15/05/2020
พระธรรมคำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ได้ให้กำเนิดศาสตร์แพทย์แผนไทย ในประวัติพุทธศาสนา มีแพทย์ท่านหนึ่งนามว่า ชีวก โกมารภัจจ์ ได้สำเร็จวิชาแพทย์มาจากสำนักทิศาปาโมกข์ในเมืองตักสิลา เป็นหมอหลวงประจำตัวพระเจ้าพิมพิสาร และได้รับมอบหมายจากพระเจ้าพิมพิสารให้รักษาพระอริยะทั้งหลายในสำนักของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ดังที่เราทราบกันดีว่าหมอชีวกเป็นหมอประจำตัวของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
ท่านหมอชีวก ได้ชื่อว่าเป็นบิดาผู้ให้กำเนิดแพทย์แผนไทย เพราะท่านได้นำความรู้ทางการแพทย์ที่ได้ร่ำเรียนมาบูรณาการกับคำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ซึ่งก็คือกฎของเหตุปัจจัยและกฎไตรลักษณ์ และได้สรุประบบการทำงานของร่างกายเราได้โดยย่อว่า "ไฟเกิดก่อนทำให้เกิดลมไปพัดน้ำไปกระทบดิน"
ภาษิตที่ว่า "ไฟเกิดก่อนทำให้เกิดลมไปพัดน้ำไปกระทบดิน" นั้นถ้าจะแปลเป็นภาษาในปัจจุบันก็คือ ร่างกายเราใช้พลังงานทำให้เกิดแรงไปทำให้ระบบในร่างการขับเคลื่อน คำว่าไฟนั้นก็หมายถึงพลังงานที่เราได้มาจากอาหารน้ำอากาศที่เรารับเข้าไป ลมหมายถึงการเคลื่อนที่หรือการใหล หรือหมายถึงแรงที่กระทำให้วัตถุเกิดการเคลื่อนที่ ในที่นี้รวมไปถึงการรับส่งสัญญาณในระบบประสาทด้วย ส่วนน้ำและดิน หมายถึงของเหลวของแข็งภายในร่างกายของเรานั่นเอง
เพราะฉะนั้น การรักษาร่างกายในแพทย์แผยไทย จะรักษาแบบองค์รวม ไม่ได้รักษาเฉพาะจุด จะเริ่มดูส่วนของไฟในร่างกายก่อนเป็นอันดับแรก จากนั้นถึงจะไปดูลม น้ำ และดิน ตามลำดับ หรือวิเคราะห์และแก้จากเหตุไปหาปลาย แต่การวินิจฉัยโรคจะไล่จากปลายไปหาเหตุ (ไล่จากอการแสดงไปหาสาเหตุ) ขั้นตอนการรักษาโดยปกติจะรักษาอาการเฉพาะหน้าก่อน แล้วจึงตามไปรักษาเหตุ รวมไปถึงป้องกันอาการข้างเคียงที่จะเกิดตามมา เพราะฉะนั้น การรักษาตามหลักแพทย์แผนไทย จะรักษาโรคได้แบบถอนรากถอนโคน
เป็นที่น่าเสียดายว่า ความรู้ทางการแพทย์แผนไทยนั้นถูกละเลย คนไทยหันไปเชื่อการรักษาตามแบบของตะวันตกซึ่งพวกนี้มีความเชื่อว่า ร่างกายนี้คือชีวิต ตายแล้วศูนย์ ธรรมชาติที่เรียกว่าจิตนั้นไม่ได้มีอยู่จริง มุมมองที่ผิดไปจากความเป็นจริงนี้ ทำให้ไม่สามารถมองเห็นธรรมชาติได้ครบถ้วนตามความเป็นจริง เมื่อเห็นว่าชีวิตคือวัตถุ การรักษาก็คือไปรักษาที่ร่างกายหรือรักษาธาตุดินเป็นหลัก ซึ่งความเป็นจริง ธาตุดินหรืออวัยวะในร่างกายเราเป็นปลายเหตุสุดท้ายของโรค ความผิดปกติจะเกิดที่ไฟก่อน จึงทำให้ลมผิดปกติ เมื่อลมผิดปกติจึงจะทำไห้ระบบน้ำทำงานผิดปกติ สุดท้ายจึงส่งผลให้เห็นออกมาตามอวัยวะต่างๆ เพราะฉะนั้นการรักษาตามแบบตะวันตกส่วนมากจะรักษาได้ที่ปลายเหตุหรือเป็นโรคที่เกิดจากการติดเชื้อเท่านั้น (จำพวกโรคที่มีสาเหตุมาจากรูปธรรม) ทำให้เกิดโรคที่เราเชื่อกันในตอนนี้ว่ารักษาไม่หายมากมายหลายโรค ทั้งๆ ที่สามารถรักษาให้หายได้ (เบาหวาน ความดัน กรดไหลย้อน มะเร็ง ภูมิแพ้ ฯ)
หลายท่านอาจจะคิดไปว่า การที่แพทย์แผนไทยแบ่งร่างกายเป็นดินน้ำลมไฟแค่ 4 ส่วนนั้นนั้นล้าสมัย แบ่งแบบหยาบๆ ไม่รู้ถึงรายละเอียดที่ซับซ้อนของระบบร่างกาย ซึ่งตามความเป็นจริงแล้ว นี่เป็นการสรุประบบการทำงานของร่างกายได้สมบูรณ์ที่สุดแล้ว ครบถ้วนครอบคลุมทุกส่วนของร่างการเรา เป็นความอัจฉะริยะของปู่ย่าตาทวด เพราะการที่จะสรุปออกมาได้อย่างนี้ต้องรู้จักการทำงานของร่างการอย่างละเอียดเสียก่อน การสรุปหรือมองเป็นการมององค์รวมและรู้ความสัมพันธ์หรือการทำงานร่วมกันของแต่ละส่วน สามารถทำให้วิเคราะห์และรักษาได้อย่างถูกต้องแน่นอน รักษาได้ตรงตามสาเหตุของโรค
การรักษาสุขภาพของเราให้แข็งแรงสมบูรณ์ห่างจากโรคภัยไข้เจ็บนั้น จึงมีอยู่ง่ายๆ ว่า ให้รักษาไฟธาตุในร่างกายให้ดี เมื่อไฟดี ลม น้ำ ดิน ก็จะพากันดีตาม เพราะร่างกายทำงานเป็นระบบ และมีระบบการรักษาซ่อมแซมตัวเองเป็นได้อย่างดี เช่น ผิวงามมาจากโลหิตที่ใหลเวียนใต้ผิวหนัง จะให้โลหิตหมุนเวียนดี หัวใจต้องมีแรง หัวใจจะมีแรงก็เพราะพลังงานที่ได้จากอาหารที่เรากินเข้าไป เป็นต้น
สรุปได้ว่า จุดเริ่มต้นของสุขภาพดี จึงมาจาก อาหาร อากาศ น้ำ ระบบทางเดินอาหาร และระบบขับถ่ายที่ดี
สมมุติฐานการเกิดของโรคนั้นยังมาจากสภาพร่างกายของคนเราที่ไม่เหมือนกันมาตั้งแต่เกิด เกิดจากการเปลี่ยนแปลงสภาพแวดล้อมดินฟ้าอากาศความกดอากาศ เกิดจากอายุ เกิดจากสภาวะจิตใจ เกิดจากอริยาบท เกิดจากการรับพิษ และการเกิดจากบาดแผล ดังนั้น การดูแลรักษาแต่ละคนนั้นจึงมีรายละเอียดที่แตกต่างกัน เพราะฉะนั้น เมื่อเราดูแลสุขภาพเราได้ดีในขั้นต้น เมื่อเกิดอาการผิดปกติ เจ็บป่วย จึงต้องพึ่งหมอผู้ที่สามารถวินิจฉัยความผิดปกติได้จึงจะรักษาได้อย่างถูกต้อง