ที่นี่ไม่วุ่นวาย ที่นี่ไม่ขัดข้อง

ที่นี่ไม่วุ่นวาย ที่นี่ไม่ขัดข้อง จรรโลงใจ

28/12/2022

ขอขอบคุณฝุ่นปลายเล็บทั้ง 40,000 ที่ติดตามเพจการ์ตูนธรรมะเล็กๆ เพจนี้ พวกคุณคือปริมาณของสัตว์ที่เมื่อจุติจากมนุษย์ไปแล้ว จะไม่กลับไปเกิดในนรก กำเนิดเดรัจฉาน เปรตวิสัย เพราะได้รู้ได้เห็นอริยสัจทั้งสี่ ตามที่พระศาสดาตรัสไว้
_____________
ภิกษุทั้งหลาย ! เธอทั้งหลายจะสำคัญความข้อนี้ว่าอย่างไร : ฝุ่นนิดหนึ่งที่เราช้อนขึ้นด้วยปลายเล็บนี้ กับมหาปฐพีนั้น ข้างไหนจะมากกว่ากัน ?
ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ! มหาปฐพีนั่นแหละเป็นดินที่มากกว่า ฝุ่นนิดหนึ่งเท่าที่ทรงช้อนขึ้นด้วยปลายพระนขานี้ เป็นของมีประมาณน้อย ฝุ่นนั้น เมื่อนำเข้าไปเทียบกับมหาปฐพี ย่อมไม่ถึงซึ่งการคำนวณได้ เปรียบเทียบได้ ไม่เข้าถึงแม้ซึ่งส่วนเสี้ยว.
ภิกษุทั้งหลาย ! อุปมานี้ฉันใด อุปไมยก็ฉันนั้นสัตว์ที่จุติจากมนุษย์ไปแล้ว จะกลับไปเกิดในหมู่มนุษย์ มีน้อย โดยที่แท้ สัตว์ที่จุติจากมนุษย์ไปแล้ว กลับไปเกิดในนรก กำเนิดเดรัจฉาน เปรตวิสัย มีมากกว่า โดยแท้.
ข้อนั้นเพราะเหตุไรเล่า ? ภิกษุทั้งหลาย ! ข้อนั้นเพราะความที่สัตว์เหล่านั้นไม่เห็นอริยสัจทั้งสี่.
อริยสัจสี่ อย่างไรเล่า ? สี่อย่างคือ :- อริยสัจคือทุกข์ อริยสัจคือเหตุให้เกิดขึ้นแห่งทุกข์ อริยสัจคือความดับไม่เหลือแห่งทุกข์ อริยสัจคือทางดำเนินให้ถึงความดับไม่เหลือแห่งทุกข์.
ภิกษุทั้งหลาย ! เพราะเหตุนั้น ในเรื่องนี้ เธอพึงประกอบโยคกรรมอันเป็นเครื่องกระทำให้รู้ว่า :- ทุกข์ เป็นอย่างนี้ เหตุเกิดขึ้นแห่งทุกข์ เป็นอย่างนี้ ความดับไม่เหลือแห่งทุกข์ เป็นอย่างนี้ ทางดำเนินให้ถึงความดับไม่เหลือแห่งทุกข์ เป็นอย่างนี้ ดังนี้.
ภิกษุทั้งหลาย ! เธอทั้งหลายจะสำคัญความข้อนี้ว่าอย่างไร : ฝุ่นนิดหนึ่งที่เราช้อนขึ้นด้วยปลายเล็บนี้ กับมหาปฐพีนั้น ข้างไหนจะมากกว่ากัน ?
ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ! มหาปฐพีนั่นแหละเป็นดินที่มากกว่า ฝุ่นนิดหนึ่งเท่าที่ทรงช้อนขึ้นด้วยปลายพระนขานี้ เป็นของมีประมาณน้อย ฝุ่นนั้น เมื่อนำเข้าไปเทียบกับมหาปฐพี ย่อมไม่ถึงซึ่งการคำนวณได้ เปรียบเทียบได้ ไม่เข้าถึงแม้ซึ่งส่วนเสี้ยว.
ภิกษุทั้งหลาย ! อุปมานี้ฉันใด อุปไมยก็ฉันนั้น : สัตว์ที่จุติจากมนุษย์ไปแล้ว จะกลับไปเกิดในหมู่เทวดา มีน้อย โดยที่แท้ สัตว์ที่จุติจากมนุษย์ไปแล้ว กลับไปเกิดในนรก กำเนิดเดรัจฉาน เปรตวิสัย มีมากกว่า โดยแท้.
ข้อนั้นเพราะเหตุไรเล่า ? ภิกษุทั้งหลาย ! ข้อนั้นเพราะความที่สัตว์เหล่านั้นไม่เห็นอริยสัจทั้งสี่.
อริยสัจสี่ อย่างไรเล่า ? สี่อย่างคือ :- อริยสัจคือทุกข์ อริยสัจคือเหตุให้เกิดขึ้นแห่งทุกข์ อริยสัจคือความดับไม่เหลือแห่งทุกข์ อริยสัจคือทางดำเนินให้ถึงความดับไม่เหลือแห่งทุกข์.
ภิกษุทั้งหลาย ! เพราะเหตุนั้น ในเรื่องนี้ เธอพึงประกอบโยคกรรมอันเป็นเครื่องกระทำให้รู้ว่า :- ทุกข์ เป็นอย่างนี้ เหตุเกิดขึ้นแห่งทุกข์ เป็นอย่างนี้ ความดับไม่เหลือแห่งทุกข์ เป็นอย่างนี้ ทางดำเนินให้ถึงความดับไม่เหลือแห่งทุกข์ เป็นอย่างนี้ ดังนี้.

-บาลี มหาวาร. สํ. ๑๙/๕๗๖/๑๗๙๒

22/04/2022

“เมื่อใดจิตไม่รับอารมณ์
มีลักษณะเหมือน“ตบมือข้างเดียว”
เสียงดังนั้น..ก็เป็นเสียงอีกเสียงหนึ่ง
เป็นเสียงของ“นิพพาน”
เป็นเสียงแห่งความเงียบ
เป็นเสียงแห่งความเย็น
เป็นเสียงแห่งความสงบ
ดังก้องทั่วไปทั้งจักรวาล
คือเสียงแห่งการตบมือข้างเดียว”
…. “ ธรรมดาคนตบมือสองข้างมีเสียงดัง นี้หมายความถึงจิตรับอารมณ์มาปรุงแต่ง มาเกิดความยึดมั่นถือมั่นนี้ มันก็ดังไปตามแบบของวัฏฏสงสาร คือ ดังไปในแบบของความทุกข์ แต่เมื่อใดจิตไม่รับอารมณ์ มีลักษณะเหมือนตบมือข้างเดียว เสียงดังนั้นก็เป็นเสียงอีกเสียงหนึ่ง เป็นเสียงของ“นิพพาน” เป็นเสียงแห่งความเงียบ เป็นเสียงแห่งความเย็น เป็นเสียงแห่งความสงบ ดังก้องทั่วไปทั้งจักรวาล คือเสียงแห่งการตบมือข้างเดียว ตบมือสองข้างเปาะแปะดังอยู่ที่ตรงนี้ แล้วก็เต็มไปด้วยความเดือดร้อน ตบมือข้างเดียวดังได้ยินทั่วจักรวาล มีแต่ความเย็น มีแต่ความเงียบ
…. นี้เป็นอุปมาที่ควรจะจำไว้ เพื่อสะดวกหรือง่ายแก่การคิดและการนึก การที่ตัดอวิชชาหรือตัดโอกาสของอวิชชา หรือตัดความชินความเคยชินของอวิชชาเสียได้นั้นเป็น“นิพพาน” สิ่งนี้ไม่เปลี่ยนแปลงจึงเรียกว่าเป็น“นิรันดร” เป็น“อนันตะ” สิ่งนี้ไม่มีความตายอีกต่อไปจึงเรียกว่า“อมตะ” คนเข้าใจผิดเอาไปไว้ที่อื่น ที่จริงนั้นมันก็อยู่ที่นี่ หาพบได้ในนิพพาน ที่ใดมีความร้อนมากที่นั่นจะหาพบความเย็นมาก ที่ใดมีความร้อนน้อยที่นั่นจะหาพบความเย็นน้อย ลองคิดดูให้ดี ความร้อนน้อยดับลงไปมันก็มีความเย็นน้อย ความร้อนมากดับลงไปมันก็มีความเย็นมาก เพราะฉะนั้น ความเย็นที่มากที่สุดนั้นจะต้องหาพบท่ามกลางความร้อนที่มากที่สุด จึงเกิดคำอุปมาขึ้นมาอีกว่า “จงพยายามหาจุดเย็นที่สุดในกลางเตาหลอม
…. คำว่าเตาหลอมนี้ ตามธรรมดาเราก็พอจะเข้าใจกันได้ว่า มันมีความร้อนมาก เพราะต้องการหลอมโลหะ เย็นที่สุดอยู่ตรงใจกลางเตาหลอม หมายความว่า ดับความร้อนสูงสุดลงได้เท่าใด ก็มีความเย็นสูงสุดที่นั่น เพราะฉะนั้น สังสารวัฏฏ์เท่าไร นิพพานก็เท่านั้น สังสารวัฏฏ์ร้อนเท่าใดนิพพานก็เย็นเท่านั้น สังสารวัฏฏ์ร้อนถึงที่สุดนิพพานก็เย็นถึงที่สุดเหมือนกันนั่นแหละ เราจะต้องหาให้พบว่า เย็นที่สุดนั้นจะอยู่ท่ามกลางร้อนที่สุด จนมีคำเปรียบว่า จงหาจุดเย็นที่สุดในกลางเตาหลอม ซึ่งในที่นี้เราจะพูดว่า “จงหานิพพานที่ใจกลางแห่งสังสารวัฏฏ์ คนโง่ก็หาไม่พบ คนมีปัญญาก็หาพบ คนฉลาดก็ค้าใกล้ๆ คนบ้าคนใบ้ก็ค้าไกลๆ คนโบราณก็พูดไว้ถูกดีแล้ว แต่คนเดี๋ยวนี้ไม่เข้าใจ ดังนั้น อาตมาจึงว่า เมื่อใดมีตัวกูของกู เมื่อนั้นมีวัฏฏสงสาร เมื่อใดไม่มีตัวกูของกู เมื่อนั้นมีนิพพาน แล้วก็ในจิตดวงเดียวกันนั่นเอง ในร่างกายอันเดียวกันนั่นเอง ในนามรูปอันเดียวกันนั่นเอง เมื่อใดมีตัวกูของกูโผล่หัวโผล่หูขึ้นมา มันก็มีวัฏฏสงสาร ขณะใดไม่มีตัวกูของกูโผล่หัวโผล่หูขึ้นมา มันก็มีนิพพาน...”
พุทธทาสภิกขุ
ที่มา : ธรรมบรรยายหัวข้อเรื่อง “ในวัฏฏสงสารมีนิพพาน” บรรยายเมื่อวันที่ ๒ มิถุนายน ๒๕๑๑ ที่สวนโมกขพลาราม อำเภอไชยา เอกสารธรรมะชุดมองด้านใน อันดับที่ ๑๗ พิมพ์ในหนังสืออนุสรณ์ ๑๐๐ ปี พุทธทาส งานบรรลือธรรม เล่มที่ ๒ ชื่อหนังสือ “วิธีชนะความตาย” หน้า ๓๔๓ - ๓๔๕

21/01/2022

การถือศีลเพียงอย่างเดียว
ยังพาไปนิพพานยังไม่ได้
เพราะใจยังสามารถเป็นทุกข์ได้อยู่
แต่จิตที่ทรงศีล
นับเป็นสมาธิชนิดหนึ่ง
คือ มีความตั้งมั่นในกุศลธรรม
ประกันได้ว่า
ชาตินี้จะไม่เดือดเนื้อร้อนใจ
หรือที่เดือดเนื้อร้อนใจอยู่
ก็จะค่อยๆบรรเทาเบาบางลง
และประกันได้ว่าชาติหน้า
จะไปที่สบายหายห่วง
หรือไม่ต้องมีชาติหน้าอีก
ถ้าต่อยอดด้วยการเจริญสติตรงทาง
. .. .. .. .. .. .. .. .. ..

ในชีวิตคนคนหนึ่ง
เราต้องเคยรู้จัก
คนที่มีความสุขครบทุกด้านเลย
ฐานะอะไรก็ดี
มีแฟนก็น่ารัก อยู่กันโดยดี
แม้กระทั่งความคิดอ่านก็ดีไปหมด
ครบไปหมดทุกอย่าง
พวกนี้คือรักษาศีลมาสะอาดนั่นเอง

ส่วนการเป็นคนที่มีศีลไม่ครบทุกข้อ
สิ่งที่เห็นได้ชัดอย่างหนึ่ง
ก็คือการเป็นมนุษย์ธรรมดาคนหนึ่ง
ที่ไม่เพอร์เฟค
ไม่ได้รับความสุขในทุกๆทาง
อย่างหลายคนที่คุณเคยเห็น
. .. .. .. .. .. .. .. .. ..

#ไม่สามารถถือศีลได้ครบ๕ข้อ

ขอให้เลือกเอาข้อใดข้อหนึ่ง
ที่ทำผิดเป็นประจำ
แต่ง่ายที่สุดที่เราจะรักษา
เช่น เคยพูดปดเอาตัวรอด
ก็ตั้งใจงดเว้นเด็ดขาด

เพียงคิดรักษาศีลข้อใดข้อหนึ่งให้ได้มั่นคง
ก็จะสร้างวินัยขึ้นมา
ตัววินัยนั่นเองที่เป็นขันติบารมี
ทำให้จิตใจแกร่งขึ้นเรื่อยๆ
ตามวันเวลาที่สามารถรักษา

ปกติถ้าคิดจะถือศีลในข้อที่ทำผิดเป็นประจำ
ธรรมชาติจะส่งบททดสอบมาให้ทันที
และมักเป็นเรื่องชินๆอยู่ว่า
ต้องทำ ไม่ทำไม่ได้
หากคุณฝืนสำเร็จ
ตัดใจว่าเอาชีวิตใหม่เป็นเป้าหมาย
ต้องบุกน้ำลุยไฟแค่ไหนไม่สน
นั่นแหละ
การเปลี่ยนแปลงนิสัยทางความคิดที่แท้จริง
. .. .. .. .. .. .. .. .. ..

การรักษาศีล
ได้บุญยิ่งกว่าการให้ทรัพยทานทั้งปวง
พระพุทธเจ้าตรัสว่า
ศีล ได้ชื่อว่าเป็นมหาทาน
เพราะทำให้สัตว์โลก
เพื่อนร่วมทุกข์ร่วมสุขของเรา
รอดพ้นจากภัยอันตรายอันเกิดจากน้ำมือของเรา

โอกาสที่คนคนหนึ่ง
จะรักษาศีลได้สะอาด
บริสุทธิ์ครบชั่วชีวิต
ไม่ใช่เรื่องง่ายๆ
แต่ถ้าใครตั้งใจเอาจริงว่า
ยอมตายดีกว่าผิดศีล
มันก็ต้องทำได้จนได้แหละ

เรื่องยาก
คือเรื่องที่ทำได้
แต่ต้องอาศัยกำลังใจที่ยิ่งใหญ่
เกินมนุษย์ธรรมดานะครับ!

27/12/2021

เดอะ เมทริกซ์ (The Matrix) เนี่ย ถ้าเปรียบแล้ว แอดว่า ช่างคล้ายโลกฝ่ายสังขตะที่พระพุทธเจ้าทรงพยายามบอกพวกเราให้รู้ตัว! ให้ตื่นขึ้นและถอดปลั๊กหลุดพ้นออกมาจากมันให้ได้ เพื่อกลับมาสู่โลกฝ่ายอสังขตะซะที ไม่เช่นนั้นแล้ว เราก็จะวนเวียน วนลูปอยู่ในโลกสังขตะ หรือสังสารวัฏ (The Matrix) ต่อไป หาที่สุด เบื้องต้นเบื้องปลายไม่ได้ (ความคิดแอดเองนะ)
แต่ก็นั่นแหละ หนังก็คือหนัง ถ้าว่ากันตามจริง เมื่อนีโอรู้ตัวและถอดปลั๊กหลุดจาก The Matrix ได้แล้ว มาสู่ไซออนที่เป็นโลกจริงๆ วันหนึ่งนีโอก็ต้องตาย! เมื่อตายแล้วก็ต้องเกิด(เป็นอะไรไม่รู้) วนเวียนอยู่ในสังสารวัฏ(ที่เขาเรียกว่าไซออน) ตราบนานเท่านาน ถ้าไม่เป็นผู้ได้สดับคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า(พุทธวจน)
และหนึ่งในวิธีหลุดพ้น(ถอดปลั๊ก)แบบที่พระพุทธเจ้าบอกสอนก็คือ การทำอานาปานสติสมาธิ ซึ่งเมื่อกระทำแล้วจะเกิด ฌาน อันเป็นบาทฐานแห่งการเข้าวิมุตติ(หลุดพ้นจากสังขตะเพื่อกลับเข้าสู่อสังขตะ)
อ้อ และก็ไม่จำเป็นต้องเข้าฌาน 4 เท่านั้นนะ พระพุทธเจ้าตรัสว่า ปฐมฌานก็เป็นบาทฐานในการเข้าวิมุตติได้
the มาเถอะ มาทำฌานทั้งสี่ กันเถอะ
________________________
คลิกอ่านพระสูตร ->
https://buddhawajanatoon.blogspot.com/2021/12/blog-post_26.html

>>ขอเชิญ PRE-ORDER หนังสือ พระ-ตูน-ปีดก>> https://ko-fi.com/buddhawajanatoon

ช่องทางสนับสนุนเพจ (เพียงซื้อสินค้าอะไรก็ได้ผ่าน link ครับ)
Shopee >>> https://shp.ee/rwgagpj

"ปรินิพพาน"..........พระพุทธองค์ได้ตรัสแก่ภิกษุสงฆ์เป็นครั้งสุดท้าย ว่า “ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย, สังขารทั้งหลายทั้งปวงมีควา...
26/11/2021

"ปรินิพพาน"
..........พระพุทธองค์ได้ตรัสแก่ภิกษุสงฆ์เป็นครั้งสุดท้าย ว่า “ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย, สังขารทั้งหลายทั้งปวงมีความสิ้นไปและเสื่อมไปเป็นธรรมดา ท่านทั้งหลายจงทำความรอดพ้นให้บริบูรณ์จนถึงที่สุดด้วยความไม่ประมาทเถิด” ..........แล้วพระพุทธองค์ก็เสด็จดับขันธ์ ไม่มีสิ่งใดเหลืออยู่สำหรับการเกิดขึ้นในโลกนี้ หรือโลกไหน อีกต่อไป พระพุทธองค์ได้เสด็จปรินิพพานด้วยอาการอย่างนี้..............เวลาล่วงมาถึง 25 ศตวรรษแล้ว นับตั้งแต่พระสิทธัตถะได้ตรัสรู้เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้า และเสด็จปรินิพพานที่นอกเมืองกุสินาราในประเทศอินเดีย แต่คำสั่งสอนอันประเสริฐของพระองค์หาได้ล่วงลับไปด้วยไม่ คำสั่งสอนเหล่านั้นยังคงอยู่ เป็นเครื่องนำบุคคลให้ข้ามขึ้นพ้นจากความมีชีวิต ขึ้นไปสู่สิ่งซึ่งมีคุณค่ายิ่งกว่าชีวิต สำหรับคนจำนวนล้านๆ ในโลกนี้.............เป็นเวลากว่า 2,500 ปีมาแล้ว หนึ่งในสามของมนุษย์ที่อาศัยในโลก ได้เอ่ยพระนามของพระองค์ด้วยความเคารพอย่างสูงสุดว่า พระองค์เป็นพระอรหันต์ พระผู้มีพระภาค เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เป็นพระศาสดาผู้สั่งสอนเทวดาแลมนุษย์ ด้วยเรื่องแห่งพระนิพพาน และหนทางปฏิบัติเพื่อลุถึงนิพพานนั้น...

คัดลอกบางส่วนจาก พุทธประวัติ ฉบับสำหรับยุวชน ท่านพุทธทาสภิกขุ แปลและเรียบเรียงจาก ฉบับภาษาอังกฤษ ของ ภิกษุสีลาจาระ (J.F. Mc kechnie)
แหล่งที่มา: http://www.baanjomyut.com/pratripidok/buddhaprawat/index.html

ที่อยู่

Muang Yasothon
35000

เบอร์โทรศัพท์

+6645712713

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ ที่นี่ไม่วุ่นวาย ที่นี่ไม่ขัดข้องผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์