ปักธง ธรรม ส่องโลก - พระอาจารย์อารยวังโส - Most Venerable Arayawangso

ปักธง ธรรม ส่องโลก - พระอาจารย์อารยวังโส - Most Venerable Arayawangso “ปักธงธรรม” และ “ธรรมส่องโลก” เป็นช? This page will be re-posting the two columns on the date they are originally delivered.

เกี่ยวกับ ปักธง..ธรรม..ส่องโลก

“ปักธงธรรม” และ “ธรรมส่องโลก” เป็นชื่อของ คอลัมน์ธรรมะ ลิขิตโดย พระอาจารย์หลวงพ่ออารยวังโส /|\ เจ้าอาวาสวัดป่าพุทธพจน์หริภุญไชย (ธ) ในพระราชูปถัมภ์ฯ จังหวัดลำพูน

ทั้งสองคอลัมน์เป็นคอลัมน์รายสัปดาห์ โดย ปักธงธรรม (หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์) มีการตีพิมพ์ทุกวันศุกร์ และ ธรรมส่องโลก (หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์) ตีพิมพ์ทุกวันอาทิตย์

เฟซบุคเพจนี้จะนำเนื้อหาของคอลัมน์ทั้งสอง (ปักธงธรรม เนื้อหาเต็มคอลัมน์ แต่ ธรรมส่องโลก เนื้อหาเพียงบางส่วนของคอลัมน์ พร้อม link นำไปสู่เว็บไซต์ต้นทาง) มาเผยแพร่ซ้ำ ในวันเดียวกับที่มีการตีพิมพ์

ทั้งนี้ ขอขอบคุณ เว็บไซต์ http://www.ryt9.com/tag/ปักธงธรรม และ http://www.posttoday.com/tag/ธรรมส่องโลก ซึ่งเป็นแหล่งต้นฉบับของเนื้อหา ที่เพจนี้ได้คัดลอกมา

- ขอทุกท่านเจริญในธรรม :) /|\

------------------------------------------------

อ่านบทความย้อนหลังได้ที่ https://paktongdhamsongloak.wordpress.com

หากมีข้อคำถามธรรม สามารถเขียนกราบเรียนถึงหลวงพ่อพระอาจารย์ได้ที่ [email protected]

------------------------------------------------

About PaktongDhamsongloak

“Paktongdham” and “Dhamsongloak” are Dhamma Newspaper columns written by Most Venerable Arayawangso /|\, who is currently the abbot of Wat Pa Buddhapoj Hariphunchai, Lamphun, Thailand. Paktongdham (Thaipost Newspaper) is being published weekly every Friday, and Dhamsongloak (Post Today Newspaper) every Sunday. Thanks go to http://www.ryt9.com/tag/ปักธงธรรม and http://www.posttoday.com/tag/ธรรมส่องโลก, sources of the content.

- May your mind be blessed :) /|\

------------------------------------------------

Previous posts can be found at https://paktongdhamsongloak.wordpress.com

Dhamma related questions are suggested to be sent directly to Most Venerable Arayawangso /|\ at [email protected]

27/08/2026
26/08/2026
ค่ำนี้วันพุธที่ 26 สิงหาคม 2569 เวลา 21.00 - 22.00 น."ความฉ้อฉลกลายเป็นปกติวิสัย"พระเดชพระคุณพระราชวัชรสุทธิวงศ์ (เจ้าคุ...
26/08/2026

ค่ำนี้
วันพุธที่ 26 สิงหาคม 2569 เวลา 21.00 - 22.00 น.

"ความฉ้อฉล
กลายเป็นปกติวิสัย"

พระเดชพระคุณพระราชวัชรสุทธิวงศ์ (เจ้าคุณอาจารย์อารยวังโส) เมตตา
ให้คุณประสาร มฤคพิทักษ์ กราบเรียนสัมภาษณ์ - สนทนา
ประเด็น
"ความฉ้อฉล…
กลายเป็นปกติวิสัย"

ขอเชิญทุกท่านรับฟังทางวิทยุ FM 96.5 ตั้งแต่เวลา 21.00 น. เป็นต้นไป

https://www.youtube.com/watch?v=pPNj0ej2dMI

ธรรมะจากการบรรยายธรรมเรื่อง "ปลุกจิตสำนึกด้วยหิริโอตตัปปะ  ไม่ทนต่อการทุจริต"โดย.. เจ้าคุณอารยวังโสวันที่ 26 สิงหาคม 256...
26/08/2026

ธรรมะจากการบรรยายธรรม
เรื่อง "ปลุกจิตสำนึกด้วยหิริโอตตัปปะ ไม่ทนต่อการทุจริต"

โดย.. เจ้าคุณอารยวังโส

วันที่ 26 สิงหาคม 2569
ณ กระทรวงคมนาคม

รับฟังทางยูทูป
https://www.youtube.com/live/MkINUn8y9bY?si=0ruavZc1NjyXhr-x

ปักธงธรรม  21  สิงหาคม  2569 -ปฐมเหตุแห่งการทุจริต .. ในมนุษยชาติ!หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์วันศุกร์ที่  21  สิงหาคม  2569    ...
21/08/2026

ปักธงธรรม 21 สิงหาคม 2569 -ปฐมเหตุแห่งการทุจริต .. ในมนุษยชาติ!
หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์
วันศุกร์ที่ 21 สิงหาคม 2569
เจริญพรสาธุชนผู้มีจิตศรัทธาในพระพุทธศาสนา ในระหว่าง ๒๑-๒๗ สิงหาคม ๒๕๖๙ ได้รับนิมนต์เพื่อเป็นองค์แสดงธรรม นำอบรมจิตภาวนา ทั้งที่กระทรวงคมนาคมและมูลนิธิเพื่อโรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ โดยมีตัดสินอธิกรณ์สงฆ์ร่วมอยู่ด้วยหนึ่งเรื่อง จึงเห็นควรกระทำ สัตตาห
กรณียะ ตามพุทธานุญาตให้พระภิกษุผู้อยู่จำพรรษาออกไปค้างแรมที่วัดอื่นได้ชั่วคราวไม่เกิน ๗ วัน โดยไม่ทำให้พรรษาขาด ซึ่งต้องมีเหตุตามพระวินัยและตั้งใจกลับมาภายในกำหนด ซึ่งจะต้องอยู่ภายในกรอบกรณียกิจ ๔ ประการ หนึ่งในสี่ ได้แก่ นิมนต์ไปเพื่อบำเพ็ญกุศล ฟังธรรม รับไทยธรรม ด้วยการตั้งใจ (การผูกใจ) ว่าจะกลับมาภายใน ๗ วัน นับตั้งแต่วันกระทำสัตตาหะ

การรับนิมนต์ไปบรรยายธรรมที่ กระทรวงคมนาคม ในวันที่ ๒๖ สิงหาคม ๒๕๖๙ มีการตั้งหัวข้อที่น่าสนใจ ท้าทายต่อ กระแสสังคมทุจริตครองเมืองในปัจจุบัน ได้แก่...

“ปลุกจิตสำนึกด้วยหิริโอตตัปปะ .. ไม่ทนต่อการทุจริต!!” ซึ่งเมื่อเห็นหัวข้อบรรยายถูกจัดขึ้นที่กระทรวงคมนาคม.. หลายท่านบอกว่า “ช่างกล้าหาญจริงๆ” ที่สำนักปลัดกระทรวงฯ กล้าจัดบรรยายธรรมให้ข้าราชการ-เจ้าหน้าที่ได้รับฟังในหัวข้อนี้ ทั้งนี้ ด้วยภาพลักษณ์ของ กระทรวงคมนาคมที่มีงบประมาณมากกว่า ๔ แสนล้านบาท

หัวข้อบรรยายดังกล่าว จุดกระแสตอบรับจากสังคมดีมาก จึงมีคณะศรัทธาจำนวนไม่น้อยจากภายนอก แสดงความต้องการเข้าไปรับฟังถึงแนวทางการใช้ ธรรมวิธี เพื่อทำลายระบบทุจริตคดโกงให้สิ้นซากไปได้อย่างไร

เมื่อได้รับหัวข้อบรรยายดังกล่าว.. เริ่มแรกเกิดความรู้สึกที่ดีมาก ว่าเรายังมีหน่วยงานภาครัฐระดับกระทรวง ร่วมสนใจต่อการที่จะคิดช่วยกัน แก้ไข ป้องปราม กระแสทุจริตในจิตวิญญาณปุถุชนในสมัยวัตถุนิยมเป็นใหญ่

แต่เมื่อตั้งสติพิจารณาลงไปลึกๆ.. ย้อนกลับไปสุดสายของการอุบัติเกิดโลกขึ้นมา.. ที่สืบเนื่องจนถึงปัจจุบัน เพื่อไล่เรียงสืบสาวย้อนกลับไปหา สาเหตุเริ่มต้น ของ..

เหตุปัจจัยของการทุจริต คดโกง คอร์รัปชัน.. การประพฤติชั่วช้าเลวทราม ว่าเป็นมาอย่างไร.. เมื่อใด.

อะไรเป็นสารตั้งต้นของโรคทุจริต คอร์รัปชัน.. ที่นำไปสู่ การเบียดเบียน ฉ้อโกง แก่งแย่ง ฉกชิง วิ่งราว.. ลักทรัพย์ หลอกลวง.. ประพฤติชั่ว....

จากการค้นคว้าหลักธรรมของการอุบัติเกิดขึ้นของโลกและสัตว์โลก พบว่า เงื่อนไขปัญหาตามที่กล่าวเริ่มต้นเกิดมาจากความชอบชิดติดใจ ทรัพยากรสาธารณะ ที่เป็นสมบัติของโลก เมื่อสมาชิกในโลกได้ใช้สอย

อันเป็นเหตุให้เกิดการแสวงหา (ปริเยสนา) เพื่อให้ได้มาซึ่งสิ่งนั้นๆ ที่ต้องการ... จึงนำไปสู่หลักปัจจยาการ.. ที่แสดง ธรรมเพื่อชีวิต ขึ้น เพื่อแจกแจงให้เห็นความสัมพันธ์ในจิตระหว่างมนุษย์ด้วยกันที่เป็น “สัตว์สังคม” .. ในวิถี ปัจจยาการทางสังคม ดังพระพุทธภาษิตที่ว่า..

“อานนท์.. ด้วยประการนี้แล อาศัย เวทนา จึงมี ตัณหา, อาศัย ตัณหา จึงมี ปริเยสนา (การแสวงหา), อาศัย ปริเยสนา จึงมี ลาภะ (การได้), อาศัย ลาภะ จึงมี วินิจฉัย (กะการกำหนด), อาศัย วินิจฉัย จึงมี ฉันทราคะ (ชอบชิดติดพันให้กระสัน), อาศัย ฉันทราคะ จึงมี อัชโฌสาน (หลงใหลครอบครอง), อาศัย อัชโฌสาน จึงมี ปริคคหะ (การยึดถือครอบครอง), อาศัย ปริคคหะ จึงมี มัจฉริยะ (หวงแหนหวงกั้น), อาศัย มัจฉริยะ จึงมี อารักขะ (การเก็บกั้นป้องกัน) และอาศัย อารักขะ สืบเนื่องอารักขะ จึงมี การถือไม้มีด การทะเลาะ การวิวาท.. ขึ้นเสียงคำว่า มึง.. กู.. การส่อเสียด มุสาวาท.. บาปอกุศลธรรม (ปัญหาความชั่วร้าย) ทั้งหลาย เป็นอเนก ย่อมเกิดมีพรั่งพร้อมด้วยอาการอย่างนี้..”

หากวิเคราะห์โครงสร้างปฏิจจสมุปบาท หรือปัจจยาการทางสังคม จะพบว่า จุดเริ่มต้นจาก กิเลส สู่ การกระทำ (กรรม).. ที่มี วิบาก เป็นผล และผลดังกล่าวมาสนับสนุนสืบเนื่องกิเลสให้ดำเนินต่อไปในกระแสจิต.. ที่เริ่มต้นจาก อวิชชา (ความรู้ที่ผิดธรรม) ให้นำไปสู่การปรุงแต่งแบบผิดๆ เพี้ยนๆ ไปจากธรรม ผ่านความคิดที่วิปลาสธรรม ส่งต่อพฤติกรรม (สังขาร) ที่มีอิทธิพลต่อการรับรู้ในสังคม ผ่านกระบวนการ วิญญาณ นามรูป สฬายตนะ ผัสสะ และเวทนา.. เพื่อสื่อสู่ภายนอกเมื่อเกิดความรู้สึก พอใจ .. ไม่พอใจ หรือระหว่างกึ่งกลางขึ้นที่เรียกว่า เวทนา ที่ผลักดันไปสู่ ตัณหา (ความทะยานอยาก) และ อุปาทาน (ความยึดมั่นยึดถือ) อันเป็นจุดต่อสำคัญยิ่งที่เริ่มแสดงการเป็นปัญหาทางสังคม

เมื่อ อุปาทาน (ความยึดติดยึดถือ) นำไปสู่ การสร้างระบบกรรม และ การกระทำร่วมกัน ความตั้งขึ้นของความเป็น (ภพ) เกิดภาวะสังคมรูปแบบต่างๆ (ชาติ) จึงเกิดขึ้น ที่นำไปสู่ การแย่งชิง การเบียดเบียน การขัดแย้ง ความเสื่อมสลาย.. สู่ความทุกข์ยากของคนในสังคมโดยรวม..

การอุบัติเกิดขึ้นของโลก... เมื่อจิตเข้าไปยึดถืออารมณ์ เกิดการรับรู้ในอารมณ์.. มีความรู้สึกพอใจ .. ไม่พอใจ หรือระหว่างกึ่งทั้งสอง และการเข้าไปเสวยรสของความรู้สึกนั้น (เวทนา) จึงทำให้เกิด ฉันทะ ราคะ นันทิ และตัณหา ขึ้น.. นั่นหมายถึง ความเป็นสัตว์ในกระแสจิตได้เกิดขึ้น ด้วยความสำคัญมั่นหมายว่า เป็นตัวเรา ของเรา ที่ส่งต่อไปสู่กระแสทุกข์.. จึงกล่าวว่า.. โลกจึงเกิดด้วยประการนี้!

ดังใน ทฤษฎีการเกิดโลกในพระพุทธศาสนา ที่อธิบายว่า โลกและจักรวาล ไม่มีจุดเริ่มต้นที่แน่ชัด แต่เป็น วัฏจักรของ เกิด ดับ.. แตกสลาย ชี้ให้เห็นความเป็นจริงว่า.. สภาวะแวดล้อมแปรเปลี่ยนไปตามกิเลสและพฤติกรรมของสิ่งมีชีวิต ภายใต้ คติ จิตสร้างโลก จึงเกิดกระบวนการกำเนิดและวิวัฒนาการของโลก โดยอ้างอิงหลักธรรมที่ปรากฏจุดเริ่มแนวคิดดังกล่าวใน ปาฏิกสูตร และขยายละเอียดใน อัคคัญญสูตร ซึ่งอธิบายว่า โลกและจักรวาล ไม่มีจุดเริ่มต้นที่แน่ชัด แต่เป็นวัฏจักรของการเกิด-ดับ-แตกสลาย โดยมี..

ช่วงโลกพินาศ (สังวัฏฏกัป) .. โลกม้วนเข้า โดยเมื่อโลกผ่านไปยาวนาน.. สมัยโลกและระบบจักรวาลถึงคราว พินาศ ด้วย ไฟ น้ำ ลม
- สัตว์โลกจึงย้ายที่อยู่ เพื่อหนีโลกาวินาศ โดยส่วนใหญ่จะไปอุบัติขึ้นในชั้น อาภัสสรพรหม ซึ่งเป็นพรหมชั้นสูง มีชีวิตด้วยปีติ.. มีแสงสว่างในตนเอง ล่องลอยไปในอากาศ

ต่อมาเข้าสู่ วิวัฏฏกัป.. ช่วงโลกอุบัติเกิดขึ้นใหม่ เรียกว่า โลกคลี่ออก.. โดยเมื่อเวลาผ่านไปนานๆ โลกเริ่มเย็นตัว และกลับตั้งขึ้นมาใหม่ โดยสภาวะเริ่มแรก โลกมีแต่น้ำ พื้นโลกมีแต่น้ำ และมีความมืดมนอนธการ ยังไม่มีพระอาทิตย์ พระจันทร์ ดวงดาว..

เมื่อสัตว์พรหมจากอาภัสสรพรหมได้จุติ (ตาย) ลงมาเกิดเป็นมนุษย์ในยุคแรก (มนุษย์ต้นกัป) ยังมีกายทิพย์ มีแสงสว่างจากกาย ไม่กินอาหารหยาบ

จนเข้าสู่สมัย ง้วนดินตั้งขึ้น เกิดภาวะแผ่นดินลอยเหนือน้ำ มีลักษณะคล้ายเนยใสเนยข้น มีกลิ่นหอมชวนลิ้มลอง.. จิตของสัตว์ที่จุติจากพรหมโลก มีความโลภขึ้นครอบงำ ได้นำนิ้วมือไปจิ้มง้วนดินมาลิ้นรส.. ความเสื่อม จึงอุบัติขึ้นในจิตของสัตว์เหล่านั้นในยุคแรก ด้วยเกิด ถูกใจ ชอบใจ เพลิดเพลิน ยินดีในรสชาติ.. จึงเกิด ตัณหา ขึ้น..

สิ่งที่แปรตามมา ได้แก่ อาหาร ที่เปลี่ยนไปตาม ตัณหา จากง้วนดินใน ยุคโลกคลี่ออก สู่กระเบียดดิน.. ข้าวสาลีไม่มีรำ ผลใหญ่.. ที่ส่งผลให้เกิดสภาพ เพศหญิง-ชาย ขึ้นมาปรากฏ แสดงสภาวะร่างกายที่หยาบขึ้น จึงเป็นสาเหตุนำไปสู่ การเสพเมถุน.. การสร้างบ้านครองเรือน.. การเสพวัตถุกามเป็นใหญ่.. จนเข้าสู่ ระบบสังคมของมนุษยชาติ ที่จะต้องมี สถาบันการปกครองทางสังคม ขึ้น เพื่อแก้ไขปัญหา ความโลภของมนุษยชาติ ที่ดำเนินไปภายใต้อำนาจ มัจฉริยะ ความตระหนี่ถี่เหนียว ด้วยการมีการกักตุนทรัพยากรขึ้น.. จึงส่งผลที่ขัดแย้งกับกฎธรรมชาติ ส่งผลคืนกลับมนุษย์ด้วยการทำให้ทรัพยากรธรรมชาติแปรเปลี่ยน เสื่อมคุณภาพ.. และมีปริมาณจำกัด ไม่เพียงพอต่อความต้องการของมหาชน

..ที่เคยคำนึงว่า.. “มีไว้ มีใช้” กลายเป็น “มีไว้ครอบครอง”.. “พออยู่พอกิน” กลายเป็น “กินให้พอ” จึงต้องมีมากกว่า ดีกว่าคนอื่น.. ความริษยา มาควบคู่กับ มัจฉริยะ.. จึงเกิดขึ้นในจิตใจของสัตว์สังคมทั้งหลาย ที่มีความเกียจคร้านไหลเข้ามาควบคุมบนความสัมพันธ์กับ ถีนมิทธะ ก่อเกิดความไม่กระตือรือร้น ในสิ่งที่ควรทำ แต่อยากได้มาก โดยไม่อยากลงแรงอย่างถูกต้อง จึงเกิด พฤติกรรมทุจริต ฉ้อโกง คอร์รัปชัน ขึ้นมา

ระบบธรรมชาติ จึงแสดงผลตามเหตุ.. เมื่อทรัพยากรถูกใช้เกิน.. ทรัพยากรก็ต้องลดลง.. จนที่สุดนำไปสู่การประพฤติทุจริต.. เพื่อการได้มา จนกลายเป็นปัญหาสังคมในวันนี้.. ที่ทุกฝ่ายต้องศึกษา!!.
เจริญพร
บทความทางหนังสือพิมพ์ได้ที่:
https://www.thaipost.net/e-pub-news/1054169/
ทางเว็บไทยโพสต์:
https://www.thaipost.net/articles-news/1054113/
บทความย้อนหลังได้ที่:
https://paktongdhamsongloak.wordpress.com

ปักธงธรรม  14  สิงหาคม  2569 -จะแก้ไขโรคทุจริต .. ในสังคมได้อย่างไร!?หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์วันศุกร์ที่  14  สิงหาคม  2569 ...
14/08/2026

ปักธงธรรม 14 สิงหาคม 2569 -จะแก้ไขโรคทุจริต .. ในสังคมได้อย่างไร!?
หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์
วันศุกร์ที่ 14 สิงหาคม 2569
เจริญพรสาธุชนผู้มีจิตศรัทธาเลื่อมใสในพระพุทธศาสนา มีคำกล่าวว่า

..เธอจงระวังความคิดของเธอ
เพราะความคิดจะกลายเป็นความประพฤติ.. เป็นนิสัย อุปนิสัย ที่กำหนดชะตาชีวิตของเธอ!

ความคิด จึงสะท้อนคุณลักษณะของผู้คิด.. ด้วยสิ่งที่คนเราคิดนั้นย่อมสะท้อนให้เห็นถึงลักษณะภายในของคนผู้นั้น เพราะความคิดมักจะเผยให้เห็น ทัศนคติ ค่านิยม จิตสำนึก ปัญญา และคุณธรรม ของผู้คิด

พุทธปรัชญา จึงกล่าวไว้ว่า.. “ความคิดเป็นเงาของจิต”

เพราะเมื่อจิตมีสภาวะอย่างไร ความคิดหรือการปรุงแต่งที่เกิดขึ้น ก็มักแสดงลักษณะนั้นออกมา..

เมื่อจะอยากรู้ว่า คนนั้นเป็นอย่างไร ให้พิจารณาสิ่งที่เขาคิด วิธีที่เขามองปัญหา และเหตุผลที่เขาใช้ตัดสินสิ่งต่างๆ

ยามนี้ เข้าสู่ฤดูฝน สัตว์ส่งเสียงร้องระงมตามป่าเขา.. สะท้อนความคิดจากจิตผ่านเสียงที่เปล่งร้องออกมา เพื่อบอกกล่าวให้โลกได้รับทราบถึงความรู้สึกจากจิตใจ..

เสียงร้องจากความคิดที่วิตกอยู่ในทุกขณะจิต จึงเป็น บทเพลงแห่งความทุกข์ของความเป็นสัตว์ในวัฏสงสาร.. ที่ผู้มีญาณทัศนะระดับสูง พึงสามารถกำหนดรู้ได้ว่า เขากำลังบอกกล่าวเล่าเรื่องอะไรแก่โลก..

การส่งเสียงเรียกร้องอย่างมิรู้จักคิดพิจารณา.. จึงเป็นเรื่องของความทุกข์ในกระแส คล้ายๆ กับคนเรา ที่มัก คิด พูด ส่งเสียงออกมาแต่เรื่องนั้นๆ อย่างไม่เปลี่ยนแปลง โดยไม่ยอมพิจารณากลั่นกรองก่อนว่า มีประโยชน์ เหมาะควร หรือไม่.. ด้วยอิทธิฤทธิ์ของ ความเขลา ที่สื่อสารผ่าน โมหจิต ที่ถ่ายทอดออกมาเป็น อวิชชา

อวิชชา... มูลการของกระแสความทุกข์ จึงนับเป็นจุดเริ่มต้นของวิถีชีวิตในกระแสโลก ซึ่งมิได้เกิดขึ้นเองโดยบังเอิญ แต่เกิดขึ้นเพราะ มีเหตุปัจจัย อันเป็นไปตามกฎธรรมชาติ ที่แสดงความเป็นจริงว่า.. เมื่อมีสิ่งนี้ สิ่งนี้เป็นปัจจัย สิ่งนี้จึงเกิดขึ้น.. หรือ เพราะอาศัยสิ่งนี้ สิ่งนี้.. สิ่งนี้จึงเกิดขึ้น!

อวิชชา จึงเกิดขึ้นจากอาสวกิเลสที่หมักหมมอยู่ในกมลสันดานแห่งจิตหนึ่งนั้น ที่หนาแน่นด้วย โมหะ.. อวิชชาจึงมี โมหะ เป็นสภาวะเดียวกัน ทำให้ไม่รู้ในอริยสัจ ๔ คือ ทุกข์.. สมุทัย นิโรธ และมรรค..

จึงกล่าวได้ว่า อวิชชา คือสภาวธรรมของโมหะ หรือ โมหะ มีสภาวธรรมอวิชชา.. ที่มีเหตุเกิด ได้แก่ อโยนิโสมนสิการ.. การไม่ใส่ใจโดยแยบคาย

เมื่อจิตใส่ใจอารมณ์.. ไปรับอารมณ์โดยไม่พิจารณาโดยแยบคาย เพื่อให้เห็น เหตุปัจจัย ของสภาวธรรมนั้น ย่อมเป็นช่องให้โมหะ-อวิชชาเกิดขึ้นตามลำดับ... จึงเกิดความเห็นผิด.. การไม่เห็นตามความเป็นจริงขึ้น จึงนำไปสู่การปรุงแต่ง ที่เรียกว่า สังขาร ต่อไป.. ดังพระพุทธพจน์ที่ว่า

อวิชชาเป็นปัจจัยให้เกิดสังขาร
“อวิชชา ปัจจยา สังขารา”..

เมื่อเข้าใจตรงธรรมเช่นนี้ เราก็สามารถ หาคำตอบจากคำกล่าวหา ได้ว่า

ทำไม คนคนนี้ โง่บัดซบ.. โง่อย่างไม่ยอมแบ่งเพื่อน..
ทำไม คนคนนี้ โง่แล้วยังอวดฉลาด.. โง่เง่าจริงๆ

ปัจจุบันมีคำพูดในสังคมดิจิทัลที่ดังมากขึ้น จากกรณี พวกคนการเมือง ที่ใช้อำนาจอย่างถ่อยเถื่อน จนนำไปสู่ การประพฤติทุจริต.. การฉ้อราษฎร์บังหลวง.. มีการฉ้อโกงอย่างหน้าด้านๆ.. จนเกิดการปล้นกลางแดดขึ้น.. อย่างไม่เกรงกลัวต่อฟ้าดิน.. ไม่ละอายต่อผีสางนางไม้.. และไม่เคอะเขินต่อตนเอง.. ดังปรากฏรายชื่อทุจริตที่ถูกคัดออกจากการฉ้อโกงการสอบบรรจุเป็นข้าราชการส่วนท้องถิ่น ซึ่งส่วนหนึ่งเป็น เส้นสายนักการเมือง.. ข้าราชการผู้ใหญ่ในฝ่ายมีอำนาจ และในกลุ่มผู้มีอิทธิพลเหนือนักการเมืองนั้นๆ ที่เรียก บ้านใหญ่ทั้งหลาย ดังปรากฏในส่วนทุจริตกลุ่มเส้นสายที่เข้าใจว่าเป็นตั๋วเบ่ง เข้าฟรีไม่ต้องซื้อ ticket มีมากกว่า ๒๐๐ รายชื่อจากผลที่ถูกคัดออกไป โดยเฉพาะ รายชื่อพี่สาว น้องสาว และน้องหน้าห้องนักการเมืองดังภาคใต้.. ที่เพิ่งลาออกไปแบบมีนัย

จึงได้เห็นขบวนการฉ้อโกงแบบไร้ยางอายที่กระทำอย่างเป็นรูปแบบ มีการจัดตั้ง.. มีการบริหารจัดการอย่างเป็นแบบแผน สะท้อนความจริงว่า ในสังคมไทยมี บริษัทโกงไม่จำกัดอย่างไร้คุณธรรมโจรเกิดขึ้นจริงๆ.. เรียกว่า.. เป็นการทำลายสถาบันโจรทุกสมัยที่เคยมีมาในตำนาน อย่างแม้โจรก็ไม่อยากคบ.. คนพาลก็รังเกียจ.. นักเลงก็ขยะแขยง ในโจรสายพันธุ์ชั่ว ที่ ไวรัสโมหะสายพันธุ์เปรต ควบคุมพวกนี้ไว้ จนยากจะเข้าใจใน ความผิดหรือความถูก.. ความดีหรือความชั่ว ว่าแตกต่างกันอย่างไร.!?

จึงเป็นที่มาของการเกิด ไวรัสโมหะสายพันธุ์เปรต ขึ้น ที่หมายถึง เปรต คือ อภิชฌาวิสมโลภะ ที่มี โมหะและมิจฉาทิฏฐิ เข้าสนับสนุน.. ที่ยาต่อต้านทุจริตทุกขนานยากจะยับยั้งเอาอยู่.. สลายให้สูญพันธุ์ไปได้...

น่ากลัวยิ่งในไวรัสสายพันธุ์นี้ คือ ความเฉยโง่ ที่ทำหน้าซื่อบื้อไปเรื่อยๆ อย่างไร้ความรู้สึกผิดชอบชั่วดี เสมือนบรรลุกำลังภายในขั้นเหยียบเมฆไร้ร่องรอยแล้ว.. ด้วยความเฉยโง่ (อัญญาณุเปกขา) จะทำหน้าที่ปกปิดไม่ให้เห็นในความซื่อบื้อของตนเอง.. คนพวกนี้จะไม่รู้เลยว่า ความชั่วเกิดขึ้นแล้วเป็นอย่างไร.. ความดีเกิดขึ้นแล้วมีคุณอย่างไร พวกเขาจึงยากจะรู้คุณแผ่นดิน.. ยากจะซื่อสัตย์ต่อประชาชนที่เลือกพวกเขามาทำหน้าที่บริหารบ้านเมือง

พวกนี้จะสำคัญมั่นหมาย เพื่อการตอบสนองความต้องการอย่างเดียว ด้วย มิจฉาทิฏฐิ ที่ว่า..

นี่คือความถูกต้อง.. นี่คือความจำเป็น
และนี่เป็นสิ่งที่ฉันควรได้รับ แม้มาจากการคอร์รัปชัน.. การฉ้อโกงแผ่นดิน..

อวิชชา.. ในเครือข่ายสนับสนุนของ อภิชฌาวิสมโลภะ ที่มี โลภเจตสิกบวกโมหเจตสิก สนับสนุนอยู่ จึงมี มิจฉาทิฏฐิ ขั้นรุนแรง ที่มุ่งยึดเหนียวแน่นใน ความเห็นผิด มารับรองความอยาก.. ให้เกิดความวิบัติในธรรมขึ้น จนก่อเกิดความ วิปลาสไปจากธรรม.. ในจิตใจ ให้ดำเนินชีวิตไปด้วยอวิชชาที่ส่งสืบต่อเนื่องขั้นรุนแรง ที่เพิ่มความทุกข์ให้ยิ่งขึ้นในกระแสชีวิตในวัฏสงสาร.. ทั้งนี้ ด้วยอำนาจอภิชฌาวิสมโลภะ ที่ทำให้เขาไม่รู้เลยว่า เขากำลังทำความชั่วด้วยความโลภขั้นรุนแรง และเขาจะไม่เห็นความโลภที่เกิดขึ้นอย่างรุนแรงตามความเป็นจริง

จึงเป็นธรรมดาที่ ไอ้พวกคนเหล่านี้ จะทำอะไรก็ได้.. แม้จะผิดซ้ำแล้วซ้ำอีก.. จนยากที่จะแก้ด้วย “อกุศลจิต ที่สั่งสมและเกิดซ้ำ จนเป็นพฤติกรรมทุจริตอย่างรุนแรง..” ที่ไม่นานคงจะได้เห็นฤทธิ์เดชของคนพวกนี้ จากการโยกย้ายข้าราชการระดับสูงในหลายกระทรวง โดยเฉพาะ กระทรวงคลองหลอด ที่น่าจับตายิ่ง.. เพราะได้ยินมาอีกแล้วว่า.. บ้านใหญ่แถวอีสานได้สั่งการมาแล้วว่า ควรจะเคาะรายชื่อได้...

จึงขอเชิญชวนสาธุชนได้ร่วมใจกันต่อต้านกลุ่มอำนาจนอกระบบเหล่านี้ ด้วย ธรรมวิธี ที่มีแสนยานุภาพพร้อมขจัดบทบาทกลุ่มคนชั่วๆ เหล่านี้ให้สิ้นไปจากระบบบริหารราชการแผ่นดินไทย.. เพื่อคืนกลับสังคมไทยสู่อารยธรรมที่เหมาะควร..ต่อไป!!.
เจริญพร
บทความทางหนังสือพิมพ์ได้ที่:
https://www.thaipost.net/e-pub-news/1049649/
ทางเว็บไทยโพสต์:
https://www.thaipost.net/articles-news/1049580/
บทความย้อนหลังได้ที่:
https://paktongdhamsongloak.wordpress.com

ที่อยู่

Lamphun

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ ปักธง ธรรม ส่องโลก - พระอาจารย์อารยวังโส - Most Venerable Arayawangsoผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง ปักธง ธรรม ส่องโลก - พระอาจารย์อารยวังโส - Most Venerable Arayawangso:

ทางลัด

แชร์