วัดป่าบวรสังฆาราม จ.สุรินทร์

วัดป่าบวรสังฆาราม จ.สุรินทร์ วัดป่าสายวิปัสนากัมมัฏฐาน ตั้งอยู่ตรงข้ามเรือนจำสุรินทร์
(1)

จากนางงาม สู่คุณครูผู้เป็นแม่...ป้า...ย่า...ทวด​ ของทุกคนย้อนไปเมื่อราว 50 ปีที่แล้ว คุณพ่อธวัช คุณแม่สมคิด ปาลกะวงศ์ ณ ...
05/04/2026

จากนางงาม สู่คุณครู
ผู้เป็นแม่...ป้า...ย่า...ทวด​ ของทุกคน

ย้อนไปเมื่อราว 50 ปีที่แล้ว คุณพ่อธวัช คุณแม่สมคิด ปาลกะวงศ์ ณ อยุธยา หมดสัญญาจ้างจากกองทัพสหรัฐอเมริกา ยุคสงครามเวียดนามสิ้นสุดลง ทั้งคู่ต้องตระเวนหางานใหม่และย้ายรกรากจากฝากฝั่งอีสานมาสู่เมืองหลวง เช่าบ้านหางานสร้างเนื้อสร้างตัวเฉกเช่นคู่หนุ่มสาวทั่วไปในยุค 70-80 ซึ่งในขณะนั้นคู่สามีภรรยามีลูกชายแล้ว 3 คน คือ เด็กชายวรเมศร์ ปาลกะวงศ์ ณ อยุธยา (พระครูสติสัมปัน) อายุ 10 ขวบ เด็กชายตรีเทพ ปาลกะวงศ์ ณ อยุธยา (คุณจุ้ย) และเด็กชายพงษ์เทพ ปาลกะวงศ์ ณ อยุธยา (คุณแม็ค) อายุ 2 ขวบ เพื่อบรรเทาภาระและคลายความเป็นห่วงเด็กๆทั้ง 3 คน ธวัช-สมคิดจึงตัดสินใจส่งลูกที่โตกว่าคือคนโต และคนรองไปฝากให้อยู่ในความอุปการะของพี่สาว และพี่เขยที่อำเภอกระสัง จังหวัดบุรีรัมย์ ซึ่งก็คือลุงหมอ สมุทร สมัครการ และป้าจี๊ด วันดี สมัครการ

ตลอดระยเวลาเกือบ 2 ปีชีวิตของเด็กน้อยทั้งสอง อยู่ภายใต้การดูแลของคุณลุงซึ่งเป็นสัตวแพทย์ และคุณป้าที่เป็นคุณครู แม้เป็นเพียงระยะเวลาอันสั้นแต่ก็เต็มไปด้วยความสุข ความทรงจำ เด็กน้อยทั้ง 2 ติดพูดอีสานตลอดเวลา ป้าก็คอยพร่ำสอนว่าพูดได้ที่บ้าน ไปโรงเรียนต้องพูดกลาง แต่บางทีก็หลุดถ้อยคำสำเนียงบ้าง ป้าจัดการศึกษาให้หลาน โดยพี่คนโต เด็กชายเอฟ (พระครูสติสัมปัน) เข้าเรียนป.4 โรงเรียนอำเภอบ้านกระสัง น้องชายจุ้ยก็ตามพี่ชายไปในวันส่งตัวเข้าห้องที่ป้าจี๊ดนำมาฝากฝังเพื่อนครูที่เป็นครูประจำชั้น น้องชายจัดแจงวิ่งหาเก้าอี้นั่งข้างๆพี่ชายด้วยตัวติดกันมาตั้งแต่เด็ก จึงคิดว่าจะได้เรียนห้องเดียวกัน ป้าก็บอก “จุ้ยต้องไปเรียนอีกห้องนึงนะลูก ตอนเย็นเลิกเรียนแล้วค่อยเจอกัน” ป้าบอกหลานด้วยสำเนียงเย็นระรื่นพร้อมรอยยิ้มหากแต่ทรงพลังแห่งความเป็นครู หลานน้อยจึงต้องแยกไปเรียนห้องป.1 ของตัวเอง

ท่ามกลางท้องทุ่งนากว้างใหญ่ แสงแดดรำไรฉาบทาขอบฟ้าทุกยามเย็น เด็กน้อยทั้ง 2 คนได้วิ่งเล่น ได้จับตั๊กแตน ได้เล่นลูกหิน วิ่งไล่จับตามประสาอย่างมีความสุข แม้จะคิดถึงพ่อกับแม่จับใจ แต่ก็คลายความรู้สึกไปได้บ้างยามได้เล่นสนุกเช่นนี้ทุกเมื่อเชื่อวัน เย็นย่ำ ป้าจี๊ดกลับมาบ้าน จะจับเด็กทั้ง 2 มานั่งทำการบ้าน สอนทุกอย่างแบบฉบับคุณครู นอกจากความถูกต้องของแบบฝึกหัดแล้ว ป้าจะสอนเรื่องความสะอาด ตีเส้นตรง และลายมือ บางครั้งมีเอาไม้บรรทัดตีมือเบาๆ กระตุ้นเตือนว่าเริ่ม “โย้เย้ ไม่สวยแล้วนะ” จนลายมืองามๆนี้ติดตัวเด็กทั้ง 2 มาตลอดชีวิตในวัยเรียนทุกระดับ จนได้รับคำชมจากครู อาจารย์และคนรอบข้างอยู่เสมอ

ข้าว ปลา อาหาร ป้าจี๊ดรู้ว่าหลานชอบกินอะไร ก็จะพยายามทำให้กิน แม้รสมือป้าจะไม่เหมือนรสมือแม่ แต่เด็กทั้งสองก็คลายความคิดถึง และอิ่มหนำเช่นนี้ไม่ว่าจะมื้อใดก็ตาม

ลุงป้า มีลูกชาย 4 คน คือพี่ตุ้ม พี่ตั๋น พี่ตุ้ย และพี่ติ้ว จึงมีทักษะการลี้ยงเด็กผู้ชายขั้นเทพ ดูแล สั่งสอน พาไปเที่ยว พาไปทำกิจกรรมต่างๆอยู่เป็นเนืองๆ ยังจำได้ว่าครั้งหนึ่งทั้ง 2 สามีภรรยา ต้องไปทำหน้าที่นำแคมป์ไฟ หรือกิจกรรมรอบกองไฟ ของการเข้าค่ายลูกเสือของโรงเรียน พวกเราแปลกใจมาว่าป้าที่สุขุมใจเย็น น่ากลัวในทีนี้ พอนำกิจกรรมรอบกองไฟป้าก็สนุกสนานรื่นเริง และมีความงามแบบฉบับสตรีที่มีชาติตระกูลยามวงหน้ากระทบกับแสงสว่างเรื่อเรืองจากกองไฟจึงไม่แปลกใจว่าอดีต ป้าจี๊ดเคยเป็นนางงามบุรีรัมย์มาก่อน และมาหลงคารมณ์หมอหนุ่มจากเมืองลพบุรีอย่างลุงหมอจนตกร่องปล่องชิ้นอยู่กินด้วยกันตราบวาระสุดท้าย

วันเวลาชีวิตดำเนินไปอย่างรวดเร็วปีเกือบ 2 ปี ที่เด็กทั้งสองคนมาอยู่กับลุงป้า เย็นวันหนึ่งเด็ก 2 พี่น้องไปวิ่งเล่นที่คันนาเฉกเช่นทุกวันก่อนจะกลับไปอาบน้ำทำการบ้านทานข้าวเย็น น้องเล่นปิดตาไล่จับพี่ชายอย่างสนุกสนาน ใครจะไปรู้ว่านั่นเป็นวันสุดท้ายที่ทั้งคู่จะได้เล่นวิ่งไล่จับกันทีลานท้องทุ่งใกล้บ้านพักอำเภอกระสัง น้องชายเดินก้าวพลาด ตกคันนาบริเวณที่มีความชันพลัดตกหัวฟาดฟื้นสลบไสลไม่ได้สติ เช้าวันรุ่งขึ้นเด็กน้อยฟื้นคืนสติ พบคนที่นั่งข้างๆคือป้าจี๊ดที่กำลังนั่งรอป้อนข้าวให้หลานชาย เด็กน้อยยังไม่คลายอาการปวดหัว วิงเวียนให้จะอาเจียนตลอดเวลาที่ทานอาหาร ป้าก็คอยจะไปทำอาหารที่เป็นของโปรดของหลานชาย ทั้งแกงจืดวุ้นเส้น ไข่ตุ๋น หรือแม้แต่ขนมจีนน้ำยา แต่หลานก็ยังทานได้แต่เพียงน้อยนิด ผู้เป็นป้าจึงตัดสินใจโทรหาน้องชาย และน้องสะใภ้พ่อแม่ของหลาน ให้แวะมาดูหลานหน่อย เพราะนอกจากจะไม่สบายแล้วคงคิดถึงพ่อแม่ หรือ Home Sick อะไรทำนองนั้น พ่อธวัช แม่สมคิดไม่รอช้ารีบขึ้นมาหาลูก พอลูกเจอหน้าพ่อแม่ก็ร้องไห้สะอึกสะอื้นด้วยไม่สบายและความคิดถึง จากวันนั้นหลังลูกหายดีแล้ว พ่อกับแม่จึงตัดสินใจรับลูกทั้ง 2 คนกลับมาอยู่ที่บ้านซอยลาดพร้าว 18 เข้าเรียนและเติบโตมาเป็นเด็กกรุงเทพฯตราบจนทุกวันนี้

ในช่วงการสร้างเนื้อสร้างตัวของ 2 สามีภรรยา จากลูก 3 คน แม่ได้ให้กำเนินลูกชายคนสุดท้องคือ “โอล่า” เด็กชายจุลเทพ ปาลกะวงศ์ ณ อยุธยา ชีวิตในเมืองหลวงรายได้ดีแต่ค่าใช้จ่ายก็สูง ทั้งคู่เก็บหอมรอมริดซื้อบ้าน ซื้อรถ ให้การศึกษาลูก แต่ขณะเดียวกันก็ต้องฟันฝ่าภาระงาน ภัยเศรษฐกิจต่างๆจนขาดการติดต่อซึ่งกันและกันกับครอบครัวป้าจี๊ด กินเวลาเกือบ 10 ปี ป้าจี๊ดและน้องสาวคนเล็ก “อารี” หรือ วัลลีย์ ปุญญปรมัตถ์ น้องสาวคนสุดท้องออกตามหาครอบครัวน้องและพี่ชายผ่านทางระบบราชการต่างๆ (เพราะสมันนั้นยังไม่มีอินเตอร์เน็ต ยังไม่มีมือถือ ยังไม่มีโซเชียล) จนกระทั้งมาพบว่าครอบครัวน้องชายย้ายมาปักหลักที่จังหวัดระยอง ป้าจี๊ดกับอารี จึงเดินทางมาหาน้องชายและน้องสะใภ้ถึงบ้านระยอง ภาพพี่สาว น้องชายและน้องสาวคนสุดท้องกอดกันกลมพร้อมรอยยิ้มเจือคราบน้ำตา ทั้ง 3 พูดคุยสารทุกข์สุกดิบ และพักค้างคืนอยู่อีก 2 – 3 วัน จึงจากลา แต่นั้นครอบครัวเล็กก็เชื่อมต่อกับอีกหลายครอบครัวพี่น้องกลายเป็นครอบครัวใหญ่ มีลูกพี่ลูกน้องเข้ามาเป็นเครือญาติที่อบอุ่นกันมากยิ่งขึ้น และช่วยเหลือเกื้อกูลกันมาตลอด

ในช่วงหนึ่งนั้น ลูกชายคนโตของบ้าน “เอฟ” (พระครูสติสัมปัน) ประสบปัญหาชีวิต หน้าที่การงานรวมถึงคนรัก​ ล้วนล้มเหลว และไปอยู่ในความดูแลของน้องชาย (จุ้ย) ติดสอยห้อยตามกันไปทำงานทั้งเหนือ ใต้ ออก ตก แต่ด้วยผลกระทบจากการดื่มจัดจนทำให้ร่างกายทรุดโทรม ความคิด ความจำ ความอ่านเลอะเลือน จนเกินจะเยียวยา และอาจเกิดอุบัติเหต อุบัติภัยร้ายถึงชีวิตได้หากปล่อยไปเช่นนี้ น้องชายจึงโทรหาป้า ปรึกษาว่าจะทำอย่างไรดี ป้าจี๊ดจึงเป็นธุระช่วยโดยแนะนำให้พาหลานชายที่ตนเคยเลี้ยงดูแต่เด็กมาบวช โดยให้หลานคนรองพาพี่ชายมาให้เร็วที่สุด เมื่อมาถึงป้าก็เป็นธุระประสานติดต่อ “พระจารย์ตี๋” ท่านเจ้าอาวาสองค์ก่อนเรื่องการบวช แต่พระอาจารย์เห็นว่าสภาพร่างกายยังไม่พร้อมจึงแนะนำให้ถือศีลแปดเป็น “ผ้าขาว” และรักษาตัวที่โรงพยาบาลพร้อม “เลิกเหล้า” ให้ได้ไปพรางก่อน จนกว่าร่างกายจะฟื้นตัว จากคนที่กำลังจากดับสูญด้วยสภาวะแพ้ใจในกายตน กลับมาเป็นพระสงฆ์ที่เป็นกำลังสำคัญให้กับเจ้าอาวาส ให้วัด ให้ชุมชน ก้าวมาสู่ผู้ช่วยเจ้าอาวาส และเป็นเจ้าอาวาส วัดป่าบวรสังฆารามในที่สุด ทั้งหมดจึงถือเป็นอีก 2 ชีวิตเด็กตัวน้อยๆในวันหนึ่ง ที่เติบโตมาเป็นคนดีที่สร้างประโยชน์ให้กับสังคมประเทศชาติในวันนี้ ด้วยส่วนหนึ่งของ 2 มือป้า

“สิ่งมีชีวิตใดที่มีวิญญาณครอง สิ่งมีชีวิตใดที่ไม่มีวิญญาณครองแล้ว หรือสิ่งไม่มีชีวิตใดที่ไม่มีวิญญาณครอง ล้วนเกิดขึ้น ตั้งอยู่ และดับไปเสมอ”

เทศนาธรรมจากเจ้าอาวาสพระครูสติสัมปัน พระครูสัญญาบัตรหลานชายของป้า ที่น้องชายหลานของป้าอีกคนนั่งฟังอยู่ จนเกิดเป็นแรงบันดาลใจสู่บทความนี้ เพื่อไว้อาลัยแด่ “ป้าจี๊ด” ของหลาน ป้าเป็นครูโดยอาชีพ ป้าเป็นครูโดยสายเลือด ป้าเป็นครูที่สร้างหลานจนเป็นหลานในวันนี้ แม้วันนี้สรีระสังขารของป้าขาดซึ่งวิญญาณครองแล้ว แต่ป้าก็ยังคงมอบเป็นสื่อการเรียนการสอนให้กับนักศึกษาแพทย์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น เป็นอาจารย์ใหญ่ที่ให้ความรู้กับนักศึกษาแพทย์ที่จะจบการศึกษามาเป็นแพทย์ที่รักษาชีวิตคนเป็นเรือนหมื่นเรือนแสน หลานขอให้ดวงวิญญาณของป้าไปสู่สุขคติในสัมปรายภพ เป็นนางฟ้าบนสวรรค์ ด้วยรอยยิ้ม เสียงหัวเราะ แววตาที่สดใสเฉกเช่นที่หลานเคยเห็นเสมอมา

รักและเคารพป้าเสมอไม่มีวันเสื่อมคลาย

เอฟ-พระครูสติสัมปัน
จุ้ย-ตรีเทพ ปาลกะวงศ์ ณ อยุธยา

๔ เมษายน ๒๕๖๙
วัดป่าบวรสังฆาราม จ.สุรินทร์

ตราตั้งกรรมการวัดด้วยคณะสงฆ์ วัดป่าบวรสังฆาราม ได้มีมติในที่ประชุมสงฆ์ในการที่จะดูแลบำรุงรักษาศาสนสมบัติของวัดให้เป็นไปด...
26/01/2026

ตราตั้งกรรมการวัด

ด้วยคณะสงฆ์ วัดป่าบวรสังฆาราม ได้มีมติในที่ประชุมสงฆ์ในการที่จะดูแลบำรุงรักษาศาสนสมบัติของวัดให้เป็นไปด้วยดี ถูกต้องตามพระธรรม​วินัย​ กฎระเบียบมหาเถร​สมาคม​ ให้เจ้าอาวาสแต่งตั้งกรรมการ​วัดเพื่อช่วยเหลือกิจการงานของวัด ตามที่เจ้าอาวาสเห็นสมควร

จึงแต่งตั้งให้นางสาวนันทพร ไทยตรง อายุ ๗๐ ปี บ้านเลขที่ ๒๐ ซอยเรวดี ๓๖ ตำบล ตลาดขวัญ อำเภอ เมือง จังหวัด นนทบุรี
ขอได้ช่วยอนุเคราะห์​อุปถัมภ์ในกิจการพระพุทธศาสนา อันชอบด้วยพระธรรมวินัย กฎหมาย และคำสั่ง ตามที่เจ้าอาอาวาสปรึกษาหารือและมอบหมาย

ขอจงเจริญด้วยจตุรพิธพรชัย คือ อายุ วรรณะ สุขะ พละ ปฏิภาณคุณสารสมบัติ จงทุกทิพาราตรีกาล เทอญ ฯ

ให้ไว้ ณ วันที่ ๒๖ เดือน มกราคม พ.ศ. ๒๕๖๙

วัดป่าบวรสังฆาราม จ.สุรินทร์
พระครูสติสัมปัน
เจ้าอาวาสวัดป่าบวรสังฆาราม

"รักชาติไทย ใส่ใจโลก"คำขวัญ​วันเด็กประจำปี​ ๒๕๖๙​ กับบรรยากาศ​งานวันเด็กที่วัดป่าบวรสังฆาราม​ (หน้าเรือนจำ)​ จ.สุรินทร์​...
11/01/2026

"รักชาติไทย ใส่ใจโลก"

คำขวัญ​วันเด็กประจำปี​ ๒๕๖๙​ กับบรรยากาศ​งานวันเด็กที่วัดป่าบวรสังฆาราม​ (หน้าเรือนจำ)​ จ.สุรินทร์​ ที่เด็กๆกว่า​ ๖๐๐ คน​ พร้อมพ่อ​ แม่​ ผู้ปกครองมาร่วมลุ้นจับของขวัญ​ หลวงพ่อเจ้าอาวาสพระครู​สติสัมปัน​ ให้ความสำคัญ​กับเด็กซึ่งเป็นอนาคตของชาติมาอย่างต่อเนื่อง​ ยกให้เป็นภาระกิจสำคัญ​ของวัด​งานหนึ่งประจำ​ปี​ ควบคู่ไปกับการสนับสนุน​การศึกษา​แก่โรงเรียนที่อยู่รายรอบวัด​ อาทิ​ โรงเรียนบ้านโคกมะเมียน - ธรรมสุชาติอุทิศ ระดับประถมศึกษา​ #โรงเรียนมหิธรศึกษา​ ระดับมัธยมศึกษา​ ด้วยเล็งเห็นว่า

"เมล็ดพันธุ์​ จะดีจะร้ายหากขึ้นในดินที่ดี​ ปุ๋ยดี น้ำดี​ อากาศดีย่อมงอกงามฉันใด​ เด็กๆจากหลากหลายพ่อแม่ หากเติบโตท่ามกลางครอบครัว​ ชุมชน​ วัด​ โรงเรียนที่ล้วนเอาใจใส่เด็ก​ เด็กย่อม​เติบโต​เป็นคนดีของสังคมฉันนั้น"

6 ม.ค.69 ท่านพระครูสติสัมปัน เจ้าอาวาสวัดป่าบวรสังฆาราม มอบอุปกรณ์กีฬา , ของขวัญ และรถจักยาน ให้แก่ โรงเรียนโคกมะเมียม(ธ...
08/01/2026

6 ม.ค.69 ท่านพระครูสติสัมปัน เจ้าอาวาสวัดป่าบวรสังฆาราม มอบอุปกรณ์กีฬา , ของขวัญ และรถจักยาน ให้แก่ โรงเรียนโคกมะเมียม(ธรรมสุชาติอุทิศ) ซึ่งท่านพระครูสติสันปัน จะมอบให้โรงเรียนต่างๆในวันเด็กเป็นประจำทุกปี

ขอทุกท่านได้ร่วมอนุโมทนา​สาธุ​ไปกับผู้มีส่วนช่วย​สนับสนุน​ทุกภาคส่วนมา ณ​ ที่นี้ด้วยนะครับ

ของขวัญ​วันเด็กปี​ ๒๕๖๙​ ณ​ วัดป่าบวรสังฆาราม จ.สุรินทร์ เด็กๆพาคุณ​พ่อคุณแม่มาทำบุญ​และรับของขวัญ​กันนะครับ
06/01/2026

ของขวัญ​วันเด็กปี​ ๒๕๖๙​
ณ​ วัดป่าบวรสังฆาราม จ.สุรินทร์ เด็กๆพาคุณ​พ่อคุณแม่มาทำบุญ​และรับของขวัญ​กันนะครับ

31/12/2025

ใกล้สิ้นปีแล้ว

ความทุกข์​ใดๆที่มี
ความโศกเศร้า​เสียใจ
ขอให้สูญหาย​สิ้นไปกับปีเก่า

ปีหน้าฟ้าใหม่
ขอเจอแต่สิ่งที่ดี
มีความสุขทั้งกายและใจ
แม้ความสุข​ใดๆที่มีอยู่
ขอให้สุขทวีคูณ​ด้วยคุณ​ความดี
นับแต่นี้ไป....

คณะกรรมการ​ ศิษยานุศิษย์
วัดป่าบวรสังฆาราม​ (หน้าเรือนจำ)
จ.สุรินทร์

ประวัติพระครูสติสัมปัน (ตอนที่​๒)🌿 บททดสอบแห่งชีวิต : วิบากกรรมและพลังแห่งสมาธิในพรรษาที่ ๑๑ พระครูสติสัมปันมีอาการอาพาธ...
30/12/2025

ประวัติพระครูสติสัมปัน (ตอนที่​๒)

🌿 บททดสอบแห่งชีวิต : วิบากกรรมและพลังแห่งสมาธิ
ในพรรษาที่ ๑๑ พระครูสติสัมปันมีอาการอาพาธ คณะแพทย์ได้เข้ารับการตรวจรักษาอย่างละเอียด และได้วินิจฉัยพบว่าท่านป่วยเป็นโรคมะเร็งหลอดอาหาร เป็นบททดสอบครั้งใหญ่ในชีวิตสมณะ ท่านยอมรับด้วยใจสงบว่าเป็นผลแห่งวิบากกรรมในอดีต และตั้งจิตเผชิญความจริงด้วยสติและปัญญา
อย่างไรก็ตาม ท่านอาศัยพลังแห่งสมาธิและการภาวนาเป็นที่พึ่งทางใจ ผ่านการรักษาอันหนักหนา ทั้งการผ่าตัดและเคมีบำบัด พร้อมผลข้างเคียงอันแสนสาหัส ท่านเคยกล่าวไว้ว่า “การภาวนาคือสิ่งที่ทำให้อาตมายังมีลมหายใจ” และสามารถยืนหยัดผ่านพ้นวิบากกรรมครั้งสำคัญ มาจนถึงปัจจุบัน
เมื่อท่านหายจากโรคร้าย วิบากกรรมได้ผ่านพ้น ศรัทธาของญาติโยมยิ่งเพิ่มพูน ชีวิตของท่านได้กลายเป็นแรงบันดาลใจและกำลังใจแก่ผู้ที่กำลังเผชิญกับความทุกข์และโรคร้ายทั้งหลาย

🌿 คุณูปการต่อวัดและชุมชน
ตลอดระยะเวลาการดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาส ท่านได้นำพาคณะศิษยานุศิษย์และชาวบ้านร่วมแรงร่วมใจกันพัฒนาวัดและชุมชน อาทิ การก่อสร้างสนามกีฬาว จัดตั้งอาคารเรียนอเนกประสงค์ สนับสนุนอุปกรณ์ทางการแพทย์ มอบอุปกรณ์กีฬา มอบทุนการศึกษา มอบของขวัญวันเด็ก และช่วยเหลือผู้ยากไร้อย่างต่อเนื่อง ทั้งหมดล้วนเกิดจากศรัทธา ความสามัคคี และเมตตาธรรม โดยมิได้พึ่งพางบประมาณจากทางราชการ

🌿 เกียรติยศสูงสุดแห่งชีวิตสมณะ
ด้วยคุณงามความดีอันปรากฏชัดนี้ท่านจึงได้ความเมตตาจาก พระธรรมวชิรญาณโกศล (หลวงปู่เยื้อน ขนฺติพโล) เจ้าคณะจังหวัดสุรินทร์ ธรรมยุติ ได้พิจารณาเห็นถึงความเสียสละ ความเพียร และบทบาทการเป็นผู้นำทางจิตวิญญาณของพระครูสติสัมปัน ท่าน พระธรรมวชิรญาณโกศล (หลวงปู่เยื้อน ขนฺติพโล) จึงได้เสนอชื่อนำความขึ้นกราบบังคมทูลพระกรุณา ขอพระราชทานสมณศักดิ์
ต่อมา เมื่อวันที่ ๑๒ มีนาคม พุทธศักราช ๒๕๖๘ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๑๐ ทรงมีพระบรมราชโองการ โปรดพระราชทานสมณศักดิ์ ตั้งพระครูสัญญาบัตร ในราชทินนามว่า “พระครูสติสัมปัน” นับเป็นเกียรติประวัติสูงสุดแห่งชีวิตสมณะ และเป็นความภาคภูมิใจยิ่งของวัดป่าบวรสังฆารามและพุทธศาสนิกชนทั้งปวง

🌿 ข้อความส่งท้ายเพื่อเพิ่มศรัทธา
คุณธรรม ความเพียร และความเมตตาของพระครูสติสัมปัน เป็นที่ประจักษ์แก่พุทธบริษัททั้งหลาย วันนี้จึงเป็นวาระอันเป็นมงคลยิ่ง ที่พวกเราจะได้น้อมถวายมุทิตาสักการะ แด่พระคุณเจ้าผู้เป็นร่มโพธิ์ร่มไทร และเป็นเสาหลักของพระพุทธศาสนาในชุมชน ขอประวัติชีวิตอันงดงามของท่าน เป็นแรงบันดาลใจให้ทุกท่านเชื่อมั่นในพลังแห่ง สติ ศีล และภาวนา มีกำลังใจในการดำเนินชีวิตและการปฏิบัติธรรม ตามรอยแห่งพระธรรมวินัยสืบไป เทอญ 🙏

ประวัติพระครูสติสัมปัน (ฉบับพิธีการ อ่านในงานฉลองพระครูสัญญาบัตรพัดยศ)พระครูสติสัมปัน มีนามเดิมว่า นายวรเมศร ปาลกะวงศ์ ณ...
30/12/2025

ประวัติพระครูสติสัมปัน
(ฉบับพิธีการ อ่านในงานฉลองพระครูสัญญาบัตรพัดยศ)
พระครูสติสัมปัน มีนามเดิมว่า นายวรเมศร ปาลกะวงศ์ ณ อยุธยา เกิดเมื่อวันศุกร์ ขึ้น ๓ ค่ำ เดือน ๖ ปีมะเมีย ตรงกับวันที่ ๒๒ เมษายน พุทธศักราช ๒๕๐๙ ภูมิลำเนาเดิม บ้านเลขที่ ๓๓/๑ หมู่ที่ ๑ ตำบลห้วยโป่ง อำเภอเมือง จังหวัดระยอง
บิดาชื่อ นายธวัช ปาลกะวงศ์ ณ อยุธยา มารดาชื่อ นางสมคิด ปาลกะวงศ์ ณ อยุธยา

🌿 ชีวิตก่อนบรรพชา : จุดเปลี่ยนแห่งสติ
ในช่วงชีวิตฆราวาส ท่านเคยดำเนินชีวิตเช่นเดียวกับปุถุชนทั่วไป เป็นผู้มีอัธยาศัยร่าเริง สนุกสนาน มีมิตรสหายมาก ผ่านรสชาติของการกิน การเที่ยว และการใช้ชีวิตตามวัย ทว่าท่ามกลางความเพลิดเพลินแห่งโลกีย์นั้น กลับมีสิ่งหนึ่งที่แตกต่างและงอกงามอยู่ภายใน คือ “สติ” ที่คอยตั้งคำถามกับชีวิตอยู่เสมอ
ทุกครั้งที่จิตใจเกิดความมึนเมา คำถามเกี่ยวกับความทุกข์ ความไม่เที่ยง และความหมายของการเกิดมาในโลกนี้ มักผุดขึ้นในใจ แม้ในยามที่อวิชายังครอบงำจิตอยู่ กระทั่งวันหนึ่ง เมื่อการดื่มสุราทวีความรุนแรงขึ้น ความทุกข์ภายในได้ผลักดันให้ท่านหยุดและหันกลับมามองชีวิตอย่างจริงจัง
ในห้วงเวลาแห่งวิกฤตนั้นเอง อวิชชาที่เคยปิดบังจิตใจได้คลายตัวลง เกิดความคิดอันชัดเจนและหนักแน่นว่า “เหตุใดเราจึงไม่ออกบวช”
ในขณะนั้น ท่านเห็นภาพตนเองครองจีวรสีกรัก เห็นหนทางแห่งการปฏิบัติธรรม และเห็นชีวิตใหม่ที่หลุดพ้นจากความทุกข์ นั่นคือจุดเปลี่ยนสำคัญ ที่นำพาชีวิตเข้าสู่เส้นทางแห่งพระธรรมอย่างแท้จริง

🌿 ชีวิตผ้าขาว : การพิสูจน์ใจด้วยการปฏิบัติ
ด้วยแรงศรัทธาที่เกิดขึ้นจากภายใน ท่านจึงตัดสินใจเข้ามาขอปฏิบัติธรรม ณ วัดป่าบวรสังฆาราม ในขณะนั้นมี พระอาจารย์อนุชา อภิชาโต (หรือ อาจารย์ตี๋) เป็นเจ้าอาวาส ท่านครองผ้าขาว รักษาศีล ๘ บำเพ็ญเพียรภาวนาอย่างเคร่งครัด เดินจงกรม นั่งสมาธิ และพิจารณาชีวิตตั้งแต่เกิดจนถึงปัจจุบันอย่างลึกซึ้ง ช่วงชีวิตผ้าขาวได้หล่อหลอมจิตใจของท่าน ให้เกิดความมั่นใจอย่างแน่วแน่ว่า ไม่มีหนทางใดจะชำระจิตใจให้ผ่องใส และนำไปสู่ความพ้นทุกข์ได้ดียิ่งไปกว่าการออกบวชอุทิศชีวิตแด่พระพุทธศาสนา

🌿 ชีวิตสมณะ : หนทางแห่งความเพียร
เมื่ออายุครบ ๓๑ ปี ท่านได้อุปสมบทเมื่อวันที่ ๑๓ มิถุนายน พุทธศักราช ๒๕๔๑ ณ พัทธสีมา วัดบูรพาราม พระอารามหลวง ตำบลในเมือง อำเภอเมือง จังหวัดสุรินทร์ โดยมี
• พระราชวรคุณ ปญฺฑิโต (หลวงปู่โพธิ์) เป็นพระอุปัชฌาย์
• พระครูสถิตปัญญาคุณ เป็นพระกรรมวาจาจารย์
• พระอภิสิทธิ์ วิสุทธิญาโน เป็นพระอนุสาวนาจารย์
ได้รับฉายาว่า “สติสมฺปนฺโน” แปลว่า “ผู้ถึงพร้อมด้วยสติ” อันเป็นฉายาที่สะท้อนตัวตนทางธรรมของท่านอย่างแท้จริง
ภายหลังอุปสมบท ท่านมุ่งมั่นศึกษาทั้งปริยัติ ปฏิบัติ และปฏิเวธ สอบไล่ได้นักธรรมชั้นตรี เป็นพระผู้รักความเพียรในการเดินจงกรม นั่งสมาธิ บำเพ็ญภาวนาอย่างไม่ย่อท้อ ถึงขั้นอดหลับอดนอนจนรุ่งเช้า เพื่อขัดเกลาจิตให้พ้นจากกิเลส

🌿 การจาริกและภาระผู้นำทางจิตวิญญาณ
ในช่วงพรรษาที่ ๘ ท่านได้ออกจาริกไปจำพรรษาและปฏิบัติธรรมตามสถานที่ต่าง ๆ เพื่อขัดเกลาจิตใจและเพิ่มพูนประสบการณ์ทางธรรม จนเป็นที่เลื่อมใสศรัทธาของญาติโยมในหลายพื้นที่
ต่อมา ด้วยแรงศรัทธาของญาติโยมในชุมชนวัดป่าบวรสังฆาราม ซึ่งเห็นว่าท่านเป็นพระผู้มีจริยวัตรงดงาม เป็นที่พึ่งทางใจ และเป็นผู้นำทางจิตวิญญาณ ในขณะนั้นภายในวัดมีพระภิกษุสูงวัยเพียง ๒ รูป และสามเณร ๑ รูป โยมธนวันต์ แจ้งใจ (ป้าหมู) จึงได้นิมนต์ให้ท่านกลับมาจำพรรษา ณ วัดป่าบวรสังฆารามอีกครั้งในพรรษาที่ ๑๐ และรับตำแหน่งรักษาการเจ้าอาวาส
ต่อมา ภายหลังพระอาจารย์อนุชา อภิชาโต หรือ อาจารย์ตี๋ ได้ลาสิกขา คณะสงฆ์และคณะกรรมการวัดมีมติเป็นเอกฉันท์ แต่งตั้งท่านเป็นเจ้าอาวาสวัดป่าบวรสังฆาราม ท่านได้ทำหน้าที่ด้วยความเสียสละ อดทน และเมตตาธรรม เป็นร่มโพธิ์ร่มไทรแก่ชุมชนอย่างแท้จริง
ในพรรษาที่ ๑๕ ท่านได้รับแต่งตั้งเป็นพระฐานานุกรม ในราชทินนาม “พระครูปลัดวรเมศร สติสมฺปนฺโน” จากพระราชวรคุณ (สมศักดิ์ ปณฺฑิโต) ซึ่งนับเป็นความไว้วางใจจากพระผู้ใหญ่ อันเป็นการยกย่องในคุณงามความดีและความสามารถในการบริหารจัดการงานคณะสงฆ์

พิธีฉลองสัญญาบัตร​ พัดยศ พระครูปลัดวรเมศร์ สติสมฺปนฺโน  เจ้าอาวาสวัดป่าบวรสังฆาราม (หน้าเรือนจำ) จ.สุรินทร์  ที่พระครูสั...
29/12/2025

พิธีฉลองสัญญาบัตร​ พัดยศ พระครูปลัดวรเมศร์ สติสมฺปนฺโน เจ้าอาวาสวัดป่าบวรสังฆาราม (หน้าเรือนจำ) จ.สุรินทร์ ที่พระครูสัญญาบัตร ในราชทินนามที่ "พระครูสติสัมปัน"

รวบมาจัดพร้อมงานวันแสดงกตัญญู​กตเวทิตาคุณ​ "วันหลวงพ่อคืน" ๒๖ ธันวาคม​๒๕๖๘ เพื่อความสะดวกในการมาร่วมงานของพระภิกษุ​สงฆ์​ บรรดาญาติโยม และศิษยานุศิษย์​ รวมถึงเพื่อเป็นการประหยัดค่าใช้จ่ายไปด้วยในตัว​ ขอทุกท่านร่วมแสดงมุทิตาสักการะ โดยพร้อมเพรียงกัน ณ โอกาสนี้

หมายเหตุ

พระครู​ได้รับพระราชทานเมื่อวันที่​ ๗ กรกฎาคม​ ๒๕๖๘ ณ​ วัดหนองแวง​ พระอารามหลวง​ จ.ขอนแก่น

พระครู​สติสัมปัน​ เจ้าอาวาส​วัด​ป่า​บ​ว​รส​ั​งฆาราม​ (หน้าเรือนจำ)​ จ.สุรินทร์​ ได้เมตตานำคณะสงฆ์​จากวัด​ พร้อมชาวบ้าน​ ...
07/12/2025

พระครู​สติสัมปัน​ เจ้าอาวาส​วัด​ป่า​บ​ว​รส​ั​งฆาราม​ (หน้าเรือนจำ)​ จ.สุรินทร์​ ได้เมตตานำคณะสงฆ์​จากวัด​ พร้อมชาวบ้าน​ ร่วมบูรณะสนามกีฬา​ให้กับ โรงเรียนบ้านโคกมะเมียน - ธรรมสุชาติอุทิศ หวังให้กีฬา​นำพาชีวิต​ สร้างเยาวชนคุณ​ภาพ​ เป็นอนาคตที่ดีให้กับประเทศ​ชาติต่อไป

ที่อยู่

วัดป่าบวรสังฆาราม (หน้าเรือนจำ) บ้านดู่พัฒนา ต. นอกเมือง
Muang Surin
32000

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ วัดป่าบวรสังฆาราม จ.สุรินทร์ผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์

ประเภท