05/04/2026
จากนางงาม สู่คุณครู
ผู้เป็นแม่...ป้า...ย่า...ทวด ของทุกคน
ย้อนไปเมื่อราว 50 ปีที่แล้ว คุณพ่อธวัช คุณแม่สมคิด ปาลกะวงศ์ ณ อยุธยา หมดสัญญาจ้างจากกองทัพสหรัฐอเมริกา ยุคสงครามเวียดนามสิ้นสุดลง ทั้งคู่ต้องตระเวนหางานใหม่และย้ายรกรากจากฝากฝั่งอีสานมาสู่เมืองหลวง เช่าบ้านหางานสร้างเนื้อสร้างตัวเฉกเช่นคู่หนุ่มสาวทั่วไปในยุค 70-80 ซึ่งในขณะนั้นคู่สามีภรรยามีลูกชายแล้ว 3 คน คือ เด็กชายวรเมศร์ ปาลกะวงศ์ ณ อยุธยา (พระครูสติสัมปัน) อายุ 10 ขวบ เด็กชายตรีเทพ ปาลกะวงศ์ ณ อยุธยา (คุณจุ้ย) และเด็กชายพงษ์เทพ ปาลกะวงศ์ ณ อยุธยา (คุณแม็ค) อายุ 2 ขวบ เพื่อบรรเทาภาระและคลายความเป็นห่วงเด็กๆทั้ง 3 คน ธวัช-สมคิดจึงตัดสินใจส่งลูกที่โตกว่าคือคนโต และคนรองไปฝากให้อยู่ในความอุปการะของพี่สาว และพี่เขยที่อำเภอกระสัง จังหวัดบุรีรัมย์ ซึ่งก็คือลุงหมอ สมุทร สมัครการ และป้าจี๊ด วันดี สมัครการ
ตลอดระยเวลาเกือบ 2 ปีชีวิตของเด็กน้อยทั้งสอง อยู่ภายใต้การดูแลของคุณลุงซึ่งเป็นสัตวแพทย์ และคุณป้าที่เป็นคุณครู แม้เป็นเพียงระยะเวลาอันสั้นแต่ก็เต็มไปด้วยความสุข ความทรงจำ เด็กน้อยทั้ง 2 ติดพูดอีสานตลอดเวลา ป้าก็คอยพร่ำสอนว่าพูดได้ที่บ้าน ไปโรงเรียนต้องพูดกลาง แต่บางทีก็หลุดถ้อยคำสำเนียงบ้าง ป้าจัดการศึกษาให้หลาน โดยพี่คนโต เด็กชายเอฟ (พระครูสติสัมปัน) เข้าเรียนป.4 โรงเรียนอำเภอบ้านกระสัง น้องชายจุ้ยก็ตามพี่ชายไปในวันส่งตัวเข้าห้องที่ป้าจี๊ดนำมาฝากฝังเพื่อนครูที่เป็นครูประจำชั้น น้องชายจัดแจงวิ่งหาเก้าอี้นั่งข้างๆพี่ชายด้วยตัวติดกันมาตั้งแต่เด็ก จึงคิดว่าจะได้เรียนห้องเดียวกัน ป้าก็บอก “จุ้ยต้องไปเรียนอีกห้องนึงนะลูก ตอนเย็นเลิกเรียนแล้วค่อยเจอกัน” ป้าบอกหลานด้วยสำเนียงเย็นระรื่นพร้อมรอยยิ้มหากแต่ทรงพลังแห่งความเป็นครู หลานน้อยจึงต้องแยกไปเรียนห้องป.1 ของตัวเอง
ท่ามกลางท้องทุ่งนากว้างใหญ่ แสงแดดรำไรฉาบทาขอบฟ้าทุกยามเย็น เด็กน้อยทั้ง 2 คนได้วิ่งเล่น ได้จับตั๊กแตน ได้เล่นลูกหิน วิ่งไล่จับตามประสาอย่างมีความสุข แม้จะคิดถึงพ่อกับแม่จับใจ แต่ก็คลายความรู้สึกไปได้บ้างยามได้เล่นสนุกเช่นนี้ทุกเมื่อเชื่อวัน เย็นย่ำ ป้าจี๊ดกลับมาบ้าน จะจับเด็กทั้ง 2 มานั่งทำการบ้าน สอนทุกอย่างแบบฉบับคุณครู นอกจากความถูกต้องของแบบฝึกหัดแล้ว ป้าจะสอนเรื่องความสะอาด ตีเส้นตรง และลายมือ บางครั้งมีเอาไม้บรรทัดตีมือเบาๆ กระตุ้นเตือนว่าเริ่ม “โย้เย้ ไม่สวยแล้วนะ” จนลายมืองามๆนี้ติดตัวเด็กทั้ง 2 มาตลอดชีวิตในวัยเรียนทุกระดับ จนได้รับคำชมจากครู อาจารย์และคนรอบข้างอยู่เสมอ
ข้าว ปลา อาหาร ป้าจี๊ดรู้ว่าหลานชอบกินอะไร ก็จะพยายามทำให้กิน แม้รสมือป้าจะไม่เหมือนรสมือแม่ แต่เด็กทั้งสองก็คลายความคิดถึง และอิ่มหนำเช่นนี้ไม่ว่าจะมื้อใดก็ตาม
ลุงป้า มีลูกชาย 4 คน คือพี่ตุ้ม พี่ตั๋น พี่ตุ้ย และพี่ติ้ว จึงมีทักษะการลี้ยงเด็กผู้ชายขั้นเทพ ดูแล สั่งสอน พาไปเที่ยว พาไปทำกิจกรรมต่างๆอยู่เป็นเนืองๆ ยังจำได้ว่าครั้งหนึ่งทั้ง 2 สามีภรรยา ต้องไปทำหน้าที่นำแคมป์ไฟ หรือกิจกรรมรอบกองไฟ ของการเข้าค่ายลูกเสือของโรงเรียน พวกเราแปลกใจมาว่าป้าที่สุขุมใจเย็น น่ากลัวในทีนี้ พอนำกิจกรรมรอบกองไฟป้าก็สนุกสนานรื่นเริง และมีความงามแบบฉบับสตรีที่มีชาติตระกูลยามวงหน้ากระทบกับแสงสว่างเรื่อเรืองจากกองไฟจึงไม่แปลกใจว่าอดีต ป้าจี๊ดเคยเป็นนางงามบุรีรัมย์มาก่อน และมาหลงคารมณ์หมอหนุ่มจากเมืองลพบุรีอย่างลุงหมอจนตกร่องปล่องชิ้นอยู่กินด้วยกันตราบวาระสุดท้าย
วันเวลาชีวิตดำเนินไปอย่างรวดเร็วปีเกือบ 2 ปี ที่เด็กทั้งสองคนมาอยู่กับลุงป้า เย็นวันหนึ่งเด็ก 2 พี่น้องไปวิ่งเล่นที่คันนาเฉกเช่นทุกวันก่อนจะกลับไปอาบน้ำทำการบ้านทานข้าวเย็น น้องเล่นปิดตาไล่จับพี่ชายอย่างสนุกสนาน ใครจะไปรู้ว่านั่นเป็นวันสุดท้ายที่ทั้งคู่จะได้เล่นวิ่งไล่จับกันทีลานท้องทุ่งใกล้บ้านพักอำเภอกระสัง น้องชายเดินก้าวพลาด ตกคันนาบริเวณที่มีความชันพลัดตกหัวฟาดฟื้นสลบไสลไม่ได้สติ เช้าวันรุ่งขึ้นเด็กน้อยฟื้นคืนสติ พบคนที่นั่งข้างๆคือป้าจี๊ดที่กำลังนั่งรอป้อนข้าวให้หลานชาย เด็กน้อยยังไม่คลายอาการปวดหัว วิงเวียนให้จะอาเจียนตลอดเวลาที่ทานอาหาร ป้าก็คอยจะไปทำอาหารที่เป็นของโปรดของหลานชาย ทั้งแกงจืดวุ้นเส้น ไข่ตุ๋น หรือแม้แต่ขนมจีนน้ำยา แต่หลานก็ยังทานได้แต่เพียงน้อยนิด ผู้เป็นป้าจึงตัดสินใจโทรหาน้องชาย และน้องสะใภ้พ่อแม่ของหลาน ให้แวะมาดูหลานหน่อย เพราะนอกจากจะไม่สบายแล้วคงคิดถึงพ่อแม่ หรือ Home Sick อะไรทำนองนั้น พ่อธวัช แม่สมคิดไม่รอช้ารีบขึ้นมาหาลูก พอลูกเจอหน้าพ่อแม่ก็ร้องไห้สะอึกสะอื้นด้วยไม่สบายและความคิดถึง จากวันนั้นหลังลูกหายดีแล้ว พ่อกับแม่จึงตัดสินใจรับลูกทั้ง 2 คนกลับมาอยู่ที่บ้านซอยลาดพร้าว 18 เข้าเรียนและเติบโตมาเป็นเด็กกรุงเทพฯตราบจนทุกวันนี้
ในช่วงการสร้างเนื้อสร้างตัวของ 2 สามีภรรยา จากลูก 3 คน แม่ได้ให้กำเนินลูกชายคนสุดท้องคือ “โอล่า” เด็กชายจุลเทพ ปาลกะวงศ์ ณ อยุธยา ชีวิตในเมืองหลวงรายได้ดีแต่ค่าใช้จ่ายก็สูง ทั้งคู่เก็บหอมรอมริดซื้อบ้าน ซื้อรถ ให้การศึกษาลูก แต่ขณะเดียวกันก็ต้องฟันฝ่าภาระงาน ภัยเศรษฐกิจต่างๆจนขาดการติดต่อซึ่งกันและกันกับครอบครัวป้าจี๊ด กินเวลาเกือบ 10 ปี ป้าจี๊ดและน้องสาวคนเล็ก “อารี” หรือ วัลลีย์ ปุญญปรมัตถ์ น้องสาวคนสุดท้องออกตามหาครอบครัวน้องและพี่ชายผ่านทางระบบราชการต่างๆ (เพราะสมันนั้นยังไม่มีอินเตอร์เน็ต ยังไม่มีมือถือ ยังไม่มีโซเชียล) จนกระทั้งมาพบว่าครอบครัวน้องชายย้ายมาปักหลักที่จังหวัดระยอง ป้าจี๊ดกับอารี จึงเดินทางมาหาน้องชายและน้องสะใภ้ถึงบ้านระยอง ภาพพี่สาว น้องชายและน้องสาวคนสุดท้องกอดกันกลมพร้อมรอยยิ้มเจือคราบน้ำตา ทั้ง 3 พูดคุยสารทุกข์สุกดิบ และพักค้างคืนอยู่อีก 2 – 3 วัน จึงจากลา แต่นั้นครอบครัวเล็กก็เชื่อมต่อกับอีกหลายครอบครัวพี่น้องกลายเป็นครอบครัวใหญ่ มีลูกพี่ลูกน้องเข้ามาเป็นเครือญาติที่อบอุ่นกันมากยิ่งขึ้น และช่วยเหลือเกื้อกูลกันมาตลอด
ในช่วงหนึ่งนั้น ลูกชายคนโตของบ้าน “เอฟ” (พระครูสติสัมปัน) ประสบปัญหาชีวิต หน้าที่การงานรวมถึงคนรัก ล้วนล้มเหลว และไปอยู่ในความดูแลของน้องชาย (จุ้ย) ติดสอยห้อยตามกันไปทำงานทั้งเหนือ ใต้ ออก ตก แต่ด้วยผลกระทบจากการดื่มจัดจนทำให้ร่างกายทรุดโทรม ความคิด ความจำ ความอ่านเลอะเลือน จนเกินจะเยียวยา และอาจเกิดอุบัติเหต อุบัติภัยร้ายถึงชีวิตได้หากปล่อยไปเช่นนี้ น้องชายจึงโทรหาป้า ปรึกษาว่าจะทำอย่างไรดี ป้าจี๊ดจึงเป็นธุระช่วยโดยแนะนำให้พาหลานชายที่ตนเคยเลี้ยงดูแต่เด็กมาบวช โดยให้หลานคนรองพาพี่ชายมาให้เร็วที่สุด เมื่อมาถึงป้าก็เป็นธุระประสานติดต่อ “พระจารย์ตี๋” ท่านเจ้าอาวาสองค์ก่อนเรื่องการบวช แต่พระอาจารย์เห็นว่าสภาพร่างกายยังไม่พร้อมจึงแนะนำให้ถือศีลแปดเป็น “ผ้าขาว” และรักษาตัวที่โรงพยาบาลพร้อม “เลิกเหล้า” ให้ได้ไปพรางก่อน จนกว่าร่างกายจะฟื้นตัว จากคนที่กำลังจากดับสูญด้วยสภาวะแพ้ใจในกายตน กลับมาเป็นพระสงฆ์ที่เป็นกำลังสำคัญให้กับเจ้าอาวาส ให้วัด ให้ชุมชน ก้าวมาสู่ผู้ช่วยเจ้าอาวาส และเป็นเจ้าอาวาส วัดป่าบวรสังฆารามในที่สุด ทั้งหมดจึงถือเป็นอีก 2 ชีวิตเด็กตัวน้อยๆในวันหนึ่ง ที่เติบโตมาเป็นคนดีที่สร้างประโยชน์ให้กับสังคมประเทศชาติในวันนี้ ด้วยส่วนหนึ่งของ 2 มือป้า
“สิ่งมีชีวิตใดที่มีวิญญาณครอง สิ่งมีชีวิตใดที่ไม่มีวิญญาณครองแล้ว หรือสิ่งไม่มีชีวิตใดที่ไม่มีวิญญาณครอง ล้วนเกิดขึ้น ตั้งอยู่ และดับไปเสมอ”
เทศนาธรรมจากเจ้าอาวาสพระครูสติสัมปัน พระครูสัญญาบัตรหลานชายของป้า ที่น้องชายหลานของป้าอีกคนนั่งฟังอยู่ จนเกิดเป็นแรงบันดาลใจสู่บทความนี้ เพื่อไว้อาลัยแด่ “ป้าจี๊ด” ของหลาน ป้าเป็นครูโดยอาชีพ ป้าเป็นครูโดยสายเลือด ป้าเป็นครูที่สร้างหลานจนเป็นหลานในวันนี้ แม้วันนี้สรีระสังขารของป้าขาดซึ่งวิญญาณครองแล้ว แต่ป้าก็ยังคงมอบเป็นสื่อการเรียนการสอนให้กับนักศึกษาแพทย์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น เป็นอาจารย์ใหญ่ที่ให้ความรู้กับนักศึกษาแพทย์ที่จะจบการศึกษามาเป็นแพทย์ที่รักษาชีวิตคนเป็นเรือนหมื่นเรือนแสน หลานขอให้ดวงวิญญาณของป้าไปสู่สุขคติในสัมปรายภพ เป็นนางฟ้าบนสวรรค์ ด้วยรอยยิ้ม เสียงหัวเราะ แววตาที่สดใสเฉกเช่นที่หลานเคยเห็นเสมอมา
รักและเคารพป้าเสมอไม่มีวันเสื่อมคลาย
เอฟ-พระครูสติสัมปัน
จุ้ย-ตรีเทพ ปาลกะวงศ์ ณ อยุธยา
๔ เมษายน ๒๕๖๙
วัดป่าบวรสังฆาราม จ.สุรินทร์