วัดป่าพุทธพจน์หริภุญไชย ธรรมยุต ในพระราชูปถัมภ์ Watpa Buddhapojhariphunchai

วัดป่าพุทธพจน์หริภุญไชย ธรรมยุต ในพระราชูปถัมภ์ Watpa Buddhapojhariphunchai ช่องทาง ติดตาม ข่าวสาร ประชาสัมพันธ์ และ กิจกรรม ของหลวงพ่อพระอาจารย์อารยวังโส และ ของวัด

พระครูปลัดวีรศักดิ์ ID line : aou5112

🌐 “เมื่อโลกล้ำ.. ธรรมล้น..” ... กาลโกลาหลจึงบังเกิด!!          เจริญพรสาธุชนผู้มีจิตศรัทธาในพระพุทธศาสนา... นับว่า วิถีโ...
22/05/2026

🌐 “เมื่อโลกล้ำ.. ธรรมล้น..” ... กาลโกลาหลจึงบังเกิด!!
เจริญพรสาธุชนผู้มีจิตศรัทธาในพระพุทธศาสนา... นับว่า วิถีโลก เข้าสู่กาลโกลาหลเต็มตัว เมื่ออำนาจเทคโนโลยียุคไอทีผลักดันสังคมเข้าสู่กระแสดิจิทัลอย่างเต็มรูปแบบ.. จึงได้เห็น กาลโกลาหลในกระแสสังคมดิจิทัล ที่แม้แต่ ศาสนจักร ยากจะปฏิเสธ

การปรับตัวของสถาบันศาสนาอย่างไม่ได้เตรียมพร้อม จึงได้เห็นวิกฤตการณ์ในเขตแดนศาสนา โดยเฉพาะ เมื่อต้องเผชิญหน้ากับความท้าทายหลัก ๔ ประการในสังคมแบบใหม่ ที่มีวัตถุไอทีเป็นเทพเจ้า..

การเผชิญหน้าระหว่าง องค์กรศาสนา.. กับ กระแสสังคมดิจิทัล อย่างขาดการใส่ใจพิจารณาโดยแยบคาย (โยนิโสมนสิการ) จึงทำให้เกิดความแตกแยกทางความคิด.. ก่อเกิดเป็นสองแนวสุดขั้วตรงข้าม ระหว่างการปฏิเสธกระแสไอทีอย่างสิ้นเชิง กับ การโอนอ่อนผ่อนตามอย่างราบคาบ.. โดยการอ้างถึงความจำเป็นในการแสวงหาความรู้และความจำเป็นจากการปลอบประโลมใจของ อัลกอริทึม (Algorithm)

วิกฤตศรัทธา.. จึงเกิดต่อสถาบันศาสนา.. กระทบต่อความมั่นคงของศาสนจักร ที่เคยดำรงอยู่มาอย่างยั่งยืนยาวนาน ด้วยกระแสไอทีที่สร้างความเปลี่ยนแปลงให้โลกผกผันไปจากเดิมอย่างรุนแรงและรวดเร็ว จนเกิดกระแสโลกยุคใหม่ซับซ้อนยิ่งไปกว่าเดิม.. ส่งผลต่อทุกองคาพยพของโลก โดยเฉพาะ ศาสนจักร.. ที่ถึงคราวต้องปรับตัวในทุกด้าน เพื่อการอยู่รอด.. ในการอยู่ร่วมกับกระแสโลกยุคใหม่ ที่ต้องเรียนรู้ให้ทัน ดังเช่น..

..ความท้าทายจาก AI และอัลกอริทึม.. ที่มนุษย์ยุคใหม่จะยกย่องว่าเป็นที่พึ่งแท้จริง ต่อการดำรงชีวิตที่จะเป็นอยู่ได้ด้วยการพึ่งพา เทคโนโลยี แชตบอต.. เนื้อหาไวรัล เพื่อตอบโจทย์ของชีวิตในทุกมิติ โดยเฉพาะ ทางจิตวิญญาณและความหมายของชีวิต.. ที่เป็นเหตุ.. เป็นปัจจัยให้ สถาบันศาสนา สูญเสียบทบาทในการเป็น ศูนย์กลางการเรียนรู้ เพื่อการเข้าถึงสัจธรรมของชีวิต ที่เคยผูกขาดมายาวนานแต่ผู้เดียว

จึงได้เห็นการเรียนรู้ทางศาสนาของนักบวช (บรรพชิต) และผู้นำทางศาสนายุคใหม่ ที่พยายามก้าวขึ้นมามีบทบาท และพยายามเข้าสู่กระแสไอที เพื่อหวังชิงการชี้นำจากกระแสสังคมดิจิทัลกลับคืนมา ด้วยความมุ่งมั่นในการใช้สื่อไอทีทุกรูปแบบ เพื่อการนำเสนอแนวคิด.. หลักธรรมคำสอนของศาสนา ที่สามารถเข้าถึงจิตวิญญาณมหาชนในสังคมดิจิทัลได้อย่างมีประสิทธิภาพ.. แม้ว่าภาพลักษณ์การแสดงออกจะต้องปรับเปลี่ยนไปจากเดิม..

การเคลื่อนไหวระหว่างนักบวช.. นักการศาสนาที่ต่างขั้วสุดโต่ง จึงเกิดขึ้น เพื่อการช่วงชิงการนำในการทำหน้าที่ เผยแผ่ศาสนา.. หลักธรรมคำสั่งสอนจากกระแสสังคมไอที ที่มีอิทธิพลต่อจิตวิญญาณ ที่สามารถสร้าง ปัญญาประดิษฐ์ (AI) เข้าไปทำหน้าที่ทดแทนบุคลากรทางสังคม. แม้แต่ในเชิงศีลธรรมได้อย่างน่าศึกษายิ่ง!!

แต่ไม่ว่า อิทธิพลไอทีในสังคมดิจิทัล จะมีบทบาทในการนำอย่างไร.. ก็ยังมีข้อจำกัดให้อยากที่จะเข้าไปทดแทน สัจธรรม ในธรรมชาติ ที่มีอำนาจเหนือ จิตวิญญาณมนุษยชาติ ได้จริง.. เพราะ จิตวิญญาณย่อมโหยหาสัมพันธภาพกับจิตวิญญาณ.. ที่สามารถตอบสนองความรู้สึก.. ความต้องการได้จริงได้มากกว่า.. ที่ความเสมือนจริง (AI) มิสามารถตอบสนองความรู้สึกแท้จริงได้

จึงได้เห็นการเดินทางไปสู่วัดวาอารามต่างๆ ที่มิได้ลดน้อยลงไปเลย เพื่อร่วมประกอบการกุศลในศาสนพิธีอันสำคัญ หรือเพื่อการได้พบปะกับสมาชิกในสังคม ที่สามารถสื่อสารความรู้สึกนึกคิดซึ่งกันและกันได้ ภายใต้อิทธิพลเทคโนโลยีไอที ที่ถูกใช้เป็นเพียงส่วนสนับสนุนในการเชื่อมโยง ติดต่อ สานความสัมพันธ์ ต่อกัน ตามจุดมุ่งหมายของ ความต้องการของจิตวิญญาณ

อย่างไรก็ตาม แม้ว่า อิทธิพลทางจิตวิญญาณย่อมมีเหนือวัตถุนิยม แม้ในยุคไอที ที่สามารถสื่อสาร ความเสมือนจริง (AI) ได้.. แต่ ศาสนจักร ก็ไม่อาจปฏิเสธได้ถึง อิทธิพลแห่งโลกดิจิทัล ที่เข้ามาถึงแล้วจริง ทั้งนี้ เพื่อการเตรียมการเผชิญกับปัญหาต่างๆ โดยเฉพาะ เพื่อการก้าวผ่านกาลโกลาหล ที่กำลังเกิดขึ้นแล้วนี้ไปให้ได้ ด้วยวิธีการอันแยบคายโดยการ เอาโลกวัตถุนิยมรองรับธรรมนิยม.. เพื่อการใช้ประโยชน์จากวัตถุไอทีอย่างสร้างสรรค์ในสมัยสังคมดิจิทัลที่มิอาจปฏิเสธได้ โดยยึดหลักกุศโลบายที่ว่า เมื่อเอาชนะไม่ได้.. ก็ควรคบเป็นพวก..

การไม่มองไปในทิศทางสุดโต่งเป็นมุมลบอย่างเดียวในแต่ละกรณีที่ต้องเผชิญ โดยยึดหลัก “วิภัชชวาท” คือ การจำแนกแจกแจง.. สืบสาว สอบสวน หาเหตุ..หาผล.. โดยยึด หลักมหาปเทสทางวินัย สัมพันธ์กับ พระธรรมวินัย .. เพื่อการตัดสินใจในเรื่องที่มิได้ทรงบัญญัติห้ามหรืออนุญาตไว้.. จึงนับเป็นสาระธรรมที่สำคัญที่สุดในยามนี้

การอนุโลมตามโลก.. แต่มั่นคงตรงธรรม.. ไม่คัดค้านพระธรรมวินัย.. จึงเป็นศาสตร์ศิลป์ของฝ่ายศาสนจักร ที่สำเร็จด้วยการเจริญสติปัญญาในทุกขณะ เพื่อการตื่นตระหนักรู้เท่าทันกระแสโลก..

การแก้ปัญหาใดๆ ของฝ่ายศาสนา จึงต้องไม่แก้แบบ “ตาแหก .. ขี้ขึ้นหัว” ด้วยความกลัวต่อ วิวัฒนาการของโลก ที่ออกแบบกฎระเบียบเพื่อคุ้มครองสังคมตามวิถีโลกนั้นๆ ดังตัวอย่างเช่น การพยายามจัดการให้ เจ้าอาวาสเป็นพนักงานตามกฎหมาย แม้เป็นข้อขัดแย้งต่อพระธรรมวินัยโดยตรง อย่างขาดความคำนึงเข้าใจว่า พระคือพระ .. พระไม่ใช่คน ซึ่งหากเข้าใจคำนี้จริงๆ อย่างเป็นธรรม.. ต้องจบการไต่สวนตีความทันที.. อย่างมิต้องเข้าไปพึ่งศาลใดๆ ทางโลกให้เสียหายต่อศาสนจักรที่คุ้มครองโดยพระธรรมวินัย

อีกเรื่องหนึ่งที่น่าเป็นห่วงตาม วิสัยพระปฏิบัติ.. ได้แก่ การบัญญัติให้เจ้าอาวาสลงนามในเอกสารธุรกรรมการเงิน เพื่อเปิดบัญชีวัด ร่วมกับคนวัดที่เรียก ไวยาวัจกร หรือ กัปปิยการก ซึ่งเป็นเรื่องละเอียดสุขุมคัมภีรภาพ หากมองตรงเจตนารมณ์พระวินัย ที่บัญญัติไว้ใน ปาฏิโมกข์ศีล ๒๒๗ สิกขาบท ในหมวด นิสสัคคีย์ปาจิตตีย์ ข้อที่ ๑๘, ๑๙, ๒๐ ของโกสิยวรรค ที่ห้ามรับ.. ให้รับ ซึ่งทองเงิน หรือยินดีทองเงินที่เขาเก็บไว้ให้.... ห้ามภิกษุใดๆ ถึงความแลกเปลี่ยนด้วยรูปิยะมีประการต่างๆ.. และห้ามภิกษุใด ถึงการซื้อและการขายมีประการต่างๆ.. ที่กล่าวโดยสรุปรวมว่า.. ห้ามทำธุรกรรมแบบคนทางโลก!!

ถ้ามองตาม เจตนาของพระวินัย อย่างไม่ตาบอด หูหนวก.. ก็พึงจะต้องเข้าใจตรงกันว่า

“ภิกษุ ไม่ควรถือ/มีเงิน.. ไม่ควรควบคุมการเงิน.. ไม่ควรเบิกถอน สั่งสม ด้วยตนเอง.. และไม่ควรทำหน้าที่เสมือนผู้จัดการการเงินไม่ว่ากรณีใดๆ.. ที่เข้าลักษณะเกี่ยวข้องกับ รูปิยะ (ทรัพย์สินเงินตรา)..”

ในการบัญญัติกฎหมาย ระเบียบการใดๆ ทางการปกครองของสงฆ์ จึงไม่ควรโต้แย้ง ขัดแย้ง คัดค้าน พระธรรมวินัย และไม่ควรลดหย่อนผ่อนปรนให้พระวินัยอ่อนด้อย แม้จะอ้างว่า เพื่อประโยชน์ของสงฆ์.. ประโยชน์ของวัด.. เพราะประโยชน์ของสงฆ์.. ประโยชน์ของวัด.. แท้จริงคือ การรักษา สืบทอด พระธรรมวินัยดั้งเดิม ให้สืบเนื่องตลอดไป..

ดังนั้น ภิกษุ.. ในพระธรรมวินัยนี้ ไม่ว่าจะได้รับการยกย่องจาก ฝ่ายโลก (อาณาจักร) ให้อยู่ในฐานะใดๆ ก็ตาม.. หากต้องเกี่ยวข้องกับธุรกรรมการเงิน จึงพึงควรทำเพียง รับรู้.. อนุมัติโดยหลักการตามความจำเป็นที่สงฆ์หรือวัดควรใช้.. พร้อมแจ้งความประสงค์ที่ถูกควรตรงตามพระธรรมวินัย.. โดยไม่ควรอย่างยิ่งต่อการรับเงิน.. รับทอง ทำการโอนเงินเอง.. ทำธุรกรรมเอง ใช้แอปธนาคารเอง และเป็นผู้ถือบัญชีเชิงเจ้าของทรัพย์ด้วยตนเอง..

เรื่องดังกล่าว พระภิกษุที่ซื่อตรง มั่นคง แน่วแน่ ในความเป็นพระ.. ตรงตามพระธรรมวินัยในพระพุทธศาสนา จะต้องไม่กระทำ.. ไม่ว่าในกรณีใดๆ... หากผิดไปจากพุทธบัญญัติในพระธรรมวินัย.. และขอให้เชื่อเถิดว่า องค์กรสงฆ์ยังมีพระปฏิบัติดี.. ปฏิบัติชอบอยู่เสมอ.. ที่พร้อมลาออกจากทุกฐานะ.. หากยังวุ่นวาย โกลาหล ไร้สาระ.!! ไม่เคารพใน “พระธรรมวินัย” ที่พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสแสดง.. ทรง บัญญัติไว้ดีแล้ว..!!.
เจริญพร
ปักธงธรรม โดย…พระอาจารย์อารยวังโส
หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์
วันศุกร์ที่ 22 พฤษภาคม 2569
บทความทางหนังสือพิมพ์ได้ที่:
https://www.thaipost.net/e-pub-news/1000673/
ทางเว็บไทยโพสต์:
https://www.thaipost.net/articles-news/1000650/
บทความย้อนหลังได้ที่:
https://paktongdhamsongloak.wordpress.com

ขอเชิญทุกท่านร่วมฟังธรรม และ ปฏิบัติธรรมร่วมกัน ตลอดทั้งสามวัน กำหนดการใต้คอมเม้น ⬇️ติดตามไลฟ์สดทางช่องยูทูป Arayawangso...
22/05/2026

ขอเชิญทุกท่านร่วมฟังธรรม และ ปฏิบัติธรรมร่วมกัน ตลอดทั้งสามวัน กำหนดการใต้คอมเม้น ⬇️

ติดตามไลฟ์สดทางช่องยูทูป Arayawangso ⬇️
https://youtube.com/?si=pgD2NKdSgY6lag97

ติดต่อสอบถามเพิ่มเติม ⬇️
Line ID พระครูปลัด วีรศักดิ์: aou5112

16/05/2026
🗒️ บันทึกใต้ความจำ  ครั้งหนึ่งในชีวิต..อายุประมาณ 9 ปี    ในยามย่ำค่ำ ก่อนพระสงฆ์เข้าทำวัตรเล็กน้อย เด็กน้อยผู้หนึ่งเดิน...
16/05/2026

🗒️ บันทึกใต้ความจำ ครั้งหนึ่งในชีวิต..อายุประมาณ 9 ปี
ในยามย่ำค่ำ ก่อนพระสงฆ์เข้าทำวัตรเล็กน้อย เด็กน้อยผู้หนึ่งเดินเข้าไปหาหลวงตาในป่าช้าที่พักเพียรภาวนา ปฏิบัติธุดงควัตรอย่างแก่กล้าเพียงลำพัง
ท่ามกลางหลุมศพมากมายที่รายล้อมกุฏิไม้ไผ่สานเล็กๆ ยกพื้นพอเข้าไปนั่งต้มน้ำร้อน น้ำชาได้
ขณะนั้น หลวงตานุ่งห่มผ้ากาสาวพัตร์เรียบร้อยเพื่อเดินเข้าไปร่วมทำวัตรเย็น ในเขตวัดบ้านแห่งหนึ่ง จึงน่าจะเป็นช่วงในพรรษา
เด็กน้อยเดินเข้าไปไหว้หลวงตาที่ยืนสงบนิ่งท่ามกลางหลุมฝังศพ
ด้วยใบหน้าเรียบเฉยแฝงตะบะที่น่าเกรงขาม
หลวงตาดูเหมือนแหงนหน้ามองไปบนท้องฟ้า ที่บัดนั้นแสงอาทิตย์ที่ฉายจับขอบฟ้ากำลังจะลาลับไป
พร้อมเหลือบมองมาที่เด็กน้อยเล็กน้อยด้วยสายตาที่ฉายแววแห่งความเมตตา และ ได้กล่าวด้วยเสียงเบาๆแต่เข้มแข็งมั่นคงมีความหมายจากคำพูดไม่กี่คำ ว่า
“เธอพึงไปพิจารณาดอกไม้มาถวาย เพื่อหลวงตาจะได้นำเข้าโบสถ์ไปถวายสักการบูชาพระประธาน (เพื่อบูชาคุณพระพุทธเจ้า
พระธรรม พระสงฆ์)
และจะได้อธิษฐานจิตขออำนาจคุณพระรัตนไตรปกปักรักษา คุ้มครองชีวิตของเธอ เพื่อการสร้างบารมีธรรมมุ่งสู่เส้นทางพระพุทธศาสนาสืบไป”
เด็กน้อย น้อมรับคำสั่งของหลวงตาด้วยการเดินไปเก็บดอกไม้ในชายป่าช้าบริเวณหลุมฝังศพ ช่อสีแดงมา 1 ช่อ พร้อมนอบน้อมถวายใส่มือหลวงตา
ก่อนที่หลวงตาจะเดินลับไป
ได้หันมามองเด็กน้อยด้วยความเมตตาอีกครั้ง ด้วยใบหน้าเคร่งขรึมกว่าเดิม
เด็กน้อย ได้แลดูหลวงตาด้วยความเคารพ โดยมิได้เอ่ย ปากถาม ว่า ทำไม อย่างไร
ได้แต่จดจำทุกลักษณะธรรมไว้ในจิตใจ อย่างมิเคยลืมเหตุการณ์
บรรยากาศ คำพูด ลักษณะกิริยา
ของหลวงตาในวันนั้น
ต่อมาไม่นาน เด็กน้อย ได้เดินทางทิ้งถิ่นฐานดังกล่าวไป เมื่อเข่าสู่วัยหนุ่มได้มีโอกาสเดินทางไปเยี่ยมถิ่นฐานดังกล่าวที่เปลี่ยนแปลงไปมาก และได้ทราบว่า หลวงตาได้ไปพำนักชายป่าใกล้แม่น้ำ เวลาดังกล่าวเป็นช่วงเช้าที่หลวงตากำลังฉันอยู่โดยลำพัง
เด็กน้อยที่เริ่มเข้าสู่วัยหนุ่มอายุยี่สิบปีเศษได้เข้าไปกราบหลวงตาที่พบโดยไม่บังเอิญ ณ.กุฏิใม้ไผ่เล็กๆ ตั้งอยู่ชายน้ำ เมื่อหลวงตาได้แหงนหน้าขึ้นมาดูหนุ่มน้อยผู้มาเยือน หลวงตาแสดงอาการยินดียิ่งออกทางใบหน้า และปากพร่ำพูดออกมาอย่างไม่ได้ตั้งใจว่า
“ดวงตาเห็นธรรม ดวงตาเห็นธรรม ดวงตาเห็นธรรม..”
สัก 2-3 ครั้งที่กล่าว ขณะระหว่างฉันอย่างมีปีติเกิดขึ้นในขณะกล่าวพึมพำ
ต่อมาเมื่อปิติจิต สงบลง หลวงตากล่าวว่า วันนี้ อาบัติแล้วเพราะกำลังฉันอยู่ เกิดปีติพูดกล่าวออกมา
จำได้ว่า หนุ่มน้อยได้หันหน้าไปทางพี่ชายที่เดินตามมาเพื่อขอไฟแช็คแก๊ส ที่พี่ชายไว้จุดบุหรี่สูบ
ถวายบูชาหลวงตา จนพี่ชายบ่นพึมพำในระหว่างหยิบไฟแช็คแก๊สมอบให้..
วันนี้ 16 พค.2569 ณ. อุทยานแห่งชาติเขาสก สุราษฏร์ธานี
เจ้าคุณอารยวังโสนำพระภิกษุ รวม 12 รูป ปฏิบัติศาสนกิจ
กระทำสังฆทานในเขตป่า เพื่อฟังสวดปาฏิโมกข์ในยามเช้าก่อนบิณฑบาต โดยได้สั่งให้เณรก้อง
ไปพิจารณาดอกไม้ป่าที่ชื่อ พนมสวรรค์ หรือ ฉัตรฟ้า มาเพื่อนำเข้าบูชาพระประธาน และบูชาพระปาฏิโมกข์ในท่ามกลางสงฆ์ เพื่อระลึกบูชาคุณหลวงตา และเพื่อสืบสานเจตนาด้วยอธิษฐานธรรมซ้ำลงไปอีกครั้งให้มั่นคงว่า
ขอคำอธิษฐานของหลวงตาที่กระทำไว้ในครั้งสมัยเด็ก จงดำรงสัจธรรม ให้ผลสืบตลอดไปเทอญ
เพื่อถวายเป็นธรรมบูชาแด่หลวงตาที่ถึงที่สุดแห่งความดับทุกข์ไปอย่างสมบูรณ์แล้ว
พระราชวัชรสุทธิวงศ์
(อารยวังโส ภิกขุ)
16 พค.2569
หมายเหตุ ขออำนาจบุญกุศล
พึงสำเร็จแด่ ผู้ถวายการอุปัฏฐากในกิจดังกล่าวทุกองค์ ทุกคน ทุกตน ทุกท่าน เทอญ

🪄“กระแสหลงเชื่อ .. ในภาวะหลงผิด” กรณี.. ตนบุญผู้วิเศษภาคเหนือ!!          เจริญพรสาธุชนผู้มีจิตศรัทธาในพระพุทธศาสนา... สั...
15/05/2026

🪄“กระแสหลงเชื่อ .. ในภาวะหลงผิด” กรณี.. ตนบุญผู้วิเศษภาคเหนือ!!
เจริญพรสาธุชนผู้มีจิตศรัทธาในพระพุทธศาสนา... สัปดาห์ที่ผ่านมา ปรากฏเรื่องราวฉาวโฉ่ กรณีนักทำนายทายทักที่อ้างมีสื่อวิเศษ สามารถติดต่อโลกจิตวิญญาณในมิติภพภูมิต่างๆ.. เพื่อนำข่าวสารมาบอกกล่าวให้กับคนในโลกมนุษย์ได้ โดยสามารถเข้าไปเปิดดู บัญชีวิบากกรรมของแต่ละคน ที่กระทำไว้ในอดีตชาติ เพื่อนำไปสู่ การแก้กรรม .. ตามลัทธิความเชื่อโลกอัตตสัญญา ที่ถือว่า วิญญาณเที่ยงแท้.. อันเป็น มิจฉาทิฏฐิ เข้าขั้น จิตหลงผิด (Delusional Disorder) อย่างรุนแรง

จริงๆ แล้ว.. ข่าวพฤติกรรมของบุคคลดังกล่าว มีสืบเนื่องมา ๒๐-๓๐ ปี ได้รับทราบมานับตั้งแต่ไปรับภาระอำนวยการสร้าง วัดป่าพุทธพจน์หริภุญไชย ที่ จ.ลำพูน ก็ได้ยินชื่อเสียงความสามารถพิเศษทางด้านติดต่อ โลกจิตวิญญาณ ที่นำมาสู่การพยากรณ์บอกกล่าวเล่าเรื่องว่า.. ใครเป็นใคร.. ทำกรรมอะไรที่ไหน.. กับใครบ้าง และจะต้องแก้กรรมอย่างไร!? เป็นต้น

คนดังกล่าวเคยแวะมาแนะนำตัวเองสมัยแรกๆ ที่สร้างวัดป่าฯ น่าจะประมาณปี ๒๕๔๕-๒๕๔๖ แต่ไม่ได้พูดคุยอะไรด้วย เพราะมีกิจอยู่.. ต่อมาได้รับหนังสือเล่มหนึ่งที่เขียนบันทึกเรื่องราวแนวเปิดชะตาชีวิตตามกรรมลิขิตมา โดยเขียนระบุว่า ใครเป็นใครจากอดีตชาติถึงปัจจุบัน.. ทำกรรมอะไรที่ไหนกับใครไว้บ้าง.. ฯลฯ

แต่ก็ไม่ได้ให้ความสนใจใดๆ เพราะไม่มีอะไรเป็นสาระธรรมอันควรแก่การศึกษา.. ต่อมาเรื่องราวของบุคคลดังกล่าวก็ดูเงียบๆ ไป จะมีกระเซ็นเข้ามาบ้าง เมื่อมีคนเดินทางแวะมาทำบุญและบอกเล่าว่าไปหาคนคนนี้ที่ อ.ป่าซาง เพื่อให้ช่วยตรวจสอบเรื่องวิบากกรรมของตนตาม วิถีความเชื่อของคน ที่แปลว่า ไอ้ตัวยุ่ง ซึ่งก็ได้แต่รับฟังด้วยความสงสารในความมืดมนของคนเหล่านั้น ที่อุตส่าห์เดินทางไกลมาเพื่อหวังว่าจะได้พบกับ ตนบุญผู้วิเศษ.. ที่เป็นแนวนิยมในสังคมท้องถิ่นภาคเหนือ

ผ่านมาหลายสิบปี จนสังคมเข้าสู่ยุคดิจิทัล ที่มีการใช้สื่อไอทีผ่านโทร.มือถือกันทั่วหัวระแหง จึงเริ่มปรากฏข่าวสาร นายคนนี้ ที่เผยแพร่เรื่องราวจากคนที่มาใช้บริการแก้กรรมมาปรากฏให้ได้รับรู้ โดยเฉพาะจากรายการสื่อช่องดังทางโซเชียลที่จัดโดย อดีตดารานักแสดงที่เป็นอินฟลูเอนเซอร์ (Influencer) รายหนึ่ง ที่สามารถจุดกระแสสังคมให้สนใจเข้าไปติดตามข่าวสารได้จำนวนมาก จากรายการช่วยแก้กรรมอดีตดาราคนหนึ่งที่ประสบโรคภัย ซึ่งต่อมาก็ได้ถึงแก่ความตาย.. แม้ว่าจะมีการนำเข้าสู่กระบวนการแก้กรรมตามความเชื่อ ที่ได้รับอิทธิพลจากคนดังกล่าวที่อ้างตนว่าเป็น ผู้มีภาวะวิเศษเหนือคน

ด้วยอิทธิพลยุคไอทีจากสื่อช่องของอดีตดาราดังกล่าว ที่ได้สัมภาษณ์ผู้วิเศษคนนี้ด้วยตนเอง จึงทำให้กระแสสังคมไหลไปตามความเชื่อใน ลัทธิแก้กรรมของตนบุญภาคเหนือ จำนวนมากจากทั่วประเทศ.. จึงมีการฉกฉวยกระแสที่หมู่ชนกำลังคลั่งไคล้ ลัทธิตนบุญผู้วิเศษ ดังกล่าว ช่วยโปรโมตครูบาทั้งหลายในท้องถิ่นที่เป็นเครือข่ายกับตนว่า วิเศษอย่างนั้น เลิศอย่างนี้.. จนเกิดความหลงเชื่อไหลไปตามการปลุกเร้า.. เล่นเอารับปัจจัยบริจาคกันไม่หวาดไม่ไหว.. จุดกระแสดังชั่วเพียงข้ามคืน

นับว่าไม่ธรรมดากับ อิทธิพลความคลั่งไคล้ตนบุญผู้วิเศษ ที่กลับมาอีกครั้ง จากที่หายไปยาวนาน โดยการกลับคืนมาครั้งนี้ ที่ไม่ได้จำกัดว่าจะต้อง เป็นเพศนักบวช.. หากมีคุณวิเศษ ที่สามารถสื่อสารกับโลกจิตวิญญาณในทุกภพภูมิได้ แม้จะเป็นเพียงฐานะชาวบ้านธรรมดาคนหนึ่ง และเมื่อกล้าที่จะบอกกล่าวเล่าเรื่องราวลี้ลับในทุกซอกมุมที่คนทั่วไปเข้าไม่ถึง รู้ไม่ได้ เกินความคิดนึก ก็สามารถสำเร็จเป็น ตนบุญผู้วิเศษ ทำหน้าที่ ทูตสวรรค์ .. ทูตนรก ให้ชาวโลกที่ลุ่มหลงต่อไป อันเป็นภารกิจของ ตนบุญ ตามความเชื่อในท้องถิ่นของคนกลุ่มหนึ่ง

..ปรากฏการณ์ความคลั่งไคล้จึงเกิดขึ้นอย่างสุดโต่ง เมื่อได้รับอิทธิพลจากสื่อออนไลน์ในสังคมดิจิทัล ที่ดำเนินการโดยบุคคลมีชื่อเสียงเข้าสนับสนุน.. โดยเฉพาะ จากพวกดาราอินฟลูฯ ทั้งหลาย.. จนทำให้สังคมต้องเอะใจ.. กลับมาสนใจในพฤติกรรมของบุคคลดังกล่าว.. จากเหตุกระแสความเคลื่อนไหวที่มีอิทธิพลต่อความเชื่ออย่างลุ่มหลงรุนแรง

แม้จะพยายามแสดงธรรมบอกกล่าว เพื่อให้ฉุกใจคิด เกิดจิตตระหนักรู้ ว่าอะไรควรเชื่อ.. อะไรไม่ควรเชื่อ.. โดยอ้างอิงหลักธรรมในวิถีพุทธ แต่ก็ยากที่จะยับยั้ง สังคมที่ขาดสติ ให้หยุดกระแสลุ่มหลง ลัทธิตนบุญผู้วิเศษ ในขณะนั้นได้ไม่

จึงได้เห็นกระแสของคนจำนวนไม่น้อย.. ที่ไหลตามไปด้วยการชี้นำของ ผู้อ้างตนว่ามีญาณวิเศษดังกล่าว ที่มีทั้งนักการเมือง ข้าราชการ พ่อค้านักธุรกิจใหญ่ บุคคลมีชื่อเสียง โดยเฉพาะดารานักแสดงที่ชอบแนวมูเตลู (Mutelu)

จนในที่สุดแห่งความจริงได้ปรากฏด้วยอำนาจกรรมที่เป็นใหญ่ในโลก เหนืออำนาจทั้งปวง ที่ทำงานมาโดยตลอดอย่างไม่ได้เลือนหาย เพื่อแสดงความจริงว่า “สัจธรรมมีเพียงหนึ่งเดียว..” เมื่อได้เกิดเรื่องราวลามกจกเปรตตามภาพข่าวเผยแพร่ไปทั่ว เปิดเผยธาตุแท้ของผู้ตั้งตนเป็นตนบุญผู้วิเศษแห่งล้านนาคนดังกล่าว ที่มีลักษณะ วิปริตทางจิตเข้าขั้นรุนแรง เกิดภาวะหลอนทางอารมณ์ ผิดเพี้ยนทางเพศ.. ที่ซ่อนเร้นอยู่ใน จิตวิญญาณตนบุญ มายาวนาน จากหนุ่มจนแก่เฒ่า

แต่ไม่ว่า ตาเฒ่าคนดังกล่าว จะมีภาวะทางจิตผิดเพี้ยนขนาดไหน.. จะมีพฤติกรรมวิปริตอย่างไร.. ก็ไม่ใช่เรื่องน่าวิตกเท่ากับ สิ่งที่สะท้อนสภาวะความเป็นจริงของสังคมในโลกสังคมดิจิทัล ที่แสดงถึงสภาพจิตใจของคนในสังคม ที่ขาดความเชื่อมั่นในตนเองสูงมากจนเป็นวิกฤตทางจิตวิญญาณ.. มีภาวะความอ่อนแอทางจิตใจปรากฏ.. ก่อเกิด “โรคหลงเชื่ออย่างไม่รู้ตัว”.. แพร่หลายไปทั่ว

“โรคหลงเชื่ออย่างไม่รู้ตัว” อันเกิดจาก จิตหลงผิด (Delusional Disorder).. ที่แสดงความอ่อนแอของจิตใจ ในการขาด ความสำนึกขั้นพื้นฐาน ซึ่งเป็นภาวะทางจิตเวชรูปแบบใหม่ อันเกิดจากการเสพติดเทคโนโลยีข้อมูลข่าวสาร.. และการมีสัมพันธ์กับเอไอ (ปัญญาประดิษฐ์) อย่างหนัก จนนำไปสู่การแยกแยะโลกความเป็นจริงออกจากโลกออนไลน์ไม่ได้ จนเกิดภาวะหลอนจากใจ ที่ไม่สามารถแยกความจริงกับจินตนาการออกจากกันได้ จากการมีสภาพจิตสับสน ให้หลงเชื่อและผูกพันในเรื่องราวเท็จที่สมจริง.. อย่างขาดความตระหนักรู้ตามวิสัยปกติของคนเราที่มีความอยากรู้.. อยากเห็น..

การสั่งสมความอยาก.. ในสิ่งที่รู้ได้ยาก.. เข้าถึงไม่ได้ด้วยตนเอง.. จึงเกิดมีมากขึ้น อย่างยากยับยั้ง และเป็นปัจจัยสำคัญใน อาการหลงเชื่อโดยไม่รู้ตัว ที่อันตรายยิ่ง.. อันเนื่องจากการเข้าไปเสพคบพึ่งพิง อิทธิพลภายนอก โดยคาดคิดเอาเองว่า.. น่าจะสามารถช่วยตนได้อย่างไม่รู้จักวิเคราะห์หาเหตุผล อันเนื่องจากการ เสพอารมณ์ที่ขาดสติปัญญา..

การเสพอารมณ์อย่างขาดสติ.. ที่สัมพันธ์กับการเสพข้อมูลมากเกินไป.. จนขาดการพิจารณาประมวลผล ด้วยการไร้ภาวะความรู้ชัดในอารมณ์.. จึงนำไปสู่การสร้างความเชื่ออย่างลุ่มหลง ในสิ่งที่ส่งผลต่อการสนองตอบอารมณ์มากกว่าการมีเหตุผล เมื่อผสมผสานกับความเครียดที่สะสมจากเรื่องราวต่างๆ ไว้มาก อันเนื่องจากการเสพติดสื่ออันพร่ำเพรื่อในยุคดิจิทัล จึงมีผลต่อความอ่อนแอของประสิทธิภาพในการพิจารณา.. หรือการคิดวิเคราะห์ จนก่อให้เกิดภาวะสิ้นคิดอย่างรุนแรง.. ที่แม้ในนักบวชบางรายยังสำคัญว่า ตนเองบรรลุคุณวิเศษได้ จากภาวะหลงผิด.. หลงธรรม ดังกล่าวที่อันตรายยิ่ง ที่มักแสดงเรื่องราวเกินจริง.. ด้วยการสร้าง “มโน” ตัวตนที่แตกต่างจากชีวิตจริง..

เมื่อกระแสสังคม..ในโลกดิจิทัล มุ่งไปในทิศทาง “ความต้องการอยากให้เป็นจริง.. มากกว่าความจริงที่พิสูจน์ได้”.. ภาวะความสมยอมจึงเกิดขึ้นระหว่าง “..ความหลอกลวง.. กับภาวะความเต็มใจให้หลอก..” ที่เป็นไปตามพื้นฐานความเชื่อเดิมของตนจาก ภาวะจิตหลงผิด... “อะไรๆ จึงเกิดขึ้นได้อย่างที่ไม่ต้องถามว่าทำไม....” ในกระแสสังคมไร้ความตระหนักรู้เช่นนี้!!.
เจริญพร
ปักธงธรรม โดย…พระอาจารย์อารยวังโส
หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์
วันศุกร์ที่ 15 พฤษภาคม 2569
บทความทางหนังสือพิมพ์ได้ที่:
https://www.thaipost.net/e-pub-news/996606/
ทางเว็บไทยโพสต์:
https://www.thaipost.net/articles-news/996537/
บทความย้อนหลังได้ที่:
https://paktongdhamsongloak.wordpress.com

🩵โครงการ "ร้อยใจไทย สืบสานราชธรรม ทั้งแผ่นดิน" จังหวัดชุมพร (จังหวัดที่ 31) ณ วันที่ 15 พฤษภาคม 2569🩵   เช้าวันศุกร์ที่ ...
15/05/2026

🩵โครงการ "ร้อยใจไทย สืบสานราชธรรม ทั้งแผ่นดิน" จังหวัดชุมพร (จังหวัดที่ 31) ณ วันที่ 15 พฤษภาคม 2569🩵

เช้าวันศุกร์ที่ 15 พฤษภาคม 2569… เมตตาในพระเดชพระคุณท่านเจ้าคุณพระราชวัชรสุทธิวงศ์ (เจ้าคุณหลวงพ่อพระอาจารย์อารยวังโส) เจ้าอาวาสวัดป่าพุทธพจน์หริภุญไชย (ธ) ในพระราชูปถัมภ์ จังหวัดลำพูน เป็นองค์ประธานสงฆ์นำคณะสงฆ์ ประกอบศาสนกิจในโครงการ …

โดยในการนี้ นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย มอบหมายให้ นายเธียรชัย ชูกิตติวิบูลย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร เป็นประธานพิธีตักบาตร และฟังบรรยายธรรม ใน"โครงการร้อยใจไทย สืบสานราชธรรม ทั้งแผ่นดิน" ถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง พร้อมด้วย นางจิณณารัชช์ สัมพันธรัตน์ นายกสมาคมแม่บ้านมหาดไทย คณะที่ปรึกษานายกสมาคมแม่บ้านมหาดไทย อุปนายกสมาคมแม่บ้านมหาดไทย ประธานแม่บ้านมหาดไทย 14 จังหวัดภาคใต้ หัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการ ทหาร ตำรวจ นักเรียน นักศึกษา เยาวชน สมาชิกสมาคมแม่บ้านมหาดไทย และพุทธศาสนิกชน

ณ หอประชุมโรงเรียนเทศบาล (บ้านท่าตะเภา) ตำบลท่าตะเภา อำเภอเมืองชุมพร จังหวัดชุมพร

รับฟังธรรมย้อนหลังทาง ⬇️
15.05.69 | ร้อยใจไทย...สืบสานราชธรรม...ทั้งแผ่นดิน ณ จังหวัดชุมพร จังหวัดที่ ๓๑
https://youtu.be/HgeomL_a6Ws

🩵โครงการ "ร้อยใจไทย สืบสานราชธรรม ทั้งแผ่นดิน" จังหวัดระนอง (จังหวัดที่ 30) ณ วันที่ 14 พฤษภาคม 2569🩵   เช้าวันพฤหัสบดีท...
14/05/2026

🩵โครงการ "ร้อยใจไทย สืบสานราชธรรม ทั้งแผ่นดิน" จังหวัดระนอง (จังหวัดที่ 30) ณ วันที่ 14 พฤษภาคม 2569🩵

เช้าวันพฤหัสบดีที่ 14 พฤษภาคม… เมตตาในพระเดชพระคุณท่านเจ้าคุณพระราชวัชรสุทธิวงศ์ (เจ้าคุณหลวงพ่อพระอาจารย์อารยวังโส) เจ้าอาวาสวัดป่าพุทธพจน์หริภุญไชย (ธ) ในพระราชูปถัมภ์ จังหวัดลำพูน เป็นองค์ประธานสงฆ์นำคณะสงฆ์ ประกอบศาสนกิจในโครงการ …

โดยในการนี้ นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย มอบหมายให้ นายราชัน มีน้อย ผู้ว่าราชการจังหวัดระนอง เป็นประธานพิธีตักบาตร และฟังบรรยายธรรม ใน"โครงการร้อยใจไทย สืบสานราชธรรม ทั้งแผ่นดิน" ถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง พร้อมด้วย รองผู้ว่าราชการจังหวัดระนอง หัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการ ทหาร ตำรวจ นักเรียน นักศึกษา เยาวชน สมาชิกสมาคมแม่บ้านมหาดไทย และพุทธศาสนิกชน

ณ หอประชุมคอชู้เจียง ศูนย์ราชการจังหวัดระนอง อำเภอเมืองระนอง จังหวัดระนอง

รับฟังธรรมย้อนหลังทาง ⬇️
14.05.69 | ร้อยใจไทย...สืบสานราชธรรม...ทั้งแผ่นดิน ณ จังหวัดระนอง จังหวัดที่ ๓๐
https://youtube.com/live/Lft27vDpnp0?feature=share

📝 บันทึกธรรม ⬇️

ร้อยใจไทย สืบสานราชธรรม ทั้งแผ่นดิน น้อมอุทิศถวายเป็นพระราชกุศล แด่ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง
ณ ศูนย์ราชการจังหวัดระนอง
๑๔ พฤษภาคม ๒๕๖๙

พระเดชพระคุณพระราชวัชรสุทธิวงศ์ แสดงปกิณกรรมธรรม เป็นเส้นทางให้เรียนรู้และปฏิบัติว่า เราจะปกครองตนเอง ปกครองผู้อื่นอย่างไร จึงจะอยู่ในวิถีของคุณธรรมและความดีได้ ดังความตอนหนึ่ง ดังนี้

การที่เราทั้งหลายมาใส่บาตรในเช้าวันนี้ ก็คือ การให้ แต่จะเป็นการให้อย่างสงเคราะห์ หรือ การให้อย่างบูชาคุณอันยิ่ง นั่นก็ขึ้นอยู่กับเจตนาของแต่ละคน และที่สำคัญ คือ เมื่อมีผู้ให้ ก็มีผู้รับ ความเชื่อมโยงของผู้ให้กับผู้รับจึงเกิดขึ้น ดังนั้น จึงนำไปสู่คำถามว่า จะทำอย่างไรให้คน ๒ คน คือผู้ให้กับผู้รับนี้ รวมถึง ทุกๆ คนในสังคมนี้ สามารถอยู่ร่วมกันได้ด้วยความเข้าใจความเห็นใจ ความไม่เห็นแก่ตัว และฟังเหตุผลกันและกัน ถ้าคนทั้งหลายไม่มีคุณสมบัติเหล่านี้ตั้งแต่ต้น สังคมย่อมหายนะ และมีปัญหากันด้วยความอยากของทุกคนที่ไม่เคยลดน้อยลง

ดังเช่นจังหวัดระนองนี้ ทรัพยากรมีจำกัด ประชากรเองก็มีจำนวนจำกัด พื้นที่ใช้สอยใน ๕ อำเภอก็มีจำกัด ถ้าไม่ดูแลควบคุมให้ดี การทำลายป่าและความสูญเสียของทรัพยากรธรรมชาติก็จะเกิดขึ้น ดังนั้น เราจึงพึงลดกำลังความอยาก ด้วยการสอนให้สังคมรู้จัก “การให้” ... ให้แล้วสังคมจะสวยงาม

วันนี้เมื่อทุกคนสบายใจที่ได้ใส่บาตร ก็ถือว่าเป็นคุณค่าของความดีแล้ว ไม่ว่าจะเป็นศาสนิกชนของศาสนาใด เมื่อให้ ก็จะให้ด้วยความนอบน้อม นุ่มนวล ซึ่งสังคมไทยเรานี้ได้สูญเสียจริยธรรมการให้ไป ที่เราเห็นการให้ในปัจจุบัน การให้ที่ทื่อๆ ก็แสดงว่า จิตใจของผู้ให้นั้น ไม่อ่อนนุ่ม ไม่นุ่มนวล จิตเช่นนี้ จะกล่าวสรรเสริญพระพุทธคุณ พระธัมมคุณ พระสังฆคุณ ก็ทำได้ไม่เต็มปาก

การกล่าวสรรเสริญพุทธคุณ ธัมมคุณ สังฆคุณ นี้เป็นวิสัยของบัณฑิตในทุกสมัย เป็นนิรมิตพุทธะ ที่ไม่ใช่พุทธพจน์ คนสมัยก่อน เขาสวดกันประหนึ่งว่าได้ร้องเพลงสรรเสริญบูชาพระคุณพระรัตนตรัย นั่นก็สะท้อนว่า จิตวิญญาณในพระศาสนานี้สูงมาก จึงแสดงออกถึงความเป็นผู้มีศาสนา เพราะการอยู่อย่างไม่มีศาสนา ไม่ใช่ฐานะของมนุษย์ที่เป็นสัตว์ประเสริฐ

โครงการร้อยใจไทย สืบสานราชธรรม ทั้งแผ่นดิน นี้จึงเกิดขึ้น เพื่อเติมเต็มสิ่งที่ขาดหายไป ประหนึ่งว่าเราได้จุดเทียน เพื่อให้เป็นเครื่องหมายว่า โลกนี้มืดเหลือเกิน มีจำนวนน้อยนักที่จะต่อสู้กับโลภะ โทสะ โมหะ ได้ เพราะทุกวันนี้ โลภะ โทสะ โมหะ ได้กลายเป็นเนื้อหนังมังสาของเรา และก่อเกิดเป็นสันดาน เป็นกระแสให้เกิดความทุกข์ ดังนั้น ชีวิตเราเดินทางมา จึงมีแต่ทุกข์ ทุกข์ตลอด ทั้งภายในและภายนอก ความดิ้นรนทั้งหลายนั้นเป็นทุกข์ สัตว์ที่ทุกข์ย่อมเกิดบ่อยๆ ตายบ่อยๆ และเราก็วนเวียนกับการเกิด-การตายอย่างไม่จบสิ้น

จึงต้องสอนให้รู้จักว่า จะ “ให้”อย่างไร การใส่บาตรนี้เป็นเครื่องหมายหนึ่งของพระพุทธศาสนา ... “บาตร” คือเครื่องใช้สอยอันยิ่งของพระพุทธเจ้าที่เสด็จไปที่ใดก็คือเนื้อนาบุญของชาวบ้าน การทำให้ชาวบ้านได้ทำบุญในพระศาสนา ก็คือการเกื้อกุลให้ได้ทำความดีอันยิ่ง และเมื่อได้มาทำทานอย่างถูกต้อง ได้ฟังธรรมอย่างถูกต้อง คนที่มีอารยธรรม หัวใจจะยิ่งใหญ่ และจะคิดอย่างสร้างสรรค์ จึงคิดแต่จะให้กับสังคมเท่าที่พึงจะให้ได้

ในฐานะบทบาทและจิตวิญญาณของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง คือ ผู้ให้ที่ยิ่งใหญ่มาก จึงได้รับการยกย่องให้เป็นพ่อและแม่ของแผ่นดิน เป็นการกล่าวในนิรมิตธรรม ที่ไม่ต้องมีใครมาแต่งตั้ง คนที่ซาบซึ้งจะนึกเช่นนั้นจริงๆ นึกถึงคุณธรรมและความดีของทั้งสองพระองค์ที่จะอยู่คู่กันตราบชั่วนิรันดร์ อย่างที่ไม่สามารถแยกออกจากกันได้เลย ดังพระราชดำรัสของพระบรมราชชนนีพันปีหลวง “ท่านจะเป็นป่าเพื่อรักษาน้ำ” นี่สะท้อนถึงพระราชปณิธานในการเกื้อกูลซึ่งกันและกัน อย่างไม่อาจแยกจากกัน

เมื่อชาวระนองและบุคคลทั้งหลายทำได้เช่นนี้ รุกขเทวดาทั้งหลายก็ย่อมจะชื่นชม เวลาทำทาน ทำกุศล จึงทำเมื่อพร้อม ทำเมื่อมีความสุข อย่ามาเข้าวัดเมื่อมีความทุกข์ ถ้าเราทำบุญก็ต้องทำด้วยความสุข จะมีแต่ความเจริญ แต่ถ้าทุกข์อยู่ ก็ต้องแก้จิตให้มีธรรมะเสียก่อน การทำบุญนั้นจึงจะนำสู่ความเจริญ

ดังนั้น การทำทานจึงเป็นเครื่องหมายคุณธรรมของคนดี ที่เป็นการให้ซึ่งกันและกัน ผู้ใต้บังคับบัญชาที่ได้รับแล้ว ก็จะตอบแทนคุณหรือกระทำที่แสดงการรู้คุณท่านที่เป็นผู้ให้ ... ผู้ที่ให้เป็น ก็จะพัฒนาสู่การเป็นผู้มีศีล เพราะการให้คือ การสร้างความเมตตากรุณาต่อกัน เป็นความเกื้อกูลกัน เมตตากรุณาที่ก่อเกิดในจิตใจแล้วนั้น ก็จะให้ใบหน้ายิ้มแย้ม เพราะมีแต่ความสุข จิตใจแย้มยิ้มเป็นความสบายที่มีบุญสะท้อนมาจากใบหน้าที่ผ่องใส

เราทั้งหลายจึงต้อง เข้าใจธรรมะ อย่างเป็นธรรมะ คือ รู้ในความเป็นจริงว่า “ไม่มีอะไรเกิดขึ้นอย่างไม่มีเหตุ”... ทุกอย่างเป็นไปโดยปัจจัยการของมัน เราจึงพึงทำสิ่งที่ถูกต้อง คือ ทำเหตุให้ดี เมื่อทำเหตุที่ถูกต้องแล้ว ผลจะเป็นอย่างไร ไม่ต้องแสวงหา... โดยเฉพาะผู้นำ ผู้ปกครอง ที่ต้องมีความสุข และชวนให้เกิดการให้ซึ่งกันและกัน สังคมก็จะมีความสุขด้วยการให้ และสำคัญคือ เมื่อให้เป็น ให้อย่างถูกต้องแล้ว ศีลก็จะเกิดขึ้น

จึงพึงสอนลูกหลานให้รู้จักการให้ ถ้าเขารู้สึกว่าได้ให้ หรือ เมื่อใดที่ วันนี้ไม่ได้ให้ แล้วรู้สึกว่าขาดอะไรสักอย่าง นั่นแสดงว่า เราได้ลดความเห็นแก่ตัวลงแล้ว และที่สุดการให้ ไม่ว่าจะเป็นสิ่งของ หรือให้คำแนะนำทั้งหลาย ก็จะทำให้ความเห็นแก่ตัวนั้นหมดไปและไม่เกิดขึ้นเลย

ทุกชีวิตจึงจะต้องให้เป็น แล้วจะต้องเคารพกัน ไม่เอาเปรียบกันด้วย เมตตาจึงเกิดขึ้น นี่ถือเป็นโภคทรัพย์ คือ ทรัพย์อันยิ่ง

เมื่อมีเมตตากรุณา ... และศีลเกิดขึ้นแล้ว เราจะไม่เบียดเบียนกัน ไม่ทำร้ายสัตว์ทั้งหลาย และไม่ทำร้ายตัวเองด้วยกันดื่มสุรา เราจะมีฐานะแห่งการเป็นมนุษย์ที่ประเสริฐ ... มนุษย์ คือสัตว์ที่มีจิตใจอันประเสริฐ มีเมตตากรุณาต่อกันเป็นพื้นฐาน และมีศีลธรรมอันเป็นมนุษยธรรม

ศีล คือเครื่องสะท้อนความเป็นคนดีที่จะสร้างสรรค์ให้คนๆ นั้น มีปริจาคะ คือสละได้ แม้ประโยชน์สุขส่วนตน ดุจดั่งพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และพระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ที่เป็นผู้เสียสละ สละประโยชน์สุขส่วนพระองค์ เพื่อประโยชน์ เพื่อการเกื้อกูล เพื่อความสุขของมหาชน

จึงต้องสร้างสรรค์ ปลูกฝังปริจาคะให้เกิดขึ้นในบุคคลทั้งหลาย คือ การสละด้วยคุณธรรมความดี ดังเช่นทหารที่กล้าหาญสละชีวิต เมื่อเขาสละด้วยคุณธรรมความดี ด้วยความซื่อสัตย์ความสุจริต ก็จะละออกจากอกุศลทั้งปวงได้

เมื่อละออกจากอกุศลทั้งปวงได้ ก็จะไม่เย่อหยิ่ง ไม่จองหอง ดังที่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ท่านทรงน้อมพระพักตร์สู่ชาวบ้านทุกครั้งที่เยี่ยมราษฎร และตรัสด้วยพระสุรเสียงอันไพเราะ ที่พิสูจน์แล้วว่าบุคคลที่จะทำสิ่งเหล่านี้ได้ คือ ผู้นำ ผู้ปกครองแผ่นดิน เป็นผู้นำของมหาชน เพราะซื่อสัตย์สุจริต เคารพในธรรม ไม่เย่อหยิ่ง ไม่ดูถูกใคร จึงเป็นที่น่ารัก น่าเคารพ น่าชื่นชมยินดี ใครๆ ก็อยากเข้าใกล้

ผู้นำทั้งหลายจึงควรละลายพฤติกรรม ปรับโครงสร้างจิตให้ได้ ด้วยการศึกษาธรรม ให้เข้าถึงธรรม ในทุกขณะของจิต ตรวจสอบตัวเองตลอดเวลา เพื่อจะได้รู้ว่าจะพัฒนาอย่างไรให้เหมาะสม

ธรรมะอยู่ที่กายและจิต ที่ต้องอาศัยสติปัญญา เพื่อพัฒนาจิตให้มีทาน ศีล ปริจาคะ อ่อนโยน รู้ เข้าใจ ในฐานะบทบาท ไม่ยึดถือ เย่อหยิ่ง จนหยาบกระด้าง และหลงไปจนถือตัว ... ผู้ที่มีธรรมจะไม่ยึดถือ จะบริหารตนเองได้ จะเป็นผู้ที่ตั้งมั่นอยู่ในคุณความดีอันยิ่ง นั่นคือ ขันติธรรม จะอดทนอดกลั้นจากภาวะบีบเค้นบีบคั้นต่างๆ แม้ชอบก็ไม่ตาม แม้ไม่ชอบก็ไม่ผลัก และไม่เผลอไปหลงผิดยึดถือ

จึงต้องเรียนรู้จิตใจของตัวเองอยู่เสมอ

สิ่งใดที่ดี ก็เติม สิ่งใดที่ไม่ดี ก็นำออก ... เติมคุณธรรมและความดีให้เจริญยิ่งให้เกิดขึ้นในการประพฤติปฏิบัติของเราเอง ...ไม่มีคุณธรรมใดที่ทำให้เราเจริญขึ้นได้เท่ากับสติ เราจะออกจากความอยากทั้งปวงได้ ผ่านพ้นทุกข์ทุกข์โทษภัยได้ด้วยการมีสติ และการประพฤติปฏิบัติตามทศพิธราชธรรม

และที่สุด คือ ต้องประพฤติอย่างไม่ผิดพลาดจากธรรม คือ อวิโรธนัง ที่ผู้นำทั้งหลายต้องตั้งมั่นแน่วแน่ในคุณความดี และต้องกล้าหาญที่จะปฏิเสธความชั่วทั้งปวงอย่างไม่เกรงใจสิ่งใด

ในความกล้าหาญที่จะศรัทธาตั้งมั่นในความดีนั้น พึงระลึกว่า
๑) ไม่มีอะไรเกิดขึ้นโดยไม่มีเหตุ
๒) ไม่มีอะไรดำรงอยู่อย่างไม่มีเงื่อนไข และ
๓) พึงไม่เสพ อธรรมทั้งหลาย ... ผู้เสพ อธรรม ย่อมพินาศ

อำนาจแห่งธรรมจะทำให้ประเทศชาติรุ่งเรือง

ชีวิตเราเลือกได้ว่าจะเจริญหรือเสื่อม ในมงคลสูตรนั้น สอนตั้งแต่ข้อแรกว่า อย่าคบคนพาล ให้คบบัณฑิต นี่จึงต้นทางหรือประตูแห่งความเจริญ ให้เราได้เห็น ได้ฟังธรรม ได้รับสิ่งที่ถูกต้อง ชีวิตเราก็จะมีแต่ความเจริญ ...

ธรรมะ คือ ความปกติธรรมดาที่ สะอาด สว่าง สงบ การรู้ความจริงในความจริงที่มีอยู่นี้เป็นหัวใจของสติปัฏฐาน จึงพึงพยายามฝึกฝนจิตใจ ให้ตั้งมั่นอยู่ในความจริง ประโยชน์ และความเหมาะควร ก็จะเกิดปัญญา

ผู้มีปัญญาย่อมออกจากปัญหาทั้งหลายได้ ... อาหารจิตที่ดีที่สุด คือ สิ่งที่สร้างให้จิตเรามีคุณธรรมและความดี จึงอย่าไปหุ้นส่วนกับสิ่งที่เลว ... ทุกอย่างเป็นไปตามกฎเกณฑ์กรรม

น้อมกราบบูชาธรรม และกราบนมัสการพระเดชพระคุณด้วยความเคารพอย่างสูงยิ่ง

บันทึกธรรมโดย นิธินันท์ วิศเวศวร

เจ้าคุณอารยวังโส สะท้อนธรรมะผู้ปกครอง ยก "อนุทิน" เป็นผู้นำเชิงรุก พิสูจน์ศักยภาพผู้นำ ฝ่าความเสี่ยงสังคมถดถอย 📌อ่านต่อท...
12/05/2026

เจ้าคุณอารยวังโส สะท้อนธรรมะผู้ปกครอง ยก "อนุทิน" เป็นผู้นำเชิงรุก พิสูจน์ศักยภาพผู้นำ ฝ่าความเสี่ยงสังคมถดถอย

📌อ่านต่อที่นี่ : https://www.amarintv.com/news/politic/545669

#อนุทินชาญวีรกูล #เจ้าคุณอารยวังโส #ปลัดป๊อบ #มหาดไทย #ทศพิธราชธรรม #การเมืองไทย #รัฐบาลอนุทิน #ข่าววันนี้ #ข่าวอมรินทร์ออนไลน์

เจ้าคุณอารยวังโส สะท้อนธรรมะผู้ปกครอง ยก "อนุทิน" เป็นผู้นำเชิงรุก พิสูจน์ศักยภาพผู้นำ ฝ่าความเสี่ยงสังคม....

https://www.matichon.co.th/weekly/hot-news/article_895355
12/05/2026

https://www.matichon.co.th/weekly/hot-news/article_895355

ท่านเจ้าคุณอารยวังโส หรือ "พระราชวัชรสุทธิวงศ์ วิ." เจ้าอาวาสวัดป่าพุทธพจน์หริภุญไชยในพระราชูปถัมภ์ฯ จ.ลำพ...

🏕️ วันเสาร์ ที่ 10 พฤษภาคม 2569 เวลา 14:00 น. … พระเดชพระคุณพระราชวัชรสุทธิวงศ์ (พระอาจารย์อารยวังโส) ได้เมตตานำสอนหลักภ...
11/05/2026

🏕️ วันเสาร์ ที่ 10 พฤษภาคม 2569 เวลา 14:00 น. … พระเดชพระคุณพระราชวัชรสุทธิวงศ์ (พระอาจารย์อารยวังโส) ได้เมตตานำสอนหลักภาวนา ณ ลานอมตธรรม วัดมเหยงคณ์ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

รับฟังธรรมย้อนหลังทาง⬇️
10.05.69 |...วัดมเหยงคณ์ อยุธยา | เจ้าคุณอาจารย์อารยวังโส | วัดมเหยงคณ์
https://youtu.be/qm9KB6afIf8

🧘🏻‍♂️ “สร้างพลังชีวิตด้วยพุทธคุณ” … เช้าวันอาทิตย์ที่ 10 พฤษภาคม 2569 พระเดชพระคุณพระราชวัชรสุทธิวงศ์ (พระอาจารย์อารยวัง...
10/05/2026

🧘🏻‍♂️ “สร้างพลังชีวิตด้วยพุทธคุณ” … เช้าวันอาทิตย์ที่ 10 พฤษภาคม 2569 พระเดชพระคุณพระราชวัชรสุทธิวงศ์ (พระอาจารย์อารยวังโส) ได้รับอาราธนานิมนต์ เป็น องค์แสดงธรรม โดย ดร.สุรัตน์ วงศ์ชาญศิลป์ ณ. หอประชุมอาคารอเนกประสงค์ หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา ดอนเมือง กรุงเทพฯ

รับฟังธรรมย้อนหลังทาง ⬇️
10.05.69 | สร้างพลังชีวิตด้วยพุทธคุณ | เจ้าคุณอาจารย์อารยวังโส | ดอนเมือง กรุงเทพฯ
https://youtu.be/X-5A_L_ATV8

ที่อยู่

Lamphun
51000

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ วัดป่าพุทธพจน์หริภุญไชย ธรรมยุต ในพระราชูปถัมภ์ Watpa Buddhapojhariphunchaiผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์

ประเภท