31/08/2023
#เรื่องเล่าวัดนาทับ
#ตอนที่๑๒ #ท่านศรีทอง
ชื่อของท่านศรีทอง ปรากฏอยู่ที่ฐานระฆังของวัดนาทับ ที่จัดสร้างโดยท่านจางวางกรับ ปาลิต ความว่า
“จางวางกรับ ปาลิต สร้างอุทิศ แด่ ท่านศรีทอง เจ้าอาวาสวัดนาทับ พ.ศ. ๒๔๗๖”
เบื้องต้นผู้เขียนเองก็คาดการณ์ว่าท่านศรีทองน่าจะเป็นเจ้าอาวาสของวัดอยู่ในช่วงประมาณ พ.ศ.๒๔๗๖ แต่ข้อมูลหลังสุด ในช่วงเวลาดังกล่าว น่าจะมีพระอธิการล่อง เป็นเจ้าอาวาส
หากเทียบเคียงกับประวัติ ของจางวางกรับ ปาลิต
นายกรับ เกิดเมื่อ ปี พ.ศ.๒๔๑๗ อายุได้ประมาณ ๙-๑๐ ขวบก็ไปอาศัยอยู่ กับพระครูพิบูลย์สมณวัตร์(หลวงพ่อชุม) จัดมุจลินทวาปีวิหาร ต่อมาจะเดินทางไปที่จังหวัดนครศรีธรรมราช แต่เมื่อถึงสงขลาก็ไปพักที่วัดมัชฌิมาวาส พออายุครบบวช ก็ได้บวชที่วัดนี้ ในราว ปี พ.ศ.๒๔๓๗ และต่อมาก็ไปจำวัดต่อที่จังหวัดนครศรีธรรมราช โดยเตรียมตัวจะเดินทางไปกรุงเทพ
อยู่มาไม่นาน (ราวปี ๒๔๔๐) พระกรับ นึกถึงโยมพ่อที่นาทับ หลังจากออกพรรษาจึงชวนเพื่อนพระอีกคนจากนครศรีธรรมราช พายเรือกันมาพักที่สงขลา จนถึงช่วงฤดูมรสุมก็ลงเรือต่อมาเข้าพักที่นาทับ แต่ทราบว่าโยมพ่อกลับไปบ้านเกิดที่จังหวัดพัทลุง พระกรับจึงอยู่จำพรรษาที่วัดนาทับต่ออีก ๑ พรรษา รอจนออกพรรษา จึงเดินทางต่อไปหาโยมพ่อที่พัทลุง
ช่วงหลังของพระกรับ เมื่อสึกจากพระ ก็ได้รับตำแหน่งเป็นจางวางกรับ อยู่ที่วัดบวรนิเวศน์ จนนานมาก ก็คงระลึกถึงบ้านเกิดที่นาทับ จึงติดต่อมาทางวัดมัชฌิมาวาส ที่ท่านเคยจำพรรษา เพื่อให้ถามทางวัดนาทับ ว่าต้องการอะไรระหว่างพระประธาน กับหอระฆัง เมื่อทางวัดเลือก ต่อมาท่านจึงได้ส่งระฆัง มาให้ และจารึกไว้ที่ฐานระฆังว่า “จางวางกรับ ปาลิต สร้าง อุทิศแด่ท่านสีทอง เจ้าอาวาสวัดนาทับ พ.ศ. ๒๔๗๖” จึงคาดว่าท่านสร้างหอระฆังเพื่ออุทิศเป็นที่ระลึกให้กับเจ้าอาวาสสมัยที่ท่านเคยมาจำพรรษาสมัยหนุ่มๆ (พ.ศ. ๒๔๔๐ ) โดยระฆังดังกล่าวหล่อขึ้นในปี พ.ศ. ๒๔๗๕
จากข้อมูลเชื่อมโยงข้างต้น จึงคาดการณ์ว่า ท่านศรีทอง น่าจะเป็นเจ้าอาวาสวัดนาทับ อยู่ในช่วงประมาณ ปี ๒๔๔๐-๒๔๕๗ แล้วจึงต่อด่วยพระอธิการล่อง
เรื่องโดย สมเดช อุทัยรัตน์
๓๑ สิงหาคม ๒๕๖๖
อ้างอิง หนังสือ ๑.ประวัติวัดมุจลินทวาปีวิหาร โดย พระมุจลินทโมลี พ.ศ.๒๔๙๗
๒ .หนังสือ ประวัติ จางวางกรับ ปาลิต โดย พระมุจลินทโมลี พ.ศ.๒๕๐๗