วัดนักบุญฟรังซิสแห่งอัสซีซี ลำพูน

วัดนักบุญฟรังซิสแห่งอัสซีซี ลำพูน Catholic Church 'Saint Francis of Assisi' Lamphun

Fr. Bruno Soppelsa
Tel. 0806221364
Fr. Ferdinando Pistore
Tel. 0930055565

วัดนักบุญฟรังซิสแห่งอัสซีซี ลำพูน
ปัจจุบัน มีคุณพ่อบรูโน ซอปเปลซ่า (Fr.Bruno Soppelsa) เป็นเจ้าอาวาส
และคุณพ่อเฟอร์ดินันโด พิสโตเร่ (Fr.Ferdinando Pistore) เป็นผู้ช่วยเจ้าอาวาส

วัดได้ก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 9 ตุลาคม 2011
โดยมีนักบุญฟรังซิสแห่งอัสซีซี เป็นองค์อุปถัมภ์ของกลุ่มคริสตชนลำพูน

นักบุญองค์นี้ละทิ้งทรัพย์สมบัติทั้งสิ้น เจริญชีวิตยากจน เรียบง่าย
ท่านได้ช่วยพระศาสนจักร โดยการดำเนินชีวิต
- ใน

การเลียนแบบพระเยซูเจ้าผู้ยากจน
- ในการปฏิบัติพระวรสารตามตัวอักษร
- ในการมองโลกในแง่บวก
- ในการสร้างสันติภาพและคุณความดีตามแบบของพระเยซูเจ้า

23/05/2026

😤 ความเกลียดชังที่ยังไม่หมดไปแม้ผ่านไป 2 พันกว่าปี นี่ขนาดสิ่งศักดิ์สิทธิ์ยังมีคนเกลียดขนาดนี้ แล้วภาษาอะไรกับเราปุถุชนคนธรรมดา 💔 มีคนรักก็ต้องมีคนเกลียด

🗓️ ในช่วงปี 2025 ถึงต้นปี 2026 ที่ผ่านมา เรายังคงเห็นข่าวที่น่าสะเทือนใจของชาวคริสต์ทั่วโลกอย่างต่อเนื่อง นั่นคือ "การทุบทำลายและลบหลู่รูปปั้นพระแม่มารีย์และรูปปั้นพระเยซูเจ้า นักบุญ" (Desecration) ทั้งในสหรัฐอเมริกาและอีกหลายประเทศ

​💥 ล่าสุดไม่นานมานี้ที่แคลิฟอร์เนีย โบสถ์และโรงเรียนคาทอลิกถูกบุกรุก รูปปั้นพระแม่มารีย์เก่าแก่อายุกว่าครึ่งศตวรรษถูกทุบทำลายจนแตกหัก หรือแม้กระทั่งในพื้นที่ความขัดแย้งระดับโลก สัญลักษณ์ศักดิ์สิทธิ์เหล่านี้ก็มักตกเป็นเป้าหมายของการแสดงออกด้วยความเกลียดชัง

​👊 รายงานสถิติต่าง ๆ ชี้ให้เห็นว่า เหตุการณ์ Vandalism หรือการทำลายศาสนสถานไม่ได้ลดน้อยลงเลย สิ่งนี้สะท้อนให้เห็นว่า "เสรีภาพและความเคารพในความเชื่อของผู้อื่น" ยังคงเป็นโจทย์ใหญ่ที่โลกเราต้องเผชิญ ไม่ว่าผู้กระทำจะมีแรงจูงใจมาจากปัญหาสุขภาพจิต ความขัดแย้งทางการเมือง หรือความเกลียดชังส่วนตัว แต่การทำลายสิ่งยึดเหนี่ยวจิตใจของผู้อื่น ไม่เคยนำมาซึ่งสันติภาพที่แท้จริง

📈 เปิดตัวเลขสถิติปี 2025 - 2026 เมื่อ "รูปปั้นพระแม่มารีย์" และโบสถ์คาทอลิก ตกเป็นเป้าหมายความเกลียดชังพุ่งสูงเป็นประวัติการณ์ หลายคนอาจจะเคยเห็นข่าวผ่าน ๆ ตาเกี่ยวกับการทุบทำลายรูปปั้นพระแม่มารีย์ในต่างประเทศ แต่อาจยังไม่รู้ว่า "ตัวเลขจริง" นั้นน่าตกใจขนาดไหน

​🇺🇸 จากรายงานสถิติล่าสุดของหน่วยงานในสหรัฐอเมริกา (เช่น FRC และ CatholicVote) พบว่า ตั้งแต่ปี 2020 จนถึงช่วงปี 2025 - 2026 นี้ มีเหตุโจมตีและละเมิดศาสนสถานคาทอลิกเฉพาะในอเมริกาสูงถึงกว่า 548 ครั้ง แล้ว

⛪ ​โดยเฉพาะในปี 2025 ที่ผ่านมาปีเดียว มีการโจมตีโบสถ์คาทอลิกถึง 57 ครั้ง ซึ่งรูปแบบคดีที่พบมากที่สุดถึง 68% คือการ Vandalism หรือการจงใจทำลายทรัพย์สินศักดิ์สิทธิ์ พฤติกรรมสะเทือนใจที่เกิดขึ้นซ้ำ ๆ คือ การบุกทุบทำลายรูปปั้นพระแม่มารีย์ตามลานโบสถ์และโรงเรียน การจงใจตัดเศียร (หัว) และตัดมือของรูปปั้น รวมถึงการพ่นสีข้อความสร้างความเกลียดชัง

​🗽 รัฐที่เกิดเหตุสูงสุด 3 อันดับแรกคือ แคลิฟอร์เนีย (แชมป์สูงสุดเกือบ 70 ครั้ง) ตามด้วยนิวยอร์ก และเพนซิลเวเนีย ยิ่งไปกว่านั้น ในฝั่งยุโรปช่วงต้นปี 2026 นี้ก็เริ่มมีรายงานการบุกทำลายแท่นบูชาและทุบกางเขนตามสุสานในหลายประเทศเช่นกัน

​🧱 ตัวเลขเหล่านี้ไม่ใช่แค่เรื่องของสิ่งปลูกสร้างหรือก้อนหินที่แตกหัก แต่ มันคือสัญญาณเตือนถึง "ความเกลียดชังทางความเชื่อ" (Anti-Catholic hostility) ที่กำลังทวีความรุนแรงขึ้นในโลกยุคปัจจุบัน

🙏 ​ในฐานะคริสตชน สิ่งที่เราทำได้ไม่ใช่การตอบโต้ด้วยความโกรธแค้น แสวงหาความรุนแรงกลับ แต่คือการช่วยกันเป็นกระบอกเสียงส่งต่อความจริง สร้างความตระหนักรู้ และร่วมใจกันสวดภาวนาขอความสงบสุขให้กลับคืนมาสู่สังคม

23/05/2026
23/05/2026

ฉลองนักบุญ วันที่ ๒๓ พฤษภาคม
#นักบุญยอห์น บัปติสต์ รอสซี
St. John Baptist Rossi, Priest

ยอห์น บัปติสต์ รอสซี (ปี ค.ศ.๑๖๙๘-๑๗๖๔) เป็นพระสงฆ์ชาวโรมที่อุทิศชีวิตแก่กลุ่มคนต่ำต้อยที่สุดในสังคม ท่านเกิดที่ Voltaggio ใกล้กับ Genoa ท่านได้รับการศึกษาที่ Roman College และรับศีลบวชเป็นสงฆ์ในปี ๑๗๒๑

แม้ท่านจะมีอาการเป็นโรคลมชัก แต่ท่านก็ทำงานอย่างไม่เห็นแก่เหน็ดเหนื่อยท่ามกลางคนยากจน คนไร้บ้าน ขอทานและโสเภณี

ท่านยังเป็นผู้ฟังสารภาพบาปที่มีพระพรพิเศษสำหรับคนทุกชนชั้น ท่านเป็นนักเทศน์ที่จูงใจคน โดยเฉพาะแก่บรรดาคณะนักบวช ท่านได้รับการประกาศเป็นนักบุญในปี ๑๘๘๑

22/05/2026

Pope Leo XIV goes through his day centered on prayer, silence, and seeking God amid his responsibilities at the helm of the Church, said his personal secretary, Peruvian priest Father Edgard Rimaycuna, in an interview released May 18 by the Order of St. Augustine.

Rimaycuna offered details regarding the daily spiritual life of the pontiff, whom he described as a man who “lives always in the constant presence of God.”

https://www.ewtnnews.com/vatican/how-does-pope-leo-pray

22/05/2026

ฉลองนักบุญ วันที่ ๒๒ พฤษภาคม
#นักบุญริต้าแห่งคาสเซีย แม่หม้ายและนักบวชหญิง
. Rita of Cascia, Widow and Nun

ริต้า (ปี ค.ศ.๑๓๗๗-๑๔๕๗) เป็นนักบุญอุปถัมภ์ของกรณีสิ้นหวัง ท่านเกิดที่เมือง Roccaporena ในแคว้น Umbria ท่านปรารถนาจะเป็นซิสเตอร์ตั้งแต่เยาว์วัย แต่ต้องแต่งงานเมื่ออายุ ๑๒ ปีตามความต้องการของพ่อแม่ ท่านมีลูกชาย ๒ คน ชีวิตสมรสปราศจากความสุข สามีไม่ซื่อสัตย์และทุบตีทำร้ายท่านเสมอ ที่สุด หลังจากอยู่ด้วยกันนาน ๑๘ ปี สามีก็เสียชีวิตจากการถูกสังหารล้างแค้น

ริตาได้เข้าเป็นซิสเตอร์คณะออกัสติเนียนในปี ๑๔๐๗ ที่เมือง Santa Maria Maddalena ใน Cascia แต่ท่านถูกปฏิเสธไม่ให้สวมชุดนักบวชถึง ๓ ครั้งเพราะไม่ใช่หญิงสาวพรหมจรรย์ ในที่สุด ผู้มีอำนาจของคณะก็ยอมอนุญาตในปี ๑๔๑๓ กล่าวกันว่าท่านภาวนาอย่างซาบซึ้งในพระมหาทรมานของพระคริสต์จนกระทั่งมีรอยแผลปรากฏที่หน้าผาก ชื่อเสียงในความศักดิ์สิทธิ์ของท่านแผ่กระจายไปทั่ว ท่านอุทิศตนดูแลซิสเตอร์ที่เจ็บป่วยและให้คำปรึกษาแก่ฆราวาสที่มาเยี่ยม ท่านเสียชีวิตด้วยวัณโรคในวันที่ ๒๒ พฤษภาคม ๑๔๔๗ และได้รับการประกาศเป็นนักบุญในปี ๑๙๐๐ สัญลักษณ์ของท่านคือดอกกุหลาบซึ่งจะมีการเสกในวัดของคณะออกัสติเนียนในวันฉลองของท่าน

22/05/2026

➡️ โป๊ป เลโอ ที่ 14 ทรงย้ำ การนำกลุ่มคริสตชนต่างๆในศาสนจักร ไม่ใช่เรื่องของอำนาจ แต่เป็นพระพรพิเศษของพระจิตที่ต้องรับใช้ความดีฝ่ายจิตวิญญาณของทุกคน

➡️ ทรงสอน การนำต้องไม่ถูกใช้เพื่อผลประโยชน์ส่วนตัว ชื่อเสียง หรืออำนาจทางโลก แต่ต้องเกิดจากการยอมรับของชุมชน การเลือกตั้งอย่างเสรี และการไตร่ตรองแยกแยะร่วมกัน

➡️ ทรงชี้ กลุ่มคริสตชนต่างๆในศาสนจักรต้องไม่ปิดตัวเอง หรือคิดว่ากลุ่มของตัวเองเท่านั้นที่ถูกต้อง แต่เราต้องอยู่ในความเป็นหนึ่งเดียวกับศาสนจักรทั้งหมดและบิช็อปท้องถิ่น

➡️ ทรงเตือน ถ้ากลุ่มไหนพูดว่า “เราไม่เป็นหนึ่งเดียวกับบิช็อปคนนี้ เราต้องการอีกคนหนึ่ง” การพูดแบบนี้ถือว่าใช้ไม่ได้

Photo: Vatican Media

____________

ช่วงสายวันพฤหัสบดีที่ 21 พฤษภาคมที่ผ่านมา พระสันตะปาปา เลโอ ที่ 14 ทรงพบกับบรรดาผู้ประสานงานกลุ่มคริสตชนต่างๆในศาสนจักรที่มาเข้าเฝ้า โดยทั้งหมดมาร่วมการประชุมซึ่งจัดโดยสมณกระทรวงสำหรับฆราวาส ครอบครัว และชีวิต

สำหรับใจความสำคัญของสิ่งที่พระสันตะปาปาตรัสกับพวกเขา Pope Report เรียบเรียงมาให้ดังนี้

1. การนำในศาสนจักรไม่ใช่แค่งานบริหาร แต่ต้องรับใช้ความรอดของผู้มีความเชื่อ

พระสันตะปาปาเริ่มต้นด้วยการอธิบายว่า ทุกชุมชนจำเป็นต้องมีคนช่วยนำและประสานชีวิตร่วมกัน แต่ในศาสนจักร การนำไม่ได้มีไว้แค่จัดการความต้องการของสมาชิก เพราะศาสนจักรคือเครื่องหมายที่พระคริสต์ทรงตั้งขึ้น เพื่อให้มนุษย์ทุกยุคได้รับผลแห่งการไถ่บาปและชีวิตใหม่ การนำจึงต้องมุ่งไปสู่ความดีฝ่ายจิตของผู้มีความเชื่อ และนักบุญเปาโลก็จัด “การบริหารจัดการ” ไว้ในบรรดาพระพรพิเศษของพระจิตด้วย

“ศาสนจักรได้รับการตั้งขึ้นโดยพระคริสต์ให้เป็นเครื่องหมายแห่งความรอดของพระองค์ และเป็นสถานที่ที่พระเจ้าต้องการให้มนุษย์ทุกคนในทุกยุคสมัย ได้รับผลแห่งการไถ่บาป และมีประสบการณ์ชีวิตใหม่ที่พระคริสต์ประทานแก่เรา ... การนำในศาสนจักรจึงไม่เคยเป็นเพียงเรื่องเชิงเทคนิค ตรงกันข้าม การนำมีทิศทางแห่งความรอดอยู่ในตัวเอง กล่าวคือ ต้องมุ่งไปสู่ความดีฝ่ายจิตวิญญาณของผู้มีความเชื่อ แท้จริงแล้ว นักบุญเปาโลนับสิ่งนี้ไว้ในบรรดาพระพรพิเศษด้วย ท่านเขียนว่า มี ‘ผู้ทำอัศจรรย์’ แล้วก็ ‘ผู้รักษาโรค ผู้ช่วยเหลือ ผู้บริหาร ผู้พูดภาษาต่าง ๆ’” พระสันตะปาปาตรัส

2. การนำเป็นพระพรของพระจิต ไม่ใช่เครื่องมือสร้างชื่อเสียง

พระสันตะปาปาย้ำว่า สำหรับกลุ่มคริสตชนต่างๆในศาสนจักร การนำโดยทั่วไปจะมอบหมายให้ฆราวาสทำหน้าที่ สิ่งนี้เป็นผลจากการเลือกตั้งอย่างเสรี ซึ่งต้องสะท้อนการไตร่ตรองแยกแยะร่วมกัน ไม่ใช่การสั่งลงมาจากข้างบน หรือการใช้อำนาจเพื่อประโยชน์ของตนเอง

“การนำต้องเป็นไปเพื่อประโยชน์ของทุกคน เพื่อส่งเสริมความดีของชุมชน ของกลุ่มสมาคม และของศาสนจักรทั้งหมด ดังนั้น การนำจึงไม่อาจถูกนำไปใช้เพื่อผลประโยชน์ส่วนตัว หรือเพื่อชื่อเสียงและอำนาจแบบโลก ... การนำไม่อาจถูกยัดเยียดจากเบื้องบน แต่ต้องเป็นของขวัญจากพระเจ้าที่ชุมชนมองเห็นได้ และยอมรับอย่างเสรี ด้วยเหตุนี้ การเลือกตั้งอย่างเสรีจึงมีความสำคัญ” พระสันตะปาปา ทรงเตือน

3. คนที่นำต้องฟัง โปร่งใส และไม่ดึงทุกอย่างมาไว้ที่ตัวเอง

จากนั้น บิช็อปแห่งกรุงโรมสอนว่า การนำที่ดีต้องมีการฟังกัน ความรับผิดชอบร่วมกัน ความโปร่งใส ความใกล้ชิดแบบพี่น้อง และการไตร่ตรองแยกแยะร่วมกัน เพราะอำนาจในศาสนจักรไม่ใช่การรวมทุกอย่างไว้กับคนคนเดียว แต่ต้องเปิดทางให้ทุกคนมีส่วนร่วมอย่างรับผิดชอบ

“การนำต้องมีลักษณะบางประการอยู่เสมอ ได้แก่ การฟังกันและกัน ความรับผิดชอบร่วมกัน ความโปร่งใส ความใกล้ชิดแบบพี่น้อง และการไตร่ตรองแยกแยะร่วมกัน ... การนำที่ดี แทนที่จะดึงทุกอย่างมาไว้ที่ตนเอง จะส่งเสริมให้แต่ละระดับและสมาชิกทุกคนของชุมชนมีส่วนร่วมอย่างรับผิดชอบ” พระสันตะปาปา ตรัส

4. คนที่พูดว่า “เราไม่เป็นหนึ่งเดียวกับบิช็อปคนนี้ เราต้องการอีกคนหนึ่ง” แบบนี้ใช้ไม่ได้

พระสันตะปาปาเตือนว่า กลุ่มคริสตชนต่างๆในศาสนจักร ต้องเปิดตัวเองอยู่เสมอ และต้องดำเนินชีวิตในความเป็นหนึ่งเดียวกับบิช็อปท้องถิ่น โดยผู้รับหน้าที่ผู้นำต้องเป็นพยานถึงความอ่อนโยน การไม่ยึดติด และความรักอย่างไม่เห็นแก่ตัว เพื่อรักษาส่วนรวมไว้

“ตรงนี้ พ่ออยากเน้นความสำคัญของมิติความเป็นหนึ่งเดียวกับศาสนจักรทั้งหมด บางครั้งเราพบกลุ่มที่ปิดตัวเอง และคิดว่าความเป็นจริงเฉพาะของตนคือสิ่งเดียว หรือแม้แต่คิดว่านั่นคือศาสนจักร แต่ศาสนจักรคือเราทุกคน ศาสนจักรกว้างกว่านั้นมาก ดังนั้น กลุ่มคริสตชนต่างๆในศาสนจักรต้องพยายามอย่างแท้จริงที่จะดำเนินชีวิตในความเป็นหนึ่งเดียวกับศาสนจักรทั้งหมด ในระดับเขตศาสนปกครอง ด้วยเหตุนี้ บิช็อปจึงเป็นบุคคลอ้างอิงที่สำคัญมาก และถ้ากลุ่มหนึ่งพูดว่า ‘ไม่ เราไม่เป็นหนึ่งเดียวกับบิช็อปคนนี้ เราต้องการอีกคนหนึ่ง’ แบบนี้ใช้ไม่ได้ เราต้องพยายามดำเนินชีวิตในความเป็นหนึ่งเดียวกับศาสนจักรทั้งหมด ทั้งในระดับเขตศาสนปกครองและในระดับสากล” พระสันตะปาปา เตือนสติ

5. พระพรพิเศษแท้ต้องไม่ติดอยู่กับอดีต แต่ต้องฟังความท้าทายของวันนี้

พระสันตะปาปายังอธิบายว่า ผู้ที่รับหน้าที่ผู้นำต้องทำงานละเอียดอ่อนสองด้านพร้อมกัน ด้านหนึ่งต้องรักษามรดกที่ยังมีชีวิตของกลุ่ม อีกด้านหนึ่งต้องมีบทบาทแบบประกาศก คือฟังความต้องการด้านอภิบาลในปัจจุบัน และตอบสนองต่อความท้าทายใหม่ๆ ของวัฒนธรรม สังคม และชีวิตฝ่ายจิตในยุคนี้

“การนำอย่างซื่อสัตย์ต่อพระพรพิเศษแรกเริ่ม จึงหมายถึงการพบแรงบันดาลใจจากพระพรพิเศษนั้น เพื่อเปิดตนเองต่อการเดินทางที่ศาสนจักรกำลังดำเนินอยู่ในปัจจุบัน โดยไม่ปักหลักอยู่กับรูปแบบต่างๆ ของอดีต แม้รูปแบบเหล่านั้นจะเคยดีเพียงใดก็ตาม แต่ยอมให้ตนเองถูกตั้งคำถามจากความเป็นจริงและความท้าทายใหม่ๆ ในการเสวนากับสมาชิกคนอื่นๆ ทั้งหมดของพระกายศาสนจักร” พระสันตะปาปา ตรัสสอน

6. กลุ่มคริสตชนต่างๆในศาสนจักรคือของขวัญที่ต้องดูแลให้เติบโต

ตอนท้าย พระสันตะปาปาขอบคุณกลุ่มคริสตชนต่างๆในศาสนจักร ที่เป็นของประทานล้ำค่าต่อศาสนจักร เพราะมีทั้งผู้ที่ได้รับการอบรมอย่างดี ผู้ประกาศพระวรสาร เยาวชนจำนวนมาก และกระแสเรียกที่หลากหลาย ทั้งสู่ชีวิตสงฆ์และชีวิตสมรส

“กลุ่มคริสตชนต่างๆในศาสนจักร เป็นของขวัญที่ประเมินค่าไม่ได้สำหรับศาสนจักร ... ความหลากหลายของพระพรพิเศษ ของประทาน และวิธีการแพร่ธรรมที่พัฒนาขึ้นตลอดหลายปี ทำให้พวกท่านสามารถอยู่ในพื้นที่ของวัฒนธรรม ศิลปะ ชีวิตสังคม และการทำงาน เพื่อนำแสงสว่างของพระวรสารไปทุกหนแห่ง จงรักษา และด้วยพระหรรษทานของพระเจ้า จงบำรุงเลี้ยงของประทานเหล่านี้ทั้งหมด ศาสนจักรสนับสนุนและร่วมเดินไปกับพวกท่าน” พระสันตะปาปา ตรัสปิดท้าย

พิธีมิสซาและเฝ้าศีลมหาสนิทวันพุธที่ 20 พฤษภาคม 2026/2569สัปดาห์ที่ 7 เทศกาลปัสกาเวลา 19:00 น.Fr. Bruno เป็นประธาน
21/05/2026

พิธีมิสซาและเฝ้าศีลมหาสนิท
วันพุธที่ 20 พฤษภาคม 2026/2569
สัปดาห์ที่ 7 เทศกาลปัสกา
เวลา 19:00 น.
Fr. Bruno เป็นประธาน

21/05/2026

ฉลองนักบุญ วันที่ ๒๑ พฤษภาคม
#นักบุญก็อดริกแห่งฟินชาเล
St. Godric of Finchale, Hermit

ก็อดริก (ปี ค.ศ.๑๖๐๙-๑๑๗๐) เป็นฤาษีชาวอังกฤษ ตามหลักฐานที่หลงเหลือ ท่านเป็นผู้เขียนบทกวีอังกฤษเก่าแก่ที่สุด ซึ่งท่านแต่งสำหรับการขับร้อง คล้ายกับบทเพลงเกรกอเรียน

ก็อดริกเกิดในเมือง Walpole ท่านได้ดำเนินชีวิตหลายหลากเส้นทาง ท่านเป็นพ่อค้าเร่ เป็นนักจาริกแสวงบุญไปถึงโรมและเยรูซาเล็ม เป็นกลาสี เป็นกัปตันเดินเรือ เป็นผู้ดูแลผลประโยชน์ของเจ้าของที่ดิน เป็นนักประพันธ์เพลงและเป็นฤาษี สุดท้าย ท่านลงหลักปักฐานที่ Finchale อาศัยอยู่ในที่ดินของพระสังฆราชแห่งเมือง Durham ท่านใช้ชีวิตเคร่งครัดและจำศีลอดอาหารเพื่อชดเชยบาปสมัยเป็นกลาสีและพ่อค้า ท่านไม่เคยได้รับการประกาศเป็นนักบุญอย่างเป็นทางการ แต่ชื่อเสียงของท่านก็แพร่กระจายผ่านทางอัตชีวิตประวัติและบทขับร้องที่ท่านประพันธ์

ที่อยู่

259 M. 3, Wiangyong
Muang Lamphun
51000

เวลาทำการ

จันทร์ 06:30 - 08:00
อังคาร 06:30 - 08:00
พุธ 19:00 - 20:00
พฤหัสบดี 06:30 - 08:00
ศุกร์ 06:30 - 08:00
เสาร์ 06:30 - 08:00
อาทิตย์ 09:00 - 10:30

เบอร์โทรศัพท์

+66806221364

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ วัดนักบุญฟรังซิสแห่งอัสซีซี ลำพูนผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์