26/08/2026
โลกทุกวันนี้ ต้องการสันติสุขจากข้างในมากเลย
กระแสโลกวุ่นวายร้อนแรง ต้องช่วยกันสร้างกุศลขึ้นมา
ในแต่ละจุดแต่ละหน่วย ให้เป็นกุศลแท้ ๆ
ก็จะทำให้แต่ละจุดนั้นมีความร่มเย็น
😇 จงไม่รู้จักอิ่มในกุศล และมีความเพียรไม่ถอยกลับ
---
ช่วงนี้มันก็มีเรื่องมากมายบนโลกใบนี้ เราก็ต้องพึ่งตนพึ่งธรรม
ต้องพึ่งคุณของพระพุทธเจ้า
การกล่าวคำสรรเสริญพุทธคุณ
การระลึกถึงการได้ฟังเรื่องราวของท่านเป็นบุญกุศล
ทำให้เรามีความสงบ มันก็จะเป็นพลังในการที่จะฟันฝ่าอุปสรรคต่าง ๆ
เราต้องพึ่งคุณของพระพุทธเจ้านึกถึงคุณท่าน ท่านบารมีมาก
สั่งสมบารมีมานานก็จะช่วยให้แต่ละที่แต่ละจุด มีความร่มเย็นได้นั่นเอง
.เราต้องอาศัยกายใจในการภาวนา .กายมนุษย์นี่มันเร่งความเพียรได้ดีนะ
อย่างถ้าเป็นกายเดรัจฉาน อย่างเรื่องของแมวชิซูกะ แมวที่สวนธรรม อย่างเงี้ย
ตอนเช้า มารอทุกเช้าเลยใช่ไหม รอใส่บาตร นอนฟังธรรม
เรายังดีนะ ได้ฟังคำสอนของพระพุทธเจ้า มีทางออกในสงสาร ถ้าช่วงบำเพ็ญบารมีอยู่ โลกก็เป็นช่วงเวลาที่พระพุทธเจ้าใช้คำว่ามืดเลยแหละ เวลาไม่มีคำสอนของพระองค์ เป็นช่วงเวลามืดมาก
มันไม่รู้สว่างคืออะไร ทางแห่งบุญคืออะไร
เจ้าชายสิทธทัตถะท่านก็ออกจากวังใช่ไหม ออกจากวังเห็นเทวทูตทั้งสี่ โตมาอยู่ในวังยี่สิบเก้าปี เจอเทวทูตทั้งสี่ ออกบวชมาที่แม่น้ำอโนมา แล้วก็แวะมาพักภาวนาอยู่แถวอัมพวัน
แล้วก็เดินทางมากรุงราชคฤห์ แคว้นมคธ มาพบพระเจ้าพิมพิสาร แล้วก็ไปเรียนกับอาจารย์ทั้งสอง สำเร็จสมาบัติเจ็ดกับแปด แต่ก็รู้สึกว่าไม่ใช่ทาง ท่านใช้เวลาเรียนตรงนี้ไม่นานนะ
อาจารย์ท่านแรกก็เรียนเจ็ดวัน
อาฬารดาบส อุทกดาบสเจ็ดวัน
เวลามันไม่นานเลยนะ มันแป๊บเดียว
ท่านก็ลงมาที่อุรุเวลาเสนานิคม
เดินลงมาเรื่อย ๆ
ถ้าใครเคยไปอินเดีย จะลงมาเรื่อย ๆ มาที่อุรุเวลาเสนานิคม ก็มาทำข้อวัตรเดียรถีย์ แล้วก็ทำทุกรกิริยา ซึ่งรวมกันทั้งหมดประมาณหกปี หกปีไม่ไม่ใช่แค่ว่าทำทุกรกิริยาอย่างเดียว แต่โดยรวมอันนี้ เขาเรียกว่า "อัตตกิลมถานุโยค"
ทำความเพียรไป ทำความเพียรมา
ก็เริ่มตกผลึกอะไรบางอย่าง คนที่จะบรรลุได้
ก็ต้องเป็นไม้แก่ที่จุดไฟง่าย และห่างไกลน้ำ
เวลาช่วงบำเพ็ญเพียรจะตรัสถึงพวกกามวิตก พยาบาทวิตก แล้วก็วิหิงสาวิตก ก็คือ กามพยาบาทเบียดเบียนนั่นเอง ที่มันจะต้องคอยชำระออกมา
พญามารก็เคยบอกไว้ ถ้ามีสิ่งนี้ขึ้นมาเมื่อไหร่ ก็ให้ระวังไว้ เดี๋ยวพญามารก็จะมาเล่นงานนั่นเอง
ทีนี้ พระองค์ก็รู้ว่ามันไม่ใช่ทางแล้ว
ก็เลยนึกถึงสมาธิวัยเด็ก พอรู้แล้ว ทำสมาธิวัยเด็กมันเป็นสมาธิที่ไม่บังคับกาย ไม่บังคับจิต ก็เริ่มกลับมาฉันพระกระยาหาร เพราะว่าถ้าทำสมาธิแบบนี้ การทรมานร่างกายมากเกินไป มันทำสมาธิแบบตอนวัยเด็กไม่ได้
ก็อาจได้รับเทวดาดีดพิณ ท้าวสักกะมาดีดพิณให้ฟัง ก็เลยได้ยินว่า มันต้องมีความเป็นกลาง พิณที่ตึงไปมันก็จะขาด หย่อนไปมันก็ไม่เป็นเพลง น่าจะต้องกลาง ๆ
ดังนั้น ทางเป็นกลาง ถ้าใครเคยฝึกอยู่ก็มันต้องเรียนทางสุดโต่งสองทางก่อน ถึงจะเริ่มเจอความเป็นกลางนั่นเอง
ดังนั้น สมาธินี่จะตรงทาง สมาธิตรงทาง ปัญญาตรงทาง สมาบัติก็ฝึกได้หมด นึกภาพนะ นั่นมันสัมมาหมดแล้ว
ถ้าใครเห็นต้นโพธิ์ก็จะรู้ว่า เวลาท่านนั่ง ท่านก็จะหันหน้าไปทางทิศตะวันออกนะ การตรัสรู้อยู่ทางทิศตะวันออก
เล่าให้ฟังเฉย ๆ อาจจะมองว่าเนี่ยต้นไม้เนี่ยที่จะเป็นจุดยืนยันการตรัสรู้
ก็ปูหญ้ากุสสะเสร็จ ท่านก็นั่ง
พอนั่งเสร็จอธิษฐานจิตเลย
ที่เราอธิษฐานกันไง เปิดให้ดูหน่อยจะได้รู้ว่าที่มาที่ไปของบทอธิษฐานทางความเพียร คือมาจากจุดนี้นี่ไง
บทอธิษฐานจิตทำความเพียร ไม่ใช่ท่านไปทำความเพียรที่เขาดงคสิริ
คือจุดนี้นะ เนี่ยเรารู้สึกได้ถึงธรรมสองอย่าง คือ
หนึ่ง.. ความไม่รู้จักอิ่มจากพอในกุศล คือมันเจริญได้เรื่อย ๆ อย่าเป็นผู้ที่อิ่มแล้ว ไม่ทำแล้ว แต่กุศลเจริญเรื่อย ๆ ไม่ถอยเลย ทำยิ่งขึ้นไป สร้างไปเรื่อย ๆ
สอง.. ความเป็นผู้ที่มีความเพียรไม่ถอยกลับ
ไม่ถอยแล้ว คือยังไงก็จะไม่ถอย เราตั้งความเพียรไว้ว่า..
“หนัง เอ็น กระดูก จักเหลืออยู่
เนื้อและเลือดในสรีระจักเหือดแห้งไปก็ตามที
ประโยชน์ใด อันบุคคลจะบรรลุได้ด้วยกำลัง
ด้วยความเพียร ด้วยความบากบั่น ของบุรุษ
ถ้ายังไม่บรรลุประโยชน์นั้นแล้ว จักหยุดความเพียรเสีย เป็นไม่มี”
อธิษฐานจิตนั่งโพธิบัลลังก์เลย ถ้าไม่บรรลุจะไม่ลุกเลย
การตั้งจิตอธิษฐานทำความเพียรก็ช็อตนี้เลย
แสดงว่า ที่ท่านกล้าเปล่งตั้งสัจจะนี่ คือ
บารมีใกล้เต็มแล้ว นั่นเองนะ
🧘ธรรมบรรยาย โดย พระวรินทร นิททโร
🌙 ค่ำวันอังคารที่ 24 มีนาคม 2569
#พระพุทธเจ้า #กุศล #ความเพียร #อัตตกิลมถานุโยค #อธิษฐาน #วิปัสสนา #สร้างบารมี #พระวรินทรนิททโร #เลิกทุกข์