05/07/2026
การประกาศแบบแอนดรูว์
ยอห์น 1:35-45 “รุ่งขึ้นอีกวันหนึ่งยอห์นกำลังยืนอยู่กับสาวกของท่านสองคน
36 และท่านมองดูพระเยซูขณะที่พระองค์ทรงดำเนินและกล่าวว่า "จงดูพระเมษโปดกของพระเจ้า"
37 สาวกสองคนนั้นได้ยินท่านพูดเช่นนี้ เขาจึงติดตามพระเยซูไป
38 พระเยซูทรงเหลียวกลับมาและเห็นเขาตามพระองค์ไป จึงตรัสถามเขาว่า "ท่านหาอะไร" และเขาทั้งสองทูลพระองค์ว่า "รับบี (ซึ่งแปลว่าอาจารย์) ท่านอยู่ที่ไหน"
39 พระองค์ตรัสตอบเขาว่า "มาดูเถิด" เขาก็ไปและเห็นที่ซึ่งพระองค์ทรงพำนัก และวันนั้นเขาก็ได้พักอยู่กับพระองค์ เพราะขณะนั้นประมาณสี่โมงเย็นแล้ว
40 คนหนึ่งในสองคนที่ได้ยินยอห์นพูดและได้ติดตามพระองค์ไปนั้น คืออันดรูว์น้องชายของซีโมนเปโตร
41 แล้วอันดรูว์ก็ไปหาซีโมนพี่ชายของตนก่อน และบอกเขาว่า "เราได้พบพระเมสสิยาห์ (คำภาษาฮีบรูและคำภาษากรีก หมายความว่า ผู้ที่พระเจ้าทรงเจิม) แล้ว" (ซึ่งแปลว่าพระคริสต์)
42 อันดรูว์จึงพาซีโมนไปเฝ้าพระเยซู พระเยซูทรงทอดพระเนตรเขาแล้วจึงตรัสว่า "ท่านคือซีโมนบุตรยอห์นซีนะ เขาจะเรียกท่านว่าเคฟาส" (ซึ่งแปลว่าศิลา)
เมื่อ 2 สัปดาห์ ที่ผ่านมา ผู้เขียนได้มีโอกาศเข้าร่วมสัมมนา เรื่องการ ประกาศแบบแอนดรูว์ ก็อยากจะเอามาประยุกต์ใช้กับสมาชิกในคริสตจักร แต่ต้องปรับให้เข้ากับบริบทของคริสตจักร เพื่อเสริมสร้างให้สมาชิกพัฒนาในความรับผิดชอบต่อข่าวประเสริฐของพระเยซูคริสต์ ในการประกาศส่วนตัวต่อผู้ที่จะได้ยินข่าวประเสริฐของพระคริสต์
เรามาเริ่มกับข้อมูลประวัติของ อัครทูตแอนดรูว์ ที่หาได้ไม่ยากในยุคของข้อมูลAI และในเวปไซด์ต่างๆ เพียงแค่คัดกรองข้อมูลให้ถูกต้องที่สุด (ยอมรับว่าไม่ค่อยแม่นข้อมูลเชิงประวัติศาสตร์) อัครทูตอันดรูว์ เป็นหนึ่งในอัครสาวกกลุ่มแรกของพระเยซู ท่าน เกิดต้นคริสต์ศตวรรษที่ 1
ทางตะวันออกของแม่น้ำจอร์แดนที่เมืองเบ็ธไซดา แคว้นกาลิลี และมีอาชีพเป็นชาวประมง ท่านเป็นน้องชายของ ซีโมนเปโตร โดยอันดรูว์เป็นผู้ที่พาเปโตรมาพบพระเยซูหลังจากที่ท่านเชื่อว่าพระองค์คือพระเมสสิยาห์
ประวัติและผลงานเบื้องต้น
· พื้นเพ: ท่านและพี่ชาย (เปโตร) ทำอาชีพประมงบริเวณทะเลสาบกาลิลี เปโตรและอันดรูว์ เดิมเป็นชาวประมง ฉะนั้นเมื่อพระเยซูเรียกตัวมาเป็นอัครทูตโดยกล่าวว่าเจ้าจงเป็น “ชาวประมงหามนุษย์”
· จุดเริ่มต้นความเชื่อ: แต่เดิมท่านเป็นศิษย์ของ ยอห์น บัพติศมา ต่อมาเมื่อได้พบพระเยซู ท่านได้ติดตามพระองค์ไป
· การประกาศข่าวประเสริฐ: ตามธรรมเนียมประเพณี หลังจากเหตุการณ์พระเยซูเสด็จขึ้นสู่สวรรค์แล้ว ท่านได้เดินทางไปประกาศศาสนาในแถบเอเชียไมเนอร์และภูมิภาคยูเครน/รัสเซียในปัจจุบัน
· การสิ้นชีวิต: ท่านถูกประหารชีวิตกลางหรือปลายคริสต์ศตวรรษที่ 1 ถูกตรึงกางเขนที่ เมืองเพ็ทราส์ ในประเทศกรีซปัจจุบันโดยการตรึงกางเขนในรูปตัว X ซึ่งต่อมาเรียกว่า กางเขนนักบุญอันดรูว์
สิ่งที่แอนดรูว์ได้กระทำ
1. ไปตามเปโตรให้มารู้จักกับพระเยซูคริสต์และสมัครเป็นศิษย์ด้วย(ยน.1.40-42)
2. เมื่อคนต่างชาติไปหาฟิลิปขอให้พาไปหาพระเยซูคริสต์ ฟิลิปกลับไปหาอันดรูว์แล้วชวนอันดรูว์ไปทูลพระเยซูคริสต์ด้วยกัน(ยน.12.22) แสดงว่าอันดรูว์เป็นเพื่อนสนิทกับฟิลิป (ทั้งสองเป็นศิษย์ของยอห์นบัปติสต์ด้วยกัน) และในเวลาเดียวกันอันดรูว์ก็ใกล้ชิดกับพระเยซูคริสต์ด้วย
3. เมื่อพระองค์จะทรงทำอัศจรรย์ทวีขนมปังเลี้ยงประชาชน พระองค์ก็ทรงถามฟิลิปเป็นการลองใจว่าจะหาอาหารที่ไหนมาเลี้ยงประชาชน ฟิลิปก็จนปัญญา อันดรูว์จึงเข้ามาแก้ไขสถานการณ์โดยทูลพระองค์ว่าเห็นเด็กคนหนึ่งมีขนมปังอยู่ 5 ก้อน และปลา 2 ตัว (ยน.6.8-9)พระเยซูคริสต์จึงทรงอาศัยขนมปังและปลานั้นทำอัศจรรย์ทวีให้เพิ่มมากขึ้นเลี้ยงประชาขนจนอิ่มหนำ
หลักฐานชิ้นสุดท้ายในพระคัมภีร์ที่มีชื่ออันดรูว์ปรากฎอยู่ก็คือ หนังสือกิจการอัครสารวกที่บรรจุชื่ออันดรูว์ ไว้พร้อมกับอัครสาวกอื่นๆหลังจาที่พระเยซูคริสต์เสด็จขึ้นสวรรค์แล้ว(กจ.1.13)
บทเรียน 5 ขั้นตอน ของวิถีชีวิตแบบอันดรูว์
เพื่อการใช้กับการประกาศข่าวประเสริฐของพระคริสต์ เมื่อผู้เชื่อในพระเยซูคริสต์ ใช้ประกอบ
ในการฝึกฝนให้เป็นคุณลักษณะชีวิตของการเป็นพยาน และนำความรอดสู่ผู้อื่น ถ้าเรานำมาใช้ทุกครั้งก็จะสามารถทำให้เป็นประโยชน์ กับคริสตจักร สิ่งสำคัญที่ผู้เขียนต้องการสื่อให้กับสมาชิกในคริสตจักร ไม่ได้หมายความว่าทุกคนต้องทำเป็นทั้งหมดทั้ง 5 ขั้นตอน พวกเรามีความเชื่อว่า พี่น้องในคริสตจักรทุกคนเป็นส่วนสำคัญในพระกายของพระองค์ (1โครินธ์ 12:27 “ฝ่ายท่านทั้งหลายเป็นกายของพระคริสต์ และต่างก็เป็นอวัยวะของพระกายนั้น”) ฉะนั้น เมื่อเรียนบทเรียนนี้ ก็ขอให้พี่น้องสมาชิกในคริสตจักร พิจารณาพิสูจน์ดูว่าท่านมีความสามารถในขั้นตอนใดบ้าง ที่เรานำมาใช้ให้เป็นองค์ประกอบต่อกันและกัน แล้วเอาวิถีชีวิตของอันดรูว์ นำมาทำให้เป็นคุณลักษณะของชีวิตตนเอง เพื่อเสริมสร้างกันและกัน ในการเป็นพยานกับการประกาศข่าวประเสริฐของพระเยซูคริสต์
ขั้นตอนที่ 1การอธิษฐาน
ยอห์น 1:35-37 “รุ่งขึ้นอีกวันหนึ่งยอห์นกำลังยืนอยู่กับสาวกของท่านสองคน
36 และท่านมองดูพระเยซูขณะที่พระองค์ทรงดำเนินและกล่าวว่า "จงดูพระเมษโปดกของพระเจ้า"
37 สาวกสองคนนั้นได้ยินท่านพูดเช่นนี้ เขาจึงติดตามพระเยซูไป”
วิธีการอธิษฐาน คือ เราจะเขียนชื่อคนที่เรารู้จักประมาณ 1-10 คนลงในกาดร์ใบนี้ ที่ยังไม่รู้จักข่าวประเสริฐของพระเยซูคริสต์ หรืออาจนึกถึงคนที่หลุดหลงหายไป เพื่อจะได้อธิษฐานเผื่อพวกเขาทุกวัน
ก่อนที่อันดรูว์จะเดินตามพระเยซู พระเจ้าทรงทำงานในชีวิตของท่านอยู่แล้ว ผ่านทางการเป็นพยานของยอห์บัพติสมา ผู้เขียนเห็นด้วย เป็นสิ่งที่จริงส่วนสำคัญที่สุดของการเป็นพยานในข่าวประเสริฐของพระคริสต์ คือ การอธิษฐาน แม้ในพระคัมภีร์ไม่ได้กล่าวถึงชีวิตของอันดรูว์ ว่าได้เป็นนักอธิษฐานหรือไม่ แต่ก็ได้มีการบันทึกไว้ก่อนหน้าว่า อันดรูว์นั้นเป็นศิษย์ของยอห์นผู้ให้บัพติสมา ฉะนั้นก็อาจวิเคราะห์ได้ว่า อันดรูว์ก็เฝ้าอธิษฐานแสวงหาพระเมสิยาห์อยู่ตลอดมา เพราะเมื่ออัครทูตอันดรูว์ได้พบพระเยซูคริสต์ ท่านก็ได้รีบไปบอกพี่ชายของท่านคือซีโมนเปโตร ว่าท่านได้พบกับ พระเมสิยาห์แล้ว (ยอห์น 1:41)
การอธิษฐาน เป็นกระบวนการเริ่มต้นที่ดี ก่อนที่เราจะพูดคุยกับใครในเรื่องพระเยซูคริสต์ ขอให้พวกเราเริ่มต้นอธิษฐานขอพระเจ้าทรงเคลื่อนไหว แม้เราจะรู้ว่าพระเจ้าจะทรงทำงานในใจของคนๆนั้นอยู่แล้ว แต่การที่จะให้เขารู้จักกับพระนามของพระเยซูคริสต์ การอธิษฐานทูลเชิญให้พระองค์ทำในสิ่งพวกเราทำไม่ได้นั้น คือการเปลี่ยนจิตใจของคนๆนั้น
อธิษฐานเพื่อเตรียมใจให้พร้อม ทั้ง 3 ฝ่าย
1.ฝ่านตัวเราเอง เพื่อความพร้อมที่จะแบ่งปันและเชื้อเชิญ 1เปโตร 3:15 “แต่ในใจของท่าน จง
เคารพนับถือ พระคริสต์ว่าเป็น องค์พระผู้เป็นเจ้า จงเตรียมตัวไว้ให้พร้อมเสมอ เพื่อท่านจะสามารถตอบทุกคนที่ถามท่านว่า ท่านมีความหวังใจเช่นนี้ด้วยเหตุผลประการใด แต่จงตอบด้วยใจสุภาพและด้วยความนับถือ”
2.ฝ่ายผู้ที่เราจะประกาศ เพื่อเขาจะเปิดรับเอาข่าวประเสริฐ กิจการ 16:14 “มีหญิงคนหนึ่งในพวกที่ฟังเรา ชื่อลิเดีย มาจากเมืองธิยาทิรา เป็นคนขายผ้าสีม่วง เป็นคนที่ถือพระเจ้า หญิงนั้นได้ฟังเรา และพระเจ้าได้ทรงเปิดใจของเขาให้สนใจในถ้อยคำซึ่งเปาโลได้กล่าว”
3. ฝ่ายผู้ประกาศและศิษยาภิบาล เพื่อความชัดเจนเป็นหนึ่งเดียวกัน โคโลสี 4:3-4 “และอธิษฐานเผื่อเราด้วย เพื่อพระเจ้าจะได้ทรงโปรดเปิดประตูไว้ให้เราสำหรับพระวาทะนั้น ให้เรากล่าวความล้ำลึกของพระคริสต์ (ที่ข้าพเจ้าถูกจำจองอยู่ก็เพราะเหตุนี้) 4 เพื่อข้าพเจ้าจะได้กล่าวชี้แจงข้อความตามสมควรที่ข้าพเจ้าควรจะกล่าวนั้น”
หลักการสำคัญ คุณไม่สามารถเปลี่ยนจิตใจของใครได้ แต่พระเจ้าทำได้ การอธิษฐานไม่ใช่การเตรียมตัวเพื่อทำงาน แต่การอธิษฐานนั้นแหละคืองาน
การแนะนำการ์ดวิถีชีวิตแบบแอนดรู คือการที่จะกรอกข้อมูล รายชื่อที่เฉพาะเจาะจง เพื่อใช้การ์ดใบนี้เป็นสะพานเชื่อมในภาคปฏิบัติ ระหว่างบทเรียนนี้ กับการเชื่อฟังในชีวิตประจำวัน ซึ่งเป็นการประยุกต์ใช้กับผู้เข้าร่วมที่จะพูดว่า “อย่าเริ่มต้นด้วยการพูดแต่จงเริ่มต้นด้วยการอธิษฐาน”
ขั้นตอนที่ 2 แบ่งปัน
ยอห์น 1:38-39 “พระเยซูทรงเหลียวกลับมาและเห็นเขาตามพระองค์ไป จึงตรัสถามเขาว่า "ท่านหาอะไร" และเขาทั้งสองทูลพระองค์ว่า "รับบี (ซึ่งแปลว่าอาจารย์) ท่านอยู่ที่ไหน"
39 พระองค์ตรัสตอบเขาว่า "มาดูเถิด" เขาก็ไปและเห็นที่ซึ่งพระองค์ทรงพำนัก และวันนั้นเขาก็ได้พักอยู่กับพระองค์ เพราะขณะนั้นประมาณสี่โมงเย็นแล้ว
เมื่ออันดรูว์เริ่มติดตามพระเยซู พระองค์ทรงตรัสถามพวกเขาว่า “ท่านต้องการอะไร” การที่เราแค่อยากจะติดตามพระเยซูเท่านั้นยังไม่เพียงพอ ฉะนั้นเราต้องการติดตามพระองค์ด้วยเหตุผลที่ถูกต้องด้วย ถ้าการติดตามพระเยซูโดยมีเป้าหมายเป็นของเรา ก็เท่ากับขอให้พระเยซูติดตามเราเพื่อผลประโยชน์ของเราเท่านั้น ไม่ใช่เพื่อพระองค์ ให้เราพิจารณาแรงจูงใจของเราในการติดตามพระเยซูคริสต์ว่ าเราติดตามพระองค์เพื่อถวายพระเกียรติศิริของพระองค์ หรือเพื่อเกียรติของตัวเอง อันดรูว์ได้ตอบพระองค์ว่าท่านอยู่ที่ไหน และเมื่อถึงตอนนี้พระเยซูตรัสอันดรูว์ว่า “มาดูเถิด” และท่านก็ตอบสนองในการที่จะร่วมมือใช้เวลากับพระเยซู ก่อนที่จะออกไปพูดถึงเรื่องพระองค์กับคนอื่นอีก
บทเรียนสำคัญ การแบ่งปันคือเริ่มต้นจากการฟัง ในความหมายของการแบ่งปันอาจหมายถึง การได้พูดคุยกันมากๆ แต่สำหรับบริบทของพวกเรา อาจมีความหมายที่ต่างออกไปคือ การแบ่งปันเริ่มต้นจากการรับฟัง ฉะนั้นเราสร้างวัฒนธรรมที่เรารับใช้ในงานประกาศก็คือ
• ผู้คนให้คุณค่ากับความเคารพให้เกียรติกัน
• ผู้คนหลีกเลี่ยงความขัดแย้งอย่างเปิดเผย
• ผู้คนสังเกตพฤติกรรมอย่างใกล้ชิด
หมายความว่า ชีวิตคุณเป็นสิ่งที่พูดออกไปก่อน ก่อนที่คุณจะพูดเกี่ยวกับพระเยซู ฉะนั้นจงสำแดงพระเยซูให้เห็นผ่านทางชีวิตของตัวเราเอง เพื่อให้พวกเขามาพบพระคริสต์ ผ่านทางความสัมพันธ์นี้ระหว่างเรากับพระเจ้า เราจะเห็นได้ว่าอันดรูว์มาพบพระเยซู ผ่านทางยอห์นผู้ให้บัพติสมา ซึ่งเป็นความสัมพันธ์ที่ยอห์นแสดงให้อันดรูว์ได้เห็นมาตลอดว่า มีพระเมสิยาห์อยู่จริง
หลักการสำคัญคือ ผู้คนจะยอมรับฟังคนที่พวกเขาไว้วางใจ
หลัก 3 T ในการสร้างมิตรภาพ
• Time (เวลา) การจัดเวลาอย่างตั้งใจเพื่ออยู่ร่วมกับคนที่คุณกำลังอธิษฐานเผื่อ มิตรภาพจำเป็นต้องอาศัยการอยู่ร่วมกัน และปรากฏตัวให้เห็น
• Truth (ความสัตย์จริง) สนใจชีวิตของพวกเขาอย่างจริงใจ ดำเนินชีวิตตามความเชื่อที่แท้จริงของคุณกับองค์พระผู้เป็นเจ้า ในขณะที่ใช้เวลาร่วมกับพวกเขา โดยไม่ต้องเสแสร้งหรือแสดงพฤติกรรมเพื่อสร้างภาพ
• Trust (ความไว้วางใจ) สร้างความไว้วางใจด้วยการรักษาคำพูด และปกป้องความลับของพวกเขา ห้ามนำเรื่องราวที่พวกเขาแบ่งปันให้กับคุณไปนินทา หรือใช้เป็นเครื่องมือโจมตีกลับโดยเด็ดขาด
แนวทางปฏิบัติ
• ช่วยเหลือในความต้องการด้านต่างๆที่จับต้องได้
• ร่วมรับประทานอาหารด้วยกัน
• ไปเยี่ยมเยือนที่บ้านของเขา หรือต้อนรับเขาเข้ามาในบ้านของคุณ
• ตั้งใจรับฟังเป็นอย่างดี
• จดจำวันสำคัญเช่น วันเกิด วันครบรอบ หรือวาระสำคัญของครอบครัว
การประยุกต์นำมาใช้ เราไม่ควรเริ่มต้นโดยการรีบร้อนที่จะเทศนาสั่งสอน แต่เป็นการเริ่มต้นโดยการสร้างมิตรภาพก่อน อย่าใช้อารมณ์บังคับให้พูดคุยเรื่องฝ่ายวิญญาณ แต่ปล่อยให้เกิดขึ้นเป็นไปตามธรรมชาติเมื่อการไว้วางใจเติบโตขึ้น
ขั้นตอนที่ 3 ชวนและพามา
ยอห์น 1:41-42 “41 แล้วอันดรูว์ก็ไปหาซีโมนพี่ชายของตนก่อน และบอกเขาว่า "เราได้พบพระเมสสิยาห์ แล้ว" (ซึ่งแปลว่าพระคริสต์) 42 อันดรูว์จึงพาซีโมนไปเฝ้าพระเยซู พระเยซูทรงทอดพระเนตรเขาแล้วจึงตรัสว่า "ท่านคือซีโมนบุตรยอห์นซีนะ เขาจะเรียกท่านว่าเคฟาส" (ซึ่งแปลว่าศิลา)”
จากมิตรภาพสู่การลงมือทำ
ขั้นตอนนี้คริสเตียนจำนวนมากที่ได้ทำหน้าที่ในการประกาศข่าวประเสริฐของพระคริสต์ ได้หยุดลงและหละเลย เป็นภาพของการสร้างมิตรภาพที่ดีเท่านั้น และยังทำหน้าที่ในการอธิษฐานอย่างสัตย์ซื่อ แต่ไม่ได้สร้างความสัมพันธ์ที่แท้จริงคือ กับไม่ได้เอ่ยปากชวนให้พวกเขามาที่คริสตจักร อันดรูว์ไม่ได้หยุดอยู่แค่การสร้างมิตรภาพ แต่เขากลับเดินไปหา ซีโมนเพื่อจะบอกว่า ตัวเขาได้พบพระเยซูคริสต์แล้ว
หลัการสำคัญคือ การเชิญชวนเป็นสิ่งจำเป็น และตัวคุณคือสะพานเชื่อม
ตามวัฒนธรรมคนไทยการเชิญชวนใครไปที่ต่างๆนั้น จะเป็นการเชิญชวนที่มีความสุภาพนุ่มนวล ฉะนั้นจึงควรหลีกเลี่ยงการเชิญชวนในลักษณะที่ไม่ถูกต้องเหล่านี้
1.ลักษณะการใช้ถ้อยคำเซ้าซี้ปลุกเร้าหรือก้าวร้าว
2.ลักษณะการสร้างแรงกดดันในที่สาธารณะที่ทำให้อีกฝ่ายหนึ่งตกเป็นเป้าหมายในสายตาหรือลักษณะของการกลืนไม่เข้าคายไม่ออก
3.การกระทำสิ่งใดก็ตามที่อาจทำอีกฝ่ายหนึ่งรู้สึกว่าอับอายต่อหน้าผู้อื่น
และในทางตรงกันข้ามลักษณะการเชิญชวนที่ดีก็คือ
1.เชิญชวนเขาโดยตรง โดยไม่ต้องใช้ผู้อื่นมาบอกหรือมาชวน
2.การแสดงออกที่ให้เกียรติต่อผู้ที่เราได้เชิญชวนเขา
3.เป็นลักษณะการเชิญชวนด้วยการพูดคุยเป็นการส่วนตัว
ให้เรามาพิจารณาลักษณะการเชิญชวนวิธีการของอันดรูว์ คือ ไปหา บอกเล่า และพามา ซึ่งเป็นลักษณะที่เรียบง่ายสามารถทำตามได้ ใช้ถ้อยคำที่เป็นธรรมชาติเพื่อให้ผู้เข้าร่วมนำไปใช้ได้เช่น คุณอยากจะไปด้วยกันกับฉันไหม?
การประยุกต์นำมาใช้จากการอบรม เป็นการฝึกให้ผู้เข้าร่วมคิดไกลกว่าแค่การเอ่ยปากชวน
1.หญ้าเพียงแค่ชวน-แต่ไปด้วยกันกับเขา
2.เป็นเจ้าภาพที่ดีคอยใส่ใจ และเตรียมพร้อมเรื่องความสะดวกสบาย การเดินทาง และคำถามต่างๆของเขา
3.เตรียมตัวให้พร้อม รวมถึงการเตรียมลงทุนสำหรับค่าใช้จ่ายตามแผนการของคุณ เพื่อพาเขามางานประกาศหรือการนมัสการที่คริสตจักร
4.รักษาท่าทีที่อบอุ่นเชิงบวกและเต็มไปด้วยความหวังตั้งแต่ต้นจนจบ
ใจความสำคัญในการอบรมครั้งนี้มีอยู่ 3 ประโยคสำคัญ ที่เราสามารถจดจำและ นำไปใช้ได้
1.คุณไม่จำเป็นที่มีคำตอบ สำหรับทุกคำถาม แต่พาเขามาก็พอ
2.จงตระหนักว่าคุณคือสะพานเชื่อม
3. อย่ามัวแต่รอจังหวะที่สมบูรณ์แบบ แต่จงตั้งใจ และสร้างช่วงเวลาที่เรียบง่ายขึ้นมา
จงทำเป็นแบบอย่างในการเชิญชวน ด้วยความชัดเจน เรียบง่าย และอบอุ่น ฝึกให้มันเป็นความเคยชินที่จะนำคนมาสู่คริสตจักร ให้ตระหนักว่า การเอ่ยปากเชิญชวนใครสักคนหนึ่ง ที่เราได้อธิษฐานเผื่อนั้น ขอพระริญญาญ ทรงนำ และเป็นคำตอบให้เข้าสู่ความสำเร็จ ในการปฏิบัติรับใช้พระองค์
ขั้นตอนที่ 4 หนุนใจ
ยอห์น 6:8-9 “สาวกคนหนึ่งของพระองค์ คืออันดรูว์น้องชายของซีโมนเปโตรทูลพระองค์ว่า
9 "ที่นี่มีเด็กคนหนึ่งมีขนมบารลีห้าก้อนกับปลาสองตัว แต่เท่านั้นจะพออะไรกับคนมากอย่างนี้"
ฟิลิปเป็นชาวเมืองเบธไซดา พระเยซูคริสต์ได้ทรงตรัสถามเขาว่า จะหาอาหารเลี้ยงคนเหล่านี้ได้ที่ไหน 5พันคน ไม่ใช่ประชาชนจำนวนเล็กน้อย การทดสอบเพื่อสร้างความเชื่อเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้เสมอ มนุษย์ พยามยามแก้ไขปัญหาด้วยวิธีการของตัวเอง ทั้งที่รู้ว่าเกินกำลัง ฉะนั้นมีทางเดียวที่เกิดขึ้นได้นั้นคือ ความเชื่อในการอัศจรรย์ของพระเยซูคริสต์ ฟิลิปเมื่อถูกพระเยซูคริสต์ทรงตรัสถาม เขาก็คิดคำนวณด้วยสติปัญญาที่มีว่าจะจัดหาอาหารได้อย่างไร ในความเชื่อเงินไม่ใช่เป็นสิ่งสำคัญ เราอาจจะสรุปเอาเองว่าอะไรเป็นไปได้และอะไรเป็นไปไม่ได้ แต่ถ้าเป็นงานของพระเจ้าอย่าให้ การคิดประมาณการกลายเป็นอุปสรรคขวางกั้นในการทำงานของพระเจ้า เพียงแต่มีความเชื่อ และไว้วางใจในพระองค์ว่า ได้ทรงจัดเตรียมไว้ให้อย่างเพียงพอ พระเจ้าสามารถทำการอัศจรรย์ได้
สิ่งที่เราเห็นต่อจากนั้นก็คือ สาวกอีกคนแอนดรูว์ ได้พาเด็กชายที่มีอห่ออาหารกลางวันเล็กน้อยมาพบพระเยซู เมื่อเขาได้นำเสนอคือ ขนมปังกับปลามามอบให้กับพระเยซูจำนวนเล็กน้อย และดูเหมือนไม่มีความสำคัญอะไร แต่เมื่ออยู่สิ่งนั้นได้อยู๋ในพระหัตถ์ของพระองค์ อาหารเล็กน้อยนั้นก็เลี้ยงคนจำนวนมากได้
ก้าวเล็กๆนั้นมีความหมาย
เมื่อใครบางคนที่คุณกำลังอธิษฐานเผื่อ เริ่มแสดงความสนใจ คุณได้มาถึงช่วงเวลาที่สำคัญจริงๆ ยิ่งกว่านั้นขั้นตอนนี้ยังเป็นช่วงที่ผู้แสวงหาหลายคนรู้สึกกลัว พวกเขาอาจกลัวว่าจะไม่ได้รับการยอมรับจากครอบครัวหรือ กว่าที่จะต้องแตกต่าง การหนุนใจในระยะนี้จึงเป็นสิ่งจำเป็นที่สุด
หลักการสำคัญ: ความเชื่ออันน้อยนิดสามารถเติบโตขึ้นได้โดยการหนุนใจ
การประยุกต์นำมาใช้: แนวทางการหนุนใจอยากมีประสิทธิภาพ
1 สังเกตการตอบสนองของเขาที่มีต่อข่าวประเสริฐอย่างใกล้ชิด
2 ถามเขาว่าเข้าใจเรื่องราวที่ได้ฟังหรือไม่และแบ่งปันข่าวประเสริฐอย่างเรียบง่ายอีกครั้งหนึ่งอาจจำเป็น
3 ในช่วงเวลาเชื้อเชิญให้มาด้านหน้าให้เสนอตัวเดินออกไปข้างหน้าพร้อมกับเขาหากเขาขัดขืนหรือกลัวที่จะตอบสนองเพียงลำพัง
4 ยินดีรับฟังคำถามของเขาและตอบคำถามอย่างตรงไปตรงมาและจริงใจ
5 ยอมรับและสนับสนุนในทุกๆสัญญาณที่แสดงถึงความสนใจฝ่ายวิญญาณ
6 ขอบคุณที่เข้ามาร่วมงานและนัดหมายเวลาที่ชัดเจนเพื่อพบกันอีกครั้งในการติดตามผล
เคล็ดลับการฝึกสอนของผู้ฝึกอบรม
1 ฝึกอบรมผู้เข้าร่วมให้สังเกตเห็นสัญญาณเล็กๆของความสนใจฝ่ายวิญญาณ และให้ตอบสนองด้วยความห่วงใย ไม่ใช่การเข้าไปแก้ไขข้อผิดพลาด เมื่อคุณสอนขั้นตอนนี้แก่ผู้อื่น ให้คลอดเตือนใจเหล่านี้แก่พวกเขาอย่าด่วนแก้ไขข้อผิดพลาดเดี๋ยวเกินไป
2 อย่าโต้เถียง จงให้เกียรติ และเคารพในจุดที่เขาเป็นอยู่ในการตอบสนองนั้น
3 หนุนใจและค่อยๆสอนอย่างช้าๆ
จดจำไว้:ว่าพระเจ้าจะทำให้สิ่งที่เราร่วมใจหนุนใจนั้นเติบโตขึ้น
ขั้นตอนที่ 5 ติดตามผล
ยอห์น12:20-22 “ในหมู่คนทั้งหลายที่ขึ้นไปนมัสการในงานเทศกาลนั้น มีพวกกรีกบ้าง
21 พวกกรีกนั้นจึงไปหาฟีลิปซึ่งมาจากหมู่บ้านเบธไซดาในแคว้นกาลิลี แล้วพูดกับเขาว่า "ท่านเจ้าข้า พวกข้าพเจ้าจะใคร่เห็นพระเยซู" 22 ฟีลิปจึงไปบอกอันดรูว์ แล้วอันดรูว์กับฟีลิปจึงไปทูลพระเยซู”
พันธกิจในการพาผู้คนมาพบพระเยซูของแอนดรูไม่ได้สิ้นสุดลงที่ซีโมนเท่านั้น แต่เขาทำหน้าที่พาคนมาพบพระองค์อย่างต่อเนื่องตลอดชีวิตของเขา
บทเรียน: การประกาศคือการเดินทาง
คริสเตียนจำนวนมากหยุดเร็วเกินไป พวกเขาเอ่ยปากชวนเพียงครั้งเดียว และเมื่อไม่เห็นผลตอบรับในทันที ก็ละความพยายามทั้งหมด แต่แบบอย่างของเอ็นดูนั้นแตกต่างออกไป พวกเขายังคงพาคนมาพบพระเยซูอยู่เสมอ
เราต้องเรียนรู้ร่วมอยู่เคียงข้างและเดินทางร่วมกับผู้คนต่อไป ชวนพวกเขาอีกครั้งหนึ่ง ช่วยให้พวกเขาเติบโตและมีความอดทน การเดินทางฝ่ายวิญญาณของแต่ละคนไม่เหมือนกันทั้งหมด และพระวิญญาณบริสุทธิ์นำแต่ละคนอย่างมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว จงพึ่งพาพระองค์ในการนำทางว่าคุณควรจะพูดอะไรและในเวลาใด
ข้อมูลเชิงลึกที่สำคัญ บ่อยครั้งต้องอาศัยการพูดคุยเรื่องข่าวประเสริฐหลายครั้งเท่าไหร่ครั้ง ก่อนที่คนๆหนึ่งจะตอบสนองในวัฒนธรรมของเรา การตัดสินใจมักต้องใช้เวลา ครอบครัวอาจมีอิทธิพลต่อการตัดสินใจ และชุมชนก็มีความสำคัญเช่นกัน จงเตรียมพร้อมที่จะก้าวเดินไปอย่างช้าๆแต่มีความมั่นคง
การตอบสนองต่อผลลัพธ์ที่แตกต่างกัน ช่วยให้ผู้เข้าร่วมได้คิดถึงผลลัพธ์ 3 รูปแบบที่พบบ่อย
1 หากพวกเขาปฏิเสธ (ไม่)จงรักษามิตรภาพไว้ต่อไป การปิดใจต่อข่าวประเสริฐไม่ได้หมายถึงการสิ้นสุดของความสัมพันธ์
2 หาพวกเขาลังเล (อาจจะ) จงพูดคุยสนทนาต่อไป เปิดประตูแห่งโอกาสไว้ด้วยการอธิษฐาน การตั้งคำถามอย่างสุภาพอ่อนโยน และการตอบคำถามอย่างตรงไปตรงมา
3 หากพวกเขาตอบรับ (ใช่) จงเดินไปพร้อมกับเขา อย่าหายหน้าไป ผู้เชื่อใหม่ต้องการคนคอยนำทาง ไม่ใช่เพียงแค่นำเขาตัดสินใจรับเชื่อ
ประโยคสำคัญในการสอน
อย่าหยุดยั้ง จงรักพวกเขาต่อไป ความเชื่อเติบโตขึ้นโดยความรักที่คงเส้นคงวา
เคล็ดลับในการฝึกสอนของผู้ฝึกอบรม
จงสอนให้มีความพากเพียรโดยปราศจากแรงกดดัน ความแตกต่างระหว่าง 2 สิ่งนี้อยู่ที่จิตใจของผู้ฝึกอบรมเอง สิ่งหนึ่งยังลากอยู่ในความไว้วางใจในจังหวะเวลาของพระเจ้า ส่วนอีกสิ่งหนึ่งอย่างราบอยู่ในความวิตกกังวลของเราเอง
บทเรียน การประกาศข่าวประเสริฐ แบบชีวิตอันดรูว์ คัดลอกมาจากต้นฉบับ จากองค์กร BGEA (ส่วนสำนวนการสอนเป็นของผู้เขียนเพื่อประยุกต์ใช้ภายในคริสตจักรต้นสังกัดของผู้สอน ไม่มีเจตนาบิดเบือนต้นฉบับ)
🙏🙏🙏✝️✝️✝️