วัดป่าปัญญาวุธาราม ธ. จังหวัดน่าน

วัดป่าปัญญาวุธาราม ธ. จังหวัดน่าน เพื่อเผยแผ่คำสอนของพระพุทธเจ้า และธรรมะของพ่อแม่ครูบาอาจารย์ผู้ปฏิบัติดีปฏิบัติ

ประวัติปฏิปทาโดยย่อของหลวงปู่น้อย นามเดิมท่านชื่อ “คำพอง” ถือกำเนิดในสกุล “จันได” เป็นบุตรของพ่อดอน และแม่บุญหนา เมื่อวันเสาร์ที่ ๔ กุมภาพันธ์ พ.ศ.๒๔๘๑ ปีขาล ตรงกับวันขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๓ ซึ่งตรงกับวันมาฆบูชา ณ ต.กระจาย อ.คำเขื่อนแก้ว จ.อุบลราชธานี (ปัจจุบันคือ บ้านศรีฐานใน อ.ป่าติ้ว จ.ยโสธร) สมัยเด็กท่านตัวเล็กกว่าพี่น้องคนอื่น พ่อแม่ท่านจึงเรียกว่า “น้อย” ซึ่งองค์ท่านเป็นญาติมีศักดิ์เป็นลูกพี่ลูก

น้องกันกับหลวงปู่สิงห์ทอง ธัมมวโร และหลวงปู่อุ่นหล้า ฐิตธัมโม โดยโยมมารดาท่านทั้งสามคนเป็นพี่น้องกัน และบวชเป็นแม่ชี ถวายตัวเป็นศิษย์ของคุณย่าชีแก้ว เสียงล้ำ เจดีย์บรรจุอัฐิของคุณแม่ชีทั้งสาม ตั้งอยู่ที่วัดป่าแก้วชุมพล ใกล้กันกับเจดีย์คุณย่าชีแก้ว เสียงล้ำ อ.สว่างแดนดิน จ.สกลนคร นั่นเอง

โยมมารดาของพระเถระทั้งสามรูป มีรายนามดังนี้
๑.คุณแม่ชีอบมา ไชยเสนา โยมมารดาของ ท่านพระอาจารย์สิงห์ทอง ธัมมวโร (ถือกำเนิดเมื่อวันเสาร์ที่ ๑๒ กรกฎาคม พ.ศ.๒๔๖๗ ตรงกับวันขึ้น ๑๒ ค่ำ เดือน ๘ ปีชวด) อดีตเจ้าอาวาสวัดป่าแก้วชุมพล อ.สว่างแดนดิน จ.สกลนคร
๒.คุณแม่ชีบุปผา เข็มเพ็ชร โยมมารดาของ ท่านพระอาจารย์อุ่นหล้า ฐิตธัมโม (ถือกำเนิดเมื่อวันพุธที่ ๓ พฤษภาคม พ.ศ.๒๔๘๒ ตรงกับ วันขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๖ ปีเถาะ) วัดป่าแก้วชุมพล อ.สว่างแดนดิน จ.สกลนคร
๓.คุณแม่ชีบุญหนา จันทร์เหลือง โยมมารดาของ ท่านพระอาจารย์คำพอง (หลวงตาน้อย) ปัญญาวุโธ (ถือกำเนิดเมื่อวันเสาร์ที่ ๔ กุมภาพันธ์ พ.ศ.๒๔๘๑ ตรงกับวันขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๓ ปีขาล) วัดป่านานาชาติ รัฐเวอร์จิเนีย สหรัฐอเมริกา

ท่านบรรพชาเป็นสามเณรเพราะโยมแม่ขอร้อง เมื่ออายุ ๑๓ ปี โดยหลวงลุงคือ ท่านพระอาจารย์สิงห์ทอง ธัมมวโร นำไปฝากตัวกับหลวงปู่บุญช่วย เจ้าอาวาสวัดศรีฐานใน บรรพชาเป็นสามเณรเมื่อวันที่ ๓ กุมภาพันธ์ พ.ศ.๒๔๙๕ ณ วัดศรีฐานใน อ.ป่าติ้ว จ.ยโสธร (วัดของหลวงตาสรวง สิริปุญฺโญ ปัจจุบัน) โดยมีพระครูสมุห์บุญสิงห์ วัดศรีธรรมมาราม จ.ยโสธร เป็นพระอุปัชฌาย์

ปี พ.ศ.๒๔๙๗ หลวงปู่บุญช่วย พาสามเณรน้อย เดินทางไปวัดป่าสุทธาวาส จ.สกลนคร เพื่อรำลึกวันมรณภาพหลวงปู่มั่น ภูริทัตโต สามเณรน้อย ได้พบหลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน ครั้งแรก และหลวงลุง ท่านพระอาจารย์สิงห์ทอง ก็ได้อยู่กับหลวงตามหาบัวด้วย สามเณรน้อย เห็นหลวงตามหาบัว แล้วเกิดศรัทธา จึงขออนุญาตท่านพระอาจารย์หลวงปู่บุญช่วย ติดตามหลวงลุง และหลวงตามหาบัว กลับไปวัดป่าบ้านห้วยทราย อ.คำชะอี จ.มุกดาหาร ระหว่างทางที่เดินธุดงค์ได้ไปพักอยู่ที่วัดดอยธรรมเจดีย์ ได้มีโอกาสกราบหลวงปู่กงมา จิรปุญฺโญ เป็นครั้งแรก

สมัยอยู่กับหลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน ท่านเข้มงวดมาก ให้ปฏิบัติธรรมเดินจงกรมภาวนาตลอดไม่ให้หลับนอน จะยืนเดินนั่งหรือทำกิจนี่ ท่านห้ามมีเสียงดัง สำรวมระวังตลอด ประชุมสงฆ์ทุก ๆ ๗ วัน หลวงตาท่านเทศน์นานมาก กินใจมาก เหมือนนิพพานจะอยู่แค่เอื้อม สมัยอยู่วัดป่าห้วยทราย นอกจากหลวงลุงท่านพระอาจารย์สิงห์ทองแล้ว ยังมีหลวงปู่หล้า เขมปัตโต หลวงปู่เพียร วิริโย หลวงปู่ลี กุสลธโร และหลวงปู่คำตัน ฐิตธัมโม ก็บวชในปี พ.ศ.๒๔๙๗ นั้นด้วย อีกทั้งคุณแม่ชีแก้ว เสียงล้ำเป็นต้น ท่านได้อยู่อุปัฏฐากหลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน สมัยเป็นเณรและพระรวม ๖ ปี

ท่านอุปสมบทเป็นพระภิกษุฝ่ายธรรมยุติกนิกาย เมื่อวันที่ ๒๖ กุมภาพันธ์ พ.ศ.๒๕๐๒ ณ วัดศรีมงคลเหนือ อ.มุกดาหาร จ.นครพนม (ปัจจุบันคือ อ.เมือง จ.มุกดาหาร) โดยมีท่านเจ้าคุณมุกดาหารโมลี เป็นพระอุปัชฌายาจารย์ ท่านพระอาจารย์คำ คัมภีรญาโณ วัดศิลาวิเวก เป็นกรรมวาจาจารย์ ท่านพระอาจารย์สิงห์ทอง ธมฺมวโร เป็นอนุสาวนาจารย์ ซึ่งท่านเข้าพิธีอุปสมบทพร้อมกับท่านพระอาจารย์อุ่นหล้า ฐิตธัมโม ผู้ซึ่งเป็นทั้งเพื่อนสนิท และเป็นทั้งญาติพี่น้องกัน หลังจากนั้น ท่านพระอาจารย์น้อย จึงออกธุดงค์ติดตามไปกับท่านพระอาจารย์อุทัย สิริธโร ศิษย์หลวงปู่ฝั้น อาจาโร ไปภาวนาที่ภูก้าวถ้ำสูง อ.หนองสูง จ.มุกดาหาร

หลวงตาน้อย ปัญญาวุโธ ท่านได้เคยไปศึกษาปฏิบัติธรรมกับหลวงปู่ขาว อนาลโย , หลวงปู่ฝั้น อาจาโร , หลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน , หลวงปู่บัว สิริปุณโณ , หลวงปู่วัน อุตฺตโม , หลวงปู่จวน กุลเชฏโฐ และ หลวงปู่เพียร วิริโย เป็นต้น สมัยท่านอยู่กับหลวงปู่ขาว อนาลโย มีโยมได้มาอาราธนาให้ท่านไปโปรดที่ประเทศสหรัฐอเมริกา โดยมีโยมปวารณาเรื่องค่าใช้จ่ายให้ทั้งหมด ท่านจึงเดินทางไปเมื่อวันที่ ๒๙ พฤศจิกายน พ.ศ.๒๕๒๕ โดยได้ไปโปรดสงเคราะห์ญาติโยมอยู่ที่นั่นเรื่อยมา จนกระทั้งหลวงปู่ขาว อนาลโย เข้าสู่อนุปาทิเสสนิพพาน หลวงตาน้อย จึงเดินทางกลับมาร่วมช่วยงานพระราชทานเพลิงสรีระสังขารหลวงปู่ขาว อนาลโย ผู้เป็นอาจารย์ จนเสร็จงานลุล่วงแล้ว จึงได้เดินทางไปโปรดสงเคราะห์ญาติโยมที่ต่างแดนในที่ต่าง ๆ เรื่อยมาจนได้มีกาจัดสร้างวัดป่านานาชาติ ที่รัฐเวอร์จิเนีย ประเทศสหรัฐอเมริกา

...ใจที่ฉลาดจะรู้ทัน จะไม่หลง ไม่ยึด ไม่ติดกับ"โลกธรรมทั้ง ๘" จะเจริญก็ไม่..ดีอกดีใจ จะเสื่อมก็ไม่..เสียอกเสียใจ ..เพราะ...
21/03/2024

...ใจที่ฉลาดจะรู้ทัน
จะไม่หลง ไม่ยึด ไม่ติดกับ
"โลกธรรมทั้ง ๘"
จะเจริญก็ไม่..ดีอกดีใจ
จะเสื่อมก็ไม่..เสียอกเสียใจ ..เพราะ "ไม่ยึดติด" ไม่ต้องการให้
เป็นอย่างนั้น เป็นอย่างนี้นั่นเอง
ปล่อยให้เป็นไปตามสภาพ
เหมือนกับปล่อยให้ดินฟ้าอากาศ
เป็นไปตามสภาพ ..ไม่ได้ "อยาก" ให้ฝนตกหรือไม่ตก
ไม่ได้"อยาก" ให้แดดออกหรือไม่ออก
ปล่อยให้เป็นไปตามธรรมชาติ
ก็..จะไม่เดือดร้อน ..เวลาฝนตกก็..ไม่เดือดร้อน
เวลาแดดออกก็..ไม่เดือดร้อน ..แต่ถ้า "ยึดมันถือมั่นกับแดดกับฝน"
แล้วจะลำบาก เพราะเวลา..
อยากให้ฝนตกแล้วไม่ตก
ก็จะเดือดร้อน
เวลาอยากให้แดดออกแล้วไม่ออก
ก็จะเดือดร้อน จะวุ่นวายใจ ..ความทุกข์ความวุ่นวายใจ
กับสิ่งต่างๆ เกิดจาก "ความอยาก"ทั้งนั้น.........................................
คัดลอกการแสดงธรรม
ธรรมะบนเขา 3/12/2549
กัณฑ์ที่ 269 (กำลังใจ 25)
พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต

ขออนุญาตปันต่อค่ะ โยม : หลวงปู่ครับ ผมจะขอนับถือแค่ พระพุทธ กับ พระธรรมนะครับ เพราะพระสงฆ์ทุกวันนี้ มีแต่เรื่องเสื่อมเสี...
21/03/2024

ขออนุญาตปันต่อค่ะ

โยม : หลวงปู่ครับ ผมจะขอนับถือแค่ พระพุทธ กับ พระธรรมนะครับ เพราะพระสงฆ์ทุกวันนี้ มีแต่เรื่องเสื่อมเสีย ผมว่าพระแท้ๆ หมดแล้วจากพุทธศาสนาไปแล้ว !!!

หลวงปู่ : ถ้าเป็นอย่างนั้น แสดงว่า โยมก็ไม่นับถือ อาตมาด้วยสิ

โยม : เปล่าครับๆ หลวงปู่ ผมยังเคารพศรัทธาหลวงปู่เหมือนเดิม

หลวงปู่ : อ้าว ! ไหนว่าไม่นับ ถือพระสงฆ์ไงล่ะ

โยม : เว้นหลวงปู่สิครับ

หลวงปู่ : เว้นหลวงปู่ก็แสดง ว่า หลวงปู่ก็ไม่ใช่พระสงฆ์สิ

โยม : (ทำหน้าเหมือนคิดหนัก)......

หลวงปู่ : โยม ! เวลาเขาหาเอาทองคำนั้น เขาไปหามาจากที่ไหน

โยม : ไปขุดดินแล้วร่อนแยกเอาทองมาครับ

หลวงปู่ : ดินมากหรือทองมาก

โยม : ดินมากครับผม ร่อนจากดินมาก ได้ทองแค่นิดเดียว

หลวงปู่ : มันก็เหมือนพระสงฆ์นั้นแหละ พระสงฆ์ก็ร่อนมาจากลูกชาวบ้าน ลูกสมมติ

พระสงฆ์ไม่ใช่เป็นพระอรหันต์แล้วมาบวชเมื่อไหร่ มันก็มีดีบ้างเสียบ้าง จะให้ดีหมด มันก็ทำไม่ได้ ...จะให้มันเสีย หมดก็ทำไม่ได้ ...

ส่วนที่มันเป็นดินก็ อย่าเอา.....

ให้เอาส่วนที่มันเป็นทองสิ ....

ถ้าเชื่อหลวงปู่ ... ถ้าเคารพหลวงปู่ ก็จงเชื่อว่า ...
พระผู้ปฏิบัติดี ปฏิบัติชอบ มีมากมาย อย่าเหมาว่าไม่ดีทั้งหมด

ขนาดคุณ ยังมีข้อเสีย จะให้ดีทั้งหมดทั้งโลกก็ไม่ได้

พระรัตนตรัย เหมือนไม้สามลำค้ำกันไว้
เอาออกอันหนึ่งมันก็ล้ม
จำไว้ ....

พระก็คือนักเรียน

ผู้เป็นอริยะ คือ ผู้สอบผ่าน

ผู้ประพฤติไม่เหมาะสม คือ ผู้สอบตก

ให้สงสารคนสอบตก อย่าไปเกลียดคนสอบตก เพราะไม่มีใครอยากจะสอบตก เข้าใจน๊ะ !

เทศนาธรรม..หลวงปู่ชา วัดหนองป่าพง...

"พระพุทธรูปคอหัก"บ่ายวันหนึ่งขณะที่หลวงปู่กำลังนั่งรถเข็ญออกตรวจบริเวณวัด พบชาย ๒-๓ คนกำลังก้มๆเงยๆ อยู่โคนต้นไม้หลังอุโ...
21/03/2024

"พระพุทธรูปคอหัก"

บ่ายวันหนึ่งขณะที่หลวงปู่กำลังนั่งรถเข็ญออกตรวจบริเวณวัด พบชาย ๒-๓ คนกำลังก้มๆเงยๆ อยู่โคนต้นไม้หลังอุโบสถ

หลวงปู่ : ทำอะไร โยม

โยม : พวกกระผมเอาพระพุทธรูปมาปล่อย(ทิ้ง)ครับ

หลวงปู่ : ทำไมเอาพระพุทธรูปมาปล่อยซะหล่ะ

โยม : พระพุทธรูปสององค์นี้คอหักครับ พ่อว่าไม่ดีเลยให้เอามาปล่อย

หลวงปู่ : อ้อ พระพุทธรูปคอหักไม่ดี เลยเอามาปล่อยวัด อะไรไม่ดีก็เอามาปล่อยวัด หมากัดเป็ดกัดไก่ ไก่ ๔ ขา หมา ๔ หู ต้นไม้ประหลาด
ลูกบอกไม่ได้สอนไม่เอาก็ให้มาบวช แต่เวลาขอของดีต้องมาขอกับพระ มาหาพระมาหาของดี ที่ไม่ดีก็เอามาทิ้งวัด มาทิ้งให้เป็นภาระพระ
พระพุทธรูปคอหักคุณว่าไม่ดี เพราะคุณเข้าใจว่าไม่ดี ตอนไปบูชามาเสียเงินเสียทอง เอามากราบไว้บูชา ถือว่าดีว่าขลัง
พอตกแตกคอหักคุณก็ว่าเป็นของอัปมงคล คนเราอยู่ด้วยกันรักกันชอบกัน พออีกคนตายหมดลมหายใจก็กลัวกัน สมมุติกันว่าเป็นผีก็พาลกลัวกันซะอีก คุณเอ้ย
ความเป็นพระไม่ได้อยู่ที่ก้อนอิฐก้อนดินดอกนะ ความเป็นคนก็ไม่ได้อยู่กับร่างกายสังขารดอกนะ ความเป็นพระอยู่ที่คุณงามความดีของพระองค์
ความเป็นคนก็อยู่ที่คุณงามความดีของเขา คุณสมมติว่าพระคอหักคือพระตายก็กลัวพระคอหัก คุณสมมติว่าคนหมดลมหายใจก็เป็นผีก็กลัวผี
ถ้าความเป็นพระอยู่ที่ใจเรา พระนั้นถึงจะแตกจะหักก็น่ากราบน่าไหว้ ถ้าความเป็นคนอยู่ที่ความรักความผูกพันธ์ อยู่ในความดีของกันและกัน
ถึงเขาหมดลมก็ยังน่าคิดถึงน่านับถือ ไม่น่ากลัว แต่คุณคิดว่าเมื่อเสกพระพุทธรูปแล้วท่านมีชีวิต มีความขลัง พอท่านคอหักก็คือท่านตาย
ท่านหมดความขลังความศักดิ์สิทธิ์ ให้เข้าใจเสียใหม่ พระก็คือพระจะคอหักจะแตกจะบิ่นความเป็นพระก็ไม่ได้ลดน้อยลงเลย
เพราะพระก็คือพระ ความดีเป็นพระ ความที่พระองค์ทรงสั่งทรงสอนเป็นพระ ไม่ใช่ความเป็นอิฐเป็นดินเป็นพระ
ถ้ามีความเชื่อความศรัทธาอย่างนี้ พระจะแตกจะหักเราก็ยังเก็บไว้ได้ ยังกราบได้ เข้าใจนะ

โยม : แล้วจะให้พวกผมทำอย่างกับพระพุทธรูปคอหักนี้ครับ

หลวงปู่ : ที่บ้านมีกาวไหม มีก็ทาติดให้เหมือนเดิมซะ

โยม ................................... ?

"หลวงปู่ไดโนเสาร์ วัดสักกะวัน จ.กาฬสินธุ์"
พระอริยะเจ้าผู้มีสติปัญญาดุจเพชรน้ำหนึ่งแห่งแดนอีสานเหนือ

“ใจเหมือนลูกตุ้มนาฬิกา”ใจคนเรานี้มันร้ายกาจนะ บางวันดี บ้างวันก็ไม่ดี บางวันไม่ดีก็แหม.. มันเหมือนม้าพยศ เหมือนกะทิงดุ  ...
18/03/2024

“ใจเหมือนลูกตุ้มนาฬิกา”

ใจคนเรานี้มันร้ายกาจนะ บางวันดี บ้างวันก็ไม่ดี บางวันไม่ดีก็แหม.. มันเหมือนม้าพยศ เหมือนกะทิงดุ บางวันก็หัวเราะ บางวันก็ร้องไห้ ทำไมเป็นอย่างนั้นก็ไม่รู้นะ ทำไมคุมมันไม่ได้นะ เพราะเราไม่ฝึกกัน เราชอบปล่อยให้มันไปตามอารมณ์ เวลาดีใจก็ดีใจสุดๆ เวลาเสียใจก็เสียใจสุดๆ เเกว่งไปเเกว่งมา เหมือนลูกตุ้มนาฬิกา ยิ่งดีใจมากเท่าไรเวลาเสียใจก็เสียใจมาก ถ้าดีใจน้อยก็จะเสียใจน้อย มันดีใจเสียใจกับเรื่องเดียวกัน ดีใจกับคนนี้ก็ดีใจสุดๆเลย พอเสียใจก็เสียใจแบบสุดๆ ถ้าดีใจกับคนนี้น้อย เวลาเสียใจก็จะน้อย ถ้าไม่ดีใจกับเขาเลยก็จะไม่เสียใจ คนที่เราไม่ยุ่งไม่เกี่ยวไม่สนใจด้วย เขาจะดีจะร้ายกับเราไม่ค่อยมีปัญหา แต่คนที่เราดีกับเขานี้ คนที่เรารักเขาชอบเขาเวลาเขาร้ายกับเรานิดเดียวเท่านั้น มันทิ่มแทงเข้าไปในหัวใจ

ดังนั้นอย่ารัก อย่าชัง อย่ากลัว อย่าหลง ๔ ตัวนี้เป็นตัวที่ปกครองหัวใจของพวกเรากันทุกวัน ทุกวันนี้เรามี ๔ ตัวนี้มาคอบกำกับใจเรา เวลาเห็นอะไรก็รักขึ้นมา เวลาเห็นอะไรก็ชังขึ้นมา บางเวลากลัว บางเวลาก็หลง ต้องควบคุม ๔ ตัวนี้ให้ได้กำจัด ๔ ตัวนี้ได้แล้วก็จะสบาย รักก็อย่าไปรัก ต่อไปนี้เวลาเห็นอะไรที่เรารัก ก็บอกว่าแล้วเวลาตายเขาตายจากเราแล้วจะเป็นอย่างไร รักอะไรเวลาเขาจากเราไปนี้เราอยู่ยังไง หรือเวลาที่เราต้องจากเขาไป เวลาเจออะไรชังก็อย่าไปชัง ชังแล้วมันทุกข์ ทำใจเฉยๆดีกว่า ห้ามเขาไม่ได้ ห้ามเจอกันไม่ได้ เวลาจะเจอกองขยะ เจออุจจาระนี้บางทีก็ห้ามไม่ได้ ก็อย่าไปชัง ถ้าไม่ชังแล้วมันจะไม่ทุกข์ ทำใจเฉยๆ ต้องอยู่กับมันก็อยู่กับมันไป เวลากลัวก็บอกว่ากลัวอะไร อย่างมากก็แค่ตาย คนเราเกิดมามีใครไม่ตายบ้าง กลัวสูญเสียถึงเวลามันก็ต้องเสียแหละ มาตัวเปล่าๆ เวลาไปก็ไปตัวเปล่าๆ ของต่างๆ ที่เรามีอยู่นี้มันเป็นของเราที่ไหน ของใช้ชั่วคราว จะไปจากเราเมื่อไรเราก็ไม่รู้ จะไปหลงกับมันทำไม อย่าไปหลงอย่าไปอาศัยมัน เรามันหลงชอบไปอาศัยเขา ลืมไปว่าอาศัยเขาได้บางเวลา บางเวลาก็อาศัยเขาไม่ได้ เวลาที่อาศัยเขาไม่ได้เป็นอย่างไร อยากจะฆ่าตัวตายไหม อย่าหลง

อย่าหลงก็มองว่าพึ่งเขาไม่ได้หรอก พึ่งตัวเราเองดีกว่า “อัตตาหิ อัตโน นาโถ” การจะพึ่งตัวเองได้ก็ต้องทำใจให้สงบเท่านั้น ถ้าใจสงบแล้วไม่ต้องพึ่งอะไร ใจพอ ใจไม่หิวโหย ใจไม่อยาก ถ้าไม่สงบนี้มันหิวโหย อยู่คนเดียวก็รู้สึกว้าเหว่เศร้าสร้อยหงอยเหงา ต้องพึ่งสิ่งนั้นต้องพึ่งคนนี้ แต่ไม่รู้ว่าพึ่งเขาได้นานสักเท่าไร เดี๋ยวเขาก็เปลี่ยนไปแล้ว เดี๋ยวเขาก็จากเราไปแล้ว แล้วก็ต้องหาใหม่ หามาเท่าไรก็เหมือนกัน ได้มาแล้วเดี๋ยวก็หมดไป อย่าหลง อย่ากลัว อย่ารัก อย่าชังแล้วจะมีความสุข

วิธีที่จะไม่รัก ไม่ชัง ไม่กลัว ไม่หลงก็ต้องมาทำใจให้สงบกัน มานั่งหลับตาดูลมหายใจเข้าออกไป หรือพุทโธๆไป อย่าไปคิดเรื่องอะไร ถ้าไม่คิดแล้วเดี๋ยวมันก็จะสงบ สงบแล้วความรัก ความชัง ความกลัว ความหลงมันจะหายไป อยู่คนเดียวก็ไม่ว้าเหว่ไม่ศร้าสร้อยหงอยเหงา ไม่อยาก ไม่ต้องมีคนนั้นไม่ต้องมีสิ่งนั้นสิ่งนี้ แม้แต่ร่างกายไม่มีก็ไม่เดือดร้อน ต่อไปร่างกายมันก็ต้องแก่ ต้องเจ็บ ต้องตาย ถ้ามีความสงบแล้วจะไม่เดือดร้อน ไม่ต้องพึ่งมัน ถ้ามีความสงบแล้วเราต้องเลี้ยงมัน ดูแลมัน แต่ไม่ดูแลเหมือนเมื่อก่อน ตอนนี้เราไม่สงบนี้เราต้องดูแลมัน เพราะต้องให้มันรับใช้เรา เพราะต้องอาศัยมัน พาเราไปเที่ยว พาเราไปกิน พาเราไปดื่ม แต่พอเรามีความสงบแล้วเราไม่ต้องไปอาศัยมัน แต่มันยังไม่ตายก็เลยต้องเลี้ยงมันไป เลี้ยงไปเพื่อจะได้ช่วยคนอื่นต่อไป

เหมือนพระพุทธเจ้าท่านตรัสรู้ ใจท่านอิ่มแล้ว ท่านไม่ต้องใช้ร่างกาย แต่ท่านก็ยังเลี้ยงมันไป แล้วก็เอาร่างกายนี้มาสั่งสอนพวกเรา สั่งสอนพวกเราอย่ารักอย่าชังอย่ากลัวอย่าหลงกัน มาทำใจให้สงบกัน ใจสงบแล้วไม่ต้องมีอะไร ไม่ต้องพึ่งอะไร ร่างกายก็ไม่ต้องพึ่ง ที่พึ่งที่แท้จริงคือความสงบ อัตตาหิ อัตโน นาโถ จนเป็นที่พึ่งของตน ถ้ามีความสงบแล้วเป็นที่พึ่งของตนได้ ไม่ต้องพึ่งแฟนไม่ต้องพึ่งเงินทอง ไม่ต้องพึ่งอะไรต่างๆ ทุกวันนี้มนุษย์มนาทั้งหลายนี้ไม่มีที่พึ่งในตัวเอง เลยต้องไปพึ่งลาภยศ สรรเสริญ พึ่งรูปเสียงกลิ่นรส ทุกคนนี้เกิดมานี้ก็ทำมาหากินก็เพราะต้องพึ่งร่างกาย ต้องเลี้ยงร่างกายให้มันอยู่ได้ พอร่างกายอยู่ได้แล้วก็ต้องหาเงินหาทอง จะได้เอาเงินไปซื้อไปเที่ยวไปกินไปดื่มไปเล่นไปหาความสุขต่างๆ หามาได้เท่าไรเดี๋ยวมันก็หมด ไม่หมดเดี๋ยวร่างกายก็ตาย มันเดี๋ยวก็จบ แต่มันไม่จบซิ ตายไปแล้วเดี๋ยวก็กลับมาเกิดใหม่ เพราะมันยังอยากอยู่ อยากจะมีร่างกายอันใหม่กลับมาเกิดใหม่ จะได้มากินมาดื่ม มาเที่ยวมาเล่นใหม่

ต้องทำใจให้สงบ พอใจสงบแล้วปัญหาต่างๆ จะหมดไป ไม่ต้องพึ่งใครไม่ต้องอะไรใคร ใครจะมาไม้ไหนก็ปล่อยมันไม่ไป ไม่ยุ่งกับมัน จะมาเรียกร้องอะไรก็ไม่เอา จะมาให้อะไรเสนอให้อะไรมาก็ไม่เอา ถ้าให้แล้วมีเงื่อนไขก็ไม่รับ อย่างญาติโยมถ้าเอาอะไรมาให้แล้วบอกให้ต้องทำอย่างนั้นทำอย่างนี้เราไม่รับนะ ถ้าไม่ให้ฟรีๆ ไม่รับหรอก ถ้าให้แล้วต้องไปทำโน่นทำนี่บอก อย่าเอามาให้ ไม่เอา ขนาดให้ฟรีๆยังไม่รู้จะไปทำอะไรเลย แล้วเรื่องอะไรจะไปรับของที่มีเงื่อนไข ใช่ไหม ก็มันไม่หิวมันไม่ต้องการอะไร ที่มานั่งนี้ไม่ได้มานั่งรับเงินนะ มานั่งปากเปียกปากฉีก ทีนี้มีตู้บริจาคที่ไหน ไปวัดอื่นดูซิ ตู้เต็มไปหมด แต่ถ้าจะให้ก็รับ ไม่รับก็ถามอีกทำไมไม่รับ เคยไม่รับนะเมื่อก่อน ไม่รับก็ไม่รู้จะทำอะไร แล้วก็ถามว่าทำไมไม่รับล่ะ แล้วฉันจะได้บุญยังไง ก็ว่ากันไปอีก เอาซะอย่างนั้นอยากจะได้บุญก็เอาไว้ก็แล้วกัน แต่อย่ามาบอกว่าให้ไปทำโน่นทำนี่สร้างโน่นสร้างนี่ให้ ไม่ทำ ถ้าเรายังไม่มีเหตุมีผลจะทำอะไร เราไม่ทำ ถ้ามีเหตุมีผลจะให้ทำก็ทำ ทำตามกำลัง ตามที่เรามีอยู่นี้แต่ไม่บอกใคร ไม่ขอใคร ทำได้ก็ทำไม่ได้ก็ไม่ต้องทำ ไม่เดือดร้อน

เห็นไหมศาลาหลังนี้มันก็เป็นอย่างนี้มาตั้งปี ๒๕๒๖ ปีนี้ ๒๕๕๙ ก็ ๓๓ ปีแล้ว ก็มีซ่อมมันไปตามสภาพ มันก็อยู่ได้ ใช้ได้ ถ้ามันไม่โค่นไม่พังก็ไม่ซ่อมมันหรอก ก็มันใช้ได้จะไปทำอะไรกับมันทำไม อย่างหลวงตากุฏิของท่านก็มีเศรษฐีมาขอสร้างใหม่เกือบ ๑๐ ครั้ง จะสร้างให้อย่างดี ของท่านเป็นไม้ เขาจะสร้างเป็นตึกให้ ท่านไม่เอา สร้างไปมันก็เท่าเดิม มันก็หลบเเดดหลบฝนได้เหมือนกัน มันไม่ได้วิเศษไปกว่ากัน

ดังนั้นอย่าไปหลงกับอะไรต่างๆในโลกนี้มันเป็นของที่เรา เราไม่มีความสุขไม่มีความพอในตัวเรา ก็เลยต้องไปหาสิ่งต่างๆ แล้วก็ไปหลงกับเขา อันนี้ดีกว่าอันนั้น อันนั้นดีกว่าอย่างนี้ บ้าน ๑๐ ล้านกับบ้าน ๑ ล้านมันก็หลบแดดหลบฝนได้เหมือนกันไม่ใช่หรือ หลบภัยได้เหมือนกันไม่ใช่หรอ มีเศรษฐีอินเดียคนหนึ่ง สร้างบ้านแบบตึกไม่รู้กี่ชั้นแล้วในบ้านนี้มีทุกอย่างมีโรงหนังมีอะไรเต็มไปหมดเลย อยู่กัน ๔ - ๕ คนมีคนไช้เป็น ๒๐ - ๓๐ คนอย่างนั้นหรือคือความสุข ก็ต้องมาวุ่นวายกับการดูแลรักษาบ้านใหญ่โตมโหฬาร แต่มันไม่มีความสุขทางใจ แต่มันก็เลยต้องหาความสุขทางตาหูจมูกลิ้นกาย เดี๋ยวนี้บ้านเศรษฐีนี้ มีสถานบันเทิงอยู่ในบ้าน ห้องเก็บเสื้อผ้านี้ใหญ่กว่าห้องนอนเราอีก เสื้อผ้าไม่รู้กี่ร้อยชุด มีทุกสีทุกแบบทุกชนิด หน้าที่ประจำวันก็คือไปช้อปปิ้งไปซื้อเสื้อผ้าใหม่ ซื้อกระเป๋าใหม่ ซื้อรองเท้าใหม่ ซื้อมาทำไม มี ๑ คู่มันก็ใช้ได้แล้วรองเท้า ตีนเรามีกี่คู่ ถ้าตีนมี ๑๐ คู่รองเท้ามันก็ต้องมี ๑๐ คู่ นี่มันมีคู่เดียว มีรองเท้า ๑๐๐ คู่ไปทำไม มันใส่ได้ที่ไหนทีละ ๑๐๐ คู่ มันก็ใส่ทีละคู่

นี่แหละใจที่ไม่มีความสุขมันเป็นแบบนี้ มันต้องไปหาความสุขต่างๆ แล้วคิดยิ่งมีมากยิ่งจะมีความสุขมาก แต่หารู้ไม่ว่าใจยิ่งวุ่นมาก เวลาจะใส่รองเท้าแต่ละวัน บางทีปวดหัวไม่รู้จะเลือกใส่คู่ไหนดี ทุกข์เสียแล้ว มีหลายคู่ก็ทุกข์อีก มันไม่เข้ากับกระเป๋าใบนี้ไม่เข้ากับเสื้อตัวนี้อีก เปลี่ยนอีก เดี่ยวทำไปทำมาต้องไปซื้อใหม่มาอีกคู่ หาเหตุหาเรื่องซื้ออีกแล้ว.

สนทนาธรรมบนเขา วันที่ ๑๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๙

พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต

คนดีอยู่ที่เรานี่แหละถ้าเราไม่ดีแล้วเราจะอยู่ที่ไหนกับใครมันก็ไม่ดีทั้งนั้น .. !!•หลวงพ่อชา สุภัทโท
14/03/2024

คนดีอยู่ที่เรานี่แหละ
ถ้าเราไม่ดีแล้ว
เราจะอยู่ที่ไหนกับใคร
มันก็ไม่ดีทั้งนั้น .. !!

•หลวงพ่อชา สุภัทโท

“ความสุขที่บริสุทธิ์”คนเรามีแค่นี้แหละความสุขของคนเรา กินแล้วก็นอนจะไปอะไรกับมันมากมาย ถ้ามีกินมีนอนนี้ก็เหลือเฝือแล้ว ท...
14/03/2024

“ความสุขที่บริสุทธิ์”

คนเรามีแค่นี้แหละความสุขของคนเรา กินแล้วก็นอนจะไปอะไรกับมันมากมาย ถ้ามีกินมีนอนนี้ก็เหลือเฝือแล้ว ทำไมต้องไปเอาอะไรหนักหนา ความสุขจากการกินการนอนนี้มันบริสุทธิ์แล้วมันไม่มีโทษ ไม่เหมือนกับความสุขจากการไปมีแฟน ความสุขจากแฟนกลายเป็นความทุกข์จากแฟนขึ้นมา อยู่กับแฟนเดี๋ยวก็ถูกเขาทุบเขาตี ถ้าเป็นภรรยาปากไม่ดีก็ถูกเขาด่าพ่อล่อแม่ อยู่คนเดียวสบายกว่า อยู่ไม่ได้ ถ้าเขาดีก็หวงเขาห่วงเขา เวลาเขาตายไปก็เสียอกเสียใจร้องห่มร้องไห้ ถ้าเขาไม่ดีก็เหมือนตกนรกทั้งเป็น อยู่กับยักษ์อยู่กับมาร อยู่คนเดียวดีกว่า กินกับนอนก็พอแล้ว ทำมาหากินเพื่อมีเงินเลี้ยงปากเลี้ยงท้อง มีที่อยู่หลับนอนก็พอแล้ว ของอย่างอื่นได้มาแล้วก็หมดไป ไปเที่ยวมากี่หนกี่แห่งกลับมาบ้าน มันก็หายไปหมดแล้วเหลือแต่ความทรงจำ ไปซื้ออะไรมามากน้อยเพียงไรซื้อมาแล้วก็ดีใจเดี๋ยวเดียว เดี๋ยวก็อยากจะซื้อใหม่แล้ว

ซื้อเสื้อผ้าชุดนี้ดีใจไม่กี่วันเดี๋ยวก็ไปเห็นชุดใหม่ก็อยากจะซื้อใหม่ มันเป็นความสุขปลอม เป็นความสุขที่ทำให้เราเป็นขี้ข้า เรานี้เป็นขี้ข้าของความอยาก ต้องไปหาเงินแทบเป็นแทบตายมา เพื่อรับใช้ความอยาก พอได้เงินมาปั๊บก็เอาไปใช้เลย ซื้อไอ้นั่นมาซื้อไอ้นี่มา ไปทันที ดีไม่ดีไปเป็นหนี้เสียอีก เงินไม่พอซื้อก็เลยต้องรูดบัตรบ้าง ซื้อเงินผ่อนบ้าง แล้วก็ต้องมาเครียดกับการหาเงินมาผ่อนหนี้ นี่มันไปหาความทุกข์กันแท้ๆ คิดว่าเป็นความสุขกัน

ความสุขนี้อยู่ที่อยู่เป็นสุข อยู่เฉยๆ พวกเราอยู่ไม่เป็นสุขกัน กินอิ่มหลับนอนก็พอแล้ว แต่ไม่ได้ ต้องทำโน่นทำนี่ต้องไปที่นั่นที่นี่ไปมีโน่นมีนี่ ต้องไปงานเลี้ยงคนนั้นคนนี้ต้องไปเที่ยวที่นั่นที่นี่ ไปแล้วกลับมาก็หายไปหมด ทำอะไรมามากน้อยเพียงไรก็หายไปหมด มันไม่มีอะไรหลงติดอยู่ในใจเราเลย มีแต่สร้างความอยากขึ้นมาใหม่ ทำให้อยู่ไม่เป็นสุขกัน

ที่เราอยู่เฉยๆอยู่ไม่เป็นสุขนี้ก็เพราะความอยากนี่แหละ อยากจะไปโน้นอยากจะมานี่ อยู่ตรงนี้ก็อยากจะไปตรงโน้น พอไปตรงโน้นก็อยากจะกลับมาตรงนี้ กลิ้งไปกลิ้งมาตามความอยาก แล้วแทนที่จะเกาในที่มันคันกลับไม่เกา ไปเกาในที่ที่มันไม่คัน

ที่คันมันคันที่ใจคันที่ความอยาก ถ้าหยุดความอยากได้มันก็หายคัน ที่อยู่เฉยๆไม่ได้ที่จะต้องไปโน้นมานี่ ก็เพราะความอยาก ถ้าหยุดความอยากได้มันก็ไม่ต้องไปไหน อยู่ตรงไหนก็มีความสุข ที่มันอยากจะไปตรงโน้น เพราะอยู่ตรงนี้มันไม่สุข ถ้าสุขมันจะยอมเสียเงินไปตรงโน้นทำไม หาเงินมาแทบเป็นแทบตาย แล้วเอาเงินนี้เพื่อจะย้ายตัวเองไปอยู่ตรงโน้นสักพักหนึ่ง ๓ - ๔ วัน “ไปอยู่เกาหลีสัก ๕ - ๖ วัน ไปญี่ปุ่นสัก ๕ - ๖ วัน” หมดเงินไปกี่ตังค์ ย้ายไปแล้วเดี๋ยวก็ต้องกลับมาอยู่ดี กลับมาเงินก็หมด เงินที่มาแทบเป็นแทบตายนี้หมดแล้ว กว่าจะได้เงินมาสักบาทสองบาทก็ต้องนั่งขายของคุยกับคนซื้อข้าวซื้อของ ต้องเอาอกเอาใจคนซื้อ ต้องพูดดีๆ กับเขา ได้เงินมาปั๊บก็ถูกเจ้านายคือความอยากสั่ง “ไปอยู่ตรงโน้นดีกว่า อยู่ตรงนี้ไม่ดี” ตรงนี้มันไม่ดีตรงไหน ที่บ้านเราดีจะตายไป ถ้าไม่ดีเราจะมาซื้อบ้านอยู่ทำไม

ไม่มีที่ไหนดีกว่าที่บ้านเราหรอก จะกินจะนอนจะทำอะไรมันสบาย ไปอยู่ที่อื่นมันก็ต้องลำบาก ไปอยู่บ้านเมืองคนอื่นอาหารของเขาก็ไม่เหมือนอาหารของเรา กินก็กินไม่อร่อยสู้อาหารบ้านเราไม่ได้ บางทีต้องพกมาม่าพกพริกป่นไป กินอาหารเขาไม่อร่อย เพราะใจมันคันใจมันไม่นิ่ง อยู่เฉยๆไม่ได้ ความอยากมันคอยดันอยู่เรื่อยๆ

วิธีที่จะเกาก็คือต้องฝืนความอยาก อย่าไปทำตามความอยาก มันอยากจะไปก็บอกไม่ไป ตรงนี้มันไม่ดีตรงไหน คุยกับมันดูซิ ไม่ดีแล้วมาอยู่ตรงนี้ทำไม ตรงนี้มันดีอยู่แล้ว ตรงโน้นมันมีอะไร ถ้าไปแล้วไม่กลับก็ไปเลย ถ้าไปแล้วกลับไปทำไม เสียเวลาเสียเงินไปเปล่าๆ ใช่ไหม สู้เก็บเงินไว้ไม่ดีกว่าหรอ ไปตรงโน้นกลับมานี้ เสียไปกี่หมื่นล่ะ อยู่ดีๆ เงินก็หายไป ถ้าขโมยมาขโมยเงินหมื่นนี้ โอโห...โมโห แต่ถ้าความอยากมันมาขโมยนี้ กลับไม่โมโหมัน

นี่แหละคือความทุกข์ของพวกเรา ทุกข์ที่ความอยาก อยากแล้วมันอยู่ไม่เป็นสุขอยู่เฉยๆไม่ได้ กินแล้วนอนไม่ได้ กินแล้วนอนต้องมีอย่างอื่น ต้องมีหนังดูมีละครดู มีเพลงฟัง มีเครื่องดื่ม มีสารพัดสาระเพ มีเท่าไรก็ไม่มีวันอิ่ม ไม่มีวันพอ เมื่อมีแล้วก็ติด ติดแล้วก็อยากจะมีไปเรื่อยๆพอวันไหนไม่มีก็ทุกข์ เคยดื่มอะไร พอวันไหนไม่ได้ดื่มก็ทุกข์ เคยดูละครวันไหนไม่ได้ดูก็ทุกข์.

สนทนาธรรมบนเขา วันที่ ๗ มีนาคม ๒๕๕๙

พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต

“อยู่กับทุกข์โดยไม่ทุกข์”ใคร ๆ ก็รักสุขเกลียดทุกข์  แต่ไม่ว่าจะเกลียดทุกข์แค่ไหน ก็ไม่มีใครหนีทุกข์พ้น  ถึงจะร่ำรวยและ ย...
12/03/2024

“อยู่กับทุกข์โดยไม่ทุกข์”

ใคร ๆ ก็รักสุขเกลียดทุกข์ แต่ไม่ว่าจะเกลียดทุกข์แค่ไหน ก็ไม่มีใครหนีทุกข์พ้น ถึงจะร่ำรวยและ ยิ่งใหญ่เพียงใด ก็ต้องประสบกับความสูญเสียพลัดพรากทั้งของรักและคนรัก เก่งเพียงใด ก็ต้องเจอกับคำวิพากษ์วิจารณ์ และความล้มเหลว แข็งแรงเพียงใด ในที่สุดก็ต้องล้มป่วย อายุยืนเพียงใด สุดท้ายก็ต้องตายกันทุกคน

ในเมื่อทุกข์เป็นสิ่งที่เราหนีไม่พ้น เราจึงควรเรียนรู้ที่จะอยู่กับทุกข์ให้ได้ ไม่ใช่คิดแต่จะหนีทุกข์ให้ไกลที่สุด หรือมุ่งควบคุมบงการให้ทุกสิ่งเป็นไปดั่งใจ จริงอยู่การเตรียมป้องกันและบรรเทาเหตุร้าย เป็นสิ่งที่ควรต้องทำ แต่นอกจากการ “ทำกิจ”ดังกล่าวแล้ว การ “ทำจิต”ก็มีความสำคัญเช่นกัน เพราะไม่ว่าพยายามป้องกันเพียงใด ในที่สุดเหตุร้ายก็ย่อมเกิดขึ้นจนได้ แม้พยายามดูแลสุขภาพ ออกกำลังกายสม่ำเสมอ ก็ยังล้มป่วยจนได้ เพราะเป็นธรรมดาของสังขาร แต่ถึงเหตุร้ายจะเกิดขึ้น ยังมีอย่างหนึ่งที่เราทำได้และควรทำอย่างยิ่งนั่นคือ รักษาใจไม่ให้ทุกข์ กล่าวคือแม้ป่วยกายแต่ใจไม่ป่วย แม้สูญเสียทรัพย์ แต่ใจไม่เสียศูนย์ แม้งานล้มเหลวแต่ใจยังตั้งมั่นเป็นปกติ

เมื่อเจอทุกข์ อย่างแรกที่ควรทำก็คือ การยอมรับ กล่าวคือ ไม่ผลักไส ปฏิเสธ หรือตีโพยตีพาย โวยวายคร่ำครวญ เพราะการทำเช่นนั้นมีแต่จะเพิ่มทุกข์ให้แก่เรา นั่นคือทุกข์ใจ แต่ทันทีที่เรายอมรับได้ หยุดบ่น หยุดโวยวาย ใจก็จะกลับมาเป็นปกติ ทำให้สมองโล่ง สามารถนำปัญญามาใช้แก้ทุกข์ให้ลุล่วง หรือแก้ปัญหาให้เบาบางลงได้
จะว่าไปแล้ว อะไรเกิดขึ้นกับเรา ไม่สำคัญเท่ากับว่าเรารู้สึกหรือมีท่าทีกับมันอย่างไร เจอเหตุร้าย แต่ใจยอมรับได้ หรือรู้จักมองบวก คือ หาประโยชน์จากมัน รวมทั้งมองว่ามันเป็นธรรมดาของชีวิตและโลก รู้จักปล่อยวางได้ ใจก็ไม่เป็นทุกข์ ในทางตรงข้ามแม้เจอโชคลาภ แต่ไม่รู้จักพอ อยากได้มากกว่านั้น หรือเปรียบเทียบกับคนอื่นที่ได้มากกว่า ใจกลับเป็นทุกข์ด้วยซ้ำ

พระไพศาล วิสาโล

คนเราเมื่อมีลาภ ก็มีเสื่อมลาภ เมื่อมียศ ก็มีเสื่อมยศ เมื่อมีสุข ก็มีทุกข์ เมื่อมีสรรเสริญ ก็มีนินทา เป็นของคู่กันมาเช่นน...
11/03/2024

คนเราเมื่อมีลาภ ก็มีเสื่อมลาภ เมื่อมียศ ก็มีเสื่อมยศ
เมื่อมีสุข ก็มีทุกข์ เมื่อมีสรรเสริญ ก็มีนินทา เป็นของคู่กันมาเช่นนี้

จะไปถืออะไรกับปากมนุษย์ ถึงจะดีแสนดีมันก็ติ ถึงจะชั่วแสนชั่วมันก็ชม
นับประสาอะไร พระพุทธเจ้าผู้ประเสริฐยิ่งกว่ามนุษย์และเทวดา ยังมีมารผจญ
ยังมีคนนินทาติเตียน
ปุถุชนอย่างเราจะรอดพ้นจากโลกะธรรมดังกล่าวแล้วไม่ได้
ต้องคิดเสียว่า เขาจะติก็ช่าง ชมก็ช่าง เราไม่ได้ทำอะไรให้เขาเดือดเนื้อร้อนใจ
ก่อนที่เราจะทำอะไร เราคิดแล้วว่า ไม่เดือดร้อนแก่ตัวเราและคนอื่น เราจึงทำ

เขาจะนินทาว่าใส่ร้ายอย่างไร ก็ช่างเขา
บุญเราทำ กรรมเราไม่สร้าง
พยายามสงบกาย สงบวาจา สงบใจ
จะต้องไปกังวลกลัวใครติเตียนทำไม ไม่เห็นมีประโยชน์ เปลืองความคิดเปล่าๆ

" คำสอนของ เจ้าคุณนรฯ พระภิกษุพระยานรรัตนราชมานิต (ธมฺมวิตกฺโก ภิกขุ) "

ถ้าดินดี นานั้นปลูกข้าวงามแน่นอน พระดีอยู่ที่ศีลอยู่ที่ข้อวัตร เราจะหานาดีเราก็ต้องเอาดินเป็นเกณฑ์ เราจะดูวัดดูพระ เราก็...
01/03/2024

ถ้าดินดี นานั้นปลูกข้าวงามแน่นอน พระดีอยู่ที่ศีลอยู่ที่ข้อวัตร เราจะหานาดีเราก็ต้องเอาดินเป็นเกณฑ์ เราจะดูวัดดูพระ เราก็ดูข้อวัตรปฏิบัติเป็นเกณฑ์ เมื่อเรามีหลักเกณฑ์แล้ว เราไปหานา เราก็หานาไม่ผิด เราไปหาวัด เราก็หาวัดไม่ผิด

โอวาทธรรม หลวงพ่อสุธรรม สุธัมโม

วันนี้สุขภาพดี พรุ่งนี้อาจป่วยก็ได้วันนี้ธุรกิจรุ่งโรจน์ พรุ่งนี้ธุรกิจอาจล้มละลายวันนี้ครอบครัวราบรื่นแต่พรุ่งนี้ครอบคร...
01/03/2024

วันนี้สุขภาพดี พรุ่งนี้อาจป่วยก็ได้
วันนี้ธุรกิจรุ่งโรจน์ พรุ่งนี้ธุรกิจอาจล้มละลาย
วันนี้ครอบครัวราบรื่น
แต่พรุ่งนี้ครอบครัวอาจแตกแยก
ยังไม่ต้องพูดถึงคนรักที่วันนี้ยังอยู่
แต่พรุ่งนี้อาจล้มหายตายจากไป

จำเพาะคนที่ตระหนักถึงความไม่แน่นอนของชีวิต
เห็นความไม่เที่ยงของสุขที่มีอยู่
จึงจะตระหนักถึงความจำเป็น
ในการเข้าหาศาสนาหรือปฏิบัติธรรม

แต่ส่วนใหญ่แล้วมักเพลิดเพลินในความสุข
จนประมาท
มองไม่เห็นความเป็นอนิจจังของชีวิตและโลก
จึงไม่คิดจะเตรียมพร้อม

จะตื่นตัวก็ต่อเมื่อภัยมาประชิดตัว
แต่ถึงตอนนั้นก็อาจสายไปก็ได้
คือโดนทุกข์ท่วมทับปางตาย
ถึงตอนนั้นจึงค่อยเห็นคุณค่าของธรรม
และนึกถึงศาสนาขึ้นมา

พระไพศาล วิสาโล

คนเราเกิดมาตายทุกคน อย่าได้ไปตื่นกับโรคภัยไข้เจ็บ ถ้ารู้ว่าอันไหนจะเป็นโรค ก็อย่าไปใกล้ ถ้ามันมีกรรมต่อกัน ถึงไม่ไปใกล้ ...
28/02/2024

คนเราเกิดมาตายทุกคน
อย่าได้ไปตื่นกับโรคภัยไข้เจ็บ

ถ้ารู้ว่าอันไหนจะเป็นโรค
ก็อย่าไปใกล้

ถ้ามันมีกรรมต่อกัน
ถึงไม่ไปใกล้ ก็ได้โรคนั้นมา

มันเป็นกรรม
เรื่องการเกิด แก่ เจ็บ ตาย
มันเป็นเรื่องปกติ เป็นเรื่องธรรมชาติ

ให้ดูตัวเอง รักษาตัวเอง
รักษาใจตัวเองให้สงบ
ให้บริสุทธิ์ ให้มีสติระลึกรู้ตัว

ถ้าไม่อยากตาย
ก็อย่าพากันมาเกิด

ทำอย่างไงถึงไม่ต้องมาเกิด
ก็ต้องปฏิบัติให้หลุดพ้นในวัฏสงสาร มันถึงไม่ต้องมาเกิด

ถ้ายังมาเกิด ก็ต้องมาตาย
เพราะคนเราเกิดมาตาย
ไม่มีใครหนีความตายได้

ก่อนตายก็ให้ทำกรรมดี
ถึงได้ไปภพภูมิที่ดี
"ทาน ศีล ภาวนา"ทำให้เป็นนิสัย
รักษาให้มันเป็นกิจวัตร เป็นนิสัย

ธรรมะคำสอน

หลวงปู่ชนะ อุตตมลาโภ

คนดีเดี๋ยวนี้หายากมากนะใครทำไม่ดี เราทำดีได้ฝึกได้ใครทำไม่ถูก เราทำถูกได้โอวาทธรรม หลวงปู่เชอรี่ อภิเจโตวัดป่าบ้านตาด อ....
27/02/2024

คนดีเดี๋ยวนี้หายากมากนะ
ใครทำไม่ดี เราทำดีได้ฝึกได้
ใครทำไม่ถูก เราทำถูกได้

โอวาทธรรม หลวงปู่เชอรี่ อภิเจโต
วัดป่าบ้านตาด อ.เมือง จ.อุดรธานี

ที่อยู่

186 หมู่ 11 บ้านเขาน้อย ตำบล ดู่ใต้ อำเภอเมือง
Muang Nan
55000

เบอร์โทรศัพท์

0900190477

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ วัดป่าปัญญาวุธาราม ธ. จังหวัดน่านผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์

ประเภท