต่างๆ อย่างต่อเนื่อง

ในปี ๒๕๕๙
๑. พระอาจารย์หมิงเซิงมหาเถระ รองประธานสมาคมพระพุทธศาสนาแห่งชาติจีน และประธานสมาคมพระพุทธศาสนามณฑลกวางตุ้ง เมตตามอบพระไตรปิฏกจีนฉบับต่างๆ คือ 永樂北藏,大正藏,乾隆大藏經,卍續藏經,浄土藏 รวม ๕ ชุด ๑๒๙ กล่อง ๑,๔๔๘ เล่ม

๒. พระอาจารย์ฉางจั้งมหาเถระ รองประธานสมาคมพระพุทธศาสนานครปักกิ่ง เจ้าอาวาสวัดหลิงกวง (วัดพระเขี้ยวแก้ว) นครปักกิ่ง มอบพระไตรปิฎกฉบับภาษาจีน ฉบับ 趙城金藏 จำนวน ๑๒๒ เล่ม

๓. พระอาจารย์หุ้ยกวงมหาเถระ รองประธานสมาคมพระพุทธศาสนามณฑลอันฮุย รองประธานสมาคมพระพุทธศาสนาภูเขาจิ่วหัวซาน มอบพระไตรปิฏกฉบับ 房山石經 จำนวน ๓๐ เล่ม เพื่อร่วมเฉลิมพระเกียรติ และเจริญสัมพันธไมตรีทางพุทธศาสนาไทย-จีน

ทางโครงการฯ ยังเชื่อมสัมพันธ์ทางพุทธศาสนามหายานระหว่างประเทศไทยกับสาธารณรัฐประชาชนจีนและประเทศอื่นๆ เพื่อส่งเสริมและแลกเปลี่ยนบุคลากรระหว่างกัน โดยพระอาจารย์หมิงเซิงมหาเถระ ได้เมตตาก่อตั้ง 中泰漢傳佛教文化交流中心 ภาษาไทย : ศูนย์แลกเปลี่ยนวัฒนธรรมพระพุทธศาสนามหายานจีน-ไทย, ภาษาอังกฤษ : The Chinese-Thai Mahāyāna Buddhism Cultural Exchange Center โดยท่านเมตตาเป็นที่ปรึกษาฯ และแต่งตั้งพระวิศวภัทร เป็นผู้ริเริ่มและประธานศูนย์แลกเปลี่ยนฯ ณ มูลนิธิพุทธจักษุวิชชาลัย เมื่อวันที่ ๒๔ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๖๘ ซึ่งสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงเป็นองค์ประธานเปิดโครงการฯ และศูนย์ศึกษาฯ ดังกล่าว

โดยมีพันธกิจและวัตถุประสงค์ ดังนี้

- วัตถุประสงค์ : เพื่อส่งเสริมปลูกฝังโพธิจิตให้สาธุชนและเยาวชนไทย ที่มีความศรัทธาในพุทธศาสนา และสนใจภาษาศิลปวัฒนธรรมของจีน ได้มีโอกาสศึกษาต่อที่สถาบันพุทธศาสนาในสาธารณรัฐประชาชนจีน ส่งเสริมงานเขียนเชิงวิชาการ และงานแปลทางพระพุทธศาสนามหายานให้เผยแพร่ในวงกว้าง รวมไปถึงการสร้างเสริมบุคลากรทั้งบรรพชิตและคฤหัสถ์ โดยเปิดกว้างไม่จำกัดลัทธินิกาย เพื่อร่วมกันศึกษา เผยแผ่และปฏิบัติในแนวของพระพุทธศาสนามหายาน และเป็นการเจริญสัมพันธไมตรีระหว่างสองประเทศอีกทางหนึ่งด้วย

- การมีส่วนร่วม : โครงการฯ และ ศูนย์ศึกษาฯ มีความยินดีเป็นอย่างยิ่งในการเปิดรับบุคลากร หรือ อาสาสมัคร หรือ ผู้ที่มีศรัทธาและความรู้ความสามารถ เพื่อร่วมกันเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนและพัฒนาตามวัตถุประสงค์ โครงการฯ และ ศูนย์ศึกษายินดีส่งเสริมสนับสนุนผลงานที่ทรงคุณค่าของท่าน ให้เผยแพร่ในวงกว้างทั้งในประเทศและต่างประเทศ เพื่อจะเป็นประโยชน์ต่อพระพุทธศาสนาต่อไป

- สถานที่ตั้งโครงการฯ และ ศูนย์ศึกษาฯ : อารามวัตรมหายาน มูลนิธิพุทธจักษุวิชชาลัย เลขที่ ๘๘ หมู่ ๑ ตำบลหอมเกร็ด อำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม

- ติดต่อสอบถาม : เพื่อร่วมสนับสนุนและ ร่วมเป็นส่วนหนึ่งได้ที่ โทร. 082 591 5999 หรือ ที่กล่องข้อความของเพจโครงการแปลพระสูตรมหายานจีน-ไทย เฉลิมพระเกียรติ นี้

-สนับสนุนกิจกรรมของโครงการฯ ผ่านธนาคารกสิกรไทย
ชื่อ โครงการแปลพระสูตรมหายานจีน-ไทยเฉลิมพระเกียรติ
เลขที่ 659-1-00615-9

ท่านสามารถอ่าน e-book ของทางโครงการ ผ่านแอปพลิเคชัน meb : mobile e-books พุทธาวตังสกะ มหาไวปุลยสูตร โคจรปาริศุทธิวรรค (ฉ...
22/01/2026

ท่านสามารถอ่าน e-book ของทางโครงการ ผ่านแอปพลิเคชัน meb : mobile e-books

พุทธาวตังสกะ มหาไวปุลยสูตร โคจรปาริศุทธิวรรค (ฉบับปรับปรุง)

พุทธาวตังสกะ มหาไวปุลยสูตร ฉบับแปลจีนโดยพระศึกษานันทะ ผูกที่ ๑๔ ปริเฉทที่ ๑๑ ชื่อว่า โคจรปาริศุทธิวรรค ว่าด้วยการดำเนินที่บริสุทธิ์ของพระโพธิสัตว์ทั้งปวง

พุทธาวตังสกะ มหาไวปุลยสูตร โคจรปาริศุทธิวรรค (ฉบับปรับปรุง):: e-book หนังสือ โดย พระวิศวภัทร มณีปัทมเกตุ

"เรามิใช่เทวดา แต่เป็นมนุษย์ผู้เป็นโพธิสัตว์ เป็นผู้มีเมตตาต่อผู้ต่ำต้อยและยากไร้ และเป็นผู้ชี้แนะแนวทางแห่งการตรัสรู้ (...
19/01/2026

"เรามิใช่เทวดา แต่เป็นมนุษย์ผู้เป็นโพธิสัตว์ เป็นผู้มีเมตตาต่อผู้ต่ำต้อยและยากไร้ และเป็นผู้ชี้แนะแนวทางแห่งการตรัสรู้ (โพธิมรรค)"

--------

न देवः अपि तु मानुषो ऽहं बोधिसत्त्वभूतः । एवं हीनदीनानुकम्पको बोधिमार्गमुपदर्शकः ।

น เทวะ อปิ ตุ มานุโษ'หํ โพธิสตฺตฺวภูตะ ฯ เอวํ หีนทีนานุกมฺปโก โพธิมารฺคมุปทรฺศกะ ฯ
--------

จาก การัณฑวยูหสูตร ฉบับภาษาสันสกฤต ปกรณ์ที่ ๑๓ นามว่า เทวภวนะ-ภระมะณัม ว่าด้วย การสัญจรไปในภพของเหล่าเทพ

--------
ภาพ พระโพธิสัตว์ วัสดุสำริด ขนาด 22.9 เซนติเมตร ประติมากรรมกลุ่มประโคนชัย อายุราวพุทธศตวรรษที่13 -14

บทพระพุทธคุณแบบมหายาน ภาษาสันสกฤต และภาษาจีน-----इत्यपि बुद्धो भगवांस्तथागतोऽर्हन्อิตฺยปิ พุทฺโธ ภควําสฺตถาคโต ‘รฺหนฺ謂如來...
16/01/2026

บทพระพุทธคุณแบบมหายาน
ภาษาสันสกฤต และภาษาจีน
-----

इत्यपि बुद्धो भगवांस्तथागतोऽर्हन्
อิตฺยปิ พุทฺโธ ภควําสฺตถาคโต ‘รฺหนฺ
謂如來、應供、

เหตุว่า พระพุทธเจ้า ทรงเป็นผู้มีพระภาค พระตถาคตเจ้า[ผู้เสด็จมาอย่างนั้น] และพระอรหันต์
-----

सम्यक्संबुद्धो
สมฺยกฺสํพุทฺโธ
正遍知、

เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้า[ผู้ตรัสรู้ชอบโดยพระองค์เอง]
-----
विद्याचरणसम्पन्नः
วิทฺยาจรณสมฺปนฺนะ
明行足、

ผู้ถึงพร้อมด้วยวิทยาและจรณะ
-----
सुगतो
สุคโต
善逝、

เป็นพระสุคตเจ้า[ผู้ไปแล้วด้วยดี]
-----
लोकविदनुत्तरः पुरुषदम्यसारथिः
โลกวิทนุตฺตระ ปุรุษทมฺยสารถิะ
世間解、無上士、調御丈夫、

เป็นผู้รู้โลกอย่างแจ่มแจ้ง เป็นสารถีฝึกบุรุษบุคคลที่ควรฝึก
ยอดเยี่ยมอย่างไม่มีผู้ใดเสมอเหมือน
-----
शास्ता देवमनुष्याणां
ศาสฺตา เทวมนุษฺยาณํา
天人師、

เป็นศาสดาของเทวดาและมนุษย์ทั้งหลาย
-----

बुद्धो भगवानिति।
พุทฺโธ ภควานิติ ฯ
佛、世尊,

ทรงเป็นพุทธะ ทรงเป็นผู้มีพระภาค เพราะเหตุดังนี้
-------------------

शास्ता सर्वसत्त्वानाम्
ศาสฺตา สรฺวสตฺตฺวานามฺ
化諸眾生

ทรงเป็นครูของสรรพสัตว์ทั้งหลาย
-----

पिता बोधिसत्त्वानाम्
ปิตา โพธิสตฺตฺวานามฺ
為菩薩之父

เป็นบิดาของพระโพธิสัตว์ทั้งหลาย
-----

राजा आर्यपुद्गलानाम्
ราชา อารฺยปุทฺคลานามฺ
為賢聖之王

เป็นพระราชาของพระอริยบุคคลทั้งหลาย
-----

सार्थवाहः निर्वाणनगरसम्प्रस्थितानाम्
สารฺถวาหะ นิรฺวาณนครสมฺปฺรสฺถิตานามฺ
為向涅槃導師

เป็นผู้นำทางของบรรดานักเดินทางที่มุ่งสู่นิรวาณนคร
-----

ภาพ พระพุทธรูปยืน วัสดุ สำริด ขนาด 21.6 เซนติเมตร ประติมากรรมกลุ่มประโคนชัย อายุราวพุทธศตวรรษที่13 -14

ปรัชญาปารมิตาหฤทัยสูตร般若波羅蜜多心經พระตรีปิฎกธราจารย์เสวียนจ้าง (三藏法師玄奘譯) สมัยราชวงศ์ถัง แปลจากภาษาสันสกฤตสู่ภาษาจีน ปีพุทธศั...
16/01/2026

ปรัชญาปารมิตาหฤทัยสูตร
般若波羅蜜多心經

พระตรีปิฎกธราจารย์เสวียนจ้าง (三藏法師玄奘譯) สมัยราชวงศ์ถัง แปลจากภาษาสันสกฤตสู่ภาษาจีน ปีพุทธศักราช ๑๑๙๒

觀自在菩薩行深般若波羅蜜多時,照見五蘊皆空,度一切苦厄。舍利子!色不異空,空不異色;色即是空,空即是色。受、想、行、識亦復如是。舍利子!是諸法空相,不生不滅、不垢不淨、不增不減。是故,空中無色。無受、想、行、識。無眼、耳、鼻、舌、身、意。無色、聲、香、味、觸、法。無眼界,乃至無意識界。無無明,亦無無明盡。乃至無老死,亦無老死盡。無苦、集、滅、道。無智,亦無得。以無所得故。菩提薩埵依般若波羅蜜多故,心無罣礙。無罣礙故,無有恐怖。遠離顛倒夢想,究竟涅槃。三世諸佛,依般若波羅蜜多故,得阿耨多羅三藐三菩提。故知般若波羅蜜多,是大神呪、是大明呪、是無上呪、是無等等呪、能除一切苦,真實不虛。故說般若波羅蜜多呪,即說呪曰。揭諦。揭諦。波羅揭諦。波羅僧揭諦。菩提。薩婆河。

พระอวโลกิเตศวรโพธิสัตว์ เมื่อขณะที่บำเพ็ญปัญญาบารมีอย่างลึกซึ้ง ได้เห็นว่าขันธ์ทั้งห้าล้วนเป็นความว่าง จึงก้าวล่วงทุกข์ภัยทั้งปวง

ดูก่อนสารีบุตร รูปไม่ต่างจากความว่าง ความว่างไม่ต่างจากรูป รูปก็คือความว่าง ความว่างก็คือรูป เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ ก็เป็นอย่างนี้

สารีบุตร ธรรมทั้งปวงว่างจากลักษณะ จึงไม่เกิด ไม่ดับ ไม่แปดเปื้อนไม่สะอาด ไม่เพิ่ม ไม่ลด ด้วยเหตุนี้ ในความว่าง จึงไร้รูป ไร้เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ ไร้ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ ไร้รูป เสียง กลิ่น รส สัมผัส ธรรมารมณ์ ไร้จักษุธาตุ จนถึงไร้มโนวิญญาณธาตุ

เมื่อไร้อวิชชาจึงไม่มีความสิ้นไปของอวิชชา ตลอดจนไม่มีชรามรณะ จึงไม่มีความสิ้นไปของชรามรณะ ไร้ทุกข์ สมุทัย นิโรธ มรรค เมื่อไม่มี (สิ่งที่เรียกว่า) ปัญญา จึงไม่มีการบรรลุถึง
ด้วยไม่มีสิ่งใดๆ ให้บรรลุถึงอีก

เหตุที่พระโพธิสัตว์อาศัยปัญญาบารมี จิตจึงไม่ข้องขัด เหตุที่ไม่ข้องขัด จึงไม่ตื่นกลัว ไกลจากความวิปลาสเพ้อฝัน
มีนิพพานเป็นที่สุด พระพุทธเจ้าทั้งหลายในกาลทั้งสาม ด้วยเหตุที่อาศัยปัญญาบารมี จึงบรรลุพระอนุตรสัมมาสัมโพธิ

เหตุนี้พึงรู้ว่า ปัญญาบารมี คือมนตร์ที่มีอานุภาพยิ่งใหญ่ คือมนตร์แห่งความรู้ที่ยิ่งใหญ่ คือมนตร์ที่ไม่มีสิ่งใดยิ่งกว่า
คือมนตร์ที่ไม่มีสิ่งใดเทียบเสมอ สามารถกำจัดทุกข์ทั้งปวง
เป็นสัจจะไม่ลวงหลอก เหตุนี้ จึงกล่าวมนตร์แห่งปัญญาบารมีว่า

“คะเต คะเต ปาระคะเต ปาระสังคะเต โพธิ สวาหา”

[จบ ปรัชญาปารมิตาหฤทัยสูตร]

แปลสู่ภาษาไทย โดยโครงการแปลพระสูตรมหายานจีน-ไทยเฉลิมพระเกียรติ เมื่อปี ๒๕๕๕

-----

ภาพ พระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวร วัสดุ สำริด ขนาด 69.9 เซนติเมตร ประติมากรรมกลุ่มประโคนชัย อายุราวพุทธศตวรรษที่13 -14

มหากรุณาธารณี จาก พระไตรปิฎกภาษาจีน ฉบับไทโช หมวดตันตระ พระสูตรหมายเลข ๑๐๖๑千手千眼觀自在菩薩廣大圓滿無礙大悲心陀羅尼呪本(สหัสรภุชสหัสรเนตระ – ...
15/01/2026

มหากรุณาธารณี

จาก พระไตรปิฎกภาษาจีน ฉบับไทโช หมวดตันตระ พระสูตรหมายเลข ๑๐๖๑

千手千眼觀自在菩薩廣大圓滿無礙大悲心陀羅尼呪本
(สหัสรภุชสหัสรเนตระ – อวโลกิเตศวรโพธิสัตวะ – ไวปุลยะ – สัมปูรณะ – อนาวรณะ – มหากรุณาหฤทัยธารณี – มูลมนตร์ )

แปลว่า มหากรุณาหฤทัยธารณีมูลมนตร์แห่งพระอวโลกิเตศวรโพธิสัตว์ ๑๐๐๐ กร ๑๐๐๐ เนตร ที่ยิ่งใหญ่ สมบูรณ์ ไร้อุปสรรค

ปริวรรตถอดเสียงเป็นอักษรจีน ราวปี ค.ศ. ๗๓๑ – ๗๓๖ โดยประมาณ โดยพระภิกษุ ผู้เป็นมันตราจารย์ชาวอินเดียใต้ (เกรละ) ฉายาว่า พระวัชรโพธิ (金剛智) โดยมีต้นฉบับอักษรสิทธัมอยู่ที่ หอพระไตรปิฎก วัดหลิงหยุน

————-

ส่วนที่๑
ประณามบท

๑. นโม รตฺนตฺรยาย ฯ นม อารฺยาวโลกิเตศฺวราย โพธิสตฺตฺวาย มหาสตฺตฺวาย มหาการุณิกาย สรฺวพนฺธนจฺเฉทนกราย สรฺวภวสมุทฺรโศษณกราย สรฺววฺยาธิปฺรศมนกราย สรฺเวตฺยุปทฺรววินาศนกราย สรฺวภเยษุตฺราณราย ฯ ตสฺไม นมสฺกฤตฺวา อิมํ อารฺยาวโลกิเตศฺวรภาษิตํ นีลกณฺฐนาม ฯ

————-

[อ่านว่า]
๑. นะโม รัตนะ-ตระยายะ ฯ
นะมะ อารยา-วะโลกิเต-ศวะรายะ โพธิ-สัตตวายะ
มะหา-สัตตวายะ มะหา-การุณิกายะ
สรรวะ-พันธะนะ-จเฉทะนะ-กะรายะ
สรรวะ-ภะวะ-สะมุทระ-โศษะณะ-กะรายะ
สรรวะ-วยาธิ- ประศะมะนะ กะรายะ
สรรเวต-ยุปะทระวะ -วินาศะนะ- กะรายะ
สรรวะ- ภะเยษุ-ตราณะ-กะรายะ ฯ
ตัสไม นะมัส-กฤตวา อิมัม อารยา-วะโลกิเต-ศวะระ-ภาษิตัม นีละกัณฐะ-นามะ ฯ

————-

[แปล]
ขอนอบน้อมแด่พระรัตนตรัย ฯ ขอนอบน้อมแด่ พระอารยอวโลกิเตศวรโพธิสัตว์ มหาสัตว์ ผู้ทรงมหากรุณา

ผู้ช่วยปลดเปลื้องพันธนาการทั้งปวง ผู้ทำให้มหาสมุทรแห่งภพทั้งหลายให้เหือดแห้งไป

ผู้บรรเทารักษาโรคาพยาธิทั้งปวง ผู้ทำลายอุปัทวะทั้งปวงให้วินาศไป ผู้ทรงช่วยให้รอดพ้นจากความกลัวทั้งหมดทั้งสิ้น

ครั้นขอถวายความนอบน้อมแด่พระองค์แล้ว ธารณีนี้มีชื่อว่า นีลกัณฐะ เป็นภาษิตแห่งพระอารยอวโลกิเตศวรที่ทรงแสดงไว้

(นีลกัณฐะ แปลว่า คอสีนิล หรือน้ำเงินเข้ม)

ส่วนที่ ๒
คาถาแจงอานิสงค์

๒. หฤทยํ วรฺตยิษฺยามิ สรฺวารฺถ สาธกํ ศุภมฺ ฯ
อเชยํ สรฺวภูตานํา ภวมารฺควิโศธกมฺ ๚
————-

[อ่านว่า]
๒. หฤทะยัม วรรตะ-ยิษยามิ สรร-วารถะ สาธะกัม ศุภัม ฯ
อะเชยัม สรรวะ-ภูตานาม ภะวะ-มารคะ-วิโศธะกัม ๚
————-

[แปล]
เราจักกล่าว หัวใจ[ คือ ธารณี] อันรุ่งเรืองนี้ ซึ่งจะทำให้สำเร็จประโยชน์ที่มุ่งหวังทั้งปวง ยังเป็นสิ่งที่ไม่สามารถเอาชนะได้ สามารถชำระทางแห่งภพของสรรพชีวิตให้บริสุทธิ์

ส่วนที่ ๓ ธารณีมนตร์
ธารณีมนตร์ ๑/๓

๓. ตทฺยถา ฯ โอํ อาโลก เอ อาโลกมติ โลกาติกฺรานฺต เอหิ หเร อารฺยาวโลกิเตศฺวร มหาโพธิสตฺตฺว ฯ เห โพธิสตฺตฺว เห มหาโพธิสตฺตฺว เห วีรฺยโพธิสตฺตฺว เห มหาการุณิก สฺมร หฤทยมฺ ฯ เอหฺเยหิ หเร อารฺยาวโลกิเตศฺวร มเหศฺวร ปรมารฺถจิตฺต มหาการุณิก ฯ กุรุ กุรุ กรฺม ฯ สาธย สาธย วิทฺยามฺ ฯ เทหิ เทหิ ตฺวรํ กามํคม วิหํคม วิคม สิทฺธโยเคศฺวร ฯ ธุรุ ธุรุ วิยนฺต เอ มหาวิยนฺต เอฯ ธรธร ธเรนฺเทฺรศฺวร ฯ จลจล วิมลามล ฯ อารฺยาวโลกิเตศฺวร ชิน ฯ กฤษฺณชฏามกุฏา’วรม ปฺรรม วิรม[1] มหาสิทฺธวิทฺยาธรฯ พลพล มหาพล มลฺลมลฺล มหามลฺล จล จล มหาจล ฯ กฤษฺณวรฺณ ทีรฺฆ กฤษฺณปกฺษ นิรฺฆาตน เห ปทฺม หสฺต ฯ จร จร นิศาจเรศฺวร กฤษฺณสรฺปกฤต ยชฺโญปวีต ฯ

[1] ต้นฉบับสิทธัมเป็นภาษาสันสกฤตผสมใช้ [อ]‘วรํม ปฺรรํม วิรํม ฉบับอักษรซอกเดียน ในตุนหวง และฉบับโลเกศชำระใช้ [อ]‘วรม ปฺรรม วิรม ซึ่งในรูปภาษาสันกฤตแบบแผนคือ อวลมฺพ ปฺรลมฺพ วิลมฺพ]

————-

[อ่านว่า]
————-
๓. ตัทยะถา ฯ

โอม อาโลกะ เอ อาโลกะ-มะติ โลกาติ-กรานตะ

เอหิ หะเร อารยา-วะโลกิเต-ศวะระ มะหา-โพธิ-สัตตวะ ฯ

เห โพธิ-สัตตวะ เห มะหา-โพธิ-สัตตวะ เห วีรยะ-โพธิ-สัตตวะ

เห มะหา-การุณิกะ สมะระ หฤทะยัม ฯ

เอห-เยหิ หะเร อารยา-วะโลกิเต-ศวะระ มะเห-ศวะระ ปะระ-มารถะ-จิตตะ มะหา-การุณิกะ ฯ

กุรุ กุรุ กรรมะ ฯ
สาธะยะ สาธะยะ วิทยาม ฯ
เทหิ เทหิ ตวะรัม กามัม-คะมะ วิหัง-คะมะ วิ-คะมะ สิทธะ-โยเค-ศวะระ ฯ

ธุรุ ธุรุ วิยันตะ เอ มะหา-วิยันตะ เอฯ
ธะระ ธะระ ธะเรนเทร-ศวะระ ฯ
จะละ จะละ วิมะลา-มะละ ฯ

อารยาวะ-โลกิเต-ศวะระ ชินะ ฯ
กฤษณะ-ชะฏา-มะกุฏา วะระมะ ประระมะ วิระมะ มะหา-สิทธะ-วิทยา-ธะระฯ

พะละ พะละ มะหา-พะละ
มัลละ มัลละ มะหา-มัลละ
จะละ จะละ มะหา-จะละ ฯ

กฤษณะ-วรรณะ ทีรฆะ-กฤษณะ-ปักษะ-นิรฆาตะนะ เห ปัทมะ-หัสตะ ฯ
จะระ จะระ นิศาจะเร-ศวะระ กฤษณะ-สรรปะ-กฤตะ ยัชโญปะวีตะ ฯ

————-
[แปล]

มีดังต่อไปนี้ :

โอม แสงสว่าง ถึง ปัญญาอันสว่างไสว การก้าวพ้นโลก ฯ

มาเถิด พระหริ[1] พระอารยอวโลกิเตศวรโพธิสัตว์ ฯ

โอ้ โพธิสัตว์ ! โอ้ มหาโพธิสัตว์ ! โอ้ โพธิสัตว์ผู้มีความเพียร ! โอ้ มหากรุณา จงระลึกถึง หัวใจ[ธารณี]นี้ ฯ

มา ! มาเถิด พระหริ พระอารยอวโลกิเตศวรโพธิสัตว์ พระมเหศวร[2] ที่มีจิตอันเป็นปรมัตถ์ ด้วยมหากรุณา ฯ

ทำ ทำ กิจนั้น ! ฯ
[เสียงมนตร์ กุรุ หมายถึง ทำ]

ทำให้บรรลุ ทำให้บรรลุ ซึ่งวิทยา ! ฯ
[เสียงมนตร์ สาธะยะ หมายถึง กำลังจะสำเร็จหรือบรรลุ]

ประทาน ประทานให้โดยเร็ว เป็นไปตามความปรารถนา ลอยออกไปในท้องฟ้า ไปถึงความหลุดพ้น ด้วยเถิดพระสิทธโยเคศวร ฯ [3] (ผู้เป็นเจ้าแห่งการสำเร็จโยคะ)
[เสียงมนตร์ เทหิ หมายถึง ให้ ประทาน]

ค้ำไว้ ค้ำยันฟ้าสวรรค์ไว้ด้วยเถิดพระมหาวิยันตะ[4] (ผู้เป็นใหญ่แห่งฟ้าสวรรค์)
[เสียงมนตร์ ธุรุ เป็นการแผลงเสียง รูปแบบไม่ปกติ จากธาตุ ธฺฤ หมายถึง ยึด จับ ค้ำ สนับสนุน ]

แบก แบก ไว้เถิดพระธเรนเทรศวร[5] (ผู้เป็นเจ้าแห่งแผ่นดิน)
[เสียงมนตร์ ธะระ หมายถึง แบก ถือ มาจากธาตุ ธฺฤ เช่นเดียวกัน ]

เคลื่อนไป เคลื่อนไป สู่ความสะอาด ไร้มลทิน
[เสียงมนตร์ จะละ หมายถึง สั่น, เคลื่อนที่]

โอ้ พระอารยอวโลกิเตศวร ผู้มีชัย[6] ทรงมกุฎด้วยมุ่นมวยผมสีดำขลับ(ชฎามกุฎ)[7] และทรงเครื่องประดับระย้าที่พระศอและพระกร ผู้เป็นพระมหาสิทธวิทยาธร [8] (ผู้สำเร็จผู้ยิ่งใหญ่ผู้ทรงไว้ซึ่งความรู้)

พลัง พลังแห่งพระมหาพละ[9] (ผู้มีพลังอันยิ่งใหญ่)
[เสียงมนตร์ พะละ หมายถึง พลัง]

แข็งแกร่ง แข็งแกร่งแห่งพระมหามัลละ[10] (ผู้เป็นนักปล้ำสู้ผู้แข็งแกร่งยิ่ง)
[เสียงมนตร์ มัลละ หมายถึง แข็งแกร่ง]

เคลื่อนไป เคลื่อนไปสู่พระมหาอจละ[11] (ผู้ไม่สั่นไหวที่ยิ่งใหญ่)
[เสียงมนตร์ จะละ หมายถึง สั่น, เคลื่อนที่]

พระผู้มีวรรณะคล้ำ ในปักษ์ข้างแรมอันยาวนาน จงกำจัดให้สิ้น [12] โอ้ ผู้ในหัตถ์ถือดอกบัว [13]

จรไป จรไปเถิดพระนิศาจเรศวร[14] (ผู้เป็นเจ้าผู้ดำเนินไปในเวลาค่ำคืน) ข้าแต่ผู้ที่มีสายยัชโญปวีตเป็นงูดำ [15] [เสียงมนตร์ จะระ หมายถึง จร ย้าย เดิน ]

ธารณีมนตร์ ๑/๒
————————–

เอหฺเยหิ มหาวราหมุข ตฺริปุรทหเนศฺวร นารายณพโลปพลเวศธร ฯ เห นีลกณฺฐ เห มหากาล หลาหล วิษ นิรฺชิต โลกสฺย ราควิษวินาศน ทฺเวษวิษวินาศน โมหวิษวินาศน หุลุหุลุ มลฺล ฯ หุลุ หเร มหาปทฺมนาภฯ สร สร สิริ สิริ สุรุ สุรุ มุรุมุรุฯ พุธฺย พุธฺย โพธย โพธย ไมตฺริย นีลกณฺฐ ฯ เอหฺเยหิ วามสฺถิตสิํห มุข ฯ หส หส มุญฺจ มุญฺจ มหาฏฺฏหาสมฺ ฯ เอหฺเยหิ โภ มหาสิทฺธโยเคศฺวร ฯ ภณ ภณ วาจมฺฯ สาธย สาธย วิทฺยามฺ ฯ สฺมร สฺมร ตํ ภควนฺตํ โลกิตวิโลกิตํ โลเกศฺวรํ ตถาคตมฺ ฯ ททาหิ เม ทรฺศนกามสฺย ทรฺศนมฺ ฯ ปฺรหฺลาทย มนะ สฺวาหา ฯ

————-

[อ่านว่า]
————-

เอห-เยหิ มะหา-วะราหะ-มุขะ
ตริปุระ-ทะหะเน-ศวะระ
นารายะณะ-พะโลปะ-พะละ-เวศะ-ธะระ ฯ

เห นีละ-กัณฐะ เห มะหา-กาละ
หะลา-หะละ วิษะ นิร-ชิตะ โลกัสยะ
ราคะ-วิษะ-วินาศะนะ
ทเวษะ-วิษะ-วินาศะนะ
โมหะ-วิษะ-วินาศะนะ

หุลุ หุลุ มัลละ ฯ
หุลุ หะเร มะหา-ปัทมะ-นาภะ ฯ
สะระ สะระ สิริ สิริ สุรุ สุรุ มุรุ มุรุฯ
พุธยะ พุธยะ โพธะยะ โพธะยะ ไมตริยะ นีละ-กัณฐะ ฯ

เอห-เยหิ วามะ-สถิตะ-สิงหะ- มุขะ ฯ
หะสะ หะสะ มุญจะ มุญจะ มะหาฏ-ฏะหาสัม ฯ

เอห-เยหิ โภ มะหา-สิทธะ-โยเค-ศวะระ ฯ
ภะณะ ภะณะ วาจัมฯ
สาธะยะ-สาธะยะ วิทยาม ฯ
สมะระ- สมะระ ตัม ภะคะวันตัม โลกิตะ-วิโลกิตัม โลเกศ-วะรัม ตะถาคะตัม ฯ

ทะทาหิ เม ทรรศะนะ-กามัสยะ ทรรศะนัม ฯ ประหลาทะยะ มะนะห์ สวาหา ฯ

————-

[แปลว่า]
————-
มา ! มาเถิด พระผู้เป็นใหญ่ที่มีหน้าเป็นหมูป่า[16] พระผู้เป็นเจ้าผู้เผาทำลายตรีปุระ[17] ฯ พระผู้ประกอบด้วยกำลังอันทรงพลังด้วยการสำแดงกายเป็นพระนารายณ์ ฯ

โอ้ พระนีลกัณฐะ[18] โอ้ พระมหากาล[19] ผู้ควบคุม “หลาหละ” พิษแห่งโลก
ผู้ทำพิษแห่งราคะให้วินาศไป
ผู้ทำพิษแห่งโทสะให้วินาศไป
ผู้ทำพิษแห่งโมหะให้วินาศไป

หุลุ ! หุลุ ! แข็งแกร่ง !
[เสียงมนตร์ หุลุ เป็นเสียงเชียร์ หรือโห่ร้องด้วยความดีใจ ในวรรณกรรมสันสกฤต]

หุลุ ! โอ้พระหริ ผู้เป็นใหญ่ที่มีดอกบัวออกจากพระนาภี(สะดือ) [20]

สะระ ! สะระ ! สิริ ! สิริ ! สุรุ ! สุรุ ! มุรุ ! มุรุ ฯ
[เสียงมนตร์ สะระ จากธาตุ สฺฤ แปลว่า ทำให้เคลื่อนไป ผลักดัน ไหลลงมา ส่วน สิริ สุรุ เป็นการแผลงเสียงไม่ปกติ จากธาตุ สฺฤ เพื่อให้เป็นจังหวะ นัยว่าเป็นการอัญเชิญให้พระโพธิสัตว์ลงมา (Descend, come down, condescend) ส่วน มุรุ เป็นเสียงมนตร์ส่วนมากพบอยู่กับ สะระ สุรุ มุรุ ]

ตื่นรู้ ตื่นรู้ รู้แจ้ง รู้แจ้ง พระนีลกัณฐะผู้มีไมตรี
[เสียงมนตร์ พุธยะ หมายถึง ตื่น, รู้, เข้าใจ และ โพธะยะ หมายถึง รู้แจ้ง]

มา ! มาเถิด พระผู้มีหน้าเป็นสิงห์สถิตอยู่ด้านซ้าย [21] ฯ
หัวเราะ หัวเราะ ปลดปล่อย ปลดปล่อยด้วยเถิดพระอัฏฏหาสะผู้ยิ่งใหญ่ [22] (ผู้หัวเราะเสียงดัง) [เสียงมนตร์ หะสะ หมายถึง หัวเราะ ส่วน มุญจะ หมายถึง ปลดปล่อย ]

มา ! มาเถิด โอ้ข้าแต่พระสิทธโยเคศวร

กล่าว จงกล่าวถ้อยคำนี้ ฯ
[เสียงมนตร์ ภะณะ หมายถึง กล่าว, สวด, เปล่งเสียง]

ทำให้บรรลุ ทำให้บรรลุ ซึ่งวิทยา ! ฯ

ระลึก จงระลึกถึงพระองค์นั้น ถึงพระภควาน(ผู้มีโชค) [23] ถึงพระผู้ทรงเฝ้ามองและเพ่งดูอยู่ [24] ถึงพระโลเกศวร [25](พระผู้เป็นเจ้าแห่งโลก) ถึงพระตถาคตเจ้า [26] (ผู้ไปถึงแล้วอย่างนั้น)

จงโปรดประทานสิ่งข้าที่ปรารถนาที่จะเห็น ให้ข้าพเจ้าได้เห็น ฯ โปรดทำให้จิตใจของข้าพเจ้าให้เบิกบาน สวาหา [27] ฯ
————————–

ธารณีมนตร์ ๑/๓
————————–

สิทฺธาย สฺวาหาฯ มหาสิทฺธาย สฺวาหา ฯ สิทฺธโยเคศฺวราย สฺวาหา ฯ นีลกณฺฐาย สฺวาหา ฯ วราหมุขาย สฺวาหา ฯ มหานรสิํหมุขาย สฺวาหาฯ สิทฺธ วิทฺยาธราย สฺวาหา ฯ ปทฺมหสฺตาย สฺวาหา ฯ กฤษฺณสรฺปกฤตยชฺโญปวีตาย สฺวาหา ฯ มหาลกุฏ ธราย สฺวาหาฯ จกฺรายุธาย สฺวาหา ฯ ศํขศพฺท นิโพธนาย สฺวาหา ฯ วามสฺกนฺธเทศสฺถิต กฤษฺณาชินาย สฺวาหา ฯ วฺยาฆฺรจรฺม นิวสนาย สฺวาหา ฯ โลเกศฺวราย สฺวาหา ฯ สรฺวสิทฺเธศฺวราย สฺวาหา ฯ

————-

[อ่านว่า]
————-

สิทธายะ สวาหา ฯ
มะหา-สิทธายะ สวาหา ฯ
สิทธะ-โยเค-ศวะรายะ สวาหา ฯ
นีละ-กัณฐายะ สวาหา ฯ
วะราหะ-มุขายะ สวาหา ฯ
มะหา-นะระ-สิงหะ-มุขายะ สวาหาฯ
สิทธะ-วิทยา-ธะรายะ สวาหา ฯ

ปัทมะ-หัสตายะ สวาหา ฯ
กฤษณะ-สรรปะ-กฤตะ-ยัชโญปะวีตายะ สวาหา ฯ
มะหา-ละกุฏะ-ธะรายะ สวาหาฯ
จะกรา-ยุธายะ สวาหา ฯ
ศังขะ-ศัพทะ-นิโพธะนายะ สวาหา ฯ

วามะ-สกันธะ-เทศะ-สถิตะ- กฤษณา-ชินายะ สวาหา ฯ
วยาฆระ จรรมะ- นิวะ-สะนายะ สวาหา ฯ
โลเก-ศวะรายะ สวาหา ฯ
สรรวะ-สิทเธ-ศวะรายะ สวาหา ฯ

————-

[แปลว่า]
————-

แด่พระสิทธะ สวาหา ฯ (ผู้สำเร็จ)
แด่พระมหาสิทธะ สวาหา ฯ (ผู้สำเร็จผู้ยิ่งใหญ่)
แด่พระสิทธโยเคศวร สวาหา ฯ (ผู้เป็นใหญ่แห่งการสำเร็จโยคะ)
แด่พระนีลกัณฐะ สวาหา ฯ (ผู้มีคอสีน้ำเงินเข้ม)
แด่พระวราหมุขะ สวาหา ฯ (ผู้มีหน้าเป็นหมูป่า)
แด่พระมหานรสิงหมุขะ สวาหา ฯ (ผู้มีหน้าเป็นนรสิงห์ผู้ยิ่งใหญ่ )
พระสิทธวิทยาธร สวาหา ฯ (ผู้สำเร็จ ผู้ทรงไว้ซึ่งวิทยมนตร์)

แด่ผู้ในหัตถ์ถือดอกบัว สวาหา ฯ
แด่ผู้ที่มีสายยัชโญปวีตเป็นงูดำ สวาหา ฯ
แด่ผู้ถือไม้มหาลกุฏะ สวาหา ฯ
แด่ผู้มีอาวุธจักร สวาหา ฯ
แด่ผู้มีสังข์อันมีเสียงปลุกให้ตื่นรู้ สวาหา ฯ (สิ่งของต่างๆ ดูหมายเหตุ [28])

แด่ผู้ห่มหนังละมั่งดำ พาดเฉวียงบ่าทางซ้าย สวาหา ฯ [29]
แด่ผู้นุ่งหนังเสือ สวาหา ฯ [30]
แด่พระโลเกศวร สวาหา ฯ (ผู้เป็นใหญ่แห่งโลก )
แด่สรรพสิทเธศวร สวาหา ฯ (ผู้เป็นใหญ่แห่งความสำเร็จทั้งปวง)

ส่วนที่ ๔
บทนมัสการจบ

๔. นโม ภควเต อารฺยาวโลกิเตศฺวราย โพธิสตฺตฺวาย มหาสตฺตฺวาย มหาการุณิกาย ฯ สิธฺยนฺตุ เม มนฺตฺรปทานิ สฺวาหา ๚

————-
[อ่านว่า]
————-

๔. นะโม ภะคะวะเต อารยาวะโลกิเตศวะรายะ โพธิสัตตวายะ มะหาสัตตวายะ มะหาการุณิกายะ ฯ สิธยันตุ เม มันตระ – ปะทานิ สวาหา ๚

————-
[แปลว่า]
————-

ขอนอบน้อมแด่พระภควาน พระอารยอวโลกิเตศวรโพธิสัตว์ มหาสัตว์ ผู้ทรงมหากรุณา
ขอให้มนตร์ทั้งหลายแห่งข้าพเจ้าเหล่านี้จงสำเร็จเถิด สวาหา๚

————————–
หมายเหตุ :
ในธารณี มีกล่าวถึง นามต่าง ๆ ของพระวิษณุ และพระศิวะ ไม่ได้หมายความว่าเป็นบทบูชาพระอวโลกิเตศวร และพระผู้เป็นเจ้าของพราหมณ์อื่นๆ ด้วย

แต่ความหมายความหมายของธารณีนี้ หมายถึง พระอวโลกิเตศวรเพียงพระองค์เดียว โดยพระองค์ทรงเป็นคุณสมบัติของพระวิษณุ และพระศิวะ ที่แท้จริง โดยคุณสมบัติเหล่านั้นเป็นเพียงปรากฎการณ์จากพระอวโลกิเตศวร ตามที่ได้อธิบายไปในบทความก่อนหน้า

[1] หริ หมายถึง พระวิษณุ

[2] มเหศวร หมายถึง พระศิวะ

[3] โยเคศวร หมายถึง ผู้เป็นใหญ่แห่งโยคะ หมายถึง พระศิวะ และ พระกฤษณะ อวตารของพระวิษณุ

[4] “วิยนฺต” หรือ “วิยํต” เป็นรูปสันสกฤตผสม กล่าวว่า มาจากสันสกฤต คำว่า “วิยต” อันแปลว่าท้องฟ้า สวรรค์ แต่ ในมหากรุณาธารณีฉบับสั้นอื่นๆ ใช้ “วิชยต” แทน ซึ่งแปลว่า มีชัยชนะ

ส่วน “มหาวิยนฺต” คือ ผู้เป็นใหญ่แห่งฟ้าสวรรค์ ในมหากรุณาธารณี ฉบับสั้นอื่นๆ ใช้ “มหาวิชยต” หรือ “มหาวิชยนฺต” ผู้มีชัยยิ่งใหญ่ ซึ่งรูปแบบดังกล่าวทั้งหมด พบในคัมภีร์พุทธฝ่ายสันสกฤต มักหมายถึง พระอินทร์ หรือ ท้าวสักกะ (ศักระ)

[5] ธร หมายถึง แบก, รองรับ ค้ำรองรับ สนันสนุน ในบางบริบทหมายถึง พระวิษณุ และในอวตาร “กูรมาวตาร” และ “พระกฤษณะ” ยังร่วมถึงพระศิวะด้วย ส่วน ธเรนฺเทฺรศฺวร (ธรา+อินฺทฺร+อีศฺวร) ในมหากรุณาธารณีฉบับสั้นอื่นๆ ใช้ ธราณิราช ธเรศฺวร (ผู้เป็นเจ้าแห่งแผ่นดิน) ซึ่งมักหมายถึง พระวิษณุ

[6] ตรงคำว่า ชิน แปลว่า ผู้มีชัย ในประโยคว่า อารฺยาวโลกิเตศฺวร ชิน ฯ กฤษฺณชฏามกุฏ ตรงนี้ดูเหมือนมีการเล่นคำในธารณี กับประโยคถัดไป คือ ชิน ฯ กฤษฺณ ซึ่งคล้ายกับการสลับคำว่า กฤษฺณาชิน (หนังละมั่งดำ)
ในการแปลมหากรุณาธารณีฉบบับนี้ ผู้รู้ชาวจีนบางครั้ง แปล ชินฯกฤษฺณ ว่า หนังละมั่งดำ (鹿皮衣深藍) แต่ กฤษฺณาชิน มาจาก กฤษฺณ+อชิน ไม่ใช่ ชิน ในการแปลบทความนี้ไม่แปลข้ามประโยค จึงใช้คำแปลว่า ผู้มีชัย

[7] การเกล้ามุ่นผมเป็นมวยสูงที่เรียกว่าทรงชฎามกุฎ เป็นสัญลักษณ์ของของมุนี หรือ ฤๅษี อย่างหนึ่ง และเป็นเทวลักษณะของเทพเจ้าและพระโพธิสัตว์องค์อื่นๆ อีกหลายองค์ เช่น พระอวโลกิเตศวร พระศิวะ

[8] มหาสิทธวิทยาธร มีความหมายแยกดังนี้ สิทธะ หรือ มหาสิทธะ หมายถึงผู้สำเร็จ ผู้บรรลุ แต่ในมนตรยาน มีความหมายอีกอย่างว่า ผู้บรรลุในตันตระ และ มนตร์ต่างได้อีกด้วย

ส่วน วิทยาธร ในมนตรยาน มีความหมายว่า ผู้ทรงไว้ซึ่งวิทยา วิทยา ในมนตรยาน มักมีความหมายว่า มนตร์ศักดิ์สิทธิ์ หรือที่เรียกว่า วิทยมนตร์

[9] มหาพละ คุณลักษณะและพระนามหนึ่งของพระพุทธเจ้า และของพระศิวะในศิวปุราณะ ด้วย

[10] มหามัลละ เป็นพระนามหนึ่งของพระกฤษณะ จากการปราบนักมวยปล้ำชื่อจาณูระ ในมหาภารตะ

[11] มหาอจละ ในการออกมนตร์สันสกฤต คือ มหาจล มาจาก มหา+อจล หมายถึง ภูเขา (มั่นคง ไม่สั่นไหว) เป็นพระนามหนึ่งของของพระศิวะ ด้วย

[12] พระผู้มีวรรณะคล้ำ คือพระกฤษณะ อวตารพระวิษณุ ส่วน จงกำจัดให้สิ้น(นิรฺฆาตน) อาจสื่อถึงเหตุการณ์การสู้รบในสงครามกุรุเกษตรของพระกฤษณะ ในช่วงปักษ์ข้างแรม แต่นิรฺฆาตน ในความหมายทางพุทธศาสนา มักใช้กับการกำจัดตัณหา หรือ ความทะยานอยาก

[13] ผู้ในหัตถ์ถือดอกบัว หมายถึงพระวิษณุ

[14] นิศาจเรศวร เป็นพระนามหนึ่งของของพระศิวะในศิวปุราณะ

[15] สายยัชโญปวีตเป็นงูดำ สายยัชโญปวีตหรือสายธุรำ คือ เชือกหรือด้ายศักดิ์สิทธิ์ของพราหมณ์ เพื่อแสดงความบริสุทธิ์ สูงส่ง และศักดิ์สิทธิ์ เป็นเครื่องทรงพระศิวะด้วย

[16] หน้าหมูป่า เป็นพระพักต์ของพระวราหะ หรือ วราหาวตาร อวตารของพระวิษณุ ผู้ปราบหิรัณยากษะ

[17] พระตริปุรานตกะ เป็นพระนามหนึ่งของพระศิวะ หรือปางผู้ทำลายเมืองอสูรทั้งสาม

[18] พระนีลกัณฐะ เป็นพระนามหนึ่งของพระศิวะ คือผู้ดื่มพิษหลาหละ เพื่อปกป้องรักษาจักรวาลไว้ จนพระศอไหม้เป็นสีน้ำเงินเข้ม ในเหตุการณ์กวนเกษียรสมุทร

[19] พระมหากาล เป็นพระนามหนึ่งของพระศิวะ หรือปางผู้ทำลายล้างโลก

[20] พระวิษณุ ที่มีดอกบัวผุดขึ้นที่พระนาภี (สะดือ) เมื่อพระองค์บรรทม ก่อนที่จะสร้างจักรวาล ในตอนที่เรียกว่า วิษณุอนันตศายิน หรือ นารายณ์บรรทมสินธุ์

[21] หน้าสิงห์ เป็นพระพักต์ของพระนรสิงห์ หรือ นรสิงหาวตาร อวตารของพระวิษณุ ผู้ปราบหิรัณยกศิปุ

[22] พระอัฏฏหาสะ เป็นพระนามหนึ่งของพระศิวะ

[23] พระภควาน (ผู้มีโชค) ในวัฒนธรรมอินเดีย ใช้เรียก พระเป็นเจ้า หรือสิ่งที่ตนเองเคารพสูงสุด อย่าง พระศาสดาของศาสนา เช่น พระพุทธเจ้า พระมหาวีระ ไทยมักแปลว่า พระผู้มีพระภาคเจ้า

[24] ผู้ทรงเฝ้ามองและเพ่งดูอยู่ เป็นคุณลักษณะของพระอวโลกิเตศวร

[25] โลเกศวร เป็นอีกพระนามที่นิยมอีกพระนามของพระอวโลกิเตศวร

[26] ตถาคต (ผู้ไปถึงแล้วอย่างนั้น) ใช้เรียกพระพุทธเจ้า

[27] สวาหา มนตร์ คำท้ายประโยค อาจมีความหมายถึง กล่าวดีแล้ว, ขอจงเป็นเช่นนั้น, ขอถวายความเคารพบูชา หรือ เป็นการขอพร

[28] สิ่งของทั้ง ๔ คือ ดอกบัว คทา จักร สังข์ เป็นสิ่งของที่เป็นสัญลักษณ์ของพระวิษณุ ในที่นี้ มีการใช้ ไม้มหาลกุฏะ แทน คทา โดยอาวุธทั้งสองมีลักษณะคล้ายกัน คือเป็นลักษณะไม้กระบอง ซึ่งไม้มหาลกุฏะ เป็นอาวุธประจำของพระลกุลีศะ อวตารของพระศิวะ

[29] กฤษฺณาชิน (กฤษฺณ+อชิน) แปลว่า หนังสัตว์สีดำ โดยมากมักหมายถึง หนังละมั่งดำ อันเป็นเครื่องนุ่งห่มของมุนี หรือ ฤๅษี อย่างหนึ่ง และเป็นเทวลักษณะของเทพเจ้าและพระโพธิสัตว์องค์อื่นๆ อีกหลายองค์ เช่น พระอวโลกิเตศวร พระศิวะ

[30] ผู้นุ่งหนังเสือ หมายถึง พระศิวะ

ภาพ พระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวร
วัสดุ สำริด ขนาด 94 เซนติเมตร ประติมากรรมกลุ่มประโคนชัย อายุราวพุทธศตวรรษที่13 -14)

โมรปริตร ฝ่ายมนตรยานในมหามายูรีวิทยาราชญี คัมภีร์มนตรยาน หมวดปัญจรักษา---------------स्वस्ति रात्रौ स्वस्ति दिवा स्वस्ति...
08/01/2026

โมรปริตร ฝ่ายมนตรยาน
ในมหามายูรีวิทยาราชญี คัมภีร์มนตรยาน หมวดปัญจรักษา
---------------
स्वस्ति रात्रौ स्वस्ति दिवा स्वस्ति मध्यदिने स्थिते।
สฺวสฺติ ราเตฺรา สฺวสฺติ ทิวา สฺวสฺติ มธฺยทิเน สฺถิเตฯ
-
สวัสติ ราเตรา สวัสติ ทิวา สวัสติ มัธยะทิเน สถิเตฯ
ขอความสวัสดีจงมีในเวลากลางคืน
ขอความสวัสดีจงมีในเวลากลางวัน
ขอความสวัสดีจงมีแม้ในเวลาเที่ยงวัน
-
स्वस्ति सर्वम् अहोरात्रं सर्वबुद्धा दिशन्तु वः॥
สฺวสฺติ สรฺวมฺ อโหราตฺรํ สรฺวพุทฺธา ทิศนฺตุ วะ๚
-
สวัสติ สรรวัม อะโหราตรัม สรรวะพุทธา ทิศันตุ วะห์๚
ขอความสวัสดีจากปวงพระพุทธเจ้าทั้งหลาย
จงมีแด่ท่านในทุกเวลาทั้งวันคืน
-
नमोऽस्तु बुद्धाय नमोऽस्तु बोधये।
นโม’สฺตุ พุทฺธาย นโม’สฺตุ โพธเยฯ
-
นะโมสตุ พุทธายะ นะโมสตุ โพธะเยฯ
ขอนอบน้อมแด่พระพุทธเจ้า ขอนอบนอมแด่การตรัสรู้ ๚
-
नमोऽस्तु मुक्ताय नमोऽस्तु मुक्तये॥
นโม’สฺตุ มุกฺตาย นโม’สฺตุ มุกฺตเย๚
-
นะโมสตุ มุกตายะ นะโมสตุ มุกตะเย๚
ขอนอบน้อมแด่ผู้ปลดเปลื้องเป็นอิสระแล้ว
ขอนอบน้อมแด่ความปลดเปลื้องเป็นอิสระ[1] ๚
-
नमोऽस्तु शान्ताय नमोऽस्तु शान्तये।
นโม’สฺตุ ศานฺตาย นโม’สฺตุ ศานฺตเยฯ
-
นะโมสตุ ศานตายะ นะโมสตุ ศานตะเยฯ
ขอนอบน้อมแด่ผู้ถึงความสงบสันติแล้ว
ขอนอบน้อมแด่ความสงบสันติ[2] ๚
-
नमो विमुक्ताय नमो विमुक्तये॥
นโม วิมุกฺตาย นโม วิมุกฺตเย๚
-
นะโม วิมุกตายะ นะโม วิมุกตะเย๚
ขอนอบน้อมแด่ผู้หลุดพ้นแล้ว
ขอนอบน้อมแด่ความหลุดพ้น[3] ๚
-
ये ब्राह्मणा वाहितपापधर्माः। तेषां नमस् ते।
เย พฺราหฺมณา วาหิตปาปธรฺมาะฯ เตษํา นมสฺ เตฯ
-
เย พราหมะณา วาหิตะปาปะธรรมาห์ฯ เตษาม นะมัส เตฯ
พราหมณ์ผู้ลอยธรรมอันเป็นบาปเสียแล้วเหล่าใด ฯ ขอความนอบน้อมจงมีแด่ท่านเหล่านั้น[4] ฯ
-
मम सर्वसत्वानां च रक्षां कुर्वन्तु।
มม สรฺวสตฺวานํา จ รกฺษํา กุรฺวนฺตุฯ
-
มะมะ สรรวะสัตวานาม จะ รักษาม กุรวันตุฯ
ขอจงคุ้มครองรักษาข้าพเจ้าและสรรพสัตว์ทั้งหลาย ฯ
-
स्वस्ति मातुः।
สฺวสฺติ มาตุะฯ
-
สวัสติ มาตุห์ฯ
ขอความสวัสดีจงมีแก่มารดาฯ
-
स्वस्ति पितुः।
สฺวสฺติ ปิตุะฯ
-
สวัสติ ปิตุห์ฯ
ขอความสวัสดีจงมีแก่บิดา ฯ
-
स्वस्ति गर्भगतस्य।
สฺวสฺติ ครฺภคตสฺยฯ
-
สวัสติ ครรภะคะตัสยะฯ
ขอความสวัสดีจงมีแก่เด็กผู้อยู่ในครรภ์ ฯ
-
स्वस्ति द्विपदानां।
สฺวสฺติ ทฺวิปทานําฯ
-
สวัสติ ทวิปะทานามฯ
ขอความสวัสดีจงมีแก่บรรดาสัตว์สองเท้า[5] ฯ
-
स्वस्ति भवतु चतुष्पदानां।
สฺวสฺติ ภวตุ จตุษฺปทานําฯ
-
สวัสติ ภะวะตุ จะตุษปะทานามฯ
ขอความสวัสดีจงมีแก่บรรดาสัตว์สี่เท้า ฯ
-
स्वस्ति बहुपदानां।
สฺวสฺติ พหุปทานําฯ
-
สวัสติ พะหุปะทานามฯ
ขอความสวัสดีจงมีแก่บรรดาสัตว์หลายเท้า ฯ
-
स्वस्ति त्रिभवपर्यवपन्नानां।
สฺวสฺติ ตฺริภวปรฺยวปนฺนานําฯ
-
สวัสติ ตริภะวะปรรยะวะปันนานามฯ
ขอความสวัสดีจงมีแก่ผู้นับเนื่องในภพทั้งสาม[6] ฯ
-
स्वस्ति मम सर्वसत्वानां च स्वाहा॥
สฺวสฺติ มม สรฺวสตฺวานํา จ สฺวาหา
-
สวัสติ มะมะ สรรวะสัตวานาม จะ สวาหา๚
ขอความสวัสดีจงมีแก่ข้าพเจ้าและสรรพสัตว์ทั้งหลาย ๚ สวาหา๚
-

[1] มุกฺต ความปลดเปลื้องเป็นอิสระ เป็นชื่อหนึ่งของพระนิพพาน
[2] ศานฺต ความสงบสันติ เป็นชื่อหนึ่งของพระนิพพาน
[3] วิมุกฺต ความหลุดพ้น เป็นชื่อหนึ่งของพระนิพพาน
[4] พราหมณ์ ในวัฒนธรรมอินเดีย คือ ผู้ลอยบาปหรือล้างบาปในแม่น้ำได้ แต่ พราหมณ์ ในบริบทของพุทธศาสนาในหมายถึง ความเป็นอรหันต์ ได้แก่พระสัมมาสัมพุทธ พระปัจจเจกพุทธ พระอรหันต์ เหตุว่า เป็นผู้บริสุทธิ์ ชำระล้างบาปมลทินแห่งตนได้
[5] สัตว์สองเท้า ในที่นี้มีความหมายถึงมนุษย์ และผู้นับเนื่องในเทวดา
[6] ภพทั้งสาม คือ กามภูมิ รูปภูมิ อรูปภูมิ
----------
ภาพพระบฏบนผ้าไหม Kujaku Myoo หรือ มหามยุรีวิทยาราช Tokyo National Museum

ท่านสามารถอ่าน e-book ของทางโครงการ ผ่านแอปพลิเคชัน meb : mobile e-books อ่านฟรี หนังสือตรีวิธานศีลนี้ หนังสือที่มีเนื้อ...
30/12/2025

ท่านสามารถอ่าน e-book ของทางโครงการ ผ่านแอปพลิเคชัน meb : mobile e-books

อ่านฟรี หนังสือตรีวิธานศีลนี้ หนังสือที่มีเนื้อหาว่าด้วย หลักการปฏิบัติศีลในฝ่ายมหายาน โดยคัดเลือกมาจากพระสูตรและพระวินัย จำนวน ๗ คัมภีร์ ในพระไตรปิฎกจีน ฉบับไทโช

ตรีวิธานศีล 三聚淨戒:: e-book หนังสือ โดย ธนกฤต พรหมศิริ

ท่านสามารถอ่าน e-book ของทางโครงการ ผ่านแอปพลิเคชัน meb : mobile e-books อ่านฟรี หนังสือกษิติครรภโพธิสัตวปูรวปณิธานสูตร ...
18/12/2025

ท่านสามารถอ่าน e-book ของทางโครงการ ผ่านแอปพลิเคชัน meb : mobile e-books

อ่านฟรี หนังสือกษิติครรภโพธิสัตวปูรวปณิธานสูตร มหายานสูตรว่าด้วยประวัติพระกษิติครรภโพธิสัตว์ ได้ที่ :

กษิติครรภโพธิสัตวปูรวปณิธานสูตร:: e-book หนังสือ โดย พระวิศวภัทร มณีปัทมเกตุ

วันที่ ๑๔ พฤศจิกายน ๒๕๖๘ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินไปทรงพบ ประธานาธิ...
14/11/2025

วันที่ ๑๔ พฤศจิกายน ๒๕๖๘ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินไปทรงพบ ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง และนางเผิง ลี่หยวน ภริยา ในพิธีรับเสด็จอย่างเป็นทางการ ณ มหาศาลาประชาชน

ในโอกาสเสด็จพระราชดำเนินเยือนสาธารณรัฐประชาชนจีนอย่างเป็นทางการตามคำทูลเชิญของนายสี จิ้นผิง ประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน การเสด็จพระราชดำเนินเยือนในครั้งนี้ จะเป็นการกระชับสัมพันธไมตรีที่ใกล้ชิดระหว่างประเทศทั้งสองให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น และส่งเสริมความเข้าใจอันดีระหว่างประชาชนทั้งสองประเทศให้เพิ่มพูนยิ่งขึ้น อีกประการหนึ่งที่สำคัญคือจะเป็นวาระแห่งการเฉลิมฉลองการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตไทย-จีน ครบ ๕๐ ปี

อุษณีษวิชัยธารณี ฉบับที่เผยแพร่บนอินเตอร์เน็ตอุษณีษวิชัยธารณี เป็นธารณีที่เป็นที่รู้จักกันมาก อีกธารณีหนึ่งของฝ่ายมหายาน...
04/11/2025

อุษณีษวิชัยธารณี ฉบับที่เผยแพร่บนอินเตอร์เน็ต

อุษณีษวิชัยธารณี เป็นธารณีที่เป็นที่รู้จักกันมาก อีกธารณีหนึ่งของฝ่ายมหายาน ซึ่งปรากฏอยู่หลายฉบับ หลายสำนวนมาก นอกจากพบฉบับสันสกฤตที่มีหลายฉบับซึ่งพบในหลายแหล่งแล้ว ยังพบฉบับแปลใน มองโกล อูยกูร์ โขตาน ทิเบต จีน โดยเฉพาะในพระไตรปิฎกจีนและทิเบต ก็ปรากฎฉบับแปลอยู่หลายสำนวน

--------------------------

อุษณีษวิชัยธารณี นักวิชาการส่วนใหญ่เชื่อว่าเป็นต้นฉบับให้ อุณหิสสวิชัยคาถา คาถาต่ออายุของพุทธศาสนาเถรวาทในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

ในฉบับของฝ่ายมหายานบอกอานิสงค์ไว้ว่า สามารถชำระอุปสรรค ๓ คือ กรรม กิเลส วิบาก ให้บริสุทธิ์ ทำให้ผลวิบากจากอกุศลกรรมที่เคยทำไว้ เช่น การมีอายุสั้น การเกิดในทุคติอบายภูมิ ไม่มีผล จึงทำให้มีอายุยืนยาว แม้เสียชีวิตจักได้เกิดในสุคติ คือ เป็นมนุษย์และเทวดา

--------------------------

อุษณีษวิชัยธารณี ฉบับที่เผยแพร่บนอินเตอร์เน็ต ไม่ใช่ฉบับดั้งเดิม แต่เป็นฉบับชำระ โดย พุทธสมาคมเมืองราวัง รัฐสลังงอร์ ประเทศมาเลเซีย (Rawang Buddhist Association) โดย อ. Chua Boon Tuan (จีนฮกเกี้ยน : 蔡文端 ) ผู้เป็นประธานสมาคม และเจ้าของเว็บไซต์ ธารณีปิฎก (dharanipitaka) โดยท่านศึกษาภาษาสันสกฤต และอักษรสิทธัมในพระไตรปิฎกจีนด้วยตัวเอง

อุษณีษวิชัยธารณี ฉบับที่ อ. Chua Boon Tuan ถอดถ่ายเสียงกลับเป็นภาษาสันสกฤต ดูเหมือนว่า เป็นงานที่มีพื้นฐานจากงานของ ไดเซ็ตสึ เททาโร่ ซูซูกิ (鈴木 大拙 貞太郎) นักวิชาการและนักบวช ชาวญี่ปุ่น-อเมริกัน ที่ทำการศึกษาในปี ค.ศ. 1935

--------------------------

ซึ่งมีการปรับแก้เล็กน้อย โดยมากเป็นการปรับเสียงสระ และการตัดบทสมาสสนธิ โดยอิงเนื้อหาธารณีฉบับอักษรจีน จาก อุษณีษวิชัยธารณีสาธยายวิธี (佛頂尊勝陀羅尼念誦儀軌法) หมายเลข ๙๗๒ ฉบับแปลโดย พระอโมฆวัชระ ในสมัยราชวงศ์ถัง ในการถอดถ่ายเสียง

และอาจจะ อาศัยฉบับอักษรสิทธัม ภาษาสันสกฤต ในพระไตรปิฎกจีน ช่วยในการชำระ เช่น คู่มือวิธีปฏิบัติโยคะแห่งอุษณีษวิชัย ( 尊勝佛頂脩瑜伽法軌儀 ) หมายเลข ๙๗๓ แปลโดย พระศุภกรสิงหะ ในสมัยราชวงศ์ถัง

ซึ่งธารณีฉบับชำระนี้ ถูกปรับอีกครั้งเล็กน้อยนำไปใช้ในหนังสือ อุษณีษวิชัยธารณีสูตร ฉบับแปล ภาษาจีน/อังกฤษ/มาเลย์ แปลโดย สมาคมพุทธอุษณีษวิชัยแห่งมาเลเซีย (Malaysian Usnisa Vijaya Buddhist Association : MUVBA) ซึ่งตัวเนื้อความพระสูตรแปลจาก อุษณีษวิชัยธารณีสูตร (佛頂尊勝陀羅尼經) หมายเลข ๙๖๗ แปลโดย พระพุทธปาละ สมัยราชวงศ์ถัง แต่ตัวธารณีเป็น ธารณีฉบับชำระของ อ. Chua Boon Tuan

--------------------------

และถูกนำไปทำเป็นเพลงโดย ไอมี โอย (Imee Ooi) นักร้องเพลงแนวพุทธร่วมสมัย ชาวมาเลเซียเชื้อสายจีน และ Tinna Tinh นักร้องชาวเวียดนาม-เชค ในชื่อเพลง Usnisa Vijaya Dharani

โดยปกติ ตัวบทธารณี มักจะไม่แปล เพราะถือเป็นถ้อยคำศักดิ์สิทธิ์ ให้สวดตามนั้น ซึ่งส่วนมากแปลเอาความหมายทั้งประโยคไม่ได้ เพราะว่า ๑.ไม่มีความหมายโดยตรง ๒.ผิดไวยากรณ์ หรือ ไม่ครบประโยค ๓.เป็นเสียงของมนตร์ที่เปล่งออกมาเป็นจังหวะ

แต่ในที่นี้จะแปลไว้ให้เห็น ความหมายของศัพท์ โดยธารณีเป็นภาษาสันสกฤตแบบผสม ปริวรรตโดยยังไม่ตัดบทสมาสสนธิ และแปล มีเนื้อหาดังนี้

--------------------------
ตัวบทปริวรรตแบบแผน
--------------------------

[I] นโม ภควเต ไตฺรโลกฺย ปฺรติวิศิษฺฏาย พุทฺธาย ภควเต๚ ตทฺยถาฯ

[II] โอํ วิโศธย วิโศธย ฯ อสมสมสมนฺตาวภาสสฺผรณ คติคหน สฺวภาววิศุทฺเธฯ อภิษิญฺจตุ มามฺ๚ สุคต วรวจน อมฤตาภิเษไก มหามนฺตฺรปไท๚

[III] อาหร อาหร อายุะสํธารณิฯ โศธย โศธย คคนวิศุทฺเธ๚ อุษฺณีษวิชยวิศุทฺเธ สหสฺรรศฺมิ สํโจทิเต๚

[IV] สรฺวตถาคตาวโลกนิ ษฏฺปารมิตาปริปูรณิ๚ สรฺวตถาคตมติ ทศภูมิปฺรติษฺฐิเต๚ สรฺวตถาคตหฤทยาธิษฺฐานาธิษฺฐิต มหามุเทฺรฯ วชฺรกาย สํหตนวิศุทฺเธ๚ สรฺวาวรณาปายทุรฺคติ ปริวิศุทฺเธฯ ปฺรตินิวรฺตย อายุะ ศุทฺเธฯ สมยาธิษฺฐิเต๚

[V] มณิ มณิ มหา มณิฯ ตถตา ภูตโกฏิ ปริศุทฺเธฯ วิสฺผุฏ พุทฺธิ ศุทฺเธ๚ ชย ชยฯ วิชย วิชยฯ สฺมร สฺมรฯ สรฺว พุทฺธาธิษฺฐิต ศุทฺเธฯ วชฺรี วชฺรครฺเภ วชฺรํา ภาวตุ มม ศรีรํ๚

[VI] สรฺวสตฺตฺวานามฺ จ กาย ปริวิศุทฺเธฯ สรฺวคติ ปริศุทฺเธ๚ สรฺวตถาคต สิญฺจ เม สมาศฺวาสยนฺตุฯสรฺวตถาคต สมาศฺวาสาธิษฺฐิเต ๚

[VII] พุธฺย พุธฺยฯ วิพุธฺย วิพุธฺยฯ โพธย โพธยฯ วิโพธย วิโพธยฯ สมนฺตปริศุทฺเธ๚ สรฺวตถาคต หฤทยาธิษฺฐานาธิษฺฐิต มหามุเทฺร สฺวาหา๚

--------------------------
คำอ่านและคำแปล

--------------------------
ส่วนที่ [I]
--------------------------

[คำอ่าน]
นะโม ภะคะวะเต ไตร-โลกฺยะ ประติ-วิศิษฏายะ พุทธายะ ภะคะวะเต๚ ตัทยะถาฯ
-------------

[คำแปล]
ขอน้อบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคเจ้า ผู้ประเสริฐที่สุดใน ๓ โลก [1] พระพุทธเจ้า พระภควันต์[2]พระองค์นั้น ๚

(มนตร์ธารณีมี) ดังนี้ ฯ
-------------

[หมายเหตุ]
[1] ๓ โลก ได้แก่ กามภูมิ รูปภูมิ อรูปภูมิ
[2] ภควต แปลว่า โชค ความเจริญ เกียรติ ความงาม เป็นการเรียกสิ่งที่เคารพบูชาสูงสุด หรือ พระผู้เป็นเจ้า ในสังคมอินเดียโบราณ ไทยมักแปลว่า พระผู้มีพระภาคเจ้า พระภควันต์ ในที่นี้แปลไว้ทั้งสองแบบ

--------------------------
ส่วนที่ [II]
--------------------------

[คำอ่าน]
โอม วิ-โศธะยะ วิ-โศธะยะ ฯ อะสะมะ-สะมะ-สะมันตา-วะภาสัส-ผะระณะ [1] คะติ-คะหะนะ สฺวะ-ภาวะ-วิ-ศุทเธฯ อะภิษิญจะ-ตุ มาม๚

สุคะตะ วะระ-วะจะนะ อะ-มฺฤตา-ภิเษไก[2] มะหา-มันตระ-ปะไท๚
-------------
เนื้อร้องบางแห่งตัดบทสมาสสนธิ
[1] สมนฺตาวภาสสฺผรณ เป็น สมนฺต อวภาส สฺผรณ (สะมันตะ อะภาสะ สฺผะระณะ)
[2] อมฤตาภิเษไก เป็น อมฤต อภิเษไก (อะมฺฤตะ อะภิเษไก )
-------------

[คำแปล]
โอม จงชำระให้บริสุทธิ์ จงชำระให้บริสุทธิ์ ฯ สิ่งที่ไม่มีอะไรมาเทียบได้อันส่องแสงสว่างไสว [1] ที่แผ่ซ่านไปทั่วทุกหนทุกแห่งถึงป่ารกชัฏแห่งคติ [2] ข้าแต่ผู้มีสวภาวะบริสุทธิ์หมดจด [3] ฯ ขอจงอภิเษก[4]แก่ข้าพระองค์๚ จงอภิเษกน้ำอมฤตด้วยบทมหามนตร์ ซึ่งเป็นถ้อยคำอันประเสริฐของพระสุคตเจ้า (พระพุทธเจ้า)
-------------

[หมายเหตุ]
[1] อาจหมายถึง องค์พระพุทธเจ้าเอง หรืออาจหมายถึง พระอุณหิส หรือ พระอุษณีษะ คือ แผ่นกระดูกส่วนหน้าผากหรือกระหม่อมที่นูนออกมา ของพระพุทธเจ้า เป็นหนึ่งในลักษณะมหาบุรุษ ( บาลี: อุณหิสสีโส หรือ สันสกฤต อุษฺณีษศีรฺษะ )

ในทางมหายาน มักมีเรื่องราวเกี่ยว พระอุษณีษะของพระพุทธเจ้าที่สำแดงอานุภาพเปล่งแสงพุทธรังสี ในเชิงปาฏิหารย์อยู่บ่อยครั้ง เช่นใน ศูรางคมมนตร์ เป็นต้น

หรือไม่ก็หมายถึง ตัวอุษณีษวิชัยธารณีเอง ซึ่งมาจากปวงพระพุทธเจ้าทั้งหลายที่มีพระไวโรจนะเป็นประธาน โดยมีพระอุษณีษวิชัยเทวีโพธิสัตว์เป็น บุคคลาธิษฐานของธารณี

[2] คติ ๖ ได้แก่ ๑.นรก ๒.เปรต ๓.เดรัจฉาน ๔. อสูร ๕.มนุษย์ ๖.เทวดา (รวมพรหม) แต่ในฝ่ายเถรวาทมีเพียง ๕ คติ คือไม่มี อสูร

[3] สวภาวะ สภาวะที่อยู่ได้ด้วยตนเอง

[4] อภิเษก ความหมายเดิมคือการ การใช้น้ำรดลงศีรษะ ในพิธีสถาปนาหรือแต่งตั้ง

--------------------------
ส่วนที่ [III]
--------------------------

[คำอ่าน]
อาหะระ อาหะระ อายุห์-สัน-ธาระณิฯ[1] โศธะยะ โศธะยะ คะคะนะ-วิ-ศุทเธ๚
อุษณีษะ-วิชะยะ-วิ-ศุทเธ สะหะสระ-รัศมิ สัญ-โจทิเต๚ [2]

-------------
[1] สํธารณิ สํ ในที่นี้อักษรอนุนาสิก คือ น จึงอ่านว่า สัน แต่บางแห่งถอดเป็น สัม
[2] สํโจทิเต สํ ในที่นี้อักษรอนุนาสิก คือ ญ จึงอ่านว่า สัญ แต่บางแห่งถอดเป็น สัม
--------------------------

[คำแปล]
จงนำมา จงนำมาด้วยเถิด[1] ผู้ค้ำชูชีวิตให้ยืนยาว ฯ จงชำระ จงชำระด้วยเถิด ผู้บริสุทธิ์ดุจท้องฟ้านภากาศ ๚ บริสุทธิ์สมบูรณ์ด้วยพระอุษณีษะอันมีชัย ที่มีแสงรัศมีนับพันส่องแสงพวยพุ่งออกมามากมาย

-------------

[หมายเหตุ]
[1] อาหะระ มีหลายความหมาย เช่น ทำให้ นำเข้ามา นำไปถวายหรือสังเวย การทำให้สำเร็จ การจับ ยึด ยื้อ ไว้ และในที่นี้ ยังมีความหมายซ้อนอยู่ คือยังแปลได้ว่า อากาศที่หายใจเข้าไป การหายใจเข้า ซึ่งเป็นกิริยาเกี่ยวข้องกับการมีชีวิต

--------------------------
ส่วนที่ [IV]
--------------------------

[คำอ่าน]
สรรวะ-ตะถาคะตา-วะโลกะนิ ษัฏ-ปาระมิตา-ปะริปูระณิ๚ [1] สรรวะ-ตะถาคะตะ-มะติ ทะศะ-ภูมิ-ประติษฐิเต๚

สรรวะ-ตะถาคะตะ-หฤทะยา-ธิษฐานา-ธิษฐิตะ มะหา-มุเทร ฯ [2] วัชฺระ-กายะ สังหะตะนะ-วิ-ศุทเธ๚

สรรวา-วะระณา-ปายะ-ทุรคะติ ปะริ-วิ-ศุทเธฯ [3] ประติ-นิวรรตะยะ อายุห์ ศุทเธฯ สะมะยา-ธิษฐิเต๚ [4]

-------------
เนื้อร้องบางแห่ง ตัดบทสนธิ ของ
[1] ตถาคตาวโลกนิ เป็น ตถาคต อวโลกนิ (ตะถาคะตะ อะวะโลกะนิ)
[2] หฤทยาธิษฺฐานาธิษฺฐิต เป็น หฤทย อธิษฺฐาน อธิษฺฐิตะ (หฤทะยะ อธิษฐานะ อะธิษฐิตะ )
[3] สรฺวาวรณาปายทุรฺคติ เป็น สรฺว อาวรณ อปาย ทุรฺคติ (สรรวะ อาวะระณา อะปายะ ทุรคะติ)
[4] สมยาธิษฺฐิเต เป็น สมย อธิษฺฐิเต (สะมะยะ อะธิษฐิเต)
-------------

[คำแปล]
ปวงพระตถาคตเจ้า ผู้ทรงเพ่งมองดู[โลก]อยู่ทั้งหลาย ทรงสำเร็จบริบูรณ์ดีแล้ว ในปารมิตาทั้ง ๖ ๚ [1] ปวงพระตถาคตเจ้า ผู้ทรงพระปรีชาญาณทั้งหลาย ทรงสำเร็จมั่นคงดีแล้ว ในภูมิทั้ง ๑๐ ๚ [2]

ก็มหามุทรานี้ [3] มาจากปวงพระตถาคตเจ้าทั้งหลาย ที่ทรงได้อธิษฐาน[4]ด้วยอำนาจจากพระหฤทัยของพระองค์เอง ฯ ด้วยวัชระกาย (กายเพชร) อันแข็งแกร่งและบริสุทธิ์ ๚

(ซึ่งธารณีนี้) สามารถชำระอุปสรรคเครื่องขวางกั้น [5] ที่จะนำไปสู่อบายภูมิและทุคติ[6] ทั้งปวง ให้บริสุทธิ์บริบูรณ์ได้ ฯ ทำให้เวียนกลับไปสู่ชีวิตที่บริสุทธิ์หมดจดฯ เป็นไปด้วยด้วยอำนาจแห่งคำมั่นสัญญา(ของพระพุทธเจ้า)
-------------

[หมายเหตุ]
[1] ปารมิตาทั้ง ๖ คือบารมีที่พระโพธิสัตว์ฝ่ายมหายานควรบำเพ็ญ อันได้แก่ ทาน ศีล กษานติ (ขันติ) วีรยะ ธยานะ(ฌาน) ปรัชญา(ปัญญา)

[2] ภูมิทั้ง ๑๐ หรือ ทศภูมิ หรือ โพธิสัตว์ทศภูมิ เป็นลำดับขั้นการบรรลุพระโพธิสัตว์ของฝ่ายมหายาน หากบรรลุครบทั้ง ๑๐ ภูมิแล้วจะได้ตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้า ได้แก่ ประมุทิตา วิมลา ประภากรี อรจิษมตี สุทุรชยา อภิมุขี ทูรังคมา อจลา สาธุมตี ธรรมเมฆ

[3] มหามุทรา เฉพาะในที่นี้ หมายถึง การบำเพ็ญภาวนาในธารณีนี้ เช่น สวดสาธยาย หรือการทำสาธนะกรรม โยคะกรรมในธารณีนี้

[4] อธิษฐาน มีความหมายหลายนัยยะ เช่น ตั้งใจกำหนดเอาไว้ ความตั้งใจมั่นคงในจุดมุ่งหมายของตน ความตั้งจิตปรารถนา ในพุทธแบบตันตระ อย่าง มนตรยานและวัชรยาน อธิษฐาน (加持 : อธิษฺฐาน) มักหมายถึง อำนาจ ในการให้พร ให้คุณ ช่วยเหลือ ก็ได้ ในความหมายอย่างนี้ในภาษาไทยก็มีการใช้แนว ๆ นี้ เช่น การอธิษฐานจิตปลุกเสก เป็นต้น

[5] อาวรณ (อาวะระณะ) คือ อุปสรรค หรือ เครื่องกั้น พุทธศาสนาจำแนกไว้ จำแนกไว้ ๓ อย่าง ๑. กรรมเป็นเครื่องกั้น (บาลี.กมฺมาวรณ, สัน.กรฺมาวรณ ) ๒.กิเลสเป็นเครื่องกั้น (บาลี.กมฺมาวรณ , สัน. เกฺลศาวรณ) ๓. วิบากเป็นเครื่องกั้น (บาลี. สัน. วิปากาวรณ) ในที่นี้หมายถึง เฉพาะ กรรม กิเลส วิบาก ฝ่ายอกุศล ที่จะนำไปสู่ อบาย และ ทุคติ

[6] ทุคติ อบายภูมิ คือ ภพภูมิที่เป็นทุกข์แบ่งตาม คติ ๖ ได้ ๓ ประเภท คือ ๑.นรก ๒.เดรัจฉาน ๓.เปรต แบ่งตามภูมิได้ ๔ หรือที่เรียกว่า อบายภูมิ มี ๑.สัตว์นรก ๒.กำเนิดดิรัจฉาน ๓.เปรตวิสัย ๔.พวกอสุรกาย (ตามคติ อสุรกาย ถือเป็นคติเปรต แต่อยู่คนละภูมิกับเปรต )

--------------------------
ส่วนที่ [V]
--------------------------

[คำอ่าน]
มะณิ มะณิ มะหา-มะณิฯ ตะถะตา ภูตะโกฏิ ปะริ-ศุทเธฯ วิสผุฏะ พุทธิ ศุทเธ๚

ชะยะ ชะยะฯ วิชะยะ วิชะยะฯ สฺมะระ สฺมะระฯ สรรวะ-พุทธา-ธิษฐิตะ[1] ศุทเธฯ วัชฺรี วัชฺระ-ครรเภ วัชฺราม ภาวะตุ มะมะ ศะรีรัม๚
-------------
เนื้อร้องบางแห่ง ตัดบทสนธิ ของ
[1] พุทฺธาธิษฺฐิต เป็น พุทฺธ อธิษฺฐิต (พุทธะ อะธิษฐิตะ)
-------------

[คำแปล]
แก้วมณี แก้วมณี แก้วมณีอันยิ่ง ฯ ความเป็นเช่นนั้นเอง(ตถตา) คือความเป็นธรรมดาของสิ่งทั้งปวง (ภูตโกฏิ) นั้นบริสุทธิ์หมดจด ฯ พุทธิปัญญาอันแจ่มแจ้งยิ่ง นั้นบริสุทธิ์หมดจด ๚

ชัยชนะ ชัยชนะ ฯ ชัยชนะอันยิ่ง ชัยชนะอันยิ่ง ฯ จดจำไว้ จดจำไว้ ฯ อำนาจแห่งปวงพระตถาคตเจ้าทั้งหลายนั้นบริสุทธิ์หมดจด ฯ ขอพระวัชรครรภ์ผู้ถือวัชระ จงให้ร่างกายของข้าพระองค์เป็นเหมือนวัชระ๚

--------------------------
ส่วนที่ [VI]
--------------------------

[คำอ่าน]
สรรวะ-สัตตวานาม จะ กายะ ปะริ-วิศุทเธฯ สรรวะ-คะติ ปะริ-ศุทเธ๚

สรรวะ-ตะถาคะตะ สิญจะ เม สะมาศวาสะ-ยันตุฯ สรรวะ-ตะถาคะตะ สะมาศวาสา-ธิษฐิเต[1] ๚
-------------
เนื้อร้องบางแห่ง ตัดบทสนธิ ของ
[1] สมาศฺวาสาธิษฺฐิเต เป็น สมาศวาสะ อะธิษฐิเต (สะมาศวาสะ อะธิษฐิเต)
-------------

[คำแปล]
และสรรพสัตว์ทั้งปวง ก็มีกายบริสุทธิ์หมดจด ฯ คติทั้งปวง ก็บริสุทธิ์หมดจด๚

ขอปวงพระตถาคตเจ้าทั้งหลาย จงเทน้ำแห่งการปลอบประโลม [1] ลงที่ข้าพระองค์๚

ซึ่งปวงพระตถาคตเจ้าทั้งหลายเป็นผู้ทรงอำนาจในการปลอบประโลมฯ

[หมายเหตุ]
[1] สมาศฺวาส แปลว่า ปลอบประโลม ให้กำลังใจ, ปลอบใจ บรรเทา(ทำให้โล่งใจ) และยังหมายถึง มั่นใจ วางใจ เชื่อถือได้ และในที่นี้ ยังมีความหมายซ้อนอยู่ คือยังแปลได้ว่า ฟื้นคืนลมหายใจ เทียบบาลี คือ สมสฺสาส คือ ทำให้สดชื่น ให้เบาใจ ให้หายใจออก

--------------------------
ส่วนที่ [VII]
--------------------------

[คำอ่าน]
พุธยะ พุธยะฯ วิ-พุธยะ วิ-พุธยะฯ โพธะยะ โพธะยะฯ วิ-โพธะยะ วิ-โพธะยะฯ สะมันตะ ปะริศุทเธ๚

สรรวะ-ตะถาคะตะ-หฤทะยา-ธิษฐานา-ธิษฐิตะ มะหา-มุเทร สฺวาหา๚
-------------
ประโยคตัดบทสนธิ ได้อธิบายด้านบนแล้ว
-------------

[คำแปล]
จงตื่นรู้ จงตื่นรู้ฯ จงรู้แจ้ง จงรู้แจ้งฯ จงถึงโพธิ จงถึงโพธิฯ จงตรัสรู้ จงตรัสรู้ฯ ทุกสิ่งทุกอย่างถ้วนทั่วทั้งหมดทั้งสิ้น ก็บริสุทธิ์หมดจด ๚

ก็มหามุทรานี้ มาจากปวงพระตถาคตเจ้าทั้งหลาย ทรงได้อธิษฐานด้วยอำนาจจากพระหฤทัยของพระองค์เหล่านั้น ฯ สวาหา๚

ที่อยู่

88 หมู่1 ตำบล หอมเกร็ด อำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม
Nakhon Pathom
73110

เวลาทำการ

จันทร์ 09:00 - 17:00
อังคาร 09:00 - 17:00
พุธ 09:00 - 17:00
พฤหัสบดี 09:00 - 17:00
ศุกร์ 09:00 - 17:00

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ โครงการแปลพระสูตรมหายานจีน-ไทยเฉลิมพระเกียรติ 崇聖大乘佛經中泰翻譯組ผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์